“แล้วองค์ชายแปดจะทำอย่างไรเล่าเจ้าคะ อาจารย์ หากไม่ช่วยเขา มีหวังอวัยวะภายในได้บอบช้ำและ…และ..อาจารย์ข้าขอร้องท่าน ได้โปรดช่วยองค์ชายด้วยเจ้าค่ะ”ไป๋ซินเหยาร้องไห้พร้อมกับคุกเข่าให้ฮ่าวหลานจนพวกเขาตกใจกับการกระทำนี้พวกเขาจึงรีบไปดึงนางขึ้นมา แต่นางไม่ยอมลุกจนกว่าเขาจะรับปาก“อาเหยา เจ้าคุกเข่าทำไมลุกขึ้นเร็วๆ เข้า”“ไม่ อาจารย์ต้องรับปากข้าก่อนว่าจะไปดูอาการขององค์ชายแปด มิเช่นนั้น..ข้า..”“เจ้าอย่าไปแกล้งนางอย่างนั้นเลย อาเหยา รีบลุกขึ้นมาก่อน ฮ่าวหลานแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น”“ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ อาจารย์ลี่คุณเจ้าคะ พระอาการขององค์ชายหนักมากนะเจ้าคะ”“พวกข้ารู้แล้ว เอาล่ะ เจ้ารีบลุกขึ้นมาแล้วฟังข้าอธิบาย หากนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น เจ้าคงช่วยเขาไม่ทันแล้วล่ะ”“เจ้าค่ะๆ”ไป๋ซินเหยารีบลุกขึ้นและตามฮ่าวหลานไปที่โต๊ะยาที่ก่อนหน้านี้พวกเขาวุ่นวายกันอยู่ ฮ่าวหลานหยิบยามาสามขวดและวางตรงหน้านาง ขวดสีขาวที่มีขนาดเล็กและสูงมีจุกผ้าสีแดงปิดอยู่อีกขวดเป็นกระปุกอวบๆ สีน้ำตาลที่ค่อนข้างใหญ่ที่มีจุกไม้ปิดไว้แน่นหนา ขวดสุดท้ายเป็นกระปุกเล็กๆ รูปสี่เหลี่ยม ฮ่าวหลานวางและอธิบายให้ซินเหยาฟัง“เจ
เขาเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตานางออกและดึงนางเข้ามากอด“เหยาเหยา เจ้ามิใช่ตัวถ่วงข้า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่าจะในนามองค์...ชาย หรือลู่จื่อหยาง ข้าไม่เคยต้องนึกห่วงผู้ใดมาก่อน เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้ารู้สึกว่าตัวเองก็มีหัวใจ”“ท่านจะไม่บาดเจ็บขนาดนี้ หากว่าไม่ต้องปกป้องข้า”“ข้าไม่นึกเสียใจเลยสักนิด ข้าเคยเจ็บหนักกว่านี้”เขาเริ่มนึกถึงเรื่องราวตอนเด็กที่ต้องหลบซ่อนตัวจากการลอบทำร้ายหลายครั้งในฐานะองค์ไท่จื่อที่ทั้งอายุเยาว์และเสด็จแม่พึ่งสิ้นพระชนม์พอโตขึ้นก็ถูกพระสนมเลี้ยงดู รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้หาอาจารย์ทุกสาขาวิชามาสอนเขาเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งองค์ไท่จื่อทั้งการบริหารงาน วรยุทธ เพลงดาบ อักษร และกลยุทธ์การศึก รวมไปถึงการนำสตรีมาเพื่อให้เขาเสพสมด้วยในฐานะที่จะต้องเป็นองค์รัชทายาทเพื่อสืบทอดอำนาจจากพระบิดาเขาในตอนนั้นเมื่อถูกจัดการทุกอย่างราวหุ่นเชิด จึงเริ่มจะไร้ความรู้สึกไปเรื่อยๆ ขอเพียงอยากได้สิ่งไหน เขาก็จะใช้อำนาจและกำลังต่อสู้เพื่อแย่งมาจนกระทั่งพิษของไอร้อนในตัวกำเริบ ซึ่งเป็นพิษที่เขาและท่านแม่ได้รับพร้อมกัน เสด็จพ่อจึงได้ปรึกษาหลิวอ๋องว่าบนเขาเซียนซีมีอาจารย์ลี่คุณที่จะช่วยเ
หัวใจของไป๋ซินเหยาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง แม้ว่าจะผ่านเรื่องนี้กับเขามาหลายครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกไม่ชินกับการจู่โจมด้วยคำพูดตรงๆ ตามแบบของลู่จื่อหยาง เขาไม่ได้รีรอคำตอบ ที่ขอก็เพียงพูดให้รู้ว่าจะทำสิ่งใดเท่านั้น มือหนาจับที่ศีรษะของซินเหยาไม่ให้หนีไปไหนและบรรจงจูบอย่างดูดดื่ม แม้ว่าจะทำอย่างอื่นไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงความรักของคนทั้งคู่เพียงแค่จูบก็รู้สึกมีความสุขก่อนที่ทั้งสองจะนอนหลับไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน…..ลานประลองรอบชิงชนะเลิศวันนี้มีฮ่าวหลานมาร่วมชมการประลองด้วยเป็นครั้งแรก ทำให้สนามการประลองและดูคึกคักกว่าเดิม เนื่องจากศิษย์หญิงของทุกสำนัก ต่างจับจ้องมาที่อาจารย์หนุ่มรูปงามของเพ่ยเฉิงด้วยความสนใจ“ดูเหมือนว่าวันนี้ท่านจะถูกเบนความสนใจไปนะ องค์ชายแปด”“ดีแล้ว ข้าก็มิได้นึกพึงใจที่มีผู้อื่นมาคอยจับจ้องที่ข้าหรอกนะ เจ้าแอบไม่พอใจหรือไม่ที่มีสตรีอื่นสนใจอาจารย์ของเจ้าน่ะ”“ไม่หรอกเจ้าค่ะ ดีเสียอีก กว่าอาจารย์จะยอมลงเขามาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาจะได้รู้ว่าข้างล่างนี่น่าสนใจเพียงใด”“เจ้ากำลังจะหาคู่ให้อาจารย์อยู่งั้นหรือ”“เปล่าเสียหน่อยเจ้าค่ะ นั่นมันเรื่องส่วนตัว
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพวกเขาจบจากงานเลี้ยงอำลาที่สนุกสนาน ก็ถึงเวลาที่ต้องส่งทั้งห้าสำนักกลับ บางคนก็กอดคอกันร้องไห้ บางคนก็ร่ำลากันด้วยดี ถงถงและสิงอี้หานก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน“ข้าจะแวะไปเยี่ยมเจ้านะ”“เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”“เจ้าก็เช่นกัน ถงถง สัญญากับข้า เจ้ารอข้านะ แคว้นจ้าวกับเมืองเยี่ยนไม่ได้ไกลกันมาก”“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านไปได้แล้ว อาจารย์ท่านรออยู่นะเจ้าคะ”เขายื่นปิ่นปักผมอันใหม่ให้นางเป็นปิ่นไม้แกะสลัก ถงถงมองหน้าเขาอย่างงงๆ“ปิ่นไม้กฤษณา ข้าทำเองกับมือ ทำตอนอยู่ที่นี่ ของหมั้น ข้าจองเจ้าเอาไว้ก่อนเก็บไว้ให้ดีรอข้านะถงถง”“ท่าน…พี่อี้หาน..ข้าจะรอท่านเจ้าค่ะ”“ซินเหยา พี่จินเย่ พวกเจ้าทั้งสามคนด้วย ระหว่างที่อยู่ที่นี่ข้าสนุกมาก หากไม่มีพวกท่าน ชีวิตที่มาเพื่อประลองคงน่าเบื่อสุดๆ วันหน้าหากมีโอกาสคงได้พบกันอีก ขอลา”“พี่อี้หาน ถงถง อย่าลืมคิดถึงพวกเราด้วยนะ เดินทางปลอดภัยนะ”“พี่ซินเหยา ทั้งน้ำใจและมิตรภาพของท่าน ข้าจะไม่มีวันลืมเลยเจ้าค่ะ ข้าคงคิดถึงท่านมากๆ เลย”“เด็กโง่ อย่าร้องไห้สิเดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน เอาไว้เจ้ามาเมืองเจียงหยางก็แวะไปหาข้าที
“ข้าเพียงแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเจ้าค่ะ อาจารย์มีธุระอะไรจะใช้ข้าหรือเจ้าคะ”“อาเหยา เจ้ากำลังคิดมากเรื่ององค์ชายแปดงั้นหรือ”“ข้าเพียงแค่นึกสงสัยเท่านั้นเจ้าค่ะ เขาไปโดยไม่ได้บอกลาข้า ปกติแล้วเขาจะไปจะมาก็ไม่ได้บอกอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างกับครั้งอื่นๆ เพราะเขากลับไปเมืองหลวง ซึ่งไม่รู้ว่า….”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาเองก็อยากจะมาบอกลาเจ้าเช่นกัน แต่เขาไม่อยากจะขัดจังหวะงานเลี้ยงอำลาของพวกเจ้า และภารกิจนี้ก็เร่งด่วนมากจริงๆ แม้แต่อาจารย์ลี่คุณ เขาเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ร่ำลาเลย อย่าตำหนิองค์ชายเลยนะ วันที่เขากลับมา เจ้าก็อย่าได้โกรธเขามาก”“ท่านรู้อะไรที่ข้าไม่รู้หรือเจ้าคะอาจารย์ เหตุใดท่านเอาแต่พูดเข้าข้างเขา เหตุใดต้องกลัวว่าข้าจะโกรธเขาด้วย”“เรื่องบางเรื่อง ข้าก็ไม่สมควรจะเป็นผู้บอกเจ้า รอองค์ชายมาบอกกับเจ้าเองจะดีกว่า”“ข้าอาจจะไม่อยากรอเขาก็ได้เจ้าค่ะ หากกลับลงเขาไปครั้งนี้แล้วเขายังไม่ส่งข่าวคราว ข้าอาจจะ…”“อาเหยา คิดดีๆ ก่อนค่อยพูด เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มิใช่เด็กๆ เจ้ารู้จักกับองค์ชาย แม้ว่าจะไม่นาน แต่สิ่งที่เขาทำเพื่อเจ้าและความรู้สึกของเขา เจ้าว่ามันคือเรื่องโกหกงั้นหรือ
“นั่นเป็นเรื่องบังเอิญ เขารับเจ้าทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเจ้าคือผู้ใด จนเขามาทราบจากอาจารย์ลี่คุณนั่นแหละ เขาถึงรับเจ้าเพื่อเป็นศิษย์ และสอนวิชาที่เขาฝึกทั้งหมดให้เจ้า แม้แต่วิชาลับสุดยอดอย่างเรียกต่อโลกันตร์ก็สอนเจ้า”“ข้าอยู่กับเขาตั้งหลายเดือน แต่เขาไม่เคยปริปากบอกข้าว่าข้าเป็นหลานในไส้ของเขา แล้วงานประลองครั้งนี้เขาก็ช่วยข้ากับจื่อหยางเอาไว้ เขามีโอกาสตั้งมากมายที่จะบอกกับข้าแต่กลับไม่พูดอะไรเลย ท่านแม่ท่านคิดว่าเขายังโกรธท่านอยู่หรือไม่เจ้าคะ”“แม่ว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง การที่ครั้งนี้เขายอมกลับมาที่จวนอ๋องพร้อมกับเจ้า นั่นแสดงว่าเรื่องในอดีตในหัวใจเขาคงคลี่คลายไปแล้ว”“แล้วข้าควรจะทำตัวเช่นไรดี แล้วนี่ข้าจะต้องเรียกเขาว่าอย่างไรเล่าเจ้าคะ เรียกอาจารย์เช่นเดิม หรือว่าให้เรียกว่าท่านอา ท่านแม่ เหตุใดพวกท่านทำเรื่องยุ่งยากให้ข้าอีกแล้ว”“ลูกแม่ จะเรียกอาจารย์ก็ดี เรียกท่านอาก็ได้ เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก เจ้าสะดวกเรียกเช่นไรก็เรียกเถิดนะ ท่านอาเขาไม่ถือสาเจ้าหรอก”“เรื่องในใต้หล้านี้ช่างน่าปวดหัวเสียจริงๆ อยากออกบวชศึกษาพระธรรมเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป”“ดูเจ้าสิ ขึ้นเขาไปไม่กี่วัน คิดจะ
“เพียงแค่เรื่องท่านหญิงเป่า ถึงกับทำให้องค์ชายสองพระองค์ต้องรีบกลับเมืองหลวง หึ ดูท่าท่านหญิงผู้นี้คงมีความสำคัญกับพวกเขามากนะเจ้าคะ”“เจ้ากำลังเข้าใจพวกองค์ชายผิด ที่จริงท่านหญิงเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่เบื้องหลังของนางต่างหากที่น่าเป็นห่วง”“ท่านพ่อหมายถึง ฮองเฮา”“ใช่ ฮองเฮาใช้โอกาสนี้เรียกองค์ไท่จื่อและองค์ชายแปดกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อจัดการปัญหานี้ แต่ฝ่าบาทเองไม่เห็นด้วยเนื่องด้วยทางนี้การค้ากำลังไปได้ด้วยดี องค์ไท่จื่อเองก็เริ่มคุ้นเคยกับที่นี่แล้วแต่ว่าฝ่าบาทเองมีวิธีการจัดการตามแบบของพระองค์ จึงต้องรีบให้ทั้งคู่กลับไปก่อน”“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเจ้าคะ ท่านพ่อจะบอกอะไรข้างั้นหรือเจ้าคะ”“พ่อเพียงจะบอกเจ้าว่า ให้เจ้าหนักแน่นเข้าไว้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น องค์ชายแปดไม่มีทางทอดทิ้งเจ้า เขามอบสิ่งนี้ให้พ่อเพื่อมอบให้เจ้า”หลิวอ๋องยื่นหยกประจำตำแหน่งขององค์ชายแปดให้กับซินเหยาเพื่อเป็นสิ่งยืนยันคำพูดขององค์ชายแปดก่อนเขาจะลากลับไปเมืองหลวง“พระองค์บอกว่าก่อนลงเขารีบจากมาโดยมิได้บอกลาเจ้าและพอกลับมาถึงก็ต้องรีบเดินทางไปเมืองหลวงทันที พระองค์เลยฝากหยกประจำตัวนี้เอาไว้ให้เจ
“อันนี้สวยดี เอาอันนี้สิ ของเจ้าเลือกได้หรือยัง ข้าซื้อให้”“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอา ท่านใจดีที่สุดเลย”“ก็เงินพ่อเจ้าทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจ”เมื่อพวกเขาจ่ายเงินแล้ว ชาวบ้านรอบๆ ตัวต่างเริ่มกรูกันเข้ามาเพื่อจะเบียดพวกเขาออกไปดูนอกถนนพร้อมกับส่งเสียงตะโกนจนซินเหยาเกือบจะล้ม ฮ่าวหลานจับนางเอาไว้ได้“พวกเขารีบไปไหนกันเจ้าคะ ข้าเกือบจะล้มอยู่แล้ว”“เร็วๆ เข้าองค์หญิงแคว้นเหวยหน่วนมาถึงแล้ว เข้าประตูเมืองมาแล้ว กระโจมนางงามมากเลย”“ดูเหมือนว่าจะมีแขกบ้านแขกเมืองมานะ เห็นพ่อเจ้าบอกว่าเมื่อเดือนก่อนฮ่องเต้ได้รับพระสนมต่างแคว้นเข้าวังมา เป็นที่ถกเถียงกันในวังหลังไม่น้อยเลย เพราะพระสนมใหม่งดงามยิ่งนัก”“ท่านอา ข้าอยากเห็นขบวนที่ว่าเจ้าค่ะ ข้ายังไม่เคยเห็นขบวนของแคว้นอื่นๆ มาก่อนเลย”“ไปสิ ระวังด้วย คนมากเดี๋ยวจะหลงเอา มานี่ เดินตรงนี้ บนนี้เห็นชัดกว่า”ฮ่าวหลานพาหลานสาวของเขาเดินขึ้นบันไดหน้าร้านเครื่องเขียนที่ปิดประตูเอาไว้ข้างหนึ่งเลยทำให้มีที่ว่างพวกเขาจึงยืนดูและมองเห็นขบวนอย่างชัดเจนขึ้น“นั่นไง มาแล้วเจ้าค่ะ กระโจมสีขาว สวยจังเลยเจ้าค่ะ”“อืม งดงามจริงๆ ด้วย”ฮ่าวหลานเพียงแค่กอดอกและยืนมองตา
จื่อหยางรีบลุกขึ้นจากตักของซินเหยาที่เขากำลังนอนหนุนอย่างสบาย และหันมากอดนางแทน“ข้าก็ไม่ได้อยากโกหกเจ้านะ เพียงแต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้ข้าบอกเจ้าไม่ได้ หากบอกเจ้าไป เรื่องบางเรื่องอาจจะไม่เป็นเช่นนี้ ไหนเจ้าบอกว่าไม่โกรธข้าแล้วอย่างไรเล่า”“ข้าก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เป็นท่านที่ร้อนตัวออกมาเอง”“ก็ได้ๆ ข้าผิดเองๆ ทุกเรื่องเลย ข้าผิดแต่เพียงผู้เดียว”“แล้วหลังจากนั้นเล่าเพคะ”“จากนั้น เซว่านชิงก็เอาขวดยานั่นมาให้ข้ากับเสด็จพี่ตรวจดู พบว่ามันเป็นยาพิษ พวกเราเลยสลับขวดใหม่และซ้อนแผนนาง ทำให้เซว่านชิงทำเหมือนทำตามแผนของนาง ข้ารู้ว่านางกำนัลนั่นเป็นคนของหยุนเซียน นางต้องฟ้องแน่ และก็อย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละ”“มีเพียงข้าคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องแผนการนี้”“นั่นเพราะพวกเราไม่มีเวลาบอกกับเจ้า เซว่านชิงเองก็บอกเจ้าไม่ได้เพราะนางกำนัลสองคนนั้นจับตาดูพวกเจ้าอยู่ นางจึงทำได้เพียงทำตามแผนเท่านั้น”“ท่านไม่เชื่อว่าข้าจะเป็นคนทำตั้งแต่แรก”“ข้าไม่มีทางเชื่ออยู่แล้ว เจ้าไม่ใช่คนแบบนั้น และคงไม่โง่ขนาดที่จะวางยาพิษอย่างโจ่งแจ้งแบบนั้น ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องมีคนใส่ร้ายเจ้าแน่ ๆ”“ขอเพียงพระองค์เชื่อ หม่อม
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะปฏิเสธข้า ไม่ยอมรับข้า เจ้าเป็นคนรักอิสระดั่งนกที่โบยบินอยู่บนท้องนภาที่ยิ่งใหญ่ แต่ตัวข้าคือพญาอินทรีที่ต้องคอยเฝ้ามองสรรพสิ่ง คอยจัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องและกำจัดเหยื่อที่มารุกราน ข้ากลัวว่าหากเจ้าไม่รักข้าก่อน ข้าจะไม่สามารถกุมหัวใจเจ้าได้ เจ้าจะโบยบินจากข้าไป นั่นคงทำให้ข้าไม่มีแรงที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป”“แต่อย่างไรพระองค์ก็ต้องเลือก และสิ่งที่เลือกก็ช่างยิ่งใหญ่ แม้จะไม่มีหม่อมฉัน พระองค์ก็ยืนหยัดเพื่อราษฎรได้นะเพคะ”“เมื่อก่อนได้ แต่ตอนนี้ข้าไม่แน่ใจ เหยาเหยา เจ้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตข้า ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ที่หัวใจข้าถูกเจ้าขโมยมันไปจนหมดสิ้น ข้าไม่เป็นตัวของตัวเอง ข้าผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด กลับกลัวว่าเจ้าจะไม่พอใจ อารมณ์เจ้าขึ้นๆ ลงๆ ก็ทำให้ข้ากลัวจนทำอะไรน่าอับอายมากมาย ข้ามักจะทำตัวไม่ถูกเวลาที่อยู่ต่อหน้าเจ้า นึกๆ ไปแล้ว พอเป็นเรื่องของเจ้า ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นเพียงแค่ลูกนกหัดบินเท่านั้น และไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่ ที่ขาดเจ้าไม่ได้ รู้แต่ว่าตอนนี้ อีกครึ่งชีวิตที่เหลือของข้า อยากจะอยู่กับเจ้าตลอดไป”“พระองค์พูดเช่นนี้ ต้องการให้หม่อมฉันยกโทษให้งั
ไป๋ซินเหยาหันมามองหน้าเว่ยจื่อหยางด้วยความตกใจเช่นกัน เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อน ฐานะที่แท้จริงของเขาพึ่งมาเปิดเผยวันนี้ นางหันไปมองที่ท่านอา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะรู้ก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว“ที่แท้พระองค์เฝ้าระวังมาโดยตลอด พระองค์ระแวงกระหม่อมมาโดยตลอด หึ นี่คือสิ่งตอบแทนข้ารับรับใช้ที่ซื่อสัตย์”“ซื่อสัตย์ ท่านยังกล้าพูดว่าท่านซื่อสัตย์เช่นนั้นหรือ ท่านอาศัยเอาความบาดหมางของพระชายารองหลิวอ๋อง ยุยงให้แม่ทัพหลิงร่วมมือกับท่านเพื่อจะก่อกบฏแบ่งแยกดินแดน ยังดีที่เสด็จพี่ข้าเชี่ยวชาญการทูต สามารถเกลี้ยกล่อมให้แม่ทัพหลิงล้มเลิกความคิดนี้ได้ คิดว่าท่านจะหยุด แต่ไม่เลย ท่านกลับหาเรื่องใช้บุตรสาวคิดแผนการร้าย จะป้ายสีให้พระสนมกับองค์หญิงแคว้นเหวยหน่วนมีความผิดเพื่อยุยงให้แคว้นเหวยหน่วนก่อสงครามและท่านก็จะเป็นนกขมิ้นที่ตามเก็บผลประโยชน์ในภายหลัง ท่านยังกล้าพูดว่าท่านเป็นขุนนางซื่อสัตย์ ท่านไม่อายปากบ้างหรือ”“ฮ่าๆๆ องค์ชาย ไม่ ไม่สิ องค์ไท่จื่อ แม้แต่เรื่องนี้ท่านก็สืบรู้จนหมด นับถือจริงๆ ที่แท้ พวกท่านเดินทางไปเจียงหยางเพราะเรื่องแม่ทัพหลิงนี่เอง ถึงว่า เขาไม่คิดจะติดต่อข้ามาอีกเลย ข้าคิดว่าทอ
ฝ่าบาทเป็นผู้สั่งการเองโดยไม่รอให้เสนาบดีเป่าร้องขอชีวิตบุตรสาว เขาเองก็คงไม่ได้อยากทำเช่นนั้น การเก็บบุตรสาวที่ทำให้ชื่อเสียงของสกุลเป่าเสื่อมเสียเอาไว้เป็นเรื่องที่ไม่มีอยู่ในความคิดของเขา ตัดเนื้อร้ายออก อย่างไรก็ยังดีกว่าที่เสียหายทั้งตระกูล“หมอหลวง อาการฮองเฮาเป็นเช่นไรบ้าง”“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาปลอดภัยดี ชีพจรเต้นคงที่ ราวกับว่าพระองค์กำลังพักผ่อนอยู่ ทางที่ดีปล่อยให้พระองค์นอนพักผ่อนอย่าให้ผู้ใดไปรบกวนจะเป็นการดีพ่ะย่ะค่ะ”“เรื่องนี้ก็ฝากให้พวกท่านจัดการก็แล้วกัน”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”หมอหลวงออกไปแล้ว พระสนมโม่เฟยเองก็ถูกสั่งให้ไปพักพร้อมกับองค์หญิงเซว่านชิง ตอนนี้เหลือเพียงฝ่าบาท องค์ชายทั้งสอง เสนาบดีเป่า ไป๋ซินเหยาและหลิวอ๋องที่อยู่ในกระโจม“ไป๋ซินเหยา เรื่องนี้ต้องขอโทษเจ้าที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม”“ฝ่าบาทอย่าได้ทรงกังวลเพคะ เพียงเรื่องคลี่คลายได้หม่อมฉันก็ไม่ติดใจเอาความแล้วเพคะ”“ฝ่าบาท บุตรีกระหม่อมอายุยังน้อย ที่ทำไปก็เพราะอารมณ์ชั่ววูบ หวังว่าฝ่าบาทจะไม่ลงโทษนางมากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”“หึ เสนาบดีเป่า ท่านบอกว่านางอายุน้อย ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ที่นางจะเอาชีวิตคือฮ
“เป่าหยุนเซียน แล้วที่เจ้าโวยวายว่าฮองเฮาถูกวางยาพิษและกล่าวโทษผู้อื่นนี่มันอย่างไรกัน ข้าต้องการคำอธิบาย”ฝ่าบาทหันมาถามเอาความกับหยุนเซียนที่นั่งคุกเข่าสั่นอยู่กับพื้น“ฝ่าบาท คิดว่านางคงตกใจเพราะนางนั่งอยู่กับฮองเฮาและคงตกใจเมื่อเห็นว่าฮองเฮาล้มลง จึงคิดว่านางถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ”เป่าอี้หยวนเป็นผู้แก้ต่างให้บุตรสาวเพื่อให้นางได้พ้นข้อกล่าวหาโง่ๆ นี้ หากไม่ใช่นางที่โวยวายทำแตกตื่น เรื่องนี้คงมิได้ลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้“งั้นหรือ แล้วเหตุใดนางถึงได้กล่าวโทษไป๋ซินเหยากับองค์หญิงทันทีที่คิดว่าฮองเฮาโดนยาพิษเล่าท่านเสนาบดี”“เรื่องนี้ข้าคิดว่าข้าอธิบายได้เพคะ”เซว่านชิงเดินก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเป่าหยุนเซียนที่นั่งส่ายหน้าร้องขอความเห็นใจจากเซว่านชิงอยู่ แต่ตอนนี้นางเห็นธาตุแท้ของเป่าหยุนเซียนแล้ว เมื่อหลอกใช้นางแล้วยังจะโยนความผิดให้นางและเสด็จอาที่เป็นพระสนมรับเคราะห์ไปด้วยเพื่อให้ตนเองได้พ้นผิด“องค์หญิง เจ้าหมายความว่าเช่นไร”“ทูลฝ่าบาท ก่อนหน้านั้นเป็นท่านหญิงผู้นี้ที่เข้ามาทำตัวสนิทสนมกับหม่อมฉันและพระสนมเพื่อยุให้หม่อมฉันทำร้ายแม่นางไป๋เพคะ รวมถึงเหตุการณ์วันนี้...”“องค์หญิง ท่
เป่าหยุนเซียนเมื่อถูกถามเช่นนี้ก็เริ่มโวยวายและลนลานจนต้องตะโกนใส่เขา“ก็ข้าอยู่ใกล้พระองค์ที่สุด เห็นทุกเหตุการณ์ ฮองเฮามิได้เสวยสิ่งใดนอกจากชาที่ไป๋ซินเหยานำมาถวาย มีพยานรู้เห็นมากมาย องค์ชายแปด หากพระองค์ต้องการปกป้องนางข้าก็ไม่ว่า แต่อย่าหลับหูหลับตาเชื่อว่านางไม่มีความผิดเช่นนี้ มันดูไม่ยุติธรรมเลยเพคะ”“องค์ชายแปด เรื่องนี้เพียงแค่เรานำชาที่นางชงให้ฮองเฮาเสวยมาตรวจสอบดูก็จะรู้ พระองค์กล้าหรือไม่”“ท่านเสนาบดี ดูท่านเองก็จะมั่นใจมากเหลือเกินว่าในชานั้นมีสิ่งผิดปกติสินะ”“หมอหลวง ไปนำชาที่เหลือมาตรวจสอบ เราต้องการรู้ผลตอนนี้เลย”ฝ่าบาทเป็นผู้ออกคำสั่ง เว่ยจื่อหยางสบตากับเสนาบดีเป่าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด หมอหลวงนำเอาใบชาที่เหลือมานั่งตรวจสอบดูและรีบทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบ“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมตรวจสอบใบชาที่พระชายาหลิวอ๋องเอามาเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ว่าอย่างไร มีอะไรผิดปกติหรือไม่ รีบพูดมา!!”ฝ่าบาทเองก็อยากจะทราบความเป็นจริง พระองค์ไม่คิดว่าครอบครัวของหลิวอ๋องแม้ว่าจะมีเรื่องบาดหมางกับฮองเฮาเพียงใดก็คงมิกล้าจะลอบวางยาพิษอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้เป็นแน่“กราบทูลฝ่าบาท ชานี้…. ไม่มีส
นางกำนัลทยอยยกน้ำชาและของว่างมาวางให้พวกท่านหญิงที่นั่งอยู่ด้านใน ซึ่งแยกออกมาจากกระโจมของบุรุษ เพื่อเป็นการพบปะของบรรดาพระสนมและพระชายาของขุนนางที่ได้เข้าร่วมงานในวันนี้“ฮองเฮาเพคะ เห็นว่าวันนี้ชาที่นำมาเป็นชาของพระชายาหลิวอ๋องที่นำมาจากเจียงหยางเชียวนะเพคะ พระองค์ลองเสวยดูเพคะ”“เช่นนั้นหรือ พระชายาช่างใส่ใจเสียจริง”“ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา หม่อมฉันเพียงเห็นว่าชาที่นั่นรสชาติดี จึงอยากนำมาถวายในโอกาสสำคัญนี้เพคะ”“ยอดเยี่ยม หากข้ามิได้ลองคงน่าเสียดายแย่ ยกมาสิ”ไป๋ซินเหยาเป็นผู้ชงชานั้นในกระโจมตามหลักวิธีการชงชาโบราณที่มารดานางได้สอนมา ท่วงท่าที่นางเริ่มทำตั้งแต่คั่วใบชาและชงออกมาช่างงดงาม เหล่าบรรดาพระสนมและฮูหยินของเหล่าขุนนางล้วนแต่ชื่นชมนาง ไม่เว้นแม่แต่ฮองเฮาและพระสนมโม่เฟย เมื่อนางเริ่มชงชา กลิ่นชานั้นก็หอมอบอวลในกระโจมทำให้ผู้ที่นั่งอยู่รู้สึกผ่อนคลายแม้ยังมิได้ลิ้มลองเมื่อชาถูกรินสู่กา ไป๋ซินเหยาจึงให้นางกำนัลยกไปถวายให้ฮองเฮาที่นั่งรออยู่เป็นผู้ชิมเป็นคนแรก“ฮองเฮาเพคะ ลองเสวยสิเพคะ”“ท่านหญิงเป่า เหตุใดเจ้าดูตื่นเต้นกว่าข้าเสียอีก เจ้าจะลองดื่มกับข้าหรือไม่”“ไม่ๆๆๆ เพคะ ห
“เปล่านะ ข้าบาดเจ็บจริงๆ แต่ไม่ได้เจ็บมาก ยาที่เจ้าต้มมาได้ผลดีมากต่างหาก”“เอามือของท่านออกไปเลย มิเช่นนั้นข้าจะกลับห้อง”เขากระชับกอดนางพร้อมกับใช้ขาเกี่ยวรัดนางเอาไว้ไม่ให้นางขยับหนี กว่าเขาจะทำให้นางยอมคืนดีด้วยและยอมอยู่กับเขาจนถึงตอนนี้ช่างเป็นเรื่องที่เหนื่อยยิ่งกว่าคุมทหารทั้งกองทัพเสียอีก“เหยาเหยา เรามาต่อเรื่องของเราจากบนรถม้านั่นดีหรือไม่”“ท่านบอกว่าจะไม่รังแกข้า ตอนนี้ท่านน่าจะง่วงแล้วมิใช่หรือ”ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ไหนท่านหมอบอกว่ายานี้กินแล้วจะทำให้ง่วงเพลียและหลับทันทีอย่างไรเล่า แต่ดูท่าทางมือที่เลื้อยลุกลามไปทั่วเช่นนี้ มันไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บหนักเลยสักนิด“จื่อหยางท่านจะหยุดหรือไม่หยุ….”“อืมมม หวานจัง..”ซินเหยาหลงกลหันมาเขาจับนางได้ก็ประกบปากอิ่มนั้นทันทีพร้อมกับไม่รั้งรอที่จะล้วงชิมความหวานในปากนั้นอย่างกระหายซินเหยาเองตอนนี้ก็เริ่มปล่อยอารมณ์ไปตามเขา นางรู้ดีว่ายิ่งห้ามก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้เขาหาเรื่องนางได้มากขึ้นเท่านั้น นางเริ่มจูบเขาตอบจนนางรู้สึกว่าสัมผัสนั้นเริ่มอ่อนลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง….“จื่อหยาง องค์ชาย…เฮ้อ ออกฤทธิ์เสียที”นางห่มผ
องค์ชายแปดเดินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดีสำหรับเขา เมื่อเขานั่งอยู่ที่เตียง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นสาวใช้สองคนที่ยกอาหารมาให้เขา“ทูลองค์ชาย ท่านอ๋องให้ยกข้าวต้มมาให้พระองค์ หลังจากนั้นจะยกยามาให้เพคะ”“ขอบใจพวกเจ้ามาก”เขาเดินไปที่โต๊ะอาหารตอนนี้มือขวาที่ถนัดถูกพันผ้าเอาไว้จึงทำให้ยกช้อนลำบาก เมื่อต้องตักข้าวกินเอง ยังไม่ทันที่เขาจะตักข้าว เสียงประตูก็เปิดอีกครั้ง ไป๋ซินเหยายกยามาให้เขา นางเห็นว่าเขากำลังพยายามตักข้าว นางจึงนำถ้วยยาวางลงและนั่งข้างๆ เขา ดึงช้อนที่มือเขามาอย่างแรง เขาจึงร้องเจ็บแต่นางก็ยังไม่ยอมคุยกับเขาสักคำ“เหยาเหยา ข้าขอโทษที่ไม่บอกเจ้าเรื่องโจรป่า”นางป้อนข้าวเขา แต่ก็ยังไม่พูดอะไรออกมา ทำเพียงป้อนข้าวเขาต่อไปเรื่อย ๆ“เอ่อ…ที่ให้ท่านอากับเซียวจุนไปช่วยข้าเพราะข้ามีเหตุผล เหยาเหยา คุยกับข้าหน่อยสิ”ข้าวต้มถูกป้อนจนเกือบหมดจนเขายกมือพอแล้ว นางจึงเทน้ำให้เขา เมื่อเขาดื่มจนหมด นางจึงหยิบถ้วยยาส่งให้เขา องค์ชายแปดจึงดื่มรวดเดียวหมดโดยไม่ปริปากบ่นสักคำด้วยความเกรงกลัวว่าคนตรงหน้าจะเริ่มดุเขา“ข้ากินหมดแล้ว”ไป๋ซินเหยายกชามข้าวและยาใส่ถาดเตรียมจ