เหรียญทองในมือถูกโปรยหว่านให้กับชาวบ้าน ที่พร้อมใจกันมาร่วมงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้เนืองแน่นแคว้นจ้าว มองไปทางไหนมีแต่รอยยิ้ม ลี่หยางประคองกอดหว่านหนิงยกมือบางชูขึ้นเหนือหัว เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดอก เหมยร่วงลงพื้น ทางเดินทอดยาวเหมือนพรมสีสวยลี่หยางจูงมือหว่านหนิงมาหยุดตรงภาพงดงามเบื้องหน้า“หากวันนั้นไม่มีฮองเฮาหว่านหนิงในวันนี้เช่นไรจึงจะมีลี่หยาง ลี่หลงและลี่หลางในวันนี้ อีกไม่นานจะมีชีวิตใหม่เกิดมาให้เจ้าต้องคอยประคับประคองเพิ่มอีกเหนื่อยหรือไม่หว่านหนิงของข้า”กอดร่างบางแนบอก หว่านหนิงยิ้มเงยหน้าขึ้นมองสบตา ลี่หยางด้วยความรักความผูกพัน“ในคืนที่ดาวมืดมิดขอเพียงฝ่าบาทหันมาจะพบว่ายังมีคนคนนี้เคียงข้างเสมอ หว่านหนิงหากยังมีชีวิตจะไม่ปล่อยให้ใครต้องโดดเดี่ยวหรือเผชิญทุกยากเพียงลำพังอย่างแน่นอนยิ่งเป็นคนที่หว่านหนิง รักเช่นเดียวกันแม้จะต้อง บุกน้ำลุยไฟย่อมไม่ปล่อยให้ใครเดียวดาย”ลี่หยางยิ้ม โน้มตัวลงประทับริมฝีปากที่ปากนุ่ม ละมุน บดขยี้อย่างอ่อนโยน“ขอแค่เพียงต่อแต่นี้ข้าลืมตาตื่นมาในทุกเช้าจะมีเจ้าเคียงข้างก็พอแล้ว ฮองเฮาที่รักของข้า เจ้าเป็นทุกสิ่งเป็นดั่งดวงใจ และผู้ที่ทำให้โลกที่มืดมิ
จิงฉือยืนรอหงเอ่อที่หน้าประตูห้องพักรับรอง นานหลายชั่วยามนางกำนัลเดินกลับไปกลับมาหลายรอบ“องค์ชาย องค์หญิงบอกให้ท่านกลับไปเสีย”“ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่จนกว่านางจะออกมาพูดคุยกับข้า”นางกำนัลก้มหน้า จิงฉือก้าวขายาวๆ ผ่านนางกำนัลเข้าไปผลักประตู ออกด้วยแรงทั้งหมด“หงเอ่อ”หงเอ่อนั่ง เหม่อมองไปไกล“ออกไป”จิงฉือเข้าประชิดตัว ซ้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว หงเอ่อดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนนั้น“ปล่อย ทำผิดแล้วยังจะผิดซ้ำๆ ” ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากกับปากบางของคนในอ้อมแขน“หุบปากเจ้าเสีย”“ไม่”ก้มลงอีกครั้งคราวนี้หงเอ่อเงียบกริบ อุ้มหงเอ่อเดินลิ่วเหมือนอีกคน ไร้ตำหนัก“จะพาไปไหน”“อย่าถาม”“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยไม่อย่างนั้นจะร้อง”“เจ้าร้องข้าจะป่าวประกาศว่า ห้ามใครมายุ่งเรื่องระหว่างเรา เพราะข้ากับเจ้าเป็นสามีภรรยากันแล้ว”“ชั่วช้า”“ข้ายอมชั่วช้าหากได้ทำตามใจ ดีกว่าปล่อยให้เจ้าเฉยชากับข้าเช่นนี้”“ไม่ต้องมารู้สึกผิด”“ใครกันรู้สึกผิดข้าแค่ไม่อยากให้เมียของข้าไปเป็นชายาผู้อื่นอีกต่อจากนี้”“นั่นมันเรื่องของข้าท่านมาตีตราข้าไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”หงเอ่อผู้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร“อย่างนี้ข้าจึงต้องป่าวป
ตำหนักร้อยดาว“หา.องค์ชายจิงฉือลักพาตัวองค์หญิงหงเอ่อผู้นั้นกับแคว้นหานเช่นนั้นหรือ555สองคนความสัมพันเช่นไรไม่แน่ชัด แต่องค์ชายจิงฉือก็ไม่เห็นจะยอมอ่อนข้อให้ข้าในการคัดตัวราชบุตรเขยข้าจึงเหนื่อยหนัก”ได้ทีคุยโว“เรื่องหัวใจไม่อาจบังคับกะเกณฑ์ใครกันจะเหมือนท่านองค์ชายแฝดน้อง”อิงอันแกล้งพูด“เหมือนข้าแล้วเช่นไร เห็นไหมเหมือนข้าได้ครองหัวใจเจ้า เหมือนพี่ใหญ่มีความสุขในตำหนักร้อยดาวกับจิงฮวน ว่าแต่องค์ชายจิงฉือนี้ ใจกล้าไม่น้อยหญิงชนเผ่าใครๆ ก็รู้ว่าเหมือนม้าป่า ปราบพยศยากเย็น”ลี่หลงอมยิ้ม จิงฮวนยิ้มน้อยๆ“จากที่มองเกรงว่าจะถูกนางปราบเสียมากกว่า เสด้จแม่เปรยๆ ว่าเห็นจะต้องส่งบรรณาการมากหน่อยยังแคว้นเหนือ เพื่อแสดงความจริงใจกับแคว้นเหนือ”ลี่หลงออกความเห็น“เฮ้อ เรื่องราวมากมายผ่านไปรวดเร็ว เราทุกคนล้วนมีรัก และผ่านความทุกข์เข็ญมาด้วยกัน ต่อแต่นี้รอรับเพียงรอยยิ้มและความสุข”“อ้วก...อุกๆๆ อ้วก”ลี่หลางหันมองจิงฮวนเต็มตา“พี่สะใภ้ข้าพูด ดีเกินไปหรือไรท่านจึงรู้สึกเลี่ยนกับคำพูดของข้า”“จิงฮวนเจ้าเป็นอะไรไป”ลี่หลงเข้าประคองจิงฮวนไว้อย่างเอาใจ“พี่สาวจิงฮวนท่านต้อง บำรุงตัวเองต่อจากนี้ข้าเคยเห็น
“ลี่หยงไม่เอาแล้วแบบนั้น ให้คัดอักษรจนมือหงิกแล้วบอกว่าจะได้เหมือนเสด็จย่าเชอะผ่านมาตั้งนานลี่หยงยังโง่งมเช่นเดิม”หว่านหนิงอมยิ้ม“นั่นห่อผ้าอะไรของเจ้า”“ลี่หยงได้ยินว่าเสด็จปู่กับเสด็จย่าจะออกท่องเที่ยว ข้าเป็นหลานและยังเป็นบุรุษจึงอาสานำทาง”หว่านหนิงปิดปากหัวเราะ“นำทางเจ้าเคยไปไกลจากวังหลวงกี่ลี้กัน”“เสด็จปู่ ข้าอ่านตำรามาไม่น้อยหวังว่ามันจะช่วยยามคับขัน”“ควรไปอ่านมากกว่านี่ไปกับปู่แล้วพ่อกับแม่ของเจ้าเล่า”ถามด้วยความสงสัยจริงจัง“เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ ไม่น่าห่วงเท่าเสด็จปู่กับเสด็จย่านี่”“เจ้าห่วงอะไรย่า”หว่านหนิงถามด้วยเสียงอ่อนโยน“ก็ห่วงว่าเสด็จย่าไม่มีใครกวนใจ”ลี่หยางอมยิ้ม บางอย่างในตัวลี่หยงทำเอาหัวเราะได้สนิทใจ“อีกสองวันจึงจะออกเดินทางเจ้าไปหากระบี่ดีสักเล่มเพื่อคุ้มกันเสด็จปู่กับเสด็จย่าดีไหม”“จริงด้วยสิสองวัน จะทันไหมป่านนี้ข้ายังไมไ่ด้ฝึกวิชากระบี่เอาแต่หัดคัดอักษรอยู่แบบนั้น เสด็จย่ากับเสด็จปู่ลี่หยงไปก่อนอีกสองวันจะมาที่นี่ออกเดินทางพร้อมท่านทั้งสอง”โบกมือหยอยๆ หว่านหนิงถอนหายใจยาว“ไม่อยากให้ไป”“กลัวว่าเขาจะขัดจังหวะเราสองคนใช่ไหม”“เสี้ยนตี้ ป่านนี้ยังไม่เลิกอ
ลี่หลงก้าวขายาวๆ ยังตำหนักร้อยดาว ใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสูงชะลูดขายาว ใน ชุดสีขาวขลิบทอง ผมยาวถูกรวบเรียบร้อย หาใช่ฝีมือของขันทีไม่แต่กลับเป็นฝีมือของเขาเองที่บรรจงใช้เวลาในยามรุ่งอรุณรวบผมเสียเรียบแปล้ ด้วยความเป็นคนเจ้าระเบียบและพิถีพิถัน ทว่าดวงตาเฉกเช่นดวงตาโศกสลดของลี่หยางในวัยหนุ่มตำหนักร้อยดาวที่นั่นแต่เดิมเป็นที่ที่เขาวิ่งเล่นมาช้านาน บัดนี้กับร้างไร้ผู้คนอย่างจริงจังทว่ากลับยังคงถูกดูแลทำนุบำรุงให้ยังคงความงดงามอยู่เหมือนเดิมด้วยเสด็จแม่ฮองเฮาหว่านหนิง มักจะพูดเสมอว่าที่แห่งนี้มีเรื่องราวดีดีเกิดขึ้นมากมายเกินกว่าที่จะปล่อยให้พุพังทิ้งไปลี่หลงใช้เวลาเนิ่นนานในแต่ละวันที่นี่ องค์ชายรองลี่หลางยังฝึกวรยุทธ์อยู่กับคนของฝานกงกงไม่ตามเขาออกมา“พี่ใหญ่ ฝานกงกงนี่สุดยอดเสียจริง เก่งเกินใคร น้องเพิ่งรู้ว่าฝานกงกงฝึกวรยุทธ์ให้พี่ใหญ่จนสำเร็จไปแล้ว น้องมัวแต่เล่นสนุก กว่าจะตามพี่ใหญ่ทันคงอีกนาน”ลี่หลางยิ้มกว้างร่างสูงชะลูด พอๆกับลี่หยางฮ่องเต้ แต่ทว่าใบหน้ากับละม้ายไปทางหว่านหนิงแม้จะเป็นฝาแฝดก็ตามอาจเป็นเพราะลี่หลงเฉยชาเหมือนลี่หยางนั่นเองจึงแบ่งแยกกันชัดเจน ลี่หลางนั้นกิริยาปราดเป
“องค์หญิงเพคะ ไปเถอะเจ้าค่ะ”กลัวว่า จิงฮวนจะทำให้ลี่หลงโกรธด้วยกิตติศัพท์เรื่องความเฉยชาของลี่หลงที่โด่งดังไปถึงแคว้นหาน ที่บิดาของจิงฮวนฟงฉือนั่งบัลลังก์อยู่จิงฮวนเดินทางมาที่นี่ เพราะนำความคิดถึงของฟงฉือมาส่งให้หว่านหนิงรวมทั้งเครื่องบรรณาการและของฝากมากมาย แต่ยังไม่ทันจะเข้าเฝ้าฮองเฮาหว่านหนิงจิงฮวนกลับวิ่งมาที่สวนของตำหนักร้อยดาว เพราะมองเห็นดอกไม้บานสะพรั่ง อีกทั้งผีเสื้อมากมาย จิงฮวนชอบที่จะวิ่งไล่จับผีเสื้อมาตั้งแต่เด็ก“ถามไม่พูด เป็นใบ้หรือไร องค์ชายแฝดพี่” ยื่นผีเสื้อใส่จมูกของลี่หลง ที่ตกใจใช้มือปัดผีเสื้อจนกระเด็นหลุดออกจากมือปีกขาดเสียหาย ลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้น“ใจร้าย”จิงฮวนจ้องตาเขม็ง ก่อนจะค่อยๆ ใช้มือซ้อน ผีเสื้อขึ้นมาโอบอุ้มไว้ในอุ้งมือ“เจ้ามาวุ่นวายทำไม”“ข้าวุ่นวายเช่นนั้นหรือ องค์ชายแฝดต่างหากที่ไม่ต้อนรับแขกเมือง”สะบัดหน้าหนี แต่กลับทำตาโตวิ่งไปไล่จับ แมวสีขาวสะอาด ปิงปิงของลี่หลงที่แอบตามมาลี่หลงถลาเข้าไปอุ้มปิงๆ ไว้ในอ้อมแขนไม่ให้จิงฮวนทันที่จะตระคลุบตัวปิงปิง ลูบหัวลูบหางปิงปิงไปมาพาปิงปิงตัวดีเดินเข้าไปในตำหนักร้อยดาวหายลับไปกับตา จิงฮวนเบ้ปาก“ คนอะไรไร้
“หลางหลาง เห็นว่าเสด็จพ่อมักจะกล่าวชม ถุงหอมของเสด็จแม่”จิงฮวนทำตาโต หลางหลางต่อหน้ามารดา แทนตัวเองน่าเอ็นดูหลางหลางเลยเหรอ อีกคนคงเป็นหลงหลงแน่นอน ยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก “จิงฮวนเดินทางปลอดภัยดีไหม”หว่านหนิง หันมาสนใจจิงฮวนละมือจากการเย็บถุงหอม อิงไถเก็บถุงหอมหลากสีใส่ในตระกร้าใหญ่ กุ้ยอิงยกกาน้ำชาร้อนๆเข้ามา“จิงฮวนเดินทางราบรื่นคิดถึงอาหญิงจึงเร่งเดินทางให้ถึงแคว้นจ้าวโดยเร็ว”หว่านหนิงจับมือจิงฮวนตบที่หลังมือเบาๆ“จิงฮวนมาปีนี้ โตขึ้นจนอาหญิงแทบจะจำเจ้าไม่ได้”“สวยขึ้นด้วยไหม”คำพูดฉอเลาะน่าฟัง“เห็นทีจะบอกว่าไม่สวยคงจะไม่ได้เสียแล้ว”จิงฮวนหัวเราะเสียงใส“เจ้าพบหลงหลงหรือยัง อาหญิงหมายถึงลี่หลง”“องค์ชายใหญ่ จิงฮวนเห็นเขาอุ้มแมวเข้าไปในตำหนักร้อยดาว”"เจ้าขันทีปิงปิง ตามพี่ใหญ่ไปอีกจนได้"ลี่หลางพูดขึ้น เขาอุตส่าห์จับตัวมันไว้หลอกล่อด้วยขนนกยุง แต่มันดันหนีไปคอยตามติดลี่หลงเหมือนเป็นขันที ลี่หลงไม่รับขันทีด้วยนิสัยไม่ชอบวุ่นวายกับใครจึงเลือกที่จะปฏิเสธขันทีตั้งแต่อายุได้เพียงเก้าขวบ ปิงปิงที่คอยตามติดจึงถูกขนานนามว่าขันทีของลี่หลง ส่วนลี่หลางมีเสี่ยวโถวคอยดูแล บ้างก็พูดว่าเป็นเพราะ
“ปล่อยนะองค์ชายแฝดข้าเองจิงฮวน”เผลอปล่อยร่างบางทันทีเมื่อสำนึกได้ว่าตัวเองเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าคลุมบางเบา ทำเอาจิงฮวนลงไปกองกับพื้น“โอ๊ยเจ็บจัง”ลูบขาปรอยๆ“ใครให้เจ้าเข้ามา”“ก็องค์ชายหนีมาแบบนี้ ข้าเลยสงสัย”“กลับไปเสีย”หันหน้าหนีเสียบกระบี่เข้าไปในฝักสีทอง“เจ้าไปซะ”จิงฮวนทำหน้าเง้า คนอะไรนอกจากจะเฉยชาแล้วยังชอบทำเป็นวางก้าม"ไปก็ได้ แต่อย่าคิดว่าจิงฮวนจะยอมแพ้นะจิงฮวนเหมือนท่านอาที่สุด เสด็จย่าหว่านหวงลู่มักจะเล่าเรื่องราวของท่านอาให้ฟังเสมอ คอยดูจิงฮวนแล้วกัน"สะบัดตัวเดินออกจากห้องไป ลี่หลงเผลอยิ้มอดขำไม่ได้ใบหน้ายามยิ้มแย้มสว่างสดใสแต่เสียดายที่จิงฮวนไม่มีโอกาสได้เห็น จะมาเอาชนะอะไรกับเขา แม้แต่เสด็จแม่หว่านหนิงยังยอมให้เขาเป็นแบบนี้เลย"หลงหลงของแม่ขี้อาย อีกหน่อยคงไร้คู่ครอง"อมยิ้มก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนแท่นบรรทมหลับใหล รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านอันอบอุ่นปิงปิง ตามขึ้นมาซุกตัวบนที่นอนเขาลูบหัวมันให้หลับไปพร้อมกันตระกลูไฉ่.."ท่านพ่อองค์ชายใหญ่ ลูกไม่เห็นว่าน่าคบหากิริยาเรียบเฉยดังตอไม้องค์ชายรองก็ทำตัวเหมือนเด็กเล่นสนุกไปวันๆ ทั้งสองคนดูแล้วแม้จะมีชาติกำเนิดสูงส่งแต่เรื่องไหวพริบหาส
“ลี่หยงไม่เอาแล้วแบบนั้น ให้คัดอักษรจนมือหงิกแล้วบอกว่าจะได้เหมือนเสด็จย่าเชอะผ่านมาตั้งนานลี่หยงยังโง่งมเช่นเดิม”หว่านหนิงอมยิ้ม“นั่นห่อผ้าอะไรของเจ้า”“ลี่หยงได้ยินว่าเสด็จปู่กับเสด็จย่าจะออกท่องเที่ยว ข้าเป็นหลานและยังเป็นบุรุษจึงอาสานำทาง”หว่านหนิงปิดปากหัวเราะ“นำทางเจ้าเคยไปไกลจากวังหลวงกี่ลี้กัน”“เสด็จปู่ ข้าอ่านตำรามาไม่น้อยหวังว่ามันจะช่วยยามคับขัน”“ควรไปอ่านมากกว่านี่ไปกับปู่แล้วพ่อกับแม่ของเจ้าเล่า”ถามด้วยความสงสัยจริงจัง“เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ ไม่น่าห่วงเท่าเสด็จปู่กับเสด็จย่านี่”“เจ้าห่วงอะไรย่า”หว่านหนิงถามด้วยเสียงอ่อนโยน“ก็ห่วงว่าเสด็จย่าไม่มีใครกวนใจ”ลี่หยางอมยิ้ม บางอย่างในตัวลี่หยงทำเอาหัวเราะได้สนิทใจ“อีกสองวันจึงจะออกเดินทางเจ้าไปหากระบี่ดีสักเล่มเพื่อคุ้มกันเสด็จปู่กับเสด็จย่าดีไหม”“จริงด้วยสิสองวัน จะทันไหมป่านนี้ข้ายังไมไ่ด้ฝึกวิชากระบี่เอาแต่หัดคัดอักษรอยู่แบบนั้น เสด็จย่ากับเสด็จปู่ลี่หยงไปก่อนอีกสองวันจะมาที่นี่ออกเดินทางพร้อมท่านทั้งสอง”โบกมือหยอยๆ หว่านหนิงถอนหายใจยาว“ไม่อยากให้ไป”“กลัวว่าเขาจะขัดจังหวะเราสองคนใช่ไหม”“เสี้ยนตี้ ป่านนี้ยังไม่เลิกอ
ตำหนักร้อยดาว“หา.องค์ชายจิงฉือลักพาตัวองค์หญิงหงเอ่อผู้นั้นกับแคว้นหานเช่นนั้นหรือ555สองคนความสัมพันเช่นไรไม่แน่ชัด แต่องค์ชายจิงฉือก็ไม่เห็นจะยอมอ่อนข้อให้ข้าในการคัดตัวราชบุตรเขยข้าจึงเหนื่อยหนัก”ได้ทีคุยโว“เรื่องหัวใจไม่อาจบังคับกะเกณฑ์ใครกันจะเหมือนท่านองค์ชายแฝดน้อง”อิงอันแกล้งพูด“เหมือนข้าแล้วเช่นไร เห็นไหมเหมือนข้าได้ครองหัวใจเจ้า เหมือนพี่ใหญ่มีความสุขในตำหนักร้อยดาวกับจิงฮวน ว่าแต่องค์ชายจิงฉือนี้ ใจกล้าไม่น้อยหญิงชนเผ่าใครๆ ก็รู้ว่าเหมือนม้าป่า ปราบพยศยากเย็น”ลี่หลงอมยิ้ม จิงฮวนยิ้มน้อยๆ“จากที่มองเกรงว่าจะถูกนางปราบเสียมากกว่า เสด้จแม่เปรยๆ ว่าเห็นจะต้องส่งบรรณาการมากหน่อยยังแคว้นเหนือ เพื่อแสดงความจริงใจกับแคว้นเหนือ”ลี่หลงออกความเห็น“เฮ้อ เรื่องราวมากมายผ่านไปรวดเร็ว เราทุกคนล้วนมีรัก และผ่านความทุกข์เข็ญมาด้วยกัน ต่อแต่นี้รอรับเพียงรอยยิ้มและความสุข”“อ้วก...อุกๆๆ อ้วก”ลี่หลางหันมองจิงฮวนเต็มตา“พี่สะใภ้ข้าพูด ดีเกินไปหรือไรท่านจึงรู้สึกเลี่ยนกับคำพูดของข้า”“จิงฮวนเจ้าเป็นอะไรไป”ลี่หลงเข้าประคองจิงฮวนไว้อย่างเอาใจ“พี่สาวจิงฮวนท่านต้อง บำรุงตัวเองต่อจากนี้ข้าเคยเห็น
จิงฉือยืนรอหงเอ่อที่หน้าประตูห้องพักรับรอง นานหลายชั่วยามนางกำนัลเดินกลับไปกลับมาหลายรอบ“องค์ชาย องค์หญิงบอกให้ท่านกลับไปเสีย”“ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่จนกว่านางจะออกมาพูดคุยกับข้า”นางกำนัลก้มหน้า จิงฉือก้าวขายาวๆ ผ่านนางกำนัลเข้าไปผลักประตู ออกด้วยแรงทั้งหมด“หงเอ่อ”หงเอ่อนั่ง เหม่อมองไปไกล“ออกไป”จิงฉือเข้าประชิดตัว ซ้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว หงเอ่อดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนนั้น“ปล่อย ทำผิดแล้วยังจะผิดซ้ำๆ ” ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากกับปากบางของคนในอ้อมแขน“หุบปากเจ้าเสีย”“ไม่”ก้มลงอีกครั้งคราวนี้หงเอ่อเงียบกริบ อุ้มหงเอ่อเดินลิ่วเหมือนอีกคน ไร้ตำหนัก“จะพาไปไหน”“อย่าถาม”“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยไม่อย่างนั้นจะร้อง”“เจ้าร้องข้าจะป่าวประกาศว่า ห้ามใครมายุ่งเรื่องระหว่างเรา เพราะข้ากับเจ้าเป็นสามีภรรยากันแล้ว”“ชั่วช้า”“ข้ายอมชั่วช้าหากได้ทำตามใจ ดีกว่าปล่อยให้เจ้าเฉยชากับข้าเช่นนี้”“ไม่ต้องมารู้สึกผิด”“ใครกันรู้สึกผิดข้าแค่ไม่อยากให้เมียของข้าไปเป็นชายาผู้อื่นอีกต่อจากนี้”“นั่นมันเรื่องของข้าท่านมาตีตราข้าไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”หงเอ่อผู้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร“อย่างนี้ข้าจึงต้องป่าวป
เหรียญทองในมือถูกโปรยหว่านให้กับชาวบ้าน ที่พร้อมใจกันมาร่วมงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้เนืองแน่นแคว้นจ้าว มองไปทางไหนมีแต่รอยยิ้ม ลี่หยางประคองกอดหว่านหนิงยกมือบางชูขึ้นเหนือหัว เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดอก เหมยร่วงลงพื้น ทางเดินทอดยาวเหมือนพรมสีสวยลี่หยางจูงมือหว่านหนิงมาหยุดตรงภาพงดงามเบื้องหน้า“หากวันนั้นไม่มีฮองเฮาหว่านหนิงในวันนี้เช่นไรจึงจะมีลี่หยาง ลี่หลงและลี่หลางในวันนี้ อีกไม่นานจะมีชีวิตใหม่เกิดมาให้เจ้าต้องคอยประคับประคองเพิ่มอีกเหนื่อยหรือไม่หว่านหนิงของข้า”กอดร่างบางแนบอก หว่านหนิงยิ้มเงยหน้าขึ้นมองสบตา ลี่หยางด้วยความรักความผูกพัน“ในคืนที่ดาวมืดมิดขอเพียงฝ่าบาทหันมาจะพบว่ายังมีคนคนนี้เคียงข้างเสมอ หว่านหนิงหากยังมีชีวิตจะไม่ปล่อยให้ใครต้องโดดเดี่ยวหรือเผชิญทุกยากเพียงลำพังอย่างแน่นอนยิ่งเป็นคนที่หว่านหนิง รักเช่นเดียวกันแม้จะต้อง บุกน้ำลุยไฟย่อมไม่ปล่อยให้ใครเดียวดาย”ลี่หยางยิ้ม โน้มตัวลงประทับริมฝีปากที่ปากนุ่ม ละมุน บดขยี้อย่างอ่อนโยน“ขอแค่เพียงต่อแต่นี้ข้าลืมตาตื่นมาในทุกเช้าจะมีเจ้าเคียงข้างก็พอแล้ว ฮองเฮาที่รักของข้า เจ้าเป็นทุกสิ่งเป็นดั่งดวงใจ และผู้ที่ทำให้โลกที่มืดมิ
ฉี่กวนลี่อ้าปากค้างอิงอันกระโดดตัวลอย ลี่หลงยืนยิ้ม ฝานกงกง พยักหน้าไปมาไม่เสียทีที่หลายวันมานี้ลี่หลางมาฝึกกระบี่ที่ตำหนักเมฆาในทุกเย็น เขาเองก็ถ่ายทอดเคล็ดวิชาและการหลบหลีกให้ไปไม่น้อยเช่นกัน ลี่หลางหันไปยิ้มให้ฝานกงกงลี่เจิน ปรบมือหัวเราะร่วน“ดีดีดี เหมาะสมที่สุดแล้ว”เสี่ยวโถวออกวิ่งไปยัง ตำหนักใหญ่เพื่อรายงานเรื่องน่ายินดีให้หว่านหนิงและลี่หยางทันที“องค์ชายรองสุดยอดเสียจริงเพียงพลิกฝ่ามือก็สามารถเอาชนะองค์ชายจิงฉือผู้เก่งกาจ กระหม่อมนี้ยืนจังงังเลยทีเดียวไม่คิดไม่ฝันว่าองค์ชายรองผู้ที่ไม่ได้เรื่องที่สุดจะ สามารถเอาชนะองค์ชายจิงฉือผู้เก่งกาจได้อย่างง่ายดาย”หว่านหนิงอมยิ้มลี่หยางยิ้มกว้างยิ่งกว่า“แล้วอิงอันเล่ามีท่าทีเช่นไร”หว่านหนิงถามขึ้น“องค์หญิง กระโดดตัวลอย ความจริงอาจเป็นเพราะกระบี่ของฝานกงกงเป็นแน่แท้ที่ทำให้องค์ชายชนะการคัดเลือกในครั้งนี้”ลีหยาง ยิ้ม“กระบี่ของฝานกงกง ถูกตีขึ้นโดยฝานกงกง ในใต้หล้านี้หาผู้ที่ตีกระบี่ได้น้ำหนักดีเหมาะมือเช่นฝานกงกงคงยาก ข้าเองก็ได้มาไว้ข้างกายหนึ่งเล่ม ของลี่หลงอีกหนึ่งเล่ม หลายวันมานี่คงตรากตรำตีกระบี่ให้ลี่หลางอย่างแน่นอน”หว่านหนิงเลิ
ลี่หยางสวมกอดหว่านหนิงจากด้านหลัง ใช้คางเกยที่ไหล่บางเบาๆ“กำลังกังวลเรื่องเจ้าแฝดอยู่ใช่หรือไม่”“การจะสั่งสอนพวกเขา เป็นงานที่หนักไม่น้อยลี่หลางสร้างความหนักใจให้กับหว่านหนิงด้วยเขามักจะพลิกแพลงสถานะการณ์ด้วยตัวเองตลอดมา หรือไม่ก็เป็นลี่หลงที่มักจะให้ข้อคิดเสียจน ลี่หลางหาทางเอาตัวรอดในแบบของเขา”“เจ้ากับลี่หลางมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือรักที่มั่นคงลี่หลางมักจะแสดงออกในแบบของเขาแต่ข้าเชื่อเหลือเกินว่าด้วยเนื้อแท้ของลี่หลางมิใช่คนที่ชั่วช้าอะไรเขาเพียงแต่ยังไม่โต เพราะการที่เสด็จพ่อเลี้ยงดูเขามาด้วยความตามใจผิดกับลี่หลงที่มีฝานกงกงคอยดูแล เจ้าแม้จะช่วยได้ไม่มากก็ช่วยลี่หลางได้ไม่น้อยหลังจากเรื่องในครั้งนี้ข้าคิดว่าเขาจะโตขึ้นและมองทุกอย่างในแบบที่เราต้องการ ลี่เจินตั้งใจสละราชสมบัติเพื่อให้ราชบุตรเขยหรือลี่หลาง ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์หากเขายังคิดไม่ได้ บัลลังก์ก็ยังคงต้องเป็นของลี่เจินต่อไปครั้งนี้จึงนับว่าเป็นบททดสอบลี่หลาง”“หว่านหนิงเกรงว่าลี่หลางจะทำเสียเรื่องอีกครั้ง”“เจ้ากังวลเกินไปแล้วบอกหลายครั้งแล้วว่าทิ้งเรื่องราวเหล่านั้นไว้ข้างนอก” พลิกร่างบางมาเผชิญหน้า ก้มลงบดริมฝีป
“ทำไมข้าไม่เคยรู้เรื่องนี้”“ป้าหญิงบอกว่าหากให้องค์ชายทั้งสองรู้ก็จะดูไม่ออกว่าองค์ชายคนไหน ที่พร้อมจะแต่งกับอิงอันเพราะต่างคนต่างก็ต้องคิดว่าอิงอันเป็นสมบัติก็จะแย่งชิงกันมิสู้ให้ทั้งสององค์ชายมีสิทธิ์เลือกจะได้รู้ใจตัวเอง”“แล้วจิงฮวนเล่า”“จิงฮวนป้าหญิงบอกว่าองค์ชายแฝดพี่ลี่หลงมีท่าทีสนใจนางตั้งแต่ยังเยาว์ จึงส่งสาสน์ให้นางกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อจะดูว่าองค์ชายแฝดพี่จะมีท่าทีเปลี่ยนไปหรือไม่ สุดท้ายแล้วหนึ่งเดียวในหัวใจขององค์ชายแฝดพี่ก็คือจิงฮวน ป้าหญิงมองการณ์ไกลเสมอ”"ข้าแต่เดิมก็มีเจ้าเพียงคนเดียวในใจเช่นกัน""แต่ก็ยังชอบเล่นสนุก ดีนะที่อิงอันไม่แต่งกับองค์ชายชนเผ่า"“แล้วการคัดเลือกราชบุตรเขยทำไมถึงถูกจัดขึ้น”“ก็เพราะความดื้อรั้นขององค์ชายแฝดน้องอย่างไรเล่า และเป็นเพราะให้ความเป็นธรรมกับองค์ชายชนเผ่าผู้นั้นด้วย หากปฏิเสํธเขาไปเลยก็เกรงว่าความสัมพันธ์จะสั่นคลอน ป้าหญิงจึงขอให้ทุกคนช่วยแสดงละครเพื่อแก้ไขความขัดแย้งให้แคว้นเหว่ยกับชนเผ่า จะได้ช่วยให้องค์ชายแฝดน้องได้สำนึกอีกด้วย โดยเฉพาะองค์ชายจิงฉือที่ต้องเสียสละมากกว่าผู้ใด”“หมายความว่าอย่างไร”งงเป็นไก่ตาแตก“ก็หมายความว่า
น้ำเสียงเศร้าสร้อยจริงจังลี่หลางอมยิ้มหัวใจพองโต หันกลับมาซ้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนพาเดินเข้าหายเข้าไปในห้อง หันหลังมาปิดประตูห้องเสียมิดชิด อิงอันซบหน้าลงบนอกกว้าง ปล่อยให้ลี่หลางพาไปที่แท่นนอนหนา วางร่างบางลงบนแท่นนอน ทอดกายลงทาบทับ ประทับริมฝีปากลงไปอย่างอ่อนโยนลิ้นอุ่นซอกซอนล้วงลึกจนอีกคนเผลอส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆ มือใหญ่ปลอดแกะอาภรณ์ออกอย่างนุ่มนวลร่างขาวเนียนถูกบดเบียดด้วยร่างใหญ่ แสงเทียนในห้องค่อยๆ มอดดับลง ลี่หลางใช้มือใหญ่สอดประสานกับมือบางของอิงอัน พรมจูบไปทั่วร่างเนียนตั้งใจให้อีกคน ดิ้นรนถอยหนีด้วยความกระสันแต่ทว่ายิ่งดิ้นยิ่งปลุกเร้าอารมณ์“องค์ชายแฝดน้อง ท่านจะทำอะไร”อิงอันเปล่งเสียงแผ่วเบาเหมือนกำลังละเมอ“ข้ากำลังจะ ทำในสิ่งที่ใจปรารถนามานาน แล้วก็ทำให้ตัวเองไปอาจทิ้งเจ้าไปได้อย่างไรเล่า”อิงอันอมยิ้มเป็นสุขเมื่ออีกฝ่ายลูบไล้แผ่วเบาบนเรือนร่างเปลือยเปล่าอย่างถะนุถนอม พรมจูบไปทั่วร่างเนียนทุกอณูเนื้อ อิงอันบิดตัวไปมาลี่หลางยิ้มเป็นสุขจะมีใครรู้ไหมหนอ ว่าการคัดเลือกราชบุตรเขยไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วแม้จะผิดทำนองคลองธรรมไปบ้างแต่ทว่าเขาก็ไม่อาจหักห้ามใจในเมื่อร่างบาง ใต้ร
อิงอันยืนเหม่อมองไปบนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับพัน เงาดำของลี่หลางค่อยๆ เดินลัดเลาะมาที่ระเบียงที่อิงอันยืนอยู่ “อิงอัน ข้ามาลา”ก่อนหน้านั้น“ข้าเคยหายไปนางไม่เคยถามถึงหรือสงสัยแม้สักนิดว่าไม่มีลี่หลางคนนี้อยู่ที่นั่นเหมือนกับลี่หลางไม่มีตัวตน”“ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ตอนนั้นที่เจ้าทำ เป็นข้าก็ไม่สนใจถามถึงเช่นกัน ในเมื่อตอนนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องไป ตอนนี้เจ้าเพียงแต่แสดงให้นางเห็นว่าที่จะไปมีเหตุผลและกล่าวลานางด้วยความจริงใจ ไม่ได้อยู่ๆ ก็หายไป น้องรองเจ้าไม่อยากรู้ใจนางไม่อยากเห็นว่านางห่วงใยเจ้าหรือไร”“แต่ ข้ากลัวว่านางจะทำเหมือนที่ผ่านมา”“ข้าเชื่อเหลือเกินว่าอิงอันตอนนี้เห็นใจเจ้าอย่างที่สุด และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่านาง มีใจให้กับจิงฉือหรือเปล่า ก็ต้องลองดูหากนางมีใจให้จิงฉือนางจะไม่อาวรณ์เจ้าแม้แต่น้อยแต่ถ้าหากนาง ไม่มีใจให้จิงฉือนางคงจะกลัวเจ้าหนีไปจริงๆ ”“จะดีหรือพี่ใหญ่”“เราทั้งหมดหวังดี หากอิงอันไม่สนใจเจ้าข้าเชื่อว่าเสด็จแม่มีแผนสำรองไว้ให้แล้วเพียงแค่เจ้าเข้าคัดเลือกตัวราชบุตรเขยจนกระทั่งทุกอย่างลุล่วงไปเสด็จแม่ไม่มีทางปล่อยให้ใครต้องเดียวดาย”ลี่หลงเชื่อมั่นใจหว่านหนิงเพร