จ้าวเล่อซีในวัยสิบสองปี มองแม่ทัพถานปิงผู้เป็นตาด้วยสายตาที่ยากคาดเดาความนัย ใบหน้าซึ่งสวมหน้ากากปกปิดไว้บ่งบอกไม่ได้ว่าเขายิ้มอยู่ หรือกำลังมีอารมณ์เคียดแค้น“หากไม่ฆ่าเขา เจ้าคงไม่อาจขึ้นเป็นใหญ่นั่งบัลลังก์แคว้นชิง อย่าลืมว่าเทียนฉางกำลังจะมีราชโองการแต่งตั้งมู่จิ้นเป็นรัชทายาทแทนเจ้าคนอย่างมันอาจโง่เขลา แต่เกากงกงและเหออี้คือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง”เด็กชายอึดอัดในใจเหลือล้น ก่อนทำมือเพื่อสื่อสารกับท่านตา‘แล้วเขาต้องตายเท่านั้นหรือ ข้าถึงจะนั่งบนบัลลังก์มังกรเหมือนบิดา มู่จิ้นไม่ใช่ญาติของข้าหรือ ข้าควรมีเขาเป็นเพื่อน’ถานปิงเก็บความฉุนเฉียวแทบไม่มิด หลานชายคนนี้จิตใจเมตตาเหมือนบิดาของมัน อยากเป็นจักรพรรดิที่มีผู้คนกราบไหว้เยี่ยงนั้น โลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนเช่นนั้นหรอก มังกรควรมีไว้ให้คนยำเกรงและหวาดกลัว!“ซีเอ๋อร์ โลกนี้มีแต่คนแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ตาแก่มากแล้ว บรรดาลุงของเจ้าล้วนมีครอบครัว เขาต้องดูแลคนของเขา ตัวเจ้าหากไม่ลุกขึ้นจับดาบแล้วฟันคอศัตรู เจ้าก็เป็นเพียงรัชทายาทในนาม ถึงจะมีราชโองการจากจักรพรรดิองค์ก่อนระบุไว้ให้ลูกชายของกุ้ยเฟยผิงเสียนเป็นรัชทายาทและสืบอำ
ณ อารามหลวงบนภูเขาสูง เป็นสถานที่ซึ่งคนในวังต้องมากลิ้งแตงโม และเล่นสนุกด้วยการปาแตงโมใส่กัน แต่ด้านหนึ่งของหอสูงที่มีแต่ความเงียบสงบเป็นส่วนที่ใช้สำหรับพักผ่อนของจ้าวเทียนฉาง ยามนั้นร่างผอมบางขององค์ชายน้อยสั่นเทาด้วยความตื่นตกใจ เขาไม่ควรเชื่อคำพูดยุยงของนางกำนัลผู้นั้น เขาไม่ควรเลย...หาไม่แล้วคงไม่ต้องรับรู้เรื่องชวนให้อึดอัดใจเยี่ยงนี้มู่จิ้นฉงนฉงายต่อสิ่งที่เขาเห็นด้วยสองตาจ้าวเทียนฉาง ผู้เป็นทั้งบิดาและจักรพรรดิแคว้นชิงกำลังทำเรื่องที่เขาไม่อาจอธิบายได้ แต่สองหูสองตาเขาเห็นภาพดังกล่าวแล้วได้แต่ยืนตัวแข็งค้าง“เสด็จพ่อ...” เสียงของมู่จิ้นไม่ได้หลุดลอดออกจากลำคอ ตัวเขาเย็นเยียบไปหมด ผิดแต่ที่เป้ากางเกงเขากลับพองขึ้น มันพองอย่างนี้ในตอนเช้าตรู่และเวลาที่เขาปวดเบา ทว่าอาการพองขยายทำให้แท่งหยกน้อยชี้ชัน อีกทั้งเขารู้สึกคันมากๆ ที่ปลายหัวหยักจ้าวเทียนฉางกำลังขึ้นคร่อมร่างขาวเนียนอยู่ อีกฝ่ายอ้าขากว้างและนั่งอยู่บนโต๊ะกลมๆ ซึ่งเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้อ่อนหวาน หากมันดังด้วยจริตเกินหญิง“ฝ่าบาท แทงลึกๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพร้อม พร้อมให้พระองค์ตักตวงความสุขอย่างเต็มที่”แน่แล้ว คนที่
อดีตของหลิวฟ่าน หลิวฟ่านอยู่ในเรือนสุนัขด้วยความสุข นางคบหาสหายมามากมาย เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักของชาวเมืองกุ้ยโจว แต่พอได้อยู่ที่นี่ กลับรู้สึกว่าสุนัขป่าตัวโตของคฤหาสน์สัตตบงกชมีความเป็นมิตรมากกว่าคนที่เคยคบค้า กระนั้นพวกมันก็ดุกร้าว กัดศัตรูไม่เลือกหน้าตามนิสัยของสัตว์ป่าและเมื่อขึ้นชื่อว่าสัตว์เดรัจฉาน อย่างไรก็สมสู่ไม่เลือกที่ นอกจากการสมสู่เร่าร้อนรุนแรง พวกมันยังรักเจ้านายและพวกพ้องในแบบที่เรียกว่าตายแทนกันได้และลูกสาวเจ้าบ้านหลิวที่คนทั้งเมืองนิยมในความเก่งกล้าสามารถ นางเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ได้อย่างไร ต้นสายปลายเหตุนั้น หลิวฟ่านย่อมรู้ดีแก่ใจอดีต เทศกาลโคมไฟ เมืองกุ้ยโจวหลิวฟ่านวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต นางตื่นตระหนกสุดขีด ภาพที่เห็นเมื่อครู่คือแขนข้างหนึ่งของชายรูปงามจากหอสังคีตถูกโยนมาหล่นตุ้บที่ปลายเท้านาง เขาเป็นคนที่นางจ้างมาดีดพิณและร้องเพลงขับกล่อมในเรือที่จอดอยู่กลางน้ำ ซึ่งนางจัดไว้สำหรับเริงสวาทค่ำคืนนี้ ทว่ากลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน ด้วยไม่ทันได้ก้าวขึ้นเรือด้วยซ้ำ ก็มีผู้ร้ายโผล่มาขวางทางนางแล้วไล่ฆ่าคน ชวนให้ตื่นตระหนกยิ่งนักเมื่อเห็นภัยใกล้ตัว มือสังหารร
ม่านซือซืออยู่ในห้วงความฝัน เป็นฝันร้ายที่แสนน่ากลัว ทำให้นางหวีดร้องไม่หยุด ทว่าเหตุใดนางถึงไม่สะดุ้งตื่นเสียทีความเสียใจก่อขึ้นอย่างมหาศาล นางไม่คาดคิดว่าเอี๊ยะถังจะทำเรื่องเลวทรามต่อนางได้ เขารักนาง ปรารถนาดี และต้องการให้นางเป็นฮูหยินมิใช่หรอกหรือภาพต่างๆ ที่เขาเคยกระทำดีด้วยย้อนมาให้เห็น ก่อนจะเป็นภาพของเขาที่ใช้ท่อนเนื้อร้อนที่กลายร่างเป็นงูยักษ์เลื้อยรัดร่างกายนางและมันเป็นงูปีศาจมีสองหัวม่านซือซือดิ้นพล่าน แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งถูกรัดหนักหน่วง งูปีศาจสีดำมันมีดวงตาสีแดง หัวหนึ่งเลื้อยพันรอบคอนางและกำลังขู่ฟ่อๆ อย่างน่ากลัว ส่วนหัวที่สองพันที่โคนขาและอ้าปากกว้าง เห็นลิ้นสองแฉกที่แลบเลีย ลิ้นที่ยาวๆ นั้นแสดงท่าคล้ายจะจู่โจมกลีบสวาทนางหญิงสาวขวัญหนีดีฝ่อ นางกลัว กลัวจนแทบสิ้นสติงูร้ายมันไม่หยุดเท่านั้น ในขณะที่ม่านซือซืออกสั่นขวัญแขวนหัวด้านบนก็บีบรัดลำคอนาง พลอยให้นางหายใจไม่ออกและต้องหวีดร้องลั่น เป็นตอนนั้นที่มันอาศัยโอกาสชั่วช้าพุ่งหัวดำอันใหญ่โตเข้ามาในโพรงปากนางม่านซือซือทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากการดิ้นรนขัดขืน และความอึดอัดคับแน่นในโพรงปากยังไม่หนักหนาเท่ากับกลีบสวาท ด
เป็นนางที่วางยาข้า ม่านซือซือพยายามไม่พูดกับใครในคฤหาสน์แห่งนี้ ไม่ใช่เพราะนางรักสงบหรือไม่อยากสุงสิงผู้คน แต่เพราะนางรู้ว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาบานปลายในภายหลังและเมื่ออยู่ที่นี่นานวันเข้า นางต้องพยายามทำความเข้าใจว่าจ้าวเล่อซีเป็นชายที่มักมาก และยังชอบบังคับให้นางร่วมรักอย่างเปิดเผย นอกจากนั้นดูเหมือนเขาจะหาทางกลั่นแกล้งนางให้เจ็บตัว เขาเป็นมารร้ายที่มาจากขุมนรกอย่างไม่ต้องสงสัย และหลังจากที่นางอุ่นเตียงกับเขาอย่างเร่าร้อนเมื่อสองวันก่อน ม่านซือซือมีอาการตัวร้อนจัด ก่อนจะมีระดู ทว่าเป็นระดูที่มีสีคล้ำราวกับสีน้ำหมึก และเหนืออื่นใดมันมีกลิ่นที่ชวนให้ม่านซือซือครั่นคร้ามใจ นางกลัวว่ามันจะทำร้ายร่างกายของตนระดูนั้นไหลออกมาราวๆ หนึ่งวันหนึ่งคืนก่อนจะหายไป ทว่านางกลับรู้สึกไม่สบายตัว ร้อนๆ หนาวๆ ราวกับคนจับไข้นางพยายามจะต้มยาสมุนไพรเพื่อรักษาตนเอง ทว่าพิษ หอมหมื่นลี้ที่อยู่ในร่างกายมันประหลาด ด้วยสร้างภาพหลอนแปลกๆ ให้นาง อีกทั้งบางคราเกิดหน้ามืด และหลังจากนางดื่มยาเคี่ยวไปสี่ชามนางก็ได้ยินเสียงเหม่ยหลานพร้อมทาสหญิงอีกหลายคนร้องเรียกหญิงรับใช้ประจำเรือนต่างๆ ออกไปรวมตั
“ใคร... ใครเป็นคนวางยานางจนแทบจะเสียผู้เสียคนอย่างนี้” เหม่ยหลานถามย้ำอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครปริปากเอ่ย กระทั่งเหม่ยหลานชี้ไปยังซ่งถิงอี้“ถิงอี้ เป็นเจ้าหรือไม่”ซ่งถิงอี้ในวันนี้ไม่ค่อยมีปากมีเสียงนัก นางเป็นสตรีนับว่ารูปโฉม งามและสูงโปร่ง การถูกส่งตัวไปอยู่ที่เรือนม้าไม้คงกำราบความพยศนางลงไม่น้อย“แน่นอน ย่อมไม่ใช่ข้าหรอกแม่นมหลาน”“แล้วเจ้าคิดว่าเป็นใคร” เหม่ยหลานเอ่ยถามซ่งถิงอี้“คงจะเป็นคนที่เสียประโยชน์ หากคุณชายเอาแต่ขลุกอยู่ที่เรือนวิหค” “สามหาว คุณชายจะเข้าออกเรือนใด เจ้ามีสิทธิ์รู้เห็นรึ”“แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่ข้าก้าวเข้ามาในคฤหาสน์สัตตบงกช ข้าไม่เคยรับใช้คุณชายสักครั้ง!” ซ่งถิงอี้กล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ และคำพูดของนางทำให้ม่านซือซือคิดเข้าข้างตัวเองว่าจ้าวเล่อซีพึงใจต่อนางเพียงใด“หึๆๆ นั่นเพราะ เจ้าไม่คู่ควร” เหม่ยหลานไม่อยากเสวนากับซ่งถิงอี้ นางจึงเดินไปสำรวจสาวใช้แต่ละเรือนทีละคน กระทั่งมาหยุดที่ม่านซือซือ“หรือจะเป็นเจ้า ซือซือ...”ม่านซือซือเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ภายในร่างกายนางปั่นป่วนไปหมด ยามนั้นลำคอแห้งผาก มันเป็นผลจากยาที่นางเคี่ยวและใช้ดื่มเพื่อกำจัดพิษหอมหมื่นลี้“
การออกล่าสัตว์ของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าขุนนางเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง บางคราเป็นการปล่อยให้เสือไล่กัดเชลยศึกที่จับตัวไว้ได้ แม้แต่การยิงธนูเพื่อปลิดชีวิตนักโทษคดีร้ายแรงก็เป็นที่ชื่นชอบของเขา “เฮ้อ ไหนว่าพวกเจ้ามีเรื่องบันเทิงใจกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นมันก็แค่นักโทษไม่กี่คน เราอยากยิงหมี หรือไม่ก็จิ้งจอกขาว พวกเจ้าไม่มีปัญญาหามาให้หรืออย่างไร”“โอ้ ฝ่าบาท ของแบบนั้นต้องเสาะหาสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้ถึงจะมีแค่ทาสและเสือ แต่รับรองว่าพระองค์จะต้องพอพระทัยแน่ๆ”จักรพรรดิเทียนฉางไม่อยากสนใจคำพูดประจบของขุนนาง เขาลุกยืนแล้วขึ้นขี่ม้าออกไปพร้อมองครักษ์จำนวนหนึ่ง กระทั่งพบกับธรรมชาติร่มรื่น และเบื้องหน้าเห็นน้ำตกจากภูเขาสูง“เราอยากล้างหน้าสักหน่อย พวกเจ้าอย่าได้กวนใจ”สิ้นคำสั่ง องครักษ์ก็ถอยออกไปอารักขาอยู่ห่างๆจักรพรรดิหนุ่มหย่อนใจกับธรรมชาติและวักน้ำเย็นล้างหน้า ซึ่งเป็นตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงขับร้องเพลงเบาๆ เสียงดังกล่าวทุ้มนุ่ม หากเจือด้วยความสดใสมากล้นเมื่อได้ยินแล้วก็เหมือนต้องมนตร์สะกด เขาก้าวตามไป กระทั่งพบร่างขาวนวลเนียนที่ว่ายน้ำอยู่ ผิวน้ำใสจนแลเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่านั
“ฝ่าบาท แต่เมื่อครู่มันจะทำร้ายพระองค์”“จับตัวไปก็พอ!” จักรพรรดิหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม แต่อาเฟยอาศัยโอกาสที่มี จัดการองครักษ์คนดังกล่าวให้พ้นทาง ก่อนจะหมายมั่นทำตามคำสั่งของจ้าวเล่อซี“ใครส่งเจ้ามา อาเฟย”ขันทีหนุ่มปั้นสีหน้าเรียบเฉย ไม่ทันได้เอ่ยคำใดก็มีร่างสูงใหญ่ปรากฏ บุรุษผู้นั้นมีไอสังหารรุนแรง ซึ่งมันแผ่มาโอบคลุมร่างของจักรพรรดิเทียนฉางดวงตาเรียวเล็กจ้องมองอีกฝ่าย ละม้ายเห็นร่างพี่ชายของตนและกุ้ยเฟยผิงเสียนในคราเดียวกัน“เจ้าคือ!”จ้าวเล่อซีไม่ได้ตอบแต่มีอีกเสียงเอ่ยแทน มันเป็นเสียงอาเฟย“เขาคือคนที่ฝ่าบาทควรคืนบัลลังก์ให้อย่างไรเล่า”สิ้นคำพูดอาเฟย จ้าวเล่อซีก็สั่งให้คนจับตัวจักรพรรดิเทียนฉาง และทั้งที่เหมือนจะสำเร็จโดยง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าโชคไม่เข้าข้างฝ่ายของจ้าวเล่อซี เมื่อจู่ๆ กลับมีเหล่าองครักษ์เสื้อแพรแอบซุ่มอยู่และโผล่ออกมาจ้าวเล่อซีมั่นใจว่าตนเองไม่มีไส้ศึกภายในเป็นแน่แท้ ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะอาของเขาเป็นคนขี้ขลาด ถึงได้มีคนคอยอารักขามากมายยอมตายแทน‘ท่านช่างเก่ง ช่างสรรหามดปลวกมาให้ข้าลับคมดาบ’จักรพรรดิเทียนฉางไม่เข้าใจภาษาใบ้ของหลานชาย เพียงแต่มองบุรุษหน้ากากขาวที่ท
ปรารถนาตั้งครรภ์ให้มังกร หลังจากตื่นขึ้นมาในห้องนอนแปลกตา ม่านซือซือก็พยายามจับต้นชนปลายเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกัน ทว่าผ่านไปนานเกือบหนึ่งก้านธูปดับ นางยังไม่อาจไขสิ่งใดให้กระจ่างใจไม่ใช่ว่านางไม่เคยร่วมรักกับจ้าวเล่อซี แต่ภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดช่างรัญจวนใจและสร้างความสุขแก่นาง อีกทั้งนางได้ยินคำหวานจากเขา จ้าวเล่อซีมิได้มีเสียงเหมือนสัตว์ป่าดุร้าย น้ำเสียงเขาทุ้มน่าฟังและยังเอ่ยชมนางไม่ขาดปากหรือว่าบุตรมังกรผู้นั้นไม่ได้เป็นใบ้!?!เรื่องนี้ไยนางถึงไม่ล่วงรู้มาก่อน ทั้งที่มีสัญญาณบอกเหตุหลายครั้ง หูเขาได้ยินเสียงดีเยี่ยม มันออกจะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ ผิดแต่เสียงของเขาเท่านั้นที่ชวนให้พรั่นพรึง และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาไม่ต้องการเอื้อนเอ่ยคำใดให้หลุดลอดจากริมฝีปากบางสีสดและภาพที่หญิงสาวพอจะจำได้ก็คือ จ้าวเล่อซีพิศร่างกายของม่านซือซือ และยิ้ม ยิ้มหล่อเหลาเหลือเกิน“มองเช่นนี้ ข้าคงละลายเป็นแน่แท้” นางเอ่ยท้วงด้วยความเอียงอาย“หึๆๆ ซือซืองามเช่นนี้ ข้าจะละสายตาได้อย่างไร หน้าอกคู่งาม ผิวขาวละเอียด และริมฝีปากเจ้าทำให้ข้าคะนึงหาทุกเช้าค่ำ” จ้าวเล่อซีปากหวานเหลือเกิน คำพูดเขาก็ทำให้นางอ่อนระท
ข้าทำเจ้าลำบากแล้ว จ้าวเล่อซีวางร่างอรชรบนฟูกหนานุ่ม เขานั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน คราแรกที่เขากับนางกระโดดลงจากหอสูงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะมีมือสังหารดักซุ่มอยู่และระดมยิงลูกธนูไฟใส่พวกเขา นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เขาเสียหลัก เกือบพาม่านซือซือจมหายสู่กลางแม่น้ำลึก!หญิงสาวกอดชายหนุ่มแน่น นางหวาดกลัวจับจิต แต่ปากพร่ำพูดให้เขาทิ้งนางเสีย“คุณชายปล่อยข้า ซือซือ...ไม่มีค่าพอให้ต้องห่วงใย” นางผลักหน้าอกแกร่ง แล้วดิ้นรนเพื่อให้จ้าวเล่อซีสลัดนางทิ้งไป “หากยังมีวาสนาต่อกัน แม้ตายเป็นผีข้าก็จะตามไปรับใช้คุณชายเช่นเดิม”จ้าวเล่อซีหัวเราะหึๆ และเอ่ยเสียงขรึม ฝ่ากระแสลมแรงและระลอกคลื่นน้ำ ‘กล่าวได้ดี ชีวิตและวิญญาณเจ้าคือทาสของข้า เช่นนั้นสิ่งที่เจ้าปรารถนานับว่าประเสริฐที่สุด’ กล่าวจบเขาจึงตัดสินใจสกัดจุดให้ม่านซือซือ สิ้นฤทธิ์ลงเสีย มิเช่นนั้นทั้งเขาและนางอาจต้องทิ้งชีวิตไว้ในผืนน้ำลึกทั้งคู่พอเขาพานางขึ้นฝั่งได้ จ้าวเล่อซีต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อเอาตัวรอดจากพวกหมาลอบกัด คราวนี้พวกที่เขาต้องเผชิญหน้ามีฝีมือคล้ายทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี อีกทั้งยังตั้งค่ายกลด้วยความชำนาญ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไ
เชื่อใจข้าหรือไม่ ม่านซือซือสัมผัสที่ใบหน้าของจ้าวเล่อซี ก่อนพบว่าใบหน้าเขาซีดลงเรื่อยๆ ทว่าเขากลับยกยิ้มตรงมุมปากราวกับไม่ได้หวาดหวั่นต่อสิ่งที่เผชิญหน้าอยู่‘มีสิ่งใดให้กังวล...’ชายหนุ่มเอ่ยจบจึงขยับตัว เขาพยายามจับมือเรียวของนางที่เปรอะด้วยคราบเลือด แล้วนำมาวางไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตน“คุณชายจ้าว เราไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบออกจากที่นี่” หญิงสาวบอกชายหนุ่ม ขณะนั้นควันไฟพวยพุ่งหนาตา และไฟร้อนก็เผาไหม้จากทุกทิศทาง ทั้งหมดเป็นเพราะมู่จิ้นวางเพลิงเอาไว้ ซึ่งเปลวไฟเผาไหม้ข้าวของจนเสียหายหนัก อีกทั้งมีเสียงระเบิดตูมตาม ควันดังกล่าวผสมด้วยพิษร้ายแรง มันกำลังหลอกหลอนประสาททุกคน‘ข้ารู้ เจ้ากลัวหรือไม่’“มีคุณชายอยู่ด้วย ข้าไม่หวั่นต่อสิ่งใด”‘หึๆ นั่นคงเป็นเพราะข้าอันตรายกว่าทุกสิ่งกระมัง’จ้าวเล่อซีว่าจบจึงรวบรวมพลัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เวลานั้น คนของเขาที่ยังรอดชีวิตเตรียมกระโดดลงจากหอแห่งนั้น ด้วยไฟลุกลามจากด้านล่าง หากต้องฝ่าความร้อนและเปลวเพลิงลงไป หากไม่ขาดอากาศหายใจคงถูกเผาทั้งเป็น ‘มู่จิ้น มันรอดตายได้หลังจากตกลงจากหอสูงนี้เมื่อหลายปีก่อน และข้ากับเจ้าก็เช่นกัน เราต้องมีชีวิตส
“คุณชายจ้าว ข้าจะส่งเสริมให้ท่านหูหนวกและเป็นใบ้อย่างสมบูรณ์ หน้ากากผีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ มู่จิ้นผู้นี้จะกรีดหน้าท่านให้มีบาดแผลเหวอะหวะ จนไม่มีผู้ใดอยากมองอีก”‘หากเจ้ามีฝีมือ จงก้าวเข้ามา อย่าได้เก่งแต่ปาก’“เหตุใดข้าต้องลงมือเอง ในเมื่อลูกสมุนข้ามีมากมาย”มู่จิ้นว่าจบก็สั่งให้คนของเขาออกมาจากที่ซ่อน แล้วเข้าไปรุมทำร้ายจ้าวเล่อซีราวกับเป็นพวกหมาหมู่ร่างสูงใหญ่คำรามเสียงดัง และจัดการศัตรูชั่วอย่างบ้าคลั่งหลายครั้งเขาเกือบพลาดพลั้งเพราะพวกมันเอาแต่แว้งกัด นอกจากนั้นยังเล่นทีเผลอเพื่อหวังใช้พิษร้ายกาจกับจ้าวเล่อซีเมื่อเขาวาดดาบในมือออกไปฟันร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และจ้าวเล่อซีต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างเหล่านั้นกลับเป็นสตรีในชุดเสื้อผ้าโปร่งบาง ที่เขาเห็นเช่นนั้นเกิดจากเขาถูกยาหลอนประสาทเล่นงาน“เหตุใดถึงยั้งมือเล่า” มู่จิ้นหัวเราะขบขันจ้าวเล่อซีเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงกว่าเดิมเพราะเสียงกรีดร้องของสตรีเหล่านั้น พร้อมเลือดสดๆ ของพวกนางที่พุ่งมาเปรอะเนื้อตัวเขา กระทั่งเขาหันไปอีกด้านหวังจะป้องกันตัวจากอาวุธมีคม ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก็โผเข้ามาหาเขา เนื้อตัวสตรีผู้นั้นสั่นเทา น้ำตาไหลนองหน้า จว
คุณชายท่านต้องอยู่กับข้า ยามนั้นขันทีข้างกายเขาโผล่ออกมาจากที่ซ่อน อาเฟยมีสีหน้าหวั่นวิตก เป็นเพราะเขารู้ว่าการเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ของจ้าวเล่อซีต้องเดิมพันด้วยหลายสิ่ง มันเป็นการเสี่ยงอันตราย อีกทั้งใครบางคนอาจไม่ซื่อ ไม่ยอมทำตามข้อตกลง และนั่นอาจทำให้ชีวิตขององค์ชายใบ้ตกอยู่ระหว่างความเป็นและความตายอาเฟยสูดลมหายใจลึก อย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้เป็นนายทำสิ่งที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตน“คุณชาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าสมควรไปช่วยแม่นางซือซือแทนท่านก็แล้วกัน”‘ความคิดนั้นช่างอับจนปัญญา เจ้าอยู่ดูแลทางนี้ เหม่ยหลานคงรับมือคนเดียวไม่ได้’ จ้าวเล่อซีรู้ดี ถึงเหม่ยหลานมีมือสังหารหลายคนช่วยเหลือ แต่เขาไว้ใจขันทีหนุ่มมากกว่าใคร“เช่นนั้น คุณชายโปรดระวังความปลอดภัย”ชายหนุ่มพยักหน้า และกำชับว่า ‘อย่าให้ใครออกจากเรือได้โดยเฉพาะอาของข้า เขาคือคนที่ต้องออกแรงมากหน่อย มิเช่นนั้นเรื่องนี้อาจไม่สำเร็จ’ขันทีหนุ่มสูดลมหายใจลึก อย่างไรเสียจ้าวเทียนฉางก็คือบุรุษที่เขามีใจให้ อีกฝ่ายควรตายในเงื้อมมือเขา ซึ่งย่อมดีกว่าสิ้นชีพด้วยคมดาบผู้อื่น “รับทราบคุณชาย”จากนั้น จ้าวเล่อซีกับทหารฝีมือดีของเขาห
สายเลือดอำมหิต จ้าวเล่อซีปวดศีรษะอย่างฉับพลัน อาการเช่นนี้ทำให้เขาตระหนักว่าพิษที่อยู่ในร่างกายคงกำเริบอีกหน มันคือพิษที่ชาวเผ่าเยว่หลางปรุงขึ้น เรื่องนี้เขารู้จากแม่ทัพถานปิงซึ่งบอกว่าคนที่วางยาเขา รวมถึงคนชั่วที่อยู่นอกกำแพงเมืองแม้จะตายเป็นผีแล้วก็ยังนับเป็นศัตรู และเขาต้องคิดบัญชีแค้นพวกมันอย่างสาสม!ชายหนุ่มบีบขมับตน และพยายามขับเหงื่อออกมาให้มากที่สุด มันช่วยให้เขาคลายความปวดศีรษะซึ่งเหมือนจะระเบิดเสียให้ได้ ยามนี้เขาคิดถึงตำรับยาประหลาดที่ถูกปรุงขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือสตรีที่ต้องกลายเป็น ‘มนุษย์โอสถ’หญิงสาวจะถูกจับขังไว้ในแจกันใบยักษ์ แล้วป้อนด้วยสมุนไพรลึกลับ ก่อนจะกรีดเลือดสดๆ ให้เขาดื่มบำรุงร่างกาย สุดท้ายก็ควักหัวใจนางให้เขากิน!ถึงเขาจะโหดเหี้ยม แต่ไม่อาจเห็นชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลา ดังนั้นเรือนทั้งสิบสองหลังที่เขาดูแลอยู่ ฉากหน้าอาจป่าเถื่อน ทั้งวิปริต ทว่ามันเป็นการคัดเลือกว่าคนที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแกร่งกล้า อีกทั้งไม่กลัวความตาย และยอมถวายชีวิตเพื่อเขา พวกนางต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อที่จะไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในครอบครัวอย่างเช่นในอดีตระหว่างนั้น ดวงต
รัชทายาทเงา ม่านซือซือยังไม่ทันหายตกใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด นางถูกส่งตัวขึ้นรถม้า จากนั้นมีชายตัวโตอุ้มขึ้นไปยังหอสูง เมื่อกวาดตามองให้รอบตัวหญิงสาวต้องสั่นเทิ้มอย่างควบคุมตนเองไม่ได้นางกลัวความสูงเยี่ยงนั้นรึ ความรู้สึกนี้ครอบงำร่างกายอย่างรุนแรง และหอแห่งนี้สูงมาก อีกฝั่งเป็นหน้าผามองลงไปเห็นน้ำทะเลลึก!สถานที่แห่งนี้ทำให้ม่านซือซือคล้ายตกเข้าไปอยู่ในอดีต นางกลัวระคนสับสน ขณะเดียวกันหูได้ยินคำพูดของหญิงรับใช้ที่ดังอยู่ไม่ห่าง“นั่นต้องเป็นเขา องค์รัชทายาทมู่จิ้น” คนที่กล่าวแสดงสีหน้าว่าปลาบปลื้มบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน“เอ เท่าที่ข้ารู้ เขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว” อีกนางแย้งขัด“ฮึ... มันเป็นแผนของมเหสีเหออี้ แต่อย่าได้คิดสิ่งใดให้ปวดหัวดูท่าแล้ว ยามนี้เขาไม่ใช่คนที่จะขึ้นมาเป็นใหญ่แน่” สตรีนางแรกกล่าวถูกต้อง อีกทั้งเหออี้เกลียดลูกชายคนนี้ ด้วยมีความละม้ายจ้าวอี้คังราวกับเป็นคนคนเดียวกัน “ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น”“เจ้าลืมไปแล้วรึ ในอดีตกุ้ยเฟยผิงเสียนคลอดองค์ชายน้อยออกมา และราชโองการเขียนไว้ว่า องค์ชายที่เกิดจากกุ้ยเฟยผิงเสียนคือรัชทายาทที่แท้จริง ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาเสียชีวิตถ
สาวใช้ร่ายรำ ม่านซือซือดึงสติตนกลับคืน แม้ความหวานล้ำที่เกิดขึ้นกับจ้าวเล่อซีจะทำให้นางอิ่มเอมใจ แต่สุดท้ายชายผู้นั้นก็เป็นปีศาจร้าย เขาส่งนางมาพร้อมสตรีเรือนอื่นๆ เพื่อรับใช้ชายอื่นและการมาถึงของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าองค์ชายล้วนปกปิดเป็นความลับ พวกเขาแต่งตัวเป็นสามัญชน แต่กระทั่งท่าทางและคำพูดจาก็บ่งบอกว่าอยู่ในรั้วในวังมากกว่าเป็นคนร่ำรวยทั่วไปการแสดงถูกจัดขึ้นตรงกลาง มีทั้งร่ายรำ ดีดพิณ และขับร้อง แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้จักรพรรดิเทียนฉางสนใจ กระทั่งหลิวฟ่านออกมากับสุนัขตัวโตสองตัว ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างประหลาดใจ“เป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ จากคณะละครของเรา เชิญทุกท่านสำราญใจนับแต่นี้” เหม่ยหลานที่ทำหน้าที่ควบคุมจัดการการร่ายรำในคืนนี้อธิบาย และกิริยานางคล้ายแม่เล้าในหอนางโลมม่านซือซือคาดไม่ถึงว่าหลิวฟ่านจะเลือกใช้การแสดงเร่าร้อนซึ่ง น่าตื่นใจเพียงนี้ อีกทั้งในโถงรับรองบนเรือถูกจุดธูปหอม พร้อมเครื่องดื่มที่ผสมสมุนไพรลึกลับที่เพิ่มกำหนัดให้แก่บุรุษสุนัขตัวโตขนสีดำขลับเข้ามาคลอเคลียหลิวฟ่าน และนางแยกขา กว้าง กว้างพอให้ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างส่งเสียงหายใจรุนแรงดวงตากลมโตของม่าน
ม่านซือซือนั่งอยู่ในเรือที่ตกแต่งภายในอย่างสวยงาม คืนนี้นางอวดเนื้อหนังมากกว่าปกติ มีผ้าผืนบางๆ ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ กระนั้นความงามก็เป็นที่ต้องตาถูกใจผู้ชายแทบจะทุกคน ผิดแต่นางดูเศร้าสร้อยอยู่สักหน่อย และจิตใจไม่ใคร่อยู่กับเนื้อตัว สถานที่อันโอ่อ่าบนเรือลำใหญ่มีไว้สำหรับใช้เริงสวาท ซึ่งคืนนี้มีคณะทูตจากต่างแคว้นมาดื่มฉลองกัน และสุดท้ายย่อมจบลงด้วยการอุ่นเตียงกับเหล่าสาวงามที่ถูกคัดเลือกมาจากหลายที่ “ซือซือ เจ้าดูตื่นเต้นจนเกินไป” หลิวฟ่านว่าแล้วก็ยิ้มหวานให้กับชายร่างหนาที่กำลังมองนางด้วยสายตาหยาดเยิ้ม“ข้าคิดไม่ถึงว่าต้องมาอยู่ที่นี่” ม่านซือซือเอ่ยแล้วก็น้อยใจจ้าวเล่อซีไฉนทำกับนางได้ ถึงนางเป็นเพียงสาวใช้ของเขา แต่หลายวันที่ผ่านมากลับเป็นเขาที่ทำให้นางหวั่นไหว“โถ เจ้ามันโง่เขลา การมีชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจของคฤหาสน์สัตตบงกชไม่ได้หอมหวานนักหรอก แต่มันก็ช่วยให้เรามีโอกาสได้แก้แค้นคนที่ทำให้เราต้องตกอยู่ในชะตากรรมเลวร้ายได้”“แต่ข้าไม่คิดแค้นใคร ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะข้ากระทำตัวเองทั้งนั้น” ม่านซือซือตอบหลิวฟ่าน และมันคือความจริง นางจะแค้นใครได้ เอี๊ยะถังรึ ก็เปล่า ส่วนม่านฮูหย