“หรือบางที พวกเราสืบมาถูกทางตั้งแต่แรก” ตงฟางเจวี๋ยกล่าว “เพียงแต่ถูกคนทำให้สับสนเท่านั้น”ตงฟางหลีสีหน้าเคร่งขรึมพิษผีเสื้อไร้กลิ่น สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือของพี่ใหญ่ หากไม่เกี่ยวข้องกับน้องสิบ ก็อาจจะพอยอมรับได้หากน้องสิบเกือบประสบกับอันตรายในวันมงคลนั่นเป็นฝีมือขององค์ชายหกทว่าน้องสิบถูกทำร
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตัดบท “กระเพราะเป็นทะเลแห่งสารอาหาร รองรับอาหารและน้ำเพื่อย่อยอาหาร เป็นท่อลำเลียงหลัก หากชี่ในกระเพราะอาหารไม่เพียงพอ ก็มิอาจดูดรับอาหารได้ ลำไส้เล็กสร้างสารน้ำขึ้นมา ส่วนลำไส้ใหญ่จะดูดของเหลวส่วนเกินออก ลำไส้และกระเพาะของท่านล้วนไม่ดี ดูดซึมได้แย่ นานวันเข้า ร่างกายจึงเสื่อมถอยอย่าง
ตงฟางเจวี๋ยให้คนนำยาเม็ดมาฉินเหยี่ยนเย่ว์ลองดมดูแล้วก็เบาใจเดิมทีนางคิดว่ามีคนวางแผนร้ายในยา ด้วยการผสมยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าลงไป เมื่อตรวจสอบยาอย่างละเอียดแล้ว ถึงได้รู้ว่าเป็นนางคิดมากไป ยาเม็ดที่ตงฟางเจวี๋ยใช้ทำขึ้นจากหญ้าหลงต่าน หวงฉิน เหยียนเชอเฉียนจื่อและสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ความสอดคล้องกันของสมุ
“เจ้ามีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าข้าเป็นคนผิดหรือไม่? ยาของข้ามีส่วนไหนที่ไม่เหมาะสม” “ยานี้หาได้มีส่วนที่ไม่เหมาะสมไม่” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “หญ้าหลงต่านมีฤทธิ์เย็นเป็นยาระบาย ใช้เป็นตัวยาหลัก หวงฉินช่วยระบายร้อนขับพิษได้ ใช้เสริมหญ้าหลงต่าน เป็นตัวยาเสริม ทั้งยังใช้เหยียนเชอเฉียน เม็ดจือจื่อผัด มู่ทง สุ
“มีปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ร้ายแรงกว่านั้น หม่อมฉันพบว่าท่านมิทานเนื้อสัตว์ ทานแต่อาหารจำพวกมังสวิรัติ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์มิรู้ว่าหลินเฟยจิ้งกำลังคิดสิ่งใดอยู่ นางพลันหันไปมองตงฟางเจวี๋ยด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย“เสด็จพี่รองเพคะ ถึงแม้หม่อมฉันจักมิสามารถโน้มน้าวให้บุคคลที่ทานมังสวิรัติหันมาทานเนื้อสัตว
“น้องสะใภ้เข้าใจผิดไปแล้ว” ตงฟางเจวี๋ยกล่าว “การที่สตรีจักได้ร่ำเรียนการแพทย์นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่ได้รับการสืบทอดผ่านตระกูลเท่านั้น ฉะนั้นแล้วหมอหญิงจึงหาได้ยากมากนัก ทั่วทั้งราชวงศ์ตงลู่เกรงว่าจักมีมิถึงสิบคน อีกทั้ง หากเขาจักมีความคิดเช่นนั้นหาใช่เรื่องแปลกไม่”"อีกทั้ง
หอเฉินเซียงที่เต็มไปด้วยความคึกคักนั้นภายนอกของหอกลับเต็มไปด้วยหิมะมากมายแสงสว่างจากแสงเทียนหลากสี กลับสะท้อนให้เห็นหิมะสีขาวบนหลังคาเมื่อเหม่อมมองออกไปไกล ๆ นั้น ทุกอย่างพลันถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ท้องฟ้าหนาวเย็น บ้านเรือนขาวโพลน กลับส่องสว่างออกมาในยามราตรีที่มืดมิดหลังจากหิมะตกลงมาแล้วนั้น อากาศ
คนบางคนยึดติดอยู่กับชื่อเสียง ความมั่งคั่งและอำนาจ โดยหาได้ดึงสติกลับมาได้ไม่ ถึงแม้จักเป็นเขาเอง ก็ยังหลงใหลถึงแม้จะก้าวไปข้างหน้าก็ตามหากแต่นางกลับมองทุกอย่างได้ทะลุปลุโปร่ง“หากคำพูดเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไปละก็ ย่อมสามารถเป็นโทษประหารตัดหัวเจ้าได้เลยทีเดียว” เขากล่าว “อย่าริอาจเอ่ยวาจาออกมาพร่ำเพ
“นางสิสมควรตาย ไม่ใช่ข้า พวกท่านจับคนผิดแล้ว”ฉินเสวี่ยเย่ว์ไม่สามารถส่งเสียงใด ๆ ออกมาได้อีกแล้ว ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจเท่านั้นเลือดสาดกระจายเต็มพื้น ย้อมทั้งห้องกลายเป็นสีแดงฉานนางล้มจมกองโลหิต ยืดคอไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง ก่อนเสียชีวิตยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กระทั่งตายนางก็ยังไม่เข้าใจ เ
ปวดหัว!ปวดหัวหนักมาก!ปวดหัวจนจะตายอยู่แล้ว!ความเจ็บปวดที่น่าหวาดกลัวและไม่อาจควบคุมได้มาเยือนกะทันหันเช่นเดียวกับทหารเรือนพันม้าเรือนหมื่น พุ่งพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็วและดุเดือดมากจนไม่ทันได้โต้ตอบเลย“อ๊าก ทำไมกัน? หัวข้าปวดหัวเหลือเกิน”“เหตุใดถึงเป็นข้า?”“อ๊าก ปวด ปวดมากเลย”“ท่านน้า ช่วยข้าด้
“เสวี่ยเอ๋อร์ไม่จำเป็นต้องกังวลอีก เพราะเกรงว่าเจ้าอาจจะไม่มีวันได้พบกับฉินเหยี่ยนเย่ว์อีกแล้วล่ะ” หมิ่นจูกล่าว “ข้าไม่สบาย เจ้ากินอาหารให้อิ่มท้องเถอะ”ฉินเสวี่ยเย่ว์ไม่วางใจนางทุบประตูอย่างแรง “ท่านน้า ท่านน้า ท่านทำอีกครั้งเถอะ ถ้าฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่ตายอีกเจ็ดแปดครั้งข้าก็ไม่พอใจหรอกนะ”หมิ่นจูหล
หลังจากที่หมิ่นจูดื่มชาครบสามแก้วรวด ก็หยิบเหรียญทองแดงสามเหรียญออกมาจากด้านในแขนเสื้อนางเห็นสัญลักษณ์การทำนายจากเหรียญ ดวงตาหรี่ลงเดินเตร่ร่ำไห้เป็นสายโลหิต ทรายเหลืองเต็มนภา และพลังชีวิตทั้งหมดก็กลายเป็นฝุ่นในชั้นดินลึก——เป็นคำทำนายที่ไม่ดีอย่างยิ่งยวดหมิ่นจูจ้องมองสัญลักษณ์นี้อยู่นานแม้ว่าเป
“ข้าอยากให้นางตาย”“อ๊าก ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไปตายซะ”ดวงตาทั้งสองข้างของนางเป็นสีแดงโลหิต ใบหน้าดุร้าย มองบุคลิกที่มีเสน่ห์ในอดีตไม่ออกเลยสักนิดหมิ่นจูจ้องมองฉินเสวี่ยเย่ว์ที่โฉมหน้าเปลี่ยนไป พลางส่ายหัวเล็กน้อยฉินเสวี่ยเย่ว์ผู้นี้ ราวกับถูกแกะสลักจากแม่พิมพ์เดียวกันกับหมิ่นอวี้ไร้วิสัยทัศน์เช่นเดียว
เขตชานเมืองเมืองเหวินจิงในจวนหลังใหญ่อันเงียบสงบ มีลานเรือนที่ลึกมาก ๆ อยู่เมื่อข้ามทะเลสาบเทียมซึ่งมีใบบัวเหี่ยวเฉากระจายไปทั่ว รวมถึงป่าไผ่ สามารถเห็นศาลาสีแดงเล็กที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางต้นหลิวได้รำไรในศาลาเล็ก ๆฉินเสวี่ยเย่ว์ที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง และแทบจะสติฟั่นเฟือนอยู่รอมร่อคว้าตุ๊กตาที่ทำจากผ้าขา
จีอู๋เยียนท่าทีเคร่งขรึมเขายืนอยู่ตรงนั้น เหลือบตาหงส์ขึ้นเล็กน้อย ราวกับรอให้นางพูดต่อไปฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดจบแล้ว และกำลังรอคำตอบของเขา “ท่านเข้าใจใช่หรือไม่?”“หมดแล้ว?” จีอู๋เยียนถามหลังจากรอสักพัก“หมดแล้ว”“แค่นั้นหรือ?” จีอู๋เยียนมองนางราวกับมองคนโง่เขลา “ท่านคงมิได้กำลังเล่นตลกอยู่กระมัง?”เ
จีอู๋เยียนเหลือบมองลู่จิ้นที่ร้องเอะอะไม่หยุดทว่าไม่ได้สนใจเลยสักนิดเขามองฉินเหยี่ยนเย่ว์ด้วยสีหน้าเย็นชา ไอสังหารเยียบเย็น “ฉินเหยี่ยนเย่ว์ ความอดทนของข้ามีจำกัด แนะนำท่านอย่าได้ผลัดวันอีก”ลู่จิ้นถูกเมิน ทั่วทั้งใบหน้าล้วนเป็นสีทะมึน“จอมปีศาจ เจ้าหาเรื่องอยู่ใช่หรือไม่?”“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้
“เป็นไปได้หรือไม่ว่า คนที่ใช้วิธีการโหดร้ายเช่นนี้ทำร้ายเจ้าคือฉินเสวี่ยเย่ว์?” ตงฟางหลีถามคนที่เกลียดยัยหนูเข้ากระดูกไม่ได้มีมากมาย และฉินเสวี่ยเย่ว์ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้นจุดหนึ่งที่สำคัญที่สุด คือฉินเสวี่ยเย่ว์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหมิ่นจูที่ผิดแผกคนนั้นและในการสืบสวนของเขา หมิ่นจูเองก็มีควา