ร่างสูงกำยำเคลื่อนขึ้นมามอบจูบสุดดื่มด่ำ ก่อนจะขยับกายขึ้นนั่ง กันยกรคิดว่าบทรักที่แท้จริงกำลังจะตามมาจึงเกร็งตัวรอทว่า อีกฝ่ายกลับจับเธอให้พลิกคว่ำหน้าลง กายแกร่งแนบลงมาชิดเสียดสีอกแกร่งกับแผ่นหลังบางพร้อมกัดใบหูของเธอเบาๆ หยอกเอิน“ผิวคุณเนียนนุ่มอย่างกับกำมะหยี่แน่ะ ได้เบียดแบบนี้แล้วผมแข็งไปหมด”ความกร้าวเบียดถูไถกับสะโพกเธอทำเอากันยกรขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง หากก็กัดฟันต่อว่าเขาออกไป“ลามก”“แหงล่ะ ไม่ลามกจะทำให้คุณเสร็จได้ไง”“ทะลึ่ง”“หึๆๆ”ชายหนุ่มหัวเราะพอใจที่ได้ยั่วให้เธอโมโห แต่กันยกรกลับไม่ได้โกรธเคืองอีกฝ่าย กลับรู้สึกเร้าใจเร้าอารมณ์กับการกระตุ้นด้วยคำพูดของนภณต์ริมฝีปากอุ่นซุกไซ้ข้างซอกคอ พร้อมมือหนาก็สอดมาเคล้นหน้าอก ยิ่งเขาจูบเม้มคอกับบ่าเธอยิ่งตัวสั่น ครวญครางเสียงเบาด้วยความรัญจวนใจ รอยประทับค่อยๆ ต่ำลงไปตามสันหลังกันยกรก็เหมือนถูกไฟโหมท่วมกาย อาการร้อนรนมาพร้อมความซาบซ่านจนขยับสะโพกไล้กับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังในลำคอหนาราวพอใจ“คุณกันย์ใจร้อนหรือครับ”“คุณนี่”หญิงสาวขุ่นใจกับคนช่างหยอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ออกว่าเธอกำลังเร่าร้อนสุดๆ โหยหารสรักที่ได้
จากหลังฝนหยุดตกในตอนดึกนภณต์ก็เปลี่ยนใส่ชุดเดิมของเขาแล้วกลับไปบ้านพัก ก่อนกลับชายหนุ่มยังอุตส่าห์กระซิบย้ำกับเธอ‘ความลับระหว่างเราจะเป็นความทรงจำสุดพิเศษของผมตลอดไป’“ผู้ชายบ้า นอนกับฉันแล้วมาบอกว่าจบกันแค่นี้ แล้วจะชวนให้นอนด้วยทำไมอีก”กันยกรบ่นพร้อมกับเหวี่ยงหมอนลงบนที่นอนมีเพียงเธอคนเดียวที่หวั่นไหวไปกับสัมผัสเร่าร้อนของร่างกายใช่ไหม เพราะเธออ่อนหัดเกินไปใช่ไหมหญิงสาวนึกน้อยใจคนที่แตะต้องเธออย่างใส่ใจ ปรนเปรอถึงใจถึงอารมณ์แล้วก็จากไป ในเมื่อเป็นอย่างนี้เธอก็จะไม่ยอมให้นภณต์รู้ว่าตัวเองใจอ่อนไปกับเขาแน่ ครั้งแรกจ้างชายหนุ่มด้วยเงิน ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายขอเธอก็ตกลง แต่กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับรสเสน่หาของ อีกฝ่าย น่าอายจริงๆบอกตัวเองอย่างนั้นแล้วกันยกรก็พยายามข่มใจและความรู้สึกนึกคิดให้สงบลงเพื่อที่จะหลับตาลงให้ได้ต้องลืมความรู้สึกอ่อนไหวในคืนนี้ไปให้หมด ลืมเสียว่าเคยได้รับความสุขสมมากแค่ไหนจากฝีมือนภณต์สิ่งที่เห็นทำให้คนที่เพิ่งขี่จักรยานมาถึงร้านอาหารขมวดคิ้วมุ่น เจ้าของร่างสูงกำยำอุ้มร่างเล็กของเด็กผู้ชายอายุราวขวบกว่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งเธอไม่ค่อยได้เห็น ทั้งหนูน้อยยังกอดคอ
“ไอ้เวรเอ๊ย!”เขาสบถเสียงดังแล้ววิ่งพรวดไปหาทั้งสองคน ทว่ามีแท็กซี่จอดและพวกเขาขึ้นไปเสียก่อน นภณต์มองตามตลอดเวลาทั้งยังพยายามมองหาแท็กซี่เพื่อไล่ตาม จนเมื่อรถที่ทั้งคู่ขึ้นห่างไปไกลแล้วเขาจึงหารถได้“เหยียบเลยพี่ ตามแท็กซี่ข้างหน้าโน่นให้ทัน”แม้จะงุนงงหากคนขับก็กระชากรถออกทันใด นภณต์นั่งหน้าคู่คนขับเพื่อจะได้เห็นชัดๆ ใจเขาร้อนรนจนแทบนั่งนิ่งไม่ได้“เร็วอีกหน่อยครับพี่”เมื่อทำอะไรไม่ได้เขาก็เร่งคนขับอีกครั้ง และอีกฝ่ายก็จัดให้จนไล่ตามไปอยู่ด้านหลัง นภณต์เขม้นมองเพราะอยากจะเห็นว่าในรถเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ก็ไม่เห็น“ตามแฟนเหรอน้อง”“ครับ”นภณต์ไม่คิดมากหาคำตอบ เพราะใจเขาจดจ่ออยู่กับแท็กซี่คันหน้า“แฟนงอนแล้วหนีเหรอ”ชายหนุ่มเพียงส่ายหน้า ขณะนั้นก็เห็นแท็กซี่คันนั้นเลี้ยวเข้าไปในที่ที่ทำให้ต้องกัดฟันเข่นเขี้ยว“สารเลวเอ๊ย”“อ้าว พี่ก็เร่งให้แล้วนะน้อง”“ผมหมายถึงคันข้างหน้า เลี้ยวตามเข้าไปเลยพี่”นภณต์จ้องไม่วางตา คนขับก็พยายามตามติดไปจนเห็นว่าแท็กซี่คันนั้นเข้าไปจอดด้านในม่านของช่องหนึ่ง เขาก็ทุบมือลงบนคอนโซลแล้วเอ่ยขึ้น“ถ้าแท็กซี่คันนั้นออกมา พี่ขับไปจอดรอผมข้างหน้านะครับ”ขณะนั้นมีพนั
“ถ้าคุณอยากแจ้งตำรวจ ผมจะพาไป”นภณต์บอกหลังจากขึ้นมานั่งในแท็กซี่และได้โทรศัพท์มือถือของตนจากคนขับรถแล้วกันยกรส่ายหน้าเล็กน้อย เจ้าตัวสีหน้าดูไม่ดีนัก มือบางสั่น เหงื่อซึม และยังเลียริมฝีปากตัวเองบ่อยครั้ง“ไม่สบายหรือเปล่าครับ”ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็นึกแปลกใจที่สีหน้าและท่าทางของหญิงสาวราวกำลังต่อสู้กับบางอย่าง เขาจับมือบางมากุมกันยกรก็สอดปลายนิ้วประสานกับนิ้วเขาลงเล็บจิกแน่น“คุณกันย์...หรือว่า...”สมองของเขาประมวลผลในสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ มาคิดดูแล้วหากกันยกรอยู่ในสภาพมีร่างกายและจิตใจปกติสมบูรณ์พร้อม ไม่มีทางที่เธอจะมากับภพดนัยตามลำพัง ในตอนแรกเขาคิดว่าหญิงสาวดื่มมากเกินไปจนน่าจะเมา เพราะเห็นอยู่เหมือนกันว่าเจ้าตัวดื่มเยอะกว่าทุกครั้ง แต่มาถึงตอนนี้เขาเปลี่ยนความคิดแล้ว มีความเป็นไปได้เดียวที่กันยกรจะตกอยู่ในสภาพนี้ภพดนัยวางยาหญิงสาว“สารเลวเอ๊ย”เขากัดฟันเอ่ยเสียงเครียดพลางรั้งร่างที่กำลังสั่นนิดๆ และกัดริมฝีปากตัวเองมาแนบอก ลูบไหล่บางปลอบโยน“ไปโรงแรมใกล้ๆ นะครับพี่”เห็นว่ากันยกรน่าจะไม่อาจทนความทรมานได้นาน หากจะให้แท็กซี่ไปส่งถึงไร่ดิษฐวัฒน์ก็คงไกลเกินไป และก็ดึกมา
“ให้ผมช่วยคุณนะ”คงไม่มีทางไหนที่ดีไปกว่านี้แล้ว เขาไม่อาจปล่อยให้กันยกรแช่น้ำอยู่ทั้งคืนเป็นแน่ใบหน้าคมคายโน้มลงมา กันยกรก็ปิดตาลงยอมรับสิ่งที่กำลังจะตามมา เมื่อเป็นนภณต์เธอก็ไม่รู้สึกกังวลใดๆ แม้ก่อนหน้านี้จะไม่อยากเอ่ยขอให้ชายหนุ่มช่วยอย่างน่าอับอาย อีกอย่างเธออยากเว้นช่องว่าง ไม่อยากให้จิตใจตัวเองถลำลึกไปมากกว่านี้เพราะนภณต์ไม่ได้คิดอะไรกับเธอทั้งเขาก็อาจจะมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยอมจำนนให้กับฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดปากอุ่นจูบซับกลีบปากซีดที่เย็นชืดพลางโอบรัดร่างอรชรขึ้นแนบชิดกับตน มือไต่ลูบไปทั่วเนื้อตัวหญิงสาวและได้ยินเสียงครวญแผ่วอย่างพอใจ ปลายลิ้นทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดรัดแน่นไม่มีใครยอมใคร ทั้งมือบางก็ดึงทึ้งพยายามถอดเสื้อของเขาด้วยความร้อนรน จากที่ดูอ่อนระทวยเวลานี้ราวมีแรงกำลังมากขึ้นมาเสียอย่างนั้นนภณต์ดันร่างบอบบางชิดกำแพงแล้วคุกเข่าลง ยกขาเรียวข้างหนึ่งพาดบ่าตนก่อนจะเริ่มจูบเฟ้นกายสาวที่ตอนนี้ฉ่ำเยิ้มทั้งยังเปียกน้ำ ปากอุ่นจูบเคล้าและเล็มในทุกสัดส่วนใบหน้าเรียวสวยแหงนเงยพลางกัดริมฝีปากรับความซ่านสยิว มือน้อยทึ้งกลุ่มผมดกหนาขณะหอบหายใจแรงเมื่อชายหนุ่มเริ่มรุกดุดันดอกไม้งามรา
“ไงมึง หน้าตาแช่มชื่นดีนะ”“ขอบใจ ไอ้เวร”เธอได้ยินเสียงพูดแว่วๆ หน้าห้องเพราะพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ทว่าเมื่อเป็นเสียงผู้ชายใจที่เต้นรัวอย่างแอบลุ้นก็สงบลงพลางถอนหายใจยาว“กูไปทำธุระสักชั่วโมงนะ เสร็จแล้วลงไปรอที่ล็อบบี้”“อืม”“ใครเหรอคะ”เธอถามเมื่อร่างสูงใหญ่ที่ใส่ชุดคลุมกลับมาพร้อมถุงกระดาษจากร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสองถุง ดูจากสักษณะการพูดคุยเหมือนจะเป็นคนที่ค่อนข้างสนิทกันมาก แต่ก็ดูแข็งกระด้างอย่างไรชอบกล ทำให้อดที่จะถามไม่ได้“คนรู้จักน่ะครับ”กันยกรรู้สึกว่าคำตอบนภณต์ดูกำกวมราวไม่ต้องการลงรายละเอียดเขาไม่อยากให้เธอรู้เรื่องส่วนตัวไปมากกว่านี้สินะคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็จดจำสิ่งที่ภพดนัยพูดถึงนภณต์เมื่อคืนได้ ท่าทางชายหนุ่มดูไม่เหมือนคนที่ติดการพนันอย่างหนักแม้แต่น้อย เพราะเขาทำงานได้ดี ใส่ใจงานและไม่ได้รีบกลับบ้านหรือไปไหนเมื่อต้องอยู่ช่วยแต่ละทีมแก้งานดึกๆ ทว่านึกย้อนกลับไปสามปีก่อนก็ดูจะมีความเป็นไปได้ในตอนนั้นนภณต์เป็นหนี้เงินแสนและดูร้อนเงินพลางคิดไปก็เปิดถุงที่ชายหนุ่มยื่นมาให้ ส่วนเขาขอตัวแยกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำก่อน ขณะที่เธอยังคลุมกายด้วยผ้าห่มบนเตียงมือบางหยิ
กันยกรได้คำตอบเมื่อเธอกับนภณต์ย้ายจากบ้านพักที่เป็นโฮมสเตย์ไปยังบ้านอีกหลังซึ่งใหญ่กว่าโดยเป็นคนละส่วนกับเขตไร่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพัก และอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังใหญ่ที่อยู่บนเนินบ่งบอกว่าเจ้าของสถานที่อยู่ที่นั่น“อยู่ที่นี่เลยจะดีเหรอ เกรงใจคุณท่าน”นภณต์ถามกับน้องสาว หญิงสาวยังไม่ทันตอบเสียงเข้มก็ดังขึ้น“เกรงใจก็ไม่ต้องอยู่ต่อสิวะ”มือบางหันไปตีแขนคนข้างตัว หากเขาก็เพียงยักไหล่“หมอกขออนุญาตกับคุณย่าแล้วค่ะ บ้านหลังนี้สร้างไว้สำหรับญาติ คุณย่าท่านยังบอกเลยว่านานทีปีหนมีคนมาพักบ้างก็ดีน่ะค่ะ”เพราะเจ้าของไร่ดิฐวัฒน์อยู่ที่เชียงรายมานับแต่บรรพบุรุษ และเวลานี้ก็มีเพียงคุณนายแสงหล้าย่าของธีรดนย์เจ้าของไร่ที่อาวุโสที่สุด จึงไม่มีญาติจากแดนไกลมาพักผ่อนเท่าไร มีบ้างที่ขอมาจัดงานเลี้ยงแบบพิเศษส่วนตัวในไร่เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาบ้านหลังนี้จึงได้ใช้รับรอง ส่วนญาติทางฝ่ายบิดาของธีรดนย์ คุณนายแสงหล้าตัดขาดไม่ให้มาเหยียบที่นี่ ทางนั้นจะได้พบหลานชายในบางครั้งที่ชายหนุ่มกับภรรยาพาบินไปทำธุระที่กรุงเทพฯ ด้วยเท่านั้นกันยกรไม่คิดว่าเจ้าของไร่จะยังหนุ่มแน่นดูเหมือนจะรุ่นราวคราวเดีย
วันเสาร์ถัดมาจากการไปสัมมนากันยกรก็กลับไปทานมื้อเย็นที่บ้าน ทั้งที่ไม่อยากไปแม้แต่น้อย ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอไม่ได้พบทั้งนภณต์และภพดนัยทำให้ทำงานได้อย่างไม่ต้องกังวลใจนัก เพราะอาทิตย์นี้ไม่มีการประชุมกับผู้บริหารเลย ทว่าเมื่อกลับบ้านก็เป็นไปได้สูงที่ต้องเจอชายหนุ่ม และก็จริงเมื่อลงจากรถชายหนุ่มที่เดินวนเวียนอยู่ในสวนก็ตรงดิ่งมาหาแม้เธอพยายามเร่งฝีเท้าหนีเขาก็ยังมาขวาง“ผมขอโทษ”ภพดนัยรีบพูดเสียงอ่อน“ถ้ารู้สึกเสียใจจริงก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก สิ่งที่คุณทำมันเหมือนฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นชัดๆ”ชายหนุ่มถอนหายใจแรงก่อนจะต่อรองกับเธอ“งั้นคุณกันย์ก็ต้องเลิกกับไอ้นภณต์ด้วย”“มันเกี่ยวกันตรงไหนคะ”เธอสวนกลับทันใดแม้ความจริงตนจะไม่ได้คบกับนภณต์ก็ตาม“มันไม่เหมาะสมกับคุณ”“นี่คุณโดม คนที่คบกับคุณเมฆคือฉัน ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณมาคบด้วย จะมาเดือดร้อนทำไม”“ผีพนันอย่างมันคนละชั้นกับผม คนอื่นรู้ว่าคุณถอนหมั้นผมไปเอามัน ผมต้องขายขี้หน้าชาวบ้านเขาแค่ไหน”สิ่งที่ชายหนุ่มพูดทำให้กันยกรถึงกับต่อมโมโหพุ่งปรี๊ด“ขายหน้าเหรอคะ คนอย่างคุณกลัวขายหน้าด้วยเหรอ คุณหักหลังฉันไปนอนกับยายเก๋อย่างหน้าไม่อาย แถมยังวางย
“อย่าแรงมากนะคะ”คำเตือนหญิงสาวราวคำบอกชี้ทางสว่างจากนางฟ้าในความรู้สึกนภณต์ เขาจูบแก้มนุ่มแล้วไล้ไปจูบริมฝีปากอิ่มสีอ่อนซ้ำอีกพลางจัดการปราการส่วนล่างของทั้งคู่ แล้วเชื่อมกายแกร่งเข้ากับความนุ่มอบอุ่นช้าๆกันยกรกัดริมฝีปากกับความเสียดเสียวที่ได้รับ ก่อนจะครางผะแผ่วตามแรงรักเน้นแนบแน่นที่ส่งมาจากสะโพกแกร่ง ชายหนุ่มทำตามคำขอกระนั้นก็ยังรัญจวนใจอย่างรุนแรง มือบางเกาะขอบสระไม่ให้ตนทรุดลงไปหรืออาจลื่นขึ้นมา หากก็มีแขนกำยำโอบกายเธอประครองไว้ด้วยริมฝีปากอุ่นจูบเม้มคอกับบ่าของเธอไม่หยุด สัมผัสรุกเร้าเอื่อยเฉื่อยอัดเต็มไปด้วยอานุภาพแห่งเสน่หา สองร่างโยกคลอนไปด้วยกันคลอกับระลอกคลื่นที่กระเพื่อมไหวตามแรงขยับ อารมณ์เร่าร้อนเดือดพล่านไปพร้อมกับความลุ้นระทึกใจกับบทรักแปลกใหม่ กระตุ้นทั้งสองให้ยิ่งเร้าใจมากกว่าเดิมเสียงหวานครางพร่าเบาในลำคอด้วยพยายามสะกดตัวเองไม่ให้ส่งเสียงดังเกินไปนัก ขณะที่ชายหนุ่มก็หอบแรง ลมหายใจร้อนหนักๆ เป่าแก้มกับลำคอเธอตลอดเวลา ทำให้ผิวที่เย็นจัดหวิววาบจนกันยกรรู้สึกราวตัวเองกำลังไข้ขึ้น“เมฆคะ”เธอเร่งชายหนุ่มเมื่อกระแสแปลบปลาบกำลังแผ่ซ่านรวดเร็ว และอีกฝ่ายก็เน้นส่งสะโพก
‘ตอนนี้บ้านเรากำลังมีปัญหาหลายอย่าง กันย์คิดว่าจัดงานคงไม่หมาะเท่าไร คุณพ่อไม่โกรธใช่ไหมคะ ที่กันย์เลือกทำแบบนี้’‘อืม พ่อเข้าใจ อีกอย่างจัดงานแต่งใหญ่โตแล้วยังไง ไม่ได้รับประกันว่าชีวิตคู่จะมีความสุขสักหน่อย ถ้าลูกไม่น้อยใจว่าพ่อไม่จัดงานให้ใหญ่และทุกคนรับรู้กันทั่วเมืองเหมือนยายเก๋ พ่อยังไงก็ได้’กันยกรกราบขอบพระคุณบิดาพร้อมกับนภณต์ หลังจากพูดคุยกันเรื่องสินสอดทองหมั้นแล้วเธอบอกว่าตั้งใจเพียงแค่จะจดทะเบียนสมรสกับนภณต์เท่านั้นท่านก็อนุญาต‘จะจดเมื่อไรก็บอก พ่อจะไปเซ็นเป็นพยานให้เอง’ส่วนคุณการันต์คิดเพียงว่ากันยกรมีความสุขก็พอใจแล้ว เมื่อท่านไม่สามารถดูแลบุตรสาวให้มีความสุขได้ตั้งแต่เด็กจนโต หากเวลานี้เจ้าตัวกำลังจะสร้างชีวิตครอบครัวของตัวเองอย่างสมบูรณ์และเต็มไปด้วยความสุขท่านก็มีความสุขไปด้วยและทั้งสองก็ได้ฤกย์ยามกับวันดีแล้วก็จดทะเบียนสมรสในเดือนต่อมา นอกจากบิดาของกันยกรมาเป็นพยานแล้ว นิชาดาน้องสาวของนภณต์ก็บินมาจากเชียงรายด้วย‘พี่ชายคนเดียวแต่งงาน หมอกจะไม่มาได้ยังไงคะ’แม้จะเป็นเพียงการจดทะเบียนก็ถือว่าแต่งงาน แล้วจากนั้นคุณการันต์ก็พาทุกคนไปเลี้ยงอาหารที่โรงแรม ซึ่งมีธีรดนย์ส
นภณต์ดื่มด่ำรสชาติล้ำลึกแทบเหือดแห้ง เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเรือนร่างงามหอบหนักตัวอ่อนระทวยเขาก็โน้มไปจูบริมฝีปากสวยที่เผยอหายใจอย่างปลอบใจ มือหนาลูบเต้ากลมกลึงเคล้นหนักมือตามความต้องการอันร้อนแรงที่กำลังพุ่งสูงของตน พลางลุกขึ้นนั่งเพื่อปฏิบัติการรักให้ปลอดภัยกับลูกน้อยนภณต์เคลื่อนกายเชื่องช้าเข้าหาร่างนุ่มอุ่นที่บีบแน่นจนเขาต้องกัดฟันข่มใจตัวเองไม่ให้ทะยานกายรวดเร็วเต็มรักในคราวเดียว ชายหนุ่มหักห้ามร่างกายตัวเองยั้งสะโพกแกร่งยามโยกไหว ไม่ส่งแรงรักทุ่มทั้งตัวใส่ไปยังหญิงสาว เพียงคุกเข่ายันสะโพกขยับเอวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ถึงอย่างนั้นก็รับรู้ถึงความอิ่มเอมจากสัมผัสอ่อนโยนระหว่างร่างกายดวงตาคู่เรียวงามมองร่างสูงกำยำกำลังผลักเบียดสะโพกอย่างใส่ใจจนเห็นกล้ามเนื้อขึ้นเป็นมัดสวย แม้อีกฝ่ายจะกัดริมฝีปากแน่น หากแววตาที่ส่งมาถึงเธอก็เต็มไปด้วยความพอใจ และบทรักเชื่องช้าก็นำพาให้หญิงสาวผวาเฮือกอีกครั้งนภณต์พึงพอใจยามได้มองกันยกรหมดสิ้นเรี่ยวแรง นอนครวญครางระทดระทวยหรือดิ้นเร่าเพราะตนเอง เขาเบียดสะโพกไม่หยุด พลางปลายนิ้วโป้งก็บดแนบส่วนบอบบางทำเอาร่างสาวสั่นระรัว ส่งเสียงห้ามเครือพร่า“คุณเมฆ ฉั
“น้องสาวกับแม่เลี้ยงคุณใจร้ายมาก ทำกันขนาดนี้ได้ยังไง ยังดีที่ลูกของเราปลอดภัย”นภณต์ทายาตรงมุมปากรวมถึงแขนและเข่าของเธอพลางบ่นอุบเพราะกันยกรมีรอยชกช้ำแทบจะทั้งตัว โดยที่แขนกับเข่านั้นหนักที่สุดกันยกรซึ่งนั่งพิงหัวเตียงถอนหายใจยาว ทั้งคู่ไปหาหมอมาแล้ว ทั้งตรวจร่างกายและฝากท้องเรียบร้อย เธอโล่งใจมากที่ลูกปลอดภัยดีไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใด“ยายเก๋เสียใจมากก็เลยควบคุมตัวเองไม่ได้ ส่วนอาภัสจะสติแตกตามไปด้วยไม่แปลกหรอกค่ะ ท่านรักยายเก๋มาก เป็นฉันก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน”นภณต์จับมือเธอขึ้นกุมพลางลูบแผ่วเบา ขณะสายตามองมาอย่างแสนรักและกันยกรก็รับรู้ได้“คุณเก่งมากเลยครับที่อยู่กับสองแม่ลูกใจร้ายนั้นมาได้โดยไม่เสียคน ไม่หนีออกจากบ้าน แถมยังการเรียนดีมากอีก ผมนับถือจิตใจของคุณจริงๆ”ชายหนุ่มเอ่ยจากใจอย่างชื่นชม“ฉันต้องใช้ความอดทนมากค่ะตอนที่ยังเด็ก อยากหนีออกจากบ้านตั้งแต่พ่อบอกว่าจะแต่งงานด้วยซ้ำ แต่คุณแม่เคยพูดกับฉันตอนที่ท่านป่วยหนักก่อนเสีย ว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามฉันออกจากบ้านเด็ดขาด แต่ฉันก็ออกมาอยู่ข้างนอกตอนเรียนมหา’ ลัยนะคะ ตอนนั้นฉันคิดว่าดูแลตัวเองได้แล้ว มีจุดมุ่งหมายในใจ ไม่ใ
“คุณเมฆเป็นคนรักของกันย์ค่ะ”กันยกรขอคุยกับบิดาภายในห้องทำงานของท่านพร้อมกับนภณต์ แม้ท่านจะบอกให้เธอไปหาหมอก่อนแล้วค่อยคุยวันหลัง ทว่าหญิงสาวบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญบิดาจึงตกลง“ฉันก็พอเดาได้ ถามเมฆเขาไปแล้วเหมือนกัน ว่ามารู้จักคบหากับแกได้ยังไง”คุณการันต์บอกเสียงเรียบทำให้กันยกรรีบหันมองคนที่นั่งข้างตน ว่าบอกอะไรกับบิดาไปบ้าง ทว่าชายหนุ่มยิ้มบาง“ตกลงเรื่องที่แกจะคุยมันเรื่องอะไร”เหมือนบิดาต้องการเข้าเรื่องให้เร็วที่สุดกันยกรสีหน้าไม่ค่อยดีนักจนนภณต์สังเกตได้ เข้าใจว่าหญิงสาวกลัวที่จะบอกบิดาว่าท้อง ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้เขามาด้วยเพื่ออยู่เคียงข้าง“ผมผิดเองครับ”ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเอง กันยกรหันมองเขาอย่างงุนงง ทว่าพออีกฝ่ายพูดต่อเธอก็เผยอปากค้าง“คุณกันย์ท้องครับ”มือบางรีบคว้ามือหนาไว้แต่พูดไม่ออกแล้วหันไปมองบิดาช้าๆ เมื่อท่านเอ่ยเสียงเบา“ท้องเหรอ?”สีหน้าของบิดาที่สงบนิ่ง ทว่าแววตาเอ่อคลอด้วยน้ำทำให้เธอขอบตาร้อนผ่าวไปด้วยส่วนนภณต์มองสองพ่อลูกอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดทั้งสองจึงมีสีหน้าท่าทางเสียใจ เขาคิดว่าจะถูกด่าที่ชิงสุกก่อนห่าม หรือไม่ก็ไม่ระวังจนทำให้กันยกรท้องก่อนแต่งให
คืนวันเสาร์กันยกรพักที่บ้านเพราะบิดาคิดว่าเธออาจระบมที่ถูกทำร้ายจนไข้ขึ้น‘บ้านมีคนอยู่เยอะ ช่วยกันดูแลได้ กลับไปนอนไข้ขึ้นคนเดียวแกจะทำยังไง’เพิ่งเกิดเรื่องหมาดๆ กันยกรจึงไม่อยากขัดใจบิดา รู้ว่าท่านค่อนข้างเครียด เธอเองมารู้เรื่องสูญเสียหลานยังเสียใจ บิดาของเธอคงเสียใจมากไม่น้อยไปกว่าแม่เลี้ยงกับน้องสาว ใบหน้าท่านจึงได้ดูไม่ดีนักในตอนที่เธอถามถึงเกวลินหญิงสาวปวดระบมไปทั้งตัว และเรื่องลูกของเกวลินก็ทำให้เธอนึกถึงตัวเองขึ้นมา เผชิญเรื่องยุ่งมาหลายวันทำให้กันยกรมีความเครียดสะสม แม้จะกินยาไม่เคยขาดแต่ก็อดกังวลไม่ได้หลังจากถูกทำร้าย ตอนที่ถูกผลักล้มเธอเอาลำตัวด้านข้างและแขนลง ไม่ใช่ส่วนก้นหรือสะโพกกระแทกพื้นตรงๆ แต่กันยกรก็นึกเป็นห่วงลูกมากจนนอนพลิกไปมา‘มารับฉันที่บ้านได้ไหมคะ’หญิงสาวส่งข้อความไปหานภณต์และชายหนุ่มก็โทรกลับมาทันที‘ได้ครับ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า’กันยกรเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดออกไป“ฉันท้องค่ะ”เสียงปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งราวใช้เวลาประมวลข้อมูลนาน ทำเอากันยกรใจเต้นแรงขณะรอฟังว่าชายหนุ่มจะพูดอะไร‘ยะฮู้!!’เสียงตะโกนดังมาทำเอาเธอสะดุ้ง‘จริงเหรอครับ คุณไม่ได้อำผมนะ แต่จะว่า
เพราะต้องไปโรงพักให้ปากคำและข้อมูลกับตำรวจ ทั้งมีงานล้นมือนภณต์จึงลืมไปเสียสนิทว่ากันยกรมีเรื่องที่จะบอกกับเขา หญิงสาวเองก็กังวลเรื่องปัญหาของภพดนัยที่จะกระทบไปถึงทางบ้าน รวมถึงบริษัททำให้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของตัวเองเช่นกัน แม้ตอนเช้าจะมีมึนหัวบ้างทว่าพอต้องทำงานก็ลืมไปเลยเวลานี้ปัญหาของภพดนัยทำให้งานภายในบริษัทสะดุด หลายฝ่ายต้องพยายามติดต่อและตามงานกันเอง และก็มีประชุมผู้บริหารเพื่อหาทางออกโดยจำเป็นต้องแต่งตั้งคนขึ้นมาแทนชายหนุ่ม เนื่องจากเวลานี้แม้จะประกันตัวออกมาแล้วทว่าก็คงหยุดมาทำงานไปพักใหญ่ หรืออาจไม่มาทำเลย ซึ่งคดีความต้องใช้เวลาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายอย่างกันยกรและนภณต์ที่ยืนยันว่าจะเอาผิดภพดนัยให้ได้ผู้บริหารทุกฝ่ายรวมถึงผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างคุณการันต์มาด้วยตัวเอง ทว่าบิดาของภพดนัยส่งตัวแทนซึ่งเป็นเลขาประจำตัวมาแทน ใช้เวลาประชุมเครียดอยู่นานเพราะหาคนที่เหมาะสมซึ่งทุกฝ่ายยอมรับได้ยาก แม้มีความเป็นไปได้ที่กันยกรจะเข้ามานั่งตำแหน่งแทนในเมื่อบิดาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ นอกนั้นเป็นหุ้นเล็กที่ยากจะปล่อยให้กุมอำนาจเหนือหุ้นใหญ่ได้ ทว่าเธอเข้ามาทำงานไม่นานทำให้ผู้บริหารบางคนยังไม่มั
กันยกรยิ้มบางก่อนจะน้ำตาเอ่อคลอหลังจากได้ยินในสิ่งที่คุณหมอสาวพูด‘คุณตั้งครรภ์แปดสัปดาห์แล้วค่ะ’ความรู้สึกในตอนนี้แม้จะอึ้งอย่างคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ทว่าภายในอกกลับอัดแน่นด้วยความอิ่มอกอิ่มใจจนขอบตาร้อนผ่าวเมื่อเช้าก่อนจะไปทำงานเธอมีอาการเหมือนเดิมและเพลียหนักกว่าปกติจนสุดท้ายก็โทรไปบอกพิมพ์พรรณว่าลาช่วงเช้าเพราะจะไปหาหมอ อีกฝ่ายจึงซักอย่างห่วงใยแต่เธอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก อาจจะนอนน้อย ก็เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานภณต์แทบไม่ยอมปล่อยให้เธอได้นอนพักเต็มตา‘ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ แกสะดวกมาที่คอนโดไหม’‘เป็นอะไร มีปัญหาอะไรหรือเปล่า’ภาวินีเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอถาม น้ำเสียงห่วงใยชัดเจน กันยกรโทรหาอีกฝ่ายเพราะติดต่อกันมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนหรือแม้แต่ตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอสนิทกับภาวนีเพราะเป็นเพื่อนคนเดียวที่คุยกันมากที่สุดตั้งแต่สมัยเรียน และเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกอิจฉาเธอ อีกฝ่ายเป็นคนพูดตรงและแสดงออกตรงไปตรงมาทุกเรื่อง ที่สำคัญมีพี่สาวเป็นหมอกันยกรไม่ได้บอกนภณต์เพราะรู้ว่าชายหนุ่มยุ่งกับงาน เนื่องจากเพิ่งกลับเข้าไปทำงานในอาทิตย์นี้‘ไม่สบายน่ะ’‘งั้นเดี๋ยวฉันไปรับ’อีกฝ่ายรับป
“ผมรักคุณ พูดอีกครั้งก็ได้ครับ”นภณต์บอกโดยง่ายและรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้โกรธเขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งต่างรับรู้ได้ถึงความผูกพันผ่านการใส่ใจกันและกัน แล้วริมฝีปากก็ค่อยเคลื่อนแนบสนิทตามอารมณ์วาบหวาม บดเบียดจูบเร้าเร่าร้อนจนต่างก็หอบแรง“ผมหิว ไม่อยากรอแล้ว”ชายหนุ่มพึมพำใกล้ริมฝีปากสีหวานพลางมองอย่างหลงใหล“เพิ่งกินไปเองนี่นา”กันยกรแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ แม้จะรู้ความหมายดี“คุณก็รู้ว่าผมหิวอย่างอื่น”พร้อมบอกริมฝีปากได้รูปก็จูบแก้มนุ่ม แตะแผ่วลงมาซุกไซ้ลำคอบาง“อยากกินผิวนุ่มๆ ตัวหอมๆ”ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบชิดใบหูเล็ก“กับรสชาติหวานๆ ของคุณ”มือบางยกขึ้นปิดปากได้รูปเพราะอาย“หยุดพูดได้แล้ว”“ไม่ให้พูด แต่อนุญาตให้กินใช่ไหมครับ”กันยกรยิ้มแล้วมองไปทางอื่น ชายหนุ่มก็จับมือบางมาจุมพิตแล้วก้มลงมอบจูบแสนหวานให้หญิงสาว เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กจนเจ้าตัวครางในลำคอ แล้วจึงผละมาพรมจูบผ่านคางเล็กมาจนถึงกลางอก สองมือเคล้นหน้าอกอวบ ขณะที่เข่าเริ่มแทรกระหว่างขาเรียวดันให้หญิงสาวขยับเปิดทางอกสาววูบวาบด้วยความร้อนระอุเมื่อชายหนุ่มเริ่มลงมือปลุกปั่นร่างกาย มือหนาสอดเข้ามาอ้อมไปด้านหลังปลดตะขอก่อนจะเลื่อนมาเคล้าค