แชร์

บทที่ 605

ผู้เขียน: จี้เวยเวย
“แอด...”

เสียงประตูห้องถูกผลักเปิดออก ฝานซืออิ๋งย่องเบาเตรียมเข้าไปภายใน ทันใดนั้นเสียงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“แม่นางฝาน วันนี้พี่ใหญ่ข้าแต่งงาน ที่จวนไม่ได้เชิญเจ้า กลางดึกค่ำมืดเช่นนี้...มาเป็นขโมยหรือ?”

ซ่งรั่วเจินกอดอก ดวงหน้างดงามเผยสีหน้าเยาะหยัน มองท่าทางเหมือนขโมยก็มิปานของฝานซืออิ๋งที่อยู่ตรงหน้า

ชั่วขณะได้ยินเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทั้งตัวฝานซืออิ๋งคล้ายถูกฟ้าผ่า ตกตะลึงอึ้งงันอยู่กับที่

นางหันหน้าไปอย่างเหลือจะเชื่อ ชั่วขณะได้เห็นซ่งรั่วเจินกลับไม่ต่างจากเห็นมารชั่วร้าย ยิ่งไปกว่านั้นยามได้เห็นฉู่อ๋องข้างกายนางแล้ว ตกตะลึงพรึงเพริดทำอันใดไม่ถูก ร่างกายอ่อนยวบเกือบล้มหน้าคะมำบนพื้น

“เจ้า เหตุใดพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่?”

“คำนี้สมควรเป็นพวกเราถามเจ้ากระมัง?” ซ่งรั่วเจินเยาะหยัน

ขณะเดียวกัน เปลวเทียนภายในห้องถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ซ่งเยี่ยนโจวและลั่วชิงอินเดินออกมาพร้อมกัน

ใบหน้าซ่งเยี่ยนโจวเย็นชา สีหน้าเคร่งขรึม เขาเกลียดฝานซืออิ๋งมาก เดิมทีคิดว่าชาตินี้ไม่ขอพบหน้าอีก คิดไม่ถึงหญิงคนนี้จิตใจบ้าคลั่ง คิดวิธีการเช่นนี้ออกมาได้!

ก่อนหน้านี้ยามน้องหญิงห้าเอ่ยเตือนเขา เขาก็ตกใจ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 606

    เห็นฝานซืออิ๋งไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ฉู่จวินถิงพูดนิ่งๆ “อวิ๋นหยาง พาคนเข้ามา”บ่าวคนหนึ่งถูกพาเข้ามาอย่างว่องไว เพียงแต่บัดนี้ดื่มจนเวียนหัวมึนงง สมองไม่แจ่มชัด“ซ่าซ่า”น้ำเย็นหนึ่งถังถูกสาดเข้าไป ทันใดนั้นคนได้สติขึ้นมาแล้วหลังได้เห็นทุกคนอยู่ตรงหน้าไปจนถึงฝานซืออิ๋งที่กำลังถูกจับตัวไว้ ทันใดนั้นสีหน้าของบ่าวเปลี่ยนเป็นเผือดซีด“ยังไม่รีบสารภาพออกมาอีก!” ซ่งเยี่ยนโจวตวาดเสียงเฉียบบ่าวตกใจว้าวุ่นหนัก “เป็นแม่นางฝานบังคับให้ข้าทำเช่นนี้ หากข้าไม่รับปาก นางจะไม่ปล่อยพ่อแม่ข้าคุณชาย ข้าไม่มีทางเลือกขอรับ ขอร้องท่านให้อภัยบ่าวครั้งนี้ด้วยเถอะ!”สีหน้าฝานซืออิ๋งเปลี่ยนไป “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร! ข้าเปล่า!”บ่าวคุกเข่าโขกศีรษะไม่หยุด “ก่อนหน้านี้ยามนางอยู่ในจวนก็ถือสัญญาขายตัวเป็นทาสของบ่าวไว้ มิหนำซ้ำยังขายพ่อแม่ของบ่าวไปที่สกุลฝานช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พ่อแม่ข้าอยู่ที่สกุลฝานได้รับความทุกข์เกินบรรยาย นางยังข่มขู่ข้า หากไม่รับปาก จะตีพ่อแม่ข้าให้ตายทั้งเป็นคุณชาย ชีวิตของคนในครอบครัวบ่าวล้วนอยู่ในมือของนาง ข้ายอมตาย แต่ไม่อาจทนเห็นพ่อแม่ข้าตายได้ขอรับ...”บ่าวร้องไห้เจ็บปวดใ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 607

    คุณหนูสกุลลั่วร่างกายไม่แข็งแรง หลายปีมานี้นอนซมอยู่บนเตียงมาโดยตลอด ออกจากบ้านน้อยมากนี่คือสิ่งที่ทุกคนล้วนรู้เพียงแต่ กลับไม่เคยได้ยินว่าไม่สามารถคลอดลูกได้มาก่อน ทว่าคำพูดมั่นใจของฝานซืออิ๋งกลับไม่คล้ายหลอกลวง หากไม่สามารถคลอดได้จริง...เช่นนั้นก็เรื่องใหญ่แล้วสีหน้าลั่วชิงอินเปลี่ยนไป รีบพูดว่า “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร?”“ข้าพูดเหลวไหล?” ฝานซืออิ๋งยิ้มเย็น “เจ้าอย่าเสแสร้งเลย ก็แค่กังวลว่าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยแล้วจะไม่สามารถแต่งเข้าสกุลซ่งได้ไม่ใช่หรือ?ข้าไม่ชอบท่าทางเสแสร้งสูงส่งของเจ้านั้นตั้งนานแล้ว พูดว่าข้าต่ำต้อยไร้ยางอายไปทุกคำ ใช้วิธีชั้นต่ำเพื่อให้ได้แต่งกับซ่งเยี่ยนโจว แต่ตัวเจ้าเองดีมากเพียงใดเล่า? ก็ซ่อนความลับไว้เฉกเดียวกันมิใช่หรือ?”“ข้าเปล่า!”ใบหน้าเล็กขาวนวลของลั่วชิงอินเปี่ยมความตกตะลึง นางไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อน“เป็นเจ้าใส่ร้ายข้า!”“ข้าใส่ร้ายเจ้า? หมอหลวงก็อยู่ที่นี่มิใช่หรือ? มีความสามารถตอนนี้เจ้าก็ให้หมอหลวงตรวจอาการของเจ้าดูสักรอบ จะได้ให้ทุกคนได้เห็นว่าข้าใส่ร้ายเจ้าหรือไม่!”รอยยิ้มฝานซืออิ๋งบิดเบี้ยวและลำพองใจ พูดเสียงดัง “เจ้ากล้าหรือไม่?”ได้ย

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 608

    เพียงนึกได้ว่าบิดามารดาพูดว่าเยี่ยนโจวเอ่ยคำสัญญาต่อหน้าทุกคนว่าจะแต่งนางเพียงคนเดียวเท่านั้น นี่จะได้อย่างไร?“ชิงอิน ไม่เป็นเช่นนี้” ซ่งเยี่ยนโจวรีบอธิบาย “หมอเพียงพูดว่าต้องการให้เจ้ารักษาสุขภาพให้ดีก่อน มีลูกช้าหน่อยก็ช่างเถอะ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับข้าไม่มีลูกก็ไม่สำคัญ!”ฝานซืออิ๋งมองท่าทางตกตะลึงพรึงเพริดของลั่วชิงอิน จากนั้นหันมองสายตาเปี่ยมความเจ็บปวดของซ่งเยี่ยนโจว นางว้าวุ่นใจแล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?ทั้งหมดล้วนไม่เหมือนอย่างที่นางคิดไว้!ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นลั่วชิงอินปกปิดข่าวเพื่อให้ได้แต่งงานกับซ่งเยี่ยนโจว ซ่งเยี่ยนโจวกลับถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้ลั่วชิงอินต่างหากที่เป็นคนถูกหลอกคนนั้น?ซ่งเยี่ยนโจวเสียสติไปแล้วหรือ?เพื่อแต่งงานกับลั่วชิงอิน ต่อให้ไม่สามารถคลอดลูกได้ก็ไม่เป็นไร?ซ่งรั่วเจินมองสายตาตกตะลึงของฝานซืออิ๋ง เอ่ยปากเสียงเย็น “เห็นชัดแล้วหรือไม่? นี่ก็คือความแตกต่างของเจ้าและพี่หญิงลั่ว”จากนั้น ฝานซืออิ๋งกลับคล้ายถูกกระตุ้นก็มิปาน แผดเสียงร้องออกมา “เป็นไปไม่ได้! ต่อให้ซ่งเยี่ยนโจวไม่ใส่ใจ หรือว่าแม่สามีเองก็ไม่ใส่ใจกระนั้น?ซ่งเยี่ยนโจวเป็นลูกชายคน

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 609

    “เด็กๆ นำตัวหญิงคนนี้ออกไป จิตใจล้ำลึก ห้ามมิให้หนีไปได้อย่างง่ายดาย!”สีหน้ากู้ชิงเหยี่ยนเย็นชา เขาคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้มาเข้าร่วมงานเลี้ยงแต่งงานของสกุลซ่งจะเกิดเรื่องมากถึงเพียงนี้ นึกถึงหลิ่วหรูเยียนเพียงคนเดียวต้องจัดการทั้งสกุลซ่ง สงสารอย่างอดไม่ได้หลายปีนี้น้องสาวของเขาผ่านไปได้อย่างยากลำบากมากเหลือเกิน!สกุลหลิ่วและสกุลฝานไม่มีคนดี มาหาเรื่องไม่หยุด ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน!ฝานซืออิ๋งเห็นบ่าวต้องการลากตนเองไป ออกแรงดิ้นพูดว่า “อย่าข้ายังมีเรื่องอยากพูด!”ครู่ต่อมา ฝานซืออิ๋งคุกเข่าให้หลิ่วหรูเยียน “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ที่ผ่านมาล้วนเป็นข้าทำไม่ถูก ขอร้องท่านได้โปรดมอบโอกาสให้ข้าสักครั้งเถอะ!ข้ายินดีเป็นอนุของเยี่ยนโจว ลั่วชิงอินไม่สามารถคลอดลูกได้ ข้าสามารถทำได้!ขอเพียงให้ข้าอยู่ที่สกุลซ่ง อยู่ข้างกายเยี่ยนโจว ไม่ว่าให้ข้าทำอันใดก็ได้ ขอร้องท่าน”“แทนที่ถึงตอนนั้นจะให้เยี่ยนโจวหาคนอื่นเป็นอนุ ยังมิสู้ให้ข้าเป็น!ข้าอยู่ที่สกุลซ่งนานถึงเพียงนี้ คุ้นชินทั้งหมดแล้ว ภายภาคหน้าข้ารับรองจะไม่มีวันรังแกลั่วชิงอิน ข้าจะปรนนิบัติพวกเขาดีๆ ได้หรือไม่?”ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำใ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 610

    “คุณชาย บ่าวสำนึกผิดแล้ว ภายภาคหน้าไม่กล้าแล้ว” บ่าวร้องไห้อย่างน่าสงสารซ่งเยี่ยนโจวมองเขาแวบหนึ่ง พูดว่า “เขาปรนนิบัติข้ามาหลายปี ตกอยู่ในมือสกุลฝานย่อมไม่มีจุดจบที่ดี มิสู้ไถ่ตัวพ่อแม่เขามาจากสกุลฝาน ไล่ไปอยู่ที่ไร่นาทำงานเถอะ”“พี่ใหญ่ ยกเรื่องนี้ให้ข้า สกุลฝานไร้ยางอายพรรค์นั้น ให้ข้าจัดการเอง” ซ่งจิ่งเซินพูดยิ้มๆซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ลำบากเจ้าแล้ว”จนกระทั่งทุกคนแยกย้ายจากไป ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบดังเดิมลั่วชิงอินนั่งบนตั่งเตียง ก่อนหน้านี้ผ้าคลุมหน้าสีแดงก็ถูกเปิดออกแล้ว สุรามงคลยังไม่ได้ดื่ม บัดนี้หลังได้รู้ข่าวว่าไม่สามารถคลอดลูกได้ อารมณ์นางก็ซับซ้อนมาก“พี่ใหญ่ซ่ง ท่านไม่สมควรปิดบังข้า”ลั่วชิงอินเห็นว่าส่งคนอื่นจากไปแล้ว ซ่งเยี่ยนโจวปิดประตูห้องเดินเข้ามา เอ่ยปากอย่างอดไม่ได้ซ่งเยี่ยนโจวเดินเข้ามาหยุดข้างกายนางแล้วนั่งลง สายตาลุ่มลึกทอดมองนาง ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกไม่มีความเสียใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสุข“ชิงอิน เจ้าไม่รู้ข้าสามารถแต่งงานกับเจ้าได้ ข้าดีใจมากเพียงใด”เขาจับมือลั่วชิงอิน “เมื่อแรกเจ้าเกือบแต่งงานกับสกุลเหยา ข้ากังวลยิ่งนัก กลัวชาตินี้จะไม่มี

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 611

    ซ่งเยี่ยนโจวหยิบสุรามงคลบนโต๊ะขึ้นมา แล้วส่งจอกหนึ่งในนั้นให้กับลั่วชิงอิน“ฮูหยิน พวกเราดื่มสุรามงคลจอกนี้ดีหรือไม่?”ลั่วชิงอินได้ยินคำว่าฮูหยิน ดวงหน้างามก็แดงระเรื่ออย่างอดไม่อยู่ สบสายตาจดจ้องเร่าร้อนของชายหนุ่มพลางรับจอกสุรามาอย่างว่าง่ายสองแขนคล้องกันแล้วดื่มสุรามงคลประหนึ่งยวนยางคล้องคอสุราชั้นดีไหลลงไปในลำคอ กอปรด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ ที่มากกว่านั้นคือความร้อนแรงแผดเผาคอหอยซ่งเยี่ยนโจววางจอกสุราไว้ข้างๆ หันกลับมาก็เห็นลั่วชิงอินที่ก้มหน้าเก็บซ่อนความรู้สึก ทันใดนั้นเขาพลันขยับเข้ามาจุมพิตลงบนริมฝีปากของหญิงสาวท่ามกลางสายตาแตกตื่นของนางน้ำเสียงเขาแหบพร่ามีเสน่ห์ดึงดูด ความปรารถนาฉาบย้อมแววตา “ชิงอิน เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้ารอวันที่จะได้แต่งงานกับเจ้ามานานแค่ไหน...”ลั่วชิงอินตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ สายตาตกลงบนริมฝีปากของชายหนุ่ม สัมผัสที่เพียงแตะก็ผละออกเมื่อครู่นี้ทำให้นางรู้สึกทั้งไม่คุ้นเคยและประหม่าซ่งเยี่ยนโจวประชิดเข้ามาอีกครั้ง คล้ายกับสัมผัสได้ถึงความประหวั่นลนลานของหญิงสาว มือหนึ่งโอบหลังเอวนางไว้ป้องกันไม่ให้นางถอยหนีแล้วประทับจูบลงไปอีกครั้งคราวนี้ต่างจากการห

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 612

    อยู่ดีๆ ไฉนจึงพูดถึงเขาได้เล่า!งานเลี้ยงเลิกรา พี่น้องตระกูลซ่งไปส่งแขกเหรื่อที่หน้าประตูพร้อมกับหลิ่วหรูเยียน“เจินเอ๋อร์ เจ้าไปส่งพวกท่านอ๋องเถอะ”สายตาหลิ่วหรูเยียนตกลงบนร่างฉู่จวินถิงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ในดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ “วันนี้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากท่านอ๋อง เกรงว่าคงไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ง่ายดายปานนี้ ฝากเจ้าไปขอบคุณดีๆ แทนแม่ด้วย”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็กวาดสายตาไปมองแล้วก็พบว่าฉู่จวินถิงกำลังมองนางอยู่ คนทั้งสองประสานสายตากันมุมปากฉู่จวินถิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ทั้งที่เป็นยามราตรีแท้ๆ แสงจันทร์กลับดูจะอ่อนโยนต่อเขาเป็นพิเศษ ทำให้ไอเย็นบนร่างเขาจืดจางลง ทั้งตัวคนแลดูอ่อนโยนประดุจหยก กระทั่งรอยยิ้มก็ยังดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษเขามีรูปโฉมหล่อเหลา ทั่วทั้งเมืองหลวงไม่มีใครไม่รู้ ทว่ารูปลักษณ์อบอุ่นอ่อนโยนของเขาในยามนี้กลับเหมือนหินหยกที่เปล่งประกายแวววาม ชวนให้คนหลงใหลในความอ่อนโยนนั้น“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”ซ่งรั่วเจินตอบรับแล้วเดินมาถึงตรงหน้าพวกฉู่จวินถิงสายตาชายหนุ่มจับจ้องนางตั้งแต่เดินมาแล้ว เปิดเผยชัดเจนโดยไม่หลีกเลี่ยงแม้แต่น้อยความคลุม

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 613

    เมื่อก่อนในสายตากู้หวยซวี่ ฉินเซี่ยงเหิงเป็นหลานชายที่มีความสามารถ แต่ถูกฉินเจิงกับกู้อวิ๋นเวยเลี้ยงดูจนเสียคนทั้งๆ ที่ควรประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่กลับต้องเสียเวลาไปเพราะเรื่องชู้สาว ทั้งยังทำเรื่องน่าอับอายพรรค์นั้น ช่างน่าเสียดายและน่าแค้นใจนักบัดนี้ หลังจากได้รู้ว่าฉินเซี่ยงเหิงไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับตระกูลกู้ของพวกเขาแม้แต่น้อย กระทั่งยังรังแกหลานชายและหลานสาวของเขาอีกก็ไม่มีความเสียดายอีกแล้ว เหลือเพียงความคับแค้นใจเท่านั้นอยากหาตากับลุงก็ควรไปหาคนตระกูลหลิ่วต่างหากเล่า!“เจ้ามาทำไม?” กู้ชิงเหยี่ยนถามด้วยสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่แยแสหลังได้รู้ความจริง เขายิ่งรังเกียจกู้อวิ๋นเวยจนถึงที่สุด จนทำให้แค่เห็นฉินเซี่ยงเหิงก็แค้นใจจนอยากอัดสักยกเป็นการระบายโทสะแทนน้องสาวของตนเองฉินเซี่ยงเหิงสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของกู้ชิงเหยี่ยน แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีอันใดไม่ถูกต้องอย่างไรเสียหลายปีมานี้กู้อวิ๋นเวยก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับตระกูลกู้ ทำให้เขากับซวงซวงรู้เพียงว่ามีญาติตระกูลกู้อยู่ แต่ไปมาหาสู่กันน้อยครั้งยิ่งแต่เขารู้สึกว่าถึงที่สุดแล้วตระกูลกู้เพียงแต่มีปัญหากับมาร

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 742

    ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเล็กน้อย "รบกวนท่านแล้ว"“ไม่รบกวนหรอก ซ่งจืออวี้กับซ่งจิ่งเซินจะไปกับเจ้าด้วย ข้าก็วางใจมากแล้ว”หลังจากฉู่จวินถิงได้ยินข่าวนี้ก็รู้สึกว่าการจัดเตรียมของสกุลซ่งนั้นเหมาะสมอย่างมาก การที่ทั้งกองคาราวานเดินทางไปด้วยกันจะไม่ดึงดูดความสนใจ และยิ่งปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย“เจ้าออกเดินทางครั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นรู้จะดีที่สุด เพราะยังไม่สามารถหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังไต้ซือเทียนจีได้ สุดท้ายแล้วก็ไม่ปลอดภัย”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเล็กน้อย "หม่อมฉันเข้าใจแล้ว จะระวังตัวเพคะ"“นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเจ้า”……ในพลบค่ำวันนั้น เนื่องจากราชครูกู้ต้องเดินทางไปทางใต้ ผู้คนในสกุลซ่งจึงมารวมตัวกันที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง ทว่ายังคงไม่พบกู้ชิงเจ๋อ“นายท่านสามกู้ บัดนี้ไม่คิดจะกลับมาแล้วหรือ?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถามในบรรดาสามพี่น้องสกุลกู้ กู้ชิงเจ๋อพึ่งพาสกุลกู้มากที่สุด ทว่าตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ออกจากสกุลกู้ ก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลยกู้ฮวนเอ๋อร์ส่ายศีรษะ “ไม่อยากกลับมาที่ไหนกัน? เป็นท่านปู่ที่ไม่ยอมให้เขากลับมาต่างหาก”“ญาติผู้พี่ ท่านไม่รู้หรอกว่าท่านลุงสามน

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 741

    “ในที่สุดก็ไปสักที พระชายาเช่ออ๋องนี่เสียสติไปแล้วจริงๆ มีเวลาขนาดนี้ไม่สู้กลับไปจัดการอนุในจวนนางให้ดี มาทำกร่างที่จวนตระกูลซ่งของพวกเราทำไมกัน?”ซ่งจืออวี้มีสีหน้ารังเกียจ ยิ่งรู้สึกถึงความสำคัญของการเลือกภรรยาที่มีคุณธรรมและสติปัญญามากขึ้นเช่ออ๋องมีพระชายาเช่นนี้ ก็นับว่าโชคร้ายเสียจริง!“ใครจะไปรู้เล่า?”ซ่งรั่วเจินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ อารมณ์ดีที่เคยมีอยู่ถูกทำลายไปเสียแล้ว“ท่านอ๋องทรงเหนื่อยแล้วใช่ไหมเพคะ? หม่อมฉันจะไปชงชาให้ท่านอ๋องเองเพคะ”ซ่งรั่วเจินยิ้มก่อนจะทิ้งคำพูดประโยคหนึ่งไว้ แล้วรีบดึงซ่งจืออวี้ออกไปข้างนอกฉู่จวินถิงมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่จากไปอย่างเร่งรีบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นในดวงตา นี่คือ...การร้อนตัวหรือไม่?เพิ่งออกมาได้ไม่นาน ซ่งจืออวี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า "น้องหญิงห้า เจ้ารีบเร่งข้าออกมาทำอะไร?”“วันนี้ฉู่อ๋องช่วยข้าลากิจโดยเฉพาะ และยามนี้ก็มาหาเจ้า พวกเราทิ้งเขาไว้ลำพังเช่นนี้คงไม่ค่อยดีนักนะ?”“ช่างเรื่องนี้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ” ซ่งรั่วเจินโบกมือ “ท่านกับท่านอ๋องมาถึงตั้งแต่เมื่อไร? ได้ยินคำพูดของข้าก่อนหน้านี้มากน้อยเพียงไหน?”ซ่งจืออวี้นึกถึงคำพ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 740

    “แม่นางซ่งกับน้องสามมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน นางก็คือว่าที่พระชายาฉู่อ๋อง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ แต่ตอนนี้เจ้ากลับกล้ากล่าวหาว่านางยั่วยวนข้า คิดจะยุแยงความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างข้ากับฉู่อ๋องงั้นรึ?”เฉียนหย่าหลินได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็พลันเผือดสีโทษหนักปานนี้ นางแบกรับไม่ไหวจริงๆ!ตอนนี้เดิมก็เป็นช่วงเวลาเปราะบาง ถ้านางกล้าทำให้เกิดช่องว่างระหว่างอ๋องทั้งสอง เกรงว่าราชวงศ์คงไม่ปล่อยนางไว้แน่!“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเด็ดขาดเพคะ หม่อมฉันมิกล้าเพคะ!”ฉู่จวินถิงเอ่ยเสียงเรียบ “พี่สะใภ้หาว่าแม่นางซ่งยั่วยวนข้ากับเสด็จพี่รองในเวลาเดียวกัน มิเท่ากับกล่าวหาว่าพวกข้าโง่เขลาเบาปัญญาหรือไร?”“เสด็จพ่อให้ความสำคัญกับความสามัคคีในหมู่พี่น้องเป็นที่สุดแล้ว หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของข้ากับเสด็จพี่ล้วนต้องจบสิ้น”ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้วบางขึ้นน้อยๆ ฉู่จวินถิงไม่ปล่อยนางไปจริงๆ ด้วย“เสด็จพี่ แต่งภรรยาแต่งผู้มีคุณธรรม พี่สะใภ้ทำลายชื่อเสียงท่าน ข้าคงไปยุ่งไม่ได้ แต่ชื่อเสียงของข้ายังต้องรักษาไว้ ชื่อเสียงรั่วเจินก็ต้องรักษาไว้เหมือนกัน!”คำพูดของฉู่จวินถิงกลายเป็นฟางเส้นสุ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 739

    ซ่งรั่วเจินฟังคนข้างกายเฉียนหย่าหลินใส่ร้ายตนเอง ถ้อยคำน่าขันขึ้นทุกประโยค ดวงตางามฉายแววเยาะหยันเดิมเข้าใจว่าแม่นมกับสาวใช้เหล่านี้เป็นเพียงข้ารับใช้ คิดไม่ถึงว่ายังเป็นนักแต่งเรื่องอีกด้วย!ดูปากนั่นสิ แต่งเรื่องเก่งไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว!แต่ถ้าจะแสดงละครแข่งกัน นางยังจะแพ้อีกงั้นรึ?“ท่านอ๋อง หม่อมฉันกับพระชายาไม่เคยรู้จักกัน ทั้งยังไม่เคยเจอกันมาก่อน”“วันนี้พระชายามาเยือนกะทันหัน ทั้งยังพาแม่นมสาวใช้มาด้วยมากมายท่าทางน่ากลัวนัก หม่อมฉันเพิ่งมาถึง พระชายาก็สั่งให้ข้ารับใช้ในจวนทุกคนออกไป”“หลังจากพวกเขาไปกันหมดแล้ว พระชายาก็หาว่าหม่อมฉันจงใจยั่วยวนเช่ออ๋อง ที่ช่วยคนในเขตล่าสัตว์ก็เพราะต้องการสร้างบุญคุณเพื่อหวังผลตอบแทน”“หากไม่ใช่เพราะหม่อมฉันเที่ยวตามยั่วยวน ท่านอ๋องก็ไม่มีทางมาขอบคุณถึงจวนด้วยตนเอง บอกว่าท่านอ๋องไม่ใช่คนที่จะมาขอโทษถึงจวนด้วยตัวเองเพคะ!”ฉู่เทียนเช่อใจกระตุกวูบ เฉียนหย่าหลินเสียสติไปแล้วจริงๆ ด้วย คำพูดพรรค์นี้ก็ยังกล้าพูดออกมาได้!ซ่งรั่วเจินก้มหน้า เช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงตรงหางตาแล้วเอ่ยว่า “หม่อมฉันไม่ได้ยั่วยวนท่านอ๋องเลยนะเพคะ จนใจที่พระชายาไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 738

    “ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 737

    น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 736

    “ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 735

    ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status