ท่านแม่ออกโรงด้วยตนเอง
ไม่ทันที่หานเฟยได้พูดกล่าวเตือน จูเฉิงเยว่ก็ยืนประจันหน้ากับหลี่อี๋ทันทีในฐานะบุรุษคนหนึ่งที่ปกป้องมารดา แต่เยี่ยหยางกลับขวางไว้ แล้วดันน้องน้อยไปด้านหลังพร้อมกับกระซิบบอก “ดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ให้ดี พี่จัดการกับมันเอง”
เฉิงเยว่พยักหน้างึก ๆ ยิ้มกว้างมองแผ่นหลังพี่ชายที่ยืนด้านหน้าปกป้องเขาอย่างมีความสุข เขารู้ว่าพี่รับมือไอ้หลี่อี๋ได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
เสี่ยวเอ้อร์ที่เห็นนายท่านใหญ่จะลงมือ รีบกุลีกุจอไปแจ้งผู้ดูแลร้านว่าท่านประธานมาและเตรียมเช็ดกวาดมนุษย์ขยะผู้นี้ ก็เจอผู้ดูแลร้านที่กำลังเรียกกำลังคนเตรียมพร้อมสนับสนุนผู้เป็นนายทุกเมื่อซุ่มอยู่อีกด้าน
เอ่อ…เขาไม่ต้องแจ้งเถ้าแก่แล้ว
เหล่าลูกน้องที่อยู่ภายใต้อาณัติของสมาคมเหวินชาที่อยู่เจียงตง ก็รีบรวบรวมผู้คนให้เจ้านายพร้อมใช้สอย เผื่อนายท่านต้องการ แล้วเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อที่จะได้แทนคุณนายท่าน พวกเขาแม้ไม่เคยพบเจอนายท่านคนนี้ แต่คนผู้นี้กลับมีพระคุณกับพวกมันมาก
เยี่ยหยางมองหลี่อี๋อย่างโกรธแค้น ท่านพ่อดูเหมือนจะไม่มีเวทมนตร์ปกป้องอยู่ในตัวเลย คาดว่าเรื่องราวในระนาบมนตราคงจดจำไม่ได้ ร่างกายอ่อนแอถูกมันผลักจนสลบ ครั้งนี้อย่าหาว่าเขาลงมือโหดเหี้ยมกับลูกหลานตระกูลหลี่
หลี่อี๋แค่นดูถูกคนตรงหน้า พวกมันเห็นเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่ามันเดินมาหา ยกกิ่งไม้เล็กชี้จ่อหน้ามันดูอย่างน่าหัวร่อ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกจะเอากิ่งไม้จิ้มข้าหรือไง” หลี่อี๋ผู้ยังไม่รู้ชะตาตัวเอง ยังคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะ
ไม้กายสิทธิ์กระชับอยู่ในมือ คาถากรีดใจถูกร่ายชี้ตรงไปที่หลี่อี๋อย่างไร้ความปรานี มันดิ้นทุรนทุรายดังคนถูกแทงหัวใจจากข้างในครั้งแล้วครั้งเล่า ปากร้องตะโกนอย่างเจ็บปวดอย่างไม่รู้สาเหตุ
ผู้คนที่อยู่โดยรอบมองอย่างมึนงง ไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า พวกเขาเห็นแค่เด็กหนุ่มชี้กิ่งไม้เล็กใส่คุณชายหลี่ จากนั้นคุณชายผู้นี้ก็ลงไปนอนดิ้นร้องควรญคราง
สีหน้าเรียบสนิทของเยี่ยหยางภายใต้หน้ากากไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ฟังเสียงกรีดร้องทรมานผู้ตกอยู่ภายใต้คาถา
เหล่าลูกสมุนลูกไล่ที่เห็นคุณชายของตน ทรุดตัวร้องเจ็บปวดอย่างไม่มีสาเหตุ ก็ทำอะไรไม่ถูก จะรีบเข้ามาช่วย แต่ก็เจอคาถาขยายขนาด ถูกขยายตะเกียบจนใหญ่ดุจพลองไม้ ฟาดกระเด็นออกไปนอกโรงเตี๊ยมกันครบทุกคนในสามลมหายใจ
เนื้อตัวช้ำในบาดเจ็บด้วยกระแทกแรงมหาศาลที่ถูกทุบอัดเหวี่ยง นอนเกลื่อนหน้าโรงเตี๊ยม
ชาวบ้านต่างมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพริบตาอย่างงุนงง เหล่าเสี่ยวเอ้อร์และผู้ดูแลลอบมองเหตุการณ์กลืนน้ำลายฝืดคออย่างหวาดหวั่น เนื้อตัวรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกโดนกระทืบเอง
หานเฟยเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ก็เอื้อมมือไปกุมมือที่ถือแท่งไม้เรียวที่ยกชี้อยู่ นางไม่รู้ว่าทำไมคุณชายผู้นี้ถึงยื่นมือเข้ามาช่วย แต่เขาลงมือเท่านี้ก็พอแล้ว “คุณชาย ท่านหยุดเถอะ”
“ท่านแม่” เยี่ยหยางพึมพำมองท่านแม่ที่จับมือห้ามเขา ความคิดถึงแล่นตรงเข้าสู่หัวใจ ไล่ความโดดเดี่ยวอ้างว้างให้อบอุ่นทันที ในแววตาของท่านแม่ไม่อยากให้เขาจำเป็นต้องลงมืออีก และเขาเชื่อฟังนาง“ขอรับ”
“ถอยออกมา ข้าจัดการเอง”
ประโยคเดียวสั้น ๆ เด็ดขาดจากท่านแม่ที่ไม่ได้พบหน้ามานาน เยี่ยหยางรับฟังปฏิบัติตามไม่อิดออด ถอยกู่ไปอยู่หลังท่านแม่ทันที ใครจะไปกล้าขัดคำสั่งคุณนายวินเซอร์กัน
ใครกล้า ก็บ้าเต็มที
ถึงดูท่าทางแล้ว ท่านแม่จะจำเขาไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เสี่ยง ถ้านางเกิดจำได้เมื่อไหร่มีหวังต้องคิดบัญชีย้อนหลัง โทษฐานไม่ฟังนางแน่
หานเฟยเดินเข้าไปใกล้หลี่อี๋ ที่นอนหมดสภาพเพราะแรงของคาถา
“เจ้าไม่ควรมาตอแยกับข้า” นางกระซิบเสียงเบา แต่เยี่ยหยางและเฉิงเยว่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินชัดเจน
ท่านแม่ออกโรงแล้ว…
ข้าจะไม่ยุ่ง สนับสนุนท่านเต็มที่
ฮูหยินตราตั้งตระกูลจูแห่งราชอาณาจักรเป่ยฉินไม่ได้ไร้ความสามารถอ่อนแออย่างที่เห็นภายนอก นางยกเท้าขึ้นใส่อัดพลังปราณยุทธระดับอัคราจารย์ยุทธขั้นเก้าที่ใกล้เลื่อนระดับ ขยี้ลงไปตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญของบุรุษทุกคนอย่างแรง
“นี่สำหรับข้า ที่เจ้ากล่าววาจาข่มขู่คุกคามสตรีเพศ”
อื้อฮือ ซู้ด!!!
...เสียงซู้ดปากของบุรุษเพศทุกคนที่เห็นการกระทำนี้ ต่างปกป้องสมบัติอันล้ำค่าหนึ่งเดียวของตัวเองอย่างหวงแหน
ไม่เว้นแม้แต่บุตรชายสองคนที่เห็นนางดุดันปานนี้ ให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง และย้ำลงในสามัญสำนึกว่า
...อย่าทำให้ท่านแม่โมโหเด็ดขาด
...อย่าทำให้ท่านแม่โมโหเด็ดขาด “นี่สำหรับสามีที่น่ารักของข้า ที่เจ้ากล้าลงมือใส่เขา” ฝ่าเท้าของฮูหยินสูงศักดิ์ที่บรรจงแตะให้ตรงจุดเดิม ย้ำที่เดิมด้วยแรงที่มากกว่าเดิมซู้ด!!!“นี่สำหรับลูกชายข้า ที่เจ้าตะคอกใส่จนตกใจ” มารดาที่รักของคุณชายจูเฉิงเยว่ มีแรงเหลือเฟือที่ยกฝ่าเท้ากระทืบลงซ้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอ่า…ซี้ด“จำไว้ อย่ามาให้ข้ากับครอบครัวเห็นหนังหน้าเจ้าอีก ถ้าเจ้ายังอยากเป็นบุรุษที่สมบูรณ์อยู่” หานเฟยเอ่ยเสียงเย็นที่หนาวไปถึงหัวใจบุรุษทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ นางก้าวผ่านสวะที่คิดสกปรกไม่สนใจว่าจะเหยียบอะไรอร๊ากกก ป๊อก!!! เสียงแหกปากร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดดังพร้อมกับสีมือที่ถูกเหยียบบี้บหญิงสาวปัดมือจัดเสื้อผ้าที่ไร้รอยยับ แล้วหันกลับมายิ้มหวานให้ลูกชาย เดินผ่านหลี่อี๋อย่างไม่สนใจว่านางเหยียบถูกมือของมัน ฝูงชนเห็นใจเล็กน้อย ... อ่า ดูท่าแล้วคงจะกระดูกหักเพิ่มอีกตำแหน่ง“พาท่านพ่อเจ้าขึ้นไปด้านบนห้องพักกัน” หานเฟยข่มอารมณ์ปะทุของนางบอกบุตรชายให้ช่วยสามี จากนั้นหันไปหาชางเหอและซูผิงสองสามีภรรยาที่เป็นคนรับใช้คนสนิท สั่งคนไปหาหมอ และเตรียมน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัว “ชางเหอเจ้าไปตามหมอ ซูผิ
ไอ้หย๋า....คนนี้ใช่เสนาบดีจูผู้ยิ่งใหญ่รองจากฮ่องเต้ราชอาณาจักรเป่ยฉินใช่หรือไม่ พักนี้ข้าตีสนิทคนดังบ่อยเกินไปแล้ว หัวข้าจะอยู่บนบ่าจนแก่ตายมั้ยเนี่ยมือไม้ของท่านหมอเผิงสมกับคนที่เคยเป็นหมอขึ้นชื่อ ฝีมือยังไม่ตกและไม่กล้าตกใส่หน้าคนเหล่านี้ ที่ยืนประกบระยะใกล้ชิดอยู่ข้างหลังแผ่รังสีใส่เขา จนมือไม้สั่น เผิงเหล่ยนั้นมีระดับลมปราณแค่เพียงระดับปรมาจารย์ยุทธขั้นสูง แต่มากพอสำหรับหมอมากความสามารถคนหนึ่ง กำลังขับเคลื่อนไล่ปราณแปลกปลอมที่แฝงอยู่ในร่างของจูเหวินฟงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอาศัยประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างยาวนานลมปราณยุทธแฝงที่กลายเป็นเลือดคลั่งตรงอกกดทับ ทำให้เสนาบดีจูหายใจลำบากหัวใจเต้นผิดจังหวะ ค่อย ๆ เคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง จนคนป่วยกระอักเลือดเสียออกมาทางปาก“แค่ก...แค่ก ๆ” ในที่สุดปราณสกปรกก็หมดจากร่างจูเหวินฟง เผิงเหล่ยนั่งหอบอยู่ข้างเตียง เขาเสียพลังงานไปมาก หากใครมาดักทำร้ายเถ้าแก่เผิงตอนนี้เพียงทุบเบา ๆ เขาก็ช้ำในสลบเหมือดให้ปล้นสบาย ๆ เลยเทียว“ตอนนี้นายท่านจูปลอดภัยแล้ว ลมปราณแฝงข้าได้กำจัดเรียบร้อย มีเพียงได้รับบาดเจ็บภายในกระทบถึงอวัยวะภายในตันทั้งห้าและอวัยวะกลวง
ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ เยี่ยหยางที่ถูกน้องชายที่น่ารักจู่โจม ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก วันนี้เขาถูกแก้ผ้ามาสองครั้งสองคราภายในวันเดียวกัน ทำไมเฉิงเยว่เปลื้องผ้าผู้คนได้คล่องมือเช่นนี้ น้องชายเขาไปฝึกปรือถอดผ้าจากผู้ใด เห็นทีเขาต้องเข้มงวดคัดกรองน้องสะใภ้ให้ดีแล้วล่ะ หญิงสาวเดินเข้าไปหาลูกชายที่หายสาบสูญ ลูบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเป็นส่วนใหญ่อย่างคิดถึงสุดหัวใจของคนที่เป็นมารดาจะให้บุตรได้ “หยางหยาง” หานเฟยจำได้เพียงปานแดงและชื่อเล่นที่เอ่ยเรียกลูกชายเท่านั้น เยี่ยหยางได้ยินมารดาเรียกหาตัวเอง ก็โผเข้าอ้อมกอดมารดาเหมือนเด็กน้อย “ท่านแม่” ในความทรงจำของเขา ท่านพ่อเป็นคนที่เข้มงวดเสมอ เพราะด้วยสถานการณ์ของระนาบมนตราในตอนนั้น ตั้งแต่เขาเริ่มรู้ความ ก็ไม่เคยได้รับอ้อมกอดของคนเป็นพ่ออีกเลย มีแต่คำสั่งสอน คำดุด่าให้เขาได้เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่พร้อมปะทุตลอดเวลา มีเพียงท่านแม่ที่เป็นคนให้กำลังใจเขา ปลอบโยนโอบกอดเขา และบอกเสมอว่าท่านพ่อที่ไม่แสดงออกมา ก็รักเขาเหมือนกัน คนตัวโตที่กลายเป็นเด็กเกือบจะน้ำตาร่วง แต่เมื่อเงยหน้าเห็นบิดาที่จ้องเขม็งก็หยุดชะงัก เร
เยี่ยหยางไม่รู้ว่าวิธีตรวจสอบแบบนี้จะได้ผลหรือไม่ เพราะดูยากที่จะเชื่อถือ แต่เขาก็ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับที่ยืนยันกับเฉิงเยว่แสดงให้บิดาเห็น ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านพ่อลืมเรื่องราวในระนาบมนตราสิ้นจากท่าทีที่แสดงออก เขาจึงขอเวลาในการฟื้นฟูความทรงจำของพวกท่านที่ลืมเลือนอย่างช้า ๆ ไม่ให้เกิดผลกระทบใด ๆ ดีที่น้องชายบอกกล่าวเรื่องทั้งหมดมาก่อน แล้วเขาก็เห็นแล้วว่าพวกท่านจำอะไรไม่ได้จริง ไม่ได้ทำอะไรผลีผลามใช้เวทมนตร์ จนกระตุ้นพลังเวทของพวกท่านทั้ง ๆ ร่างกายบาดเจ็บสายตาสี่คู่มองหยดเลือดสองหยดที่ค่อย ๆ รวมกันเป็นเม็ดใหญ่รอยอยู่ในภาชนะเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยก ไม่ตกตะกอนนอนก้น ซึ่งหมายความว่าเยี่ยหยางเป็นบุตรชายของจูเหวินฟง หรือจูเหวินฟง คือ มู่หรงหลงหมิง คือ แมทธิว วินเซอร์ “ฮือ ๆ หยางหยางลูกแม่” จูเหวินฟงเห็นเมียรักน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ กอดรับขวัญบุตรชายคนโต? พลางฟังลูกชายคนเล็ก? เล่าเรื่องราวที่รับรู้มาจากพี่ชายตัวเอง เขาเห็นทีไม่เชื่อจะไม่ได้ ลูกเมียเห่อคนเป็นพี่ชายลูกชายสักขนาดนี้แล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่เขายังไม่ยอมรับลูกคนนี้หรอกยังอยู่ในช่วงประเมินคุณภาพ ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก
พวกเขาคุยเล่นกันสักพักใหญ่จนผ่านยามจื่อมาครึ่งชั่วยามแล้ว ตาของท่านแม่จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ แต่ก็ยังไม่ยอมนอน เยี่ยหยางจึงร่ายเวทหลับใหลให้ท่านแม่น้องชายได้พักผ่อน เพราะท่าทีของทั้งสองคนคืนนี้ คงตั้งใจพูดคุยทั้งราตรี ไม่หลับไม่นอนแน่นอน เฉิงเยว่เองพลังเวทพึ่งปะทุ ร่างกายต้องได้รับการพักผ่อน ไม่อย่างงั้นแกนเวทอาจเสียหายได้เนื่องจากยังไม่สมบูรณ์ ท่านแม่เองก็เดินทางมาไกล แถมเจอเรื่องวิวาทอีก ร่างกายคงเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว เขามองทั้งสองคนหลับจนสนิทแล้ว จึงเดินไปหาบิดาผู้เปล่าเปี่ยวนอนตาค้าง เพราะขาดเมียรักข้างกาย เฮ้อ...ท่านพ่อนอนเถอะ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ คาถาหลับใหลกำลังถูกร่ายใส่จูเหวินฟงที่นอนไม่หลับ เพราะขาดคนข้างกายอีกทั้งแปลกที่แปลกทาง แต่เมื่อเห็นบิดาเข้าห้วงนิทราเขาก็ยกเลิกคาถา อีกทั้งตอนนี้เงียบสงบนัก เหมาะกับการตรวจสอบร่างกายท่านพ่ออย่างละเอียดอีกครั้ง เยี่ยหยางร่ายคาถาเวท เพราะคิดถึงคำเตือนที่เผิงเหล่ยพูดถึงพิษที่ยังอยู่ในร่างบิดา นี่มัน…พิษกลืนวิญญาณ พิษกลืนวิญญาณเป็นพิษร้ายแรงที่กัดกร่อนร่างกายของผู้ต้องพิษ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามปริมาณที่ได้รับ หัวใจจะ
หลังจากได้กลิ่นหอมฟุ้งปลุกตื่น จูงจมูกพวกเขามาที่ครัว ทำให้ทราบว่าผู้ที่ปรุงอาหารเลิศรส คือนายใหญ่แห่งเหวินชาและสัตว์เทวะของเจ้านาย ที่พวกเขามีโอกาสได้เห็นเป็นบุญตา “ใกล้แล้วหยางหยาง” เสี่ยวฉงตอบกลับ มันชิมรสชาติที่แก้ไขด้วยความพอใจ แล้วหันไปรับกระทะจากพ่อครัวคนหนึ่งยกขึ้นเตา อ้าปากตนเองพ่นลูกไฟเร่งความร้อนจนไฟโหมแรง มือถือตะหลิวพลิกกลับผัดผักไปมาอย่างคล่องแคล่ว เหล่าลูกศิษย์ต่างเก็บรายละเอียดกันทุกเม็ด แม้แต่ท่วงท่าก็ยังเรียนรู้ที่จะเลียนแบบตาม “ดี” เยี่ยหยางมองอาหารที่เตรียมด้วยตัวเองด้วยความพึงพอใจ ที่เขาเตรียมทุกอย่างได้สมบูรณ์ เมื่อวานเย็นเขาไม่มีเวลามากพอที่จะเตรียมอาหารมื้อแรกของครอบครัวด้วยตัวเอง มื้อเช้าวันนี้จึงเหมาะสมมากนัก อาหารหกเจ็ดอย่างถูกปรุงขึ้น โดยดัดแปลงสูตรและวัตถุดิบใหม่ทั้งหมด ให้มีรสชาติของอาหารที่ระนาบมนตราและที่นี่ “จิงหลิง เจ้าควบคุมอุณหภูมิให้ดี เพิ่มความร้อนอีกหน่อย” “ขอรับนายท่าน” จิงหลิงจิตวิญญาณของสรรพาวุธที่สูงส่ง ทำหน้าที่ตัวเองอย่างแข็งขันตามที่มันเคยเอ่ยบอก หน้าที่ของมันตั้งแต่ได้เจ้านายมา คืองานครัว การเป็นภาชนะเครื่องครัวตามที่นายท่านต้อ
“ไหน ๆ หมุนตัวให้แม่ดูหน่อยสิลูก”เสียงของหานเฟยดังเข้าลูกชายสองคนที่ขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อได้ยินประโยคทะแม่ง ๆ...ใคร?... ใครมาแย่งท่านแม่ของพวกเขาทันทีที่สองพี่น้องเห็นก็เบิกตาถลนกว้าง พวกเขาห่างท่านแม่ไม่ถึงหนึ่งเค่อกับมีเด็กชายร่างอวบอ้วนราวห้าขวบ มาคลอเคลียออดอ้อนออเซาะมารดาพวกเขา เยี่ยหยางแทบอยากพุ่งเข้าไปฉุดเจ้าฉงฉงออกไปห่างจากสายตาท่านแม่ของเขาทันที“หยางหยาง เฉิงเอ๋อร์มาแล้ว” หานเฟยหันไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มกว้างแต่จูเหวินฟงกลับมีสีหน้าย่ำแย่มืดครึ้มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีบุรุษเพศผู้มาแย่งความสนใจจากภรรยาของเขาเพิ่มอีกแล้ว “เสี่ยวฉงนั่งนี่สิลูก” หานเฟยจัดที่นั่งทานอาหารเช้าให้ ข้างขวามือนางเป็นสามีสุดที่รักที่มีสีหน้าราวกับคนถ่ายไม่ออก ข้างซ้ายเป็นเด็กหนุ่มผมขาวนั่งตาใสอย่างฉงหยิ๋น ถัดจากสามีและเสี่ยวฉงเป็นบุตรชายสองคนที่เริ่มปั้นหน้าคล้ำไม่ต่างจากคนเป็นพ่อฮึ่ม...ฉงฉง / เจ้ากิเลน / เด็กบัดซบ เสียงความคิดของสามบุรุษตระกูลจูบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเช้าที่มีสีหน้าอึมครึม ไม่สบอารมณ์ของหนุ่ม ๆ กับใบหน้ายิ้มแป้นเล้นของหนึ่งตัว สตรีคนเดียวในวงคีบอาหารให้ทุกคนกันอย่างท
อาหารมื้อเช้าจบลงอย่างมีความสุขของครอบครัวและอย่างเศร้าใจสำหรับเสี่ยวฉง สี่คนพ่อแม่ลูกตัดสินใจเดินเที่ยวในเจียงตงร่วมกัน ออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมชางเหอและซูผิงผู้เป็นภรรยา รวมถึงบ่าวสกุลจูหานเฟยและเฉิงเยว่แม่ลูกเดินนำหน้าขบวนนำเที่ยว เข้าร้านนู้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน ตามด้วยสองพ่อลูกอย่างจูเหวินฟงและเยี่ยหยางที่คอยเดินตาม แล้วรับของกินเล่นที่ผู้เป็นภรรยาและแม่ยื่นให้ บ่าวไพร่ต่างหอบหิ้วข้าวของที่นายหญิงเดินซื้อเต็มไม้เต็มมือ ก็ได้รับอานิสงส์อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า เพราะเจ้านายอารมณ์ดีเมตตาปรานีเลี้ยงของกินพวกเขาด้วย “เส้าหยาง”“ขอรับ ท่านพ่อ”“เจ้าฝึกฝนปราณยุทธถึงระดับใด?”นั่นไง...มาแล้ว ข้ากะแล้วเชียว ไม่ว่ายังไงต้องมีคำพูดแบบนี้หลุดถามออกมาจากปากท่านพ่อเยี่ยหยางครุ่นคิดว่าเขาจะตอบระดับใดดี น้อยไปก็ไม่ได้ มากไปก็ไม่ดี ถึงแม้เขาจะไม่มีลมปราณซักเสี้ยวก็ตาม อืม...ระดับจ้าวยุทธก็ไม่เลว ระดับต่ำกว่าอาจารย์ที่เทียนถูหวู่เล็กน้อย ระดับเทียบเท่าศิษย์หลักเทียนถูหวู่ แถมยังเหมาะเข้ากับข่าวลือที่ว่าพวกนั้นอีก“ระดับจ้าวยุทธขอรับท่านพ่อ”“ดี” จูเหวินฟงตอบ แม้เขาจะตรวจสอบไม่ได้ว่า คนที่บอกว่า
“ชิ! งั้นข้าแทะโลมอีกคนก็ได้” หูลี่เซียนเองก็ไม่ได้อยากเป็นพี่สะใภ้สหายให้เหนื่อยยาก แค่ฐานะน้องสะใภ้ที่จองไว้ก็เพียงพอแล้ว “อืม? ทำไมเจ้าไม่หาคนที่แข็งแรงสมบุกสมบันกว่านี้มาช่วยงาน คุณชายผู้นี้ดูอ่อนปวกเปียกไปหน่อย” โจวจี้ไหลยิ้มค้างถึงเอ่ยอะไรไม่ออก เขาถูกแม่นางหูลวนลามทางสายตาส่องผ่านไปทั่วร่าง จนรู้สึกใจไม่ค่อยดี เขาเป็นคนรูปร่างหน้าตาธรรมดาออกจะผอมไปหน่อย แต่ก็ไม่ขี้ก้างอัปลักษณ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์รูปลักษณ์ตรง ๆ รู้สึกหดหู่ไม่น้อย จากที่หลงเสน่ห์จิ้งจอกเก้าหาง กลับถูกฝีปากของแม่นางหักล้างกับจนแทบหมดสิ้น คนงามไม่สามารถดูได้จากภายนอกนายท่านเป็นเช่นไร สหายท่านก็เป็นเช่นนั้นสินะขอรับ...&nbs
ในห้องทำงานใหญ่สาขาทำการหลักของสมาคมการค้าเหวินชา กู้ซีเจ๋อ รองประธานสมาคมการค้านั่งตรวจเอกสารมากมายก่ายกองจำนวนไม่น้อยไปกว่าฎีกาฮ่องเต้ฮัดเช้ย!“คุณชายซีเจ๋อไม่สบายหรือขอรับ?”“ไม่นะ คัดจมูกน่ะ” กู้ซีเจ๋อก้มหน้าอ่านบัญชีการเงินของสาขาย่อย “จี้ไหล ข่าวที่ให้ไปสืบได้เรื่องมาหรือยัง”“ยังเลยขอรับ” โจวจี้ไหลผู้ช่วยคนสนิทของรองประธานสมาคมการค้าเหวินชาตอบ “ตอนนี้สายข่าวกำลังรวบรวมข่าวจากจวนต่าง ๆ ในราชอาณาจักรเป่ยฉิน คาดว่าพรุ่งนี้คงมีความคืบหน้า”“ดี อาหยางรีบเร่งเรื่องนี้ เจ้าสั่งการให้คนของเราใส่ใจเร่งมือหน่อย” กู้ซีเจ๋อพยักหน้ารับรู้ “หากน้องข้าลงมือเอง ข้าไม่อยากจะคิด…”“พี่ไม่อยากจะคิดอะไรหรือ?” “เฮ้ย!” โจวจี้ไหลสะดุ้งตกใจตัวโยน จนโยนรายงานในมือทิ้ง&nb
จู่ ๆ เยี่ยหยางก็โพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยกลางมื้ออาหารเที่ยง“เหล่าหยางจู่ ๆ คิดทำอะไรล่ะ” หวงฉีเจิ้งถามเพื่อนกลับ เพราะเขารู้ว่าคุณชายอยู่ที่นี่มานับสิบปี ไม่เห็นจะสนใจที่จะฝึกพลังของนี้ แต่อยู่ ๆ กลับคิดจะฝึกปราณยุทธเขารู้สึกว่าตัวเอง และเยี่ยหยางเริ่มชินกับการใช้ชีวิตที่นี่ คำพูดคำจาก็เหมือนคนที่นี่เข้าทุกวัน เมื่อก่อนที่เขาตกอยู่ในฐานะทาส หวงฉีเจิ้งไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนเพราะฐานะที่ต่ำต้อย เขาเองก็อยากกลับระนาบมนตราแทบทุกเวลา แต่นั้นใช่ว่าจะน่าอยู่หากพวกเขาคิดจะอยู่ที่นี่ระยะยาวการฝึกปราณยุทธก็ไม่เสียหาย พลังมีมากขึ้น ก็ไม่น่ารังเกียจ“เฉิงเยว่ฝึกปราณยุทธ พร้อมกับพลังเวท ข้ากลัวน้องจะเกิดปัญหากับพลังที่ต่างกัน แล้วจะช่วยเหลือไม่ทัน”เยี่ยหยางครุ่นคิดเรื่องนี้ตั้งแต่เขาเริ่มฝึกเวทมนตร์ให้เฉิงเยว่ ตัวเขาเองเคยฝึกมันเมื่อหลายปีก่อน แต่เพราะแก่นเวทเสียหาย ทำให้ร่างกายไม่อาจรับพลังที่ต่างกันได้ตอนนี้เขาสามารถฝึกปราณยุทธได้ แต่ไม่ใส่ใจที่จะฝึกฝนเอง เพื่อเฉิงเยว่แล้ว เขาก็พร้อมเดินเคียงข้างการเติบโตของน้อง
หลังจากส่งสองสามีภรรยากลับราชอาณาจักรเป่ยฉิน สองพี่น้องสกุลจูและหนึ่งสหายกลับเทียนถูหวู่ ดีที่ช่วงสัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอนเกิดขึ้น บรรดาอาจารย์ต่างให้ศิษย์เก็บตัวฝึกฝนด้วยตัวเอง คนสามคนหายเงียบไปจึงไม่มีผู้ใดสงสัยเยี่ยหยางแวะส่งเฉิงเยว่ที่หมู่ตึกไท่ตง ก่อนไปยังแนะนำการฝึกจอมเวทอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“ตี้ตี เจ้าต้องฝึกทั้งปราณยุทธ และเวทมนตร์ มันอาจจะยากและเหนื่อย จำไว้ไม่ต้องรีบร้อน ขอแค่เสี่ยวเฉิงฝึกอย่างสม่ำเสมอก็เก่งขึ้นได้รู้มั้ย”พี่ชายใส่ใจคนเป็นน้องมาก ทั้งสอน แนะนำ เตือน และเอ่ยให้กำลังใจ“แล้วอย่าใช้เวทมนตร์ให้ใครเห็น ให้มันเป็นไพ่ลับของเจ้ายามคับขัน”“ขอรับพี่” คนเป็นน้องก็พยักหน้ารับคำ เชื่อฟังพี่ชายคนใหม่ผู้เก่งกาจของตัวเองหลายวันมานี้มีเรื่องราวเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น ทำให้เยี่ยหยางไม่ได้คิดทบทวนเงียบ ๆ อยู่คนเดียว สิ่งที่เขากังวลเป็นสิบ ๆ ปีตั้งแต่ที่มามิติใบนี้ คือ บิดามารดาเมื่อพบเจอพวกท่านแล้ว ก็เหมือนชีวิตได้เกิดใหม่จริง ๆ อีกครั้ง แถมเขายังได้น้องชายสำเร็จรูปมาอีกหนึ่
เช้าวันรุ่งที่สดใสยามเฉิน[1]หลังมื้ออาหารเช้าที่ทานร่วมกันของคนในครอบครัวสกุลจู สองสามีภรรยาก็เตรียมตัวจะออกเดินทางรถม้า ข้าวของพร้อมเสร็จสรรพ รวมไปถึงหยูกยาสมุนไพรแปลกตา ที่บุตรชายคนโตจัดเตรียมไว้ให้หนึ่งคันรถท้ายขบวน และยังกระชับกับชางเหอบ่าวรับใช้คนสนิทหลายครั้ง ถึงคุณสมบัติและวิธีการใช้งานอย่างละเอียดเกือบครึ่งชั่วยามครอบครัวที่แตกแยกกระจัดกระจายได้เดินเที่ยวเล่นร่วมมื้ออาหารกันอย่างมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในช่วงเป็นสามวันที่ผ่านมา รอยร้าวที่ห่างเหินของเยี่ยหยางและบิดาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ชีวิตก่อนดูเหมือนจะสมานกัน สนิทสนมยิ่งกว่าเก่าเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันจบลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะจูเหวินฟงต้องรีบกลับไปทำงานที่ตัวเองหนีลาพักร้อนมาไม่บอกกล่าวเจ้านายเจ้าเหนือหัว ถ้าเขาอยู่เที่ยวเล่นพักผ่อนนานกว่านี้ ฮ่องเต้ราชอาณาจักรเป่ยฉินที่เคารพคงยื่นฎีกาลาออกจากการเป็นโอรสสวรรค์จนหาตัวไม่พบ เช่นนั้นแล้วความซวยคงมาเยือนถึงหน้าจวนตระกูลจูเยี่ยหยางให้คนของเหวินชาติดตามบิดามารดาไปอย่างเปิดเผยเพียงสองสามคน แต่ให้กลุ่มกิเลนคลั่งหนึ่งหน่วยต
อ่าห์…เกอไม่ได้เห็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น“แต่ดูเหมือนเจ้าจะได้ค่าจ้างไม่ครบนะ เยี่ยหยางเจ้าลืมให้เงินพิเศษพวกมันน่ะ”หวงฉีเจิ้งพูดกับพวกมือสังหาร ก่อนหันไปตบบ่าบอกเพื่อนที่กำลังคำนวณค่าตอบแทนพิเศษให้สี่มือสังหาร ที่ไม่รู้ว่าหายนะอยู่บนเงาหัวตัวเองแล้วเยี่ยหยางยืนตรงหน้าคนสี่คนอย่างใจเย็น มุมปากระบายยิ้มกว้าง“ข้ายังไม่ได้จ่ายรางวัลพิเศษให้พวกเจ้าเลย...”หน้ากากสีดำบนใบหน้าของประธานสมาคมเหวินชาถูกถอดออกโดยเจ้าตัวเอง เส้นผมสีเงินปลิวไปตามสายลมยามค่ำคืน ใบหน้าของชินอ๋องที่พวกมันแอบอ้างยืนอยู่เบื้องหน้าแล้วมือสังหารจากราชอาณาจักรซีเว่ยย่อมจำได้แน่นอนว่าชินอ๋องหน้าตาเป็นเช่นไรในกลุ่มมือสังหารในวงการมืด ต่างรู้จักหน้าค่าตาของอ๋องกินเมืองผู้นี้เป็นอย่างดี เพราะถูกนำมาเป็นเรื่องสนุกในวงเหล้าอยู่เสมอ และคนตรงหน้าพวกมันไม่ผิดตัวแน่ว่าเป็นชินอ๋องบัดซบผู้นั้นแต่ฝีมือกับข่าวลือที่ได้สัมผัส กลับไม่มีส่วนไหนตรงกันเลยคนไร้ค่าที่พวกมันดูถูกอย่างสนุกปากกลับเป็นถึงประธานสมาคมการค้าผู้ลึกลับ
ซีเจ๋อรายงานข้อมูลที่ได้จากปากมือสังหาร เขาแอบไว้อาลัยให้นักฆ่าจากราชอาณาจักรซีเว่ยล่วงหน้า แล้วถอยหลังไปไกล ๆ ยืนดูอยู่ห่าง ๆสีหน้าของอาหยาง… ช่างน่ากลัวเกินไปแล้วชินอ๋องผู้ว่าจ้างฆ่าน้องชายสุดที่รัก ควงไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือ ยิ้มเหี้ยมเกรียมให้กลุ่มมือสังหารจากราชอาณาจักรซีเว่ย สายตาลับคมปลาบดุจดั่งมีดดาบลับคมเตรียมพร้อมใช้งานอ่าห์…ดี ๆ ดีมากจริง ๆ เยี่ยมมากจริง ๆ…เยี่ยหยางสูดลมหายใจระงับอารมณ์หวงฉีเจิ้งส่ายหัวเบา ๆ แอบสมเพชเวทนานักฆ่าผู้ไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง พวกมันต้องโดนสหายรักจัดหนัก จนเสียใจที่รับงานนี้แน่เยี่ยหยางหลับตาลง พยายามควบคุมเวทมนตร์ที่พลุ่งพล่านในร่างกาย เขาเป็นคนที่ถือว่ามีเมตตาปรานีในระดับหนึ่ง หากผู้ใดมาแตะเกล็ดย้อนของเขา ถือว่าพวกมันชิงตำแหน่งไปเยือนปรล่วงหน้าดีที่ครั้งนี้ เขาปกป้องน้องได้ไม่อย่างงั้น…ชาตินี้ภพนี้ แผ่นดินนี้คงมีจอมมารเพิ่มอีกหนึ่ง เขาจะจองล้างจองผลาญพวกมันทุกตัวไม่จบไม่สิ้นคนที่มาดูเรื่องสนุก รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกแล้ว ส่งกระแสจิตไปเตือนสต
เยี่ยหยางก้าวพลิกตัวหลบมือสาวงามทั้งหลายอย่างพลิ้วไหว ยืนมองสหายผู้โสดสนิทไร้สตรีคู่ครอง ว่าเจ้าตัวจะตอบสาวงามเช่นไร โดยไม่ช่วยเหลืออะไรกับกู้ซีเจ๋อที่มีลูกเล่นวิธีรับมือแพรวพราวไม่ต่างกัน“กูเหนียงท่านนี้ ข้าต้องขออภัยท่านแล้ว ข้ากำลังเดินทางไปบ้านคู่หมั้นตัวน้อย ที่อยู่ข้างข้าเป็นพี่ชายนาง ข้าถูกพามาลองใจแล้ว ต้องเสียมารยาทกูเหนียงข้าขอตัวก่อน”หวงฉีเจิ้งมึนด้วยกลิ่นหอมฉุน รีบบอกปัดปฏิเสธสาวด้วยสีหน้าคุณธรรมของบุรุษที่เปี่ยมล้นคุณธรรม ถอนตัวออกจากอุ้งมือแม่เล้า รีบจ้ำอ้าวเหมือนคนหนีเจ้าหนี้ ไม่สนเพื่อนร่วมเดินเที่ยวอีกสองคน เรียกเสียงหัวเราะดังของคนแกล้งเพื่อนไล่หลังไป“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ...คุณชายหวง ๆ ต่อให้ข้าเหล่าหยางมีน้องสาว เจ้าอย่าหวังจะแอ้มน้องข้าเด็ดขาด”เยี่ยหยางผู้ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นไม่เว้นเพื่อนฝูง เดินตามสหายซี้เที่ยวต่อ หารู้ไม่ว่าในภายภาคหน้าเขาจะถูกเอาคืน และยอมให้จำใจเอาคืนด้วยความเต็มใจ จนหวนกลับมาคิดถึงคำพูดวันนี้ ว่าตัวเองไม่น่าเดินมาโฉบแถวนี้ ไม่น่ากลั่นแกล้งสหายเช่นนี้สามหนุ่มสามเอกลักษณ์เรียกสายตาของผู้ค
ขณะเดียวกันผู้อาวุโสสามหลี่ไท้สิงที่ร่วงรู้ข่าวการตายของบุตรชายสุดที่รักแล้ว ก็ส่งคนลงไปหาสาเหตุการตายของหลี่อี๋ที่เมืองเจียงตง มันถึงขนาดส่งลูกน้องคนสนิทมือขวาไปจัดการด้วยตัวเอง หากว่ามันไม่ได้มีตำแหน่งเป็นผู้อาวุโสมันคงลงไปจัดการเองแล้ว“อาเล่ยไปลากตัวไอ้สวะที่สังหารอาอี๋มาให้ข้า ข้าจะเป็นคนสังหารมันเอง สังหารมันทั้งครอบครัวทั้งชั่วโคตรมันที่กล้ามากสังหารอาอี๋ของข้า”“รับทราบนายท่าน”“เรื่องนี้อย่าเพิ่งให้คนในตระกูลรู้ จำเอาไว้เรื่องทุกอย่างต้องเป็นความลับ”“แล้วคนเฝ้าห้องโถงวิญญาณวันนี้?” ข้ารับใช้อาเล่ยเอ่ยถามผู้เป็นนายด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม“ส่งมันไปรับใช้อาอี๋ ถือว่าเป็นโชควาสนาของมันที่ได้ตายวันเดียวกับลูกข้า” หลี่ไท้สิงไม่แยแสว่าชีวิตที่มันกำหนดนั้น ไม่อยากตายแม้แต่น้อย“ภายในสองวันข้าต้องเห็นฆาตกรสวะ ไม่เช่นนั้นเจ้าก็ตามลูกชายข้าไปปรด้วยแล้วกัน”“ข้าน้อยรับคำสั่ง”อาเล่ยทหารรับจ้างคนนอกตระกูลหลี่ที่ถูกหลี่ไท้สิงช่วยเอาไว้จากศัตรูของมัน ท