เขมณัฏฐ์มาจอดรถรับกานต์ชิสาที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งเขามองกระเป๋าเป้ที่เธอวางไว้ที่เบาะหลังด้วยอยู่ความสงสัยและเมื่อเธอขึ้นมานั่งในรถแล้วก็อดถามไม่ได้
“ทำไมมีกระเป๋าเป้แค่ใบเดียวล่ะ”
“เดี๋ยวฉันค่อยไปหาซื้อข้างหน้าก็ได้เพราะถ้าฉันเอากระเป๋าใบใหญ่ไปคนอื่นจะได้สงสัยกันพอดีว่าฉันจะไปไหน”
“แต่จังหวะที่เราจะไปมันไม่มีห้างใหญ่ๆ เหมือนในกรุงเทพบอกนะ ถ้าอยากจะมาซื้อก็ต้องเข้ามาอีกจังหวัดหนึ่ง”
“ถ้างั้นคุณก็พาฉันแวะซื้อก่อนกลับสิ”
“ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอกนะ เราออกจากที่นี่บ่ายมากแล้วไปถึงก็น่าจะดึก ผมไม่ค่อยชอบขับรถกลางคืนสักเท่าไหร่”
“ฉันนึกว่าเราจะนั่งเครื่องไป”
“จริงๆ แล้วไปสุโขทัยมันก็มีเที่ยวบินอยู่แล้วแต่บังเอิญว่าผมขับรถมาน่ะคุณก็เลยต้องนั่งรถกลับกับผมหลายชั่วโมง ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเอาไว้ผมว่างผมจะพาคุณไปซื้อที่ห้างใกล้ๆ แถวนั้นก็แล้วกันนะ”
“ได้ไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉันสั่งออนไลน์เอาก็ได้ คุณช่วยแวะร้านสะดวกซื้อให้ฉันหน่อยสิฉันว่าคงต้องตุนเสบียงแล้วแหละ นั่งรถหลายชั่วโมงแบบนี้”
เขมณัฏฐ์พยักหน้าจากนั้นเขาก็ขับไปจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง
“คุณจะลงไปกับฉันไหม”
“ไม่ล่ะ ผมให้เวลาคุณ 10 นาทีพอนะ”
“คุณจะเอาอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ละคุณซื้อแค่ของคุณก็พอ”
กานต์ชิสาลงจากรถและเลือกซื้อขนมมาอยู่หลายอย่างก่อนจะกลับขึ้นรถมาอีกพร้อมกับส่งกาแฟให้กับชายหนุ่ม
“ฉันซื้อกาแฟมาให้ด้วย คุณต้องขับรถอีกไกลคงง่วงแน่ๆ”
“ขอบใจนะ”
เขาเจอกับกานต์ชิสาสามครั้งและทุกครั้งทั้งสองก็จะดื่มกาแฟด้วยกันละนับว่าเธอเป็นคนช่างสังเกตว่าเขาดื่มกาแฟแบบไหน ปกติแล้วผู้ชายส่วนใหญ่มักจะชอบดื่มอเมริกาโน่เย็นแต่สำหรับเขาชอบดื่มคาปูชิโน่เอามากๆ และเธอก็ซื้อมาให้เขาตรงกับสิ่งที่เขาชอบด้วย
เมื่อขับรถออกมาได้สักพักหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หยิบขนมก๊อบแก๊บขึ้นมาทาน เขามองด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่เพราะไม่ชอบให้ใครทานขนมบนรถแบบนี้ เนื่องจากเศษของมันจะตกไว้ตามเบาะและมันจะลำบากในการความสะอาด แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะระยะทางที่จะต้องใช้เดินทางร่วมกันมันหลายชั่วโมงถ้าให้เธอนั่งอยู่เฉยๆ เธอก็น่าจะง่วงและเขาก็อาจจะง่วงตามก็เป็นได้
“กินขนมด้วยกันไหม”
“ไม่ล่ะผมไม่ชอบกินขนมพวกนี้”
“ฉันขอโทษนะ”
“ขอโทษผมทำไมล่ะ”
“ฉันรู้หรอกน่าว่าคุณไม่ชอบให้ใครเอาขนมขึ้นมากินบนรถใช่ไหมล่ะ แต่เดินทางไกลแบบนี้ให้ฉันนั่งอยู่เฉยๆ คงได้ง่วงกันพอดี”
“คุณจะหลับก็ได้เดี๋ยวถึงแล้วผมจะบอก”
“ฉันไม่ชอบหลับเวลานั่งรถหรอกนะโดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัด”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เพราะ.....”หญิงสาวเงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ฉันชอบดูวิวสองข้างทางน่ะ” กานต์ชิสาเกือบจะหลุดตอบแล้วว่าเธอไม่เคยไปจังหวัดสุโขทัยมาก่อนก็อยากจะดูวิวและมันก็นานมากๆ แล้วที่เธอไม่ได้เที่ยวในเมืองไทย
เมื่อขับมาถึงจังหวัดอยุธยาเขมณัฏฐ์ก็ชะลอรถและจอดบริเวณข้างทาง
“คุณจะซื้อขนมนั่นเหรอคะ”
“เขาเรียกขนมสายไหมคุณเคยกินหรือเปล่า”
“เคยสิแต่ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะรสชาติมันหวานมากๆไม่คิดเลยว่าผู้ชายอย่างคุณจะชอบกินขนมแบบนี้”
“ผมก็ไม่ได้ชอบหรอกแต่จะซื้อไปฝากคนอื่นน่ะ รออยู่ในรถแล้วกันนะ” ชายหนุ่มลงไปซื้อขนมสายไหมจากนั้นก็เอาใส่ไว้ในหลังรถก่อนจะกลับขึ้นมาบนรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเจ็ดที่นั่งมุ่งหน้าสู่ปลายทางอีกครั้ง
เขามาถึงจังหวัดชัยนาทในเวลาเย็นพอดี
“คุณหิวไหมผมว่าจะจอดรถกินข้าวแถวชัยนาท ตรงนี้มีร้านอาหารเยอะเลย”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฉันไม่เคยมากินอาหารแถวนี้เลยส่วนใหญ่ก็จะอยู่แต่ในกรุงเทพ”
“คุณกินได้ทุกอย่างหรือเปล่า”
“ค่ะ”
เขาจอดรถที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเวลากลับจากกรุงเทพก็มักจะมาทานอาหารที่นี่ทุกครั้ง
“อยากกินอะไรก็สั่งเลย”
“คุณสั่งให้ฉันก็แล้วกันนะ ฉันกินได้ทุกอย่างแต่ขอเผ็ดกลางได้ไหม เผ็ดมากฉันไม่ไหวน่ะ มันจะปวดท้องเอา”
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วทั้งสองก็กลับมาขึ้นรถและมุ่งหน้าสู่จังหวัดสุโขทัยอีกครั้ง
“คุณจะเข้าห้องน้ำหน่อยไหม เดี๋ยวจะถึงปั๊มข้างหน้าแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ”
ชายหนุ่มจอดรถเติมน้ำมันจากนั้นก็ขับไปจอดบริเวณหน้าห้องน้ำเขาให้เวลาเธอยืดเส้นยืดสายอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลับขึ้นมาบนรถหญิงสาวส่งผ้าเย็นที่เข้าไปซื้อในร้านสะดวกซื้อให้กับเขา”
“ขอบใจนะ” เขารับผ้าเย็นมาจากนั้นก็เช็ดในบริเวณใบหน้าและต้นคอมันทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมากๆ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นตั้งแต่ออกจากกรุงเทพมาด้วยกัน ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะเอาใจใส่และเทคแคร์เขาดีเหลือเกินอาจจะเป็นเพราะแบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้น้องเขยของเขาปันใจไปให้เธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็รักกันดีกับเขมิกา
แต่สำหรับเขาไม่มีทางหลงมารยาผู้หญิงคนนี้อย่างเด็ดขาดทุกอย่างที่ทำก็เพื่อความสบายใจของน้องสาวเท่านั้น
เขมิกาเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและรักษาอยู่นานกว่าหมอจะให้หยุดทานยาเขมณัฏฐ์เลยไม่อยากให้น้องสาวของตนเองเครียด อีกทั้งตอนนี้เธอก็ยังตังครรภ์อยู่ด้วย เขากลัวว่าถ้าน้องสาวเครียดมากๆ อาการซึมเศร้าจะกลับมาอีกและมันคงจะส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องแน่ๆ
“คุณง่วงไหม” หญิงสาวถามเมื่อเขาขับรถออกมาได้พักใหญ่
“ไม่หรอกแต่ถ้าคุณง่วงก็นอนเลยนะ ถนนเส้นนี้ผมขับเป็นประจำอีกอย่างมันก็มืดแล้วมองสองข้างทางไปก็ไม่เห็นอะไรหรอก”
“ฉันไม่ง่วงหรอกกินผลไม้ไหม เมื่อกี้ฉันซื้อฝรั่งมาด้วยนะ”หญิงส่งฝั่งให้กับชายหนุ่มปกติแล้วเขมณัฏฐ์ไม่ค่อยทานอะไรเวลาขับรถแต่ก็ไม่อยากให้เธอเสียน้ำใจจึงรับฝรั่งมาทาน
เมื่อเขาทานไปหมดชิ้นแรกหญิงสาวก็ส่งชิ้นที่สองให้จากนั้นชิ้นที่สามและชิ้นที่สี่ก็ตาม,k
“พอแล้วคุณ” เขารีบพูดเมื่อเห็นเธอจะหยิบชิ้นที่ห้าส่งให้กับเขา
“ตอนนี้เราถึงจังหวัดอะไรแล้วคะ” หญิงสาวถามเพราะรู้สึกว่าถนนที่เขาขับมันจะแปลกๆ ต่างจากเส้นที่ผ่านมา
“แสดงว่าคุณไม่เคยมาแถวจังหวัดนี้”
“ค่ะ ฉันไม่เคยมาเลยแล้วมันใกล้ถึงแล้วหรือยังคะ”
“ยังหรอกเดี๋ยวเราต้องผ่านอีกหลายจังหวัด แต่ถนนเส้นนี้มันจะขรุขระแบบนี้แหละมันถือว่าเป็นเอกลักษณ์” เขาพูดแล้วหัวเราะจากนั้นก็ขับรถต่อไป
เขมณัฏฐ์รู้สึกว่ามีคนนั่งมาด้วยแบบและชวนคุยแบบนี้มันทำให้เขาให้ไม่รู้สึกง่วงเลย
เพราะเขมณัฏฐ์ขับรถมาด้วยความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนดอีกทั้งยังแวะทานอาหารและเข้าห้องน้ำเกือบตลอดทางทำให้การเดินทางจากกรุงเทพมาสุโขทัยก็เลยใช้เวลานานกว่าปกติเกือบ 2 ชั่วโมงเขาพากานต์ชิสามาถึงบ้านของตนเองในเวลาเกือบจะเที่ยงคืนซึ่งตอนนี้ทั้งบ้านปิดไฟมืดสนิทแต่เมื่อขับเข้ามาใกล้ๆ ไฟทุกดวงก็สว่างจ้าเพราะเขาทำระบบไฟฟ้าที่นี่เป็นระบบอัตโนมัติบ้านของชายหนุ่มเป็นบ้านปูนชั้นเดียวยกสูงขึ้นจากพื้นหญิงสาวเดินตามเขาเข้าไปในบ้านหลังไม่ใหญ่มาก บริเวณห้องรับแขกถูกจะเอาไว้อย่างเรียบร้อย ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของห้องครัวที่มีโต๊ะสำหรับทานอาหารขนาดใหญ่อยู่กลางห้องพื้นอีกด้านยกสูงขึ้นไปบริเวณจากบริเวณห้องรับแขกซึ่งตอนนี้เขมณัฏฐ์พาเธอเดินขึ้นบันไดมาเพียงห้าขั้นก็ถึงห้องนอน“เธอนอนห้องนี้ไปก่อนนะ ฉันให้คนมาทำความสะอาดแล้วหวังว่าคงอยู่ได้” เขาเปิดประตูห้องนอนห้องหนึ่งให้กับหญิงสาว“ฉันกินง่ายอยู่ง่ายไม่มีปัญหาหรอกค่ะ” พูดจบก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนตอนนี้มันดึกมากแล้วหญิงสาวรีบอาบน้ำและล้มตัวลงนอนแต่ก็ต้องถอนหายใจอย่างหนักเพราะห้องที่เขาให้เธออยู่นี้มันเป็นห้องที่มีแค่พัดลมถึงแม้อากาศทางภาคเหนือจะไม่ได้ร้อนมา
กานต์ชิสาเดินตามเขมณัฏฐ์มายังท่าข้าวและโรงสีที่อยู่ติดกับรั้วบ้านซึ่งตอนนี้มีรถบรรทุกข้าวเปลือกมารออยู่หลายสิบคัน คนงานหลายคนมองมาที่หญิงสาวแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าตัวเองจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน“ข้าวเปลือกพวกนั้นคุณจะเอาไปทำอะไรต่อคะ”“เอาไปสีเป็นข้าวสารจากนั้นก็บรรจุใส่กระสอบแล้วส่งขาย หรือบางครั้งก็ส่งไปให้กับพ่อค้าคนกลางอีกทีหนึ่ง”“แล้วคนที่เขาเอามาขายเป็นชาวนาเหรอคะ”“บางครั้งก็ชาวนาเอามาขายโดยตรงแต่บางครั้งก็เป็นตัวแทนที่เขาจะรวมกลุ่มกันเอามาขายให้” เขมณัฏฐ์อธิบายให้เธอฟังคร่าวๆ ก่อนจะพาเธอเข้ายังห้องกระจกที่อยู่ด้านข้างซึ่งเขามักเรียกที่นี่ว่าออฟฟิศ“เข้ามาสิผมจะแนะนำให้รู้จักพนักงานที่อยู่ในออฟฟิศ”ชายหนุ่มเปิดประตูห้องกระจกออกแล้วในนั้นมีผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคนด้วยกัน เขมณัฏฐ์แนะนำให้เธอรู้จักกับคนที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบัญชีชื่อศิริรัตน์หรือพี่รัตน์และผู้ช่วยของเธออีกสองคนคือสายพินหรือหญิง ส่วนคนสุดท้ายที่ดูดเด็กกว่าคนอื่นชื่อกุ้งหรือรัตนาหลังจากแนะนำให้เธอรู้จักกับทั้งสามคนแล้วเขาก็ขอตัวออกไปทำงานด้านนอก กานต์ชิสาขอตามออกไปดูการทำงานของเขาด้วยระหว่างที่นี้หญิงสา
กานต์ชิสาขับรถออกมาจากบ้านของเขมณัฏฐ์และไปตามทางที่ถามมาจากน้าประนอม เมื่อเลี้ยวขวามาตามทางก็เห็นป้ายร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หญิงสาวจอดรถที่หน้าร้าน เมื่อเปิดประตูลงจากรถพนักงานก็เข้ามาต้อนรับอย่างดี“สวัสดีครับคุณลูกค้า ให้ทางร้านรับใช้อะไรครับ”“ฉันอยากได้แอร์สักตัวค่ะ”“เชิญทางนี้เลยครับ ทางร้านเรามีแอร์หลายยี่ห้อเลยครับ ไม่ทราบว่าได้ดูมาก่อนไหมว่าอยากได้ยี่ห้ออะไร ““ยังเลยค่ะ คุณช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ”“ได้ครับ ผมขอถามเบื้องต้นก่อนะครับว่าจะเอาไปใช้กับห้องไหนครับ ห้องนอนห้องรับแขกหรือเป็นสำนักงานครับ”“ห้องนอนค่ะ”“พอจะทราบขนาดของห้องไหมครับแล้วแดดสองหรือเปล่า ถ้าส่องเป็นช่วงเช้าหรือบ่ายครับ”แต่ละคำถามที่พนักงานถามออกมานั้นกานต์ชิสาตอบอะไรได้เลยสักอย่าง“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าขนาดห้องนอนมันเท่าไหร่”“เอาพอประมาณก็ได้ครับผมจะได้กะขนาดบีทียูให้คุณถูก” พนักงานบอกอย่างสุภาพขณะเตรียมกระดาษกับปากกามาจด“ฉันไม่รู้จริงๆ ถ้ายังงั้นเอาขนาดกลางๆ ไปก่อนก็ได้ค่ะ”“บ้านคุณอยู่ไกลไหมผมจะให้ช่างเข้าไปดูขนาดห้องก่อนก็ได้แล้วจะตกลงเลือกกี่บีทียูก็ค่อยคุยกันอีกที”“ก็หลายกิโลอยู่ค่ะ บ้านฉันอยู่
“คุณไปไหนมาเค้ก” เขมณัฏฐ์ทำเสียงเข้ม“ไปซื้อของมาค่ะ ฉันก็บอกคุณแล้วนี่ว่าจะเข้าไปซื้อของในเมือง”“ใช่ผมรู้ว่าคุณจะเข้าไปซื้อของแล้วเรื่องติดแอร์ล่ะ มันคืออะไร”“ก็คุณเป็นคนอนุญาตเองนี่”“ผมไปอนุญาตคุณตอนไหน”“ก็เมื่อเช้าไงตอนที่คุณพาฉันไปแนะนำให้กับคนในออฟฟิศของคุณจากนั้นฉันก็เดินตามคุณออกมาแล้วฉันก็ถามคุณว่าขอไปซื้อของในเมืองได้ไหมขอติดแอร์ได้ไหมคุณก็พยักหน้าแล้วตอบตกลง”“ผมตอบตกลงคุณจริงๆ เหรอ”“จริงสิถ้าคุณไม่ตกลงฉันจะกล้าให้เขามาติดแอร์เหรอ แต่ถ้าคุณไม่พอใจคุณจะหักเอาจากเงินที่คุณจะจ่ายฉันก็ได้นะ”“เปล่าผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ตกใจว่าจู่ๆ ก็มีคนเข้ามาติดแอร์ที่บ้าน” จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้โมโหหรือโกรธเรื่องที่หญิงสาวให้ช่างมาติดแอร์แต่รู้สึกไม่พอใจมากกว่าที่เธอเข้าไปในเมืองและไปเจอกับเพื่อนของเขาโดยไม่ได้บอกเขามันทำให้เขาตอบคำถามเพื่อนไม่ถูกว่าตอนนี้กานต์ชิสามาอยู่ที่บ้านของเขาในสถานะอะไร“คุณเจอกับเพื่อนผมด้วยใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณย้งเขาอัธยาศัยดีมากๆ เขาพาฉันไปเลี้ยงกาแฟด้วยนะคะ”“นอกจากเลี้ยงกาแฟแล้วเขาได้พาไปไหนหรือเปล่า”“ไม่หรอกค่ะ คุณถามทำไมคะ”“เปล่าผมก็แค่ถา
กานต์ชิสามาอยู่ที่บ้านของเขมณัฏฐ์ได้หนึ่งสัปดาห์แล้วหญิงสาวรู้สึกเบื่อและรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเป็นคนที่ไร้ประโยชน์มากๆ เธออยากจะไปช่วยงานเขาที่ท่าข้าว แต่ก็ไปได้แค่วันเดียวหญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับอาการคันไปทั่วตัว เขมณัฏฐ์เลยสั่งห้ามไม่เธอเข้าไปวุ่นวายที่ท่าข่าวอีก เพราะเขารู้สึกเป็นห่วงอีกทั้งยังขี้เกียจตอบคำถามคนอื่นด้วยว่าหญิงสาวเป็นอะไรกับเขาเขมณัฏฐ์เพิ่งคุยกับน้องสาวเมื่อวานตอนเย็นตอนนี้อาการของไตรภพยังคงที่บาดแผลภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง กระดูกที่หักก็เริ่มประสานกันแล้ว สมองก็ไม่มีเลือดออกเพิ่มแต่เขาก็ยังไม่ฟื้นเขารู้สึกสงสารและเห็นใจน้องสาวมากๆ เพราะตอนนี้เธอกำลังท้องแล้วยังต้องเทียวไปเยี่ยมสามีที่โรงพยาบาลทุกวันเพราะตอนนี้ไตรภพยังอยู่ในห้องไอซียูญาติเลยอยู่เฝ้าไม่ได้ เขาบอกเขมิกาว่าอยากจะกลับไปดูแลแต่เธอก็ไม่ยอมเพราะอยากจะให้เขาอยู่กับกานต์ชิสาที่สุโขทัย“ฉันถามอะไรหน่อยสิ” กานต์ชิสาถามชายหนุ่มหลังจากที่ทานอาอาหารเย็นอิ่มแล้วและกำลังนั่งอยู่ด้วยกันที่ห้องรับแขก“ถามอะไรล่ะ”“ฉันอยากรู้ว่าถ้าหากผ่านไปนานเป็นเดือนแล้วน้องเขยก็ยังไม่ฟื้นฉันจะต้องอยู่ที่นี่กับคุณตลอดเลยเหรอ
เขมณัฏฐ์พาหญิงสาวมาซื้อกระทงที่มีจำหน่ายอยู่ในงานเต็มไปหมด“แล้วคุณไม่ซื้อของคุณเหรอ” กานต์ชิสาถามหลังจากตนเองเลือกกระทงรูปหงส์ที่ทำจากใบตองมาหนึ่งใบ“มาด้วยกันก็ใช้กระทงใบเดียวกันก็ได้จะซื้อสองอันให้เปลืองทำไม”“คุณเข้มคะกระทงอันละไม่เท่าไหร่ ซื้อคนละอันก็ได้ คุณจะเอาอันไหนล่ะเดี๋ยวฉันซื้อให้เอง”“ไม่ล่ะ ผมว่ามันจะเป็นการเพิ่มขยะในน้ำ คุณดูคนอื่นสิเขามากันหลายคนเขาก็ซื้อแค่ใบเดียว” เขาบอกให้กานต์ชิสามองครอบครัวหนึ่งที่มากันสี่คนแต่ถือกระทงใบเดียว“แต่เขาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”“เราก็มาด้วยกัน ลอยด้วยกันมันก็ถูกแล้วถ้าต่างคนต่างลอยขยะคงเต็มสระตั้งแต่คืนแรก”“คุณอยากลอยกระทงคู่กับฉันก็บอกมาเถอะน่าไม่ต้องมาอ้างเรื่องขยะหรอก เพราะฉันรู้ว่างานใหญ่ระดับนี้เขาต้องมีการจัดการกับขยะที่ดีมากๆ”“ใครจะอยากลอยกระทงกับคุณกัน”“ก็คุณไงล่ะ แต่ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้วลอยด้วยกันก็ไม่เป็นอะไรหรอกมั้งคะ” หญิงสาวขี้เกียจจะเถียงกับเขาจึงยอมให้เขาใช้กระทงใบเดียวกับเธอเขมณัฏฐ์พาเธอมายังท่าน้ำที่จัดไว้เป็นจุดให้ลอยกระทงชายหนุ่มจุดธูปและเทียนให้เธอจากนั้นก็ส่งให้หญิงสาวอธิษฐานจากนั้นเขาก็ช่วยเธอถือไปวางบนผิวน้ำ
“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ปล่อยฉันนะ”“คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผมนะเค้ก ตอนนี้คุณคือเชลยของผม”“ใครเป็นเชลยของคุณกันที่ฉันยอมมากับคุณก็เพราะไม่อยากให้คุณไปวุ่นวายที่ร้าน”“แน่เหรอ ไม่ใช่ว่าที่ยอมมาเพราะอยากจะจับผมแทนนายไตรล่ะ”“ฉันว่าคุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ”“ผมว่าผมดูไม่ผิดนะ ผู้หญิงอย่างคุณก็ถนัดแต่วิธีจับผู้ชายรวยๆ”เพี๊ยะ!กานต์ชิสาฝาดฝ่าลงบนใบหน้าของเขมณัฏฐ์อย่างเต็มแรงจนใบหน้าของเขามีรอยนิ้วมือทั้งห้าของเธออย่างชัดเจน ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบหน้าเขาแบบนี้“คุณเริ่มเองนะเค้กแล้วอย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน”“คุณเข้มคุณจะทำอะไร” หญิงสาวถามเมื่อจู่ๆ เขาก็อุ้มเธอจนขาลอยจากพื้นแล้วพาเข้าไปยังห้องนอนของเขาชายหนุ่มโยนลงบนเตียงเมื่อเธอจะลุกขึ้นเขาก็คร่อมทับลงไปบนร่างของเธอจนแทบไม่เหลือช่องว่าง“คุณคงไม่คิดจะทำอะไรฉันใช่ไหม เพราะฉันไม่ใช่สเปกของคุณและคุณก็ไม่อยากมีเมียคนเดียวกับน้องเขยด้วย” การต์ชิสาเตือนความจำของเขาอีกครั้ง ตอนนี้เธอต้องพยายามดึงสติของเขาให้กลับมาให้ได้มากที่สุดเพราะดูเหมือนเขมณัฏฐ์กำลังจะใช้อารมณ์เหนือเหตุผล“ตอนนี้ผมไม่สนใจเรื่อง
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาสเขมณัฏฐ์ก็รีบจัดการกับเสื้อผ้าที่แสนเกะกะของตนเองออกจากนั้นหยิบถุงยางอนามัยมาสวมไปบนแก่นกายที่ขยายใหญ่และร้อนจนแทบระเบิดอย่างรวดเร็วเขาก้มลงประจบจูบหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากร้อนลงมายังเนินอกอิ่ม ไล้ปลายลิ้นเปียกชื้นหยอกล้อเม็ดทับทิมที่แข็งชูชันแล้วดูดเข้าปากอีกครั้ง นิ้วร้ายกดวนบนติ่งเกสรสวาทอย่างปลุกเร้าจนกานต์ชิสาดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ความเสียวซ่านมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน“คุณเข้ม....อย่าทำแบบนั้น......”หญิงสาวร้องห้ามทั้งที่ตอนนี้ร่างกายของเธอร้อนราวกับไฟและอยากจะให้เขาช่วยให้เธอหายจากการทรมานนี้“อย่าห้ามเลยเค้ก ผมว่าคุณกำลังต้องการให้ผมช่วยนะ”สติของกานต์ชิสาแทบไม่หลงเหลือ ความร้อนที่อยู่ภายในบิดเป็นเกลียวจู่โจมกลางกายรู้สึกว่ามันกำลังต้องการบางอย่างจากเขา เธอเบียดกายเข้าหาอย่างยั่วยวน เขมณัฏฐ์ยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวชายหนุ่มจับแท่งร้อนถูไถไปมาบนกลีบกุหลาบสีสดแล้วค่อยๆ สอดผ่านความเป็นชายที่ร้อนระอุเข้าไปช่องสวาท“อื้อ...เจ็บ”“นิดเดียวน่าเค้ก”เขากระซิบปลอบก่อนจะกดตัวตนเข้าไปทีละ
เขมณัฏฐ์นั่งพิงหัวเตียงมองคนรักที่นอนหลับสนิทอยู่เขามองถึงอนาคตที่มีร่วมกับหญิงสาวการมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ชายหนุ่มคิดว่าจะคุยกับกานต์ชิสาอย่างจริงจังด้วยอายุที่มากขึ้น เขมณัฏฐ์ก็อยากจะสร้างครอบครัวและคนเดียวที่เขาจะสร้างด้วยก็คือผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างๆ เพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่เห็นว่าตอนนี้หญิงสาวตื่นและกำลังจ้องหน้าเขาอยู่ เธอเองก็กำลังใช้ความคิดอย่างหนักแม้ว่าจะตอบตกลงเป็นแฟนเขาไปแล้วแต่ระยะเวลาที่ได้รู้จักกันมันก็น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยคบมากทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองอยู่นานก่อนที่เขมณัฏฐ์จะพูดขึ้น“เค้กคุณกำลังคิดอะไรอยู่หน้าเครียดเชียว”“เค้กกำลังสับสนค่ะ”“สับสนเรื่องอะไรครับ”“ก็เรื่องของเราไงคะ จากนี้ไปมันจะเป็นยังไงต่อคะ”“ก็เหมือนที่ผมพูดเมื่อคืนผมจะอยู่กับคุณที่นี่”“เค้กหมายถึงระยะยาวค่ะ”“เค้กตอบผมมาก่อนว่าตกลงจะเป็นแฟนกับผมแล้วใช่ไหม”“คุณก็รู้นี่คะคุณเข้มว่าระหว่างเรามันมากกว่านั้นและฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับคนอื่นโดยไม่คิดอะไรนะคะ คุณพอใจกับคำตอบของเค้กแล้วใช่ไหม”“พอใจมากครับ ผมคิดไว้แล้วว่าอนาคตจากนี้ของเราสองคนจะ
เมื่อประตูห้องนอนปิดลงเขมณัฏฐ์ก็รวบเธอเข้ามาใบหน้าหล่อก้มลงประกบลงบนริมฝีปากสีสวยด้วยความคิดถึงและโหยหา กานต์ชิสายกแขนขึ้นคล้องคอชายหนุ่มพร้อมกับเปิดริมฝีปากให้เขาเข้ามาอย่างง่ายดาย เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดอย่าเร่าร้อนและดูดดื่มเร่าร้อน ฝ่ามือร้อนลากเลื้อยไปมาตามร่างกายของเธออย่างหลงใหล ริมฝีปากบดขยี้จูบอย่างหนักหน่วงไปตามอารมณ์พิศวาส ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากลงมาขบเม้มบนขาวนวลของหญิงสาวจนขึ้นรอยไปหมด“อื้อ.....คุณเข้ม อย่าใจร้อน”“ผมใจเย็นที่สุดแล้วนะที่รัก ผมคิดถึงคุณมากนะ ให้ใจเย็นกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว”เสียงแหบพร่าของเขมณัฏฐ์พูดอย่างเอาแต่ใจก่อนจะพาเธอมายังเตียงกว้างแล้วดันให้เธอนอนลงไปก่อนที่ตนเองจะคร่อมทับลงไปหาอย่างรวดเร็วริมฝีปากหนาก้มลงซุกไซ้ขบเม้มไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น เสียงลมหายใจหนักหน่วงของเขาร้อนแรงขึ้นมากกว่าเดิม บ่งบอกถึงความต้องการที่กำลังพุ่งสูงสูงขึ้น ริมฝีปากร้อนขมเม้มลงบนซอกคอสูดกลิ่นกายที่แสนคิดถึง กานต์ชิสาแหงนหน้าไปด้านบนเพื่อเปิดซอกคอให้เขาซุกไซ้ได้อย่างถนัดเขมณัฏฐ์ขยับริมฝีปากขึ้นมามอบจูบให้เธออีกครั้ง ส่งเรียวลิ้นสอดแทรกตวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นเล็กที่หอมหวานในโพรงปากอย
หลังจากที่เขมณัฏฐ์คุยกับชลนิภาและตกลงจ่ายเงินให้หญิงสาวหนึ่งก้อนเพื่อให้เลิกยุ่งกับไตรภพแล้วชายหนุ่มก็ต้องรีบกลับสุโขทัยเพราะงานที่นั่นมีปัญหาเขาไม่มีโอกาสได้เจอกับกานต์ชิสาอีกเลยแต่ชายหนุ่มก็ยังโทรมาหาหญิงสาวอยู่บ่อยๆ ส่วนกานต์ชิสาเองก็ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งงานของเธอก็กำลังไปได้ดีหญิงสาวมีหน้าที่ให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าและลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาลที่เป็นหมอแผนกศัลยกรรมก็ชวนให้เธอไปให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่ต้องการมาทำศัลยกรรมอีกด้วย มันเลยทำให้เธอค่อนข้างยุ่งและไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องของเขมณัฏฐ์มากนัก“เค้กพรุ่งนี้ค่ำเค้กช่วยอะไรพี่หน่อยได้ไหม” กานต์สิชาถามน้องสาวฝาแฝดที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา“ให้ช่วยอะไรคะ”“พอดีมีลูกค้าสั่งเค้กวันเกิด แล้วเขาอยากให้พี่เอาไปส่งที่คอนโด แต่มันเป็นช่วงที่เด็กเลิกงานแล้ว ถ้ายังไงเค้กเอาไปส่งให้พี่หน่อยได้ไหม”“แต่กว่าเค้กจะเลิกงานก็ทุ่มหนึ่งเลยนะคะพี่ครีม ลูกค้าเขาจะรอไหวไหม”“ไหวสิลูกค้าบอกว่าไปตอนไหนก็ได้แต่ขอเป็นช่วงค่ำๆ เค้กกลับบ้านมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ยังทันเลย”“ถ้างั้นเดี๋ยวเค้กจะเอาไปส่งให้ค่ะ แล้วเค้กต้องเ
“สวัสดีค่ะคุณเข้มโทรหาเค้กมีอะไรหรือเปล่า”“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณเยอะเลยเค้ก”“เรื่องอะไรคะ”“ก็เรื่องที่คุณมีฝาแฝดและผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงยอมไปกับผม”“เค้กก็บอกคุณแล้วนี่ว่าเค้กไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายที่ร้าน อีกอย่างพี่สาวของเค้กเป็นคนที่ไม่ค่อยสู้คนเท่าไหร่ เค้กก็เลยเลือกที่จะไปกับคุณ เพื่อกันให้พี่สาวออกห่างจากเรื่องนี้”“ผมมาคิดดูอีกทีมันดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่เลยนะ”“อย่าคิดมากเลยน่า ยังไงเรื่องทุกอย่างมันก็จบลงด้วยดีแล้วนะคะ”“แต่ผมว่ามันยังไม่จบนะ”“ก็ตอนนี้น้องสาวคุณก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้วนี่คะ ส่วนเรื่องเมียน้อยของคุณไตรภพเดี๋ยวพี่ครีมจะนัดให้คุณเจอกับเธอเองจากนั้นจะตกลงกันยังไงก็แล้วแต่คุณเข้มเลย คุณเข้มจะอยู่ที่กรุงเทพถึงวันไหนคะเค้กจะได้บอกพี่ครีมให้รีบนัดให้นิไปเจอกับคุณเข้ม”“ผมน่าจะอยู่อีกหลายวัน พรุ่งนี้เราออกมาเจอกันหน่อยไหม หรือจะให้ผมไปหาที่ร้านก็ได้นะ”“เค้กไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะอยู่ที่ร้านหรือเปล่า”“พี่สาวคุณบอกว่าคุณเพิ่งกลับมาจากอังกฤษใช่ไหม”“ใช่ค่ะ เค้กกำลังจะกลับมาเริ่มงานที่นี่”“ผมไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณเลย ผมถามหน่อยได้ไหมล่ะว่าคุณจะมาทำ
“พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” กานต์สิชาพูดกับน้องสาวหลังจากที่ทั้งสองคนทานอาหารเย็นเสร็จและมาแล้วอยู่หน้าทีวีในห้องรับแขก“จะคุยอะไรคะพี่ครีมเค้กมาเหนื่อยๆ อยากจะนอนพักจังเลย”“นอนพักน่ะเค้กจะนอนเมื่อไหร่ก็ได้แต่เค้กต้องคุยกับพี่”“คุยเรื่องอะไรคะ” เมื่อรู้ว่าไม่สามารถเลี่ยงได้กานต์ชิสาก็ ต้องยอมคุยกับพี่สาว“ที่หายไปหนึ่งเดือนไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆ หรือไปอยู่กับคุณเข้ม”“ใครจะไปอยู่กับคุณเข้มกันคะพี่ครีม เค้กกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเราก็เพิ่งเจอกันที่โรงพยาบาลแค่ครั้งเดียวเองนะคะ”“เราเป็นเราสองคนเป็นอะไรกันเหรอเค้ก”“พี่ครีมถามอะไรแปลกๆ เราก็เป็นพี่น้องกันไงคะ พี่ครีมเป็นพี่เค้กสองนาที”“ใช่เพราะเราเป็นพี่น้องและไม่ใช่พี่น้องธรรมดาสิ เราเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน พี่มีความรู้สึกว่าเค้กกับคุณเข้มมันไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา บอกความจริงพี่มา ถ้าไม่อย่างั้นพี่จะโทรไปฟ้องพ่อว่าตั้งแต่เค้กกลับมาถึงเมืองไทยเค้กไม่เคยช่วยพี่ทำงานเลยและหายไปกับผู้ชายหนึ่งเดือน เค้กคิดว่าจะบอกความจริงกับพี่หรือจะบอกกับพ่อดีล่ะ เลือกเอานะ” กานต์สิชาพูดกับน้องสาวด้วยสีหน้าที่จริงจังและเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าถ้าไม
เขมณัฏฐ์ขับรถพาคู่แฝดมายังโรงพยาบาลที่น้องเขยของเขารักษาตัวอยู่เมื่อประตูห้องเปิดออกเขมิกาก็รีบลุกขึ้นมาหาพี่ชาย“พี่เข้มเขมคิดถึงพี่จัง”“พี่ก็คิดถึงเขมเป็นไงช่วงนี้แพ้ท้องหนักหรือเปล่า”“ไม่ค่อยแพ้แล้วค่ะ”“เขมที่พาคุณมาเจอเขมด้วยนะ” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวให้ผู้หญิงที่เดินตามมาด้านหลังเผชิญหน้ากับน้องสาวของตนเอง“นี่ยังจะมีหน้ามาเยี่ยมพี่ไตรอีกเหรอ แต่เอ๊ะ!”หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าสองคนนั้นหน้าเหมือนกันมากๆ จนเธอแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครและเขมิกาก็จำไม่ได้ว่าผู้หญิงคนไหนที่นั่งรถไปกับสามีของเธอในคืนวันเกิดเหตุ“แล้วคนไหนล่ะที่เป็นเมียน้อยผัวของฉันหรือเป็นเมียน้อยด้วยกันทั้งคู่”“เปล่านะคะ เราสองคนไม่มีใครเป็นเมียน้อยคุณไตรภพทั้งนั้น” กานต์ชิสารีบพูดขึ้น“ไม่ต้องมาโกหกเลย ก็คืนนั้นฉันจำได้ว่าเธอ คนที่เป็นเจ้าของร้านเค้กอยู่ในรถคันเดียวกับพี่ไตร”“ใช่ค่ะ คืนนั้นฉันอยู่ในรถคันเดียวกับคุณไตรภพจริงๆ แต่ฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขาหรอกนะคะแต่ฉันรู้ว่าเมียน้อยของเขาคือใคร”“ใครพาฉันไปเจอมันเดี๋ยวนี้นะ ฉันอยากจะเห็นหน้ามันจังว่ามันเป็นใคร”“เขมไม่ต้องไปเห็นหน้าเขาหร
แม้จะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงแต่เขมณัฏฐ์ก็ตื่นมาด้วยความสดชื่นเพราะเมื่อคืนเขาหลับอย่างมีความสุขกว่าคืนไหนเพราะมีกานต์ชิสานอนอยู่ด้วยตลอดทั้งคืน“จะนอนต่อก็ได้นะเค้ก” เขาบอกคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดซึ่งขยับตัวเหมือนจะลุก“ไม่เป็นไรค่ะ เค้กว่าเราออกตามเวลาเดิมก็ได้”“ถ้างั้นผมไปอาบน้ำก่อน แล้วเค้กไปอาบไหวไหมให้ผมช่วยอาบได้นะ” เขามองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์“เค้กอาบคนเดียวน่าจะเสร็จเร็วกว่านะคะ”หญิงสาวพูดแล้วก็เปิดประตูห้องของเขมณัฏฐ์มองซ้ายมองขวาก่อนจ้ะ ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเธอใช้เวลาอาบน้ำไม่นานจากนั้นก็ถือกระเป๋าเป้และลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้อง“ผมช่วยถือนะ” เขมณัฏฐ์ช่วยหญิงสาวถือกระเป๋าจากนั้นก็เอาไปใส่หลังรถ“หิวไหมเค้ก”“ไม่ค่ะตอนนี้มันยังเช้าอยู่เลย เราไปกินระหว่างทางก็ได้ค่ะ”“ถ้าหิวตอนไหนก็บอกผมนะ”เขมณัฏฐ์ขับรถช้ากว่าปกติเพราะอยากจะยืดเวลาอยู่กับกานต์ชิสาให้มากขึ้น ขณะที่หญิงสาวขึ้นมานั่งบนรถได้ไม่นานก็หลับชายหนุ่มขับมาจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเวลาสิบโมงเช้าซึ่งคิดว่าตอนนี้คนที่นอนอยู่ก็น่าจะหิวแล้ว“เค้กสายแล้วนะ ผมว่าเราไปกินข้าวกันที่นี่ก่อนดีไหมเดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อนะ” เขา
เมื่อส่งเธอถึงปลายทางสองครั้งแล้วก็ถึงเวลาที่เขมณัฏฐ์จะมีความสุขบ้าง ชายหนุ่มถอดชุดของตนเองออกจากนั้นก็จับหญิงสาวขยับมาริมขอบโต๊ะ แล้วจับแท่งร้อนลากไปบนกลีบกุหลาบดอกสวยที่มีหยดน้ำหวานเกาะพราว ปากก้มลงประกบจูบปลุกเร้าอีกครั้งจนกานต์ชิสาหายใจไม่ทัน มืออีกข้างที่ว่างก็นวดคลึงความอวบอิ่มกระตุ้นให้เลือดในกายของหญิงสาวพลุ่งพล่าน“อ๊ะ!....”หญิงสาวสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มสอดแท่งร้อนเข้าไปในร่องรัก ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วตัว โพรงเนื้ออุ่นตอดรัดแน่นจนเขาต้องขยับสะโพกหลายครั้งเพื่อส่งตัวตนเข้าไปในตัวเธอให้ลึกกว่าเดิม“อืมมม...เค้ก…..อูวว ....”เขมณัฏฐ์ครางอย่างพอใจกับร้องสาวที่ตอดรัดตัวตนของเขาทันทีที่มันเข้าไปจนสุดความยาวชายหนุ่มนิ่งค้างเพราะอยากเธอได้ผ่อนคลายแต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดเมื่อได้ยินเสียงหวานของเธอเอ่ยขอ“คุณเข้มขาขยับนะคะได้โปรด”เสียงหวานร้องขออย่างลืมอายสะโพกยกเข้าหาแท่งร้อนเธอเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่าง เมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับเธอก็ร้องครางกระเส่า กระตุ้นไฟตัณหาในกายของเขมณัฏฐ์ให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขาประคองสะโพกด้วยสองมือขณะเคลื่อนกายเข้าหาเธออย่างหนักหน่วง“คุณเข้มอื้ม....ไม่ไหวแล้ว เสียว
เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนติดจรวดพรุ่งนี้เช้าก็ถึงเวลาที่กานต์ชิสาจะต้องกลับกรุงเทพแล้ว หญิงสาวบอกลาน้าประนอมตั้งแต่ตอนหัวค่ำเพราะเธอจะออกจะเดินทางจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ คงไม่ทันได้เจอกันน้าประนอมอวยพรให้เธอเดินทางโดยปลอดภัยและบอกให้เธอมาเยี่ยมที่นี่บ่อยๆ แม้จะไม่รู้ว่าสถานะของกานต์ชิสาคืออะไร แต่น้าประนอมก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของเธอนั้นรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้และเธอก็ได้แต่ภาวนาว่ากานต์ชิสาจะกลับมาเป็นนายหญิงของที่นี่หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้วกานต์ชิสาก็เข้าห้องของตัวเองสำรวจของใช้ที่จะต้องนำกลับกรุงเทพอีกครั้งส่วนเขมณัฏฐ์ก็เข้าห้องทำงานเพราะมีเอกสารที่ต้องเคลียร์อีกนิดหน่อย เมื่อจัดการตรวจสอบของตนเองเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เคาะประตูห้องทำงานของเขาก่อนจะเปิดเข้าไป“งานเหลืออีกเยอะมั้ยคะ”“อีกนิดเดียวครับ เค้กล่ะจัดของเสร็จแล้วเหรอ”“ค่ะของเค้กมินิดเดียวเองไม่ได้มีอะไรเยอะ”“แต่คุณก็ซื้อเพิ่มตั้งเยอะนะกระเป๋าเดินทางพอไหม”“พอค่ะเค้กซื้อกระเป๋าลากใบเล็กมาอีกใบหนึ่ง”“มาดูตรงนี้หน่อยสิเค้ก”“อะไรคะ” ชายหนุ่มเรียกให้เธอมาใกล้ๆ จากนั้นดึงให้หญิงสาวมานั่งบนตัก“ผมอยากไปเที่ยวที่นี่