“เหมยรู้ค่ะว่าหมอไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคน เหมยอาจจะอคติกับอาชีพนี้มากไปหน่อยแต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ ในเมื่อมันรู้สึกแบบนั้นไปแล้ว”
“แล้วที่ผ่านมานอกจากรุ่นน้องของผมแล้วเคยมีหมอเข้ามาจีบบ้างไหม”
“ก็พอมีบ้างค่ะ”
“แล้วคุณปฏิเสธเขาไปทันทีเลยเหรอ”
“เปล่าหรอกค่ะถึงเหมยจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเหมยจะปฏิเสธและไม่คุยกับเขา แต่สถานะแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเหมยกับพวกเขามันก็เป็นได้แค่เพื่อน แล้วผู้ชายที่ไหนเขาอยากจะมาเป็นเพื่อนกับผู้หญิงกันล่ะคะ พอเหมยบอกไปแบบนั้นพวกเขาถอยห่างค่ะ ผู้หญิงกับผู้ชายมันยากค่ะที่จะเป็นเพื่อนกันได้”
“แต่ตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่ไง”
“เราอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานค่ะแต่ไม่ใช่เพื่อนในชีวิตจริง แต่บางทีหมออาจจะเป็นข้อยกเว้นก็ได้ค่ะ”
“เพราะอะไรผมถึงเป็นข้อยกเว้นล่ะครับ”
“เพราะหมอตุลย์เป็นหมอเด็กมั้งคะ”
“ผมเป็นหมอเด็กแล้วมันแตกต่างจากหมออื่นยังไง”
“เหมยมองหมอเด็กว่าเป็นหมอที่จิตใจดีและอ่อนโยนกว่าสาขาอื่นค่ะ”
“ในเมื่อคุณคิดว่าผมจิตใจดีแล้วทำไมเราสองคนไม่ลองคบกันดูล่ะ” เมื่อสบโอกาสตุลธรก็รีบคว้ามันไว้
“อะไรนะคะ หมอกินเบียร์ไปแค่กระป๋องเดียวเมาแล้วเหรอ”
“เมาที่ไหนกันล่ะ เบียร์แค่กระป๋องเดียวทำอะไรผมไม่ได้หรอก” ถึงเขาดูสุภาพอ่อนโยนแต่เรื่องดื่มก็ไม่เคยแพ้ใคร
“แล้วหมอมาขอเหมยคบทำไม หมออยากทำลายกำแพงที่เหมยตั้งไว้ใช่ไหมคะ หมออยากรู้ใช่ไหมว่าหมอจะทำให้เหมยเปลี่ยนใจมาชอบอาชีพนี้ได้หรือเปล่า มันไม่ตลกเลยนะคะ” ปณิชารู้สึกผิดหวังที่เขาเอาความรู้สึกของเธอมาล้อเล่น
“ผมก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องตลกนะเหมย เอาจริงๆ นะเราก็โตกันแล้วเปิดอกคุยกันไปเลยก็ดี ผมรู้สึกดีกับคุณรู้สึกชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่เห็นคุณคุยกับคนไข้ที่ชื่อน้องข้าว ตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณไม่ชอบอาชีพนี้เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมจะขอคบกับคุณเพราะอยากให้คุณทำลายกำแพงนั้นมันไม่เกี่ยวกันเลย”
“แล้วถ้าเหมยปฏิเสธล่ะคะ”
“ผมรู้ว่าพยาบาลแผนกพยาบาลเด็กอย่างคุณไม่ใจร้ายหรอกนะ อีกอย่างมันก็ไม่ยุติธรรมกับผมนะถ้าคุณจะเอาเรื่องในอดีตมาตัดสินผม ซึ่งผมกับเขาไม่ใช่คนคนเดียวกัน”
“การที่เหมยไม่ชอบอาชีพนี้เพราะคนเพียงแค่คนเดียวมันไม่มีเหตุผล แต่หมอไม่กลัวเหรอคะว่าสิ่งที่ติดอยู่ในใจเหมยมันจะให้เราคบกันไม่นาน เหมยอาจมองว่าหมออยู่ใต้เงาของเขา”
“คนอย่างผมไม่ยอมอยู่ใต้เงาของใครหรอกนะ แล้วผมก็จะไม่ยอมถอยเพราะเรื่องในอดีตของคุณเหมือนกัน ผมก็คือผม ไม่ใช่เขา แล้วผมก็จะทำให้เหมยรู้ว่าผมแตกต่างจากเขายังไง”
“หมอไม่กลัวเสียเวลาเปล่าเหรอคะ ถ้าเกิดคบกันไปแล้วเหมยยังเอาคิดถึงแต่เรื่องเดิม เหมยไม่อยากเอาเปรียบคุณหรอกนะคะ” ปณิชาไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่เธอจะลืมความรู้สึกนั้นได้และกลัวว่ามันจะเป็นการเอาเปรียบตุลธรมากเกินไป
“ไม่หรอกผมเพราะคิดว่าผมมีดีกว่าเขาเยอะ ผมเชื่อว่าผมจะทำให้ทั้งหัวใจของเหมยมีแค่ผมเพียงคนเดียว”
“ขอถามตรงๆ ได้ไหมคะที่หมอตุลย์อยากจะคบกับเพราะอยากเอาชนะความรู้สึกของเหมยใช่ไหม”
“ก็บอกแล้วไงผมไม่เคยรู้เรื่องที่คุณไม่ชอบหมอมาก่อนผมชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน”
ปณิชานึกไปถึงวันแรกที่เธอได้เจอกับเขา ซึ่งตอนนี้มันก็ผ่านมานานเกือบจะสามเดือนแล้วตลอดสามเดือนที่ผ่านมาทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรกับอยู่
“หมอเก็บความรู้สึกได้ยังไง หมอบอกว่าหมอรู้สึกชอบหมายถึงแต่วันแรกที่เห็นแล้วหมอเริ่มจีบใหม่ตั้งแต่ตอนไหน”
“ผมก็จีบคุณตั้งแต่วันนั้นเลยไง””
“ตลกแล้วเหมยไม่เห็นรู้เลยว่าคุณจีบ”
“ก็บอกแล้วไงครับว่าผู้ชายทุกคนไม่เหมือนกัน ผมก็ไม่เหมือนใครขนาดผมจีบคุณมาตั้งสามเดือนคุณยังไม่รู้ตัวเลยนะ”
“ทำไมหมอเจ้าเล่ห์จังเลยล่ะคะ แบบนี้สงสัยเหมยจะตามหมอไม่ทันแน่ๆ”
“เขาไม่ได้เรียกเจ้าเล่ห์ครับเขาเรียกว่าการจีบอย่างมีชั้นเชิงแล้วคุณจะตกลงคบกับผมไหมล่ะ”
“หมอลองบอกข้อดีมาสิว่าคบกับหมอแล้วมีอะไรดีบ้าง”
“ข้อแรกเลยนะอาชีพของเราสองคนเกี่ยวข้องกันผมเข้าใจการทำงานของคุณในขณะที่คุณก็เข้าใจการทำงานของผม”
“ข้อนี้เหมยไม่เถียงหรอกค่ะ”
“ข้อสองนะผมเป็นหมอเด็กจิตใจอ่อนโยน อันนี้คุณบอกเอง ข้อสามหน้าตาผมก็ไม่ได้ขี้เหร่นะออกจะหล่อด้วยซ้ำ แพรวาบอกว่าคุณชอบคนหล่อ”
“หมอแอบไปสืบเรื่องของเหมยกับคนอื่นเหรอคะ”
“ไม่ได้แอบสืบครับผมถามตรงๆ เลยแหละ”
“คุณนี่ร้ายไม่ใช่เล่น ข้อต่อไปล่ะคะมีไหม”
“มีสิ ข้อสี่คือผมไม่เจ้าชู้รักใครรักจริงคบใครก็คบทีละคน”
“เหมยขอถามหน่อยค่ะตอนนี้หมอมีสาวๆ อยู่ในสต๊อกกี่คนคะ”
“ผมบอกแล้วไงล่ะว่าผมไม่เจ้าชู้ ผมจะมีสาวๆ ในสต๊อกได้ยังไง”
“แต่ที่เหมยได้ยินมาพยาบาลที่โรงพยาบาลเดิมบอกว่าหมอมีสาวๆ เข้าหาเยอะ หมอเปลี่ยนผู้หญิงควงแทบไม่ซ้ำหน้า”
“ควงกับคุณคบมันต่างกันนะเหมย”
“ผู้หญิงบางคนก็เข้ามาเพื่ออยากจะสนุกด้วยกัน”
“แต่ไม่อยากสนุกกับหมอนะคะ ถึงเหมยจะไม่สวยจะไม่มีเสน่ห์มากกับผู้หญิงคนก่อนๆ ของหมอแต่เหมยก็ไม่ยอมหรอกค่ะถ้าหมอจะคบกับเหมยในขณะที่คบกับคนอื่นด้วย”
“ตอนนี้ผมยังไม่คบใครอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ก็แค่สนุกเท่านั้น และผมคิดว่าผมสนุกมากพอแล้วนะ”
“เชื่อได้เหรอคะ”
“ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคำพูดของผมเชื่อได้หรือเปล่า” ตุลธรอยากจะลองคบกับปณิชาอย่างจริงจังถ้าเขากับเธอไปกันได้ดีเขาก็พร้อมที่จะหยุดอยู่ที่เธอ
“หมดแล้วใช่ไหมคะข้อดีในการคบกับหมอ”
“ยังมีอีกสองข้อนะ ข้อที่หกผมเป็นหนุ่มสายเปย์ไม่ว่าคุณอยากได้อะไรผมหาให้ได้ทุกอย่าง”
“เรื่องนี้ไม่ว้าวค่ะ เหมยรู้สึกเฉยๆ ค่ะเพราะเหมยมีงานทำถึงแม้เงินเดือนจะไม่เยอะเท่าหมอก็ตาม”
“ผมไม่ได้ดูถูกเงินเดือนคุณนะ แต่ถ้าหากคบกันจริง ผมก็อยากจะซื้อของให้กับเหมยบ้าง แต่รับรองว่าไม่ซื้อให้พร่ำเพรื่อหรอกน่ามันก็แค่ตามเทศกาลตามโอกาสเท่านั้นเอง”
“เอาเงินไปซื้อของให้สาวเยอะแบบนี้นี่เองถึงทำงานหลายที่ทั้งเปิดคลินิกทั้งตรวจที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน”
“หมอคืออาชีพที่รักอาชีพที่ทำด้วยใจครับเงินเดือนมันไม่ได้เยอะเมื่อเทียบกับความเหนื่อย แต่ผมมีหุ้นส่วนในบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ของเพื่อนอีกมันเลยทำให้ผมมีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย”
“นี่กำลังเอาเงินมาล่อเหมยใช่ไหมคะ”
“เปล่าผมก็แค่อยากเล่าให้เหมยฟังว่าผมทำอะไรบ้าง ในเมื่อเราคิดจะคบกันแล้วผมก็อยากให้คุณรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผม แต่ผมไม่ได้บังคับนะว่าเหมยจะต้องเล่าเรื่องของตัวเองให้ผมฟังทุกอย่างเพราะบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว”
“แล้วหมอตุลย์อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเหมยบ้างล่ะ ถามมาได้เลยถ้าอะไรตอบได้เหมยก็จะตอบค่ะ”
“ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะเหมยแต่ ผมอยากรู้ว่าคนโดห้องนี้คุณซื้อหรือเช่า”
“หมอถามทำไมคะ”
“ก็ถ้าคุณเช่าอยู่ผมก็อยากให้คุณเลิกเช่าแล้วก็ย้ายไปอยู่ด้วยกัน”
“หมอจะชวนเหมยย้ายไปอยู่ด้วยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคุยกันเลยเหรอคะ”
“แน่นอนสิผมเป็นคนชัดเจน”
“ห้องนี้ไม่ใช่ของเหมยหรอกค่ะเป็นของพ่อเลี้ยงเหมยเขาให้มาอยู่”
“แต่ถึงเหมยจะได้อยู่ฟรีแต่ค่าน้ำค่าไฟก็ต้องจ่ายนะ ถ้าย้ายไปอยู่ด้วยกันคงช่วยโลกประหยัดพลังงานได้เยอะเลย”
“เพิ่งรู้นะคะว่าหมอเด็กนอกจากอ่อนโยนแล้วยังรักโลกอีกด้วย” ปณิชาพูดแล้วก็หัวเราะอย่างผ่อนคลาย
“ผมบอกข้อดีของผมไปหมดแล้วนะ ตกลงเหมยจะคบกับผมแล้วใช่ไหมครับ” ตุลธรทวงคำตอบ“หมอตุลย์บอกแค่ข้อดีของตัวเองนะคะแล้วข้อเสียล่ะ”“ข้อเสียเหรอครับ” ชายหนุ่มทำท่าทางคิดหนัก“ใช่ค่ะ หมอคงไม่มีแต่ข้อดีหรอกนะคะ”“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับข้อเสียผมก็มีเหมือนกัน”“เช่นอะไรบ้างคะ”“เช่น ขี้หึง ขี้เหงาแล้วก็ขี้เอาครับ” ตุลธรยิ้มเจ้าเล่ห์หลังจากตอบข้อเสียขอสุดท้ายของตัวเองออกไป“ขอสุดท้ายอะไรนะคะ” ปณิชาไม่แน่ใจว่าตนเองฟังผิดไปหรือเปล่าเลยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง“ชี้เซาครับ” เขารีบแก้ตัว“โล่งออกไปทีค่ะ”“เหมยได้ยินเป็นอะไร”“ช่างมันเถอะค่ะ” ปณิชาเห็นรอยยิ้มและท่าทางไม่ไว้ใจของเขาแล้วก็รู้สึกว่าสถานการณ์มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ผมบอกข้อดีและข้อเสียไปหมดแล้วนะครับทีนี้เหมยจะตกลงคบกับผมได้หรือยังล่ะ ถ้านับดีๆ ข้อดีผมมีมากกว่าข้อเสียนะครับ ถ้าปฏิเสธคงดูเป็นคนที่ใจร้ายไม่เหมาะกับเป็นพยาบาลแผนกเด็กนะครับ” ชายหนุ่มทวงคำตอบอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเงียบไป“ดูเหมือนว่าหมอตุลย์จะมั่นใจมากว่าเหมยจะตอบตกลงนะคะ”“ผมรู้ว่ายังไงคุณก็ไม่มีทางปฏิเสธหรอก”“เหมยก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้อดีที่หมอพูดมาทั้งหมดนั้นจะเป็นความจริงทุกอย่า
เสียงลมหายใจของหมอตุลธรดังสม่ำเสมอแล้ว แต่คนที่นอนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงยังนอนไม่หลับ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอยอมให้ผู้ชายขึ้นมานอนบนเตียงด้วย มันดูกล้าและบ้าบิ่นมากแต่ในเมื่อเปิดใจจะคบกับเขาแล้วเธอก็อยากทำทุกๆ วันให้มีความสุข เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าการคบกันครั้งนี้จะจบลงตอนไหน บางทีอาจจะแค่ไม่กี่วันหรืออาจจะนานเป็นปีเหตุผลที่เธอยอมเปิดใจคบกับหมอตุลธรไม่ใช่เพราะอยากให้เขามาแทนที่คนรักเก่าแต่เพราะคุยกับเขาแล้วรู้สึกว่าทัศนคติและความคิดของเขามันเข้าท่า ตั้งแต่ได้ร่วมงานกันมาเกือบจะสามเดือนเธอยังไม่เคยเห็นเขาโมโห อารมณ์ร้อนหรือชักสีหน้าใส่แม้ว่าบางครั้งจะตรวจคนไข้โดยไม่ได้ทานข้าวแต่เขาก็ยิ้มแย้มอยู่ตลอด สิ่งที่ประทับใจในตัวเขาอีกอย่างก็คือเวลาที่เขาขับรถแล้วมีคนขับปาดหน้า หรือขับแทรกเข้ามาตุลธรก็ไม่เคยหัวเสียหรือสบถสักครั้งมันเลยทำให้เธอรู้สึกดีเพราะปณิชาชอบคนอบอุ่นและใจเย็นหญิงสาวนอนตะแคงมองใบหน้าของเขาผ่านความมืดไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหนแต่ในเมื่อเขายอมที่จะพูดตรงๆ เธอก็ยอมที่จะเปิดใจรับเขาเหมือนกันเรื่องของหมอเอกวิทย์ยังค้างคาอยู่ในใจแต่เธอจะพยายามลืมเรื่องราวทุกอย่างเพราะตอนนี้
ขับรถออกมาจากคอนโดไม่นานตุลธรก็แวะรับกาแฟร้านโปรดซึ่งเขาถือแซนด์วิชติดมือมาด้วยอีกสองถุง“นี่ของเหมยนะ ส่วนถุงนี้เดี๋ยวผมเอาไปกินที่ทำงาน”“ขอบคุณค่ะหมอตุลย์ใจดีเหมือนกันนะคะ” เธอรับทั้งกาแฟและแซนด์วิชมาแล้วก็ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของเขา“ผมไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกนะ บางครั้งก็ร้าย”“แต่คงไม่ใจร้ายกับเหมยใช่ไหมคะ”“เหมยไม่ต้องกลัวหรอกเพราะผมจะไม่ร้ายกับคนที่ผมรักหรอกครับ”ตุลธรพูดแล้วหันมายิ้ม คำพูดของเขามันเป็นยาใจอย่างหนึ่งทำให้ปณิชารู้สึกสดชื่นและวันนี้เธอคงทำงานอย่างมีความสุขไปตลอดวันชายหนุ่มจอดรถส่งเธอที่หน้าโรงพยาบาลจากนั้นเขาก็ตรงไปยังโรงพยาบาลที่ตนเองทำงานอยู่ ระยะทางระหว่างโรงพยาบาลของที่ปณิชาทำงานกับโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่ไม่ได้ไกลกันมากถ้าหากตอนกลางวันเขาจะมารับเธอไปทานข้าว มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ชายหนุ่มรู้ว่าพยาบาลอย่างเธอทานอาหารไม่ค่อยเป็นเวลาเขาเลยเลิกล้มความคิดนี้เพราะไม่อยากให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดมากเกินไปตุลธรมาถึงโรงพยาบาลทำงานในเวลา 8 โมงเช้าพอดี วันนี้เขามีตารางตรวจผู้ป่วยนอก 9 โมงเช้า ชายหนุ่มจึงขึ้นไปดูผู้ป่วยที่สั่งแอดมิทไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน“สวัสดีค่ะ
เย็นนี้ตุลธรก็มาตรวจที่คลินิกเหมือนกับทุกวันแต่พยาบาลที่มาทำงานวันนี้คือกชกรซึ่งมาทำงานกับเขาได้สองปีแล้วเขาตรวจคนไข้ไปได้ไม่นานเอกวิทย์ก็พาลูกชายมาตรวจตามที่บอกตุลธรไว้เมื่อวานตุลธรรู้สึกโล่งใจมากที่วันนี้ผู้ช่วยของเขาไม่ใช่ปณิชาเพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะเสียใจเหมือนเมื่อวานหรือเปล่าตุลธรตรวจไปตามขั้นตอนจนกระทั่งลูกชายของเอกวิทย์ตรวจและฉีดวัคซีนเสร็จ พอดีกับเขาไม่มีคนไข้รอตรวจจึงได้ชวนเพื่อนรุ่นน้องคุย“น้องออมสินน่ารักดีนะ หน้าเหมือนนายมากเลย”“ดีแล้วครับที่ลูกหน้าเหมือนผม ผมไม่อยากให้เหมือนแม่”“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ” ตุลธรมองหน้ารุ่นน้องแล้วถามด้วยความสงสัย“ก็ออมสินเป็นลูกของผมแค่คนเดียว”“มีอะไรที่พี่ไม่รู้เกี่ยวกับนายและแม่ของออมสินหรือเปล่า”“ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวครับพี่”“พี่ขอโทษนะ ที่ทำให้นายลำบากใจ”“ไม่เป็นไรหรอกครับเรื่องมันผ่านมานานแล้ว”“เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมานานแล้วเหรอ” ที่เขาถามเพราะเห็นว่าเอกวิทย์ดูจะถนัดกับการดูแลลูก“สองปีแล้วครับ”“นายไม่คิดจะหาใครมาช่วยเลี้ยงเหรอ”“ผมก็มีพี่เลี้ยงอยู่แล้วนี่ครับ”“พี่หมายถึงผู้หญิงสักคนที่จะมาทำหน้าที่แม่ให้ออม
หลังอาบเสร็จปณิชาก็นั่งดูทีวีระหว่างรอเล่าเรื่องที่เจอมาวันนี้ให้กับตุลธรฟัง หญิงสาวดูทีวีได้ไม่นานเสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นเธอเดินไปเปิดและเชิญเขาเข้ามานั่งด้านใน“ก่อนคุณจะเล่าให้ผมฟังผมขอกินเบียร์ไปด้วยระหว่างฟังได้ไหมล่ะ”“เหมยเพิ่งแช่เย็นไปเมื่อกี้นะคะหมอยังไม่เย็นหรอกเดี๋ยว”“ผมเอาใส่ช่องฟรีซก็ได้แป๊บเดียวก็เย็น”“เชิญหมอทำตามสบายเลยค่ะ” ปณิชามองคนที่กำลังเอาเบียร์ใส่ตู้เย็นราวกับที่นี่เป็นห้องของตัวเองแล้วก็ส่ายหน้า เธอไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ตกลงคบกับเขา ผู้ชายที่ดูสุขุมเรียบร้อยแต่เวลาอยู่กันตามลำพังแล้วเขาก็เหมือนกับเด็กคนหนึ่งที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง แต่ในเมื่อตกลงไปแล้วก็จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด“ผมพร้อมจะฟังแล้ว เล่ามาได้เลยครับว่านี้คุณเจออะไรมาบ้าง” ตุลธรเดินกลับมานั่งลงใกล้ๆ กับปณิชาที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟา“วันนี้มีคนโทรหาเหมยค่ะ”“ใครครับ”“ก็หมอรุ่นน้องของคุณไงคะ”“หมอเอกเหรอครับ”“ใช่ค่ะ”“เขาโทรมาทำไม” ตุลธรถามด้วยความร้อนใจ“ก็โทรมาคุยเรื่องทั่วๆ ไป เขาถามว่าเหมยสบายดีไหมแล้วก็อยากนัดเจอเหมยค่ะ”“แล้วเหมยตอบเขาไปว่ายังไง บอกเขาหรือเปล่าว่าเหมยมีแ
เป็นอีกหนึ่งคืนที่ตุลธรค้างในห้องของปณิชาหมอนข้างที่หญิงสาวเคยวางกันไว้ในวันแรกถูกย้ายไปอีกฝั่งหนึ่งของเตียงเพราะตอนนี้เจ้าของห้องกับผู้อาศัยขยับเข้ามานอนกอดกันจนกระทั่งถึงเช้าของวันใหม่ ตุลธรไม่เคยใจเย็นและอดทนกับเรื่องบนเตียงได้แบบนี้มาก่อนแต่เพราะครั้งนี้เขาอยากจะคบกับปณิชาอย่างจริงจังเพราะเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมา หญิงสาวเป็นคนจิตใจดีและมีทัศนคติเชิงบวก ซึ่งเวลาอยู่ใกล้แล้วทำเขารู้สึกดีและอยากจะตื่นมาเจอเธอในเวลาเช้าแบบนี้ทุกๆ วัน เขาอยากให้การคบกันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ที่เขาเคยทำมาตลอดนั้นไม่เคยถูกนำมาใช้กับผู้หญิงที่ชื่อว่าปณิชาชายหนุ่มยอมรับว่าจากที่เคยคิดจะจีบเธอเล่นๆ เพื่อทำลายกำแพงที่เธอกั้นไว้ แต่พอได้อยู่ใกล้ตัวเองก็หลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรักปณิชาทั้งๆ ที่เพิ่งได้รู้จักกันไม่นาน ตุลธรคิดว่าบางครั้งความรักมันก็ไร้เหตุผลเช้าวันนี้เขารีบตื่นนอนก่อนเจ้าของห้องจะตื่นเพราะตัวเองมีคนไข้ที่ต้องราวน์เยอะกว่าทุกวัน แต่พอขยับตัวจะลุกจากเตียงหญิงสาวก็ตื่นมาพอดี“มอร์นิ่งครับ”“มอร์นิ่งค่ะ”“ผมอยากนอนกอดคุณต่อนะ แต่เช้า
เมื่อเอกวิทย์กลับไปแล้วปณิชาก็กลับมาในห้องพักเบรกอีกครั้งเพราะเธอยังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน“คนที่มาหาเหมยคือหมอเอกใช่ไหม” พาขวัญที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนถามด้วยความไม่แน่ใจเพราะนานแล้วที่เธอไม่เจอกับหมอเอกวิทย์คนที่ทำให้เพื่อนอกหักเมื่อสองปีก่อน“ใช่จ้ะ ขวัญจำเขาได้เหรอ”“จำได้สิ เขามาทำไม เหมยยังติดต่อกับเขาอยู่เหรอ”“เหมยบังเอิญเจอเขาที่ร้านอาหารเมื่อวันก่อน แต่ไม่รู้ว่าเขาตามมาที่นี่ถูกได้ยังไงเหมือนกัน”“เขามาคุยอะไรกับเหมยล่ะ”“เรื่องมันยาวเดี๋ยวเล่าให้ฟังตอนไปซื้อของนะ ตอนนี้ขอกินข้าวก่อนหิวมากๆ เลย”เมื่อถึงเวลาเลิกงานปณิชาและพาขวัญก็พากันไปซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแต่คนมาใช้บริการเยอะ ร้านอาหารก็มีคนนั่งเต็มไปหมดทั้งสองคนเลยยังไม่ได้คุยกัน พาขวัญเลยเสนอว่าจะสั่งอาหารไปกินที่คอนโดของปณิชา“กินส้มตำในห้องได้แน่นะเหมย”“ได้สิ”“ไม่กลัวกลิ่นติดห้องใช่ไหม”“ไม่หรอกน่าเดี๋ยวพอกินเสร็จก็เปิดหน้าต่างให้อากาศระบายแล้วก็ฉีดสเปร์ดับกลิ่นก็หายเหม็นแล้ว”“ถ้าเหมยโอเคขวัญสั่งเลยนะ พอไปถึงคอนโดอาหารก็น่าจะถึงพอดี เอาแบบเดิมที่เคยกินใช่ไหม”“ใช่เอาแบบเดิมเลยอย่าลืมไก่ย่างกับตับด้วยนะ”
ตุลธรนั่งทานส้มตำไก่ย่างกับสองสาวจนอิ่มเขาก็ขอตัวกลับห้องของตัวเองเพราะอยากให้ปณิชากับพาขวัญได้คุยกันต่อ เขาไม่รู้ว่าคืนนี้พาขวัญจะค้างที่ห้องของปณิชาหรือเปล่า แต่จะโทรถามก็กลัวว่าจะรบกวนเธอจนเกินไปหลังจากปิดไฟนอนไปแล้วเกือบชั่วโมงตุลธรก็นอนไม่หลับเขาจึงโทรไปถามรปภ. ว่ารถของเพื่อนปณิชาออกไปหรือยังเมื่อได้คำตอบแล้วชายหนุ่มก็รีบปิดไฟห้องนอนของตัวเองและลงลิฟต์มายังห้องของปณิชา โชคดีที่พาขวัญกระซิบบอกรหัสเข้าห้องของปณิชาไว้เขาเลยไม่ต้องปลุกเจ้าของห้องชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ทั้งห้องมืดสนิทตุลธรอาศัยแสงสว่างจากโทรศัพท์เดินไปยังห้องนอนของปณิชาแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างเบาที่สุด ปณิชาตกใจที่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนมานอนข้างๆ เธอรีบลุกเพื่อจะเอื้อมไปเปิดไฟบริเวณหัวเตียงแต่ตุลธรก็กอดเธอไว้ก่อนรีบพูดขึ้น“ผมเองเหมย”“หมอตุลย์เหรอคะ”“ครับ”“หมอเข้ามาได้ยังไง”“อย่าพึ่งถามเลยว่าผมมาได้ยังไงตอนนี้ผมง่วงขอนอนก่อนนะ”“ง่วงขนาดนี้แล้วจะมาลงมานอนกับเหมยทำไมคะ”“ก็นอนข้างบนมันนอนไม่หลับนี่ เหมยใจร้ายมากเลยนะ เพื่อนกลับไปตอนไหนก็ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”“หมอไม่ได้สั่งไว้นี่คะ”“ผมก็นึกว่าเหมยจะรู้เ
แล้วก็ถึงวันที่ปณิชาจะต้องเดินทางไปเที่ยวคนเดียวตามลำพังเธอตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก ถึงแม้ว่าก่อนการเดินทางเธอจะเตรียมพร้อมเรื่องภาษามาอย่างดีแต่ก็ยังกังวลว่าจะสื่อสารให้คนอื่นฟังไม่รู้เรื่องตั๋วเครื่องบินที่พี่ชายให้มาเป็นตัวบินตรงจากกรุงเทพมายังสนามบินปรากวาคลาฟฮาเวลซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองปรากไม่ถึง 20 กิโลเมตร พี่ชายของเธอบอกว่าพอลงจากเครื่องก็จะมีรถของโรงแรมมารับให้เธอคอยสังเกตเพราะเขาจะถือป้ายชื่อมาคอยต้อนรับปณิชามองหาคนจากโรงแรมที่พี่ชายบอกว่าจะมารัก แต่มองเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอป้ายชื่อของตัวเอง หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเห็นป้ายหนึ่งเขียนว่า Will you marry me? เธอรู้สึกว่าไม่มันเป็นอะไรที่โรแมนติกมากที่ขอแต่งงานกลางสนามบินแบบ ปณิชา รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นเหลือเกินที่มีคนทำเรื่องเซอร์ไพรซ์แบบนี้หญิงสาวกำลังเดินมาใกล้จุดที่คนถือป้ายเรื่อยๆ และพอเดินเข้าใกล้ด้านหน้าหน้าก็มีอีกป้ายหนึ่งปรากฏขึ้นซึ่งมันเขียนด้วยภาษาไทยตัวโตๆ ว่า “เหมย” หญิงสาวเลยรีบเดินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นคนจากโรงแรมและบังเอิญมายืนผิดตำแหน่ง“เหมยแต่งงานกันนะ” เสียงที่พูดขึ้นมาทำให้หญิงสาวหยุดชะงักแล
ปณิชาไม่ต้องไปทำงานที่คลินิกของหมอตุลธรแล้วเย็นนี้เธอจึงมีเวลาออกมาเดินซื้อของใช้จำเป็นที่ห้างสรรพสินค้า ระหว่างที่ปณิชากำลังเดินเอาของมาเก็บที่รถก็ได้รับสายจากศุภกิจพอดี “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่”“สวัสดีจ้ะเหมย ตอนนี้อยู่ที่ไหนทำไมเสียงดังจังเลย”“เหมยออกมาซื้อของที่ห้างค่ะ พี่ใหญ่มีธุระอะไรกับเหมยหรือเปล่าหรืออยากให้เหมยช่วยอะไรไหมคะ”“อยู่ห้างแถวไหนล่ะ”ปณิชาบอกชื่อห้างสรรพสินค้าที่ตนเองกำลังเดินอยู่ให้กับพี่ชายฟังอีกฝ่ายก็ถามกลับ“รีบไปไหนหรือเปล่า”“ไม่หรอกค่ะ พี่ใหญ่จะให้เหมยทำอะไรหรือเปล่า”“เปล่าหรอกพี่เพิ่งเลิกงาน เรานัดเจอกันหน่อยดีไหม พี่กำลังอยากหาเพื่อนกินข้าวอยู่พอดีเลย”“ได้ค่ะเดี๋ยวเหมยเอาของไปเก็บที่รถถ้าพี่ใหญ่มาถึงก็โทรบอกนะคะเดี๋ยวมเหมยจะไปหาพี่เองค่ะ”“ได้ครับ เหมยรอพี่ไม่น่าจะเกิน 20 นาทีนะ”“แล้วพี่ใหญ่จะมายังไงคะ”“พี่นั่งวินหน้าโรงพยาบาลไปก็ได้”“ให้เหมยไปรับดีกว่าไหมคะ”“ไม่เป็นไรหรอกพี่ไปเองแบบนี้มันน่าจะสะดวกกว่า”“ก็ได้ค่ะพี่ใหญ่”ปณิชาเดินเอาของไปเก็บที่รถจากนั้นก็เดินไปเตร็ดเตร่อยู่แถวหน้าห้างพอศุภกิจลงจากวินมอเตอร์ไซด์เธอก็รีบเข้าไปทักทายทั
ตุลธรมองนาฬิกาข้อมือซึ่งขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเขาจะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนที่ปณิชาทำงานอยู่ ชายหนุ่มไม่อยากไปเลยแต่วันนี้หมอปรียาภัทรไม่ว่างจึงไปออกตรวจแทนเขาไม่ได้ตั้งแต่คุยกับปณิชาเมื่อเย็นวันพุธเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย และนี่เป็นครั้งแรกที่จะเผชิญหน้ากับหญิงสาว ตุลธรไม่รู้ว่าตัวเองจะมองหน้าเธอได้หรือเปล่าเนื่องจากเขากลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนและกลับไปรักเธออีกครั้งเมื่อมาถึงโรงพยาบาลตุลธรก็เห็นว่าปณิชานั้นยิ้มแย้มแจ่มใสกับคนไข้อย่างเคย หัวใจเขากระตุกวูบและรู้สึกหวั่นไหวจนต้องเบือนหน้าหนี“สวัสดีค่ะหมอตุลย์” ปณิชากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเคย หากแต่แววตาที่มองนั้นมันว่างเปล่าไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ในนั้นอีกแล้ว ตุลธรรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นคนตัดสัมพันธ์กับเธอเองแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตนเองนั้นทำผิดพลาด“สวัสดีครับ”“หมอมีคนไข้รออยู่ 4 คนนะคะ เดี๋ยวเหมยจะให้แพรวาเรียกไปรอหน้าห้องตรวจค่ะ”“ขอบคุณครับ” ตลอดทั้งบ่ายอาทิตย์ชายหนุ่มมักจะมองออกไปยังห้องตรงข้ามซึ่งเป็นห้องสำหรับฉีดวัคซีนเขาเห็นปณิชาทำงานด้วยรอยยิ้มก็เผลอมองอยู่นาน ตุลธ
ปณิชานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถจนกระทั่งถึงเวลาสองทุ่ม เมื่อเห็นตุลธรเดินออกมาจากคลินิกเธอก็รีบเปิดประตูออกแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที“หมอตุลย์คะ เหมยว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”“ผมเหนื่อยมากนะเหมยเอาไว้คุยกันวันหลังได้ไหม”“หมอจะบ่ายเบี่ยงไปถึงไหนมีอะไรก็พูดมาตรงๆ”“คุณอยากให้ผมพูดตรงๆ กับคุณมากใช่ไหม”หญิงสาวรู้สึกแปลกเพราะสรรพนามที่เขาใช้เรียกเธอนั้นมันเปลี่ยนไปแต่ก่อนเขาเรียกชื่อเล่นแต่ตอนนี้เขาแทนชื่อเธอด้วยคำว่าคุณซึ่งมันแสดงออกถึงความห่างเหิน“ค่ะ เหมยอยากรู้ว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้นทำไมหมอถึงเปลี่ยนไปแบบนี้”“ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ”“แล้วที่ผ่านมาคืออะไรคะ หมอหลอกเหมยมาตลอดเหรอคะว่ารักเหมย”“มันก็แค่คำพูดของผู้ชายน่ะเจ้าชู้” ตุลธรยิ้มมุมปากแววตาที่มองเธอวันนี้มันต่างไป มันไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรในนั้นเลย“เหมยไม่คิดเลยนะคะว่าหมอที่จิตใจดีและอ่อนโยนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้”“แล้วคุณคาดหวังจะให้ผมเป็นยังไงล่ะ”“เหมยก็คิดว่าคุณแตกต่างจากผู้ชายคนอื่นแต่จริงๆ แล้วก็ไม่เลยสักนิด”“คุณอย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนรักเก่าของคุณ”“ทำไมจะเปรียบเทียบไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณก็ไ
ระหว่างที่ตุลธรไปประชุมที่สิงคโปร์ปณิชาก็มีเรื่องวุ่นเกิดขึ้นเพราะลูกชายของลุงสุพจน์ย้ายมาทำงานที่เมืองไทยเขาอยากได้คอนโดมิเนียมที่เธออาศัยอยู่ในตอนนี้เนื่องจากชายหนุ่มยังไม่ชินกับถนนเมืองไทยจึงอยากย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าการเดินทางมาทำงานก็สะดวกกว่าคอนโดมิเนียมของตนเองศุภกิจหรือพี่ใหญ่จึงยื่นข้อเสนอให้ปณิชาย้ายไปอยู่ที่คอนโดมิเนียมของตัวเอง โดยจะซื้อรถยนต์คันใหม่ให้เธอพร้อมกับให้เงินเธออีกก้อนหนึ่งเป็นค่าน้ำมันที่ต้องเพิ่มขึ้นเนื่องจากคอนโดที่จะต้องย้ายไปนั้นอยู่ไกลกว่าที่เดิมประมาณ 5 กิโลเมตรปณิชาคิดว่ามันไม่ได้ลำบากอะไรถ้าหากหญิงสาวจะต้องตื่นเช้าอีกสักนิดเพื่อจะขับรถมาทำงานเพราะเธอเองก็คุ้นเคยกับถนนเส้นนี้ดีต่างจากศุภกิจที่ไปอยู่อเมริกานานนับสิบปี เธอจึงตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมากปณิชาไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับตุลธรเพราะมันเรื่องภายในครอบครัวอีกทั้งตอนนี้เขาก็กำลังยุ่งอยู่กับการประชุมเธอคิดจะบอกคนรักในวันที่เขากลับมาถึงเมืองไทยแล้วปณิชาใช้เวลาไม่นานก็ย้ายของทั้งหมดของตัวเองไปยังคอนโดมิเนียมแห่งใหม่โดยครั้งนี้มีอารดาและพาขวัญมาช่วย“ที่นี่น่าอยู่ไม่แพ้ที่เ
หลังจากส่งคนรักถึงขอบสวรรค์ไปแล้วตุลธรก็พลิกให้เธอลงมาอยู่ด้านล่าง เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะบดจูบลงบนริมฝปากบางอยางดูดดื่ม ฝ่ามือร้อนคลึงเคลาสองปทุมอวบอิ่มอย่างมันมือ ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถันปลุกเร้าจนเสียงหวานครางระงม“อื้อ....หมอตุลย์”จูบจนพอใจเขาก็ลากไล้ความเปียกชื้นไปตามซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มดูดดึงไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูง ผิวเนียนนุ่มขึ้นรอยแดงไปทั่วทุกจุดที่ปากร้อนเลื่อนผ่านและมาหยุดที่ยอดถันสีสวย ตุลธรไม่รอช้าที่จะดูดกินอย่างหิวกระหายขณะที่ท่อนเอ็นร้อนก็กำลังกดเข้าหาความอุ่นของโพรงสวาทอีกครั้ง“อ๊ะ....”“เจ็บเหรอ”ปณิชาส่ายหน้า เธอมองหน้าคนรักแล้วยิ้มยั่วขณะขมิบช่องทางรักทักทายท่อนเอ็นของเขาเป็นจังหวะ“อ้าห์.....จะฆ่าผมให้ตายคาอกเลยใช่ไหม” ตุลธรกัดกรามแน่นแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกเป็นจังหวะอีกครั้งเพราะถ้ายังอยู่นิ่งปณิชาคงใช้ความอ่อนนุ่มรัดเขาจนแตกเร็วแน่ๆ “อื้ม...หมอขาเหมยเสียว” เธอครางหวานร่างกายสั่นสะท้านเมื่อเขากระแทกกระทั้นตัวเข้าหา ท่อนเอ็นแข็งร้อนเคลื่อนเข้าออกโพรงอุ่นสุดความยาวครั้งแล้วครั้งเล่า เสี
ตุลธรจูบลงไปบนไรผมที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนที่ปากร้อนจะลากไปบนลำตัวของคนรัก ชายหนุ่มดันเรียวขาให้กว้างขึ้น ตาคมมองดอกเหมยสีสวยที่ฉ่ำเยิ้มแล้วกดความเป็นชายลากขึ้นลงจนส่วนปลายชุ่มไปด้วยน้ำหวาน “อื้อ...หมอตุลย์” หญิงสาวส่ายสะโพกเข้าหาอย่างลืมตัว ร่างกายของเธอร้อนรุ่มความต้องการฉายชัดในแววตาอย่างปิดไม่มิด“ใจเย็นที่รักเดี๋ยวคุณจะเจ็บเอานะ”“ก็ของหมอตุลย์ใหญ่”“เหมยชอบของใหญ่ไหม”“เหมยไม่ชอบของใหญ่แต่เหมยชอบของหมอ เข้ามานะคะเข้าในตัวเหมย เข้ามาลึกๆ เลยค่ะ”เพราะความต้องการที่มากล้นปณิชาเลยร้องขออย่างลืมอายแต่นั้นก็ทำให้ตุลธรพอใจเป็นอย่างมากที่ผู้หญิงของเขาเร่าร้อนแบบนี้“ผมรับรองเลยว่ามันจะลึกสุดและเสียวที่สุดเท่าที่เหมยจะรู้สึก”พูดจบชายหนุ่มก็จูบลงมาอีกครั้งขณะที่ท่อนเอ็นร้อนกดเข้าหาความอ่อนนุ่มทีละนิด ตุลธรกัดกรามแน่นเมื่อเขาโดนความคับแน่ของปณิชาตอดรัดตั้งแต่เข้าได้เพียงครึ่งทาง“อื้อ...หมอขา...”“อีกนิดครับที่รัก ของเหมยแน่นมาก”ในที่สุดตุลธรก็พาตัวตนเข้าไปจนลึกสุดความยาว เขาพ่นลมหายใจออกทางปากเพื่อระบายความเสียวซ่านเนื่องจากท่อนเอ็นร้อนโดนตอดรัดทุกทิ
การคบกันของปณิชาและหมอตุลธรมีคนรู้เพียงไม่กี่คนเพราะทั้งสองไม่ได้เปิดตัวอย่างโจ่งแจ้ง แต่ถ้ามีใครถามก็จะบอกออกไปตามตรงว่ากำลังคบกันอยู่ การออกไปไหนด้วยกันก็เป็นไปตามปกติไม่มีการหลบซ่อนเพราะทั้งสองคนมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบที่สุด วันนี้หลังจากปิดคลินิกแล้วตุลธรกกับปณิชาก็กลับไปอาบน้ำที่คอนโดมิเนียมก่อนจะพากันออกมานั่งฟังเพลงที่บาร์แห่งหนึ่งเพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักติดๆ กันมาหลายวัน และพรุ่งนี้คุณหมอหนุ่มก็จะต้องเดินทางไปประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ถึงสามวัน “ผมไม่อยากไปเลยนะเหมย” “ไม่อยากไปก็ต้องไปค่ะ มันเป็นหน้าที่นะคะ” “อยากให้เหมยไปด้วย” “เดือนหน้าเราก็จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้วนะคะ” “ผมอยากข้ามไปเดือนหน้าเลยอยากไปเที่ยวกับเหมย” “เหมยก็เหมือนกันค่ะ แต่ความจริงมันทำแบบนั้นไม่ได้นี่คะ” “ผมคงคิดถึงเหมยมากแน่ๆ แล้วกลางคืนผมจะนอนกอดใคร” “เหมยอนุญาตให้กอดหมอนข้างได้ค่ะ แต่ห้ามพาผู้หญิงคนไหนเข้าห้องนอนเด็ดขาดถ้าเหมยรู้เหมยจะเลิกกับหมอทันที” “แล้วพนักงานทำความสะอ
“หมอคะ เดือนหน้าหมอจะตรวจแทนหมอปิ่นอย่างเดิมไหมคะ”“พี่ปิ่นอยากให้ผมทำต่อนะผมว่าจะลองคุยดู อาจจะรับแค่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เหมยว่าดีไหม” เมื่อรับหญิงสาวเข้ามาในชีวิตแล้วตุลธรก็อยากให้ปณิชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจไปกับตนเองบ้าง“ถามเหมยเหรอคะ”“ครับ ผมอยากฟังความคิดเห็นของเหมย”“ถ้าหมอไม่เหนื่อยก็ตามใจหมอเลยค่ะ บ่ายวันอาทิตย์คนไข้เยอะมากถ้าหมอสั่งแอดมิทก็ยังต้องมาราวน์ตอนเช้าอีก แต่ปกติคนไข้ที่โรงพยาบาลเดิมหมอก็ไม่ค่อยราวน์เช้าวันจันทร์อยู่แล้วนี่คะ” เพราะเขามักจะเล่าเรื่องการทำงานให้ฟังบ่อยๆ ปณิชาก็เลยพอจะรู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง“ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไหวนะ เอาไว้หลังแต่งงานค่อยออกตรวจให้น้อยลง ถ้าเหมยไม่อยากให้ผมเหนื่อยก็ต้องรีบแต่งงานนะครับ”“อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเลยค่ะ เหมยรู้ว่าหมอมีความสุขที่ได้ออกตรวจและได้เจอคนไข้เด็กๆ” ปณิชาเห็นแววตาของเขาเวลาที่ตรวจคนไข้ก็รู้ว่าเขามีความสุขที่ได้ทำงานกับเด็กๆ มาก“ผมชอบเด็กครับ ถ้าได้มีลูกกับเหมยผมคงมีความสุขมาก”“ใครจะมีลูกกับหมอตุลย์กันคะ เหมยยังไม่อยากท้องโย้ตอนนี้หรอกค่ะ”“เหมยไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยเหรอครับ” เขามีสีหน้าเปลี่ยนไปเ