เมื่อคุยกับพี่สาวแล้วกานต์ชิสาก็แวะไปยังร้านเบเกอรี่สั่งงานลูกน้องตามที่พี่สาวบอกจากนั้นก็ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะตรงไปยังโรงพยาบาล
หญิงสาวได้ชื่อจริงและนามสกุลจริงมาจากกานต์สิชาก็เลยถามจากทางประชาสัมพันธ์และอ้างว่าตัวเองเป็นตัวแทนจากบริษัทประกันชีวิตประชาสัมพันธ์ก็เลยยอมบอกว่าคุณไตรภพรักษาตัวอยู่ที่ไหน
กานต์ชิสาเดินตามป้ายบอกทางแผนกไอซียูเธอยืนมองคนไข้ที่อยู่ด้านในผ่านกระจกหญิงสาวไม่รู้หรอกว่าคนไหนชื่อไตรภพจึงต้องไปถามจากพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์แต่พยาบาลพยาบาลก็ไม่ยอมบอก
เธอถอนหายใจและขอตัวกลับแต่ยังไม่ทันออกมาจากบริเวณหน้าห้องไอซียูก็เจอผู้หญิงกับผู้ชายเดินมาเข้ามาทัก
“ยังมีหน้ามาเยี่ยมกันอีกนะ เพราะเธอคนเดียวเลยทำให้พี่ไตรถึงเป็นแบบนี้”
“คุณพูดถึงอะไร” กานต์ชิสากำลังงงว่าผู้หญิงคนนี้หมายถึงอะไร
“ยังจะมาทำหน้าซื่อ ฉันรู้นะว่าเมื่อคืนเธออยู่ในรถกับพี่ไตร”
“คุณเป็นเมียของคุณไตรภพเหรอคะ” กานต์ชิสาถามเพราะไม่เคยเจอมาก่อนแต่ถ้าเดาจากคำพูดก็น่าจะใช่
“อย่าทำมาเป็นไม่รู้จักฉันหน่อยเลย เธอก็รู้ว่าฉันเป็นเมียพี่ไตร แล้วฉันขอบอกไว้เลยนะว่ายังไงฉันกับพี่ไตรไม่มีทางเลิกกันเด็ดขาด”
“ค่ะ”
“แล้วเขาขอสั่งอีกอย่างจากนี้เธออย่ามาเยี่ยมพี่ไตรอีก”
“แต่ฉันอยากรู้ว่าการของคุณไตรภพเขาเป็นยังไงบ้าง”
“เธอจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ”
“ก็ในฐานะคนเคยรู้จักกัน”
“แค่คนเคยรู้จักเหรอ ฉันล่ะสงสารพี่ไตรจริงๆ ถ้ามาได้ยินคำพูดนี้จากเธอเขาคงเสียใจมากนะ เอาล่ะฉันจะบอกให้เอาบุญก็แล้วกันว่าตอนนี้อาการของพี่ไตรเป็นยัง”
“ขอบคุณค่ะแล้วเขาเป็นยังไงบ้าง”
“พี่ไตรมีเลือดคลั่งในสมองตอนนี้สมองเขาบวมมากและขาหัก”
“เลือดคลั่งเหรอคะ” เธอตกใจเพราะเมื่อคืนพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินไม่ได้บอกแบบนั้น
“หมอยังไม่รู้เลยว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาตอนไหนและจะจำอะไรได้หรือเปล่า เป็นยังไงล่ะพอใจหรือยังเพราะเธอคนเดียวให้พี่ไตรต้องเป็นแบบนี้”
“คุณแน่ใจเหรอคะว่าฉันเป็นคนทำให้สามีคุณเป็นแบบนี้ถ้าหากคุณไม่ขับรถไล่ตามอุบัติเหตุก็คงไม่เกิดขึ้น” กานต์ชิสาเถียงไปตามที่ตนเองฟังมาจากพี่สาว
“ก็ฉันบอกให้เขาหยุดจอดรถคุยกับฉัน เขาไม่ยอมหยุดเองเป็นเธอใช่ไหมล่ะที่บอกให้เขาขับรถหนีฉัน”
“ฉันจะทำอย่างนั้นทำไมล่ะ”
“ก็เพราะเธออยากจะให้เขาเป็นของเธอคนเดียวไงล่ะ ถ้าพี่ไตรเป็นอะไรขึ้นมาเธอจะต้องรับผิดชอบ”
“จะให้ฉันรับผิดชอบอะไรเขาก็เป็นสามีของคุณ มันเกี่ยวอะไรกับฉัน”
“ทีแบบนี้มาบอกว่าเขาเป็นผัวฉันแล้วทีวันอื่นล่ะเธอเอาเขาไปกกอยู่ตั้งนานไม่ละอายใจมั่งเหรอ”
“คุณจะพูดหรือจะคิดอะไรก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ ตอนนี้ฉันต้องการแค่ให้คุณไตรฟื้นขึ้นมาเร็วที่สุด เขาจะได้บอกอะไรบางอย่างกับคุณ”
“เธอคงไม่หวังให้เขาฟื้นขึ้นมาแล้วบอกเลิกฉันหรอกนะเพราะมันไม่มีทางเป็นแบบนั้นเลย ถ้าเขาเลิกกับฉันเขาก็เป็นผู้ชายที่เหลือแต่ตัวเท่านั้น”
“เขาจะเหลือแต่ตัวมันก็ไม่เกี่ยวกันฉัน”
“แน่เหรอ ถ้าเขาไม่มีเงินให้เธอจะยอมเป็นเมียน้อยเขาเหรอ รู้ไว้นะบริษัทที่เขาบริหารงานอยู่ตอนนี้มันก็เป็นบริษัทของครอบครัวฉัน เขาจะไม่เหลืออะไรเลยแล้วเธออยากจะได้ผู้ชายที่ไม่เหลืออะไรเลยแบบนั้นหรอก”
“เขมพี่ว่าค่อยๆ คุยกันดีกว่านะเสียงดังเกินไปแล้ว” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เตือนน้องสาว
“พี่เข้มจะให้เขมใจเย็นได้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อยแล้วยังจะมีหน้ามาเยี่ยมพี่ไตรอีก”
“ฉันไม่อยากจะคุยเรื่องนี้กับคุณหรอกค่ะรอให้เขาฟื้นขึ้นมาก่อนดีกว่า” กานต์ชิสาส่ายหัว
“ฉันขอสั่งเธอเลยนะ ว่าห้ามมายุ่งกับพี่ไตรอีกเด็ดขาด อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอยังแอบมาเยี่ยมเพราะถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะทำลายร้านเบเกอรี่เล็กๆ ของเธอให้มันไม่เหลือแม้แต่ซากเลยทีเดียว” เขมิกาขู่ด้วยน้ำเสียงอาฆาต
“โหดร้ายเกินไปไหมคะคุณ แต่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวกับคำขู่ของคุณ”
“เธอกำลังท้าทายฉันอยู่นะเปล่าค่ะ”
“ฉันไม่กล้าท้าทายคุณหรอกค่ะ ถ้ายังไงขอตัวกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดจบก็เดินออกมาจากบริเวณหน้าห้องไอซียูเข้ามาในลิฟต์โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าผู้ชายที่เดินมากับภรรยาคุณไตรภพเดินตามเธอมาด้วย
“ผมขอคุยอะไรกับคุณหน่อยสิ”
“ฉันเหรอคะ”
“ใช่คุณนั่นแหละ”
“แล้วคุณเป็นใครจะมาขอคุยกับฉันได้ยังไง”
“ผมเป็นพี่เขยของนายไตร”
“พี่เขยหมายความว่าคุณคือพี่ชายของผู้หญิงที่ด่าฉันเมื่อกี้เหรอคะ” กานต์ชิสาไม่รู้ว่าเขาจะตามเธอมาทำไม
“ใช่ผมคือใช่ผมคือพี่ชายของเธอ และผมมีอะไรจะตกลงกับคุณหน่อย”
“ทำไมฉันจะต้องตกลงอะไรกับคุณล่ะคะ ในเมื่อฉันกับพี่เขยของคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“คุณอย่าคิดนะว่าผมไม่รู้ว่าคุณกับนายไตรเป็นอะไรกัน”
“แล้วคุณคิดว่าฉันกับเขาเป็นอะไรกัน”
“จะต้องให้ผมพูดอีกเหรอ”
“ก็ได้ค่ะ ไม่พูดก็ไม่พูดงั้นคุณจะคุยอะไรกับฉัน”
“เราไปหาที่นั่งคุยกันดีไหม ร้านกาแฟตรงนั้นเป็นไง” เขาพูดเมื่อลิฟต์มาแล้วเห็นร้านกาแฟพอดี
“ก็ได้ค่ะ”
เมื่อไปถึงร้านทั้งสองก็สั่งเครื่องดื่มและขนมคนละชิ้นจากนั้นชายหนุ่มก็แนะนำตัว
“ผมชื่อเขมณัฏฐ์หรือจะเรียกว่าเข้มก็ได้ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร” เขายังไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไรเพราะเขมิกาก็ไม่เคยพูดชื่อภรรยาน้อยของไตรภพให้เขาฟัง
“ฉันชื่อเค้กคุณมีอะไรจะคุยกับฉันก็คุยมาสิคุณเข้ม”
“ผมไม่อยากให้คุณไปยุ่งเกี่ยวกับน้องเขยและน้องสาวผมอีก”
“ฉันไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวเลย ที่ฉันมาวันนี้ก็อยากจะมาดูว่าอาการเขาเป็นยังไงบ้าง”
“ในเมื่อคุณเห็นแล้วว่าตอนนี้เขายังไม่ฟื้นเพราะฉะนั้นคุณก็อย่ามาเยี่ยมพี่เขยผมอีก”
“คนเราจะแสดงความมีน้ำใจมาเยี่ยมกันไม่ได้เชียวเหรอคะ ทำไมคุณจะต้องห้ามด้วย”
“ถ้าเป็นคนอื่นผมคงไม่ห้ามแต่คุณก็รู้ตัวดีว่าคุณเป็นอะไรกับนายไตรผมไม่อยากให้น้องสาวผมไม่สบายใจ”
“ดูท่าทางคุณเป็นพี่ชายที่แสนดีจังเลยนะ”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ใช่เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีอย่างที่ผู้หญิงก็มีพูดจริงๆ ไม่ว่าน้องสาวของเขาอยากได้อะไรหรือต้องการให้เขาทำอะไรเขมณัฏฐ์ก็จะทำให้น้องสาวทุกอย่าง เพราะมีกันอยู่แค่สองพี่น้องเนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตไปกันหมดแล้วอะไรก็ตามที่ทำให้เขมิกามีความสุข เขาก็ยินดีทำทุกอย่าง
“ตกลงค่ะ ฉันจะไม่มาเยี่ยมเขาอีกแล้ว แต่ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาคุณช่วยรบกวนโทรบอกฉันหน่อยได้ไหม แค่โทรบอกมันคงไม่ลำบาก เกินไปหรอกนะคะ”
“เอาเบอร์โทรศัพท์ของคุณมาสิถ้านายไตรฟื้นผมจะโทรบอกคุณ”
เมื่อแลกเบอร์โทรศัพท์แล้วหญิงสาวก็เดินออกไปจากร้านกาแฟเขมณัฏฐ์มองตามด้วยความเสียดายเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์มาก แต่ไม่น่าจะต้องมาเป็นภรรยาน้อยของใครเลยถ้าหาได้เจอเธอก่อนไตรภพเขาก็อาจจะจีบเธอก็ได้แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว
กานต์ชิสากลับมาถึงบ้านในเวลาบ่ายซึ่งตอนนี้กานต์สิชาแฝดคนเป็นพี่ก็กำลังรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน“เป็นยังไงบ้างเค้กคุณไตรภพฟื้นหรือยัง”“ยังเลย เค้กไปเจอเมียเขาด้วยนคะ เขาคิดว่าเค้กคือพี่”“อะไรนะ แล้วเขาว่าอะไรเค้กหรือเปล่า”“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ แต่เขาบอกว่าห้ามเราไปเยี่ยม ถ้าหากเราไม่เชื่อและยังไปเยี่ยมสามีเขาอีก เขาอาจจะส่งคนมาพังร้านก็ได้ ทำไมคุณเขมิกาถึงใจร้ายแบบนั้นล่ะพี่ครีม”“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันปกติเขาก็ไม่เคยมาวุ่นวายเลย”“หรือเป็นเพราะอาการสามีเขาก็ค่อนข้างหนัก”“หนักเหรอแต่เมื่อวานพยาบาลบอกว่ามีแค่ขาหักเองนะ”“อือ เค้กก็ได้ยินแบบนั้น แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในห้องไอซียู เมียเขาบอกว่าเขามีเลือดออกในสมองด้วย ไม่รู้ว่าจะฟื้นมาตอนไหนแล้วจะจำอะไรได้หรือเปล่า”“พี่ไม่คิดเลยว่าอาการเขาจะหนักขนาดนั้น”“เค้กก็ไม่คิดเหมือนกัน ถ้าเกิดสามีเขาเป็นอะไรไปขึ้นมาจริงๆเค้กว่าพี่ครีมแย่แน่ เขายิ่งโทษว่าเป็นความผิดของพี่อยู่”“จะว่าเป็นความผิดของพี่ยังไง เขาเองแหละที่ขับรถไล่เบียดจนคุณไตรภพต้องขับรถหนี”“แล้วแบบนี้เราจะเอายังไงกันต่อล่ะ ถ้าคุณไตรภพเขาไม่ฟื้นและมาบอกความจริงกับเมียของเขา เค้กว่าพี่ครีมแย่แน
เขมณัฏฐ์งัวเงียเดินมาเปิดประตูห้องเมื่อน้องสาวขึ้นมาปลุกตั้งแต่เช้า“มีอะไรแต่เช้าหรือว่านายไตรฟื้นแล้ว”“ไม่ใช่ค่ะ พี่ไตรยังไม่ฟื้นแต่เมื่อกี้พยาบาลที่โรงพยาบาลโทรมาบอกว่ามีผู้หญิงจะพยายามเข้าไปเยี่ยมพี่ไตร เขมว่าพี่เข้มต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เขมนะคะ ถ้าเธอยังไปวนเวียนอยู่ที่โรงพยาบาลแบบนั้นมันไม่ดีเลย”“เดี๋ยววันนี้พี่จะเรียกเธอมาคุยอีกที จะพูดกับเธอดีๆ”“ผู้หญิงแบบนี้พูดดีๆ ด้วยไม่ได้หรอกค่ะ พี่ต้องพาเธอไปอยู่สุโขทัย”“ถ้าพี่กลับไปอยู่สุโขทัยแล้วเขมจะอยู่คนเดียวยังไงยิ่งช่วงนี้ท้องอยู่ด้วยนะ”“เขมอยู่คนเดียวที่ไหนที่บ้านก็มีเด็กรับใช้อยู่”“แต่พี่เป็นห่วงนะ”“ถ้าพี่เป็นห่วงเขมจริงๆ พี่ก็ต้องทำให้เขมสบายใจ นะคะพี่เข้มช่วยเขม ช่วยกันเธอออกไปจากชีวิตของพี่ไตรช่วงนี้ก่อนได้ไหมคะ เขมไม่อยากเครียด แค่เรื่องที่พี่ไตรยังไม่ฟื้นเขมก็เครียดมากอยู่แล้ว ถ้ายังจะต้องมาสู้รบตบมือกับเมียน้อยของพี่ไตรอีกเขมคงแย่แน่ๆ” เขมิกาพยายามโน้มน้าวพี่ชายอย่างเพราะเธอไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้กับไตรภพโดยเฉพาะช่วงที่เขากำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หญิงสาวกลัวเหลือเกินว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาเจอผู้หญิงคนอื่นก่
“ผมคงไม่หลงกลคุณเหมือนนายไตรหรอก ที่จะจ้างให้คุณไปอยู่ด้วยก็แค่ชั่วคราวพอนายไตรฟื้นเมื่อไหร่ก็เลิกจ้างตกลงไหมล่ะ”“ฉันว่าคุณกับน้องของคุณระแวงเกินไปแล้วนะ” หญิงสาวมองว่ามันไร้สาระมากเลยแกล้งเรียกเงินเขาไปมากถึงห้าหมื่น“อะไรที่ทำแล้วน้องผมสบายใจผมก็จะทำตกลงคุณจะไปกับผมไหมล่ะ”“ถ้าคุณให้ฉันห้าหมื่นฉันก็ตกลง”ที่กานต์ชิสายอมรับข้อเสนอของเขมณัฏฐ์ไปเพราะกลัวว่าชายหนุ่มและน้องสาวจะไปยุ่งวุ่นวายกับกานต์สิชาที่ร้านเบเกอรี่ แต่ถ้าหากหญิงสาวยอมไปกับผู้ชายคนนี้พี่สาวของเธอก็จะได้เปิดร้านตามปกติและตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้ทำงานอะไรการไปอยู่กับเขาระหว่างที่รอให้ไตรภพฟื้นมันก็คงไม่น่าเสียหายเท่าไหร่อีกอย่างกานต์ชิสาก็รู้สึกว่าเขาจะเป็นรักแรกพบสำหรับเธอจังหวัดที่เขาบอกน่าจะอยู่ทางภาคเหนือซึ่งถือเธอจะรู้มาว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ค่อนข้างเยอะมาก เธอคงสนุกมากแน่ๆ ถ้าจะได้ไปอยู่ที่นั่นก็จะได้ไปเที่ยวโดยมีเงินเดือนใช้ด้วย“อย่าคิดช้านะคะ ฉันอาจจะเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ” หญิงสาวสาวพูดกระตุ้นเพราะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นต่อ“ตกลงก็ได้ห้าหมื่นพรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณที่ร้านเบเกอรี่” เขารีบตกลงเพราะกลัวว่า
เขมณัฏฐ์มาจอดรถรับกานต์ชิสาที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งเขามองกระเป๋าเป้ที่เธอวางไว้ที่เบาะหลังด้วยอยู่ความสงสัยและเมื่อเธอขึ้นมานั่งในรถแล้วก็อดถามไม่ได้“ทำไมมีกระเป๋าเป้แค่ใบเดียวล่ะ”“เดี๋ยวฉันค่อยไปหาซื้อข้างหน้าก็ได้เพราะถ้าฉันเอากระเป๋าใบใหญ่ไปคนอื่นจะได้สงสัยกันพอดีว่าฉันจะไปไหน”“แต่จังหวะที่เราจะไปมันไม่มีห้างใหญ่ๆ เหมือนในกรุงเทพบอกนะ ถ้าอยากจะมาซื้อก็ต้องเข้ามาอีกจังหวัดหนึ่ง”“ถ้างั้นคุณก็พาฉันแวะซื้อก่อนกลับสิ”“ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอกนะ เราออกจากที่นี่บ่ายมากแล้วไปถึงก็น่าจะดึก ผมไม่ค่อยชอบขับรถกลางคืนสักเท่าไหร่”“ฉันนึกว่าเราจะนั่งเครื่องไป”“จริงๆ แล้วไปสุโขทัยมันก็มีเที่ยวบินอยู่แล้วแต่บังเอิญว่าผมขับรถมาน่ะคุณก็เลยต้องนั่งรถกลับกับผมหลายชั่วโมง ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเอาไว้ผมว่างผมจะพาคุณไปซื้อที่ห้างใกล้ๆ แถวนั้นก็แล้วกันนะ”“ได้ไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉันสั่งออนไลน์เอาก็ได้ คุณช่วยแวะร้านสะดวกซื้อให้ฉันหน่อยสิฉันว่าคงต้องตุนเสบียงแล้วแหละ นั่งรถหลายชั่วโมงแบบนี้”เขมณัฏฐ์พยักหน้าจากนั้นเขาก็ขับไปจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง“คุณจะลงไปกับฉันไหม”“ไม่ล่ะ ผมให้เวลาคุณ 10 นาที
เพราะเขมณัฏฐ์ขับรถมาด้วยความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนดอีกทั้งยังแวะทานอาหารและเข้าห้องน้ำเกือบตลอดทางทำให้การเดินทางจากกรุงเทพมาสุโขทัยก็เลยใช้เวลานานกว่าปกติเกือบ 2 ชั่วโมงเขาพากานต์ชิสามาถึงบ้านของตนเองในเวลาเกือบจะเที่ยงคืนซึ่งตอนนี้ทั้งบ้านปิดไฟมืดสนิทแต่เมื่อขับเข้ามาใกล้ๆ ไฟทุกดวงก็สว่างจ้าเพราะเขาทำระบบไฟฟ้าที่นี่เป็นระบบอัตโนมัติบ้านของชายหนุ่มเป็นบ้านปูนชั้นเดียวยกสูงขึ้นจากพื้นหญิงสาวเดินตามเขาเข้าไปในบ้านหลังไม่ใหญ่มาก บริเวณห้องรับแขกถูกจะเอาไว้อย่างเรียบร้อย ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของห้องครัวที่มีโต๊ะสำหรับทานอาหารขนาดใหญ่อยู่กลางห้องพื้นอีกด้านยกสูงขึ้นไปบริเวณจากบริเวณห้องรับแขกซึ่งตอนนี้เขมณัฏฐ์พาเธอเดินขึ้นบันไดมาเพียงห้าขั้นก็ถึงห้องนอน“เธอนอนห้องนี้ไปก่อนนะ ฉันให้คนมาทำความสะอาดแล้วหวังว่าคงอยู่ได้” เขาเปิดประตูห้องนอนห้องหนึ่งให้กับหญิงสาว“ฉันกินง่ายอยู่ง่ายไม่มีปัญหาหรอกค่ะ” พูดจบก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนตอนนี้มันดึกมากแล้วหญิงสาวรีบอาบน้ำและล้มตัวลงนอนแต่ก็ต้องถอนหายใจอย่างหนักเพราะห้องที่เขาให้เธออยู่นี้มันเป็นห้องที่มีแค่พัดลมถึงแม้อากาศทางภาคเหนือจะไม่ได้ร้อนมา
กานต์ชิสาเดินตามเขมณัฏฐ์มายังท่าข้าวและโรงสีที่อยู่ติดกับรั้วบ้านซึ่งตอนนี้มีรถบรรทุกข้าวเปลือกมารออยู่หลายสิบคัน คนงานหลายคนมองมาที่หญิงสาวแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าตัวเองจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน“ข้าวเปลือกพวกนั้นคุณจะเอาไปทำอะไรต่อคะ”“เอาไปสีเป็นข้าวสารจากนั้นก็บรรจุใส่กระสอบแล้วส่งขาย หรือบางครั้งก็ส่งไปให้กับพ่อค้าคนกลางอีกทีหนึ่ง”“แล้วคนที่เขาเอามาขายเป็นชาวนาเหรอคะ”“บางครั้งก็ชาวนาเอามาขายโดยตรงแต่บางครั้งก็เป็นตัวแทนที่เขาจะรวมกลุ่มกันเอามาขายให้” เขมณัฏฐ์อธิบายให้เธอฟังคร่าวๆ ก่อนจะพาเธอเข้ายังห้องกระจกที่อยู่ด้านข้างซึ่งเขามักเรียกที่นี่ว่าออฟฟิศ“เข้ามาสิผมจะแนะนำให้รู้จักพนักงานที่อยู่ในออฟฟิศ”ชายหนุ่มเปิดประตูห้องกระจกออกแล้วในนั้นมีผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคนด้วยกัน เขมณัฏฐ์แนะนำให้เธอรู้จักกับคนที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบัญชีชื่อศิริรัตน์หรือพี่รัตน์และผู้ช่วยของเธออีกสองคนคือสายพินหรือหญิง ส่วนคนสุดท้ายที่ดูดเด็กกว่าคนอื่นชื่อกุ้งหรือรัตนาหลังจากแนะนำให้เธอรู้จักกับทั้งสามคนแล้วเขาก็ขอตัวออกไปทำงานด้านนอก กานต์ชิสาขอตามออกไปดูการทำงานของเขาด้วยระหว่างที่นี้หญิงสา
กานต์ชิสาขับรถออกมาจากบ้านของเขมณัฏฐ์และไปตามทางที่ถามมาจากน้าประนอม เมื่อเลี้ยวขวามาตามทางก็เห็นป้ายร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หญิงสาวจอดรถที่หน้าร้าน เมื่อเปิดประตูลงจากรถพนักงานก็เข้ามาต้อนรับอย่างดี“สวัสดีครับคุณลูกค้า ให้ทางร้านรับใช้อะไรครับ”“ฉันอยากได้แอร์สักตัวค่ะ”“เชิญทางนี้เลยครับ ทางร้านเรามีแอร์หลายยี่ห้อเลยครับ ไม่ทราบว่าได้ดูมาก่อนไหมว่าอยากได้ยี่ห้ออะไร ““ยังเลยค่ะ คุณช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ”“ได้ครับ ผมขอถามเบื้องต้นก่อนะครับว่าจะเอาไปใช้กับห้องไหนครับ ห้องนอนห้องรับแขกหรือเป็นสำนักงานครับ”“ห้องนอนค่ะ”“พอจะทราบขนาดของห้องไหมครับแล้วแดดสองหรือเปล่า ถ้าส่องเป็นช่วงเช้าหรือบ่ายครับ”แต่ละคำถามที่พนักงานถามออกมานั้นกานต์ชิสาตอบอะไรได้เลยสักอย่าง“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าขนาดห้องนอนมันเท่าไหร่”“เอาพอประมาณก็ได้ครับผมจะได้กะขนาดบีทียูให้คุณถูก” พนักงานบอกอย่างสุภาพขณะเตรียมกระดาษกับปากกามาจด“ฉันไม่รู้จริงๆ ถ้ายังงั้นเอาขนาดกลางๆ ไปก่อนก็ได้ค่ะ”“บ้านคุณอยู่ไกลไหมผมจะให้ช่างเข้าไปดูขนาดห้องก่อนก็ได้แล้วจะตกลงเลือกกี่บีทียูก็ค่อยคุยกันอีกที”“ก็หลายกิโลอยู่ค่ะ บ้านฉันอยู่
“คุณไปไหนมาเค้ก” เขมณัฏฐ์ทำเสียงเข้ม“ไปซื้อของมาค่ะ ฉันก็บอกคุณแล้วนี่ว่าจะเข้าไปซื้อของในเมือง”“ใช่ผมรู้ว่าคุณจะเข้าไปซื้อของแล้วเรื่องติดแอร์ล่ะ มันคืออะไร”“ก็คุณเป็นคนอนุญาตเองนี่”“ผมไปอนุญาตคุณตอนไหน”“ก็เมื่อเช้าไงตอนที่คุณพาฉันไปแนะนำให้กับคนในออฟฟิศของคุณจากนั้นฉันก็เดินตามคุณออกมาแล้วฉันก็ถามคุณว่าขอไปซื้อของในเมืองได้ไหมขอติดแอร์ได้ไหมคุณก็พยักหน้าแล้วตอบตกลง”“ผมตอบตกลงคุณจริงๆ เหรอ”“จริงสิถ้าคุณไม่ตกลงฉันจะกล้าให้เขามาติดแอร์เหรอ แต่ถ้าคุณไม่พอใจคุณจะหักเอาจากเงินที่คุณจะจ่ายฉันก็ได้นะ”“เปล่าผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ตกใจว่าจู่ๆ ก็มีคนเข้ามาติดแอร์ที่บ้าน” จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้โมโหหรือโกรธเรื่องที่หญิงสาวให้ช่างมาติดแอร์แต่รู้สึกไม่พอใจมากกว่าที่เธอเข้าไปในเมืองและไปเจอกับเพื่อนของเขาโดยไม่ได้บอกเขามันทำให้เขาตอบคำถามเพื่อนไม่ถูกว่าตอนนี้กานต์ชิสามาอยู่ที่บ้านของเขาในสถานะอะไร“คุณเจอกับเพื่อนผมด้วยใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณย้งเขาอัธยาศัยดีมากๆ เขาพาฉันไปเลี้ยงกาแฟด้วยนะคะ”“นอกจากเลี้ยงกาแฟแล้วเขาได้พาไปไหนหรือเปล่า”“ไม่หรอกค่ะ คุณถามทำไมคะ”“เปล่าผมก็แค่ถา
เขมณัฏฐ์นั่งพิงหัวเตียงมองคนรักที่นอนหลับสนิทอยู่เขามองถึงอนาคตที่มีร่วมกับหญิงสาวการมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ชายหนุ่มคิดว่าจะคุยกับกานต์ชิสาอย่างจริงจังด้วยอายุที่มากขึ้น เขมณัฏฐ์ก็อยากจะสร้างครอบครัวและคนเดียวที่เขาจะสร้างด้วยก็คือผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างๆ เพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่เห็นว่าตอนนี้หญิงสาวตื่นและกำลังจ้องหน้าเขาอยู่ เธอเองก็กำลังใช้ความคิดอย่างหนักแม้ว่าจะตอบตกลงเป็นแฟนเขาไปแล้วแต่ระยะเวลาที่ได้รู้จักกันมันก็น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยคบมากทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองอยู่นานก่อนที่เขมณัฏฐ์จะพูดขึ้น“เค้กคุณกำลังคิดอะไรอยู่หน้าเครียดเชียว”“เค้กกำลังสับสนค่ะ”“สับสนเรื่องอะไรครับ”“ก็เรื่องของเราไงคะ จากนี้ไปมันจะเป็นยังไงต่อคะ”“ก็เหมือนที่ผมพูดเมื่อคืนผมจะอยู่กับคุณที่นี่”“เค้กหมายถึงระยะยาวค่ะ”“เค้กตอบผมมาก่อนว่าตกลงจะเป็นแฟนกับผมแล้วใช่ไหม”“คุณก็รู้นี่คะคุณเข้มว่าระหว่างเรามันมากกว่านั้นและฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับคนอื่นโดยไม่คิดอะไรนะคะ คุณพอใจกับคำตอบของเค้กแล้วใช่ไหม”“พอใจมากครับ ผมคิดไว้แล้วว่าอนาคตจากนี้ของเราสองคนจะ
เมื่อประตูห้องนอนปิดลงเขมณัฏฐ์ก็รวบเธอเข้ามาใบหน้าหล่อก้มลงประกบลงบนริมฝีปากสีสวยด้วยความคิดถึงและโหยหา กานต์ชิสายกแขนขึ้นคล้องคอชายหนุ่มพร้อมกับเปิดริมฝีปากให้เขาเข้ามาอย่างง่ายดาย เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดอย่าเร่าร้อนและดูดดื่มเร่าร้อน ฝ่ามือร้อนลากเลื้อยไปมาตามร่างกายของเธออย่างหลงใหล ริมฝีปากบดขยี้จูบอย่างหนักหน่วงไปตามอารมณ์พิศวาส ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากลงมาขบเม้มบนขาวนวลของหญิงสาวจนขึ้นรอยไปหมด“อื้อ.....คุณเข้ม อย่าใจร้อน”“ผมใจเย็นที่สุดแล้วนะที่รัก ผมคิดถึงคุณมากนะ ให้ใจเย็นกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว”เสียงแหบพร่าของเขมณัฏฐ์พูดอย่างเอาแต่ใจก่อนจะพาเธอมายังเตียงกว้างแล้วดันให้เธอนอนลงไปก่อนที่ตนเองจะคร่อมทับลงไปหาอย่างรวดเร็วริมฝีปากหนาก้มลงซุกไซ้ขบเม้มไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น เสียงลมหายใจหนักหน่วงของเขาร้อนแรงขึ้นมากกว่าเดิม บ่งบอกถึงความต้องการที่กำลังพุ่งสูงสูงขึ้น ริมฝีปากร้อนขมเม้มลงบนซอกคอสูดกลิ่นกายที่แสนคิดถึง กานต์ชิสาแหงนหน้าไปด้านบนเพื่อเปิดซอกคอให้เขาซุกไซ้ได้อย่างถนัดเขมณัฏฐ์ขยับริมฝีปากขึ้นมามอบจูบให้เธออีกครั้ง ส่งเรียวลิ้นสอดแทรกตวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นเล็กที่หอมหวานในโพรงปากอย
หลังจากที่เขมณัฏฐ์คุยกับชลนิภาและตกลงจ่ายเงินให้หญิงสาวหนึ่งก้อนเพื่อให้เลิกยุ่งกับไตรภพแล้วชายหนุ่มก็ต้องรีบกลับสุโขทัยเพราะงานที่นั่นมีปัญหาเขาไม่มีโอกาสได้เจอกับกานต์ชิสาอีกเลยแต่ชายหนุ่มก็ยังโทรมาหาหญิงสาวอยู่บ่อยๆ ส่วนกานต์ชิสาเองก็ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งงานของเธอก็กำลังไปได้ดีหญิงสาวมีหน้าที่ให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าและลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาลที่เป็นหมอแผนกศัลยกรรมก็ชวนให้เธอไปให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่ต้องการมาทำศัลยกรรมอีกด้วย มันเลยทำให้เธอค่อนข้างยุ่งและไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องของเขมณัฏฐ์มากนัก“เค้กพรุ่งนี้ค่ำเค้กช่วยอะไรพี่หน่อยได้ไหม” กานต์สิชาถามน้องสาวฝาแฝดที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา“ให้ช่วยอะไรคะ”“พอดีมีลูกค้าสั่งเค้กวันเกิด แล้วเขาอยากให้พี่เอาไปส่งที่คอนโด แต่มันเป็นช่วงที่เด็กเลิกงานแล้ว ถ้ายังไงเค้กเอาไปส่งให้พี่หน่อยได้ไหม”“แต่กว่าเค้กจะเลิกงานก็ทุ่มหนึ่งเลยนะคะพี่ครีม ลูกค้าเขาจะรอไหวไหม”“ไหวสิลูกค้าบอกว่าไปตอนไหนก็ได้แต่ขอเป็นช่วงค่ำๆ เค้กกลับบ้านมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ยังทันเลย”“ถ้างั้นเดี๋ยวเค้กจะเอาไปส่งให้ค่ะ แล้วเค้กต้องเ
“สวัสดีค่ะคุณเข้มโทรหาเค้กมีอะไรหรือเปล่า”“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณเยอะเลยเค้ก”“เรื่องอะไรคะ”“ก็เรื่องที่คุณมีฝาแฝดและผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงยอมไปกับผม”“เค้กก็บอกคุณแล้วนี่ว่าเค้กไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายที่ร้าน อีกอย่างพี่สาวของเค้กเป็นคนที่ไม่ค่อยสู้คนเท่าไหร่ เค้กก็เลยเลือกที่จะไปกับคุณ เพื่อกันให้พี่สาวออกห่างจากเรื่องนี้”“ผมมาคิดดูอีกทีมันดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่เลยนะ”“อย่าคิดมากเลยน่า ยังไงเรื่องทุกอย่างมันก็จบลงด้วยดีแล้วนะคะ”“แต่ผมว่ามันยังไม่จบนะ”“ก็ตอนนี้น้องสาวคุณก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้วนี่คะ ส่วนเรื่องเมียน้อยของคุณไตรภพเดี๋ยวพี่ครีมจะนัดให้คุณเจอกับเธอเองจากนั้นจะตกลงกันยังไงก็แล้วแต่คุณเข้มเลย คุณเข้มจะอยู่ที่กรุงเทพถึงวันไหนคะเค้กจะได้บอกพี่ครีมให้รีบนัดให้นิไปเจอกับคุณเข้ม”“ผมน่าจะอยู่อีกหลายวัน พรุ่งนี้เราออกมาเจอกันหน่อยไหม หรือจะให้ผมไปหาที่ร้านก็ได้นะ”“เค้กไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะอยู่ที่ร้านหรือเปล่า”“พี่สาวคุณบอกว่าคุณเพิ่งกลับมาจากอังกฤษใช่ไหม”“ใช่ค่ะ เค้กกำลังจะกลับมาเริ่มงานที่นี่”“ผมไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณเลย ผมถามหน่อยได้ไหมล่ะว่าคุณจะมาทำ
“พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” กานต์สิชาพูดกับน้องสาวหลังจากที่ทั้งสองคนทานอาหารเย็นเสร็จและมาแล้วอยู่หน้าทีวีในห้องรับแขก“จะคุยอะไรคะพี่ครีมเค้กมาเหนื่อยๆ อยากจะนอนพักจังเลย”“นอนพักน่ะเค้กจะนอนเมื่อไหร่ก็ได้แต่เค้กต้องคุยกับพี่”“คุยเรื่องอะไรคะ” เมื่อรู้ว่าไม่สามารถเลี่ยงได้กานต์ชิสาก็ ต้องยอมคุยกับพี่สาว“ที่หายไปหนึ่งเดือนไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆ หรือไปอยู่กับคุณเข้ม”“ใครจะไปอยู่กับคุณเข้มกันคะพี่ครีม เค้กกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเราก็เพิ่งเจอกันที่โรงพยาบาลแค่ครั้งเดียวเองนะคะ”“เราเป็นเราสองคนเป็นอะไรกันเหรอเค้ก”“พี่ครีมถามอะไรแปลกๆ เราก็เป็นพี่น้องกันไงคะ พี่ครีมเป็นพี่เค้กสองนาที”“ใช่เพราะเราเป็นพี่น้องและไม่ใช่พี่น้องธรรมดาสิ เราเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน พี่มีความรู้สึกว่าเค้กกับคุณเข้มมันไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา บอกความจริงพี่มา ถ้าไม่อย่างั้นพี่จะโทรไปฟ้องพ่อว่าตั้งแต่เค้กกลับมาถึงเมืองไทยเค้กไม่เคยช่วยพี่ทำงานเลยและหายไปกับผู้ชายหนึ่งเดือน เค้กคิดว่าจะบอกความจริงกับพี่หรือจะบอกกับพ่อดีล่ะ เลือกเอานะ” กานต์สิชาพูดกับน้องสาวด้วยสีหน้าที่จริงจังและเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าถ้าไม
เขมณัฏฐ์ขับรถพาคู่แฝดมายังโรงพยาบาลที่น้องเขยของเขารักษาตัวอยู่เมื่อประตูห้องเปิดออกเขมิกาก็รีบลุกขึ้นมาหาพี่ชาย“พี่เข้มเขมคิดถึงพี่จัง”“พี่ก็คิดถึงเขมเป็นไงช่วงนี้แพ้ท้องหนักหรือเปล่า”“ไม่ค่อยแพ้แล้วค่ะ”“เขมที่พาคุณมาเจอเขมด้วยนะ” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวให้ผู้หญิงที่เดินตามมาด้านหลังเผชิญหน้ากับน้องสาวของตนเอง“นี่ยังจะมีหน้ามาเยี่ยมพี่ไตรอีกเหรอ แต่เอ๊ะ!”หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าสองคนนั้นหน้าเหมือนกันมากๆ จนเธอแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครและเขมิกาก็จำไม่ได้ว่าผู้หญิงคนไหนที่นั่งรถไปกับสามีของเธอในคืนวันเกิดเหตุ“แล้วคนไหนล่ะที่เป็นเมียน้อยผัวของฉันหรือเป็นเมียน้อยด้วยกันทั้งคู่”“เปล่านะคะ เราสองคนไม่มีใครเป็นเมียน้อยคุณไตรภพทั้งนั้น” กานต์ชิสารีบพูดขึ้น“ไม่ต้องมาโกหกเลย ก็คืนนั้นฉันจำได้ว่าเธอ คนที่เป็นเจ้าของร้านเค้กอยู่ในรถคันเดียวกับพี่ไตร”“ใช่ค่ะ คืนนั้นฉันอยู่ในรถคันเดียวกับคุณไตรภพจริงๆ แต่ฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขาหรอกนะคะแต่ฉันรู้ว่าเมียน้อยของเขาคือใคร”“ใครพาฉันไปเจอมันเดี๋ยวนี้นะ ฉันอยากจะเห็นหน้ามันจังว่ามันเป็นใคร”“เขมไม่ต้องไปเห็นหน้าเขาหร
แม้จะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงแต่เขมณัฏฐ์ก็ตื่นมาด้วยความสดชื่นเพราะเมื่อคืนเขาหลับอย่างมีความสุขกว่าคืนไหนเพราะมีกานต์ชิสานอนอยู่ด้วยตลอดทั้งคืน“จะนอนต่อก็ได้นะเค้ก” เขาบอกคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดซึ่งขยับตัวเหมือนจะลุก“ไม่เป็นไรค่ะ เค้กว่าเราออกตามเวลาเดิมก็ได้”“ถ้างั้นผมไปอาบน้ำก่อน แล้วเค้กไปอาบไหวไหมให้ผมช่วยอาบได้นะ” เขามองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์“เค้กอาบคนเดียวน่าจะเสร็จเร็วกว่านะคะ”หญิงสาวพูดแล้วก็เปิดประตูห้องของเขมณัฏฐ์มองซ้ายมองขวาก่อนจ้ะ ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเธอใช้เวลาอาบน้ำไม่นานจากนั้นก็ถือกระเป๋าเป้และลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้อง“ผมช่วยถือนะ” เขมณัฏฐ์ช่วยหญิงสาวถือกระเป๋าจากนั้นก็เอาไปใส่หลังรถ“หิวไหมเค้ก”“ไม่ค่ะตอนนี้มันยังเช้าอยู่เลย เราไปกินระหว่างทางก็ได้ค่ะ”“ถ้าหิวตอนไหนก็บอกผมนะ”เขมณัฏฐ์ขับรถช้ากว่าปกติเพราะอยากจะยืดเวลาอยู่กับกานต์ชิสาให้มากขึ้น ขณะที่หญิงสาวขึ้นมานั่งบนรถได้ไม่นานก็หลับชายหนุ่มขับมาจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเวลาสิบโมงเช้าซึ่งคิดว่าตอนนี้คนที่นอนอยู่ก็น่าจะหิวแล้ว“เค้กสายแล้วนะ ผมว่าเราไปกินข้าวกันที่นี่ก่อนดีไหมเดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อนะ” เขา
เมื่อส่งเธอถึงปลายทางสองครั้งแล้วก็ถึงเวลาที่เขมณัฏฐ์จะมีความสุขบ้าง ชายหนุ่มถอดชุดของตนเองออกจากนั้นก็จับหญิงสาวขยับมาริมขอบโต๊ะ แล้วจับแท่งร้อนลากไปบนกลีบกุหลาบดอกสวยที่มีหยดน้ำหวานเกาะพราว ปากก้มลงประกบจูบปลุกเร้าอีกครั้งจนกานต์ชิสาหายใจไม่ทัน มืออีกข้างที่ว่างก็นวดคลึงความอวบอิ่มกระตุ้นให้เลือดในกายของหญิงสาวพลุ่งพล่าน“อ๊ะ!....”หญิงสาวสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มสอดแท่งร้อนเข้าไปในร่องรัก ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วตัว โพรงเนื้ออุ่นตอดรัดแน่นจนเขาต้องขยับสะโพกหลายครั้งเพื่อส่งตัวตนเข้าไปในตัวเธอให้ลึกกว่าเดิม“อืมมม...เค้ก…..อูวว ....”เขมณัฏฐ์ครางอย่างพอใจกับร้องสาวที่ตอดรัดตัวตนของเขาทันทีที่มันเข้าไปจนสุดความยาวชายหนุ่มนิ่งค้างเพราะอยากเธอได้ผ่อนคลายแต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดเมื่อได้ยินเสียงหวานของเธอเอ่ยขอ“คุณเข้มขาขยับนะคะได้โปรด”เสียงหวานร้องขออย่างลืมอายสะโพกยกเข้าหาแท่งร้อนเธอเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่าง เมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับเธอก็ร้องครางกระเส่า กระตุ้นไฟตัณหาในกายของเขมณัฏฐ์ให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขาประคองสะโพกด้วยสองมือขณะเคลื่อนกายเข้าหาเธออย่างหนักหน่วง“คุณเข้มอื้ม....ไม่ไหวแล้ว เสียว
เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนติดจรวดพรุ่งนี้เช้าก็ถึงเวลาที่กานต์ชิสาจะต้องกลับกรุงเทพแล้ว หญิงสาวบอกลาน้าประนอมตั้งแต่ตอนหัวค่ำเพราะเธอจะออกจะเดินทางจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ คงไม่ทันได้เจอกันน้าประนอมอวยพรให้เธอเดินทางโดยปลอดภัยและบอกให้เธอมาเยี่ยมที่นี่บ่อยๆ แม้จะไม่รู้ว่าสถานะของกานต์ชิสาคืออะไร แต่น้าประนอมก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของเธอนั้นรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้และเธอก็ได้แต่ภาวนาว่ากานต์ชิสาจะกลับมาเป็นนายหญิงของที่นี่หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้วกานต์ชิสาก็เข้าห้องของตัวเองสำรวจของใช้ที่จะต้องนำกลับกรุงเทพอีกครั้งส่วนเขมณัฏฐ์ก็เข้าห้องทำงานเพราะมีเอกสารที่ต้องเคลียร์อีกนิดหน่อย เมื่อจัดการตรวจสอบของตนเองเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เคาะประตูห้องทำงานของเขาก่อนจะเปิดเข้าไป“งานเหลืออีกเยอะมั้ยคะ”“อีกนิดเดียวครับ เค้กล่ะจัดของเสร็จแล้วเหรอ”“ค่ะของเค้กมินิดเดียวเองไม่ได้มีอะไรเยอะ”“แต่คุณก็ซื้อเพิ่มตั้งเยอะนะกระเป๋าเดินทางพอไหม”“พอค่ะเค้กซื้อกระเป๋าลากใบเล็กมาอีกใบหนึ่ง”“มาดูตรงนี้หน่อยสิเค้ก”“อะไรคะ” ชายหนุ่มเรียกให้เธอมาใกล้ๆ จากนั้นดึงให้หญิงสาวมานั่งบนตัก“ผมอยากไปเที่ยวที่นี่