กานต์ชิสาขับรถออกมาจากบ้านของเขมณัฏฐ์และไปตามทางที่ถามมาจากน้าประนอม เมื่อเลี้ยวขวามาตามทางก็เห็นป้ายร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หญิงสาวจอดรถที่หน้าร้าน เมื่อเปิดประตูลงจากรถพนักงานก็เข้ามาต้อนรับอย่างดี
“สวัสดีครับคุณลูกค้า ให้ทางร้านรับใช้อะไรครับ”
“ฉันอยากได้แอร์สักตัวค่ะ”
“เชิญทางนี้เลยครับ ทางร้านเรามีแอร์หลายยี่ห้อเลยครับ ไม่ทราบว่าได้ดูมาก่อนไหมว่าอยากได้ยี่ห้ออะไร “
“ยังเลยค่ะ คุณช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้ครับ ผมขอถามเบื้องต้นก่อนะครับว่าจะเอาไปใช้กับห้องไหนครับ ห้องนอนห้องรับแขกหรือเป็นสำนักงานครับ”
“ห้องนอนค่ะ”
“พอจะทราบขนาดของห้องไหมครับแล้วแดดสองหรือเปล่า ถ้าส่องเป็นช่วงเช้าหรือบ่ายครับ”
แต่ละคำถามที่พนักงานถามออกมานั้นกานต์ชิสาตอบอะไรได้เลยสักอย่าง
“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าขนาดห้องนอนมันเท่าไหร่”
“เอาพอประมาณก็ได้ครับผมจะได้กะขนาดบีทียูให้คุณถูก” พนักงานบอกอย่างสุภาพขณะเตรียมกระดาษกับปากกามาจด
“ฉันไม่รู้จริงๆ ถ้ายังงั้นเอาขนาดกลางๆ ไปก่อนก็ได้ค่ะ”
“บ้านคุณอยู่ไกลไหมผมจะให้ช่างเข้าไปดูขนาดห้องก่อนก็ได้แล้วจะตกลงเลือกกี่บีทียูก็ค่อยคุยกันอีกที”
“ก็หลายกิโลอยู่ค่ะ บ้านฉันอยู่ตรงท่าข้าวเขมณัฏฐ์ค่ะ”
“คุณหมายถึงท่าข้าวของคุณเข้มเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“คราวนี้จะเอาไปติดบ้านหลังไหนล่ะ”เสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลังกานต์ชิสาหันไปมองก็เห็นผู้ชายท่าทางสุภาพเดินออกมาจากมุมหนึ่งของร้าน
“ฉันจะเอาไปติดห้องนอนค่ะ”
“หมายถึงห้องนอนอีกห้องหนึ่งในบ้านหลังนั้นใช่ไหมครับ”
“คุณรู้ได้ยังไงคะ”
“ก็ผมเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านหลังนั้น เดี๋ยวผมดูแลให้นะคุณจะเลือกยี่ห้ออะไรล่ะ”
“คุณช่วยเลือกได้ไหม ฉันไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย”
“เดี๋ยวผมจัดการให้คุณรออยู่ตรงนี้นะ” เขาหายไปกับลูกน้องสักพักจากนั้นก็เดินกลับออกมา
“ได้แล้วใช่ไหมคะ”
“ครับ ผมจะให้ลูกน้องเข้าไปติดตั้งหลังจากบ่ายนี้นะครับ”
“จะเสร็จทันเย็นนี้ไหมคะ”
“เสร็จทันแน่นอนครับเพราะห้องนั้นมันเคยมีแอร์อยู่ก่อนแล้วแค่เอาไปติดในตำแหน่งเดิมแค่นั้น”
“ขอบคุณนะคะ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันขอสแกนจ่าย”
“ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวผมไปเก็บกับเพื่อนผมทีเดียวก็แล้วกัน แต่ผมขอมัดจำหน่อยได้ไหม”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันโอนให้”
“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องเงิน”
“แล้วหมายถึงอะไรคะ”
“ผมอยากรู้ว่าผมเป็นใคร แล้วทำไมถึงมาอยู่บ้านเดียวกับเพื่อนผมได้” ยงยศถามด้วยความสงสัยเพราะเพื่อนเขาไม่เคยพาใครมาอยู่ที่บ้านเลยขนาดเพื่อนผู้ชายเวลาไปกินเหล้ายังต้องแยกย้ายกันกลับแต่นี่เธอเป็นผู้หญิงเลยอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร
“ฉันเป็นคนรู้จักของเขาและมีเหตุจำเป็นจะต้องมาอยู่กับเขาชั่วคราวค่ะ”
“คุณรู้จักจริงเหรอปกติไอ้เข้มไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาค้างที่บ้านเลยนะ ผมว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ”
“ไม่แปลกหรอกค่ะ ไม่เชื่อก็ลองไปถามเขาสิคะ ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ”
“ผมก็ยังไม่ได้ว่าคุณเป็นอะไรกับเขาเลยนะ ดูเหมือนคุณจะร้อนตัวรีบปฏิเสธ”
“ก็ฉันไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดนี่คะ เพราะความเข้าใจผิดมันสร้างความเสียหายมานักต่อนัก”
“เรื่องแค่นี้เองไม่เสียหายหรอกมั้งครับ ว่าแต่ผมขอทราบชื่อคุณหน่อยได้ไหมล่ะ”
“ฉันชื่อเค้กค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเค้ก ผมชื่อย้งเป็นเพื่อนของไอ้เข้ม”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณย้งชื่อคุณแปลกดีนะคะ”
“มันมาจากยงยศนะครับ เพราะผมมีเชื้อสายจีนชื่อเล่นก็จะออกไปทางจีนๆ หน่อย แล้ววันนี้ไอ้เข้มมันไปไหนล่ะครับถึงให้คุณเข้ามาซื้อแอร์คนเดียวแบบนี้”
“เขาก็อยู่ที่ท่าข้าวนั่นล่ะคะ เห็นว่าวันนี้มีรถข้าวเข้ามาเยอะเลย”
“ปกติรถที่เข้ามาท่าข้าวไอ้เข้มมันก็เยอะแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ครับยิ่งช่วงที่เกี่ยวข้าวนี่แทบไม่ได้พักกันเลยทีเดียว”
“แล้วช่วงนี้ใช้ช่วงเกี่ยวข้าวหรือเปล่าคะ”
“ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวครับ นอกจากคุณจะมาซื้อแอร์แล้ววันนี้จะไปไหนต่อไหม”
“เค้กคิดว่าจะไปซื้อของใช้ที่จำเป็นหน่อยค่ะ”
“ก่อนไปผมขอเลี้ยงกาแฟคุณสักแก้วได้ไหมล่ะถือว่าเป็นโอกาสที่เราได้รู้จักกัน”
“เค้กรบกวนคุณไปหรือเปล่าคะ คุณยังต้องทำงาน”
“ในร้านผมมีลูกน้องหลายคนครับ ปกติแล้วผมก็ไม่ได้ออกมาคุยกับลูกค้าเองหรอกแต่บังเอิญว่าเดินผ่านมาแล้วได้ยินคุณพูดถึงท่าข้าวของไอ้เข้มก็เลยเข้ามาคุย ข้างร้านผมมีร้านกาแฟไปนั่งกินในนั้นกันนะคุณคงไม่ได้ไปซื้อของเท่าไหร่ใช่ไหมครับ”
“ก็ได้ค่ะ” เพราะตั้งแต่เช้าหญิงสาวยังไม่มีกาแฟตกถึงท้องและเธอก็เริ่มจะปวดศีรษะนิดๆ เมื่อร่างกายไม่ได้รับคาเฟอีน เธอว่ามันเป็นข้ออ้างสำหรับคนติดกาแฟแต่ทุกครั้งที่ได้กินมันก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากจริงๆ
หลังจากดื่มกาแฟและพูดคุยกับยงยศแล้วกานต์ชิสาก็ขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้าเธอเลือกซื้อของใช้บางอย่างจากนั้นก็ตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ร้าน
เธอไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนจึงเลือกซื้อกางเกงยีนเพิ่มอีกหนึ่งตัวที่เหลือก็เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวและเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นสำหรับออกกำลังกาย หญิงสาวซื้อรองเท้าผ้าใบอีกหนึ่งคู่เพราะอยากจะวิ่งในตอนเช้าเนื่องจากอากาศที่นี่สดชื่นมาก
เมื่อได้เสื้อผ้าครบแล้วกานต์ชิสาก็ตรงไปแผนกชุดชั้นในเลือกแบบที่ตัวเองชอบมาอีกสี่ชุดจากนั้นก็ซื้อชุดนอนเพิ่มอีกสองชุดเพราะที่เธอเตรียมมานั้นมีแค่สองชุดเท่านั้น
กานต์ชิสาเอาของไปเก็บที่รถจากนั้นก็ขึ้นเดินมาบริเวณฟูดคอร์ทเพื่อทานอาหารกลางวันง่ายๆ ก่อนจะไปแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อขนมและกาแฟเนื่องจากเมื่อเช้าเธอเห็นแล้วว่าที่บ้านของเขาไม่มีขนมอะไรเลยเธอคงอยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่ได้กินขนม
เมื่อเดินผ่านแผนกเบเกอรี่กานต์ชิสาก็คิดถึงพี่สาวฝาแฝดขึ้นมา มันเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เธอจะโทรหาพี่สาวในตอนนี้
“ว่าไงเค้กตอนนี้อยู่ไหน”
“เค้กมาซื้อขนมกับเพื่อนๆ เดี๋ยวก็จะออกเดินทางกันต่อ แล้วพี่ครีมเป็นยังไงบ้างมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นที่ร้านหรือเปล่า”
“ไม่มีเลยเค้กไม่ต้องเป็นห่วงนะเที่ยวให้สนุกเถอะ”
“อย่าลืมนะพี่ครีมมีอะไรให้โทรหาตำรวจก่อนเลยเขาจะได้มาช่วยทัน”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ห่วงแต่ตัวเองเถอะเวลาเที่ยวก็ดูแลตัวเองด้วย”
“รับทราบค่ะ ถ้างั้นเค้กวางก่อนนะเพื่อนเรียกแล้วบ๊ายบายจ้ะ”
เมื่อวางสายจากพี่สาวฝาแฝดแล้วกานต์ชิสาก็โทรศัพท์ไปหาบิดาเพื่อบอกท่านว่าช่วงนี้อาจจะติดต่อยากหน่อยเพราะเธอมาเที่ยวกับเพื่อนซึ่งบิดาของหญิงสาวก็เข้าใจดีเพราะตอนที่อยู่อังกฤษกานต์ชิสาก็มักจะไปเที่ยวกับเพื่อนแบบนี้อยู่เป็นประจำ
เมื่อบอกกับคนที่รักทั้งสองคนไม่ให้เป็นห่วงแล้วกานต์ชิสาก็เดินซื้อขนมต่อก่อนจะชำระเงินและขับรถตรงไปยังบ้านของเขมณัฏฐ์
เมื่อไปถึงทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้วแต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านกำลังจะโมโหอะไรสักอย่าง
“คุณไปไหนมาเค้ก” เขมณัฏฐ์ทำเสียงเข้ม“ไปซื้อของมาค่ะ ฉันก็บอกคุณแล้วนี่ว่าจะเข้าไปซื้อของในเมือง”“ใช่ผมรู้ว่าคุณจะเข้าไปซื้อของแล้วเรื่องติดแอร์ล่ะ มันคืออะไร”“ก็คุณเป็นคนอนุญาตเองนี่”“ผมไปอนุญาตคุณตอนไหน”“ก็เมื่อเช้าไงตอนที่คุณพาฉันไปแนะนำให้กับคนในออฟฟิศของคุณจากนั้นฉันก็เดินตามคุณออกมาแล้วฉันก็ถามคุณว่าขอไปซื้อของในเมืองได้ไหมขอติดแอร์ได้ไหมคุณก็พยักหน้าแล้วตอบตกลง”“ผมตอบตกลงคุณจริงๆ เหรอ”“จริงสิถ้าคุณไม่ตกลงฉันจะกล้าให้เขามาติดแอร์เหรอ แต่ถ้าคุณไม่พอใจคุณจะหักเอาจากเงินที่คุณจะจ่ายฉันก็ได้นะ”“เปล่าผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ตกใจว่าจู่ๆ ก็มีคนเข้ามาติดแอร์ที่บ้าน” จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้โมโหหรือโกรธเรื่องที่หญิงสาวให้ช่างมาติดแอร์แต่รู้สึกไม่พอใจมากกว่าที่เธอเข้าไปในเมืองและไปเจอกับเพื่อนของเขาโดยไม่ได้บอกเขามันทำให้เขาตอบคำถามเพื่อนไม่ถูกว่าตอนนี้กานต์ชิสามาอยู่ที่บ้านของเขาในสถานะอะไร“คุณเจอกับเพื่อนผมด้วยใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณย้งเขาอัธยาศัยดีมากๆ เขาพาฉันไปเลี้ยงกาแฟด้วยนะคะ”“นอกจากเลี้ยงกาแฟแล้วเขาได้พาไปไหนหรือเปล่า”“ไม่หรอกค่ะ คุณถามทำไมคะ”“เปล่าผมก็แค่ถา
กานต์ชิสามาอยู่ที่บ้านของเขมณัฏฐ์ได้หนึ่งสัปดาห์แล้วหญิงสาวรู้สึกเบื่อและรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเป็นคนที่ไร้ประโยชน์มากๆ เธออยากจะไปช่วยงานเขาที่ท่าข้าว แต่ก็ไปได้แค่วันเดียวหญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับอาการคันไปทั่วตัว เขมณัฏฐ์เลยสั่งห้ามไม่เธอเข้าไปวุ่นวายที่ท่าข่าวอีก เพราะเขารู้สึกเป็นห่วงอีกทั้งยังขี้เกียจตอบคำถามคนอื่นด้วยว่าหญิงสาวเป็นอะไรกับเขาเขมณัฏฐ์เพิ่งคุยกับน้องสาวเมื่อวานตอนเย็นตอนนี้อาการของไตรภพยังคงที่บาดแผลภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง กระดูกที่หักก็เริ่มประสานกันแล้ว สมองก็ไม่มีเลือดออกเพิ่มแต่เขาก็ยังไม่ฟื้นเขารู้สึกสงสารและเห็นใจน้องสาวมากๆ เพราะตอนนี้เธอกำลังท้องแล้วยังต้องเทียวไปเยี่ยมสามีที่โรงพยาบาลทุกวันเพราะตอนนี้ไตรภพยังอยู่ในห้องไอซียูญาติเลยอยู่เฝ้าไม่ได้ เขาบอกเขมิกาว่าอยากจะกลับไปดูแลแต่เธอก็ไม่ยอมเพราะอยากจะให้เขาอยู่กับกานต์ชิสาที่สุโขทัย“ฉันถามอะไรหน่อยสิ” กานต์ชิสาถามชายหนุ่มหลังจากที่ทานอาอาหารเย็นอิ่มแล้วและกำลังนั่งอยู่ด้วยกันที่ห้องรับแขก“ถามอะไรล่ะ”“ฉันอยากรู้ว่าถ้าหากผ่านไปนานเป็นเดือนแล้วน้องเขยก็ยังไม่ฟื้นฉันจะต้องอยู่ที่นี่กับคุณตลอดเลยเหรอ
เขมณัฏฐ์พาหญิงสาวมาซื้อกระทงที่มีจำหน่ายอยู่ในงานเต็มไปหมด“แล้วคุณไม่ซื้อของคุณเหรอ” กานต์ชิสาถามหลังจากตนเองเลือกกระทงรูปหงส์ที่ทำจากใบตองมาหนึ่งใบ“มาด้วยกันก็ใช้กระทงใบเดียวกันก็ได้จะซื้อสองอันให้เปลืองทำไม”“คุณเข้มคะกระทงอันละไม่เท่าไหร่ ซื้อคนละอันก็ได้ คุณจะเอาอันไหนล่ะเดี๋ยวฉันซื้อให้เอง”“ไม่ล่ะ ผมว่ามันจะเป็นการเพิ่มขยะในน้ำ คุณดูคนอื่นสิเขามากันหลายคนเขาก็ซื้อแค่ใบเดียว” เขาบอกให้กานต์ชิสามองครอบครัวหนึ่งที่มากันสี่คนแต่ถือกระทงใบเดียว“แต่เขาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”“เราก็มาด้วยกัน ลอยด้วยกันมันก็ถูกแล้วถ้าต่างคนต่างลอยขยะคงเต็มสระตั้งแต่คืนแรก”“คุณอยากลอยกระทงคู่กับฉันก็บอกมาเถอะน่าไม่ต้องมาอ้างเรื่องขยะหรอก เพราะฉันรู้ว่างานใหญ่ระดับนี้เขาต้องมีการจัดการกับขยะที่ดีมากๆ”“ใครจะอยากลอยกระทงกับคุณกัน”“ก็คุณไงล่ะ แต่ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้วลอยด้วยกันก็ไม่เป็นอะไรหรอกมั้งคะ” หญิงสาวขี้เกียจจะเถียงกับเขาจึงยอมให้เขาใช้กระทงใบเดียวกับเธอเขมณัฏฐ์พาเธอมายังท่าน้ำที่จัดไว้เป็นจุดให้ลอยกระทงชายหนุ่มจุดธูปและเทียนให้เธอจากนั้นก็ส่งให้หญิงสาวอธิษฐานจากนั้นเขาก็ช่วยเธอถือไปวางบนผิวน้ำ
“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ปล่อยฉันนะ”“คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผมนะเค้ก ตอนนี้คุณคือเชลยของผม”“ใครเป็นเชลยของคุณกันที่ฉันยอมมากับคุณก็เพราะไม่อยากให้คุณไปวุ่นวายที่ร้าน”“แน่เหรอ ไม่ใช่ว่าที่ยอมมาเพราะอยากจะจับผมแทนนายไตรล่ะ”“ฉันว่าคุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ”“ผมว่าผมดูไม่ผิดนะ ผู้หญิงอย่างคุณก็ถนัดแต่วิธีจับผู้ชายรวยๆ”เพี๊ยะ!กานต์ชิสาฝาดฝ่าลงบนใบหน้าของเขมณัฏฐ์อย่างเต็มแรงจนใบหน้าของเขามีรอยนิ้วมือทั้งห้าของเธออย่างชัดเจน ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบหน้าเขาแบบนี้“คุณเริ่มเองนะเค้กแล้วอย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน”“คุณเข้มคุณจะทำอะไร” หญิงสาวถามเมื่อจู่ๆ เขาก็อุ้มเธอจนขาลอยจากพื้นแล้วพาเข้าไปยังห้องนอนของเขาชายหนุ่มโยนลงบนเตียงเมื่อเธอจะลุกขึ้นเขาก็คร่อมทับลงไปบนร่างของเธอจนแทบไม่เหลือช่องว่าง“คุณคงไม่คิดจะทำอะไรฉันใช่ไหม เพราะฉันไม่ใช่สเปกของคุณและคุณก็ไม่อยากมีเมียคนเดียวกับน้องเขยด้วย” การต์ชิสาเตือนความจำของเขาอีกครั้ง ตอนนี้เธอต้องพยายามดึงสติของเขาให้กลับมาให้ได้มากที่สุดเพราะดูเหมือนเขมณัฏฐ์กำลังจะใช้อารมณ์เหนือเหตุผล“ตอนนี้ผมไม่สนใจเรื่อง
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาสเขมณัฏฐ์ก็รีบจัดการกับเสื้อผ้าที่แสนเกะกะของตนเองออกจากนั้นหยิบถุงยางอนามัยมาสวมไปบนแก่นกายที่ขยายใหญ่และร้อนจนแทบระเบิดอย่างรวดเร็วเขาก้มลงประจบจูบหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากร้อนลงมายังเนินอกอิ่ม ไล้ปลายลิ้นเปียกชื้นหยอกล้อเม็ดทับทิมที่แข็งชูชันแล้วดูดเข้าปากอีกครั้ง นิ้วร้ายกดวนบนติ่งเกสรสวาทอย่างปลุกเร้าจนกานต์ชิสาดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ความเสียวซ่านมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน“คุณเข้ม....อย่าทำแบบนั้น......”หญิงสาวร้องห้ามทั้งที่ตอนนี้ร่างกายของเธอร้อนราวกับไฟและอยากจะให้เขาช่วยให้เธอหายจากการทรมานนี้“อย่าห้ามเลยเค้ก ผมว่าคุณกำลังต้องการให้ผมช่วยนะ”สติของกานต์ชิสาแทบไม่หลงเหลือ ความร้อนที่อยู่ภายในบิดเป็นเกลียวจู่โจมกลางกายรู้สึกว่ามันกำลังต้องการบางอย่างจากเขา เธอเบียดกายเข้าหาอย่างยั่วยวน เขมณัฏฐ์ยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวชายหนุ่มจับแท่งร้อนถูไถไปมาบนกลีบกุหลาบสีสดแล้วค่อยๆ สอดผ่านความเป็นชายที่ร้อนระอุเข้าไปช่องสวาท“อื้อ...เจ็บ”“นิดเดียวน่าเค้ก”เขากระซิบปลอบก่อนจะกดตัวตนเข้าไปทีละ
เขมณัฏฐ์เลื่อนตัวขึ้นมาจูบปากนุ่มอีกครั้ง เขาใช้ประสบการณ์ที่ช่ำชองของตนเองทำให้กานต์ชิสาตกลงไปในกองไฟอีกครั้ง ปลายลิ้นหนาส่งเข้ามาในโพรงปากร้อน กวาดเอาหวานอย่างกระหาย เขมณัฏฐ์ไม่เคยรู้สึกอยากจูบกับใครจนแทบจะกลืนกินมาก่อนเลย แต่กับกานต์ชิสาเขาแทบไม่อยากจะหยุดจูบเลยสักนิดเสียงชายหนุ่มครางต่ำในลำคออย่างพอใจเมื่อหญิงสาวเริ่มเรียนรู้ที่จะหยอกเย้ากับลิ้นของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ท่าทางไม่ประสานั้นกลับกระตุ้นความต้องการของเขาได้อย่างประหลาดผ่ามือร้อนเคลื่อนไปตามเรือนร่างบอบบางสัมผัสทรวงอกนุ่มเคล้นคลึงอย่างเมามัน แล้วริมฝีปากร้อนผ่าวก็ไต่ลงมาตามลำคอระหงขบเม้มผิวเนียนนุ่มเกิดรอยแดงทั้งผิวเนียน เขาตั้งใจจะฝากรอยรักไว้บนร่างกายของเธอเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองเม็ดทับทิมสีสวย ดูดดุนเข้าโพรงปากร้อนอย่างหิวกระหายกานต์ชิสาเสียวซ่านไปกับทุกสัมผัสร้อน เธอรับรู้ได้ว่าตอนนี้โพรงอุ่นร้อนของเธอกำลังตอดตุบๆ รอคอยบางอย่างจากผู้ชายตัวโตที่คร่อมอยู่ด้านบนเขมณัฏฐ์เบียดความแข็งร้อนเข้ากับความอ่อนนุ่มก่อนจะกดส่วนปลายเข้าไปในโพรงถ้ำที่ปริ่มไปด้วยน้ำหวาน“อย่าเกร็งนะเค้ก
แล้วกานต์ชิสาเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขมณัฏฐ์ใส่ถุงยางอนามัยในช่วงแรกจากนั้นเขาก็ถอดมันออกเธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแผนที่ค้นหาร้านยาที่อยู่ใกล้ที่สุดหญิงสาวสำรวจเครื่องแต่งกายของตัวเองอีกครั้งใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดร่องรอยบริเวณลำคอก่อนจะเดินออกจากห้องนอนมาในเวลา 7 โมงกว่า“หนูเค้กจะไปไหนแต่เช้าคะ” น้าประนอมทักทายเมื่อเห็นหญิงสาวเดินมาหยิบกุญแจที่แขวนไว้อยู่ตรงผนัง“เค้กจะออกไปธุระหน่อยค่ะน้านอม”“แล้วจะกลับมาทันกินข้าวไหมคะ นี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารแล้วเดี๋ยวคุณเข้มก็คงมา”“ไม่ค่ะน้านอม เค้กน่าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งตอนเย็นๆ ค่ะ” เพราะต้องรีบไปซื้อยาและยังไม่อยากเจอหน้าเขมณัฏฐ์หญิงสาวเลยต้องรีบออกจากบ้าน“เดี๋ยวน้าจะบอกคุณเข้มให้นะคะ”“ขอบคุณค่ะ เค้กไปก่อนนะคะน้านอม”หญิงสาวรีบลงจากบ้านและขับรถออกไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะเจอกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านซึ่งถ้าหากเจอกันตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงเธอมาถึงร้านขายยาในเวลา 08:00 น.ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆเพราะตอนนี้เภสัชกรยังประจำอยู่ที่ร้าน“สวัสดีค่ะ” เภสัชกรสาวกล่าวทักทายลูกค้ากานต์ชิสายิ้มให้เธอและหันซ้ายหันกว่าเมื่อไม่เห็นมีลูกค้าค
“นี่คุณจะไปเที่ยวงานลอยกระทงอีกเหรอเค้ก” เขมณัฏฐ์ถามหญิงสาวเมื่อน้าประนอมลงจากบ้านไปแล้ว“ก็ใช่สิคะฉันนอนกับคุณโยมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน” เธอตอบแล้วทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยกานต์ชิสาจะไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นถึงแม้ตอนนี้จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหนก็ตาม เพราะรู้ว่าถ้าอ่อนแอก็จะยิ่งทำให้เขาได้ใจมากขึ้น“ผมคิดว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้วคุณจะไม่ไป” เขามองหน้าเธอด้วยความผิดหวัง“ไม่ไปก็ผิดคำพูดแย่สิคะ คุณอย่าพึ่งชวนคุยเลยค่ะ ตอนนี้ฉันหิวมาก” หญิงสาวพูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารจนอิ่ม จริงๆแล้วเธออยากรีบลุกไปจากตรงนี้แต่ก็ไม่อยากจะเสียมารยาท เธอรอจนชายหนุ่มอิ่มจากนั้นก็เก็บจานชามมาแช่ไว้ในอ่างเมื่อเก็บจานชามเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ไปอาบน้ำและแต่งตัวก่อนจะออกมานั่งรอยงยศที่โทรศัพท์มาบอกว่าอีกประมาณสิบ นาทีจะมาถึง“อยากกินขนมอะไรในงานไหมคะ เดี๋ยวฉันซื้อมาฝาก”“ไม่ล่ะผมไม่ชอบกินขนม แล้วคุณจะกลับกี่โมง”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ก็น่าจะดึกกว่าเมื่อคืนเพราะฉันคิดว่าการเดินเที่ยวกับคุณย้งมันน่าจะสนุกกว่าเดินเที่ยวกับใครบางคนที่เอาแต่ทำหน้าบึ้ง ไปก่อนนะคะคุณย้งน่าจะมาแล้ว” หญิงสาวบอกให้เขาก่
เขมณัฏฐ์นั่งพิงหัวเตียงมองคนรักที่นอนหลับสนิทอยู่เขามองถึงอนาคตที่มีร่วมกับหญิงสาวการมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ชายหนุ่มคิดว่าจะคุยกับกานต์ชิสาอย่างจริงจังด้วยอายุที่มากขึ้น เขมณัฏฐ์ก็อยากจะสร้างครอบครัวและคนเดียวที่เขาจะสร้างด้วยก็คือผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างๆ เพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่เห็นว่าตอนนี้หญิงสาวตื่นและกำลังจ้องหน้าเขาอยู่ เธอเองก็กำลังใช้ความคิดอย่างหนักแม้ว่าจะตอบตกลงเป็นแฟนเขาไปแล้วแต่ระยะเวลาที่ได้รู้จักกันมันก็น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยคบมากทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองอยู่นานก่อนที่เขมณัฏฐ์จะพูดขึ้น“เค้กคุณกำลังคิดอะไรอยู่หน้าเครียดเชียว”“เค้กกำลังสับสนค่ะ”“สับสนเรื่องอะไรครับ”“ก็เรื่องของเราไงคะ จากนี้ไปมันจะเป็นยังไงต่อคะ”“ก็เหมือนที่ผมพูดเมื่อคืนผมจะอยู่กับคุณที่นี่”“เค้กหมายถึงระยะยาวค่ะ”“เค้กตอบผมมาก่อนว่าตกลงจะเป็นแฟนกับผมแล้วใช่ไหม”“คุณก็รู้นี่คะคุณเข้มว่าระหว่างเรามันมากกว่านั้นและฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนอนกับคนอื่นโดยไม่คิดอะไรนะคะ คุณพอใจกับคำตอบของเค้กแล้วใช่ไหม”“พอใจมากครับ ผมคิดไว้แล้วว่าอนาคตจากนี้ของเราสองคนจะ
เมื่อประตูห้องนอนปิดลงเขมณัฏฐ์ก็รวบเธอเข้ามาใบหน้าหล่อก้มลงประกบลงบนริมฝีปากสีสวยด้วยความคิดถึงและโหยหา กานต์ชิสายกแขนขึ้นคล้องคอชายหนุ่มพร้อมกับเปิดริมฝีปากให้เขาเข้ามาอย่างง่ายดาย เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดอย่าเร่าร้อนและดูดดื่มเร่าร้อน ฝ่ามือร้อนลากเลื้อยไปมาตามร่างกายของเธออย่างหลงใหล ริมฝีปากบดขยี้จูบอย่างหนักหน่วงไปตามอารมณ์พิศวาส ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากลงมาขบเม้มบนขาวนวลของหญิงสาวจนขึ้นรอยไปหมด“อื้อ.....คุณเข้ม อย่าใจร้อน”“ผมใจเย็นที่สุดแล้วนะที่รัก ผมคิดถึงคุณมากนะ ให้ใจเย็นกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว”เสียงแหบพร่าของเขมณัฏฐ์พูดอย่างเอาแต่ใจก่อนจะพาเธอมายังเตียงกว้างแล้วดันให้เธอนอนลงไปก่อนที่ตนเองจะคร่อมทับลงไปหาอย่างรวดเร็วริมฝีปากหนาก้มลงซุกไซ้ขบเม้มไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น เสียงลมหายใจหนักหน่วงของเขาร้อนแรงขึ้นมากกว่าเดิม บ่งบอกถึงความต้องการที่กำลังพุ่งสูงสูงขึ้น ริมฝีปากร้อนขมเม้มลงบนซอกคอสูดกลิ่นกายที่แสนคิดถึง กานต์ชิสาแหงนหน้าไปด้านบนเพื่อเปิดซอกคอให้เขาซุกไซ้ได้อย่างถนัดเขมณัฏฐ์ขยับริมฝีปากขึ้นมามอบจูบให้เธออีกครั้ง ส่งเรียวลิ้นสอดแทรกตวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นเล็กที่หอมหวานในโพรงปากอย
หลังจากที่เขมณัฏฐ์คุยกับชลนิภาและตกลงจ่ายเงินให้หญิงสาวหนึ่งก้อนเพื่อให้เลิกยุ่งกับไตรภพแล้วชายหนุ่มก็ต้องรีบกลับสุโขทัยเพราะงานที่นั่นมีปัญหาเขาไม่มีโอกาสได้เจอกับกานต์ชิสาอีกเลยแต่ชายหนุ่มก็ยังโทรมาหาหญิงสาวอยู่บ่อยๆ ส่วนกานต์ชิสาเองก็ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งงานของเธอก็กำลังไปได้ดีหญิงสาวมีหน้าที่ให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าและลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาลที่เป็นหมอแผนกศัลยกรรมก็ชวนให้เธอไปให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่ต้องการมาทำศัลยกรรมอีกด้วย มันเลยทำให้เธอค่อนข้างยุ่งและไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องของเขมณัฏฐ์มากนัก“เค้กพรุ่งนี้ค่ำเค้กช่วยอะไรพี่หน่อยได้ไหม” กานต์สิชาถามน้องสาวฝาแฝดที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา“ให้ช่วยอะไรคะ”“พอดีมีลูกค้าสั่งเค้กวันเกิด แล้วเขาอยากให้พี่เอาไปส่งที่คอนโด แต่มันเป็นช่วงที่เด็กเลิกงานแล้ว ถ้ายังไงเค้กเอาไปส่งให้พี่หน่อยได้ไหม”“แต่กว่าเค้กจะเลิกงานก็ทุ่มหนึ่งเลยนะคะพี่ครีม ลูกค้าเขาจะรอไหวไหม”“ไหวสิลูกค้าบอกว่าไปตอนไหนก็ได้แต่ขอเป็นช่วงค่ำๆ เค้กกลับบ้านมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ยังทันเลย”“ถ้างั้นเดี๋ยวเค้กจะเอาไปส่งให้ค่ะ แล้วเค้กต้องเ
“สวัสดีค่ะคุณเข้มโทรหาเค้กมีอะไรหรือเปล่า”“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณเยอะเลยเค้ก”“เรื่องอะไรคะ”“ก็เรื่องที่คุณมีฝาแฝดและผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงยอมไปกับผม”“เค้กก็บอกคุณแล้วนี่ว่าเค้กไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายที่ร้าน อีกอย่างพี่สาวของเค้กเป็นคนที่ไม่ค่อยสู้คนเท่าไหร่ เค้กก็เลยเลือกที่จะไปกับคุณ เพื่อกันให้พี่สาวออกห่างจากเรื่องนี้”“ผมมาคิดดูอีกทีมันดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่เลยนะ”“อย่าคิดมากเลยน่า ยังไงเรื่องทุกอย่างมันก็จบลงด้วยดีแล้วนะคะ”“แต่ผมว่ามันยังไม่จบนะ”“ก็ตอนนี้น้องสาวคุณก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้วนี่คะ ส่วนเรื่องเมียน้อยของคุณไตรภพเดี๋ยวพี่ครีมจะนัดให้คุณเจอกับเธอเองจากนั้นจะตกลงกันยังไงก็แล้วแต่คุณเข้มเลย คุณเข้มจะอยู่ที่กรุงเทพถึงวันไหนคะเค้กจะได้บอกพี่ครีมให้รีบนัดให้นิไปเจอกับคุณเข้ม”“ผมน่าจะอยู่อีกหลายวัน พรุ่งนี้เราออกมาเจอกันหน่อยไหม หรือจะให้ผมไปหาที่ร้านก็ได้นะ”“เค้กไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะอยู่ที่ร้านหรือเปล่า”“พี่สาวคุณบอกว่าคุณเพิ่งกลับมาจากอังกฤษใช่ไหม”“ใช่ค่ะ เค้กกำลังจะกลับมาเริ่มงานที่นี่”“ผมไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณเลย ผมถามหน่อยได้ไหมล่ะว่าคุณจะมาทำ
“พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” กานต์สิชาพูดกับน้องสาวหลังจากที่ทั้งสองคนทานอาหารเย็นเสร็จและมาแล้วอยู่หน้าทีวีในห้องรับแขก“จะคุยอะไรคะพี่ครีมเค้กมาเหนื่อยๆ อยากจะนอนพักจังเลย”“นอนพักน่ะเค้กจะนอนเมื่อไหร่ก็ได้แต่เค้กต้องคุยกับพี่”“คุยเรื่องอะไรคะ” เมื่อรู้ว่าไม่สามารถเลี่ยงได้กานต์ชิสาก็ ต้องยอมคุยกับพี่สาว“ที่หายไปหนึ่งเดือนไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆ หรือไปอยู่กับคุณเข้ม”“ใครจะไปอยู่กับคุณเข้มกันคะพี่ครีม เค้กกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเราก็เพิ่งเจอกันที่โรงพยาบาลแค่ครั้งเดียวเองนะคะ”“เราเป็นเราสองคนเป็นอะไรกันเหรอเค้ก”“พี่ครีมถามอะไรแปลกๆ เราก็เป็นพี่น้องกันไงคะ พี่ครีมเป็นพี่เค้กสองนาที”“ใช่เพราะเราเป็นพี่น้องและไม่ใช่พี่น้องธรรมดาสิ เราเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน พี่มีความรู้สึกว่าเค้กกับคุณเข้มมันไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา บอกความจริงพี่มา ถ้าไม่อย่างั้นพี่จะโทรไปฟ้องพ่อว่าตั้งแต่เค้กกลับมาถึงเมืองไทยเค้กไม่เคยช่วยพี่ทำงานเลยและหายไปกับผู้ชายหนึ่งเดือน เค้กคิดว่าจะบอกความจริงกับพี่หรือจะบอกกับพ่อดีล่ะ เลือกเอานะ” กานต์สิชาพูดกับน้องสาวด้วยสีหน้าที่จริงจังและเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าถ้าไม
เขมณัฏฐ์ขับรถพาคู่แฝดมายังโรงพยาบาลที่น้องเขยของเขารักษาตัวอยู่เมื่อประตูห้องเปิดออกเขมิกาก็รีบลุกขึ้นมาหาพี่ชาย“พี่เข้มเขมคิดถึงพี่จัง”“พี่ก็คิดถึงเขมเป็นไงช่วงนี้แพ้ท้องหนักหรือเปล่า”“ไม่ค่อยแพ้แล้วค่ะ”“เขมที่พาคุณมาเจอเขมด้วยนะ” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวให้ผู้หญิงที่เดินตามมาด้านหลังเผชิญหน้ากับน้องสาวของตนเอง“นี่ยังจะมีหน้ามาเยี่ยมพี่ไตรอีกเหรอ แต่เอ๊ะ!”หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าสองคนนั้นหน้าเหมือนกันมากๆ จนเธอแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครและเขมิกาก็จำไม่ได้ว่าผู้หญิงคนไหนที่นั่งรถไปกับสามีของเธอในคืนวันเกิดเหตุ“แล้วคนไหนล่ะที่เป็นเมียน้อยผัวของฉันหรือเป็นเมียน้อยด้วยกันทั้งคู่”“เปล่านะคะ เราสองคนไม่มีใครเป็นเมียน้อยคุณไตรภพทั้งนั้น” กานต์ชิสารีบพูดขึ้น“ไม่ต้องมาโกหกเลย ก็คืนนั้นฉันจำได้ว่าเธอ คนที่เป็นเจ้าของร้านเค้กอยู่ในรถคันเดียวกับพี่ไตร”“ใช่ค่ะ คืนนั้นฉันอยู่ในรถคันเดียวกับคุณไตรภพจริงๆ แต่ฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขาหรอกนะคะแต่ฉันรู้ว่าเมียน้อยของเขาคือใคร”“ใครพาฉันไปเจอมันเดี๋ยวนี้นะ ฉันอยากจะเห็นหน้ามันจังว่ามันเป็นใคร”“เขมไม่ต้องไปเห็นหน้าเขาหร
แม้จะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงแต่เขมณัฏฐ์ก็ตื่นมาด้วยความสดชื่นเพราะเมื่อคืนเขาหลับอย่างมีความสุขกว่าคืนไหนเพราะมีกานต์ชิสานอนอยู่ด้วยตลอดทั้งคืน“จะนอนต่อก็ได้นะเค้ก” เขาบอกคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดซึ่งขยับตัวเหมือนจะลุก“ไม่เป็นไรค่ะ เค้กว่าเราออกตามเวลาเดิมก็ได้”“ถ้างั้นผมไปอาบน้ำก่อน แล้วเค้กไปอาบไหวไหมให้ผมช่วยอาบได้นะ” เขามองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์“เค้กอาบคนเดียวน่าจะเสร็จเร็วกว่านะคะ”หญิงสาวพูดแล้วก็เปิดประตูห้องของเขมณัฏฐ์มองซ้ายมองขวาก่อนจ้ะ ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเธอใช้เวลาอาบน้ำไม่นานจากนั้นก็ถือกระเป๋าเป้และลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้อง“ผมช่วยถือนะ” เขมณัฏฐ์ช่วยหญิงสาวถือกระเป๋าจากนั้นก็เอาไปใส่หลังรถ“หิวไหมเค้ก”“ไม่ค่ะตอนนี้มันยังเช้าอยู่เลย เราไปกินระหว่างทางก็ได้ค่ะ”“ถ้าหิวตอนไหนก็บอกผมนะ”เขมณัฏฐ์ขับรถช้ากว่าปกติเพราะอยากจะยืดเวลาอยู่กับกานต์ชิสาให้มากขึ้น ขณะที่หญิงสาวขึ้นมานั่งบนรถได้ไม่นานก็หลับชายหนุ่มขับมาจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเวลาสิบโมงเช้าซึ่งคิดว่าตอนนี้คนที่นอนอยู่ก็น่าจะหิวแล้ว“เค้กสายแล้วนะ ผมว่าเราไปกินข้าวกันที่นี่ก่อนดีไหมเดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อนะ” เขา
เมื่อส่งเธอถึงปลายทางสองครั้งแล้วก็ถึงเวลาที่เขมณัฏฐ์จะมีความสุขบ้าง ชายหนุ่มถอดชุดของตนเองออกจากนั้นก็จับหญิงสาวขยับมาริมขอบโต๊ะ แล้วจับแท่งร้อนลากไปบนกลีบกุหลาบดอกสวยที่มีหยดน้ำหวานเกาะพราว ปากก้มลงประกบจูบปลุกเร้าอีกครั้งจนกานต์ชิสาหายใจไม่ทัน มืออีกข้างที่ว่างก็นวดคลึงความอวบอิ่มกระตุ้นให้เลือดในกายของหญิงสาวพลุ่งพล่าน“อ๊ะ!....”หญิงสาวสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มสอดแท่งร้อนเข้าไปในร่องรัก ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วตัว โพรงเนื้ออุ่นตอดรัดแน่นจนเขาต้องขยับสะโพกหลายครั้งเพื่อส่งตัวตนเข้าไปในตัวเธอให้ลึกกว่าเดิม“อืมมม...เค้ก…..อูวว ....”เขมณัฏฐ์ครางอย่างพอใจกับร้องสาวที่ตอดรัดตัวตนของเขาทันทีที่มันเข้าไปจนสุดความยาวชายหนุ่มนิ่งค้างเพราะอยากเธอได้ผ่อนคลายแต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดเมื่อได้ยินเสียงหวานของเธอเอ่ยขอ“คุณเข้มขาขยับนะคะได้โปรด”เสียงหวานร้องขออย่างลืมอายสะโพกยกเข้าหาแท่งร้อนเธอเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่าง เมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับเธอก็ร้องครางกระเส่า กระตุ้นไฟตัณหาในกายของเขมณัฏฐ์ให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขาประคองสะโพกด้วยสองมือขณะเคลื่อนกายเข้าหาเธออย่างหนักหน่วง“คุณเข้มอื้ม....ไม่ไหวแล้ว เสียว
เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนติดจรวดพรุ่งนี้เช้าก็ถึงเวลาที่กานต์ชิสาจะต้องกลับกรุงเทพแล้ว หญิงสาวบอกลาน้าประนอมตั้งแต่ตอนหัวค่ำเพราะเธอจะออกจะเดินทางจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ คงไม่ทันได้เจอกันน้าประนอมอวยพรให้เธอเดินทางโดยปลอดภัยและบอกให้เธอมาเยี่ยมที่นี่บ่อยๆ แม้จะไม่รู้ว่าสถานะของกานต์ชิสาคืออะไร แต่น้าประนอมก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของเธอนั้นรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้และเธอก็ได้แต่ภาวนาว่ากานต์ชิสาจะกลับมาเป็นนายหญิงของที่นี่หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้วกานต์ชิสาก็เข้าห้องของตัวเองสำรวจของใช้ที่จะต้องนำกลับกรุงเทพอีกครั้งส่วนเขมณัฏฐ์ก็เข้าห้องทำงานเพราะมีเอกสารที่ต้องเคลียร์อีกนิดหน่อย เมื่อจัดการตรวจสอบของตนเองเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เคาะประตูห้องทำงานของเขาก่อนจะเปิดเข้าไป“งานเหลืออีกเยอะมั้ยคะ”“อีกนิดเดียวครับ เค้กล่ะจัดของเสร็จแล้วเหรอ”“ค่ะของเค้กมินิดเดียวเองไม่ได้มีอะไรเยอะ”“แต่คุณก็ซื้อเพิ่มตั้งเยอะนะกระเป๋าเดินทางพอไหม”“พอค่ะเค้กซื้อกระเป๋าลากใบเล็กมาอีกใบหนึ่ง”“มาดูตรงนี้หน่อยสิเค้ก”“อะไรคะ” ชายหนุ่มเรียกให้เธอมาใกล้ๆ จากนั้นดึงให้หญิงสาวมานั่งบนตัก“ผมอยากไปเที่ยวที่นี่