แชร์

บทที่ 382

ผู้เขียน: ลั่วหูโยว
ตอนนั้นที่เขาได้ยินเสียง ก็รู้สึกว่าเสียงคล้ายกับเสียงของเหนียนเหนียน

แต่เจ้าเด็กน้อยหายไปเร็วเกิน ทำให้เขาคิดว่าอาจจะเป็นเสียงที่เขาจินตนาการขึ้นเอง

การได้เจอเด็กหญิงบนเครื่องบิน ทำให้ฉินเย่เข้าใจว่าเสียง “ขอบคุณครับคุณอา” ในห้องน้ำไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดไปเอง แต่เป็นเรื่องจริง

เมื่อคิดได้แล้ว ฉินเย่ก็อยากจะเจอเด็กน้อยสองคนนี้พร้อมกันดู

ถ้าเด็กสองคนนี้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกันและยืนอยู่ตรงหน้าเขา มันจะต้องดูเหมือนพวกเขาหลุดออกมาจากไลฟ์สดแน่ๆ

แต่ฉินเย่รออยู่นาน ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากด้านหน้า

จนกระทั่งผู้ช่วยหลี่มู่ถิงมาหาเขา

“ประธานฉิน? เราควรลงจากเครื่องบินแล้วครับ”

ฉินเย่ "......คนข้างหลังลงไปหมดแล้วหรอ?"

"ใช่ครับ" หลี่มู่ถิงพยักหน้า พร้อมกับตอบไปว่า "ทุกคนลงไปหมดแล้วครับ คุณนั่งที่นี่นานมากเลย"

หรือว่าเพราะเห็นที่นั่งชั้นประหยัดแล้วกลัว เลยอยากนั่งชั้นเฟิร์สคลาสนานขึ้นหน่อย?

หลี่มู่ถิงไม่กล้าถามและไม่กล้าพูด

เมื่อเห็นว่าฉินเย่ไม่มีการตอบสนอง หลี่มู่ถิงจึงถามอีกครั้ง "ประธานฉินครับ?"

ฉินเย่ได้สติกลับมาและจ้องเขาอย่างเย็นชา

"เอ่อ" หลี่มู่ถิงพูดด้วยความกลัว "เราต้องลงจากเคร
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Heart
เริ่มวน ไปไม่ถึงไหนสักที ยืดเยื้อมากไปแล้วค่ะ
goodnovel comment avatar
Piraya Thaiutsa
วกวนำไปเรื่อย น่าเบื่อแระ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 383

    เมื่อเสิ่นหยินอู้ถูกปลุกขึ้นมา เครื่องบินทั้งลำเหลือแค่พวกเขาแค่กลุ่มเดียวหลังจากลงจากเครื่องบิน เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนมาก นวดขมับของตัวเองแล้วพูดว่า "ทำไมพวกคุณไม่ปลุกฉันให้เร็วกว่านี้?"ตื่นขึ้นมาพบว่าเครื่องบินทั้งลำเหลือแค่ตัวเอง ทุกคนกำลังรอเธอตอนเดินออกไปยังเห็นกัปตันมองส่งเธอด้วย เสิ่นหยินอู้ไม่อยากสัมผัสความกระอักกระอ่วนแบบนี้เป็นครั้งที่สอง"ผมเห็นคุณเสิ่นไม่สบาย เลยคิดว่าจะให้คุณนอนพักอีกสักหน่อย ยังไงคนอื่นก็ต้องใช้เวลาลงจากเครื่องบินอยู่ดี""ใช่ค่ะหม่ามี้ หม่ามี๊ไม่สบาย" เสิ่นเหมิงเหมิงพูดเสริม แล้วเสิ่นซือเหนียนก็พยักหน้า เห็นได้ชัดว่าทุกคนเห็นด้วยกับผู้ช่วยเฉินไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงไม่ยอมรออยู่กับผู้ช่วยเฉินเห็นพวกเขาเป็นแบบนี้ เสิ่นหยินอู้จึงนวดขมับต่อและตัดสินใจไม่พูดเรื่องนี้ต่อถึงจะกระอักกระอ่วน แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วและต้องยอมรับว่าการนอนหลับในเที่ยวบินนี้ทำให้เธอพึงพอใจมาก ตื่นมาก็รู้สึกสบายขึ้นไม่น้อยโทรศัพท์สั่นขึ้นมา เสิ่นหยินอู้หยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วก็ยิ้มพร้อมกับรับสาย"ลี่ซือ""โอ้พระเจ้า ในที่สุดก็โทรติด ฉันเช็คดูแล้วว่าเที่ยวบินของเธ

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 384

    หลี่มู่ถิง"……"ไม่ใช่ก็ไม่ใช่นี่ ทำไมต้องโจมตีกันส่วนตัวด้วยล่ะ?แต่ถึงจะรู้สึกน้อยใจ หลี่มู่ถิงก็ยังคงสงสัยมาก"ถ้าไม่มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แล้ว ทำไมประธานฉินถึงไม่ยอมลงจากเครื่องบินล่ะครับ? แล้วยังรออยู่ที่ทางออกอีก?"แต่หลังจากพูดไปมากมาย ฉินเย่ก็ตอบเขามาแค่หนึ่งประโยค“ดูแลเรื่องตัวเองให้ดีก็พอ”ก็ได้ ดูท่าคงจะไม่ได้รู้อะไรหลี่มู่ถิงทำได้แค่นั่งรอกับเขาต่อไปไม่รู้ว่ารอเป็นเวลานานเท่าไหร่ คนของทางจุนถิงก็ได้รับโทรศัพท์ คงเป็นเพราะทางนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวเลยโทรมาถามพนักงานรับสายเบาๆ หลังจากวางสายแล้ว ก็หันกลับมามองฉินเย่อย่างระมัดระวัง ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่กลับลังเลไม่ยอมพูดออกมาสุดท้าย พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร หันกลับไปเหมือนเดิมหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ฉินเย่ก็หันหลังกลับมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปกันเถอะ”รอมานานขนาดนี้ ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่เจอแล้วโชคชะตา อาจจะทำให้เขาได้เจอเด็กสาวคนนั้นบนเครื่องบินแค่นั้น"ไปได้แล้วใช่ไหมครับ?" คนขับดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่กล้าพูดอะไรมาก จึงสตาร์ทรถทันทีแม้จะไปแล้ว แต่ทุกคนในรถก็รู้สึกได้ว่า อุณหภูมิในรถลดลงอย่า

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 385

    “อะไรคือที่บอกว่านอกจากเจียงฉูฉู่แล้ว สายตาผมไม่สามารถมองใครอื่นได้อีก? คุณได้ยินคำนี้มาจากไหน?”ฟู่ถิงสือไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคำนี้ถึงทำให้ฉินเย่โกรธได้เขาไม่แน่ใจว่า ฉินเย่โกรธเพราะไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้ หรือเพราะคนอื่นพูดถึงเจียงฉูฉู่ของเขาหลังจากครุ่นคิดสักพัก เขาก็พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง“เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น พวกเขาแค่พูดเล่น คุณอย่าใส่ใจมากนักเลยครับ”“ข่าวลือ?” ฉินเย่มองเขาอย่างเย็นชา: "ในเมื่อมันเป็นแค่ข่าวลือ ทำไมต้องเอามาพูดต่อหน้าผม? อะไรนะ ทายาทตระกูลฟู่ยังได้รับสืบทอดนิสัยชอบซุบซิบด้วยหรอ?"ทันทีที่ได้ยินคำนี้ ฟู่ถิงสือไม่กล้าพูดเรื่องอื่นอีก รีบคุกเข่าขอโทษทันที“ประธานฉิน ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ควรซุบซิบเรื่องของคุณ โทษผมที่ปากมากไปหน่อย คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะหายโกรธ?”ฉินเย่ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ความโกรธที่เพิ่งแสดงออกมา บ่งบอกชัดเจนว่า ฟู่ถิงสือจะไม่สามารถพูดซุบซิบเกี่ยวกับเขาได้อีกต่อไปในอนาคตหลังจากส่งฉินเย่ไปที่ห้องพัก ฟู่ถิงสือก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก“คุณพักผ่อนที่นี่ก่อน ผมจะออกไปข้างนอกสักครู่ เดี๋ยวผมรีบกลับมา”ฉินเย่หลับตาลงพิงโซฟาโดยไม่ตอบสนองอะไรเนื

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 386

    ได้ยินดังนั้น ฟู่ถิงสือพลันหรี่ตาลง“หมายความว่ายังไง นายจะให้ฉันไปอ่อยเธองั้นเหรอ?”“แหะๆ ยังไงตอนนี้คุณก็เป็นคนใหม่ หากคิดจะพัฒนาฝีมือของตน ก็ต้องให้ความสำคัญแก่ส่วนรวม”“ไปเลยไป อย่าคิดแผนบ้าๆ ออกมาได้ไหม?”“ผมพูดจริงนะประธานฟู่ ไม่ได้ล้อเล่น คุณหนูเสิ่นคนนั้นไม่เพียงแต่หน้าตาสวย แต่ยังมีความสามารถมากด้วย คนที่ตามจีบเธอมีมากกว่าคนที่ขุดเธออีก”ฟู่ถิงสือเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนแต่เขารู้ว่าผู้ช่วยของเขาพูดจริงทว่าหากจะให้เขาเสียสละนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอนเขาฟู่ถิงสือไม่มีทางละทิ้งป่าเพื่อต้นไม้ต้นเดียวแน่นอนเรื่องผูกมัดกับผู้หญิง หรือชอบผู้หญิงแค่คนเดียวนั้น เขาไม่แม้แต่จะคิดเลยด้วยซ้ำ“นายไปคิดวิธีมาอีก เข้าทางเพื่อนของเธอ ทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”“ครับประธานฟู่”_ณ สวนภูมิทัศน์โบราณตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ดีที่สุดของเมืองเจียงเฉิง เป็นคฤหาสน์สไตล์ย้อนยุคที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของเมืองซื้อไป แล้วสร้างเป็นสะพานเล็กๆ พร้อมสายน้ำไหลทั้งคฤหาสน์ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสายน้ำไหล หรือว่าดอกไม้ต้นไม้ต่างๆ ล้วนแต่สร้างขึ้นโดยอิงจากประวัติ

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 387

    ตั้งแต่ที่เธอไปจากฉินเย่ เสิ่นหยินอู้พบว่าชีวิตของตนนั้นราบรื่นกว่าแต่ก่อนเยอะแต่ก่อนเพราะมีเรื่องแต่งงาน ก็เลยทำให้พวกเธอไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่หลังจากที่เธอหย่าแล้ว เฉียวลี่ซือและโจวชวงชวงต่างก็มาหาเธอ ทั้งสามคนไม่คิดอะไรมากมายราวกับเป็นเด็กน้อยสามคนอย่างไรอย่างนั้น พูดคุยดูดาวไปพลาง พูดกระซิบบนเตียงไปพลางเธอมักจะได้ยินเฉียวลี่ซือและโจวชวงชวงเม้าเรื่องผู้ชายหล่อตลอดผู้ช่วยเฉินช่วยขนย้ายกระเป๋าเดินทางขึ้นไปบ้านนี้เป็นบ้านสองชั้น ชั้นบนยังมีระเบียงเอาไว้ชมพระอาทิตย์ด้วย แถมยังมีดอกไม้ต้นไม้ปลูกเต็มไปหมดเพราะว่ามีดอกไม้และต้นไม้เยอะ ดังนั้นข้างในห้องจึงตกแต่งด้วยหน้าต่าง บริเวณขอบหน้าต่างก็มียาฆ่าแมลงวางอยู่ไม่น้อยเสิ่นหยินอู้เข้าไปถึง ก็ชอบสภาพแวดล้อมของที่นี่มากเธอยังกังวลใจว่าหลังจากกลับมาถึงต้องเสียเวลาไปดูที่อยู่ แต่ไม่คิดเลยว่าเฉียวลี่ซือจะจัดการแทนเธอหมดแล้วถึงขนาดไม่ต้องกังวลเรื่องทำความสะอาดบ้านด้วย เพราะเฉียวลี่ซือให้แม่บ้านมาจัดการก่อนที่เธอจะกลับมาแล้วเธอจัดวางกลิ่นปรับอากาศ และต้นไม้ที่เธอชอบไว้ในห้องผู้ช่วยเฉินแอบมองสีหน้าของเสิ่นหยินอู้ จากนั้นค่อยไปหยิ

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 388

    หลังจากที่ผู้ช่วยเฉินกลับไป เฉียวลี่ซือก็พาเสิ่นหยินอู้ไปที่ระเบียงชั้นสอง พร้อมกับชามะลิหอมๆ หนึ่งกาน้ำชากลิ่นหอมของชามะลิลอยแตะจมูก แฝงไออุ่นๆแต่ก่อนเฉียวลี่ซือเป็นราชินีแห่งการดื่มเบียร์ ไม่เหมือนตอนนี้ที่ดื่มชามะลิแทนเสิ่นหยินอู้อดเย้ยหยันเธอไม่ได้ “ฉันคิดว่าเธอจะดื่มสักขวดสองขวด บอกให้ฉันชนแก้วบนระเบียงนี้ซะอีก”ได้ยินดังนั้น เฉียวลี่ซือก็ชะงัก แล้วยิ้มตอบ “เบียร์น่ะเหรอ? ของนั่นเข้ากับบรรยากาศในตอนนี้หรือไง? ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหรือรูปลักษณ์ภายนอกก็ดูทำลายบรรยากาศไปหมด อีกอย่างที่สำคัญคือ ฉันเลิกสุราแล้วจ่ะ ไม่ดื่มแล้ว”“อุ๊ย รักษาสุขภาพเหรอ? แต่ก่อนพี่ซือของเราดื่มเก่งมากเลยนะ”เมื่อเอ่ยถึง เฉียวลี่ซือก็ยิ้มขมขื่น “อย่าพูดถึงเลย ฉันเป็นโรคกระเพาะน่ะ หมอก็เลยสั่งห้ามให้ฉันแตะเหล้า ฉันกลัวตาย อีกอย่างจู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าชามะลิก็อร่อยดีเหมือนกัน”ได้ยินเพื่อนบอกว่าเป็นโรคกระเพาะ เสิ่นหยินอู้ก็เป็นห่วงขึ้นมา“เกิดอะไรขึ้น?”เฉียวลี่ซือเม้มปาก ทำท่าไม่อยากเล่าผ่านไปนาน เธอถึงจะกล่าวอย่างลังเลว่า “ความจริงฉันชอบผู้ชายคนหนึ่งน่ะ”เสิ่นหยินอู้ “?”“เจอกันที่ร้านเหล้า เป็นหนุ

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 389

    กล่าวจบ เฉียวลี่ซือก็หยิบโทรศัพท์ออกมายิ้มแย้มเสิ่นหยินอู้เองก็เอาหน้าเข้าไปใกล้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน“ดี ฉันจะได้ช่วยเธอดูด้วยว่าผู้ชายคนนี้เหมาะสมกับเธอไหม”แต่สุดท้ายเฉียวลี่ซือหารูปอยู่นาน ก็ไม่เจอ“แปลก ฉันเพิ่งแอบถ่ายไปเมื่อคราวก่อนเองนี่ ถึงแม้จะอยู่ไกลเห็นไม่ค่อยชัด แต่ว่าออร่านั้นสุดจริง หยินอู้ ออร่าที่ออกมาจากตัวเขานะ ฉันรับรองได้เลยว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน”เสิ่นหยินอู้รออยู่นาน เฉียวลี่ซือก็ยังหารูปไม่เจอ“อ๊ากๆๆ รูปฉันล่ะ?? รูปเทพบุตรที่ฉันได้มาอย่างยากลำบาก หายไปไหนแล้วล่ะ?”เมื่อเห็นท่าทีจะเป็นบ้าของเธอแล้ว เสิ่นหยินอู้จึงจับมือเธอไว้ “ช่างมันเถอะ ไม่เจอก็ไม่เป็นไร รอให้เธอจีบเขาติดแล้ว ถึงตอนนั้นจะถ่ายแค่ไหนก็ถ่าย”ได้ยินดังนั้น เฉียวลี่ซือก็ทำหน้าเศร้าโศกเสียใจ“ไม่รู้ว่าจะจีบเขาติดเมื่อไหร่ รูปใบนั้นฉันแอบถ่ายจากที่มืดด้วยซ้ำไป เธออย่าคิดนะว่าถึงผู้ชายคนนั้นจะมานั่งดื่มเหล้า แต่เขาระมัดระวังตัวมาก ให้ตายเถอะ ต้องเป็นเพราะตอนที่ฉันถ่ายตอนนั้น แล้วเขาหันมาพอดี ฉันก็เลยลืมกดถ่ายแน่เลย”เมื่อนึกได้ว่าตนพลาดโอกาสสำคัญไป เฉียวลี่ซือก็รู้สึกเสียดายมาก“อีก

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 390

    ได้ยินดังนั้น เสิ่นซือเหนียนก็เงยหน้าขึ้น“น้าเฉียว?”เฉียวลี่ซือที่เดิมยังคล้องแขนเสิ่นหยินอู้อยู่ปล่อยมือออก ถูกเสิ่นซือเหนียนเงยหน้ามองแบบนี้ ทำให้เธอใจละลายในบัดดล แล้วเปลี่ยนเป็นคุณน้าที่ไม่อาจต้านทานได้ทันที“แหะๆๆ มาให้น้าเฉียวจุ๊บหน่อยเร็ว”เสิ่นหยินอู้ “…”พลบค่ำ ตอนที่เสิ่นหยินอู้กำลังทำอาหารอยู่นั้น เฉียวลี่ซือก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมา เดิมคิดจะเข้าไปช่วยเหลือเสิ่นหยินอู้แต่ตอนที่เดินผ่านห้องรับแขก เธอเหลือบมองเข้าไปข้างในเธอเหลือบไปมองเห็นเสิ่นซือเหนียนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากาน้ำชาพลันชะงักงันไปชั่วขณะท้องฟ้าใกล้จะมืดสนิทแล้ว นอกหน้าต่างเป็นแสงตอนพระอาทิตย์สอดส่องเข้ามากระทบบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเสิ่นซือเหนียนเด็กชายคนหนึ่งนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ตรงนั้นอย่างตั้งใจ บนใบหน้าเด็กน้อยนั้นแฝงด้วยกลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่เฉียวลี่ซือยืนมองเสิ่นซือเหนียนอย่างไม่อยากเชื่ออยู่ตรงนั้น แล้วเผยสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมาเป็นเพราะเธอไม่เจอผู้ชายที่ร้านเหล้าคนนั้นนานเกินไป ก็เลยตาฝาดงั้นเหรอ?เธอเห็นเหนียนเหนียนเป็นผู้ชายคนนั้นหลังจากนั้นไม่กี่วินาที เฉียวลี่ซือก็ใช้มือขยี้ตาตัวเอ

บทล่าสุด

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 910

    โม่ไป๋เดินเข้ามาและพยุงเสิ่นหยินอู้ขึ้น"ตื่นก็ดีแล้ว มีตรงไหนรู้สึกไม่สบายไหม?"เสิ่นหยินอู้มองคนตรงหน้า รู้สึกว่าคนนี้ดูแปลกหน้า แต่เขากลับโอบเธอไว้ และท่าทางกับสายตาดูห่วงใยเธอมาก
แต่......เธอไม่รู้จักเขาเลย"คุณคือ......?"
คำถามแรกของเธอทำให้โม่ไป๋ถึงกับชะงัก"หืม?"
โม่ไป๋คิดว่าตัวเองคงฟังผิด เพราะไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ถามว่าเขาเป็นใคร?
แต่คำถามต่อมาของเสิ่นหยินอู้ ทำให้เขาเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้ฟังผิด
"คุณคือใคร?"
เสิ่นหยินอู้ถามอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงฟังดูชัดเจนขึ้น และสายตาที่มองโม่ไป๋เต็มไปด้วยความสงสัย
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังหันไปมองคนรอบข้างแล้วถามว่า "พวกคุณคือใคร?"ทุกคน "......"
เธอไม่รู้จักพวกเขาก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขาไม่เคยพบหน้าเธอมาก่อน และรู้แค่ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่คุณโม่ไป๋ชอบก็พอแล้ว
แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะไม่รู้จักคุณโม่ไป๋เลย?เมื่อเห็นบาดแผลบนหน้าผากของเธอ มีหนึ่งคนพูดขึ้นอย่างเผลอๆ ว่า "เธอคงไม่ได้หัวกระแทกจนจำคุณโม่ไป๋ไม่ได้หรอกนะ?"คนข้างๆ "ไม่หรอกมั้ง? แค่กระแทกทีเดียวก็ความจำเสื่อมเลย? เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้จริงเหรอ?"


  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 909

    แต่หลังจากที่เขาพูดว่าตัวเองทำผิดแล้ว ดูเหมือนโม่ไป๋จะไม่ได้ฟังคำสารภาพของเขาเลย เขายืนอยู่ตรงนั้น สายตาจับจ้องอยู่ที่เสิ่นหยินอู้ที่นอนอยู่บนเตียง
หมอกำลังตรวจอาการของเสิ่นหยินอู้
หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว หมอก็ถอดแว่นออก แล้วพูดกับโม่ไป๋ว่า “คุณโม่ ดูเหมือนคุณผู้หญิงท่านนี้จะมีแค่แผลที่ผิวเผินเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ”
เมื่อเกาอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินหมอบอกว่าเสิ่นหยินอู้มีแค่บาดแผลที่ผิวเผิน ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ยังดีที่เป็นแผลแค่ที่ผิวเผิน ถ้าเธอได้รับบาดเจ็บรุนแรงกว่านี้ เกรงว่าเขาคงไม่รอดชีวิตจากความโกรธของโม่ไป๋
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าผลักแค่นั้นไม่น่าเป็นอะไร แต่กลับกลายเป็นว่าผู้หญิงคนนี้บอบบางมาก แค่ผลักนิดเดียวก็น็อกหมดสติไปได้"แต่ว่า......"
ไม่คิดเลยว่าหมอจะเปลี่ยนคำพูดขึ้นมาทันทีโม่ไป๋ที่ยังคงกังวล ได้ฟังก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที "แต่ว่าอะไร?""แต่ว่าสิ่งที่ผมตรวจได้ตอนนี้มีแค่แผลภายนอกเท่านั้น เนื่องจากคุณผู้หญิงได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ควรพาไปโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อเธอตื่นแล้วครับ"เมื่อได้ยิน โม่ไป๋ก็เข้าใจสิ่งที่หมอหมา

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 908

    "พี่โม่ไป๋ ฉัน......""ออกไปให้พ้น!"
เขามักจะอบอุ่นอ่อนโยนเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ในสายตาของหรงเค่ออิน โม่ไป๋ก็เป็นตัวแทนของสุภาพบุรุษมาโดยตลอด ดังนั้นวันนี้ที่เขาเปลี่ยนสีหน้าและพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน ทำให้หรงเค่ออินตกใจกลัว
เธอยืนตะลึงมองโม่ไป๋อยู่สักพักกว่าจะได้สติ แล้วจึงหันหลังวิ่งออกไป
พอหันมาก็เจอเกาอวี่ที่พาหมอกลับมา เกาอวี่เห็นหรงเค่ออินมีสีหน้าลำบากใจเดินออกไป คาดว่าเธอคงไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากโม่ไป๋ ทำให้เขาเองก็พลอยกังวลไปด้วยเมื่อเข้าไปข้างใน เขาไม่กล้าพูดอะไรที่มากเกินความจำเป็น ได้แต่พูดประเด็นหลักว่า "คุณโม่ หมอมาถึงแล้วครับ""เข้ามาดูหน่อย ว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง?"หมอเข้ามาตรวจดูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นบาดแผลที่หน้าผากก็รีบทำแผลให้เธอ แล้วพูดว่า "ดูจากแผลนี้ น่าจะเป็นมาสักพักแล้วครับ"
เมื่อโม่ไป๋ได้ยินก็หรี่ตาลงท่าทางอันตราย รังสีรอบตัวก็เย็นเยือกขึ้นอีกหลายเท่า
เกาอวี่ถึงกับหดตัวด้วยความหวาดกลัว
เขาคิดว่าโม่ไป๋จะตำหนิเขา แต่เปล่าเลย โม่ไป๋แค่เตือนหมอให้ตรวจเสิ่นหยินอู้อย่างละเอียด แล้วค่อยหันมามองเขา"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"เมื่อได้ยิน เกาอ

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 907

    หรงเค่ออินกับเกาอวี่ที่เดินตามหลังโม่ไป๋เข้ามา พอเห็นภาพนี้ก็หน้าถอดสี
ทั้งสองคนสบตากัน
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้?"ทางด้านโม่ไป๋ที่อุ้มเสิ่นหยินอู้ขึ้นมา แสดงสีหน้าเย็นชาแล้วพูดว่า "ติดต่อให้หมอมาที่นี่ด่วน"
แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นเธอนอนอยู่บนพื้น ทุกความรู้สึกในใจเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความกังวลทันที
เขาไม่มีอารมณ์อื่นใด นอกจากความเป็นห่วงและกลัวว่าเธอจะเป็นอะไร
ปฏิกิริยาแรกของเขาคืออุ้มเธอขึ้นแล้วให้เกาอวี่ไปตามหมอ จากนั้นอุ้มเสิ่นหยินอู้วางลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวัง
เกาอวี่ไปตามหมอ ส่วนหรงเค่ออินยังอยู่ที่นี่จากนั้นเธอก็ได้เห็นกับตาตัวเองว่าโม่ไป๋อุ้มเสิ่นหยินอู้ขึ้นเตียงด้วยท่าทางเอาใจใส่และระมัดระวังแค่ไหน
ในใจเธอเต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยา เธอรู้จักโม่ไป๋มานานขนาดนี้ แต่ไม่เคยเห็นพี่โม่ไป๋ดีกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน
แต่ผู้หญิงคนนี้ มีสิทธิ์อะไรถึงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากพี่โม่ไป๋?
พี่โม่ไป๋ชอบผู้หญิงคนนี้จริงๆ เหรอ?
คิดได้แบบนั้น หรงเค่ออินอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองโม่ไป๋ กัดริมฝีปากตัวเองแล้วถาม "พี่โม่ไป๋ พี่ชอบเธอเหรอคะ?"
โม่ไป๋เหมือนจะไม่ได้ยิน

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 906

    พูดจบ เธอก็ปล่อยมือเกาอวี่ทันที จากนั้นวิ่งไปทางประตู "พี่โม่ไป๋! กลับมาแล้วเหรอคะ?"พอโม่ไป๋เดินเข้าประตูมาถอดเสื้อคลุมส่งให้คนใช้เสร็จ เขาก็เห็นหรงเค่ออินที่วิ่งเข้ามาหา ดวงตาเรียวยาวของเขาหรี่ลงทันที "หรงเค่ออิน? เธอมาที่นี่ได้ยังไง?"
ท่าทีเย็นชาของเขาทำให้หรงเค่ออินหยุดชะงักอยู่ตรงหน้าเขา
น้ำเสียงที่เขาพูดกับเธอเย็นชาสุดๆ ทำให้ใจของหรงเค่ออินชาไปครึ่งหนึ่ง เธอตัวเกร็งเล็กน้อยแล้วพูดเบาๆ ว่า "ฉัน ฉันคิดถึงพี่ ก็เลยมาหาค่ะ"
แต่น่าเสียดายที่สายตาที่โม่ไป๋มองเธอเหมือนมองคนแปลกหน้า พอฟังเธอพูดจบ เขาก็พูดด้วยเสียงเย็นชา "ใครก็ได้ พาหรงเค่ออินกลับไปที"
เกาอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้ารับ"ได้ครับ คุณโม่""ไม่!" หรงเค่ออินรีบขัดขึ้น "พี่โม่ไป๋ เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน ฉันอุตส่าห์ลางานมาเจอพี่ นี่พี่รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"เห็นได้ชัดว่าตอนนี้โม่ไป๋ไม่ได้สนใจเธอเลย แม้จะฟังที่เธอพูดไปแล้ว ในใจของเขาก็ไม่มีความรู้สึกใดๆ กลับตอบอย่างเย็นชาว่า "ฉันไม่มีเวลาต้อนรับเธอตอนนี้ เธอกลับไปก่อน ไว้โอกาสหน้าค่อยมาใหม่"
พูดจบ โม่ไป๋ก็เดินตรงไปที่ชั้นบนทันที
เขามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้อง

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 905

    หรงเค่ออินที่ตัดสินใจได้แล้วก็ดีใจเหมือนลิงโลดในใจ ก่อนจะหันมาถามว่า "พี่เกาอวี่ ตอนนี้พี่โม่ไป๋อยู่ที่ไหน เขาจะกลับมาเมื่อไหร่?""คุณโม่ไป๋กำลังทำธุระสำคัญอยู่ครับ คงจะกลับมาช่วงค่ำ คุณหรงจะอยู่ทานข้าวเย็นที่นี่เลยไหมครับ?"
หรงเค่ออินพยักหน้า
"ได้ค่ะ งั้นฉันจะอยู่ทานข้าวที่นี่ด้วยเลย"
พูดจบ เธอก็เหมือนนึกอะไรได้ หันไปมองห้องที่ล็อกอยู่พร้อมกับแค่นเสียง"ที่นี่......พี่โม่ไป๋คงไม่ได้มานานแล้วสินะ? ตอนนี้ดันกลับมาได้เพราะผู้หญิงคนนั้นเหรอ?"
ยิ่งคิด หรงเค่ออินก็ยิ่งโกรธ อยากให้แรงที่ใช้ผลักเธอตอนนั้นมากกว่านี้ เธอน่าจะสั่งสอนอีกฝ่ายให้มากกว่านี้
ช่างเถอะ ถ้าหากเธอพักอยู่ที่นี่บ่อยๆ โอกาสที่จะจัดการผู้หญิงคนนั้นยังมีอีกเยอะหรงเค่ออินที่จะอยู่ต่อ ก็ให้เกาอวี่สั่งคนในบ้านมาจัดห้องให้ แล้วให้ส่งกระเป๋าของเธอมาที่นี่ จากนั้นเธอก็พักอยู่ที่นี่เลย โดยที่ห้องของเธอเป็นห้องที่ใกล้กับโม่ไป๋
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็ผ่านไปแล้วสามชั่วโมง หรงเค่ออินนอนอยู่บนเตียงใหญ่สักพัก ก่อนจะเดินออกไปถามเกาอวี่"ว่าแต่ ผู้หญิงที่พี่โม่ไป๋พากลับมา ได้สร้างความวุ่นวายอีกหรือเปล่า?"เกาอวี่ที่มัว

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 904

    ถึงแม้ว่าเกาอวี่จะไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ที่มีผลกระทบต่อโม่ไป๋ แต่เขาก็ไม่กล้าลงมือกับเธอ เขาไม่คิดว่าหรงเค่ออินจะยื่นมือผลักเธอเข้าไปแล้วปิดประตู
“คุณหรง......”หรงเค่ออินเงยหน้าขึ้นมองเขา “อะไรล่ะ? คุณไม่ได้บอกเหรอว่าเธอไม่อยากเข้าไป? งั้นฉันก็เลยใช้วิธีที่ง่ายที่สุดให้เธอเข้าไปไง พี่โม่ไป๋บอกไว้ไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้เธอหนีไปไหน? ทำไมยังไม่รีบล็อกประตูอีก?”
เกาอวี่นิ่งไปสักพักก่อนจะยิ้มออกมา“คุณหรงพูดถูก ผมจะล็อกประตูเดี๋ยวนี้”
ทั้งสองคนเข้ากันได้ดี ล็อกประตูอย่างรวดเร็วแล้วจากไปตอนที่จากไป ทั้งคู่ก้าวเท้าออกไปอย่างสบายใจ ไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่อยู่ในห้องล้มลงกับพื้นหลังจากถูกผลัก
เสิ่นหยินอู้ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะวางอำนาจขนาดนี้ และยังลงมือผลักเธอเข้าไปในทันที
หัวของเสิ่นหยินอู้กระแทกอย่างแรงทำให้เธอรู้สึกเจ็บ เธอพยายามพยุงตัวขึ้นด้วยมือ แต่ก็เกิดอาการวิงเวียนจนไม่สามารถทรงตัวได้
เธอยื่นมือไปแตะที่ท้ายทอย และพบกับความเปียกชื้น
เธอยังไม่ทันได้มองความเปียกชื้นในฝ่ามือก็หมดสติไปอีกครั้ง
–
เกาอวี่เดินตามหรงเค่ออินลงบันได
“คุณหรง ทำแบบนี้อาจทำให้คุณโม่ไม่พอใจนะครับ”“

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 903

    ตอนขึ้นรถ เสิ่นหยินอู้เห็นที่นั่งข้างคนขับว่างอยู่ จึงนั่งลงตรงนั้นทันที
ที่นั่งนี้เดิมทีเป็นของผู้ช่วยเฉิน ดังนั้นเมื่อคนขับเห็นเสิ่นหยินอู้นั่งอยู่ตรงนั้น จึงมองไปทางผู้ช่วยเฉิน“คุณเสิ่น ที่นั่งข้างคนขับไม่ปลอดภัยนะครับ ให้……”“ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกที่นั่งเลยเหรอคะ?”“ให้เธอนั่งเถอะ ขอแค่เธอสบายใจก็พอ”
เสียงของโม่ไป๋ดังออกมาจากหูฟังก่อนที่ผู้ช่วยเฉินจะทันได้พูดอะไร
ผู้ช่วยเฉินจึงไม่ได้พูดอะไรอีก ทุกคนขึ้นรถทีละคน
เพราะก่อนหน้านี้คิดว่าเธอจะใส่แว่นตา รถจึงไม่ได้มีมาตรการป้องกันใดๆ เสิ่นหยินอู้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของถนนได้อย่างเต็มตา
เธอมองเห็นทะเบียนรถ ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็รู้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่านี่คือที่ไหน
เสิ่นหยินอู้จึงนั่งสบายๆ ชมทิวทัศน์นอกหน้าต่าง รวมถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆ
เส้นทางไม่ไกลนัก ประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเธอก็มาถึงที่หมาย
เสิ่นหยินอู้ลงจากรถตามหลังผู้ช่วยเฉินคำแรกหลังลงจากรถของเธอคือ “ฉินเย่ อยู่ไหน?”
ผู้ช่วยเฉินไม่ตอบ มีคนจากฝั่งประตูเดินเข้ามารับหน้าที่แทนเขาเขาพูดอะไรกับผู้ช่วยเฉินอยู่สองสามคำ ก่อนที่ผู้ช่วยเฉินจะจากไป และก่อนที่เขาจะไปเ

  • คนในใจเขากลับมา เลยต้องปิดเรื่องท้อง   บทที่ 902

    เกิดอะไรขึ้น?โม่ไป๋ไม่ได้ใช้ฉินเย่มาควบคุมเธอหรอกหรอ?
ทำไมถึงกลัวว่าเธอจะบอกคนอื่นล่ะ? ถึงเธอจะบอกคนอื่น แต่เธอก็ไปไหนไม่ได้ไม่ใช่หรอ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เสิ่นหยินอู้ก็รู้สึกไม่พอใจเห็นเธอยืนนิ่ง ๆ ผู้ช่วยเฉินก็พูดขึ้นว่า “คุณเสิ่น ถ้าคุณต้องการไปเจอคุณฉิน ก็กรุณาอย่าทำให้ทุกคนลำบากเลยครับ และอย่าทำให้เสียเวลา ถ้าคุณยอมเอาโทรศัพท์ให้เร็วขึ้น เราก็จะเดินทางกันเร็วขึ้น แต่ถ้าคุณไม่อยากให้ก็ได้ครับ เรามีเวลาอยู่ที่นี่กับคุณ”
ผู้ช่วยเฉินตอนนี้เหมือนคนละคนกับตอนที่อยู่บนเครื่องบิน
การสื่อสารที่ถูกตัดไปบนเครื่องบินตอนนี้น่าจะกลับมาแล้ว
พวกเขาน่าจะเข้าสู่สถานะที่ถูกดักฟังอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเธอจะต้องยอมให้โทรศัพท์ไปแล้ว
เมื่อคิดแบบนี้ เสิ่นหยินอู้ถึงยอมส่งโทรศัพท์ของเธอให้ผู้ช่วยเฉิน เขารับโทรศัพท์ไปกดปิดเครื่องและดึงซิมออกเสิ่นหยินอู้"......"
ทำแบบนี้อีกแล้ว สุดท้ายจะไม่ได้เอาโทรศัพท์ที่ไม่มีซิมคืนให้เธอหรอกใช่ไหม?
แต่ครั้งนี้เธอเดาผิด ผู้ช่วยเฉินไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ แต่เก็บมันไว้ทั้งหมด
"เราไปกันเถอะครับ"
หลังจากนั้นตามการนำของผู้ช่วยเฉิน พวกเขาก็ไปที่ลานจอดรถใ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status