เป็นเพราะฉู่เชียนหลีใจอ่อน เขาถึงได้มาร่วมพิธีศพที่จวนอ๋องหลี ไม่อย่างนั้นละก็ เขาไม่มีทางเข้ามาเหยียบจวนอ๋องหลีแม้แต่ครึ่งก้าว!สิ่งที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว ถ้าหากอ๋องหลียังยั่วยุแบบนี้ เขาไม่มีทางลงมืออย่างออมมือแน่บรรดาแขก บรรดาคนใช้เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พากันวิจารณ์เสียงเบา“เหตุใดจู่ ๆ อ๋องหลีถึงอยากฆ่าอ๋องเฉิน คงจะไม่ใช่เพราะการตายของนางเว่ยเกี่ยวข้องกับอ๋องเฉินหรอกกระมัง?”“อย่าเอ็ดไป ได้ข่าวว่านางเว่ยตายอยู่ด้านนอกจวนอ๋องเฉิน แบบนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับอ๋องเฉินได้อย่างไร?”“เหตุใดอ๋องเฉินถึงต้องทำร้ายนางเว่ย เหมือนว่าระหว่างพวกเขาไม่มีความแค้นอะไรนี่?”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ แต่ว่าการตายของนางเว่ย จะต้องเกี่ยวข้องกับอ๋องเฉินแน่ อ๋องหลีถึงได้โมโหขนาดนี้...”“พูดแบบนี้ก็มีเหตุผล...”เสียงวิจารณ์เบา ๆ คำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างแพร่กระจายออกไปเฟิงเย่เสวียนหมดความอดทน โอบเอวของฉู่เชียนหลี กำลังจะเดินออกไป“อย่าไป...”เฟิงเจิ้งหลีลุกขึ้นด้วยร่างกายที่โงนเงน นิ้วที่ซีดขาวจับมีดสั้น เดินเข้าไปหาเขาอย่างโซเซ“คืน...ชีวิต...ท่านแม่ของข้ามา...”“อ๋องหลี
ในเมืองหลวง บรรดาชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องระหว่างท่านอ๋องทั้งสอง ก่อให้เกิดความคาดเดาขึ้นมากมายวันนี้แต่เช้าตรู่ ฝ่าบาทได้ทรงเรียกทั้งสองคนเข้าวัง เพื่อว่ากล่าว“เรื่องอะไรกันแน่ถึงต้องทะเลาะกันแบบนี้ ต่อหน้าของทุกคนด้วย? จะเอาเกียรติของราชวงศ์ไปไว้ที่ไหน!”ตบโต๊ะ โมโหอ๋องเฉินกับอ๋องหลีทะเลาะกัน ทำให้บรรดาชาวบ้านหัวเราะเยาะ ราชวงศ์ที่ผ่าเผย กลับกลายเป็นหัวข้อสนทนาในวงน้ำชาของชาวบ้าน จะให้เขาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?สุสานหลวงถล่ม องค์ชายยังตีกัน เรื่องยังเยอะไม่พอหรือไร?“แต่ละคน ก็อายุยี่สิบกว่าปีกันแล้ว ทะเลาะอะไรกัน! ไม่แบ่งเบาภาระเราก็ชั่งแล้ว ต้องทะเลาะกันจนกลายเป็นเช่นนี้ถึงจะพอใจใช่หรือไม่? เจ้าตายข้าอยู่? เราจะให้พวกจ้าสมปรารถนา!”ฝ่าบาทสะบัดแขนเสื้อด้วยความโมโห กวาดฎีกาที่อยู่บนโต๊ะ โยนมีดสั้นเล่มหนึ่งลงไปเคร้ง...มีดสั้นตกลงบนพื้นอย่างเย็นเยียบ บรรดาขันทีตกใจจนรีบคุกเข่าลงไปบนพื้น ก้มหน้างุด ไม่กล้าหายใจดังท่านอ๋องทั้งสองท่านอยู่เคียงบ่ากันอยู่ด้านหน้าโต๊ะทรงงาน หลุบตาลงเล็กน้อย ไม่ได้คิดที่จะเอ่ยปาก แล้วก็ไม่ได้ขยับเช่นกัน“เอาสิ ลงมือ!” ฝ่าบาทเดินไปที่ด้านหน้าของ
“เจ้า...”การอยู่กับภรรยาเป็นเรื่องสำคัญ แต่งานราชการไม่สำคัญหรือ? ยังพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจอีก เขาไม่รู้ว่าก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ขนาดนั้นอย่างนั้นหรือ?เป็นเพราะเขาให้ท้ายเขาจนเคยตัวแล้ว!ผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีอุดมคติและความทะเยอทะยานอันสูงส่ง จะวนเวียนอยู่กับผู้หญิงได้อย่างไร?ภายภาคหน้าขึ้นครองบัลลังก์ นางสนมนางกำนัลมากมาย ผู้หญิงมากถมไป เอาหัวใจไปทุ่มเทที่ผู้หญิงคนเดียว มีแต่จะทำให้กลายเป็นกษัตริย์ที่ละเลยหน้าที่ฝ่าบาทขมวดคิ้ว กล่าว “ในเมื่อเจ้าชอบอยู่กับภรรยา ถ้าเช่นนั้นก็อยู่เสียให้พอ เรื่องการจัดงานเซ่นไหว้บรรพบุรุษ มอบหมายให้เจ้าห้าไปทำ”เฟิงเย่เสวียนฟังจบ ใบหน้าไม่มีอารมณ์ใด ๆ เพียงแค่ประสานมือ ตอบ“เสด็จพ่อพอพระทัยก็พอพ่ะย่ะค่ะ”พูดจบ ก็เดินออกไปสีหน้าของฝ่าบาทเคร่งขรึมทันทีเป็นเพราะให้ท้ายมากเกินไป!เขาต้องทำให้เขารู้ว่า หญิงสาวกับประเทศชาติ สิ่งใดสำคัญกว่ากัน จะต้องทำให้เขาเกิดความรู้สึกกังวลและกดดัน เมินเฉยเขาสักระยะหนึ่ง เขาก็จะรู้จักการแสวงหาความก้าวหน้า“เสด็จพ่อ แค่ก...หม่อมฉันรู้ว่าตนเองคุณสมบัติและประสบการณ์ไม่มากพอ เกรงว่าจะทำได้ไม่ดี...แค่กแค่ก อ
ฉู่เชียนหลีกลับประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อวานนี้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนั้น จงเกลียดจงชังแบบนี้ คิดตกได้เร็วขนาดนี้เลยหรือ?“ทำให้เจ้าต้องเป็นกังวลใจแล้ว” เฟิงเจิ้งหลียันโต๊ะทำงาน ดวงตาที่ซีดเซียวหันมองไปทางฉู่เชียนหลี ยกผลการสืบสวนในมือขึ้น ยิ้มอย่างอ่อนโยน “อันที่จริง เพียงแค่คำพูดของเจ้า ข้าก็เชื่อแล้ว”ภายในชั่วพริบตา อุณหภูมิบนร่างกายของเฟิงเย่เสวียนก็ลดฮวบลงทันที สายตาเย็นเยียบกล้ายั่วยุเขาอย่างเปิดเผย ต่อหน้าต่อตาของเขา ไม่จำใส่สมองเอาบ้างเสียเลย!ฉู่เชียนหลีกล่าว “นี่ไม่ใช่ข้าพูด ผลการสืบสวนเรื่องจริงเป็นเช่นนี้ ท่านสามารถไปสืบเองได้ ตอนนั้น มีคนมากมายอยู่ที่สุสานหลวง มีคนพยานและหลักฐานมากมายไม่สามารถปลอมแปลงได้”เฟิงเจิ้งหลียิ้มบาง ๆ ส่ายหน้า “ไม่สืบแล้ว ข้าเชื่อเจ้า การวางตัวและศีลธรรมของเจ้าควรข้าให้ข้าเชื่อ”เขาคิดแบบนั้นจริง ๆ นั่นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วจริง ๆ แม้จะเสียใจกับการตายของฮูหยินเว่ย แต่เรื่องเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทำได้แค่เพียงเดินหน้าต่อ“ได้ยินว่าเมื่อสองวันก่อนพระชายาของข้ามาเยี่ยมน้องสาวแล้ว ที่ข้ามาวันนี้ ก็เพื่อ
ตัวตนคืออะไร ก็ควรอยู่ที่ตรงนั้น หากพยายามรนหาที่ตายละก็ ผลลัพธ์มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นทั้งสองคนสบตากัน อากาศเย็นพุ่งเข้าใส่ ราวกับว่ากำลังจะเปิดสนามรบที่ไร้รูปร่างขึ้น เต็มไปด้วยกลิ่นอายของดินปืนที่มองไม่เห็นเฟิงเย่เสวียนไม่อนุญาตให้ชายใดเข้าใกล้ฉู่เชียนหลี โดยเฉพาะเฟิงเจิ้งหลี ถ้าหากเขามีจุดประสงค์ ไม่หยุดลองหยั่งเชิงขีดจำกัดของเขาละก็ เขาจะทำให้เขาได้รู้ถึง ผลที่ตามมาของการแตะต่อมโมโหเฟิงเจิ้งหลีไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นนางเว่ยตายแล้ว คนที่เขาเป็นห่วงเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ก็ไม่มีแล้ว เขาไม่กลัวแม้กระทั่งความเป็นความตาย แล้วจะหวาดกลัวต่อคำข่มขู่ของอ๋องเฉินได้อย่างไร?ภายในหัวสมองของเขามีเพียงความคิดเดียว แก้นแค้น!เขากับเฟิงเย่เสวียนไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ระหว่างพวกเขา ต้องมีคนใดคนหนึ่งตาย!“อาเฉิน...”ด้านนอกโถง ฉู่เชียนหลีกลับมาแล้วเฟิงเย่เสวียนกะพริบตา จากนั้นก็คลายมือออกจากคอเสื้อของอ๋องหลี ปัดรอยย่นบนเสื้อผ้าของเขา กล่าวเสียงเย็นชา“ในเมื่ออาการบาดเจ็บยังไม่หายดี ก็รออยู่ในจวน อย่าวิ่งไปทั่ว ขนาดยืนทรงตัวยังทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะไปตายอยู่ตรงซอกหลืบไหนเมื่อใด”เฟิงเจิ้
“ข้า...”ทันทีที่ฉู่เจียวเจียวอ้าปาก ก็สำลักทันทีนางรู้ว่าการตายของนางเว่ยเป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะไม่ชอบขี้หน้าฉู่เชียนหลี แล้วก็ไม่ชอบท่าทางที่อ๋องหลีเข้าข้างฉู่เชียนหลี ถึงได้กัดและใส่ร้ายป้ายสีฉู่เชียนหลีอันที่จริง เดิมทีนางเว่ยไม่ต้องตายเมื่อคืนวานนี้ นางอยากจะไปคิดบัญชีกับฉู่เชียนหลี แต่กลับทำให้ฉู่เชียนหลีท้องแข็ง ถ้าหากนางอยู่ที่เรือนละก็ นางเว่ยก็ไม่มีทางวิ่งออกไปแต่นี่ก็ไม่นับว่าเป็นความผิดของนางนี่นา!ถ้าหากไม่ใช่เพราะอ๋องเฉินไล่ท่านอ๋องไปที่สุสานหลวง นางต้องเป็นกังวลจนเสียสติไหม?“ท่านอ๋อง คืนวันนั้นข้าไปหาฉู่เชียนหลี ข้าอยากจะให้นางขอร้องอ๋องเฉิน ให้ท่านกลับมารักษาบาดแผล แต่ว่า...อ๋องเฉินพูดว่าข้าจุ้นจ้านมากเกินไป เลยคุมขังข้า ยังไม่ให้พบท่านแม่อีกด้วย”“คืนวันนั้น ท่านแม่อยู่ข้างนอก ข้าได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของท่านแม้ ข้าอยากจะวิ่งออกไปจนจะเป็นบ้า แต่พวกเขาไม่อนุญาตให้ข้าออกไป คืนนั้นฝนตกหนักมาก อ๋องเฉินกับฉู่เชียนหลีจิตใจอำมหิตเหลือเกิน พวกเขาไม่สนใจท่านแม่ มองดูนางตายท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืน...”นางพูดจาเหลวไหล เบ้าตาแดงก่ำน้ำตาไหล น้ำเสียงสะอึกสะอื้น ท
ชั้นล่าง บรรดาผู้หญิงพากันแยกย้าย ที่ไปนอนพักก็ไปนอนพัก ที่แต่งหน้าก็แต่งหน้า ที่พูดคุยก็พูดคุย ขณะที่กำลังคุยกันเจี๊ยวจ๊าว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง ‘ปังๆๆ’ จากชั้นบนเหมือนกับมีของหนักอะไรบางอย่างกลิ้งตกลงมายิ่งอยู่ยิ่งเสียงดัง ยิ่งอยู่ยิ่งเข้าใกล้ปัง…สุดท้ายกลิ้งลงมาถึงชั้นหนึ่ง ชนใส่เสาต้นหนึ่งจนเกิดเสียงดังสนั่น เมื่อพลิกคว่ำกลับมา เห็นเพียงผู้หญิงในชุดกระโปรงสีม่วง ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด ศีรษะแตกเลือดไหลทะลัก ดวงตาเบิกกว้างและกลม สิ้นใจไปแล้ว“พี่เยาเอ๋อร์…”“มีคนตาย!”“ว้ายๆ!”หลังจากนั้นสองชั่วยาม วังหลวง ห้องทรงพระอักษร บรรยากาศตึงเครียด“ต้องเป็นฝีมือของอ๋องเฉินแน่นอน เสด็จพ่อโปรดออกหน้าแทนลูกที่ยังไม่เกิดของหม่อมฉันด้วย เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์น่ะ!”อ๋องเฟิงคุกเข่าอยู่บนพื้น เบ้าตาแดงก่ำ เสียงสะอึกสะอื้น อารมณ์แปรปรวนมากแต่งงานแปดปี อายุเกือบสามสิบ ในที่สุดก็มีลูกหนึ่งคนแล้ว แต่เมื่อครู่ได้รับข่าวนี้ ตกตึกตาย หนึ่งศพสองชีวิตพริบตานั้น ตกจากสวรรค์สู่นรกไม่ได้รู้สึกอะไรกับการตายของเยาเอ๋อร์มากนัก แต่ลูกที่น่าสงสาร เขาแค่อยากได้ลูกที่เป็นของตนเอง!อยู่ดีๆ เยาเอ๋อร์จ
ทันทีที่เกิดเรื่องกับเยาเอ๋อร์ ทั้งหอจุ้ยเมิ่งถูกปิดกั้น คนที่อยู่ข้างในถูกควบคุมตัวทั้งหมด ตามคำบอกเล่าของพวกเขา ตอนนั้นแม่นางเยาเอ๋อร์พักผ่อนอยู่ชั้นบน และบนชั้นสามก็ไม่มีใครเลยมีความเป็นไปได้ที่นางอาจจะพลาดพลั้ง ไม่ระวังกลิ้งตกบันไดตายแต่เนื่องจากปัญหาระหว่างอ๋องเฟิงกับอ๋องเฉิน อ๋องเฟิงไม่ยอมละเว้นอ๋องเฉินง่ายๆ ฉู่เชียนหลีต้องการหาหลักฐานการตายธรรมชาติของเยาเอ๋อร์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของอ๋องเฉินแต่เมื่อสายตานางมองไปที่ศีรษะของเยาเอ๋อร์ ก็ต้องตะลึงงันฉับพลันรอก่อนค่อยๆ วางมือลงบนผมของนาง พลันนิ้วมือดึงเบาๆ ก็ดึงผมที่หลุดร่วงขึ้นมาหนึ่งกระจุกผมกระจุกนี้มีประมาณยี่สิบถึงสามสิบเส้น ตรงโคนผมเปื้อนเลือดแววตาฉู่เชียนหลีขรึมลง “นางถูกคนผลักตกจากบันได”ผู้ว่าการศาลาว่าการซุนเทียนตะลึงงันครู่หนึ่ง “เหตุใดพระชายาอ๋องเฉินพูดเช่นนี้?”“ดูเส้นผมนี่” นางยกมือขึ้น “ทุกคนผมร่วงได้ แต่โดยทั่วไปผมจะร่วงแค่หนึ่งหรือสองสามเส้น แต่เส้นผมกระจุกนี้บนหัวของนาง ถูกคนดึงจนหลุด”นางสงสัย มีคนกระชากผมของเยาเอ๋อร์ ผลักนางตกบันได“นี่…”พลันผู้ว่าการศาลาว่าการซุนเทียนดู เหมือนเป็นเช่นนี้จร
จวินลั่วยวนหลั่งน้ำตาเหมือนสายฝน ร้องไห้จนใจแทบสลาย กรีดร้องจนเสียงแหบแล้ว“อ๊ะ!”สีหน้าที่เศร้าโศกเกินจะบรรยายด้วยคำพูดภายในห้อง หมอ องครักษ์ และคนรับใช้เห็นแล้ว ต่างก็ตื้นตันจนตาแดงแล้วองค์หญิงช่างน่าสงสารจริงๆองค์หญิงรักฮองเฮาจริงๆ!ฮองเฮาเป็นคนดี อ่อนโยน มีเมตตา ใจกว้าง เหตุใดต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ เช่นนี้?เฮ้อ!“รักษานาง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีอะไร ก็ต้องรักษานางให้หายดี! ไม่เช่นนั้น ข้าก็เอาชีวิตสุนัขของพวกเจ้า!” จวินชิงอวี่ตวาดเสียงเบา ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ แทบจะคลั่งแล้วหมอตกใจจนหน้าซีด“องค์ชายสามโปรดไว้ชีวิต โปรดไว้ชีวิต!”“ทักษะการแพทย์ของข้าน้อยยังไม่ดีพอ โปรดไว้ชีวิต…”“ข้าให้เจ้ารักษา!”จวินชิงอวี่คว้าคอเสื้อของเขา จ้องด้วยความโกรธ แล้วเหวี่ยงไปที่หน้าเตียง “รักษา!”หมอสั่นไปทั้งร่าง ริมฝีปากก็กำลังสั่น พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ยกมือขึ้นรักษาด้วยอาการสั่นเทา…วันนี้ ต่อให้ฮัวถวอกลับชาติมาเกิด ก็รักษากล่องเสียงของฮองเฮาไม่ได้เกรงว่าเขา…ไม่รอดแล้ว“เสด็จแม่…เสด็จแม่! ต้องรักษาหายแน่นอน ท่านต้องอดทนเอาไว้นะ!”จวินลั่วยวนจับมือฮองเฮาแน่น น้ำตาไหลออกมาเป็นเ
ฮองเฮาหนานยวนเบิกตากว้าง ไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดที่รุนแรงในลำคอ หลังจากกระอักเลือด ก็ล้มลงกับพื้น เจ็บจนหมดสติ“เสด็จแม่!”“หมอ!”“ใครก็ได้ ใครก็ได้รีบมาเร็ว!”ทันใดนั้น ทั้งศาลาพักม้าเริ่มวุ่นวาย คนที่วิ่งก็วิ่ง คนที่ตะโกนก็ตะโกน คนที่หาคนก็หาคน ทุกคนล้วนประหม่าและตื่นตระหนกจวินชิงอวี่รู้ว่าปลากะพงขาวจานนี้มีพิษ เขาโกรธมาก“พ่อครัวอยู่ไหน!”“ทุกคนที่เคยเข้าใกล้ปลาตัวนี้ เรียกมาให้หมด!”ถึงขั้นกล้าวางยาพิษภายใต้จมูกของเขา มีเช่นนี้ที่ไหนกัน!ไม่นาน เด็กรับใช้สีผิวเข้มคนหนึ่งก็ถูกกระชากออกมา เขาก็คือคนตัดฟืนคนนั้นเขาแสร้งทำเป็นดิ้นรนก่อน หลังจากนั้น ‘สารภาพความจริง’ ภายใต้สถานการณ์ยอมจำนนต่อหลักฐาน“ใช่! ข้าเป็นคนทำเอง!”“พวกเจ้ากล้าทำร้ายพระชายา พวกเจ้าสมควรตาย! ใครก็ตามที่ทำร้ายพระชายาล้วนต้องตาย!”พระชายาที่เขาพูดถึง ย่อมหมายถึงฉู่เชียนหลีจวินชิงอวี่นับว่าเข้าใจแล้วฉู่เชียนหลี!เขาก็แค่เอามีดแทงฉู่เชียนหลีทีเดียว ฉู่เชียนหลีถึงขั้นอยากฆ่าพวกเขาทั้งครอบครัวนางผู้หญิงอำมหิต!เขาตะคอกด้วยความโกรธ “ใครก็ได้! ไปเชิญพระชายาอ๋องเฉินกับอ๋องเฉินมา ถ้าหากเสด็จแม่เป็นอะ
ภายในห้องที่ไม่คุ้นเคยคนตัดฟืนนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างกระสับกระส่าย ห่อไหล่ สีหน้าตื่นตระหนก เดิมทีเขาควรถูกโบยจนตาย กลับถูกช่วยเอาไว้และพามาที่นี่ เขาที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ รู้สึกประหม่ามากหลังจากนั้นหนึ่งเค่อจวินลั่วยวนมาแล้ว“เจ้าก็คือคนที่จะฆ่าลูกของฉู่เชียนหลี?”คนตัดฟืนเห็นผู้มาแต่งกายหรูหรา คนรับใช้รายล้อม กลัวจนตัวสั่น“ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจ…ข้าก็ถูกบีบบังคับ…”“ไม่ต้องกลัว” จวินลั่วยวนปลอบใจเขาด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าเล็กที่งดงามดูอ่อนโยนไร้พิษสง “ข้ากับฉู่เชียนหลีเป็นศัตรูกัน เจ้าอยากทำร้ายนาง ก็คือกำลังช่วยข้า ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก”เมื่อคนตัดฟืนได้ยินคำพูดนี้ รู้สึกประหลาดใจมากที่แท้กำลังช่วยเขา!“ใครให้เจ้าทำร้ายฝาแฝดคู่นั้น?” จวินลั่วยวนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเมื่อคนตัดฟืนได้ยิน ประหม่าจนจิกแขนเสื้อแล้วคลายออกเป็นระยะ เขาพยายามกลืนน้ำลายแล้วกล่าว“ข้า…ข้าไม่รู้…”จวินลั่วยวนเหลือบมองเขาด้วยท่าทางจะยิ้มไม่ยิ้ม“ข้าช่วยเจ้าไว้ ให้โอกาสเจ้า ทางที่ดีคิดให้ดีก่อนตอบ ถ้าหากเจ้าอยากตาย ข้าไม่ถือสาที่จะส่งเจ้ากลับไป”โบยจนตายไม่ง่ายเลยที่คนตัดฟืนจะรอดมาได้ เขาย่อมไม่กล้
หลายวันต่อจากนั้น ค่อนข้างสงบฉู่เชียนหลีพักฟื้นอยู่แต่ในจวน ไม่ได้ออกไปที่ไหนเลย เมื่อเห็นว่าอาการบาดเจ็บดีขึ้น นางกับอวิ๋นอิงนัดเวลา พรุ่งนี้จะลองไปดูที่สนามรบหน่อยหลายวันนี้ นางคิดเรื่องในวันนั้นตลอด‘ล้วนเป็นเพราะเจ้า อ๋องเฉินกับฮ่องเต้หลีถึงได้สู้กัน!’“เจ้ามันตัวหายนะ คืนชีวิตลูกชายข้ามา!”‘ข้ามีลูกชายแค่คนเดียว เขาเพิ่งอายุสิบหกปีเอง…’หัวใจของนางเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกที่หนาทึบ ทำให้นางแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น นางรู้สึกเหมือนมีภาระอันหนักอึ้งตกลงมาทับที่ไหล่“พระชายา อาหารเสริมของนายน้อยทั้งสองท่านทำเสร็จแล้ว จะป้อนตอนนี้เลยหรือไม่เจ้าคะ?” เสียวอู่ถือถาดเดินเข้ามาฉู่เชียนหลีหวนคืนสติ “ข้าเอง”“เจ้าค่ะ”เสียวอู่เดินเข้ามา โน้มกายส่งถาดให้ฉู่เชียนหลีหยิบชามขึ้นมา เป็นข้าวฟ่างต้มที่ปรุงด้วยถั่วแดง แครอท มันเทศ เนื้อแดง นำทั้งหมดมาต้มจนนิ่ม เหมาะกับเด็กอายุหนึ่งขวบ“แม่…”“แม่!”เว่ยซีกับจื่อเยี่ยจับโต๊ะ เท้าน้อยๆ ทรงตัวได้แล้ว สามารถจับกำแพงหรือเสาวิ่งเล่นในห้องแล้วเมื่อเห็นอาหาร เด็กทั้งสองเดินเข้ามาด้วยความดีใจฉู่เชียนหลีนั่งลง “นั่ง”“อืม!”เด็กทั้งสองนั่
ชัดมาก!เสียงดังเป็นพิเศษ!จวินลั่วยวนกุมแก้มที่เริ่มเจ็บ รู้สึกเพียงใบหน้าชาไปครึ่งหนึ่ง เลือดไหลออกจากมุมปากที่แตก กินคาวเลือดฟุ้งอยู่ในปาก ถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าหากนางยังไม่เข้าใจอีก ก็โง่แล้วอ๋องเฉินจงใจตบนาง!เชิญนางมากินข้าวเป็นเรื่องโกหก ตบนางคือเรื่องจริง!“เพราะอะไร!”นางเงยหน้าขึ้น “ตั้งแต่เล็กจนโต แม้แต่เสด็จพ่อเสด็จแม่ก็ไม่เคยตีข้า เหตุใดท่านต้องตีข้า!”ฉู่เชียนหลีมาฟ้องใช่หรือไม่ ดังนั้นอ๋องเฉินจึงระบายความคับข้องใจให้ฉู่เชียนหลี“ท่านตีผู้หญิง!”เฟิงเย่เสวียนยิ้มอย่างเย็นชา “เจ้าจงใจทำลายความร่วมมือของแคว้นหนานยวนกับข้า ตบเจ้ายังเบาไปด้วยซ้ำ”เขาไม่เคยทำร้ายผู้หญิงแต่ เขาไม่เห็นจวนลั่วยวนเป็นผู้หญิง“ข้าไม่ได้อยากทำลายความร่วมมือ เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่ท่านจงใจปล่อยเพื่อใส่ความข้า!”“แล้วอย่างไร?”“ท่าน!”มองดูเฟิงเย่เสวียนที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา จวินลั่วยวนรู้สึกเพียงเหมือนมีอะไรติดคอ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวบ้าจริง!เขายอมรับ!แต่ที่น่าเจ็บใจคือต่อให้เขายอมรับ นางก็ไม่สามารถหาเหตุผลมาโต้แย้ง และถึงขั้นเกิดความรู้สึกเร่าร้อนที่คลั่งไคล้ขึ้นในใจเจ้าจะต้
ถ้าหากไม่ใช่เพราะนาง เฟิงเย่เสวียนกับเฟิงเจิ้งหลีก็ไม่สู้กัน…อวิ๋นอิงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของฉู่เชียนหลี รีบกล่าวทันที“ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน องค์ชายของราชวงศ์ใดไม่แย่งชิงอำนาจ? แล้วฮ่องเต้องค์ใดขึ้นครองบัลลังก์อย่างใสสะอาด? ฮ่องเต้หลีมีความทะเยอทะยานสูง อ๋องเฉินต่อกรกับเขา ก็เพื่อปกป้องแคว้นตงหลิง ปกป้องราษฎร พวกเจ้าโยนความผิดให้ผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งได้อย่างไร?”เหตุใดไม่โทษฮ่องเต้หลีวิธีการต่ำช้า?เหตุใดไม่โทษฮ่องเต้หลี?พระชายาผิดอะไร?อวิ๋นอิงขยิบตาให้องครักษ์สองคนนั้น“พวกเจ้าประคองท่านลุงท่านนี้กลับไปพักผ่อนก่อน นอกจากนี้ จ่ายค่าทำศพและค่าทำขวัญให้เพียงพอ จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”“ขอรับ!”องครักษ์ทั้งสองดำเนินการทันที ไม่นานก็เชิญชายวัยกลางคนกลับไปปลอบใจแล้วเสียงเอะอะเงียบลงยังมีชาวบ้านไม่น้อยที่มุงดูอยู่ คำพูดเมื่อครู่ของชายวัยกลางคน พวกเขาทุกคนล้วนได้ยิน แม้ปากไม่กล้าพูด แต่ก็เริ่มมีความคิดอย่างอื่นในใจแล้วในบรรดาคนเหล่านี้ ลูกชายและบิดามากมายในครอบครัวของพวกเขาก็ไปเข้าร่วมกับกองทัพแล้วมีคนตายทุกวันครอบครัวนับไม่ถ้วนต้องพลัดพรากทุกวันถ้าห
“อะไรนะ?!” จวินชิงอวี่ได้ยินคำนี้กะทันหัน ตะลึงไปชั่วขณะจวินลั่วยวนขมวดคิ้ว นางกล่าว“ฉู่เชียนหลีเลวมาก อีกทั้งยังขี้ริษยา ท่านสั่งสอนนาง นางต้องมารังแกข้าแน่นอน!”“ท่านพี่ ท่านฆ่านางเถอะ นางตายแล้ว ข้าจึงจะปลอดภัย”มีเพียงนางตายแล้ว นางจึงจะได้อ๋องเฉินมาครอบครอง!จวินชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ฟังจากที่น้องหญิงพูด อดไม่ได้ที่จะนึกถึงท่าทางที่เย่อหยิ่งของฉู่เชียนหลี ตอนเขาใช้มีดสั้นแทงนาง สายตาของนางที่มองเขา หนักแน่นไม่ยอมก้มหัวนางบอกว่า นางไม่ผิดนางบอกว่า นางถามใจไม่รู้สึกผิดน้ำเสียงนั่น สายตานั่น ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเข้าใจผิดไปชั่วขณะมองยวนเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้า “ยวนเอ๋อร์ ฆ่านาง จะทำเกินไปหรือไม่?”ฉู่เชียนหลีแค่ว่าร้ายยวนเอ๋อร์สองสามประโยค เหมือนโทษยังไม่ถึงตายกระมัง?“หรือข้าจะถูกรังแกโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย?”“ยวนเอ๋อร์ ความหมายของข้าไม่ใช่เช่นนี้ ข้าแค่รู้สึกว่า…เมื่อก่อนเจ้าไม่กล้าดูคนฆ่าไก่ด้วยซ้ำ และยังมักจะไปขอพรให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ที่วัด กับช่วยคนในวังที่ทำผิดอยู่บ่อยๆ…”วันนี้ กลับพูดคำพูดที่โหดร้ายเช่นนี้ออกมาจวินลั่วยวนรู้ตัวว่าเผลอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ นา
กลับถึงศาลาพักมาเมื่อเปิดประตูเดินเข้าไป พบว่าเสด็จแม่กำลังนั่งมองเศษจี้หยกชิ้นหนึ่งในมืออย่างเหม่อลอยที่ข้างโต๊ะ“เสด็จแม่?”กระทั่งจวินชิงอวี่เดินไปถึงตรงหน้า ฮองเฮาหนานยวนจึงจะหวนคืนสติ “อ้าว…”นางเงยหน้าอย่างงงงวย มองใบหน้าของลูกชายที่คล้ายคลึงนางห้าส่วน สีหน้าดูสับสนเล็กน้อย“ชิงอวี่กลับมาแล้วหรือ”“สุขภาพของเจ้าเพิ่งหายดี อย่าเดินพล่านไปทั่ว”จวินชิงอวี่นั่งลงที่ข้างๆ นาง “เพิ่งมาเมืองน้ำเจียงหนานครั้งแรก ทิวทัศน์ของที่นี่แตกต่างจากแคว้นหนานยวน ข้าเกิดความอยากรู้อยากเห็น ก็เลยเดินออกไปสูดอากาศ ทำให้เสด็จแม่เป็นห่วงแล้ว”น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ยิ้มอย่างสง่างาม ทำให้ใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเขายิ่งดูหล่อเหลามากขึ้นสายตาของเขามองไปที่มือนาง“เสด็จแม่ เหตุใดท่านจึงจ้องมันจนเหม่ออีกแล้ว?”จี้หยกชิ้นนี้มีเพียงครึ่งเดียวมันตกแตกเริ่มตั้งแต่เขามีความทรงจำ เสด็จแม่มักจะนั่งจ้องเศษจี้หยกชิ้นนี้จนเหม่อลอยตลอดสิบกว่าปีมานี้ เสด็จแม่มักจะทำเช่นนี้ตลอดเสด็จพ่อบอกว่า จี้หยกชิ้นนี้เป็นของแทนใจที่เสด็จพ่อมอบให้เสด็จแม่ตอนพบกันครั้งแรก เสด็จแม่ไม่ระวังทำตก เพราะคิดถึงความรักในอดีต จ
เจ็บ!แพร่กระจายไปทั่วร่าง คมมีดฉีกบาดแผล เลือดทะลักออกมาเหมือนสายน้ำ เขายังคงถือมีดสั้น ทำร้ายนางอย่างเจตนาร้ายฉู่เชียนหลีเจ็บจนกำหมัด สีหน้าซีดเผือก เกือบเป็นลมแล้ว นางกัดลิ้นอดกลั้นเอาไว้โต้ตอบไม่ได้!เพื่อการสนับสนุนจากกองทัพของแคว้นหนานยวน! “ข้าไม่ผิด” นางเงยหน้าอย่างยากลำบาก เลือดที่ทะลักออกมายิ่งทำให้หน้าของนางดูซีด ประกายแสงในแววตาดื้อรั้นเป็นพิเศษ“จวินลั่วยวนยั่วยวนผู้ชายของข้า หน้าของนางก็นางล้มเอง ข้าถามใจตัวเองไม่รู้สึกผิด”สีหน้าจวินชิงอวี่เย็นสุดขีด“ยังกล้าปากแข็งอีก!”ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาถือมีดสั้น แทงเข้าไปอย่างแรงอีกครั้ง“อ่า!” ฉู่เชียนหลีเจ็บจนเหงื่อไหลเหมือนสายน้ำ“ยวนเอ๋อร์จิตใจดี รักเนื้อสงวนตัว เจ้าไม่ควรไปรังแกเด็กผู้หญิงที่บริสุทธิ์เหมือนนางฟ้า ตอนที่เจ้าว่าร้ายนาง ไม่รู้สึกผิดเลยหรือ?” เขาตำหนิเสียงเย็นฉู่เชียนหลีเจ็บจนหัวเราะ“ฮ่าๆ!”จวินลั่วยวนจิตใจดี?นางฟ้า?บริสุทธิ์?“ฮ่าๆๆๆ!”สมกับที่ล้วนแซ่จวิน ไม่ใช่คนบ้านเดียวกัน อยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ“ดูเหมือนองค์ชายสามไม่เพียงตาบอด ใจยังบอดด้วย…อ่อ ขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว ตามความคิดของ