ตุลธรนั่งทานส้มตำไก่ย่างกับสองสาวจนอิ่มเขาก็ขอตัวกลับห้องของตัวเองเพราะอยากให้ปณิชากับพาขวัญได้คุยกันต่อ เขาไม่รู้ว่าคืนนี้พาขวัญจะค้างที่ห้องของปณิชาหรือเปล่า แต่จะโทรถามก็กลัวว่าจะรบกวนเธอจนเกินไปหลังจากปิดไฟนอนไปแล้วเกือบชั่วโมงตุลธรก็นอนไม่หลับเขาจึงโทรไปถามรปภ. ว่ารถของเพื่อนปณิชาออกไปหรือยังเมื่อได้คำตอบแล้วชายหนุ่มก็รีบปิดไฟห้องนอนของตัวเองและลงลิฟต์มายังห้องของปณิชา โชคดีที่พาขวัญกระซิบบอกรหัสเข้าห้องของปณิชาไว้เขาเลยไม่ต้องปลุกเจ้าของห้องชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ทั้งห้องมืดสนิทตุลธรอาศัยแสงสว่างจากโทรศัพท์เดินไปยังห้องนอนของปณิชาแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างเบาที่สุด ปณิชาตกใจที่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนมานอนข้างๆ เธอรีบลุกเพื่อจะเอื้อมไปเปิดไฟบริเวณหัวเตียงแต่ตุลธรก็กอดเธอไว้ก่อนรีบพูดขึ้น“ผมเองเหมย”“หมอตุลย์เหรอคะ”“ครับ”“หมอเข้ามาได้ยังไง”“อย่าพึ่งถามเลยว่าผมมาได้ยังไงตอนนี้ผมง่วงขอนอนก่อนนะ”“ง่วงขนาดนี้แล้วจะมาลงมานอนกับเหมยทำไมคะ”“ก็นอนข้างบนมันนอนไม่หลับนี่ เหมยใจร้ายมากเลยนะ เพื่อนกลับไปตอนไหนก็ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”“หมอไม่ได้สั่งไว้นี่คะ”“ผมก็นึกว่าเหมยจะรู้เ
การคบกันของตุลธรและปณิชายังคงเป็นความลับในโรงพยาบาลเอกชนที่ทั้งสองคนทำงานอยู่ ตุลธรยังมาออกตรวจแทนพี่รหัสอย่างเดิมทั้งที่พี่รหัสก็ครบกำหนดลาคลอดแล้วแต่อยากจะมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นจึงขอตรวจแค่เวลากลางวันเท่านั้น“แพรวาคนไข้ผมหมดแล้วใช่ไหม” ตุลธรถามหลังจากที่เขาตรวจคนไข้ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ไปแล้วเกือบ 10 คน“ค่ะ ตอนนี้หมดแล้วแต่มีดีเทลมาขอพบค่ะ หมอลตุลย์จะให้เข้าพบไหมคะ” แพรวาหมายถึงตัวแทนของบริษัทยาซึ่งทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลยากับแพทย์และเภสัชกร“ได้ครับ แต่ถ้ามีคนไข้แพรวาเข้ามาบอกนะ ผมไม่อยากให้คนไข้รอนาน” การได้คุยกับดีเทลยาบางครั้งก็ทำให้ได้อัปเดตตัวยาใหม่ๆ ซึ่งบางครั้งเขาก็ต้องสั่งไปใช้ที่คลินิกของตนเอง“ได้ค่ะหมอ” แพรวาออกมาบอกกับดีเทลยาสาวสวยทั้งสองคนให้เข้าพบก่อนที่ตัวเองจะเดินไปนั่งที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล“คนไข้หมอตุลย์หมดแล้วเหรอแพรวา” เพราะถ้ามีคนไข้อยู่ในห้องพนักงานผู้ช่วยจะต้องอยู่ในห้องตรวจด้วย“ค่ะพี่ขวัญ”“แล้วตอนนี้หมอตุลย์ทำอะไรอยู่ละแพรวาพี่มีอะไรจะถามเขาสักหน่อย”“คุยกับคุณเอมและคุณก้อยค่ะ”“ใช่คนที่สวยๆ หุ่นดีๆ ไหม”“ใช่ค่ะพี่ขวัญ สวยมากๆ ทั้งสองคนเลย” แพรวาตอบไปตาม
วันนี้หลังเลิกงานในเวลาสองทุ่ม ปณิชาก็เดินออกไปรอหมอตุลธรที่หน้าโรงพยาบาล เธอยังไม่อยากเดินไปขึ้นรถพร้อมกับเขาเนื่องจากกลัวว่าจะมีคนอื่นในที่ทำงานเห็น ตุลธรเองก็พยายามจะเข้าใจตรงจุดนี้แต่ถ้าหากว่ามีใครรู้หรือใครถามเขาก็จะบอกไปตรงๆ ว่าตอนนี้ตนเองกำลังคบกับปณิชาอยู่พอชายหนุ่มมาจอดรถที่หน้าโรงพยาบาลปณิชาก็รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นมาเห็นและเธอไม่รู้จะตอบคำถามยังไง“เหนื่อยไหม”คำถามแรกที่เขาถามมันทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าความเหนื่อยตลอดทั้งวันนั้นหายไปหมดสิ้น“เหนื่อยค่ะ หมอล่ะคะเหนื่อยไหมคะ”“เหนื่อยมากครับ คนไข้วันอาทิตย์เยอะเหมือนกันนะแต่ถ้าได้ขึ้นเวรกับเหมยแบบนี้ก็ดีนะครับ ได้เห็นเหมยตลอดผมก็รู้สึกหายเหนื่อยเลย”“อย่าเพิ่งหวานใส่เหมยตอนนี้เลยนะคะ เหมยว่าเราสองคนควรไปหาอะไรกินดีกว่าค่ะ หมออยากกินอะไรล่ะคะวันนี้เหมยตามใจหมอเลยค่ะ”“ทำไมถึงตามใจผมล่ะ”“ไม่รู้สิคะก็แค่อยากตามใจแล้วหมอไม่ชอบเหรอคะ”“ผมชอบนะแต่ผมอยากตามใจเหมยมากกว่า เหมยอยากกินอะไรล่ะ”“กินชาบูหรือปิ้งย่างได้ไหมคะ”“ได้ครับเหมยอยากกินอะไร”“กินชาบูก็ได้ค่ะ เหมยมีร้านที่ไปกินอยู่ร้านหนึ่งไม่ไกลจาก
เพราะอยากมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นปณิชาและตุลธรก็เลยเดินทางออกจากกรุงเทพฯตั้งแต่เย็นวันเสาร์พวกเขามาถึงบ้านพักที่หัวหินในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มหลังจากที่เอาของใช้เก็บเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็พากันไปเดินซื้ออาหารรับประทานที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน บรรยากาศในคืนวันศุกร์แบบนี้คนค่อนข้างเยอะ ตุลธรเลยเดินจับมือหญิงสาวไม่ยอมปล่อยเพราะกลัวว่าจะพลัดหลง แม้ปณิชาจะบอกว่าเธอไม่ใช่เด็กแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ“หมอคะหมอกินเครปไหม” ปณิชาถามเมื่อเดินผ่านร้านที่ตอนนี้มีคนยืนรออยู่ประมาณ 5 คน“ท่าทางน่าอร่อยเหมือนกันนะ”“แต่คิวยาวมากเดี๋ยวเหมยต่อเอง หมอก็ไปหาอย่างอื่นกินระหว่างรอหรือไปหาร้านที่มีที่นั่งกินก็ได้นะคะ”“ไม่เป็นไรผมเย็นรอก็ได้ เหมยจะเดินไปหาซื้ออย่างอื่นก่อนไหม เดี๋ยวผมรอซื้อเครปให้เองจะเอาหน้าอะไรแบบไหนสั่งผมไว้ก็ได้”“หมอล่ะคะ”“ผมว่าเรากินอันเดียวกันดีกว่าไหม จะได้ไม่อิ่มมากที่นี่ของกินเยอะเลยผมอยากจะกินหลายๆ อย่าง”“ได้ค่ะ หมอตุลย์อยากกินหน้าอะไรล่ะคะ”“ผมชอบช็อกโกแลต”“เอาหน้าช็อกโกแลตฝอยทองดีไหมคะ”“ครับ”“เหมยว่าจะไปหาซื้อน้ำมากินสักหน่อยเดี๋ยวกลับมานะคะ”ปณิชาหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับน้ำและ
“หมอตุลย์คะ แบบนี้มันใกล้เกินไปแล้วนะคะ”“คนรักกันก็ต้องอยู่ใกล้กันแบบนี้สิ”“เหมยได้กลิ่นแอลกอฮอล์ หมอแอบกินเบียร์เหรอคะ”“ไม่ได้แอบกินเบียร์ครับ ผมกินไวน์ เหมยเอาหน่อยไหมอร่อยนะ”“เหมยไม่ชอบกินไวน์ค่ะ กินแล้วเมา”“แต่เหมยกินเบียร์ได้ไม่เห็นเมาเลยกับแค่ไวน์คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”“ลองก็ได้ค่ะ” ปณิชาไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจจึงหยิบแก้วที่เขาส่งให้มาดื่ม แต่พอได้ลิ้มรสชาติไวน์ที่หอมหวานเธอก็ดื่มไปหลายแก้วตอนนี้รู้สึกเริ่มมึนๆ“หมอคะอีกนานไหมกว่าดาวจะตก”“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่เขาบอกว่าจะเริ่มเห็นดาวตกดวงแรกประมาณห้าทุ่มนะ”“แต่นี่มันห้าทุ่ม 10 นาทีแล้วเหมยยังไม่เห็นอะไรเลย เราเข้าไปนอนกันเถอะค่ะ”“ทำไมง่วงเร็วจัง เมาใช่ไหม”“ไม่เมาค่ะ แค่รู้สึกมึนๆ นิดหน่อย”“ผมว่านั่งดูต่ออีกสักนิดนะครับถ้าพลาดขึ้นมาจะเสียดายนะ ถ้าเหมยง่วงก็นั่งพิงแบบนี้ก็ได้นะครับ”ปณิชาเอนหลังพิงกับแผงอกขณะที่ตาก็มองไปบนท้องฟ้าที่มืดสนิท ตาของเธอเริ่มจะปรือนิดๆ เพราะความง่วงบวกกับความเมาปณิชาได้ยินเสียงหัวใจของตุลธรมันเต้นเป็นจังหวะที่เธอคุ้นเคยเวลาหลับ หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่นและปลอดภัยมากเวลาที่อยู่กับเขา“หมอคะ
“มันดีใช่ไหม เหมยมีความสุขใช่ไหม”“เหมยมีความสุข”ปณิชาตอบอย่างไม่อาย ไวน์ที่เดิมเข้าไปทำให้หญิงสาวกล้าขึ้นและเธอก็รู้ว่าจากนี้มันจะเป็นยังไงต่อ“ผมจะทำให้เหมยมีความสุขมากกว่าเมื่อกี้ เชื่อใจผมนะที่รัก”ถ้อยคำหวานที่ออกมาจากปากของผู้ชายตรงหน้าทำให้เธอปล่อยกายปล่อยใจไปกับเขาได้อย่างง่ายดาย ตุลธรอาจจะมองว่าเธอง่าย แต่สำหรับปณิชาแล้วถ้าเป็นคนที่รักเธอก็ยอมได้ทุกอย่างตุลธรมอบจูบดูดดื่มและร้อนแรงขณะที่มือใหญ่ก็จับเรียวขาของหญิงสาวให้กว้างมากขึ้น เขาใช้อีกมือหยิบถุงยางอนามัยที่แอบซื้อไว้ตั้งแต่จอดเติมน้ำมันเมื่อตอนเย็นมาสวมอย่างรวดเร็ว“อื้อ....”เสียงหวานครางเบาเมื่อรู้สึกถึงความแข็งร้อนที่กำลังลากไล้กลางกลีบดอกเหมยสีสวยเพียงแค่สัมผัสเธอก็ขนลุกชูชันไปทั่วตัว“อ๊ะ!....เจ็บ”เธอครางสะดุ้งและแทบจะหยุดหายใจเมื่อท่อนเอ็นร้อนของคนรักกำลังเข้ามาในตัวเธอทีละนิด สองมือเธอบีบท่อนแขนเขาไว้แน่เพราะความเจ็บตึงที่มากขึ้น“นิดเดียวนะเหมย อย่าเกร็ง“หมอขา...”“ผมสัญญาว่าจากนี้จะดีขึ้นนะเหมย ผมขอเข้าไปนะที่รัก ฟู่ววว ที่รัก ทำไมมันแน่นแบบนี้”ตุลธรพ่นลมหายใจออกจากเมื่อท่อนเอ็นของเขาโดนโอบรัดทุกทิศทางเป็นจ
กลับจากหัวหินในตอนเย็นวันอาทิตย์ตุลธรก็พาปณิชาไปที่คลินิกของพี่ชาย เพื่อแนะนำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันและถือโอกาสปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดด้วยทั้งสองคนตกลงกันแล้วว่าพวกเขาจะคบกันอีกสักพักก่อนส่วนการแต่งงานนั้นจะรอให้ปณิชามีความพร้อมและมั่นใจในตัวชายหนุ่มมากกว่านี้อีกสักนิดก่อนจะให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นเมื่อได้ปรึกษาแล้วปณิชาก็คิดว่าจะเลือกทานยาคุมกำเนิดเพราะค่อนข้างปลอดภัยและถ้าหากในอนาคตอยากจะมีลูกก็สามารถหยุดทานยาได้ทันที“เหมยไม่รู้วิธีกินยาที่ถูกต้องใช่ไหมครับ” ติณณภพถามว่าที่น้องสะใภ้เมื่อเธอตกลงเลือกวิธีรับประทานยาคุมกำเนิด“รู้ค่ะหมอ”“เอาละถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะครับ เดี๋ยวผมจะให้พยาบาลจัดยาไว้ให้ ครั้งต่อไปจะมารับที่นี่หรือซื้อเองตามร้านขายยาก็ได้”“ขอบคุณค่ะหมอติณณ์”“แล้วเมื่อไหร่นายจะพาเหมยไปเจอพ่อแม่ล่ะ” เมื่อคุยกับปณิชาเสร็จแล้วติณณภพก็หันมาถามน้องชาย“ว่าจะไปวันอาทิตย์หน้าครับพี่ไปด้วยกันไหม พาคนของพี่ไปเจอแม่ด้วย”“นายหมายถึงอะไร”“พี่อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับว่าตอนนี้พี่แอบคบใครอยู่”“พี่ไม่คบใครทั้งนั้น”“ผมโตมากับพี่แค่มองตาก็รู้แล้วว่าตอนนี้พี่กำลังโกหกอยู่”
“หมอคะ เดือนหน้าหมอจะตรวจแทนหมอปิ่นอย่างเดิมไหมคะ”“พี่ปิ่นอยากให้ผมทำต่อนะผมว่าจะลองคุยดู อาจจะรับแค่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เหมยว่าดีไหม” เมื่อรับหญิงสาวเข้ามาในชีวิตแล้วตุลธรก็อยากให้ปณิชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจไปกับตนเองบ้าง“ถามเหมยเหรอคะ”“ครับ ผมอยากฟังความคิดเห็นของเหมย”“ถ้าหมอไม่เหนื่อยก็ตามใจหมอเลยค่ะ บ่ายวันอาทิตย์คนไข้เยอะมากถ้าหมอสั่งแอดมิทก็ยังต้องมาราวน์ตอนเช้าอีก แต่ปกติคนไข้ที่โรงพยาบาลเดิมหมอก็ไม่ค่อยราวน์เช้าวันจันทร์อยู่แล้วนี่คะ” เพราะเขามักจะเล่าเรื่องการทำงานให้ฟังบ่อยๆ ปณิชาก็เลยพอจะรู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง“ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไหวนะ เอาไว้หลังแต่งงานค่อยออกตรวจให้น้อยลง ถ้าเหมยไม่อยากให้ผมเหนื่อยก็ต้องรีบแต่งงานนะครับ”“อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเลยค่ะ เหมยรู้ว่าหมอมีความสุขที่ได้ออกตรวจและได้เจอคนไข้เด็กๆ” ปณิชาเห็นแววตาของเขาเวลาที่ตรวจคนไข้ก็รู้ว่าเขามีความสุขที่ได้ทำงานกับเด็กๆ มาก“ผมชอบเด็กครับ ถ้าได้มีลูกกับเหมยผมคงมีความสุขมาก”“ใครจะมีลูกกับหมอตุลย์กันคะ เหมยยังไม่อยากท้องโย้ตอนนี้หรอกค่ะ”“เหมยไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยเหรอครับ” เขามีสีหน้าเปลี่ยนไปเ
แล้วก็ถึงวันที่ปณิชาจะต้องเดินทางไปเที่ยวคนเดียวตามลำพังเธอตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก ถึงแม้ว่าก่อนการเดินทางเธอจะเตรียมพร้อมเรื่องภาษามาอย่างดีแต่ก็ยังกังวลว่าจะสื่อสารให้คนอื่นฟังไม่รู้เรื่องตั๋วเครื่องบินที่พี่ชายให้มาเป็นตัวบินตรงจากกรุงเทพมายังสนามบินปรากวาคลาฟฮาเวลซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองปรากไม่ถึง 20 กิโลเมตร พี่ชายของเธอบอกว่าพอลงจากเครื่องก็จะมีรถของโรงแรมมารับให้เธอคอยสังเกตเพราะเขาจะถือป้ายชื่อมาคอยต้อนรับปณิชามองหาคนจากโรงแรมที่พี่ชายบอกว่าจะมารัก แต่มองเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอป้ายชื่อของตัวเอง หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเห็นป้ายหนึ่งเขียนว่า Will you marry me? เธอรู้สึกว่าไม่มันเป็นอะไรที่โรแมนติกมากที่ขอแต่งงานกลางสนามบินแบบ ปณิชา รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นเหลือเกินที่มีคนทำเรื่องเซอร์ไพรซ์แบบนี้หญิงสาวกำลังเดินมาใกล้จุดที่คนถือป้ายเรื่อยๆ และพอเดินเข้าใกล้ด้านหน้าหน้าก็มีอีกป้ายหนึ่งปรากฏขึ้นซึ่งมันเขียนด้วยภาษาไทยตัวโตๆ ว่า “เหมย” หญิงสาวเลยรีบเดินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นคนจากโรงแรมและบังเอิญมายืนผิดตำแหน่ง“เหมยแต่งงานกันนะ” เสียงที่พูดขึ้นมาทำให้หญิงสาวหยุดชะงักแล
ปณิชาไม่ต้องไปทำงานที่คลินิกของหมอตุลธรแล้วเย็นนี้เธอจึงมีเวลาออกมาเดินซื้อของใช้จำเป็นที่ห้างสรรพสินค้า ระหว่างที่ปณิชากำลังเดินเอาของมาเก็บที่รถก็ได้รับสายจากศุภกิจพอดี “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่”“สวัสดีจ้ะเหมย ตอนนี้อยู่ที่ไหนทำไมเสียงดังจังเลย”“เหมยออกมาซื้อของที่ห้างค่ะ พี่ใหญ่มีธุระอะไรกับเหมยหรือเปล่าหรืออยากให้เหมยช่วยอะไรไหมคะ”“อยู่ห้างแถวไหนล่ะ”ปณิชาบอกชื่อห้างสรรพสินค้าที่ตนเองกำลังเดินอยู่ให้กับพี่ชายฟังอีกฝ่ายก็ถามกลับ“รีบไปไหนหรือเปล่า”“ไม่หรอกค่ะ พี่ใหญ่จะให้เหมยทำอะไรหรือเปล่า”“เปล่าหรอกพี่เพิ่งเลิกงาน เรานัดเจอกันหน่อยดีไหม พี่กำลังอยากหาเพื่อนกินข้าวอยู่พอดีเลย”“ได้ค่ะเดี๋ยวเหมยเอาของไปเก็บที่รถถ้าพี่ใหญ่มาถึงก็โทรบอกนะคะเดี๋ยวมเหมยจะไปหาพี่เองค่ะ”“ได้ครับ เหมยรอพี่ไม่น่าจะเกิน 20 นาทีนะ”“แล้วพี่ใหญ่จะมายังไงคะ”“พี่นั่งวินหน้าโรงพยาบาลไปก็ได้”“ให้เหมยไปรับดีกว่าไหมคะ”“ไม่เป็นไรหรอกพี่ไปเองแบบนี้มันน่าจะสะดวกกว่า”“ก็ได้ค่ะพี่ใหญ่”ปณิชาเดินเอาของไปเก็บที่รถจากนั้นก็เดินไปเตร็ดเตร่อยู่แถวหน้าห้างพอศุภกิจลงจากวินมอเตอร์ไซด์เธอก็รีบเข้าไปทักทายทั
ตุลธรมองนาฬิกาข้อมือซึ่งขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเขาจะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนที่ปณิชาทำงานอยู่ ชายหนุ่มไม่อยากไปเลยแต่วันนี้หมอปรียาภัทรไม่ว่างจึงไปออกตรวจแทนเขาไม่ได้ตั้งแต่คุยกับปณิชาเมื่อเย็นวันพุธเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย และนี่เป็นครั้งแรกที่จะเผชิญหน้ากับหญิงสาว ตุลธรไม่รู้ว่าตัวเองจะมองหน้าเธอได้หรือเปล่าเนื่องจากเขากลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนและกลับไปรักเธออีกครั้งเมื่อมาถึงโรงพยาบาลตุลธรก็เห็นว่าปณิชานั้นยิ้มแย้มแจ่มใสกับคนไข้อย่างเคย หัวใจเขากระตุกวูบและรู้สึกหวั่นไหวจนต้องเบือนหน้าหนี“สวัสดีค่ะหมอตุลย์” ปณิชากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเคย หากแต่แววตาที่มองนั้นมันว่างเปล่าไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ในนั้นอีกแล้ว ตุลธรรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นคนตัดสัมพันธ์กับเธอเองแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตนเองนั้นทำผิดพลาด“สวัสดีครับ”“หมอมีคนไข้รออยู่ 4 คนนะคะ เดี๋ยวเหมยจะให้แพรวาเรียกไปรอหน้าห้องตรวจค่ะ”“ขอบคุณครับ” ตลอดทั้งบ่ายอาทิตย์ชายหนุ่มมักจะมองออกไปยังห้องตรงข้ามซึ่งเป็นห้องสำหรับฉีดวัคซีนเขาเห็นปณิชาทำงานด้วยรอยยิ้มก็เผลอมองอยู่นาน ตุลธ
ปณิชานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถจนกระทั่งถึงเวลาสองทุ่ม เมื่อเห็นตุลธรเดินออกมาจากคลินิกเธอก็รีบเปิดประตูออกแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที“หมอตุลย์คะ เหมยว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”“ผมเหนื่อยมากนะเหมยเอาไว้คุยกันวันหลังได้ไหม”“หมอจะบ่ายเบี่ยงไปถึงไหนมีอะไรก็พูดมาตรงๆ”“คุณอยากให้ผมพูดตรงๆ กับคุณมากใช่ไหม”หญิงสาวรู้สึกแปลกเพราะสรรพนามที่เขาใช้เรียกเธอนั้นมันเปลี่ยนไปแต่ก่อนเขาเรียกชื่อเล่นแต่ตอนนี้เขาแทนชื่อเธอด้วยคำว่าคุณซึ่งมันแสดงออกถึงความห่างเหิน“ค่ะ เหมยอยากรู้ว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้นทำไมหมอถึงเปลี่ยนไปแบบนี้”“ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ”“แล้วที่ผ่านมาคืออะไรคะ หมอหลอกเหมยมาตลอดเหรอคะว่ารักเหมย”“มันก็แค่คำพูดของผู้ชายน่ะเจ้าชู้” ตุลธรยิ้มมุมปากแววตาที่มองเธอวันนี้มันต่างไป มันไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรในนั้นเลย“เหมยไม่คิดเลยนะคะว่าหมอที่จิตใจดีและอ่อนโยนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้”“แล้วคุณคาดหวังจะให้ผมเป็นยังไงล่ะ”“เหมยก็คิดว่าคุณแตกต่างจากผู้ชายคนอื่นแต่จริงๆ แล้วก็ไม่เลยสักนิด”“คุณอย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนรักเก่าของคุณ”“ทำไมจะเปรียบเทียบไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณก็ไ
ระหว่างที่ตุลธรไปประชุมที่สิงคโปร์ปณิชาก็มีเรื่องวุ่นเกิดขึ้นเพราะลูกชายของลุงสุพจน์ย้ายมาทำงานที่เมืองไทยเขาอยากได้คอนโดมิเนียมที่เธออาศัยอยู่ในตอนนี้เนื่องจากชายหนุ่มยังไม่ชินกับถนนเมืองไทยจึงอยากย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าการเดินทางมาทำงานก็สะดวกกว่าคอนโดมิเนียมของตนเองศุภกิจหรือพี่ใหญ่จึงยื่นข้อเสนอให้ปณิชาย้ายไปอยู่ที่คอนโดมิเนียมของตัวเอง โดยจะซื้อรถยนต์คันใหม่ให้เธอพร้อมกับให้เงินเธออีกก้อนหนึ่งเป็นค่าน้ำมันที่ต้องเพิ่มขึ้นเนื่องจากคอนโดที่จะต้องย้ายไปนั้นอยู่ไกลกว่าที่เดิมประมาณ 5 กิโลเมตรปณิชาคิดว่ามันไม่ได้ลำบากอะไรถ้าหากหญิงสาวจะต้องตื่นเช้าอีกสักนิดเพื่อจะขับรถมาทำงานเพราะเธอเองก็คุ้นเคยกับถนนเส้นนี้ดีต่างจากศุภกิจที่ไปอยู่อเมริกานานนับสิบปี เธอจึงตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมากปณิชาไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับตุลธรเพราะมันเรื่องภายในครอบครัวอีกทั้งตอนนี้เขาก็กำลังยุ่งอยู่กับการประชุมเธอคิดจะบอกคนรักในวันที่เขากลับมาถึงเมืองไทยแล้วปณิชาใช้เวลาไม่นานก็ย้ายของทั้งหมดของตัวเองไปยังคอนโดมิเนียมแห่งใหม่โดยครั้งนี้มีอารดาและพาขวัญมาช่วย“ที่นี่น่าอยู่ไม่แพ้ที่เ
หลังจากส่งคนรักถึงขอบสวรรค์ไปแล้วตุลธรก็พลิกให้เธอลงมาอยู่ด้านล่าง เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะบดจูบลงบนริมฝปากบางอยางดูดดื่ม ฝ่ามือร้อนคลึงเคลาสองปทุมอวบอิ่มอย่างมันมือ ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถันปลุกเร้าจนเสียงหวานครางระงม“อื้อ....หมอตุลย์”จูบจนพอใจเขาก็ลากไล้ความเปียกชื้นไปตามซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มดูดดึงไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูง ผิวเนียนนุ่มขึ้นรอยแดงไปทั่วทุกจุดที่ปากร้อนเลื่อนผ่านและมาหยุดที่ยอดถันสีสวย ตุลธรไม่รอช้าที่จะดูดกินอย่างหิวกระหายขณะที่ท่อนเอ็นร้อนก็กำลังกดเข้าหาความอุ่นของโพรงสวาทอีกครั้ง“อ๊ะ....”“เจ็บเหรอ”ปณิชาส่ายหน้า เธอมองหน้าคนรักแล้วยิ้มยั่วขณะขมิบช่องทางรักทักทายท่อนเอ็นของเขาเป็นจังหวะ“อ้าห์.....จะฆ่าผมให้ตายคาอกเลยใช่ไหม” ตุลธรกัดกรามแน่นแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกเป็นจังหวะอีกครั้งเพราะถ้ายังอยู่นิ่งปณิชาคงใช้ความอ่อนนุ่มรัดเขาจนแตกเร็วแน่ๆ “อื้ม...หมอขาเหมยเสียว” เธอครางหวานร่างกายสั่นสะท้านเมื่อเขากระแทกกระทั้นตัวเข้าหา ท่อนเอ็นแข็งร้อนเคลื่อนเข้าออกโพรงอุ่นสุดความยาวครั้งแล้วครั้งเล่า เสี
ตุลธรจูบลงไปบนไรผมที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนที่ปากร้อนจะลากไปบนลำตัวของคนรัก ชายหนุ่มดันเรียวขาให้กว้างขึ้น ตาคมมองดอกเหมยสีสวยที่ฉ่ำเยิ้มแล้วกดความเป็นชายลากขึ้นลงจนส่วนปลายชุ่มไปด้วยน้ำหวาน “อื้อ...หมอตุลย์” หญิงสาวส่ายสะโพกเข้าหาอย่างลืมตัว ร่างกายของเธอร้อนรุ่มความต้องการฉายชัดในแววตาอย่างปิดไม่มิด“ใจเย็นที่รักเดี๋ยวคุณจะเจ็บเอานะ”“ก็ของหมอตุลย์ใหญ่”“เหมยชอบของใหญ่ไหม”“เหมยไม่ชอบของใหญ่แต่เหมยชอบของหมอ เข้ามานะคะเข้าในตัวเหมย เข้ามาลึกๆ เลยค่ะ”เพราะความต้องการที่มากล้นปณิชาเลยร้องขออย่างลืมอายแต่นั้นก็ทำให้ตุลธรพอใจเป็นอย่างมากที่ผู้หญิงของเขาเร่าร้อนแบบนี้“ผมรับรองเลยว่ามันจะลึกสุดและเสียวที่สุดเท่าที่เหมยจะรู้สึก”พูดจบชายหนุ่มก็จูบลงมาอีกครั้งขณะที่ท่อนเอ็นร้อนกดเข้าหาความอ่อนนุ่มทีละนิด ตุลธรกัดกรามแน่นเมื่อเขาโดนความคับแน่ของปณิชาตอดรัดตั้งแต่เข้าได้เพียงครึ่งทาง“อื้อ...หมอขา...”“อีกนิดครับที่รัก ของเหมยแน่นมาก”ในที่สุดตุลธรก็พาตัวตนเข้าไปจนลึกสุดความยาว เขาพ่นลมหายใจออกทางปากเพื่อระบายความเสียวซ่านเนื่องจากท่อนเอ็นร้อนโดนตอดรัดทุกทิ
การคบกันของปณิชาและหมอตุลธรมีคนรู้เพียงไม่กี่คนเพราะทั้งสองไม่ได้เปิดตัวอย่างโจ่งแจ้ง แต่ถ้ามีใครถามก็จะบอกออกไปตามตรงว่ากำลังคบกันอยู่ การออกไปไหนด้วยกันก็เป็นไปตามปกติไม่มีการหลบซ่อนเพราะทั้งสองคนมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบที่สุด วันนี้หลังจากปิดคลินิกแล้วตุลธรกกับปณิชาก็กลับไปอาบน้ำที่คอนโดมิเนียมก่อนจะพากันออกมานั่งฟังเพลงที่บาร์แห่งหนึ่งเพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักติดๆ กันมาหลายวัน และพรุ่งนี้คุณหมอหนุ่มก็จะต้องเดินทางไปประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ถึงสามวัน “ผมไม่อยากไปเลยนะเหมย” “ไม่อยากไปก็ต้องไปค่ะ มันเป็นหน้าที่นะคะ” “อยากให้เหมยไปด้วย” “เดือนหน้าเราก็จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้วนะคะ” “ผมอยากข้ามไปเดือนหน้าเลยอยากไปเที่ยวกับเหมย” “เหมยก็เหมือนกันค่ะ แต่ความจริงมันทำแบบนั้นไม่ได้นี่คะ” “ผมคงคิดถึงเหมยมากแน่ๆ แล้วกลางคืนผมจะนอนกอดใคร” “เหมยอนุญาตให้กอดหมอนข้างได้ค่ะ แต่ห้ามพาผู้หญิงคนไหนเข้าห้องนอนเด็ดขาดถ้าเหมยรู้เหมยจะเลิกกับหมอทันที” “แล้วพนักงานทำความสะอ
“หมอคะ เดือนหน้าหมอจะตรวจแทนหมอปิ่นอย่างเดิมไหมคะ”“พี่ปิ่นอยากให้ผมทำต่อนะผมว่าจะลองคุยดู อาจจะรับแค่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เหมยว่าดีไหม” เมื่อรับหญิงสาวเข้ามาในชีวิตแล้วตุลธรก็อยากให้ปณิชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจไปกับตนเองบ้าง“ถามเหมยเหรอคะ”“ครับ ผมอยากฟังความคิดเห็นของเหมย”“ถ้าหมอไม่เหนื่อยก็ตามใจหมอเลยค่ะ บ่ายวันอาทิตย์คนไข้เยอะมากถ้าหมอสั่งแอดมิทก็ยังต้องมาราวน์ตอนเช้าอีก แต่ปกติคนไข้ที่โรงพยาบาลเดิมหมอก็ไม่ค่อยราวน์เช้าวันจันทร์อยู่แล้วนี่คะ” เพราะเขามักจะเล่าเรื่องการทำงานให้ฟังบ่อยๆ ปณิชาก็เลยพอจะรู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง“ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไหวนะ เอาไว้หลังแต่งงานค่อยออกตรวจให้น้อยลง ถ้าเหมยไม่อยากให้ผมเหนื่อยก็ต้องรีบแต่งงานนะครับ”“อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเลยค่ะ เหมยรู้ว่าหมอมีความสุขที่ได้ออกตรวจและได้เจอคนไข้เด็กๆ” ปณิชาเห็นแววตาของเขาเวลาที่ตรวจคนไข้ก็รู้ว่าเขามีความสุขที่ได้ทำงานกับเด็กๆ มาก“ผมชอบเด็กครับ ถ้าได้มีลูกกับเหมยผมคงมีความสุขมาก”“ใครจะมีลูกกับหมอตุลย์กันคะ เหมยยังไม่อยากท้องโย้ตอนนี้หรอกค่ะ”“เหมยไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยเหรอครับ” เขามีสีหน้าเปลี่ยนไปเ