เสียงลมหายใจของหมอตุลธรดังสม่ำเสมอแล้ว แต่คนที่นอนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงยังนอนไม่หลับ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอยอมให้ผู้ชายขึ้นมานอนบนเตียงด้วย มันดูกล้าและบ้าบิ่นมากแต่ในเมื่อเปิดใจจะคบกับเขาแล้วเธอก็อยากทำทุกๆ วันให้มีความสุข เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าการคบกันครั้งนี้จะจบลงตอนไหน บางทีอาจจะแค่ไม่กี่วันหรืออาจจะนานเป็นปี
เหตุผลที่เธอยอมเปิดใจคบกับหมอตุลธรไม่ใช่เพราะอยากให้เขามาแทนที่คนรักเก่าแต่เพราะคุยกับเขาแล้วรู้สึกว่าทัศนคติและความคิดของเขามันเข้าท่า ตั้งแต่ได้ร่วมงานกันมาเกือบจะสามเดือนเธอยังไม่เคยเห็นเขาโมโห อารมณ์ร้อนหรือชักสีหน้าใส่แม้ว่าบางครั้งจะตรวจคนไข้โดยไม่ได้ทานข้าวแต่เขาก็ยิ้มแย้มอยู่ตลอด สิ่งที่ประทับใจในตัวเขาอีกอย่างก็คือเวลาที่เขาขับรถแล้วมีคนขับปาดหน้า หรือขับแทรกเข้ามาตุลธรก็ไม่เคยหัวเสียหรือสบถสักครั้งมันเลยทำให้เธอรู้สึกดีเพราะปณิชาชอบคนอบอุ่นและใจเย็น
หญิงสาวนอนตะแคงมองใบหน้าของเขาผ่านความมืดไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหนแต่ในเมื่อเขายอมที่จะพูดตรงๆ เธอก็ยอมที่จะเปิดใจรับเขาเหมือนกัน
เรื่องของหมอเอกวิทย์ยังค้างคาอยู่ในใจแต่เธอจะพยายามลืมเรื่องราวทุกอย่างเพราะตอนนี้เวลามันก็ผ่านมานานแล้วเขาไปแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว เธอจะจมอยู่กับความรู้สึกในอดีตไปทำไมกัน เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองได้แล้วปณิชาก็ค่อยๆ หลับตาลง
ปณิชาตื่นนอนมาในตอน 6 โมงเช้าเธอรู้สึกว่าวันนี้หมอนข้างที่เคยกอดประจำมันรู้สึกอุ่นกว่าทุกครั้งหญิงสาวซุกกายเข้าหาไออุ่นนั้นขณะที่ตาก็ยังหลับอยู่เพราะเมื่อคืนเธอดื่มกว่าจะนอนก็ค่อนข้างจะดึกมาก
นอนต่อได้ไม่นานเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังแปลกไปจากเดิมทำให้หญิงสาวสะดุ้งตื่นแล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองข้ามฝั่งมากอดอยู่กับหมอตุลธรในขณะที่เจ้าตัวเขานั้นยังหลับอยู่ ปณิชาค่อยขยับออกทีละนิดเพราะกลัวว่าจะทำให้ชายหนุ่มตื่นและถ้าเขารู้ว่าเธอมานอนกอดเขามันก็คงน่าอายมาก
“คิดว่าแอบนอนกอดผมแล้วจะหนีไปง่ายๆ เหรอ”
เสียงทักทายของเขาทำให้หญิงสาวสะดุ้งและรีบขยับตัวออกอย่างรวดเร็วแต่มันก็ช้าไปเมื่อตอนนี้ตุลธรคว้าเธอมากอดไว้แน่น
“ปล่อยเหมยนะคะหมอ”
“ที่อย่างนี้มาบอกให้ผมปล่อยแล้ว เมื่อคืนใครล่ะขยับเข้ามากอดผมเสียแน่นเชียว”
“ใครทำยังงั้นคะเหมยไม่ได้ทำสักหน่อย”
“ไม่รู้ล่ะคุณต้องรับผิดชอบผมนะ เมื่อคืนคุณนอนกอดผมทั้งคืน”
“จะให้เหมยรับผิดชอบอะไรเหรอคะ นี่มันห้องเหมยนะคะหมอตุลย์เอาตัวเองเข้ามาหาเอง แล้วตอนนี้หมอก็ควรกลับห้องได้แล้วค่ะ”
“คุณจะไม่ชดใช้ให้ผมหน่อยเหรอครับ ผมเสียหายนะเหมย” ตุลธรหัวเราะเมื่อเห็นหญิงสาวทำปากย่นใส่
“หมอคะหมอเป็นผู้ชายเหมยเป็นผู้หญิงนะคะ จะพูดแบบนี้ได้ไง”
“อ้าวเดี๋ยวนี้ผู้ชายกับผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกันนะครับ”
“แต่ตอนนี้หมอก็กอดเหมยแล้วเราหายกันแล้วใช่ไหมคะ”
“หายกันก็ได้ครับ แต่ครั้งหน้าคงต้องเสียค่าปรับแล้วนะ”
“ไม่มีครั้งหน้าหรอกค่ะ เหมยจะไม่ยอมใจอ่อนให้หมอมานอนในห้องแบบนี้แน่ๆ วันนี้รีบกลับเถอะค่ะเดี๋ยวไปทำงานสาย”
“ขอกำลังใจก่อนไปทำงานได้ไหม”
หญิงสาวไม่ทันจะได้ตอบเพราะพูดจบเขาก็โน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากสีสวยของหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มใช้ความประสบการณ์หลอกล่อให้ปณิชาเปิดปากเล็กของเธอให้ปลายลิ้นอุ่นเข้าไปกวาดต้อนความหวาน ปณิชาตอบสนองทุกอย่างไปตามสัญชาตญาณลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดจนชายหนุ่มรู้สึกว่ามันเป็นการจูบที่ดีมากจนชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นการจูบที่ดีที่สุดที่เขาเคยได้รับพอ
“พอแล้วค่ะหมอ” ปณิชาตั้งสติได้ก็รีบดันตัวเขาออกห่าง
“คุณจูบเก่งเหมือนกันนะเหมย ไม่รู้ว่าอย่างอื่นจะเก่งไหม”
“หมอคะ อย่าลามกแต่”
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะผมหมายถึงคุณจะทำกับข้าวเก่งไหมทำงานเก่งหรือเปล่าต่างหาก”
“หมอเจ้าเล่ห์ตลอดเลย เหมยไล่ตามไม่ทันแล้วนะคะ”
“เอาละผมว่าเรารีบไปทำงานกันดีกว่านะถ้ายังกอดกันอยู่แบบนี้สงสัยว่าวันนี้คงไม่ต้องมีใครไปทำงานกันละ”
“หมอก็รีบไปสิคะนี่มันห้องเหมย”
“ขอจูบอีกทีก่อนไปได้ไหมวันนี้ผมต้องทำงานถึงสองทุ่มเลยนะ แล้วเหมยล่ะ”
“วันนี้เหมยก็ทำถึงสองทุ่มเหมือนกันแต่ไม่ใช่ที่คลินิกนะคะเพราะวันนี้เหมยขึ้นเวรที่โรงพยาบาล”
“ผมลืมไปเลยว่าเย็นนี้ผมต้องทำงานกับพยาบาลอีกคน”
“ใช่ค่ะ เหมยจะไปทำที่คลินิกอีกครั้งก็อาทิตย์หน้าค่ะ”
“เมื่อไหร่คุณจะมาทำกับผมตลอดนะ”
“ถ้าเราเจอกันทุกวันเดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน”
“เหมยเคยบอกว่าชอบสกินชิพไงครับ”
“คำว่าสกินชิพมันก็ต้องดูกาลเทศะด้วยนะคะ การไปทำงานเราจะสกินชิพไม่ได้”
“ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ คนเราถ้ารักกันคบกันไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็แสดงความรักต่อกันได้ครับ”
“เพิ่งบอกว่าชอบเมื่อวานเช้านี้มาพูดถึงความรักแล้วเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ รู้สึกยังไงผมก็บอกอย่างงั้นผมว่าผมหลงรักคุณแล้วแหละ”
“เหมยว่ามันเร็วไปที่หมอจะพูดคำนั้นนะคะ เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่เอง”
“ผมบอกเหมยไปแล้วว่าผมเป็นคนชัดเจนรู้สึกยังไงแบบไหนกับใครก็บอกไปแบบนั้น” ขณะที่พูดอ้อมกอดของเขาเริ่มจะรัดแน่นขึ้น
“เหมยไม่อยากคุยกับหมอแล้วค่ะ หมอรีบไปทำงานนะคะ”
“เช้านี้ผมไปส่งนะ รถเหมยคงยังซ่อมไม่เสร็จใช่ไหมครับ”
“เหมยลืมไปเลยว่ารถเหมยซ่อม หมอไปส่งเหมยตรงป้ายรถเมล์ก็ได้ค่ะ”
“ได้ยังไงล่ะผมต้องไปส่งคุณให้ถึงที่สิ”
“แต่คนอื่นจะเห็น”
“เห็นแล้วยังไงล่ะหรือคุณคิดว่าการคบกันของเราต้องหลบซ่อนใคร”
“เปล่าไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” หญิงสาวรีบปฏิเสธเพราะกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็ตกลงตามนี้ผมไปส่งคุณและเลิกงานคุณก็รอผมอยู่ที่นั่นปิดคลินิกแล้วผมจะไปหา”
“เผด็จการชัดๆ”
“แล้วชอบไหม”
“ชอบสิได้นั่งรถฟรีๆ ไม่ต้องขับรถให้เหนื่อยเป็นใครจะไม่ชอบ เอาละเหมยจะพูดครั้งสุดท้ายหมอควรจะรีบไปได้แล้วค่ะ”
“โอเคครับผมไปนะบ๊ายบาย” ตุลธรตัวละครอาศัยความว่องไวจุ๊บไปที่แก้มเนียนของหญิงสาวทั้งสองข้างก่อนจะออกไปจากห้อง
เมื่อชายหนุ่มเดินออกไปแล้วปณิชาก็ยังนอนนิ่งอยู่บนที่นอนเธอรู้สึกว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แต่ถ้าถามว่ารู้สึกผิดไหมที่ตกลงคบกับเขาเธอไม่รู้สึกผิดเลย ตอนนี้หัวใจที่แห้งเหี่ยวของเธอมันกำลังเต้นแรงขึ้น ตุลธรทำให้เธอกลับมามีความสุขอีกครั้ง
ปณิชารีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินลงมารอเขาที่ล็อบบี้
“เหมยแต่งตัวเร็วจังผมไปเคาะที่ห้องก็ไม่เจอ”
“แล้วปกติเหมยก็แต่งตัวเร็วแบบนี้แหละค่ะ”
“หมอนั่นแหละช้า”
“ช้าที่ไหนกันล่ะ เอาละรีบขึ้นรถเถอะผมว่าเราไปหาอะไรกินก่อนไปทำงานดีไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ มื้อไปกินที่โรงอาหารของโรงพยาบาลก็ได้หมอรีบไปเถอะเช้าๆ แบบนี้จะได้ราวน์คนไข้ก่อนออกตรวจOPD”
“เดี๋ยวผมโทรสั่งกาแฟร้านประจำนะแล้วจอดรถเอาได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
“เหมยจะกินกาแฟอะไร”
“ขอคาปูชิโน่หวาน 100% ค่ะ”
ตุลธรโทรไปสั่งกาแฟร้านประจำจากนั้นก็รีบขึ้นมานั่งบนรถ
“เหมยกินกาแฟหวาน 100% ไม่กลัวอ้วนเหรอครับ”
“หมอก็เห็นนี่คะว่าวันหนึ่งเหมยต้องทำงานและเดินทั้งวัน”
“จริงสินะ ผมไม่เคยเห็นคุณได้นั่งพักเท่าไหร่เลย แบบนี้ถึงก็เหมือนกับการออกกำลังกายเลยนะ”
“ใช่ค่ะ เหมยถึงไม่เคยออกกำลังกายเพราะในแต่ละวันเหมยก็เดินหลายกิโลแล้วล่ะค่ะ”
ขับรถออกมาจากคอนโดไม่นานตุลธรก็แวะรับกาแฟร้านโปรดซึ่งเขาถือแซนด์วิชติดมือมาด้วยอีกสองถุง“นี่ของเหมยนะ ส่วนถุงนี้เดี๋ยวผมเอาไปกินที่ทำงาน”“ขอบคุณค่ะหมอตุลย์ใจดีเหมือนกันนะคะ” เธอรับทั้งกาแฟและแซนด์วิชมาแล้วก็ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของเขา“ผมไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกนะ บางครั้งก็ร้าย”“แต่คงไม่ใจร้ายกับเหมยใช่ไหมคะ”“เหมยไม่ต้องกลัวหรอกเพราะผมจะไม่ร้ายกับคนที่ผมรักหรอกครับ”ตุลธรพูดแล้วหันมายิ้ม คำพูดของเขามันเป็นยาใจอย่างหนึ่งทำให้ปณิชารู้สึกสดชื่นและวันนี้เธอคงทำงานอย่างมีความสุขไปตลอดวันชายหนุ่มจอดรถส่งเธอที่หน้าโรงพยาบาลจากนั้นเขาก็ตรงไปยังโรงพยาบาลที่ตนเองทำงานอยู่ ระยะทางระหว่างโรงพยาบาลของที่ปณิชาทำงานกับโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่ไม่ได้ไกลกันมากถ้าหากตอนกลางวันเขาจะมารับเธอไปทานข้าว มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ชายหนุ่มรู้ว่าพยาบาลอย่างเธอทานอาหารไม่ค่อยเป็นเวลาเขาเลยเลิกล้มความคิดนี้เพราะไม่อยากให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดมากเกินไปตุลธรมาถึงโรงพยาบาลทำงานในเวลา 8 โมงเช้าพอดี วันนี้เขามีตารางตรวจผู้ป่วยนอก 9 โมงเช้า ชายหนุ่มจึงขึ้นไปดูผู้ป่วยที่สั่งแอดมิทไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน“สวัสดีค่ะ
เย็นนี้ตุลธรก็มาตรวจที่คลินิกเหมือนกับทุกวันแต่พยาบาลที่มาทำงานวันนี้คือกชกรซึ่งมาทำงานกับเขาได้สองปีแล้วเขาตรวจคนไข้ไปได้ไม่นานเอกวิทย์ก็พาลูกชายมาตรวจตามที่บอกตุลธรไว้เมื่อวานตุลธรรู้สึกโล่งใจมากที่วันนี้ผู้ช่วยของเขาไม่ใช่ปณิชาเพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะเสียใจเหมือนเมื่อวานหรือเปล่าตุลธรตรวจไปตามขั้นตอนจนกระทั่งลูกชายของเอกวิทย์ตรวจและฉีดวัคซีนเสร็จ พอดีกับเขาไม่มีคนไข้รอตรวจจึงได้ชวนเพื่อนรุ่นน้องคุย“น้องออมสินน่ารักดีนะ หน้าเหมือนนายมากเลย”“ดีแล้วครับที่ลูกหน้าเหมือนผม ผมไม่อยากให้เหมือนแม่”“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ” ตุลธรมองหน้ารุ่นน้องแล้วถามด้วยความสงสัย“ก็ออมสินเป็นลูกของผมแค่คนเดียว”“มีอะไรที่พี่ไม่รู้เกี่ยวกับนายและแม่ของออมสินหรือเปล่า”“ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวครับพี่”“พี่ขอโทษนะ ที่ทำให้นายลำบากใจ”“ไม่เป็นไรหรอกครับเรื่องมันผ่านมานานแล้ว”“เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมานานแล้วเหรอ” ที่เขาถามเพราะเห็นว่าเอกวิทย์ดูจะถนัดกับการดูแลลูก“สองปีแล้วครับ”“นายไม่คิดจะหาใครมาช่วยเลี้ยงเหรอ”“ผมก็มีพี่เลี้ยงอยู่แล้วนี่ครับ”“พี่หมายถึงผู้หญิงสักคนที่จะมาทำหน้าที่แม่ให้ออม
หลังอาบเสร็จปณิชาก็นั่งดูทีวีระหว่างรอเล่าเรื่องที่เจอมาวันนี้ให้กับตุลธรฟัง หญิงสาวดูทีวีได้ไม่นานเสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นเธอเดินไปเปิดและเชิญเขาเข้ามานั่งด้านใน“ก่อนคุณจะเล่าให้ผมฟังผมขอกินเบียร์ไปด้วยระหว่างฟังได้ไหมล่ะ”“เหมยเพิ่งแช่เย็นไปเมื่อกี้นะคะหมอยังไม่เย็นหรอกเดี๋ยว”“ผมเอาใส่ช่องฟรีซก็ได้แป๊บเดียวก็เย็น”“เชิญหมอทำตามสบายเลยค่ะ” ปณิชามองคนที่กำลังเอาเบียร์ใส่ตู้เย็นราวกับที่นี่เป็นห้องของตัวเองแล้วก็ส่ายหน้า เธอไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ตกลงคบกับเขา ผู้ชายที่ดูสุขุมเรียบร้อยแต่เวลาอยู่กันตามลำพังแล้วเขาก็เหมือนกับเด็กคนหนึ่งที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง แต่ในเมื่อตกลงไปแล้วก็จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด“ผมพร้อมจะฟังแล้ว เล่ามาได้เลยครับว่านี้คุณเจออะไรมาบ้าง” ตุลธรเดินกลับมานั่งลงใกล้ๆ กับปณิชาที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟา“วันนี้มีคนโทรหาเหมยค่ะ”“ใครครับ”“ก็หมอรุ่นน้องของคุณไงคะ”“หมอเอกเหรอครับ”“ใช่ค่ะ”“เขาโทรมาทำไม” ตุลธรถามด้วยความร้อนใจ“ก็โทรมาคุยเรื่องทั่วๆ ไป เขาถามว่าเหมยสบายดีไหมแล้วก็อยากนัดเจอเหมยค่ะ”“แล้วเหมยตอบเขาไปว่ายังไง บอกเขาหรือเปล่าว่าเหมยมีแ
เป็นอีกหนึ่งคืนที่ตุลธรค้างในห้องของปณิชาหมอนข้างที่หญิงสาวเคยวางกันไว้ในวันแรกถูกย้ายไปอีกฝั่งหนึ่งของเตียงเพราะตอนนี้เจ้าของห้องกับผู้อาศัยขยับเข้ามานอนกอดกันจนกระทั่งถึงเช้าของวันใหม่ ตุลธรไม่เคยใจเย็นและอดทนกับเรื่องบนเตียงได้แบบนี้มาก่อนแต่เพราะครั้งนี้เขาอยากจะคบกับปณิชาอย่างจริงจังเพราะเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมา หญิงสาวเป็นคนจิตใจดีและมีทัศนคติเชิงบวก ซึ่งเวลาอยู่ใกล้แล้วทำเขารู้สึกดีและอยากจะตื่นมาเจอเธอในเวลาเช้าแบบนี้ทุกๆ วัน เขาอยากให้การคบกันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ที่เขาเคยทำมาตลอดนั้นไม่เคยถูกนำมาใช้กับผู้หญิงที่ชื่อว่าปณิชาชายหนุ่มยอมรับว่าจากที่เคยคิดจะจีบเธอเล่นๆ เพื่อทำลายกำแพงที่เธอกั้นไว้ แต่พอได้อยู่ใกล้ตัวเองก็หลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรักปณิชาทั้งๆ ที่เพิ่งได้รู้จักกันไม่นาน ตุลธรคิดว่าบางครั้งความรักมันก็ไร้เหตุผลเช้าวันนี้เขารีบตื่นนอนก่อนเจ้าของห้องจะตื่นเพราะตัวเองมีคนไข้ที่ต้องราวน์เยอะกว่าทุกวัน แต่พอขยับตัวจะลุกจากเตียงหญิงสาวก็ตื่นมาพอดี“มอร์นิ่งครับ”“มอร์นิ่งค่ะ”“ผมอยากนอนกอดคุณต่อนะ แต่เช้า
เมื่อเอกวิทย์กลับไปแล้วปณิชาก็กลับมาในห้องพักเบรกอีกครั้งเพราะเธอยังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน“คนที่มาหาเหมยคือหมอเอกใช่ไหม” พาขวัญที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนถามด้วยความไม่แน่ใจเพราะนานแล้วที่เธอไม่เจอกับหมอเอกวิทย์คนที่ทำให้เพื่อนอกหักเมื่อสองปีก่อน“ใช่จ้ะ ขวัญจำเขาได้เหรอ”“จำได้สิ เขามาทำไม เหมยยังติดต่อกับเขาอยู่เหรอ”“เหมยบังเอิญเจอเขาที่ร้านอาหารเมื่อวันก่อน แต่ไม่รู้ว่าเขาตามมาที่นี่ถูกได้ยังไงเหมือนกัน”“เขามาคุยอะไรกับเหมยล่ะ”“เรื่องมันยาวเดี๋ยวเล่าให้ฟังตอนไปซื้อของนะ ตอนนี้ขอกินข้าวก่อนหิวมากๆ เลย”เมื่อถึงเวลาเลิกงานปณิชาและพาขวัญก็พากันไปซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแต่คนมาใช้บริการเยอะ ร้านอาหารก็มีคนนั่งเต็มไปหมดทั้งสองคนเลยยังไม่ได้คุยกัน พาขวัญเลยเสนอว่าจะสั่งอาหารไปกินที่คอนโดของปณิชา“กินส้มตำในห้องได้แน่นะเหมย”“ได้สิ”“ไม่กลัวกลิ่นติดห้องใช่ไหม”“ไม่หรอกน่าเดี๋ยวพอกินเสร็จก็เปิดหน้าต่างให้อากาศระบายแล้วก็ฉีดสเปร์ดับกลิ่นก็หายเหม็นแล้ว”“ถ้าเหมยโอเคขวัญสั่งเลยนะ พอไปถึงคอนโดอาหารก็น่าจะถึงพอดี เอาแบบเดิมที่เคยกินใช่ไหม”“ใช่เอาแบบเดิมเลยอย่าลืมไก่ย่างกับตับด้วยนะ”
ตุลธรนั่งทานส้มตำไก่ย่างกับสองสาวจนอิ่มเขาก็ขอตัวกลับห้องของตัวเองเพราะอยากให้ปณิชากับพาขวัญได้คุยกันต่อ เขาไม่รู้ว่าคืนนี้พาขวัญจะค้างที่ห้องของปณิชาหรือเปล่า แต่จะโทรถามก็กลัวว่าจะรบกวนเธอจนเกินไปหลังจากปิดไฟนอนไปแล้วเกือบชั่วโมงตุลธรก็นอนไม่หลับเขาจึงโทรไปถามรปภ. ว่ารถของเพื่อนปณิชาออกไปหรือยังเมื่อได้คำตอบแล้วชายหนุ่มก็รีบปิดไฟห้องนอนของตัวเองและลงลิฟต์มายังห้องของปณิชา โชคดีที่พาขวัญกระซิบบอกรหัสเข้าห้องของปณิชาไว้เขาเลยไม่ต้องปลุกเจ้าของห้องชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ทั้งห้องมืดสนิทตุลธรอาศัยแสงสว่างจากโทรศัพท์เดินไปยังห้องนอนของปณิชาแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างเบาที่สุด ปณิชาตกใจที่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนมานอนข้างๆ เธอรีบลุกเพื่อจะเอื้อมไปเปิดไฟบริเวณหัวเตียงแต่ตุลธรก็กอดเธอไว้ก่อนรีบพูดขึ้น“ผมเองเหมย”“หมอตุลย์เหรอคะ”“ครับ”“หมอเข้ามาได้ยังไง”“อย่าพึ่งถามเลยว่าผมมาได้ยังไงตอนนี้ผมง่วงขอนอนก่อนนะ”“ง่วงขนาดนี้แล้วจะมาลงมานอนกับเหมยทำไมคะ”“ก็นอนข้างบนมันนอนไม่หลับนี่ เหมยใจร้ายมากเลยนะ เพื่อนกลับไปตอนไหนก็ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”“หมอไม่ได้สั่งไว้นี่คะ”“ผมก็นึกว่าเหมยจะรู้เ
การคบกันของตุลธรและปณิชายังคงเป็นความลับในโรงพยาบาลเอกชนที่ทั้งสองคนทำงานอยู่ ตุลธรยังมาออกตรวจแทนพี่รหัสอย่างเดิมทั้งที่พี่รหัสก็ครบกำหนดลาคลอดแล้วแต่อยากจะมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นจึงขอตรวจแค่เวลากลางวันเท่านั้น“แพรวาคนไข้ผมหมดแล้วใช่ไหม” ตุลธรถามหลังจากที่เขาตรวจคนไข้ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ไปแล้วเกือบ 10 คน“ค่ะ ตอนนี้หมดแล้วแต่มีดีเทลมาขอพบค่ะ หมอลตุลย์จะให้เข้าพบไหมคะ” แพรวาหมายถึงตัวแทนของบริษัทยาซึ่งทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลยากับแพทย์และเภสัชกร“ได้ครับ แต่ถ้ามีคนไข้แพรวาเข้ามาบอกนะ ผมไม่อยากให้คนไข้รอนาน” การได้คุยกับดีเทลยาบางครั้งก็ทำให้ได้อัปเดตตัวยาใหม่ๆ ซึ่งบางครั้งเขาก็ต้องสั่งไปใช้ที่คลินิกของตนเอง“ได้ค่ะหมอ” แพรวาออกมาบอกกับดีเทลยาสาวสวยทั้งสองคนให้เข้าพบก่อนที่ตัวเองจะเดินไปนั่งที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล“คนไข้หมอตุลย์หมดแล้วเหรอแพรวา” เพราะถ้ามีคนไข้อยู่ในห้องพนักงานผู้ช่วยจะต้องอยู่ในห้องตรวจด้วย“ค่ะพี่ขวัญ”“แล้วตอนนี้หมอตุลย์ทำอะไรอยู่ละแพรวาพี่มีอะไรจะถามเขาสักหน่อย”“คุยกับคุณเอมและคุณก้อยค่ะ”“ใช่คนที่สวยๆ หุ่นดีๆ ไหม”“ใช่ค่ะพี่ขวัญ สวยมากๆ ทั้งสองคนเลย” แพรวาตอบไปตาม
วันนี้หลังเลิกงานในเวลาสองทุ่ม ปณิชาก็เดินออกไปรอหมอตุลธรที่หน้าโรงพยาบาล เธอยังไม่อยากเดินไปขึ้นรถพร้อมกับเขาเนื่องจากกลัวว่าจะมีคนอื่นในที่ทำงานเห็น ตุลธรเองก็พยายามจะเข้าใจตรงจุดนี้แต่ถ้าหากว่ามีใครรู้หรือใครถามเขาก็จะบอกไปตรงๆ ว่าตอนนี้ตนเองกำลังคบกับปณิชาอยู่พอชายหนุ่มมาจอดรถที่หน้าโรงพยาบาลปณิชาก็รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นมาเห็นและเธอไม่รู้จะตอบคำถามยังไง“เหนื่อยไหม”คำถามแรกที่เขาถามมันทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าความเหนื่อยตลอดทั้งวันนั้นหายไปหมดสิ้น“เหนื่อยค่ะ หมอล่ะคะเหนื่อยไหมคะ”“เหนื่อยมากครับ คนไข้วันอาทิตย์เยอะเหมือนกันนะแต่ถ้าได้ขึ้นเวรกับเหมยแบบนี้ก็ดีนะครับ ได้เห็นเหมยตลอดผมก็รู้สึกหายเหนื่อยเลย”“อย่าเพิ่งหวานใส่เหมยตอนนี้เลยนะคะ เหมยว่าเราสองคนควรไปหาอะไรกินดีกว่าค่ะ หมออยากกินอะไรล่ะคะวันนี้เหมยตามใจหมอเลยค่ะ”“ทำไมถึงตามใจผมล่ะ”“ไม่รู้สิคะก็แค่อยากตามใจแล้วหมอไม่ชอบเหรอคะ”“ผมชอบนะแต่ผมอยากตามใจเหมยมากกว่า เหมยอยากกินอะไรล่ะ”“กินชาบูหรือปิ้งย่างได้ไหมคะ”“ได้ครับเหมยอยากกินอะไร”“กินชาบูก็ได้ค่ะ เหมยมีร้านที่ไปกินอยู่ร้านหนึ่งไม่ไกลจาก
แล้วก็ถึงวันที่ปณิชาจะต้องเดินทางไปเที่ยวคนเดียวตามลำพังเธอตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก ถึงแม้ว่าก่อนการเดินทางเธอจะเตรียมพร้อมเรื่องภาษามาอย่างดีแต่ก็ยังกังวลว่าจะสื่อสารให้คนอื่นฟังไม่รู้เรื่องตั๋วเครื่องบินที่พี่ชายให้มาเป็นตัวบินตรงจากกรุงเทพมายังสนามบินปรากวาคลาฟฮาเวลซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองปรากไม่ถึง 20 กิโลเมตร พี่ชายของเธอบอกว่าพอลงจากเครื่องก็จะมีรถของโรงแรมมารับให้เธอคอยสังเกตเพราะเขาจะถือป้ายชื่อมาคอยต้อนรับปณิชามองหาคนจากโรงแรมที่พี่ชายบอกว่าจะมารัก แต่มองเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอป้ายชื่อของตัวเอง หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเห็นป้ายหนึ่งเขียนว่า Will you marry me? เธอรู้สึกว่าไม่มันเป็นอะไรที่โรแมนติกมากที่ขอแต่งงานกลางสนามบินแบบ ปณิชา รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นเหลือเกินที่มีคนทำเรื่องเซอร์ไพรซ์แบบนี้หญิงสาวกำลังเดินมาใกล้จุดที่คนถือป้ายเรื่อยๆ และพอเดินเข้าใกล้ด้านหน้าหน้าก็มีอีกป้ายหนึ่งปรากฏขึ้นซึ่งมันเขียนด้วยภาษาไทยตัวโตๆ ว่า “เหมย” หญิงสาวเลยรีบเดินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นคนจากโรงแรมและบังเอิญมายืนผิดตำแหน่ง“เหมยแต่งงานกันนะ” เสียงที่พูดขึ้นมาทำให้หญิงสาวหยุดชะงักแล
ปณิชาไม่ต้องไปทำงานที่คลินิกของหมอตุลธรแล้วเย็นนี้เธอจึงมีเวลาออกมาเดินซื้อของใช้จำเป็นที่ห้างสรรพสินค้า ระหว่างที่ปณิชากำลังเดินเอาของมาเก็บที่รถก็ได้รับสายจากศุภกิจพอดี “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่”“สวัสดีจ้ะเหมย ตอนนี้อยู่ที่ไหนทำไมเสียงดังจังเลย”“เหมยออกมาซื้อของที่ห้างค่ะ พี่ใหญ่มีธุระอะไรกับเหมยหรือเปล่าหรืออยากให้เหมยช่วยอะไรไหมคะ”“อยู่ห้างแถวไหนล่ะ”ปณิชาบอกชื่อห้างสรรพสินค้าที่ตนเองกำลังเดินอยู่ให้กับพี่ชายฟังอีกฝ่ายก็ถามกลับ“รีบไปไหนหรือเปล่า”“ไม่หรอกค่ะ พี่ใหญ่จะให้เหมยทำอะไรหรือเปล่า”“เปล่าหรอกพี่เพิ่งเลิกงาน เรานัดเจอกันหน่อยดีไหม พี่กำลังอยากหาเพื่อนกินข้าวอยู่พอดีเลย”“ได้ค่ะเดี๋ยวเหมยเอาของไปเก็บที่รถถ้าพี่ใหญ่มาถึงก็โทรบอกนะคะเดี๋ยวมเหมยจะไปหาพี่เองค่ะ”“ได้ครับ เหมยรอพี่ไม่น่าจะเกิน 20 นาทีนะ”“แล้วพี่ใหญ่จะมายังไงคะ”“พี่นั่งวินหน้าโรงพยาบาลไปก็ได้”“ให้เหมยไปรับดีกว่าไหมคะ”“ไม่เป็นไรหรอกพี่ไปเองแบบนี้มันน่าจะสะดวกกว่า”“ก็ได้ค่ะพี่ใหญ่”ปณิชาเดินเอาของไปเก็บที่รถจากนั้นก็เดินไปเตร็ดเตร่อยู่แถวหน้าห้างพอศุภกิจลงจากวินมอเตอร์ไซด์เธอก็รีบเข้าไปทักทายทั
ตุลธรมองนาฬิกาข้อมือซึ่งขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเขาจะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนที่ปณิชาทำงานอยู่ ชายหนุ่มไม่อยากไปเลยแต่วันนี้หมอปรียาภัทรไม่ว่างจึงไปออกตรวจแทนเขาไม่ได้ตั้งแต่คุยกับปณิชาเมื่อเย็นวันพุธเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย และนี่เป็นครั้งแรกที่จะเผชิญหน้ากับหญิงสาว ตุลธรไม่รู้ว่าตัวเองจะมองหน้าเธอได้หรือเปล่าเนื่องจากเขากลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนและกลับไปรักเธออีกครั้งเมื่อมาถึงโรงพยาบาลตุลธรก็เห็นว่าปณิชานั้นยิ้มแย้มแจ่มใสกับคนไข้อย่างเคย หัวใจเขากระตุกวูบและรู้สึกหวั่นไหวจนต้องเบือนหน้าหนี“สวัสดีค่ะหมอตุลย์” ปณิชากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเคย หากแต่แววตาที่มองนั้นมันว่างเปล่าไม่มีความรักหลงเหลืออยู่ในนั้นอีกแล้ว ตุลธรรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นคนตัดสัมพันธ์กับเธอเองแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตนเองนั้นทำผิดพลาด“สวัสดีครับ”“หมอมีคนไข้รออยู่ 4 คนนะคะ เดี๋ยวเหมยจะให้แพรวาเรียกไปรอหน้าห้องตรวจค่ะ”“ขอบคุณครับ” ตลอดทั้งบ่ายอาทิตย์ชายหนุ่มมักจะมองออกไปยังห้องตรงข้ามซึ่งเป็นห้องสำหรับฉีดวัคซีนเขาเห็นปณิชาทำงานด้วยรอยยิ้มก็เผลอมองอยู่นาน ตุลธ
ปณิชานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถจนกระทั่งถึงเวลาสองทุ่ม เมื่อเห็นตุลธรเดินออกมาจากคลินิกเธอก็รีบเปิดประตูออกแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที“หมอตุลย์คะ เหมยว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”“ผมเหนื่อยมากนะเหมยเอาไว้คุยกันวันหลังได้ไหม”“หมอจะบ่ายเบี่ยงไปถึงไหนมีอะไรก็พูดมาตรงๆ”“คุณอยากให้ผมพูดตรงๆ กับคุณมากใช่ไหม”หญิงสาวรู้สึกแปลกเพราะสรรพนามที่เขาใช้เรียกเธอนั้นมันเปลี่ยนไปแต่ก่อนเขาเรียกชื่อเล่นแต่ตอนนี้เขาแทนชื่อเธอด้วยคำว่าคุณซึ่งมันแสดงออกถึงความห่างเหิน“ค่ะ เหมยอยากรู้ว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้นทำไมหมอถึงเปลี่ยนไปแบบนี้”“ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ”“แล้วที่ผ่านมาคืออะไรคะ หมอหลอกเหมยมาตลอดเหรอคะว่ารักเหมย”“มันก็แค่คำพูดของผู้ชายน่ะเจ้าชู้” ตุลธรยิ้มมุมปากแววตาที่มองเธอวันนี้มันต่างไป มันไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรในนั้นเลย“เหมยไม่คิดเลยนะคะว่าหมอที่จิตใจดีและอ่อนโยนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้”“แล้วคุณคาดหวังจะให้ผมเป็นยังไงล่ะ”“เหมยก็คิดว่าคุณแตกต่างจากผู้ชายคนอื่นแต่จริงๆ แล้วก็ไม่เลยสักนิด”“คุณอย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนรักเก่าของคุณ”“ทำไมจะเปรียบเทียบไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณก็ไ
ระหว่างที่ตุลธรไปประชุมที่สิงคโปร์ปณิชาก็มีเรื่องวุ่นเกิดขึ้นเพราะลูกชายของลุงสุพจน์ย้ายมาทำงานที่เมืองไทยเขาอยากได้คอนโดมิเนียมที่เธออาศัยอยู่ในตอนนี้เนื่องจากชายหนุ่มยังไม่ชินกับถนนเมืองไทยจึงอยากย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าการเดินทางมาทำงานก็สะดวกกว่าคอนโดมิเนียมของตนเองศุภกิจหรือพี่ใหญ่จึงยื่นข้อเสนอให้ปณิชาย้ายไปอยู่ที่คอนโดมิเนียมของตัวเอง โดยจะซื้อรถยนต์คันใหม่ให้เธอพร้อมกับให้เงินเธออีกก้อนหนึ่งเป็นค่าน้ำมันที่ต้องเพิ่มขึ้นเนื่องจากคอนโดที่จะต้องย้ายไปนั้นอยู่ไกลกว่าที่เดิมประมาณ 5 กิโลเมตรปณิชาคิดว่ามันไม่ได้ลำบากอะไรถ้าหากหญิงสาวจะต้องตื่นเช้าอีกสักนิดเพื่อจะขับรถมาทำงานเพราะเธอเองก็คุ้นเคยกับถนนเส้นนี้ดีต่างจากศุภกิจที่ไปอยู่อเมริกานานนับสิบปี เธอจึงตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมากปณิชาไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับตุลธรเพราะมันเรื่องภายในครอบครัวอีกทั้งตอนนี้เขาก็กำลังยุ่งอยู่กับการประชุมเธอคิดจะบอกคนรักในวันที่เขากลับมาถึงเมืองไทยแล้วปณิชาใช้เวลาไม่นานก็ย้ายของทั้งหมดของตัวเองไปยังคอนโดมิเนียมแห่งใหม่โดยครั้งนี้มีอารดาและพาขวัญมาช่วย“ที่นี่น่าอยู่ไม่แพ้ที่เ
หลังจากส่งคนรักถึงขอบสวรรค์ไปแล้วตุลธรก็พลิกให้เธอลงมาอยู่ด้านล่าง เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะบดจูบลงบนริมฝปากบางอยางดูดดื่ม ฝ่ามือร้อนคลึงเคลาสองปทุมอวบอิ่มอย่างมันมือ ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถันปลุกเร้าจนเสียงหวานครางระงม“อื้อ....หมอตุลย์”จูบจนพอใจเขาก็ลากไล้ความเปียกชื้นไปตามซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มดูดดึงไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูง ผิวเนียนนุ่มขึ้นรอยแดงไปทั่วทุกจุดที่ปากร้อนเลื่อนผ่านและมาหยุดที่ยอดถันสีสวย ตุลธรไม่รอช้าที่จะดูดกินอย่างหิวกระหายขณะที่ท่อนเอ็นร้อนก็กำลังกดเข้าหาความอุ่นของโพรงสวาทอีกครั้ง“อ๊ะ....”“เจ็บเหรอ”ปณิชาส่ายหน้า เธอมองหน้าคนรักแล้วยิ้มยั่วขณะขมิบช่องทางรักทักทายท่อนเอ็นของเขาเป็นจังหวะ“อ้าห์.....จะฆ่าผมให้ตายคาอกเลยใช่ไหม” ตุลธรกัดกรามแน่นแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกเป็นจังหวะอีกครั้งเพราะถ้ายังอยู่นิ่งปณิชาคงใช้ความอ่อนนุ่มรัดเขาจนแตกเร็วแน่ๆ “อื้ม...หมอขาเหมยเสียว” เธอครางหวานร่างกายสั่นสะท้านเมื่อเขากระแทกกระทั้นตัวเข้าหา ท่อนเอ็นแข็งร้อนเคลื่อนเข้าออกโพรงอุ่นสุดความยาวครั้งแล้วครั้งเล่า เสี
ตุลธรจูบลงไปบนไรผมที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนที่ปากร้อนจะลากไปบนลำตัวของคนรัก ชายหนุ่มดันเรียวขาให้กว้างขึ้น ตาคมมองดอกเหมยสีสวยที่ฉ่ำเยิ้มแล้วกดความเป็นชายลากขึ้นลงจนส่วนปลายชุ่มไปด้วยน้ำหวาน “อื้อ...หมอตุลย์” หญิงสาวส่ายสะโพกเข้าหาอย่างลืมตัว ร่างกายของเธอร้อนรุ่มความต้องการฉายชัดในแววตาอย่างปิดไม่มิด“ใจเย็นที่รักเดี๋ยวคุณจะเจ็บเอานะ”“ก็ของหมอตุลย์ใหญ่”“เหมยชอบของใหญ่ไหม”“เหมยไม่ชอบของใหญ่แต่เหมยชอบของหมอ เข้ามานะคะเข้าในตัวเหมย เข้ามาลึกๆ เลยค่ะ”เพราะความต้องการที่มากล้นปณิชาเลยร้องขออย่างลืมอายแต่นั้นก็ทำให้ตุลธรพอใจเป็นอย่างมากที่ผู้หญิงของเขาเร่าร้อนแบบนี้“ผมรับรองเลยว่ามันจะลึกสุดและเสียวที่สุดเท่าที่เหมยจะรู้สึก”พูดจบชายหนุ่มก็จูบลงมาอีกครั้งขณะที่ท่อนเอ็นร้อนกดเข้าหาความอ่อนนุ่มทีละนิด ตุลธรกัดกรามแน่นเมื่อเขาโดนความคับแน่ของปณิชาตอดรัดตั้งแต่เข้าได้เพียงครึ่งทาง“อื้อ...หมอขา...”“อีกนิดครับที่รัก ของเหมยแน่นมาก”ในที่สุดตุลธรก็พาตัวตนเข้าไปจนลึกสุดความยาว เขาพ่นลมหายใจออกทางปากเพื่อระบายความเสียวซ่านเนื่องจากท่อนเอ็นร้อนโดนตอดรัดทุกทิ
การคบกันของปณิชาและหมอตุลธรมีคนรู้เพียงไม่กี่คนเพราะทั้งสองไม่ได้เปิดตัวอย่างโจ่งแจ้ง แต่ถ้ามีใครถามก็จะบอกออกไปตามตรงว่ากำลังคบกันอยู่ การออกไปไหนด้วยกันก็เป็นไปตามปกติไม่มีการหลบซ่อนเพราะทั้งสองคนมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบที่สุด วันนี้หลังจากปิดคลินิกแล้วตุลธรกกับปณิชาก็กลับไปอาบน้ำที่คอนโดมิเนียมก่อนจะพากันออกมานั่งฟังเพลงที่บาร์แห่งหนึ่งเพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักติดๆ กันมาหลายวัน และพรุ่งนี้คุณหมอหนุ่มก็จะต้องเดินทางไปประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ถึงสามวัน “ผมไม่อยากไปเลยนะเหมย” “ไม่อยากไปก็ต้องไปค่ะ มันเป็นหน้าที่นะคะ” “อยากให้เหมยไปด้วย” “เดือนหน้าเราก็จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้วนะคะ” “ผมอยากข้ามไปเดือนหน้าเลยอยากไปเที่ยวกับเหมย” “เหมยก็เหมือนกันค่ะ แต่ความจริงมันทำแบบนั้นไม่ได้นี่คะ” “ผมคงคิดถึงเหมยมากแน่ๆ แล้วกลางคืนผมจะนอนกอดใคร” “เหมยอนุญาตให้กอดหมอนข้างได้ค่ะ แต่ห้ามพาผู้หญิงคนไหนเข้าห้องนอนเด็ดขาดถ้าเหมยรู้เหมยจะเลิกกับหมอทันที” “แล้วพนักงานทำความสะอ
“หมอคะ เดือนหน้าหมอจะตรวจแทนหมอปิ่นอย่างเดิมไหมคะ”“พี่ปิ่นอยากให้ผมทำต่อนะผมว่าจะลองคุยดู อาจจะรับแค่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เหมยว่าดีไหม” เมื่อรับหญิงสาวเข้ามาในชีวิตแล้วตุลธรก็อยากให้ปณิชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจไปกับตนเองบ้าง“ถามเหมยเหรอคะ”“ครับ ผมอยากฟังความคิดเห็นของเหมย”“ถ้าหมอไม่เหนื่อยก็ตามใจหมอเลยค่ะ บ่ายวันอาทิตย์คนไข้เยอะมากถ้าหมอสั่งแอดมิทก็ยังต้องมาราวน์ตอนเช้าอีก แต่ปกติคนไข้ที่โรงพยาบาลเดิมหมอก็ไม่ค่อยราวน์เช้าวันจันทร์อยู่แล้วนี่คะ” เพราะเขามักจะเล่าเรื่องการทำงานให้ฟังบ่อยๆ ปณิชาก็เลยพอจะรู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง“ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไหวนะ เอาไว้หลังแต่งงานค่อยออกตรวจให้น้อยลง ถ้าเหมยไม่อยากให้ผมเหนื่อยก็ต้องรีบแต่งงานนะครับ”“อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเลยค่ะ เหมยรู้ว่าหมอมีความสุขที่ได้ออกตรวจและได้เจอคนไข้เด็กๆ” ปณิชาเห็นแววตาของเขาเวลาที่ตรวจคนไข้ก็รู้ว่าเขามีความสุขที่ได้ทำงานกับเด็กๆ มาก“ผมชอบเด็กครับ ถ้าได้มีลูกกับเหมยผมคงมีความสุขมาก”“ใครจะมีลูกกับหมอตุลย์กันคะ เหมยยังไม่อยากท้องโย้ตอนนี้หรอกค่ะ”“เหมยไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยเหรอครับ” เขามีสีหน้าเปลี่ยนไปเ