“ฉู่เฉิน ทำให้นายขำแล้ว แต่ว่าบริษัทนี้ของฉันมีศักยภาพมาก เป็นยังไงบ้าง อยากร่วมหุ้นไหม?”เซี่ยฉีฉีรินน้ำให้ฉู่เฉินพลางพูดแก้หน้าให้ตัวเอง “ลงทุนห้าร้อยล้านก่อนละกัน แต่ว่าไม่ใช่การลงทุนนะ แต่เป็นการซื้อควบรวมบริษัทของเธอเข้าสู่ซินฉู่กรุ๊ป บริษัทยังอยู่ในความรับผิดชอบของเธอ เพียงแต่ว่าต่อไปต้องทำงานเพื่อซินฉู่กรุ๊ปเท่านั้น” ฉู่เฉินเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง อะไรนะ?เซี่ยฉีฉีตกตะลึงเล็กน้อย ความสุขมาอย่างกะทันหันเกินไปแล้วมั้งฉู่เฉินไม่ถามอะไรเลย อาศัยเพียงคำพูดลอย ๆ เมื่อกี้ของเธอก็ลงเงินห้าร้อยล้านแล้ว? หรือว่าขะ...เขารวยขนาดนี้เชียวเหรอ?อย่าเห็นว่าพวกจางหลงเคารพนอบน้อมฉู่เฉินมาก แต่นั่นเป็นความต้องการในการเข้าสังคม บางทีฉู่เฉินอาจจะจับจุดอ่อนของพวกเขาไว้ก็ได้ไม่ถือว่าเป็นความสามารถของตัวฉู่เฉินอย่างแน่นอน! แต่ตอนนี้เซี่ยฉีฉีคิดว่าเธอมองตื้นลึกหนาบางของฉู่เฉินไม่ออกแล้ว ถึงแม้เธอรู้ข้อดีข้อเสียของฉู่เฉินแล้วก็ตาม“พยายามเปลี่ยนทำเลที่ทำงานให้ใกล้ใจกลางเมืองมากขึ้น พนักงานก็น้อยเกินไป ต่อไปปริมาณธุรกิจของซินฉู่กรุ๊ปจะมีเยอะมาก ๆ นอกจากนี้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ต้องมีคนดูแลโ
ชั่วขณะหนึ่ง แม้แต่ฉู่เฉินก็มองจนใจลอย! เรียวขางามที่เกลี้ยงเกลาดั่งหยกคู่นั้นดูขาวนวลขึ้นเล็กน้อยภายใต้แสงจันทร์ ชุดเดรสชีฟองยาวแทบจะโปร่งใสที่ปกปิดไว้เพียงครึ่งเดียวยิ่งเพิ่มความรู้สึกเลือนรางหน้าอกอวบอิ่มเต่งตึงเบื้องหน้าคู่นั้นเผยให้เห็นเพียงครึ่งเดียว ส่วนที่นูนขึ้นมาเป็นรูปทรงครึ่งวงกลมสองลูกและร่องอกที่ขาวเนียนทำให้ผู้คนอดจินตนาการโลดแล่นไม่ได้ องคาพยพทั้งห้าอันประณีตงดงาม คิ้วตาล้วนเฉิดฉันราวกับเซียน“แม่เจ้า นั่นใช่พี่นางฟ้าหรือเปล่า?”“ฉันตาฝาดไปแล้วใช่หรือเปล่า เทพธิดาลงมาที่บ้านฉันแล้วเหรอ?”แม้แต่ชาวบ้านหลายคนที่อยู่รอบข้างก็ถูกภาพตรงหน้านี้ดึงดูดสายตาโดยสิ้นเชิงอึก! ฉู่เฉินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ติดต่อกัน ฝืนข่มกลั้นความหวั่นไหวในใจ นี่มันท่านผู้อาวุโสลัทธิศักดิ์สิทธิ์ที่เจอบนเทียนเฟิ่งวิลลาเมื่อครั้งก่อนไม่ใช่เหรอ?อาจเป็นเพราะครั้งก่อนอยู่ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วน เขาเลยไม่ได้สนใจสาวงามเลิศล้ำผู้นี้แต่ตอนนี้ เมื่อดูให้ละเอียด ฉู่เฉินพลันรู้สึกว่าสาวงามที่อยู่รอบตัวทั้งหมดดูจืดชืดไปเลย เมื่อเปรียบเทียบกับสาวงามตรงหน้านี้ที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนไม่ใช่ปุถุช
ฉู่เฉินอดพลั้งปากออกมาไม่ได้ แม้ว่านี่เป็นยาชั้นกลางระดับดำ แต่การใช้งานกลับไม่แพร่หลายนัก ตามบันทึกที่สืบทอดกันมาของมังกรเฒ่า ยาชนิดนี้มักใช้โดยบรรดาผู้หญิงในแดนเซียนที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลานานเพื่อระงับเพลิงชั่วร้ายในร่างกายแม้บอกว่าผู้หญิงที่บำเพ็ญเพียรทุกคนจะใสสะอาดบริสุทธิ์ดั่งหยก แต่สุดท้ายก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ดี ตราบใดที่เป็นมนุษย์ก็มีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา โดยเฉพาะชายหญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว หากข่มกลั้นความปรารถนาเป็นเวลานาน ยากจะหลีกเลี่ยงสักวันที่จะระเบิดออกมา เมื่อระเบิดออกมาหมด มีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่าจะธาตุไฟเข้าแทรกดังนั้นถึงได้มีคนตั้งใจคิดค้นยาชนิดนี้ออกมา หรือว่า...ฉู่เฉินกวาดตามองอวี้ลู่ที่สวมชุดเรียบง่าย จากนั้นถึงค่อยสังเกตเห็นว่ามีบนลำคอเนียนของเธอมีหยาดเหงื่อเป็นประกายอยู่หลายหยด แต่โดยทั่วไปแล้วยอดฝีมือระดับทารกวิญญาณทุกคนจะไม่มีของเหลวในร่างกายไหลออกมา ยิ่งไม่มีทางหลั่งเหงื่อ นอกเสียจากว่าจิตใจจะเกิดความปรารถนา เพลิงชั่วร้ายเกิดขึ้นข้างใน ถึงได้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น“เจ้ารู้ว่านี่คือยาเก้าตะวันหรือ?” อวี้ลู่มองฉู่เฉินอย่างประหลาดใจแกมยินดี
“กล้าเกี่ยวก้อยไหม?” เมื่อได้ยินคำพูดที่มาอย่างกะทันหันของฉู่เฉิน อวี้ลู่ก็อึ้งไปก่อน จากนั้นก็อดปิดหน้ายิ้มหวานขึ้นมาไม่ได้ หมอน้อยคนนี้น่ารักเกินไปแล้วจริง ยังอยากเกี่ยวก้อยกับเธออีก?ไม่ใช่เด็กแล้วนะ “ได้!”อวี้ลู่พูดพลางยื่นนิ้วก้อยเรียวบางออกมา ฉู่เฉินก็ยื่นนิ้วก้อยออกมาเช่นกัน ก่อนจะเกี่ยวก้อยกับมือเนียนบอบบางของอวี้ลู่ทันทีที่สัมผัสก็มีความเย็นลื่นสายหนึ่งส่งเข้ามามือเล็ก ๆ ข้างนั้นเย็นเล็กน้อยเหมือนหยก สัมผัสที่มือดีมากจริง ๆมิน่าล่ะในมรดกของมังกรเฒ่าถึงบรรยายว่ากายาหยกเซียนสวรรค์เป็นกระถางที่หาได้ยากยิ่งถึงขนาดยังบอกว่าถ้าได้ร่วมสังวาสกัน ไม่เพียงเพิ่มพลังขึ้นมาก ยังสามารถเพลิดเพลินกับความสุขของชีวิตมนุษย์ได้อย่างเต็มที่ซี้ด!มังกรเฒ่าไม่ได้หลอกฉันจริง ๆ ด้วยฉู่เฉินคิดได้ดังนั้นก็ปล่อยมือเล็ก ๆ ของอวี้ลู่อย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจนิดหน่อยว่า “การหลอมยาไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าคุณต้องช่วยหาสมุนไพรนี้ อาศัยแค่แหล่งข่าวของผม น่าจะต้องรอจนทะเลกลายเป็นท้องนาเลย” อวี้ลู่พยักหน้าหนัก ๆ แม้แต่ในแดนเซียน สมุนไพรนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะพบเจอได้บ่อย เนื่องจากเงื่อ
มองอวี้ลู่ที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ดั่งหยก ท่าทางดูเหมือนไร้เดียงสามาก แต่ภายในกลับซ่อนความคิดลึกซึ้งละเอียดรอบคอบไว้“ของที่มีระดับสูงเกินไปไม่เหมาะกับผมหรอกครับ ถ้าผมหาบ้านไม่เจอขึ้นมาจะทำยังไง คุณคงไม่รับผมไว้หรอก” ฉู่เฉินเอ่ยปฏิเสธอย่างอ้อมค้อมเมื่อเห็นว่าฉู่เฉินไม่ตกหลุมพราง อวี้ลู่ก็ดูผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เอาเถอะ ติดต่อข้าได้ทุกเมื่อ”พอพูดจบ ร่างที่ขาวราวกับหิมะก็ลอยขึ้นมาฉู่เฉินมองจนรู้สึกอิจฉามาก ๆบางทีหลังจากที่เขาทะลวงขั้นสร้างรากฐานได้แล้ว เขาอาจจะไปมาดั่งเซียนเหมือนกับเธอก็ได้?จนกระทั่งร่างของอวี้ลู่หายลับไปในท้องฟ้ายามราตรีแล้ว ฉู่เฉินถึงค่อยผลักประตูเดินเข้าไปในลานบ้าน“นายท่าน ท่านผู้อาวุโสคนนั้นจากไปแล้วเหรอคะ?”เมื่อเห็นฉู่เฉินเดินเข้ามา อินซู่ซู่ถึงค่อยพูดพลางเดินเข้ามาใกล้โดยที่ดวงหน้าเล็กซีดเผือด“ไปแล้ว ทำไมเหรอ?”ฉู่เฉินเลิกคิ้ว จ้องมองอินซู่ซู่พร้อมถามว่า “เธอไม่ใช่ผู้อาวุโสของลัทธิศักดิ์สิทธิ์พวกเธอเหรอ? ถึงกับกลัวเธอขนาดนี้เชียว?”อินซู่ซู่ส่ายหน้าติดต่อกัน “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้ตอนที่นายท่านยังไม่กลับมา จะ...จู่
ฉู่เฉินเหยียบคันเร่ง ไม่ถึงสิบนาทีก็ไปถึงโรงแรมที่หลิวฉางเจียงเคยพักอยู่เขาขึ้นลิฟต์ไปยังถึงยังหน้าประตูห้องสวีตบนดาดฟ้า ฉู่เฉินกดรหัสตามที่ปี้เวยเคยบอกไว้ ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือเขาเพิ่งก้าวขาเข้าไป ภายในห้องก็มีเสียงหวานดังออกมาประดุจฟ้าร้องฉู่เฉินปิดประตู ก้าวเดินเข้าไปในห้อง ในตอนที่เปิดประตู ไฟหัวเตียงแสงสีเหลืองก็สาดส่องมาเห็นแค่เตียงใหญ่ที่กว้างประมาณสองเมตร ปี้เวยได้มานั่งบนเตียงนั้นแล้วเท้าเล็กๆ คู่หนึ่งวางอยู่บนเตียง บิดเอวเล็กๆ ของเธอขึ้นลงเมื่อมองผ่านแสงสลัว ก็จะเห็นใต้กระโปรงเธอที่โล่งโจ้งวิวที่สวยทั้งหมดมองเห็นได้โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้นปี้เวยสายตาพร่ามัว ใบหน้าแดงระเรื่อสบตาเข้ากับฉู่เฉินที่อยู่ตรงประตู เธอรีบกระโดดลงมาจากเตียงอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวที่ได้กลิ่นปลาทู รีบวิ่งเข้าไปหาฉู่เฉิน“ทำไมช้าแบบนี้ล่ะคะ!”ปี้เวยหอบหายใจ เธอแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปปลดกระดุมของฉู่เฉินออก มือเล็กของเธอสะบัดเล็กน้อย หัวเข็มขัดก็หลุดออกไปด้วย“รีบเหรอครับ?”ฉู่เฉินใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “ไร้สาระน่า ไม่รีบได้ด้วยเหรอคะ? รอตั้งแต่ตอนบ
เธอไม่เคยเห็นใครเดินเล่นกับนกเขาของเขาขณะนอนหลับมาก่อนเลยเมื่อเวลาผ่านไป ปี้เวยก็ได้ทำการปลดปล่อยตัวเองแล้ว เธอพิงตัวไปที่ร่างของหลิวฉางเจียง เพื่อรองรับการกระทำต่อไปของฉู่เฉินเธอยังโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของหลิวฉางเจียงและครวญครางเสียงดังตามมาด้วยเสียงต่ำของผู้หญิงที่กลายเป็นเสียงร้องครวญครางสูง ห้องหลายสิบห้องทั้งชั้นล้วนแต่เปิดไฟสว่างผู้ที่ชื่นชอบการร้องเพลงหลายคนก็ฮัมเพลงและร้องตามไปด้วย แต่ก็ไม่นานนัก ภายในเวลาไม่กี่นาที นักร้องประสานเสียงก็กลายเป็นการแสดงเดี่ยวของปี้เวย“เวยเวย...”ในขณะที่ปี้เวยกำลังจะปลดปล่อยตัวเองนั้น ก็มีเสียงหลิวฉางเจียงดังขึ้นมาจากข้างหลัง ทำเอาปี้เวยตกใจตนตัวแข็งทื่อ เธอชนเข้ากับร่างของฉู่เฉินอย่างแรง และเด้งกลับไปข้างๆ ร่างของหลิวฉางเจียงหลังจากความโกลาหลทั้งหมดนั้น หลิวฉางเจียงถึงกับลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงงชั่วขณะหนึ่ง อากาศดูเหมือนจะแข็งตัวฉู่เฉินและปี้เวยยังอยู่ในท่าเดิม แววตาของพวกเขาจ้องมองไปที่หลิวฉางเจียง“ฉาง... ฉางเจียง คุณ... คุณตื่นแล้วเหรอคะ?”ใบหน้าเล็กของปี้เวยซีดเผือด เธอรีบผลักฉู่เฉินออกอย่างรีบร้อน แล้วนั่งตัวตรง จากนั้นเธอใ
ฉู่เฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาตอบกลับไปอีกไม่กี่ประโยค หลังจากนั้นก็ไม่สนใจปี้เวยอีกหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงจะถูกเธอสูบจนแห้งใช่ไหม?อีกอย่างหนึ่งของดีๆ จะกินให้หมดในครั้งเดียวมันไม่พอหรอกนะ เขาต้องวางเส้นเอ็นเส้นใหญ่ไว้ถึงจะสามารถตกปลาตัวใหญ่ได้ในคืนนั้นไม่ได้มีบทสนทนาใดๆ อีก เช้าวันที่สองกู้รั่วเสวี่ยโทรศัพท์มาหาเขา“ฉู่เฉินวันนี้มีงานเลี้ยงสำคัญเข้ามาด่วน พี่ต้องไปกับฉันนะคะ”กู้รั่วเสวี่ยที่อยู่ปลายสายพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นฉู่เฉินถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ทำไมครับ? เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”กู้รั่วเสวี่ยหัวเราะออกและพูดกับฉู่เฉินว่า “ไม่มีอะไรค่ะ”“งานคัดเลือกการแข่งขันแพทย์แผนจีนใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว ก่อนจะเริ่มงานอย่างเป็นทางการ เราก็ต้องไปพบเจอและกินข้าวกับกรรมการอะไรก่อนสิคะ”“ฉันได้นัดเหล่ากรรมการคนสำคัญไว้แล้ว พรุ่งนี้ทุกคนเจอกันที่ตึกเจียงซิน ให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันก่อน ดังนั้นพี่ต้องเคลียร์งานเลี้ยงทั้งหมดนะคะ”นี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องการเดิมพันระหว่างฉู่เฉินกับหลิ่วหรูเยียนผู้หญิงคนนั้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาในอนาคตของ ซินฉู่ฟาร์มาติคอลอีกด้
บางทีสักวันหนึ่ง เธออาจจะสามารถเหยียบผู้ชายเฮงซวยพวกนี้ให้จมดินได้ในตอนนี้ คนที่ตกใจมากที่สุดก็ยังเป็นฉีอวี่ไท่ ความจริงแล้ว ฉีอวี่ไท่เป็นคนเดียวในรุ่นที่สองของตระกูลฉีที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเคยกราบอาจารย์เก่ง ๆ หลายคนตอนที่ตระกูลฉีมาพึ่งพิงเกาเซิ่งอี้ เขาก็มีพลังระดับปรมาจารย์แล้ว และหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหลายปี ประกอบกับทรัพยากรจำนวนมากที่เกาเซิ่งอี้มอบให้ เขาจึงประสบความสำเร็จเหมือนในวันนี้แต่ฉู่เฉินกลับสามารถใช้ลูกเตะเดียวทำลายพลังของเขา สะเทือนอวัยวะภายในร่างของเขาจนเละอย่างน้อยสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฉู่เฉินต้องเป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานอย่างแน่นอนในความทรงจำของเขา ตระกูลฉู่แห่งเจียงจง ไม่มีพื้นฐานด้านการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย และในช่วงเวลาสามปีที่พ่อแม่ของฉู่เฉินหายสาบสูญไป ฉู่เฉินก็อยู่ในสภาพ เกือบตายตลอดเวลาอย่าว่าแต่การฝึกวรยุทธ์หรือบำเพ็ญพรตเลย แม้แต่การลุกขึ้นยืนและเดิน สำหรับฉู่เฉินแล้ว นี่เป็นเพียงความฝันที่ไม่สามารถเป็นความจริงได้ในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน ทำไมฉู่เฉินถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้?เมื่อครู่เขาได้ทำการยืนยันหล
ทันทีที่ฉีอวี่ไท่ซัดฝ่ามือลงไป ก็เห็นเพียงกลิ่นอายสีดำปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของเขาถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ มองออกได้ในทันทีว่าฝ่ามือของเขาก็คือฝ่ามือเมฆาพิษของสำนักว่านเซี๋ยนั่นเอง!หลายคนต่างรู้สึกตกใจในตอนแรก แต่หลังจากนั้น สีหน้าของพวกเขาก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติแม้ว่าสำนักว่านเซี๋ยจะถูกแก๊งมังกรทำลาย ลูกศิษย์ของสำนักต้องแยกย้ายหนีไปคนละทิศละทางแล้ว แต่การถ่ายทอดวิชาของสำนัก กลับไม่ได้แบ่งแยกระหว่าง ความดีและความชั่วยิ่งไปกว่านั้น ฉีอวี่ไท่ยังคงเป็นคนของเกาเซิ่งอี้ พวกเขาจึงยิ่งไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากแต่ถ้าฝ่ามือนี้ถูกซัดลงบนร่างกายของฉู่เฉิน อย่าว่าแต่เขาที่เป็นแค่คนธรรมดาเลย ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญพรตก็จะรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกหนอนนับหมื่นตัวกัดกินหัวใจ จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่!อีกอย่างความเจ็บปวดนี้จะตามหลอกหลอนฉู่เฉินไปตลอด จนกระทั่งหนึ่งถึงสองเดือนหลังจากนั้น ความเจ็บปวดนี้จะหยุดลงเมื่อฉู่เฉินตายจากพิษที่แผ่กระจายไปทั่วร่างถึงแม้ว่าฉีอวี่ไท่จะมีเจตนาร้าย แต่ในสายตาของถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ กลับมองว่าคนอย่างฉู่เฉินที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงควรได้รับการลงโทษไม่อย่างนั้น ทุกคนก็จ
ต้องรู้ไว้ว่า หอการค้ากิเลนที่อยู่เบื้องหลังเขาคือองค์กรที่มีอิทธิพลมหาศาล ครอบครองอำนาจกว่าครึ่งหนึ่งของวงการบำเพ็ญพรต!ต่อให้ฉู่เฉินมีกองทัพคอยหนุนหลัง แต่กองทัพคงไม่สามารถคุ้มกันเขาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอกใช่ไหม?ในตอนนี้ หลิ่วหรูเยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉู่เฉินถึงกับชะงักไป เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าฉู่เฉินจะกล้าท้าทายถึงขนาดนี้!เขาคิดจริง ๆ เหรอว่าเกาเซิ่งอี้เป็นแค่ขยะไร้ค่าระดับเดียวกับฉีเฮ่อเซวียน?“นี่พ่อหนุ่ม อย่าพูดจาโอหังเกินไปนัก อย่าว่าแต่แกเลย แม้แต่บรรดาปรมาจารย์และตระกูลผู้บำเพ็ญพรตแห่งเจียงจง ก็ไม่มีใครกล้าอวดดีแบบนี้!”ใบหน้าของเสิ่นเจี้ยนเฟิงเย็นชา เขากล่าวตักเตือนเสียงแข็งกร้าวฉู่เฉินได้ยินดังนั้น ก็เผยสีหน้าดูแคลนเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้น“ทำไม คนเยอะแล้วคิดว่าจะเหนือกว่าหรือไง?”ถังเทียนอวี่แสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น เส้นผมยาวพลิ้วไหวราวกับมีลมพัด ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยความทระนง “เจ้าหนู รู้ไหมว่าแกกำลังท้าทายใครอยู่?”“ถึงแม้ว่าแกจะมีเส้นสายในกองทัพ ก็ปกป้องแกไม่ได้หรอก!”ฉู่เฉินมองถังเทียนอวี่อย่างเหยียดหยาม ก่อนจะยิ้มเยาะ“คนอย่างผมฉู่เฉินไม่ต้องการใ
เนื่องจากก่อนที่ฉู่เฉินจะลงจากรถ เขาได้ใช้ยันต์ปิดลมปราณ ซ่อนพลังปราณทั่วร่างของตัวเองเอาไว้ดังนั้น เมื่อมองจากระยะไกล ฉู่เฉินจึงดูไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทั่วไป“คนนี้น่ะเหรอ ที่นายบอกว่าฝีมือไม่ธรรมดา?”เกาเซิ่งอี้เหลือบมองฉีอวี่ไท่ด้วยสีหน้าเย้ยหยันนี่มัน...ใบหน้าอาวุโสของฉีอวี่ไท่แดงก่ำ ก่อนจะหัวเราะเจื่อน ๆ “อาจเป็นเพราะลูกน้องของผมไม่เคยเจอของจริง เห็นพวกนักเลงข้างถนนตีกันก็คงคิดว่าเป็นยอดฝีมือไปแล้ว”ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ยิ่งแสดงเบะปากอย่างไม่แยแสพวกเขาถึงขั้นรู้สึกว่า ให้เตรียมการใหญ่โตขนาดนี้เพื่อจัดการกับคนไร้ค่าเพียงคนเดียว นี่ถือเป็นการใช้มีดฆ่าวัวมาฆ่าไก่เสียจริงเมื่อเห็นว่าฉู่เฉินและหลิ่วหรูเยียนเดินเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่แล้ว เกาเซิ่งอี้ก็ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนกล่าวขึ้น“สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลฉู่ ช่างกล้าหาญเกินคาด”“ตัวคนเดียวยังกล้ามาตามนัดอีก”ทันทีที่เกาเซิ่งอี้พูดจบ ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ก็เลิกซ่อนพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวของตัวเองอีกต่อไป ทันใดนั้นเอง คลื่นพลังมหาศาลก็พุ่งเข้าไปข่มฉู่เฉินพร้อมกันหลิ่วหรูเยียนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่หนักอึ้งราวภูเขาท
ชายหนุ่มที่เพิ่งปรากฏตัวคือถังเทียนอวี่ ยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งตระกูลถังในอวิ๋นเฉิง“นั่นคือยอดอัจฉริยะถังเทียนอวี่แห่งตระกูลถังใช่ไหม? เขาเองก็มาที่นี่เหรอ?”“ใช่ ฉันได้ยินมาว่าเมื่อห้าปีก่อน ผู้ชายคนนั้นได้เข้าร่วมสำนักบำเพ็ญพรตชื่อดังทางตะวันตกเฉียงใต้ และยังได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์ของสำนักอีกด้วย”ขณะที่ผู้คนรอบข้างกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด เกาเซิ่งอี้ก็เดินออกมาต้อนรับด้วยตนเองพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปหาอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร“ฮ่า ๆ ๆต้องขอบคุณคุณชายถังที่ให้เกียรติมาร่วมงาน”“สมกับเป็นยอดอัจฉริยะของตระกูลถังแห่งอวิ๋นเฉิงจริง ๆ ยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานขั้นที่สี่ แค่รัศมีที่แผ่กระจายออกมาก็กดดันพวกเราได้แล้ว”ถังเทียนอวี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจับมือกับเกาเซิ่งอี้ แล้วตอบกลับ“ลุงเกาชมเกินไปแล้ว”ในขณะนั้นเอง รถหรูอีกคันก็แล่นมาจอดอย่างช้า ๆ จากนั้น ผู้อาวุโสในชุดขาวเรียบง่ายก็ก้าวลงจากรถพวกเขาเห็นว่าบนมือทั้งสองของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยร่องรอยจากการฝึกฝน และทั่วทั้งร่างแผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวของผู้แข็งแกร่งระดับแนวหน้า“ซี้ด ๆ! นั่น…นั่นมันจางจิ่งหลง ผู้นำตระกูลจาง
อีกด้านหนึ่ง ในห้องทำงานของประธานฉู่ซื่อกรุ๊ปหลิ่วหรูเยียนกำลังตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง ราวกับผึ้งงานที่กำลังเก็บน้ำหวานแต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้หลิ่วหรูเยียนตกใจสะดุ้งจนตัวโยน เธอรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยฉู่เฉินติดกระดุมกางเกง และกลับไปนั่งลงบนโซฟา พลางยกมือฟาดเบา ๆ ลงบนสะโพกกลมกลึงของหลิ่วหรูเยียน “พักนี้ เธอพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ”“อ๊ะ…”หลิ่วหรูเยียนหน้าแดงขึ้นมาทันทีหลังจากถูกฉู่เฉินตี เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน“เข้ามา”ทันทีที่เสียงของหลิ่วหรูเยียนดังขึ้น ต้าหลิงจื่อก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถือการ์ดเชิญสีทองใบหนึ่ง“ประธานหลิ่ว นี่เป็นคำเชิญที่หอการค้าตะวันออกใหญ่ให้คนนำมาให้ค่ะ คนที่นำมาให้ยังเน้นย้ำเป็นพิเศษอีกว่า อยากให้คุณฉู่มาเข้าร่วมงานด้วย”ขณะที่พูด ต้าหลิงจื่อก็ยื่นการ์ดเชิญไปให้ตรงหน้าหลิ่วหรูเยียนการ์ดเชิญจากหอการค้าตะวันออกใหญ่?หลิ่วหรูเยียนอดไม่ได้ที่จะรับการ์ดเชิญมาด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกวาดตามอง ข้อความในการ์ดเชิญเรียบง่ายมาก เป็นการเชิญสองแม่ลูกตระกูลหลิ่
หากกองทัพเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้จริงๆ คงจะเป็นปัญหาใหญ่แน่“ออกไปเถอะ”ฉีอวี่ไท่โบกมือกับฟางเหว่ย ก่อนจะคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังเฉียนหลงวิลล่าอย่างไม่รอช้าขณะเดียวกัน ในห้องใต้ดินของเฉียนหลงวิลล่า เกาเซิ่งอี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงหยก รอบตัวเขาถูกปกคลุมด้วยไอหมอกจาง ๆ ชั้นหนึ่งที่เหมือนจะเห็นแต่ก็ไม่เห็นพลังปราณอันแข็งแกร่งระดับสร้างรากฐานขั้นที่สามแผ่ซ่านออกจากร่างเกาเซิ่งอี้ภายนอก เขาเป็นเพียงแค่นักธุรกิจธรรมดาคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว เกาเซิ่งอี้ก็มาจากตระกูลเกาซึ่งเป็นตระกูลผู้บำเพ็ญพรตอันดับหนึ่งแห่งหลิ่งหนานเช่นกันห้าปีก่อน เขาก็บรรลุพลังที่น่าสะพรึงระดับสร้างรากฐานขั้นที่สามแล้ว นี่เป็นครั้งที่สิบแล้วที่เขาพยายามทะลวงระดับสร้างรากฐานขั้นที่สี่ แต่ในช่วงเวลาสำคัญนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสนั่น ทำให้เกาเซิ่งอี้เกือบธาตุไฟเข้าแทรกโครม!เกาเซิ่งอี้ลืมดวงตาแดงก่ำขึ้นพึ่บ ควันฝุ่นฟุ้งอยู่โดยรอบ“ใคร! ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าใครก็อย่ารบกวนเวลาฉันฝึกตน?!”เมื่อได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธของเกาเซิ่งอี้ ฉีอวี่ไท่ที่อยู่ด้านนอกประตูก็ถึงก
“คุณคงไม่ได้บ้าหรอกใช่ไหม?”ฉู่เฉินกลอกตามองเซียวเสวี่ยอิ๋ง ก่อนจะตอบกลับไปด้วยอารมณ์โมโห“ฉู่เฉิน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ คุณใช้ประโยชน์จากกองทหารรักษาการณ์อยู่ชัดๆ”ดวงตาคู่สวยเจือน้ำค้างแข็งของเซียวเสวี่ยอิ๋งจ้องฉู่เฉินอย่างเย็นชาเธอเห็นภาพเมื่อครู่นี้ชัดเจน ฉู่เฉินบอกให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดโฮ่วส่งคนมาที่ฉู่ซื่อกรุ๊ปเพื่อเซ็นสัญญา เห็นได้ชัดว่าเขาวางแผนทุกอย่างเอาไว้แล้วเขาจะยืมมือของกองทหารรักษาการณ์จัดการกำจัดฉีเฮ่อเซวียนและคนอื่น ๆเขากล้าวางแผนถึงกองทหารรักษาการณ์ ฉู่เฉินใจกล้าเกินไปแล้วมั้ง“โปรดระวังคำพูดของคุณด้วย พวกเราร่วมมือกันต่างหาก แล้วคุณรู้ไหมว่าการร่วมมือกันคืออะไร? มันคือการที่ทุกฝ่ายเอาผลประโยชน์ของตัวเอง มีปัญหาอะไรเหรอ?”ฉู่เฉินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คุณ…?”ใบหน้าเล็กของเซียวเสวี่ยอิ๋งโกรธจนขาวซีด เธอไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีกแม้แต่คำเดียว“คุณอะไรล่ะ? สัญญาก็อยู่บนโต๊ะ ถ้าคุณไม่เซ็น ก็ไปได้แล้ว”ฉู่เฉินไม่อยากเสียเวลาเถียงกับผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว ถ้าไม่เห็นแก่สภาพร่างกายที่พิเศษของเธอ ฉู่เฉินคงไล่เธอออกไปตั้งนานแล้วเซียวเสวี่ยอิ๋งโกรธฉู่เฉินจน
ฉู่เฉินจะไปมีคอนเนคชั่นคนใหญ่คนโตขนาดนี้ได้ยังไง?“ผู้นำหลู สำนักงานพาณิชย์ของพวกเราก็ปฏิบัติตามกฎเช่นกันนะ อีกทั้งคุณชายฉีก็ถือครองหุ้นฉู่ซื่อกรุ๊ปถึงหกส่วน ดังนั้นพวกเราจึง…”ในช่วงระหว่างที่หลิวจื้อซินพยายามพูดพลิกลิ้น เซียวเสวี่ยอิ๋งก็เอามือไพล่หลังก้าวเข้ามาตูม!ลำพังเพียงกลิ่นอายเฉพาะตัวของทหารก็ทำให้หลิวจื้อซินตกใจจนกลืนคำพูดหลังจากนั้นจนหมดสิ้น“ตอนนี้ฉันมีเหตุผลที่จะสงสัยในตัวพวกคุณว่ากำลังร่วมมือบ่อนทำลายความร่วมมือระหว่างกองทัพกับฉู่ซื่อกรุ๊ป และคุกคามความมั่นคงของชาติ”กล่าวเสร็จเซียวเสวี่ยอิ๋งเอาเอกสารตบโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเมื่อเห็นคำว่าลับที่สุดบนซองเอกสารที่มีตราประทับสีแดงของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทหารรักษาการณ์เมืองเจียงจงแล้ว ไม่เพียงแค่ฉีเฮ่อเซวียนคนเดียวที่ตะลึงสุดขีด แม้แต่หลิวจื้อซินก็อ่อนแรงฟุบลงไปกองที่พื้นเขาถูกใส่ความถ้ารู้ว่าฉู่ซื่อกรุ๊ปยังมีความสัมพันธ์ในการร่วมงานกับทางกองทัพ ให้ความกล้าเขามาใช้มากแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าทำถึงขนาดนี้หรอก“ท่าน...ท่านผู้นำ พวกเรา…พวกเราถูกใส่”ฟางเหว่ยและผู้ถือหุ้นทั้งหมดต่างตกใจจนคุกเข่าวิงวอนบนพื้นการข