“เป็นบ้าอะไรยายกันย์”
เธอบ่นตัวเองก่อนจะสตาร์ตรถ แต่กลับสตาร์ตไม่ติด สตาร์ตซ้ำเท่าไรก็ไม่มีปฏิกิริยาทำเอาหญิงสาวทิ้งตัวลงกระแทกเบาะด้วยความเซ็ง
“เป็นอะไรเนี่ย”
ดูนาฬิกาก็เห็นว่าสองทุ่มครึ่งแล้ว หากจะโทรหาลุงคนขับรถของที่บ้านก็คงดึกเกินไป กันยกรไม่เคยดูแลเรื่องรถด้วยตัวเอง เธอแค่ขับได้ตามประสาลูกสาวคนมีเงินทั่วไป แม้บิดาจะไม่ใส่ใจกระนั้นก็ไม่เคยต้องลำบาก
“ไว้โทรพรุ่งนี้แล้วกัน”
ก๊อกๆๆ
หญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยงที่อยู่ๆ กระจกด้านข้างก็มีคนมาเคาะ เมื่อหันมองก็เห็นว่าเป็นคนที่เพิกเฉยกันและกันมาตลอดทั้งอาทิตย์
“รถสตาร์ตไม่ติดเหรอครับ”
เธอได้ยินเขาถามแว่วๆ กันยกรหยิบของตนเองก่อนจะเปิดประตูลงไป ร่างสูงกำยำก็ขยับไปยืนห่างอย่างเว้นระยะ
“ใช่ค่ะ สตาร์ตไม่ติด”
“ผมช่วยดูให้ไหมครับ”
คำถามดูง่ายและมีน้ำใจแต่อดไม่ได้เลยที่เธอจะสังเกตแววตาของเขา หากก็ดูไร้แววใดๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันให้คนที่บ้านมาจัดการ”
“อ้อ ครับ”
ชายหนุ่มยิ้มบางรับพร้อมกับมองกระเป๋าของเธอ
“จะลงไปชั้นหนึ่งเหรอครับ ติดรถผมลงไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องลงลิฟต์ให้เสียเวลา”
หญิงสาวอึกอักและดูไม่สบายใจขึ้นมาชัดเจน เธอเม้มริมฝีปากพลางส่ายหน้าแต่ชายหนุ่มก็เอ่ยเสียงขรึม
“เชิญครับเจ้านาย”
เธอนิ่งไปเมื่อเขาเอ่ยเช่นนั้น
“ลูกน้องปล่อยให้เจ้านายเดินลงลิฟต์ไปเองทั้งที่เห็นเต็มสองตา ผมคงเป็นลูกน้องที่ไม่เอาไหนน่าดู”
เขาบอกพร้อมผายมือเชื้อเชิญ
หากยิ่งทำตัวมีระยะห่างก็เท่ากับว่าตนมีความรู้สึกไม่ปกติ ไม่เหมือนชายหนุ่มที่ตีหน้าเฉยและไม่ได้มีท่าทางเป็นพิเศษกับเธอ กันยกรจึงยอมเดินตามคำเชิญของชายหนุ่ม อีกฝ่ายก้าวนำไปยังรถของเขาและเปิดประตูให้เธอซึ่งเป็นด้านข้างคนขับแต่หญิงสาวก็เข้าไปนั่งโดยไม่เรื่องมากหรือถือตัวว่าตนเป็นเจ้านาย
“โทรเรียกแท็กซี่แล้วใช่ไหมครับ หรือบอกให้คนที่บ้านมารับ ลงตรงหน้าตึกเลยใช่ไหมครับ ว่าแต่คุณจะนั่งรอที่ไหน โถงล็อบบี้ตึกเราไม่มีที่นั่งด้วย หรือรอตรงป้ายรถเมล์ดี แต่เวลานี้ไม่ค่อยมีคนเท่าไร”
ชายหนุ่มถามไปด้วยพร้อมออกรถและขับวนลงอย่างช่ำชอง
“ป้ายรถเมล์ค่ะ”
“ครับ”
อีกฝ่ายตอบรับง่ายๆ จากนั้นระหว่างทั้งสองคนก็เงียบไป กันยกรรู้สึกกดดันจนมือเย็นและเหงื่อซึมแม้เวลาจะผ่านไปเพียงไม่นานที่รถเคลื่อนลงมาด้านล่างของตึกสามชั้นออกมาจากบริษัทจนมาหยุดลงใกล้ป้ายรถเมล์ หญิงสาวรีบปลดเข็มขัดทว่านภณต์กลับรั้งไว้
“รอบนรถดีกว่าครับ”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มก็เห็นเพียงแววตากับสีหน้าเฉยสนิท
“ตอนนี้ไม่มีคนเลย ไม่รู้ว่าแท็กซี่ที่คุณเรียกจะมาถึงเมื่อไร”
“ฉันยังไม่ได้เรียกน่ะ ว่าจะมารอที่ป้ายรถเมล์”
“งั้นผมดูให้ ถ้ามีแท็กซี่มาผมจะโบกให้แล้วคุณค่อยลงไป”
“แค่นี้ก็รบกวนคุณมากแล้ว ฉันลงไปรอเองก็ได้ เผื่อคุณมีธุระรีบกลับ”
กันยกรปฏิเสธ ทั้งเกรงใจอีกฝ่ายทั้งรู้สึกไม่ดีเมื่ออยู่กับเขาเพียงสองคนในพื้นที่จำกัด
“ถ้าผมรีบคงไม่ออกไปซื้อของกินเข้ามาให้ทีมที่แก้งานหรอก รอในรถเถอะครับเจ้านาย”
น้ำเสียงชายหนุ่มดูเอื่อยลง ทำให้คนที่อึดอัดอยู่แล้วเข้าใจว่าเข้าประชดตนเอง
“ไม่ต้องเรียกฉันแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
“อ้อ ครับ”
เขาตอบกลับเสียงเรียบเหมือนเช่นเคย ทั้งที่เธอใช้น้ำเสียงแข็ง กันยกรพยายามสูดหายใจเข้าปอดลึก คิดว่าอย่างน้อยเขาก็รับคำแล้วจึงหันไปมองด้านหลังเพื่อมองแท็กซี่อย่างพยายามไม่สนใจอีกฝ่าย ทว่ากลับต้องขนลุกซู่เมื่อเสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู
“นึกว่าคุณชอบเสียอีก”
หญิงสาวผงะออกและหลบไปชิดติดประตูเมื่อร่างสูงกำยำโน้มเข้ามาใกล้
“เห็นคุณชอบเล่นบทเจ้านาย”
“นี่...”
“ครับ?”
กันยกรพูดไม่ออกใบหน้าคมคายขยับมาในระยะประชิดเพียงลมหายใจ ทั้งที่แววตากับสีหน้าไม่เปลี่ยนสักนิดหากเธอก็รู้ว่าเขาจงใจกวนอารมณ์ หญิงสาวผลักอกหนาอย่างแรงทว่าร่างสูงกำยำขยับเพียงเล็กน้อย
“ฉันบอกแล้วไง ว่าให้ทำเป็นไม่รู้จักกัน”
“ผมก็ไม่ได้บอกใครว่าเคยนอน...เอ๊ย เคยรู้จักกับเจ้านายมาก่อน”
เธอทุบอกหนาซ้ำเพราะรู้ว่าเขาแกล้งพูดผิด
“ฉันหมายถึง ทำเป็นไม่รู้จักกัน อย่าแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ”
“เจ้านายเองก็ไม่เห็นปฏิเสธนี่ครับ ว่าไม่รู้จักผม”
ริมฝีปากอิ่มเผยอค้าง ได้เพียงกะพริบตาปริบๆ ฟังอีกฝ่ายพูดต่อ
“คนไม่รู้จักกัน ก็น่าจะไม่เข้าใจเรื่องผมพูด จริงไหม”
“คุณนี่มัน...”
ยังพูดไม่จบชายหนุ่มก็หันกลับไปมองด้านหลังเพราะมีแสงไฟจากรถ
“นั่นแท็กซี่มาแล้ว”
เอ่ยจบเขาก็ลงจากรถไปโบก เมื่อแท็กซี่หยุดลงด้านหลังก็อ้อมมาเปิดประตูให้เธอ กันยกรตีหน้านิ่งและเชิดหน้าขณะลงจากรถของเขา ชายหนุ่มก็ยังเดินไปเปิดประตูแท็กซี่ให้เธออีกด้วย เธอจึงจำต้องพึมพำขอบคุณ
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีบริการเจ้านายเสมอ”
ดวงตาคู่เรียวงามตวัดขวับมองคนพูดอย่างไม่พอใจ แล้วสะบัดหน้าเข้าไปนั่งในรถดึงประตูปิดทันทีด้วยความหงุดหงิดใจ รู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งยั่วโมโหตนแต่หากตอบโต้ก็เหมือนเธอยอมรับว่าตัวเองก็ผิดคำพูดที่ย้ำกับเขาไปเหมือนกัน
นภณต์ หรือ นาย ‘เมฆ’ คนนี้ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ เลย เธอพลาดตั้งแต่ตัดสินใจเลือกเขาอย่างนั้นใช่ไหม
=====
เมฆอยากบอกเป็นนัยว่า สนใจใช้บริการอีกกันย์เรียกได้เลยสินะ ^^"
แม้จะค่อนข้างกังวลใจเรื่องของนภณต์ ทว่าเอาเข้าจริงกันยกรก็แทบจะไม่เจอหน้าชายหนุ่ม เพราะพูดคุยเรื่องงานโดยผ่านเลขาเป็นคนประสานนอกจากต้องประชุมทีม และอีกฝ่ายก็ออกไปพบลูกค้ากับทีมเพื่อนำเสนองานเสมอ ดูเหมือนนภณต์จะเป็นหัวใจหลักของแผนกก็ว่าได้ พวกเขาทั้งรับงานว่าจ้างจากข้างนอกและออกแบบกับพัฒนางานของบริษัทเอง แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีงานที่ดูคล้ายหรือซ้ำกันให้เป็นที่ครหา ได้รับความไว้ใจจากบริษัทอื่นอีกถึงห้าบริษัท“คุณนภณต์ขอพบค่ะคุณกันย์”ปากกาในมือซึ่งกำลังจะเซนต์เอกสารที่พึ่งอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาเสร็จหล่นลง อยู่ๆ ก็ใจเต้นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมาขอเข้าพบเธอในห้องนับจากวันที่มาแนะนำตัว“เชิญค่ะ”หญิงสาวตอบรับแล้ววางสีหน้าให้นิ่ง ผ่านไปสามอาทิตย์นับแต่ชายหนุ่มไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วจากนั้นเขาก็ดูจะยุ่งตลอดเวลา มีเพียงประชุมดูงานที่แก้ไปเท่านั้นที่เธอเจอเขา ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงท่าทางล้ำเส้นใดๆ ขณะที่กันยกรระวังตัวแจจนมากเกินไป“ขอโทษที่รบกวนครับ พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องแจ้งให้ทราบ”เมื่อพิมพ์พรรณซึ่งเดินนำชายหนุ่มเข้ามาออกไปนภณต์ก็เอ่ยทันที เขาถือแฟ้มติดมือมาด้วย
ครู่ใหญ่ผ่านไป ภายในรถมีเพียงความเงียบ กระทั่งมาถึงถนนเส้นที่บริษัทลูกค้าตั้งอยู่แต่นภณต์ก็หักเลี้ยวเข้าไปจอดร้านริมถนนซึ่งมีพื้นที่จอดรถค่อนข้างแคบ“ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณร้านนี้ดังมากเลยนะครับ อร่อย ราคาดีไม่แพง ร้านอาจจะเล็กไปหน่อยเพราะขายมาหลายรุ่นแล้ว ว่าแต่เจ้านายสะดวกไหมครับ หรือไม่ถูกใจผมพาไปร้านในห้างใกล้ๆ นี่ก็ได้”“ฉันยังไงก็ได้ เลี้ยวเข้ามาแล้วยังจะถามอีก”เธอบ่นให้ได้ยิน หากชายหนุ่มก็เพียงยักไหล่“ถ้าโอเคงั้นก็เชิญครับ”กันยกรไม่เรื่องมากในการกิน ร้านริมทางทั่วไปเธอก็นั่งมาบ่อยแล้วสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนไปเรียนต่างประเทศเธอต้องใช้เงินอย่างประหยัดกินง่ายกว่าอยู่เมืองไทยมากภายในร้านเป็นพัดลม ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทไว้ในรถ ทว่า หญิงสาวเพิ่งมาถอดในตอนที่กินก๋วยเตี๋ยวไปได้ไม่นานก็เริ่มเหงื่อซึม เธอซับเหงื่อตลอดเวลาจนทิชชูกองโต แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยถูกปากมากจึงเป็นที่พอใจของกันยกรมากกว่าจะบ่น นภณต์เป็นคนจ่ายเงินโดยเธอเองก็ไม่เรื่องมากดึงดันจ่ายเองกลับมาขึ้นรถอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ขอแวะซื้อกาแฟและเผื่อเธอด้วย กันยกรมองลาเต้ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ด้วยสายตาแปลกใจ“ลาเต้ครับ”“คุณไม่ได้ถามฉ
กันยกรกัดฟันและพยายามฝืนยิ้มหวาน ทว่าสายตาแอบเหล่ไปมองว่าภพดนัยยังอยู่หรือไม่ เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายเธอก็ทุบอกหนาอย่างแรง“บ้าน่ะสิ ใครคิดถึงคุณ”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ผลักเขา หากชายหนุ่มยังกอดเธออยู่“อ้อ ใช้ผมเป็นไม้กันหมานี่เอง”“ย่ะ รู้แล้วก็ปล่อยได้แล้ว”เธอไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายจึงลดแขนลง ร่างอรชรรีบถอยห่างพลางสูดหายใจเข้าลึกดึงสติของตัวเอง พร้อมเรียกกำลังที่อ่อนลงไปก่อนหน้านี้ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีนภณต์กลับไปที่ห้องวีไอพี ตั้งใจว่านั่งต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงก็จะขอตัวกลับ ไม่สนใจว่าชายหนุ่มมองตามตนด้วยสายตาแบบไหน“ขึ้นแท็กซี่ไปด้วยกันนะคะพี่เมฆ จะกลับไปเอารถที่บริษัทใช่ไหมคะ น้องต้องผ่านทางนั้นเหมือนกันค่ะ”เพราะนั่งอยู่ข้างนภณต์กันยกรจึงได้ยินที่หญิงสาวซึ่งนั่งถัดจากเขาคุยด้วย วันนี้นภณต์มากับทีม ส่วนเธอขับรถมาเองเพราะรู้เส้นทางที่มาบริษัทลูกค้าแล้ว หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากกระทั่งขอตัวกลับ ในทีมมีผู้หญิงสองคน อีกคนขอตัวออกมาพร้อมกับเธอโดยมีแฟนมารับ กันยกรยืนรอเป็นเพื่อนอีกฝ่ายอยู่บริเวณด้านหน้าพักหนึ่งกระทั่งแฟนเจ้าตัวขับรถมาถึง“ขอบคุณกันย์มากค่ะ”เธอพยักหน้ารับพลางบอกว่าไม่เป็นไรอีกฝ่ายก็ขึ้
“เฮ้อ ใช้เราเป็นเครื่องมือ สมใจก็ถีบหัวส่ง ใจร้ายจังเลยนะครับเจ้านาย”ดวงตาคู่เรียวงามค้อนขวับ อีกฝ่ายก็เหลือบมองพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างยียวนชวนโมโห“ไม่พอใจคุณก็ปฏิเสธได้นี่ มาจูบตอบทำไม หรือคิดจะไปบอกคุณโดมว่าไม่มีอะไร ฉันมันผู้หญิงมักง่ายจูบคนไปทั่วเองก็ได้ ฉันไม่แคร์หรอก”เธอเสียงแข็ง แล้วภายในรถก็เงียบไปชั่วอึดใจก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ย“คุณไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับเจ้านาย”“หึ คุณจะรู้อะไร ฉันไปเรียนเมืองนอกตั้งสามปี อาจจะผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งเยอะก็ได้”“พิสูจน์กันไหมครับ”กันยกรถึงกับอึ้งกับคำท้าของเขาแล้วกอดอกเมินหน้าหนี“ทำไมฉันต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นด้วย”“คุณไม่กล้าล่ะสิ กลัวผมรู้ว่าคุณไม่เคยมีใคร นอกจากผม”“ไม่จริงสักหน่อย”เธอหันไปเถียงเสียงขุ่น ทว่าอีกฝ่ายยิ้มนิดๆ แล้วหันไปมองถนนด้านหน้าแล้วหักเลี้ยว กันยกรสูดหายใจเข้าออกแรงอย่างหงุดหงิด“คุณติดใจผม ลืมผมไม่ลง ไม่งั้นคงไม่โสดมาถึงตอนนี้หรอก”“จอดเลยนะ ฉันไม่อนุญาตให้คุณไปส่งฉัน จอดเดี๋ยวนี้”กันยกรขึ้นเสียงยิ่งกว่าเดิมและครั้งนี้ชายหนุ่มยอมหยุดรถชิดริมทาง ทว่าเขายังไม่ลงจากรถโดยง่าย“อ้อ หรือว่า ที่คุณยังไม่มีใครเพราะหวั
“เราจะทำให้เต็มที่ครับ”เป็นอีกครั้งที่นภณต์เป็นคนพรีเซนต์และตอบคำถามผู้บริหารทุกอย่างแทนเธอเกี่ยวกับเกมใหม่ที่แผนกคิดขึ้นมา เธอกับชายหนุ่มรวมถึงหัวหน้าของทีมเป็นตัวแทนแผนกเข้าประชุมตั้งแต่นำเสนอ จนถึงตอนนี้ผ่านขั้นตอนการดีไซน์ภาพมาถึงสร้างแอนิเมชันตัวละครและเอฟเฟกต์ และการเขียนโปรแกรมของเกมก็ดำเนินไปบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริงในแบบอิงประวัติศาสตร์ไทยที่ทางบริษัทคาดหวังไว้มาก“ครับ ผมเชื่อใจนภณต์กับทีมงาน ถ้ามีปัญหาอะไรติดขัด หรือต้องการอะไรเพิ่มแจ้งผ่านคุณกันย์ได้เลยนะครับ”ภพดนัยฝากฝัง เขาเชื่อใจนภณต์ในเรื่องงานมากเพราะ อีกฝ่ายมีฝีมือจริงๆ ทั้งหมดเป็นทีมงานเดิม ทำงานมาตั้งแต่ผู้บริหารคนก่อน แม้ว่าประธานบริษัทจะเป็นชื่อบิดาของชายหนุ่มทว่างานในบริษัทนี้เขาเป็นคนดูและมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนอย่างเต็มที่ ยกเว้นประชุมบอร์ดบริหารบิดาของชายหนุ่มจึงเป็นผู้เข้าประชุม“แล้วก็มีอีกเรื่องที่ต้องรบกวนคุณกันย์”ผู้เป็นท่านรองพูดขึ้นหลังจบเนื้อหาการประชุม“เราจะมีสัมมนากันเดือนหน้า ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ อยากให้คุณกันย์ช่วยเลือกดูว่าเราจะไปที่ไหนดี แล้วบอกกับเลขาผมได้เลยครับ”“ได
“คุณ”ร่างสูงกำยำรีบเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แม้จะไม่ได้เจ็บมากแต่กันยกรก็รู้สึกแปลบๆ ที่หัวเข่า“อยู่ๆ โผล่มาได้ยังไงเนี่ย”“ผมมาเดินดูไร่ชา แล้วฝนตกก็เลยจะรีบวิ่งกลับน่ะสิ”นภณต์ตอบ ฝนตกหนักทำเอาทั้งคู่เปียกโชกในเวลาไม่นาน“ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณพอดี เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“เจ็บเข่าน่ะ”กันยกรตอบด้วยความเซ็ง“งั้นผมขี่ไปส่งคุณที่บ้านพักแล้วกัน”ชายหนุ่มบอกแล้วยกจักรยานขึ้น กันยกรเห็นว่าฝนตกหนักมาก เธอจึงไม่ปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่ายประจำที่ด้านหน้าเธอก็นั่งซ้อนด้านหลังโดยง่ายในตอนแรกที่นภณต์ขี่จักรยานนั้นเธอพยายามจับที่ท้ายเบาะเท่านั้น ทว่าเพราะถนนลื่นทั้งยังเป็นเนินขึ้นลงทำให้ทรงตัวได้ยาก เพื่อไม่ให้ตกลงไปสุดท้ายแขนเรียวก็จำต้องกอดเอวหนา แม้จะรู้สึกแปลกๆ หากก็ไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด“คุณพักหลังนี้ใช่ไหมครับ”“ใช่”อีกฝ่ายมาหยุดลงหน้าบ้านพักของเธอ ทว่าแทนที่เขาจะแยกไปบ้านพักตัวเองกลับขยับเข้ามาโอบไหล่เธอ“อะไรของคุณ”กันยกรจะสะบัดตัว หากเสียงทุ้มดังชิดข้างหู ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มก้มลงจุมพิตศีรษะของเธอ“ท่านรองเปิดม่านหน้าต่างมองอยู่”เพราะบ้านพักของเธออยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักของภพดนั
“คุณไม่ได้น่ารังเกียจอะไรหรอก”กันยกรบอกเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมา“แค่ระหว่างเราเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ไม่มีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น ถึงฉันจะไม่ได้ยึดติดเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนรักสนุกจนไม่แคร์อะไร”“ผมเองก็ไม่ได้นอนกับใครง่ายๆ แต่กับคุณ ผมอยากลบความทรงจำแย่ๆ”‘มันไม่ได้แย่’เธอเกือบจะหลุดปากบอกไปแล้วแต่ก็นึกอายที่จะพูด“เรามาสร้างความทรงจำที่ดีใหม่กันนะครับ”อยู่ๆ กันยกรก็รู้สึกเขินขึ้นมา หญิงสาวกัดริมฝีปากที่เกือบจะหลุดยิ้มของตนขณะร่างสูงกำยำโน้มมาอยู่เหนือร่างตน ปลายนิ้วอุ่นไล้กรอบใบหน้าพาให้ขนลุกไปจนถึงลำคอ ก่อนใบหน้าคมคายจะลดมาชิด“อยากให้ผมบริการแบบไหนครับเจ้านาย”เขาเอ่ยเย้า“ถ้าไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ก็ไม่ต้องทำ”เธอตอบเสียงขุ่นเพราะหน้าร้อนจัดกับคำถามของชายหนุ่ม แล้วก็ได้ยินเขาหัวเราะในลำคอราวนึกสนุกก่อนริมฝีปากได้รูปจะแตะไล้ปากเธอผะแผ่วก่อนค่อยๆ เม้มกลีบปากจูบซับ กันยกรหลับตาลงปล่อยความรู้สึกให้ล่องลอยไปกับปากอุ่นและปลายนิ้วแกร่งที่เริ่มลูบไล้ทุกสัดส่วนทั่วกายสาวหญิงสาวผ่อนลมหายใจยาว รับรู้ถึงเรือนกายแกร่งแนบชิดและขยับไล้กับร่างตน มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้ามาเกาะกุมทรวงอวบเคล้าคลึงทั้ง
ร่างสูงกำยำเคลื่อนขึ้นมามอบจูบสุดดื่มด่ำ ก่อนจะขยับกายขึ้นนั่ง กันยกรคิดว่าบทรักที่แท้จริงกำลังจะตามมาจึงเกร็งตัวรอทว่า อีกฝ่ายกลับจับเธอให้พลิกคว่ำหน้าลง กายแกร่งแนบลงมาชิดเสียดสีอกแกร่งกับแผ่นหลังบางพร้อมกัดใบหูของเธอเบาๆ หยอกเอิน“ผิวคุณเนียนนุ่มอย่างกับกำมะหยี่แน่ะ ได้เบียดแบบนี้แล้วผมแข็งไปหมด”ความกร้าวเบียดถูไถกับสะโพกเธอทำเอากันยกรขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง หากก็กัดฟันต่อว่าเขาออกไป“ลามก”“แหงล่ะ ไม่ลามกจะทำให้คุณเสร็จได้ไง”“ทะลึ่ง”“หึๆๆ”ชายหนุ่มหัวเราะพอใจที่ได้ยั่วให้เธอโมโห แต่กันยกรกลับไม่ได้โกรธเคืองอีกฝ่าย กลับรู้สึกเร้าใจเร้าอารมณ์กับการกระตุ้นด้วยคำพูดของนภณต์ริมฝีปากอุ่นซุกไซ้ข้างซอกคอ พร้อมมือหนาก็สอดมาเคล้นหน้าอก ยิ่งเขาจูบเม้มคอกับบ่าเธอยิ่งตัวสั่น ครวญครางเสียงเบาด้วยความรัญจวนใจ รอยประทับค่อยๆ ต่ำลงไปตามสันหลังกันยกรก็เหมือนถูกไฟโหมท่วมกาย อาการร้อนรนมาพร้อมความซาบซ่านจนขยับสะโพกไล้กับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังในลำคอหนาราวพอใจ“คุณกันย์ใจร้อนหรือครับ”“คุณนี่”หญิงสาวขุ่นใจกับคนช่างหยอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ออกว่าเธอกำลังเร่าร้อนสุดๆ โหยหารสรักที่ได้
ร่างสูงกำยำเคลื่อนขึ้นมามอบจูบสุดดื่มด่ำ ก่อนจะขยับกายขึ้นนั่ง กันยกรคิดว่าบทรักที่แท้จริงกำลังจะตามมาจึงเกร็งตัวรอทว่า อีกฝ่ายกลับจับเธอให้พลิกคว่ำหน้าลง กายแกร่งแนบลงมาชิดเสียดสีอกแกร่งกับแผ่นหลังบางพร้อมกัดใบหูของเธอเบาๆ หยอกเอิน“ผิวคุณเนียนนุ่มอย่างกับกำมะหยี่แน่ะ ได้เบียดแบบนี้แล้วผมแข็งไปหมด”ความกร้าวเบียดถูไถกับสะโพกเธอทำเอากันยกรขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง หากก็กัดฟันต่อว่าเขาออกไป“ลามก”“แหงล่ะ ไม่ลามกจะทำให้คุณเสร็จได้ไง”“ทะลึ่ง”“หึๆๆ”ชายหนุ่มหัวเราะพอใจที่ได้ยั่วให้เธอโมโห แต่กันยกรกลับไม่ได้โกรธเคืองอีกฝ่าย กลับรู้สึกเร้าใจเร้าอารมณ์กับการกระตุ้นด้วยคำพูดของนภณต์ริมฝีปากอุ่นซุกไซ้ข้างซอกคอ พร้อมมือหนาก็สอดมาเคล้นหน้าอก ยิ่งเขาจูบเม้มคอกับบ่าเธอยิ่งตัวสั่น ครวญครางเสียงเบาด้วยความรัญจวนใจ รอยประทับค่อยๆ ต่ำลงไปตามสันหลังกันยกรก็เหมือนถูกไฟโหมท่วมกาย อาการร้อนรนมาพร้อมความซาบซ่านจนขยับสะโพกไล้กับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังในลำคอหนาราวพอใจ“คุณกันย์ใจร้อนหรือครับ”“คุณนี่”หญิงสาวขุ่นใจกับคนช่างหยอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ออกว่าเธอกำลังเร่าร้อนสุดๆ โหยหารสรักที่ได้
“คุณไม่ได้น่ารังเกียจอะไรหรอก”กันยกรบอกเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมา“แค่ระหว่างเราเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ไม่มีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น ถึงฉันจะไม่ได้ยึดติดเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนรักสนุกจนไม่แคร์อะไร”“ผมเองก็ไม่ได้นอนกับใครง่ายๆ แต่กับคุณ ผมอยากลบความทรงจำแย่ๆ”‘มันไม่ได้แย่’เธอเกือบจะหลุดปากบอกไปแล้วแต่ก็นึกอายที่จะพูด“เรามาสร้างความทรงจำที่ดีใหม่กันนะครับ”อยู่ๆ กันยกรก็รู้สึกเขินขึ้นมา หญิงสาวกัดริมฝีปากที่เกือบจะหลุดยิ้มของตนขณะร่างสูงกำยำโน้มมาอยู่เหนือร่างตน ปลายนิ้วอุ่นไล้กรอบใบหน้าพาให้ขนลุกไปจนถึงลำคอ ก่อนใบหน้าคมคายจะลดมาชิด“อยากให้ผมบริการแบบไหนครับเจ้านาย”เขาเอ่ยเย้า“ถ้าไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ก็ไม่ต้องทำ”เธอตอบเสียงขุ่นเพราะหน้าร้อนจัดกับคำถามของชายหนุ่ม แล้วก็ได้ยินเขาหัวเราะในลำคอราวนึกสนุกก่อนริมฝีปากได้รูปจะแตะไล้ปากเธอผะแผ่วก่อนค่อยๆ เม้มกลีบปากจูบซับ กันยกรหลับตาลงปล่อยความรู้สึกให้ล่องลอยไปกับปากอุ่นและปลายนิ้วแกร่งที่เริ่มลูบไล้ทุกสัดส่วนทั่วกายสาวหญิงสาวผ่อนลมหายใจยาว รับรู้ถึงเรือนกายแกร่งแนบชิดและขยับไล้กับร่างตน มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้ามาเกาะกุมทรวงอวบเคล้าคลึงทั้ง
“คุณ”ร่างสูงกำยำรีบเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แม้จะไม่ได้เจ็บมากแต่กันยกรก็รู้สึกแปลบๆ ที่หัวเข่า“อยู่ๆ โผล่มาได้ยังไงเนี่ย”“ผมมาเดินดูไร่ชา แล้วฝนตกก็เลยจะรีบวิ่งกลับน่ะสิ”นภณต์ตอบ ฝนตกหนักทำเอาทั้งคู่เปียกโชกในเวลาไม่นาน“ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณพอดี เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“เจ็บเข่าน่ะ”กันยกรตอบด้วยความเซ็ง“งั้นผมขี่ไปส่งคุณที่บ้านพักแล้วกัน”ชายหนุ่มบอกแล้วยกจักรยานขึ้น กันยกรเห็นว่าฝนตกหนักมาก เธอจึงไม่ปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่ายประจำที่ด้านหน้าเธอก็นั่งซ้อนด้านหลังโดยง่ายในตอนแรกที่นภณต์ขี่จักรยานนั้นเธอพยายามจับที่ท้ายเบาะเท่านั้น ทว่าเพราะถนนลื่นทั้งยังเป็นเนินขึ้นลงทำให้ทรงตัวได้ยาก เพื่อไม่ให้ตกลงไปสุดท้ายแขนเรียวก็จำต้องกอดเอวหนา แม้จะรู้สึกแปลกๆ หากก็ไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด“คุณพักหลังนี้ใช่ไหมครับ”“ใช่”อีกฝ่ายมาหยุดลงหน้าบ้านพักของเธอ ทว่าแทนที่เขาจะแยกไปบ้านพักตัวเองกลับขยับเข้ามาโอบไหล่เธอ“อะไรของคุณ”กันยกรจะสะบัดตัว หากเสียงทุ้มดังชิดข้างหู ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มก้มลงจุมพิตศีรษะของเธอ“ท่านรองเปิดม่านหน้าต่างมองอยู่”เพราะบ้านพักของเธออยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักของภพดนั
“เราจะทำให้เต็มที่ครับ”เป็นอีกครั้งที่นภณต์เป็นคนพรีเซนต์และตอบคำถามผู้บริหารทุกอย่างแทนเธอเกี่ยวกับเกมใหม่ที่แผนกคิดขึ้นมา เธอกับชายหนุ่มรวมถึงหัวหน้าของทีมเป็นตัวแทนแผนกเข้าประชุมตั้งแต่นำเสนอ จนถึงตอนนี้ผ่านขั้นตอนการดีไซน์ภาพมาถึงสร้างแอนิเมชันตัวละครและเอฟเฟกต์ และการเขียนโปรแกรมของเกมก็ดำเนินไปบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริงในแบบอิงประวัติศาสตร์ไทยที่ทางบริษัทคาดหวังไว้มาก“ครับ ผมเชื่อใจนภณต์กับทีมงาน ถ้ามีปัญหาอะไรติดขัด หรือต้องการอะไรเพิ่มแจ้งผ่านคุณกันย์ได้เลยนะครับ”ภพดนัยฝากฝัง เขาเชื่อใจนภณต์ในเรื่องงานมากเพราะ อีกฝ่ายมีฝีมือจริงๆ ทั้งหมดเป็นทีมงานเดิม ทำงานมาตั้งแต่ผู้บริหารคนก่อน แม้ว่าประธานบริษัทจะเป็นชื่อบิดาของชายหนุ่มทว่างานในบริษัทนี้เขาเป็นคนดูและมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนอย่างเต็มที่ ยกเว้นประชุมบอร์ดบริหารบิดาของชายหนุ่มจึงเป็นผู้เข้าประชุม“แล้วก็มีอีกเรื่องที่ต้องรบกวนคุณกันย์”ผู้เป็นท่านรองพูดขึ้นหลังจบเนื้อหาการประชุม“เราจะมีสัมมนากันเดือนหน้า ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ อยากให้คุณกันย์ช่วยเลือกดูว่าเราจะไปที่ไหนดี แล้วบอกกับเลขาผมได้เลยครับ”“ได
“เฮ้อ ใช้เราเป็นเครื่องมือ สมใจก็ถีบหัวส่ง ใจร้ายจังเลยนะครับเจ้านาย”ดวงตาคู่เรียวงามค้อนขวับ อีกฝ่ายก็เหลือบมองพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างยียวนชวนโมโห“ไม่พอใจคุณก็ปฏิเสธได้นี่ มาจูบตอบทำไม หรือคิดจะไปบอกคุณโดมว่าไม่มีอะไร ฉันมันผู้หญิงมักง่ายจูบคนไปทั่วเองก็ได้ ฉันไม่แคร์หรอก”เธอเสียงแข็ง แล้วภายในรถก็เงียบไปชั่วอึดใจก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ย“คุณไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับเจ้านาย”“หึ คุณจะรู้อะไร ฉันไปเรียนเมืองนอกตั้งสามปี อาจจะผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งเยอะก็ได้”“พิสูจน์กันไหมครับ”กันยกรถึงกับอึ้งกับคำท้าของเขาแล้วกอดอกเมินหน้าหนี“ทำไมฉันต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นด้วย”“คุณไม่กล้าล่ะสิ กลัวผมรู้ว่าคุณไม่เคยมีใคร นอกจากผม”“ไม่จริงสักหน่อย”เธอหันไปเถียงเสียงขุ่น ทว่าอีกฝ่ายยิ้มนิดๆ แล้วหันไปมองถนนด้านหน้าแล้วหักเลี้ยว กันยกรสูดหายใจเข้าออกแรงอย่างหงุดหงิด“คุณติดใจผม ลืมผมไม่ลง ไม่งั้นคงไม่โสดมาถึงตอนนี้หรอก”“จอดเลยนะ ฉันไม่อนุญาตให้คุณไปส่งฉัน จอดเดี๋ยวนี้”กันยกรขึ้นเสียงยิ่งกว่าเดิมและครั้งนี้ชายหนุ่มยอมหยุดรถชิดริมทาง ทว่าเขายังไม่ลงจากรถโดยง่าย“อ้อ หรือว่า ที่คุณยังไม่มีใครเพราะหวั
กันยกรกัดฟันและพยายามฝืนยิ้มหวาน ทว่าสายตาแอบเหล่ไปมองว่าภพดนัยยังอยู่หรือไม่ เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายเธอก็ทุบอกหนาอย่างแรง“บ้าน่ะสิ ใครคิดถึงคุณ”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ผลักเขา หากชายหนุ่มยังกอดเธออยู่“อ้อ ใช้ผมเป็นไม้กันหมานี่เอง”“ย่ะ รู้แล้วก็ปล่อยได้แล้ว”เธอไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายจึงลดแขนลง ร่างอรชรรีบถอยห่างพลางสูดหายใจเข้าลึกดึงสติของตัวเอง พร้อมเรียกกำลังที่อ่อนลงไปก่อนหน้านี้ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีนภณต์กลับไปที่ห้องวีไอพี ตั้งใจว่านั่งต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงก็จะขอตัวกลับ ไม่สนใจว่าชายหนุ่มมองตามตนด้วยสายตาแบบไหน“ขึ้นแท็กซี่ไปด้วยกันนะคะพี่เมฆ จะกลับไปเอารถที่บริษัทใช่ไหมคะ น้องต้องผ่านทางนั้นเหมือนกันค่ะ”เพราะนั่งอยู่ข้างนภณต์กันยกรจึงได้ยินที่หญิงสาวซึ่งนั่งถัดจากเขาคุยด้วย วันนี้นภณต์มากับทีม ส่วนเธอขับรถมาเองเพราะรู้เส้นทางที่มาบริษัทลูกค้าแล้ว หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากกระทั่งขอตัวกลับ ในทีมมีผู้หญิงสองคน อีกคนขอตัวออกมาพร้อมกับเธอโดยมีแฟนมารับ กันยกรยืนรอเป็นเพื่อนอีกฝ่ายอยู่บริเวณด้านหน้าพักหนึ่งกระทั่งแฟนเจ้าตัวขับรถมาถึง“ขอบคุณกันย์มากค่ะ”เธอพยักหน้ารับพลางบอกว่าไม่เป็นไรอีกฝ่ายก็ขึ้
ครู่ใหญ่ผ่านไป ภายในรถมีเพียงความเงียบ กระทั่งมาถึงถนนเส้นที่บริษัทลูกค้าตั้งอยู่แต่นภณต์ก็หักเลี้ยวเข้าไปจอดร้านริมถนนซึ่งมีพื้นที่จอดรถค่อนข้างแคบ“ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณร้านนี้ดังมากเลยนะครับ อร่อย ราคาดีไม่แพง ร้านอาจจะเล็กไปหน่อยเพราะขายมาหลายรุ่นแล้ว ว่าแต่เจ้านายสะดวกไหมครับ หรือไม่ถูกใจผมพาไปร้านในห้างใกล้ๆ นี่ก็ได้”“ฉันยังไงก็ได้ เลี้ยวเข้ามาแล้วยังจะถามอีก”เธอบ่นให้ได้ยิน หากชายหนุ่มก็เพียงยักไหล่“ถ้าโอเคงั้นก็เชิญครับ”กันยกรไม่เรื่องมากในการกิน ร้านริมทางทั่วไปเธอก็นั่งมาบ่อยแล้วสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนไปเรียนต่างประเทศเธอต้องใช้เงินอย่างประหยัดกินง่ายกว่าอยู่เมืองไทยมากภายในร้านเป็นพัดลม ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทไว้ในรถ ทว่า หญิงสาวเพิ่งมาถอดในตอนที่กินก๋วยเตี๋ยวไปได้ไม่นานก็เริ่มเหงื่อซึม เธอซับเหงื่อตลอดเวลาจนทิชชูกองโต แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยถูกปากมากจึงเป็นที่พอใจของกันยกรมากกว่าจะบ่น นภณต์เป็นคนจ่ายเงินโดยเธอเองก็ไม่เรื่องมากดึงดันจ่ายเองกลับมาขึ้นรถอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ขอแวะซื้อกาแฟและเผื่อเธอด้วย กันยกรมองลาเต้ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ด้วยสายตาแปลกใจ“ลาเต้ครับ”“คุณไม่ได้ถามฉ
แม้จะค่อนข้างกังวลใจเรื่องของนภณต์ ทว่าเอาเข้าจริงกันยกรก็แทบจะไม่เจอหน้าชายหนุ่ม เพราะพูดคุยเรื่องงานโดยผ่านเลขาเป็นคนประสานนอกจากต้องประชุมทีม และอีกฝ่ายก็ออกไปพบลูกค้ากับทีมเพื่อนำเสนองานเสมอ ดูเหมือนนภณต์จะเป็นหัวใจหลักของแผนกก็ว่าได้ พวกเขาทั้งรับงานว่าจ้างจากข้างนอกและออกแบบกับพัฒนางานของบริษัทเอง แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีงานที่ดูคล้ายหรือซ้ำกันให้เป็นที่ครหา ได้รับความไว้ใจจากบริษัทอื่นอีกถึงห้าบริษัท“คุณนภณต์ขอพบค่ะคุณกันย์”ปากกาในมือซึ่งกำลังจะเซนต์เอกสารที่พึ่งอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาเสร็จหล่นลง อยู่ๆ ก็ใจเต้นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมาขอเข้าพบเธอในห้องนับจากวันที่มาแนะนำตัว“เชิญค่ะ”หญิงสาวตอบรับแล้ววางสีหน้าให้นิ่ง ผ่านไปสามอาทิตย์นับแต่ชายหนุ่มไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วจากนั้นเขาก็ดูจะยุ่งตลอดเวลา มีเพียงประชุมดูงานที่แก้ไปเท่านั้นที่เธอเจอเขา ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงท่าทางล้ำเส้นใดๆ ขณะที่กันยกรระวังตัวแจจนมากเกินไป“ขอโทษที่รบกวนครับ พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องแจ้งให้ทราบ”เมื่อพิมพ์พรรณซึ่งเดินนำชายหนุ่มเข้ามาออกไปนภณต์ก็เอ่ยทันที เขาถือแฟ้มติดมือมาด้วย
“เป็นบ้าอะไรยายกันย์”เธอบ่นตัวเองก่อนจะสตาร์ตรถ แต่กลับสตาร์ตไม่ติด สตาร์ตซ้ำเท่าไรก็ไม่มีปฏิกิริยาทำเอาหญิงสาวทิ้งตัวลงกระแทกเบาะด้วยความเซ็ง“เป็นอะไรเนี่ย”ดูนาฬิกาก็เห็นว่าสองทุ่มครึ่งแล้ว หากจะโทรหาลุงคนขับรถของที่บ้านก็คงดึกเกินไป กันยกรไม่เคยดูแลเรื่องรถด้วยตัวเอง เธอแค่ขับได้ตามประสาลูกสาวคนมีเงินทั่วไป แม้บิดาจะไม่ใส่ใจกระนั้นก็ไม่เคยต้องลำบาก“ไว้โทรพรุ่งนี้แล้วกัน”ก๊อกๆๆหญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยงที่อยู่ๆ กระจกด้านข้างก็มีคนมาเคาะ เมื่อหันมองก็เห็นว่าเป็นคนที่เพิกเฉยกันและกันมาตลอดทั้งอาทิตย์“รถสตาร์ตไม่ติดเหรอครับ”เธอได้ยินเขาถามแว่วๆ กันยกรหยิบของตนเองก่อนจะเปิดประตูลงไป ร่างสูงกำยำก็ขยับไปยืนห่างอย่างเว้นระยะ“ใช่ค่ะ สตาร์ตไม่ติด”“ผมช่วยดูให้ไหมครับ”คำถามดูง่ายและมีน้ำใจแต่อดไม่ได้เลยที่เธอจะสังเกตแววตาของเขา หากก็ดูไร้แววใดๆ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันให้คนที่บ้านมาจัดการ”“อ้อ ครับ”ชายหนุ่มยิ้มบางรับพร้อมกับมองกระเป๋าของเธอ“จะลงไปชั้นหนึ่งเหรอครับ ติดรถผมลงไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องลงลิฟต์ให้เสียเวลา”หญิงสาวอึกอักและดูไม่สบายใจขึ้นมาชัดเจน เธอเม้มริมฝีปากพลางส่ายหน้า