เวลาผ่านไป
“ฉันต้องออกไปงานเลี้ยงผู้บริหาร ดึกๆ คงกลับ ง่วงก็นอนนะ ไม่ต้องรอฉัน” เขาพูดกับเธอ ขณะที่ตัวเองนั้นกำลังแต่งตัวอยู่
เขาหล่อมากนะ พอใส่ชุดสูท มีเครื่องประดับแบบนี้แล้วมันดูดีสมกับเป็นเขาเลย
อย่างที่คนเขาว่า คนหน้าตาดี จะใส่ชุดอะไรมันก็ดูดีไปหมดอยู่แล้ว
“ค่ะ” เธอตอบ ความจริงเขาไม่จำเป็นจะต้องบอกเธอเรื่องนี้ก็ได้ เพราะเธอเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์จะวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขาอยู่แล้ว
“ดึกๆ ถ้าหิวก็หาของในตู้เย็นกิน ฉันให้แม่บ้านแบ่งอาหารแช่ตู้ไว้ให้เผื่อหิว”
“ขอบคุณค่ะ”
“เป็นอะไร ทำไมทำหน้างั้น ไม่อยากให้ฉันไปหรือยังไง?” เขาหันมองเธอเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำเอาเธอเขินจนต้องหลบหน้า ก่อนที่เขานั้นจะหันไปแต่งตัวหน้ากระจกต่อ
“เปล่าค่ะ ฉันก็ปกติของฉัน”
“งั้นเหรอ หึหึ”
เขาชอบทำตัวแปลกๆ กับเธอ ชอบทำเหมือนกับว่าตลกทั้ง ๆ ที่เรื่องนั้นมันไม่ได้น่าขันอะไรเลยสักนิดเดียว เสียงหัวเราะในลำคอของเขา รอยยิ้มของเขา มันไม่เหมือนกับตอนแรกที่เธอกับเขาเพิ่งเจอกันเลย
ฟึ่บ~
“อ๊ะ?” อยู่ๆ เขาก็เอามือมาวางบนหัวของเธอ ก่อนจะลูบเบาๆ เหมือนกำลังจะสื่อถึงอะไรบางอย่าง “เดี๋ยวฉันกลับมา”
“อะ อื้อ” เพียงขวัญพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง เธอไม่ชินเลยที่เขาเป็นแบบนี้
โอนิกซ์เดินออกไปจากห้องนอน มันเป็นช่วงหัวค่ำอยู่เลยเธอยังไม่ง่วงหรอก ถึงเขาจะบอกว่าให้นอนเลยไม่ต้องรอ ต่อให้ไม่ได้รอเขา ถ้ายังไม่ง่วงเธอก็นอนไม่หลับอยู่ดี
ด้านล่าง...ในห้องครัว
“อ้าวคุณเพียงขวัญ”
“อ๋อ ฉันลงมาหาของกินค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“.....”
แม่บ้านมองหน้ากันเหมือนยังชั่งใจ เพราะเจ้านายเคยสั่งไว้ว่าให้คอยดูแลเธอ อย่าให้เธอต้องได้ทำงานบ้านหรือทำอะไรเอง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันไม่ใช่งานหนัก คุณนิคไม่อยู่แล้วไม่ต้องกลัวค่ะ ฉันไม่บอกเขาหรอกสัญญาเลย”
“งั้นคุณเพียงขวัญเอาวางไว้ให้พวกเราเก็บก็ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อยู่บ้านฉันทำเองประจำ แค่นี้สบายมาก”
“เอ่อ...”
“ล้างจานใบเดียวเอง มันไม่ได้หนักอะไรเลย ถ้าเขาจะว่าฉันจะเถียงแทนให้เองค่ะ”
“ก็ได้ค่ะๆ งั้นพวกเราไปนอนก่อนนะคะ”
“อื้ม ค่ะ”
อยู่ที่นี่เธอไม่ได้อยากสร้างศัตรูเลย ความจริงอยากอยู่เงียบๆ ด้วยซ้ำ เรื่องอาหารต่างๆ เธอเองก็ทำได้ ไม่เห็นต้องลำบากให้แม่บ้านทำให้สารพัดเลย
เพราะเป็นคนชอบเกรงใจคนด้วยหรือเปล่านะ เลยชอบทำอะไรๆ เองมากกว่าให้คนอื่นทำให้
ผ่านไปสักพัก...
“คุณหนู...”
“อ้าว ป้าเหยียน”
“ป้าได้ยินมาว่าคุณนิคเขาไปงานเลี้ยง เลยไปหาที่ห้องแต่ไม่เจอ เลยลงมาหาข้างล่าง ทำไมยังไม่อาบน้ำนอนอีกคะ?”
“ยังไม่ง่วงค่ะ ขวัญหิวก็เลยลงมาหาของกิน”
ป้าเหยียนอายุมากแล้วล่ะ พอๆ กับพ่อของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ยังแข็งแรงดี ทำงานได้สารพัดเลย และหนึ่งสิ่งที่ทำประจำก็คือเตรียมอาหารให้กับเธอทุกๆ วัน ถึงเธอจะบอกแล้วก็เถอะว่าไม่ต้องทำ แต่ก็ดื้อซะไม่มีเลย
“เป็นยังไงบ้างคะ?”
“ป้าเหยียนหมายถึงอะไรคะ”
“ป้ารู้นะคะว่าคุณหนูรู้ว่าป้าหมายถึงอะไร”
“.....” เธอเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไงดี เป็นยังไงเหรอ มันก็ไม่ได้แย่อะไรนะ เขาก็ดูแลเธอดี ถึงความสัมพันธ์มันจะยังไม่แน่นอนก็เถอะ “ก็ดีค่ะ เขาก็เป็นคนดี ดูแลดี”
“แค่นี้เหรอคะ”
“ค่ะแค่นี้ ป้าเหยียนก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างขวัญกับเขา”
“ทำไมจู่ ๆ เขาถึงอยากรับผิดชอบล่ะคะ?”
“......”
“อย่าหาว่าป้าใจดำหรือคิดอกุศลเลยนะคะ แต่เขาจะทำเป็นมองผ่านไปก็ได้นี่คะ ทำไมเขาถึงคิดจะกลับมารับผิดชอบเอาตอนนี้”
“ความจริงตอนนั้นเขาบอกไว้แล้วล่ะค่ะ ขวัญเองก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ อีกอย่าง...ขวัญก็ไม่ได้อยากแบกหน้าไปให้เขารับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่เราแค่สนุกกัน”
“คุณขวัญ...”
“ถ้าป้าเหยียนจะมาถามขวัญเกี่ยวกับเขาขวัญไม่รู้หรอกค่ะ ที่พูดก็เป็นแค่ในสิ่งที่ตัวเองคิดค่ะ”
“.....”
“แต่เขาก็ดีค่ะ ดูแลดี แถมคอยจัดการงานให้ด้วย”
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ ป้าถามเพราะห่วง”
มันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมีแต่คนสงสัยเรื่องนี้ ทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด แม้แต่เธอในตอนแรกก็ยังปรับตัวไม่ทันเลย อยู่ ๆ ก็ต้องย้ายมาอยู่กับเขา และก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมเธอถึงไม่ปฏิเสธ ณ ตอนนั้นเธอคงกลัวมากกว่า เพราะเขาดูเงียบ สุขุม สายตาที่มั่นคงน่าเกรงขาม มันทำให้เธอหวั่นใจ กลัวถูกทำร้าย หรือถูกทำอะไรมากกว่านั้น เธอมันก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ทำธุรกิจเลี้ยงตัวเอง มันจะไปสู้นักธุรกิจใหญ่โตอย่างเขาได้ยังไงกัน ตอนนั้นดูจากรถที่เขาขับ บอดีการ์ดของเขา คนขับรถ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขามีอิทธิพลมากแค่ไหน
วันถัดมา...
ขณะที่กำลังนั่งเล่นอยู่นั้น เพียงขวัญก็เลื่อนโทรศัพท์ไถฟีดดูโลกโซเชียลเพราะไม่รู้จะทำอะไรแล้วจริงๆ ปกติเธอมีงานให้ทำ แต่ตอนนี้ถูกสั่งห้าม ชีวิตในแต่ละวันสำหรับเธอมันเลยน่าเบื่อไปหมดเลย
“หืม...” เพียงขวัญร้องอุทานออกมาเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า
สายตาของเธอนั้นจดจ้องอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ไม่วางตา หัวใจของเธอนั้นเริ่มเต้นแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มือที่จับโทรศัพท์อยู่ก็อ่อนแรงจนแทบจะประคองโทรศัพท์เครื่องเล็กๆ ไม่ไหว
อยู่ ๆ ก็ได้เห็นภาพของโอนิกซ์กับดาราสาวคนนึง ชุดที่เขาใส่เป็นชุดที่เขาแต่งไปเมื่อคืน เธอจำได้!
คุณโอนิกซ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมาคู่กับคุณไอรดานางเอกเบอร์ต้นของช่องดัง คู่สร้างคู่สม เหมาะสมกันมากจริงๆ เลยค่ะ
เหมาะสมงั้นเหรอ? ดารากับนักธุรกิจ ดูจากฐานะการแต่งตัวการเข้าสังคมแล้วความจริงมันก็ดูเหมาะสมกันไม่น้อยเลยนะ
เพียงขวัญย้อนกลับมาดูตัวเอง เธอก้มหน้าลงมองท้องใหญ่ของตัวเอง ก่อนที่มือเล็กจะค่อยๆ ลูบท้องใหญ่อย่างช้าๆ
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้ท้องไส้มันปั่นป่วนไปหมดเลย ถ้ามีคนรู้ว่าเธอท้องกับเขา มันจะเป็นยังไงนะ
แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีแหละ
ใครๆ ต่างก็พูดว่าเขาและดาราคนนั้นเหมาะสมกับเสียยิ่งกว่าอะไรดี ซึ่งเธอเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
ฟึ่บ~
“จะไปดูมันทำไม พวกข่าวมั่วซั่ว คิดจะลงอะไรก็ลง อยากเขียนอะไรก็เขียน ไม่สนว่ามันจะเป็นยังไง ความจริงคืออะไร ขอแค่เขียนข่าวแล้วได้เงินก็พอแล้ว”
เธอตกใจมากที่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของเขาก็ดังขึ้นมา เพราะไม่รู้เลยว่าเขาเดินมาตั้งแต่ตอนไหน แถมเขาก็รู้ด้วยว่าเธอนั้นกำลังดูอะไรอยู่
“มะ มาตั้งแต่ตอนไหนคะ”
“สำคัญด้วยเหรอ?”
“.....”
“เธอเชื่อเหรอ ไอ้ข่าวนั่นน่ะ”
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ฉันว่าคุณกับเขาก็..”
“ไม่เหมาะสมอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันไม่ชอบคือไม่ชอบ ห้ามพูดเรื่องนี้อีกด้วย แล้วเธอก็เลิกดูซะนะ ไม่งั้นฉันจะยึดโทรศัพท์ของเธอ”
“ทำไมต้องขู่กันด้วย งานก็ไม่ให้ทำ อะไรก็ไม่ให้ทำ จะให้ฉันเฉาตายหรือไงคะ?”
เธอเถียงเขาอย่างลืมตัว พอเห็นหน้าเขาแล้วเธอก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่าทำเรื่องที่ไม่ควรลงไป รีบก้มหน้าหลบด้วยความกลัว แต่เขากลับยิ้มหัวเราะเหมือนว่าเธอพูดเรื่องตลกให้ฟัง
“คุณหัวเราะทำไมคะ ฉันพูดผิดเหรอ?”
“เปล่า ฉันแค่ชอบที่เธอรู้จักพูดจาแบบนี้ ฉันไม่ชอบที่เธอเอาแต่เงียบ หลบหน้าหลบตาทำเหมือนว่าฉันจะฆ่าแกงเธอ”
“ก็คุณชอบทำน่ากลัวใส่ฉันนี่”
“มากับฉันสิ ฉันมีอะไรจะให้ดู”
“คะ?”
“ตามมาสิ”
โอนิกซ์พาเพียงขวัญเดินมาที่ห้องครัว ก่อนที่จะให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนเขาก็ทำอะไรไม่รู้ เหมือนกำลังจัดเตรียมของกินให้กับเธอ ดูเขาตั้งใจเอามากๆ และมันก็ทำเอาเธออยากรู้ไม่น้อยเลยเหมือนกันว่ามันเพราะอะไร ไม่นานนักเขาก็เดินมาพร้อมกับจานใบเล็กๆ ที่ใส่ขนมเค้กหน้าตาน่าอร่อยอยู่ “ขนมเค้ก”“คะ?”“ก็เห็นบ่นว่าอยากกิน ฉันก็เลยแวะซื้อมาให้ ฉันสั่งร้านทำแบบไม่หวานมากนะ คนท้องกินหวานมากไม่ดี”“ขะ ขอบคุณมากนะคะ”“กินซะสิ”“คุณนิครู้ได้ยังไงคะ วันฉันอยากกินเค้ก”“เรื่องของเธอ มีอะไรบ้างที่ฉันไม่รู้”นั่นสินะ ไม่น่าถามเลย เรื่องของเธอเขาก็รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว ต่อให้ไม่ได้ถามยังไงเขาก็สืบจนรู้เองอยู่ดี“เป็นอะไรของเธอ เค้กไม่ถูกใจเหรอ?”“เปล่าค่ะ”“......” เขามองเธอนิ่งๆ สายตานั้นเหมือนกำลังกดดันให้เธอตักเค้กที่เขายกมาให้นั้นใส่ปาก แล้วเอ่ยชมว่าอร่อยตามมารยาทใช่! มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ“ฉันซื้อมาให้เยอะเลยนะอยู่ในตู้ อยากเลือกมั้ยล่ะ ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบกินแบบไหน เลยซื้อมาทุกรสชาติเลย แต่เอาใส่จานมาแค่วนิลาชิ้นเดียว”“มะ ไม่ค่ะ ฉันชอบค่ะ ปกติเค้กฉันกินได้หมดเลย”“แล้วทำไมไม่กินล่ะ?”“ความจริงถ
ผ่านไปหนึ่งเดือน...“พี่คะ พี่ชาย..”“ครับๆ คุณเพียงขวัญต้องการอะไรครับ” ชายหนุ่มร่างกำยำรีบวิ่งหยวบหยาบเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงเรียก“ฉันถามอะไรหน่อยสิ”“ครับ”“คุณนิคเขาหายไปไหนเหรอ?”“......”ปกติเธอก็ไม่เคยต้องร้อนใจอะไรแบบนี้หรอก แต่มีบางอย่างที่มันเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จนเธอร้อนใจขึ้นมานั่นก็คือโอนิกซ์หายตัวไป ที่ผ่านมาปกติเขาไปทำงานก็จะกลับมาในช่วงเวลาเดิมตลอด แต่ตอนนี้มันแปลกไป เพราะจู่ ๆ เขาก็ไม่กลับมาเหมือนอย่างเคย“รู้หรือเปล่า เขาหายไปไหน”“ผมไม่ทราบครับ”“แล้วพอจะมีใครที่ฉันจะติดต่อหาได้มั้ย คนใกล้ตัวของเขาน่ะ ฉันเป็นห่วง”แหงสิอยู่ ๆ เขาก็มาหายตัวไป เธอเลยเป็นห่วงจนร้อนรนแบบนี้ ต่างจากคนอื่นที่ดูไม่ได้ร้อนรนอะไรเลย มีแต่เธอที่ร้อนใจอยู่คนเดียวไม่มีใครคิดเลยเหรอว่ามันแปลก หรือปกติเขาเป็นแบบนี้อยู่แล้วแต่สำหรับเธอมันผิดปกตินะ ตลอดระยะเวลาที่เธอมาอยู่ที่นี่เขาไม่เคยหายไปเลย เป็นคนที่รักษาคำพูดตลอด จะกลับดึก กลับช้า กลับเร็ว ทุกๆ อย่างที่บอกกับเธอไว้ เขาทำตามมันได้ดีเลย ราวกับว่าเธอคือภรรยาของเขาจริงๆ“ไม่มีครับ”“นี่พวกพี่ไม่ห่วงเขาเลยเหรอคะ เจ้านายหายไปทั้งคนนะ”พวกเขาม
ก๊อกๆๆ“คุณนิค!!” เพียงขวัญรีบเดินไปที่หน้าประตูด้วยความตกใจ เพราะเธอนั้นกำลังนั่งปรับทุกข์เรื่องของเขากับป้าคนสนิทอยู่เลย แต่เขากลับโผล่มาซะแล้ว มาตอนไหนก็ไม่รู้เลย“คิดถึงฉันอยู่เหรอ?” เขาเอ่ยถามพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย“ทะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้ล่ะคะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ?” เพียงขวัญถามด้วยความตกใจ เพราะสีหน้าของเขามันบ่งบอกอย่างนั้น เขาต้องไม่สบายหรือไม่ก็เป็นอะไรสักอย่างล่ะ เพราะคนปกติเขาคงไม่หน้าซีดเหมือนคนไม่มีเม็ดเลือดแดงฝาดขนาดนี้“ป้าลงไปช่วยแม่บ้านเตรียมอาหารก่อนนะคะ” ป้าเหยียนเดินออกมา สถานการณ์ตอนนี้มีบุคคลที่สามอยู่ด้วยมันคงไม่เหมาะสักเท่าไหร่“เข้ามาข้างในก่อนสิคะ”“ได้ข่าวว่าเธอไม่ยอมกินข้าว”“ข่าวจากไหนคะ มั่วแล้วนะ”“......” โอนิกซ์เงียบ“คุณนั่นแหละหายไปไหนมา จะไปไหนก็บอกกันสักหน่อยสิ คนอื่นชินแต่ฉันไม่ชินด้วยหรอกนะ ถ้าจะไม่กลับเพราะติดธุระ ตอบข้อความรับสายโทรศัพท์สักนิดก็ยังดี”“มัน...พังน่ะ” โอนิกซ์หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาให้เธอดู ให้เพียงขวัญนั้นเห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะไม่รับสายหรือไม่อ่านข้อความของเธอเลยโทรศัพท์มือถือของเขามันพังจนเปิดไม่ติดแล้ว หน้าจอแตกละเอียดหม
สองเดือนถัดมา...ภายในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลเอกชนHHบรรยากาศภายในห้องผ่าตัดนั้นมันเย็นเฉียบและเงียบกริบ ด้านหน้าของเพียงขวัญถูกกั้นด้วยผ้าสีเขียวสูงชนิดที่เธอมองไม่เห็นการกระทำของหมอและพยาบาลอีกฝั่ง เธอกลัวตื่นเต้นจนหัวใจนั้นเต้นรัวไปหมด แต่เป็นเพราะฤทธิ์กล่อมของยา มันเลยทำให้เธอนั้นไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร บวกกับมีโอนิกซ์นั้นคอยอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง เธอเลยอุ่นใจไปได้มากเลยทีเดียว“อือ...” เพียงขวัญครางเสียงสั่นกลัว ดวงตาของเธอพยายามจดจ้องไปที่การกระทำของหมอและพยาบาลที่กำลังทำคลอดอยู่ ใบหน้าของเธอซีดเผือก ตัวสั่น ที่ไม่รู้ว่าสั่นเพราะอุณหภูมิภายในห้องผ่าตัดหรือเป็นเพราะฤทธิ์จากยา“ไม่ต้องกลัวนะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู มันทำเอาเธอใจชื้นขึ้นมาแบบทันควันเขาไม่เคยปล่อยมือเธอเลย ตั้งแต่พามาโรงพยาบาล เตรียมตัวเข้าห้องคลอด ฉีดยา จนกระทั่งตอนนี้เวลาในตอนนี้มันเหมือนยาวนานไปมากๆ แต่คงเป็นเพราะเธอนั้นรอคอยจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นมากกว่า เวลามันถึงผ่านไปช้าแบบนี้“คุณนิค...” “ว่าไง”“นานจังเลยคะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ”“ไม่มีอะไรหรอก มันไม่นานเลยนะ คุณหมอกำลังทำคลอดอยู่”โอนิกซ์พยายามพูดให้เพียงขวัญนั้นสบายใจ เ
..เวลาผ่านไป ที่บ้านหลังใหญ่ของโอนิกซ์ เพราะเพียงขวัญยังไม่แข็งแรง เธอจึงไม่สามารถดูแลลูกแฝดได้อย่างเต็มที่ นั่นจึงทำให้โอนิกซ์นั้นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาคอยช่วยดูแล และคนคนนั้นก็ต้องไว้ใจได้ ถึงเขาจะช่วยเธอเลี้ยงได้ แต่ยังไงก็เป็นผู้ชาย ความละเอียดอ่อนก็ไม่เท่ากับผู้หญิงอยู่ดี การเลี้ยงเด็กอ่อนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงโอนิกซ์จะเตรียมตัวตั้งรับกับเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่ยังไงก็ต้องมีพี่เลี้ยงอยู่ดี“เพียงขวัญ...”“คะคุณนิค?”“แผลของเธอเป็นยังไงบ้าง”“ดีขึ้นแล้วค่ะ” “อืมก็...ดีแล้วล่ะ”“......” เพียงขวัญมองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลแล้วเขาจะถามเธอแบบนี้ทุกวัน จนกระทั่งกลับบ้านก็ยังถามอยู่ ไม่ถามเนี่ยสิดูแปลกไปเลย“งั้นก็พักเถอะ ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูลูกให้เอง”“คุณไม่ออกไปทำงานเหรอคะ?”“วันนี้ไม่ล่ะ อยากอยู่กับลูก”มีพี่เลี้ยงก็จริงแต่ในฐานะคุณพ่อที่เห่อลูกแฝดอย่างเขาก็ไม่ยอมห่างลูกๆ เลยเช่นกัน ที่ต้องจ้างเพราะกลัวดูแลได้ไม่ดีทั้งสองคนต่างหากเพียงขวัญมองดูโอนิกซ์อุ้มลูกขึ้นมาอยู่บนอก เขาประคับประคองเป็นอย่างดี น้ำเสียงที่เปล่งเจรจากับลูกน้อยในอ้อมอกนั้นมันช่างหวานละมุนจริงๆ
วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งสองแฝดเติบโตขึ้น...ช่วงกลางดึกเพียงขวัญพาลูกของๆ ของเธอนั้นเข้านอนในห้องของพวกเขาแล้วก็ดันเผลอหลับไปพร้อมกับลูกด้วย รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ดึกแล้ว คงเหนื่อยกับการดูลูกที่กำลังอยู่ในวัยซุกซนแหละนะ พอพวกเขาโตขึ้นพี่เลี้ยงก็ไม่ได้จ้างอีกต่อไป เพราะดูแลกันได้แต่ก็เหนื่อยหน่อยแหละสมกับที่ได้เป็นลูกแฝดแกร๊ก~"ลูกเพิ่งนอนเหรอ?""หือ??" เธอตกใจเสียงของโอนิกซ์ เพราะเพิ่งจะออกมาจากห้องนอนของลูกๆ ประจวบเหมาะกับได้เจอเขาพอดีเมื่อช่วงหัวค่ำเขาออกไปข้างนอก เพราะมีงานเลี้ยงที่ถูกเชิญไปร่วม เพียงขวัญเองก็มัวแต่ดูแลลูกจนลืมไปเลยเหมือนกันว่า เขาออกไปข้างนอก"สองแสบเล่นกันดึกหรือไง?" โอนิกซ์เอ่ยถาม"เปล่าค่ะ ฉันเผลอหลับไป ก็เลยเพิ่งได้ออกมา"พรึ่บ!"อ๊ะ...?!"กลิ่นเหล้า? จังหวะที่หมุนตัวกำลังจะเดินกลับออกไป เธอก็ดันไปชนกับเขาพอดี ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอได้กลิ่นเหล้าจากตัวของเขาโชยออกมา กลิ่นเหล้าแรงขนาดนี้ ตัวเขาต้องเมาขนาดไหนนะ"เจ็บหรือเปล่า?""ไม่ค่ะๆ คุณเมาหรือคะเนี่ย กลิ่นเหล้าหึงเชียว" เพียงขวัญพูด พร้อมกับเอามือทำท่าปิดจมูก ให้รู้ว่าตัวของเขานั้นมีกลิ่นเหล้าค่อนข้างแรง"อ
"อึกอะ...อ๊ะ!?"คนตัวเล็กส่งเสียงร้องครางออกมาไม่หยุด เพราะถูกคนตัวใหญ่กว่าเล้าโลมเรือนร่างชนิดที่ไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ มันเร่าร้อน มันรุนแรง นำพาอารมณ์ของเธอเตลิดไปหมดเลย“แฮ่กคุณนิค! หยะ หยุดก่อน อื้อ!!”เพียงขวัญพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้อยู่ดี แต่ทว่าร่างกายของเธอมันก็อ่อนระทวยเช่นกัน ใจอยากจะห้ามแต่ร่างกายมันกลับตอบรับการกระทำของเขา“อย่าเอามือบังสิ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก” โอนิกซ์พูดเหมือนจะหงุดหงิดเป็นนัยๆ เพราะเขาไม่ชอบเลยที่เธอเอามือมาขวางแบบนี้“กะ ก็คุณทำเร็ว ฉันเตรียมตัวไม่ทัน”“งั้นก็ปรับตัว เพราะฉันจะไม่เบาแรง”“อึกอืม...”เขาทำอย่างที่ปากพูดจริงๆ เจ้าของร่างกำยำตะโบมจูบลงมากับริมฝีปากหวานของเธอ ก่อนที่มือหยาบนั้นจะล้วงเข้าไปผ่านเสื้อที่เปียกแฉะสัมผัสกับเนื้อนุ่มนิ่ม ฝ่ามือหนาบีบเคล้นที่หน้าอกอูมอย่างรุนแรงเขาก็ดูนิ่งๆ ใจเย็นแท้ๆ แต่กับเรื่องนี้ทำไมถึงดูใจร้อนไปหมดเลยนะ หรือเป็นเพราะเขาเมามาด้วย?“คะ คุณนิค อืม...”“ครางชื่อฉันเหรอ เพราะดีจัง”ทั้งสองเล้าโลมกันอยู่ในอ่างน้ำอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เพียงขวัญจะถูกอุ้มขึ้นจากอ่างน้ำ ถูกเขาพาออกมาด้านนอก“ถอดเสื้อผ้าสิ ต่
...วันถัดมาฟึ่บ~แรงยวบยาบบนเตียงทำให้เพียงขวัญที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเธอนอนหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา และสิ่งแรกที่เธอมองเห็น ก็คือเขา"คุณนิค""วันนี้จะออกไปทำงานเหรอ?""!!!" พอได้ยินอย่างนั้น อาการที่กำลังงัวเงียอยู่ก็ถึงกับสว่างทันที คนตัวเล็กผุดลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางร้อนรน ก่อนจะหันมองซ้ายขวา "กี่โมงแล้วคะเนี่ย?""สายแล้ว""แล้วลูกล่ะคะ?""ตื่นกันตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนนี้กำลังเรียนอยู่กับครูน่ะ อยู่ที่ห้องด้านล่าง"เรื่องนั้นเธอไม่ค่อยหนักใจเท่าไหร่ เพราะทั้งสองนั้นรู้หน้าที่ของตัวเองดี ตื่นแต่เช้าล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเข้าห้องเรียนก็กินข้าวกันเรียบร้อยแล้วจะเหลือก็แต่เธอเนี่ยแหละ อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะไปทำงานสักหน่อย เพราะอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว แต่ดันตื่นสายจนได้นี่"สายโด่งป่านนี้แล้ว ไม่ต้องไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้ค่อยไป""ชิ!" เธอมองเขาตาแข็ง แล้วมันเป็นเพราะใครกันล่ะที่ทำให้เธอไปทำงานไม่ได้แบบนี้"ฉันเองก็จะทำงานอยู่ที่ห้องทำงานเหมือนกัน""ค่ะ""ลุกไหวหรือเปล่า""ถามทำไมคะ""ก็ถามเผื่อได้ช่วย ขาเธอคงสั่น เดินเองไม่ไหว""......" เขาพูดเหมือนภูมิใจในสิ่งที่ตัวเอง
สี่เดือนต่อมาโรงพยาบาลเอกชนเพียงขวัญเข้าห้องเตรียมพร้อมคลอดลูกแล้ว ท้องที่สองแล้วแต่เธอก็ยังไม่หายตื่นเต้นเลย มือของเธอนั้นเย็นเฉียบไปหมด แต่ในใจก็ยังอยากจะเห็นลูกเร็วๆ และก็แน่นอนว่าคนที่ตื่นเต้นมากกว่าเธอก็คือโอนิกซ์"เจ็บหรือเปล่า หืม?""นิดหน่อยค่ะ""อดทนหน่อยนะ เพื่อลูกของเรา""ค่ะ"เพียงขวัญพยักหน้าตอบกลับ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าห้องคลอดหรอก เพราะเพิ่งจะให้ยาไป และยังอยู่ในช่วงเตรียมคลอด แต่เมื่อไหร่ที่ยาออกฤทธิ์เต็มที่ก็จะถูกเข็นเข้าห้องคลอดทันทีโอนิกซ์จับมือที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่น พร้อมกับให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง"ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง""ขอบคุณนะคะ"...สิบนาทีต่อมาเพียงขวัญถูกพาเข้าห้องคลอด จากนั้นขั้นตอนการคลอดก็ดำเนินการไปเรื่อยๆ เหมือนกับตอนที่คลอดสองแฝดเลย ไม่เห็นอะไรเบื้องหน้า ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีเขียว จะเห็นก็แต่โอนิกซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ"คุณนิค..""ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร""ลูกล่ะคะ พรีมกับเพิร์ซ""อยู่ข้างนอกน่ะ หมอไม่ให้เข้ามา ไม่ต้องห่วงมีเพื่อนอยู่ด้วย ตอนนี้กำลังรอเจอน้องๆ อยู่""อย่าไปไหนนะคะ""ครับ ไม่ไปไหนหรอกจะอยู่ตรงนี้ตลอดเลย สัญญาครับ
เวลาต่อมาบริษัทโอนิกซ์"มะม่วงห่าอะไรวะ! รสชาติจืดฉิบหาย!""เอ่อ...งั้นลองเป็นแบบสดดีมั้ยครับ""นี่ก็หวาน พวกมึงเนี่ย ฟังภาษาไทยไม่ออกหรือไงวะ บอกให้ซื้อมะม่วงเปรี้ยว มึงซื้อมะม่วงพวกนี้มาทำห่าอะไร!?" โอนิกซ์หงุดหงิดใส่ลูกน้องถึงขีดสุด เพราะลูกน้องดันซื้อของมาไม่ถูกใจ อยากกินมะม่วงเปรี้ยว แต่ที่ได้มาคือมะม่วงหวานและมะม่วงที่ไม่มีรสชาติ"ผมถามกับแม่ค้าแล้วนะครับ มะม่วงดองจะมีรสชาติเปรี้ยวเค็ม ส่วนมะม่วงสดก็จะมีรสชาติเปรี้ยวนำครับ ไม่หวานนะครับ""มึงก็ลองกินดิ จะได้รู้ แม่ง!!"พักนี้ลูกน้องเอาใจไม่ค่อยถูกเท่าไหร่เลย บางวันก็อารมณ์ดี แต่บางวันก็อารมณ์เสียถึงขั้นไม่พอใจอะไรซักอย่างเลย บางครั้งก็พาลทะเลาะกับของที่ไม่มีชีวิต โต๊ะเก้าอี้ กระดาษปากกา หรือแม้กระทั่งเอกสารต่างๆใช่แล้วล่ะ เขากำลังเข้าสู่ภาวะแพ้ท้องแทนภรรยา จากที่เพียงขวัญนั้นแพ้ท้องอยู่ไม่เท่าไหร่ คนที่เป็นต่อมาก็คือเขา น่าจะเป็นช่วงหลังจากกลับจากทะเล..ผ่านไปสักพัก"มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงออกมาข้างนอกกัน" เพียงขวัญเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทของโอนิกซ์ ปกติสองคนนี้จะอยู่ตัวติดกับเขาตลอดเวลานี่นา"คุณเพียงขวัญ" สีหน้าของทั้งสองเหมือ
วันต่อมา"อือ อย่ากวนสิคะ ฉันจะนอน""ตื่นสายนะเรา โดนเอาแค่ไม่กี่ครั้งเอง""....." พอได้ยินอย่างนั้น เพียงขวัญก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที ก่อนจะพยายามผละตัวออกมาจากเขา แต่ก็ยังไม่วายโดนเขาดึงกลับไปกอดอยู่เหมือนเดิม "ฉันจะลุกแล้วค่ะ""เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าอย่ากวน""ฉันจะไปหาลูก""ป่านนี้แล้ว ลูกคงออกไปเล่นกับคนอื่นแล้วล่ะ เธอก็รู้ เวลามาที่นี่ทีไร เรากลายเป็นหมาหัวเน่าตลอด""แต่ฉัน...""จะรีบไปไหนล่ะ มีคนคอยดูแลลูกอยู่แล้ว""ดะ เดี๋ยวคุณ อึก.."เป็นเพราะรั้งกันไปมาหรือเปล่านะ อยู่ดีๆ เธอก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา จากที่ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น ก็รู้สึกหม่นไปหมด รู้สึกเหมือนมีลมร้อนปะทะหน้า เช้านี้นี่มันเป็นอะไรกัน"คะ คุณนิค ฉันรู้สึกแปลกๆ ปล่อยฉันก่อนค่ะ""เป็นอะไร?"เพียงขวัญหยัดกายลุกขึ้นมานั่งได้ครู่เดียว จู่ๆ เธอก็รู้สึกพะอืดพะอมจนต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีแหวะ! แหวะ!"เพียงขวัญ!""อืม...ฉะ ฉันโอเคค่ะ" เธอตอบเสียงแผ่ว เพราะไม่อยากให้เขาเข้ามาเห็นในสภาพนี้ เลย"เป็นอะไรไป?""......" เธอส่ายหัวเป็นคำตอบ ในตอนนี้ไม่มีความคิดอะไรอีกเลย ทุกอย่างมันมารวดเร็วจนเธอไม่ได้ตั้งรับสักนิด"กินอะไรไ
หลายเดือนต่อมา"ฮายนิค~""หวัดดีวานิล""สบายดีนะ""อืม สบายดี""สวัสดีครับคุณลุงนิค""หวัดดีครับตะวัน โตเป็นหนุ่มแล้วนะเรา"เพียงขวัญได้แต่ยืนมองหญิงสาวที่ลงเครื่องมาพร้อมกับเด็กน้อยรุ่นราวคราวเดียวกับลูกแฝดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นเธอสวยมากดูดีมาก และก็พอจะรู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครชื่ออะไร ที่ผ่านมาได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นตัวจริงสักที เธอดูดีและสวยกว่าที่คิดไว้ในหัวเยอะเลยการแสดงท่าทางสนิทสนมของทั้งสอง ไม่ได้ทำให้เพียงขวัญรู้สึกแย่แต่อย่างใด กลับกันเธอมองว่าเขาทั้งสองคนผูกพันกันมากกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากพี่น้องท้องเดียวกัน เธอไม่ได้หึง ไม่ได้อะไรเลย"สวัสดีค่ะคุณเพียงขวัญ""เอ่อ สวัสดีค่ะคุณวานิล ได้เจอตัวจริงสักทีนะคะ คุณสวยกว่าในรูปเยอะเลย""แหะๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ก็ขอบคุณนะคะ"วานิล เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและดูดี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าเธอนั้นค่อนข้างจะเข้าถึงยากยังไงไม่รู้สิหลังจากนั้นเธอก็ได้เจอกับวานิลอยู่บ่อยๆ จนพอจะได้รู้เรื่องราวต่างๆ ของเธอมาบ้าง เกี่ยวกับวานิลและลูก และผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกเธอ และก็เข้าใจว่าเธอไม่ใช่คนเข้าถึงยากอะไรเลย แค่ต้องเข้มแข็ง เพื่อปกป้องห
สองเดือนต่อมา"นั่งดูอะไรอยู่" โอนิกซ์เอ่ยถาม เพราะเห็นภรรยานั่งจ้องอยู่กับอะไรบางอย่างมาพักนึงแล้ว"ใครก็ไม่รู้ค่ะ" เพียงขวัญตอบ ทำให้เขารีบเดินตรงมายังเธอทันที "เขาทักมาว่าอยากเจอ""รู้จักหรือเปล่า?""ไม่รู้จักค่ะ" เธอส่ายหน้า"บล็อคไปสิ น่าจะพวกนักข่าวที่ชอบทำข่าวเสียหาย""ใช่เหรอคะ?"ที่ถามแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อที่เขาพูดหรอกนะ แต่เรื่องของเธอและโอนิกซ์ถูกเปิดเผยไปตั้งนานแล้ว และมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายถึงขั้นนักข่าวจะต้องให้ความสนใจประหนึ่งเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกเลยนี่นา เพราะเขาแค่ทำให้คนอื่นรู้ว่าเขาแต่งงานมีภรรยาและลูกแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของคนธรรมดามากๆ และที่ผ่านมาไม่สนใจใครก็เพราะเรื่องนี้"แล้วเธอจะคุยไปทำไม เป็นใครก็ไม่รู้จัก""เขานัดฉันออกไปเจอค่ะ""ห๊ะ?""เขานัดเจอที่ร้านอาหารEEค่ะ" เพียงขวัญบอก เป็นร้านอาหารที่เธอพอจะรู้จักอยู่แล้ว มันเป็นร้านใหญ่ ร้านหรู ดาราคนดัง เซเล็บคนรวย ต่างก็มาร้านอาหารนี้กันหมด เธอเองก็เคยไปอยู่เหมือนกัน"เพียงขวัญ...""บางทีเขาอาจจะอยากเจอฉันจริงๆ ก็ได้""เธอนี่ทำไมถึงไม่ฟังฉันเลยนะ ที่ฉันไม่อยากให้ไป เพราะมันอันตราย เพราะไม่รู้ว่าคนที่นัดเธ
เวลาต่อมาพอกลับถึงบ้านโอนิกซ์ก็ยังไม่ได้บอกกับเพียงขวัญว่าเรื่องนั้นเขาโกหกหรือว่าลูกน้องโกหก แต่ดูเหมือนว่าเพียงขวัญจะได้คำตอบแล้วผู้หญิงมักจะได้คำตอบก่อนมาตั้งคำถามเสมอ ซึ่งเขาอาจจะไม่รู้ ผู้หญิงร้ายได้มากกว่าที่เขาคิดไว้เยอะนะ"เพียงขวัญ เพียงขวัญ!" โอนิกซ์รีบเดินตามมาติดๆ วันนี้เธอเดินเร็วมากกว่าทุกวัน ปกติถ้ากลับบ้านมาพร้อมกัน เวลาเข้าบ้านก็จะเข้าพร้อมกัน แต่วันนี้พอลงจากรถเธอก็เดินเข้าบ้านทันที ไม่พูดไม่จาสักคำ จนเขาต้องรีบเดินตามมา"เป็นอะไร บอกหน่อยได้ไหม?" พูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนมาก เหมือนลูกหมาที่กำลังครางหงิงๆ อยู่ข้างขาเจ้านาย"เปล่าค่ะ""ฉันรู้...ว่าเธอโกรธเรื่องนั้น""ก็รู้ว่าฉันจะโกรธ ทำไมถึงไม่บอกตามตรงล่ะคะจะโกหกทำไม""คือว่า...""คือว่า...อะไรคะ? บอกไว้ก่อนนะ อย่าได้มาหาข้อแก้ตัวเชียว""ไม่ครับ ไม่แก้ตัว""งั้นจะให้คำตอบฉันได้หรือยังคะ?""....." เขาเงียบ แถมทำหน้าสลดแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน สีหน้าตอนนี้ถ้าลูกน้องมาเห็นคงอายตายเลยที่ผ่านมาเขาไม่ใช่เสือผู้หญิงก็จริง แต่เขาคือเสือที่ไม่กลัวใคร ทว่าตอนนี้กลับต้องมาแพ้ให้กับมนุษย์เมียซะงั้น"ขอโทษ ฉันโกหกเอง""ขอเหตุผลค่
หลายวันต่อมาบริษัทของโอนิกซ์"เอาอีกแล้ว มาทำงานแต่นั่งยิ้มอีกแล้ว""นายแอบสูบกัญชามาหรือเปล่าวะ?""นั่นดิ คนอะไรนั่งยิ้มกับผนังห้อง"ก่อนหน้าที่เขาจะไปพักร้อนก็ว่าหนักแล้วนะ กลับมาหลังจากไปพักร้อนหนักมากกว่าเดิมอีก นั่งยิ้มกริ่ม บางครั้งก็หัวเราะคนเดียว อาการเข้าขั้นเป็นหนักแล้วล่ะเจ้านายคนนี้"เอ่อนายครับ วันนี้มีนัดคุยงานข้างนอกนะครับ""เออ รู้แล้ว!" พูดเหมือนไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพราะหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะคนกำลังอารมณ์ดีเขากำลังนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านพัก นึกถึงการกระทำของภรรยา เพราะไม่เคยเห็นเธอทำแบบนั้นมาก่อนเลยแหงล่ะ ปกติเรื่องบนเตียงเขาจะเป็นฝ่ายนำตลอด มันเป็นครั้งแรกเลยที่เธอกล้าทำอย่างนั้น"อาการเข้าขั้นหนักแล้วว่ะกูว่า""เมื่อกี้ยังจะกินหัวเราอยู่เลย แต่อยู่ๆ ก็ไปนั่งยิ้มแล้ว"ลูกน้องอดไม่ได้ที่จะพูด มันเป็นอาการคลั่งรักที่ไม่เข้าใจเอาซะเลย มองคนอื่นเนี่ยสายตาเหมือนจะฉีกเป็นชิ้นๆ แต่เวลาที่ได้นั่งอยู่กับตัวเองเหมือนคิดอะไรกลับยิ้มเหมือนคนบ้า"พวกมึงสองคน อยากโดนสั่งให้วิ่งรอบบริษัทอีกสัก 20 รอบหรือไง?""ปะ เปล่าครับ""นายครับ""อะไร?" พูดเสียงเข้ม ตานี่ดุเลย ทำหน้า
ฟึ่บ ฟุ่บ ฟั่บ"เดี๋ยวๆ ทำอะไรเนี่ย""อยู่นิ่งๆ เถอะน่า"เพียงขวัญพูดข่มเสียงใส่เพราะไม่อยากให้เขาดิ้น ก่อนจะหยิบผ้าเส้นยาวๆ มามัดข้อมือของเขาไว้แน่น"อะไรกัน ฉันทำอะไรผิด ทำไมเธอถึงมามัดกันล่ะ?""....." เพียงขวัญไม่ได้ตอบอะไร เธอนั่งอยู่บนอกของเขา ก่อนที่จะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเขาออก การกระทำของเธอนั้น ทำเอาเขาถึงกับใจสั่นไม่หยุดในใจได้แต่ตั้งคำถามว่าเธอกำลังทำอะไรกันแน่ คิดจะทำแบบนั้นกับเขางั้นเหรอ เธอเนี่ยนะจะเป็นฝ่ายทำเขาก่อน"อืม...ทะ ทำอะไรเพียงขวัญ""เงียบปากไปเลยน่า"ร่างบางขยับตัวอยู่บนอกของเขาเหมือนกำลังหาที่นั่งให้เหมาะกับตัวเอง จนกระทั่งขยับเคลื่อนร่างกายลงไปนั่งบนขาของเขา ตรงนั้นมันสัมผัสเข้ากับก้นนุ่มๆ พอดี รู้สึกได้ถึงความแข็งของแก่นกายใหญ่ ที่เหมือนจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นมาแล้ว"ซี๊ดอ่าส์ จะทำเองเหรอ?""ถามหารางวัลไม่ใช่เหรอ ก็กำลังจะมอบให้นี่ไง"เรื่องบ้านที่เขายกให้เธอ เขาถามหารางวัล เธอเองก็ถามแล้วว่าเขาอยากได้อะไร แต่ก็ไม่ได้มีการตอบกลับเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีทุกอย่างแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรให้ด้วยซ้ำ และถ้าให้เดาเขาคงอยากจะได้รางวัลแบบนี้มากกว่าโอนิกซ์
วันต่อมา"อือ...เช้าแล้วเหรอ" เพียงขวัญตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่งัวเงีย หมดเรี่ยวแรง และตื่นสายผิดปกติเลย"เช้าแล้ว แต่ถ้ายังง่วงอยู่ ก็นอนต่อเถอะ""อือ..."ไม่รู้ว่าผล็อยหลับไปอีกรอบตอนไหน รู้สึกเหมือนตัวเองตื่นขึ้นมาแล้ว แต่พอหลับตาก็หลับยาวไปอีกรอบเลยจนกระทั่งได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งจริงๆ ก็ตอนเกือบจะเที่ยงแล้ว"อือ...เวียนหัวชะมัดเลย" เพียงขวัญบ่นพึมพำขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องนอน ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ซึ่งโอนิกซ์เองก็นั่งอยู่ไม่ไกลเช่นกัน"ตื่นละเหรอ หลับสบายหรือเปล่า?""อือ อากาศดีแฮะ ไม่ร้อนเลย""บรรยากาศบนเขา ก็เป็นแบบนี้แหละ""ทำอะไรอยู่ กินข้าวแล้วหรือไง?""เรียบร้อยแล้ว เธอล่ะหิวหรือเปล่า ยังมีโจ๊กอยู่ในตู้นะ""อือ...ยังไม่ค่อยหิวอ่ะ""หิวก็บอกละกัน จะได้ไปอุ่นให้""อื้อ.."เป็นเพราะเปลี่ยนเวลานอนหรือไง ตื่นมาถึงได้งัวเงียขนาดนี้ กว่าจะได้นอนก็คงเกือบเช้า ไม่แปลกใจเลยที่เธอมาตื่นเอาเวลานี้"ทำอะไรอยู่""ทำงานน่ะ""???" บอกว่าจะมาพักผ่อนแท้ๆ สั่งไม่ให้เธอทำงานดิบดี แต่ตัวเองกลับมานั่งจ้องอยู่กับหน้าจอแล็ปท็อปเนี่ยนะ"เธอชอบที่นี่หรือเปล่า""ชอบสิ บรรยากาศดี เงีย