ทางฝั่งนั้นโทรมาเร่งรัดให้รีบพาลูกชายเข้าไปพูดคุยเจรจา ยิ่งทำให้คุณนายบุษยาร้อนใจ
ตระกูล ‘กิจธาดาวงศ์’ กับตระกูล ‘เดชากุล’ ปรองดองกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แถมยังเอื้อหนุนทำธุรกิจร่วมกัน คุณหญิงบุษยาค่อนข้างมั่นใจว่าลูกชายของเธอต้องชอบว่าที่คู่หมั้นคุณหนูพิมผกาอย่างแน่นอน สวย รวย เก่ง อ่อนหวานแถมชาติตระกูลไม่ได้น้อยหน้าใคร “ถ้าครีมอยากได้เงินเท่าไหร่แม่ยินดีให้ตามที่หนูต้องการ ขอแค่ให้เลิกกับฌอห์ณ” น้ำเสียงที่พูดฟังดูเห็นอกเห็นใจ เพราะรู้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาครีมต้องทนรองรับอารมณ์ร้ายๆ ของลูกชายขนาดไหน เงินที่ให้ไปจะถือว่าเป็นค่าทำขวัญ ไม่ว่าเท่าไหร่ก็ยินดีจ่าย “หนูจะได้เอาเงินก้อนใหญ่ไปตั้งตัวเริ่มชีวิตใหม่” ทุกอย่างรอบตัวดูหมุนช้าลง ครีมยังคงยืนนิ่งไม่ได้พูดหรือตอบโต้อะไร “ฌอห์ณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว หนูคงยังไม่เคยรู้เรื่องนี้ใช่ไหม” “…..” “ที่ฌอห์ณมาคบกับหนูก็เพื่อรอเวลาให้คู่หมั้นของเขาเรียนจบ ลูกชายแม่เขาไม่ได้จริงจังกับหนูเลยนะ” มือเล็กกำชายกระโปรงของตัวเองไว้แน่น เธอเพิ่งจะรู้ความจริงก็วันนี้ว่าฌอห์ณนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องนี้เลย “แม่หวังดีไม่อยากให้ครีมเสียเวลาชีวิตอยู่กับฌอห์ณไปมากกว่านี้ เข้าใจที่แม่พูดใช่ไหม” “…..” “ตอนนี้คู่หมั้นของฌอห์ณกำลังจะกลับมา อีกไม่นานสองคนก็จะแต่งงานจดทะเบียนสมรสกัน แม่ไม่อยากให้ครีมกลายเป็นเมียน้อยของลูกชายแม่นะ” เพราะกลัวว่าลูกชายจะเลยเถิดถลำลึกกับครีมมากไปเลยคิดจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ยังไงคนที่เธออยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ก็คือ ‘พิมผกา เดชากุล’ หรือถ้าลูกชายอยากเลี้ยงครีมไว้เป็นเมียน้อย เมียเก็บ เธอก็จะยอมทำเป็นปิดหูปิดตา “ครีมอยากให้แม่ลองไปคุยกับฌอห์ณดูก่อนว่าเขาต้องการแบบไหน ครีมเคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าฌอห์ณบอกว่าจะเลิกครีมก็ยินดีจะไปเองค่ะ” “หนูครีมก็น่าจะรู้ว่าฌอห์ณคงไม่ทำแบบนั้น” “แล้วถ้าครีมเป็นฝ่ายบอกเลิกฌอห์ณขึ้นมาจริงๆ แม่คิดว่าฌอห์ณจะยอมเลิกกับครีมไหมคะ” “…..” ครั้งนี้เป็นฝ่ายคุณหญิงบุษยาที่เงียบไป เธอไม่เข้าใจว่าผู้หญิงอย่างครีมมีดีอะไร ลูกชายถึงหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ยอมเขี่ยทิ้งไปสักที “ไม่ใช่ครีมไม่อยากไปนะคะ แต่เป็นฌอห์ณเองมากกว่าที่ไม่ยอมปล่อยครีม แม่ก็น่าจะรู้ดี” “…..” “เพราะทุกวันนี้ครีมก็ไม่ได้อยากอยู่กับเขาแล้วเหมือนกัน” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแต่ต้องฝืนกลั้นมันเอาไว้ “…..” “มัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่ยอมออกไปสักที” ฌอห์ณมองคนทั้งสองอย่างพิจารณา เป็นเพราะครีมหายออกมานานเกินไปจึงเดินมาตามด้วยตัวเอง แต่อารมณ์ของทั้งสองคนดูแปลกไปจนอดสงสัยไม่ได้ “อยากให้ครีมคุยเรื่องนี้กับฌอห์ณต่อหน้าแม่เลยไหมคะ?” คุณหญิงบุษยายืนนิ่ง สอดส่องสายตาไปมาคล้ายคนคิดหนักเมื่อมองเห็นสีหน้าของคนที่เพิ่งมาใหม่ “ถ้าแม่ต้องการแบบนั้น ครีมจะได้ช่วยพูดให้” “ว่ามาสิ ครีมมีอะไรจะคุยกับฌอห์ณ” “เลิกกัน…” “เลิกอะไร!?” ร่างสูงเลิกคิ้วถามก่อนจะรั้งคนตัวเล็กให้เข้าใกล้จนใบหน้าน้อยๆ แนบชิดกับแผงอกแกร่ง หัวใจของเธอสั่นไหวเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนเจื่อกลิ่นบุหรี่ที่เป่ารดลงบนพวงแก้ม สายตาเย็นเยียบที่ชายหนุ่มจ้องมองพร้อมจะพังทุกอย่างถ้าเกิดได้ยินอะไรที่ไม่เข้าหู “ไม่มีอะไรหรอกฌอห์ณ เราสองคนแค่คุยกันเรื่องทั่วไปน่ะ” ผู้เป็นแม่รีบพูดแทรกขึ้น กลัวลูกชายจะไม่พอใจถ้าเกิดรู้ว่าเธอไปพูดหลับหลังอะไรกับครีมบ้าง “ครีมรู้สึกปวดหัวมาก ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ ฌอห์ณอยู่คุยกับแม่ต่อเถอะ” “แล้วจะกลับยังไง?” “เดี๋ยวครีมนั่งรถแท็กซี่กลับเอง” “ถ้าจะกลับก็กลับด้วยกัน ฌอห์ณไม่ปล่อยให้ครีมไปไหนคนเดียวหรอก” “ฌอห์ณอยู่กับแม่ก่อน ไหนบอกว่าคืนนี้จะกลับมาค้างที่บ้านกับแม่” “เอาไว้วันหลังผมจะมาหาใหม่” คุณนายบุษยารู้ดีว่าลูกชายเป็นคนไม่ชอบเดินตามใคร แต่การที่เขายอมเดินตามหลังผู้หญิงคนนี้ออกไปแบบไม่ลังเล มันแสดงให้คนเป็นแม่ได้เห็นชัดเจน ว่าฌอห์ณเลือกครีมแล้วจริงๆ“รออยู่ในห้อง ถ้ากลับมาแล้วจะเปิดให้” คนตัวเล็กถูกผลักให้เข้ามาอยู่ด้านใน ทันทีที่กลับมาถึงคอนโด เมื่อเห็นว่าฌอห์ณกำลังจะล็อกประตูจึงรีบวิ่งเข้าไปหา “จะขังครีมไว้อีกแล้วเหรอ แล้วจะขังไปถึงเมื่อไหร่?” “…..” ไม่มีคำตอบใดๆ จากปากแฟนหนุ่ม มีแค่สายตาว่างเปล่าที่ใช้มองเธออย่างพิจารณา “ปล่อยได้ไหม ครีมคงไม่มีปัญญาหนีไปไหนได้อยู่แล้ว ฌอห์ณก็น่าจะรู้ดี” ครีมพยายามพูดหวานล้อมเพราะไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้อีกแล้ว อยากมีอิสระได้ออกไปใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่นบ้าง “ถ้าไม่อยากโดนแบบนี้ คราวหลังก็อย่าคิดจะหนี อย่าคิดจะขัดใจ!” “จะไม่ทำแบบนั้นแล้ว” “หรือถ้าคิดจะหนีขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าครีมจะอยู่ที่ไหน ฌอห์ณจะตามไปลากคอกลับมาเหมือนเดิม” ครีมนั่งบนโซฟาก้มหน้านิ่ง เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาตัวเล็กๆไม่มีความสามารถพิเศษอะไรที่จะหลุดพ้นจากสายตาของเขาไปได้ ยิ่งมีตัวประกันเป็นคนรอบข้าง ยิ่งหมดสิทธิ์ที่จะหนี “วันนี้ไม่ออกไปหาเพื่อนเหรอ” ครีมเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นฌอห์ณหยิบกระป๋องเบียร์ออกจากตู้เย็นแล้วเดินกลับมานั่งดื่มข้างๆ เธอ ร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่าโชว์รอยสักที่มีอยู่เต็มแผ่นหลัง ส่วนท่อนล่าง
(พี่ครีม!)เสียงเรียกของน้องชายช่วยปลุกเธอให้หลุดจากความคิด ในขณะที่นั่งเหม่อลอยทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่าน“ว่าไงคราม?”ครามเป็นน้องชายคนกลาง ส่วนเค้กคือน้องสาวคนสุดท้อง อีกไม่นานเธอจะพาน้องๆ ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ อาจจะเช่าหอเล็กๆ หรือไม่ก็อพาร์ตเมนต์ให้น้องอยู่(ครามไม่อยากอยู่ที่บ้านแล้ว) เพราะชอบถูกพ่อดุด่าอยู่เป็นประจำเวลาพ่อโมโหหนักมักจะด่าทอลามปามไปถึงแม่แบบเสียๆ หายๆ สุดท้ายก็เอามาลงที่ลูก “เกิดอะไรขึ้น?”(พ่อชอบดุครามกับเค้ก ไม่อยากอยู่กับพ่อเลย) น้องชายทำหน้าเศร้า ถ้าได้ย้ายไปอยู่กับพี่สาวคงจะดีกว่านี้“อดทนก่อนได้ไหม อีกไม่กี่เดือนก็จะปิดเทอมแล้ว พี่จะรีบไปรับนะ”(พี่ครีมพูดแล้วนะว่าจะมารับครามกับเค้กไปอยู่ด้วย)“พี่สัญญา”(ครามกับเค้กจะรอพี่นะ)“ครามต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ พี่ฝากดูแลน้องด้วย” ครีมยิ้มให้น้องผ่านโทรศัพท์ ถ้าเกิดมาตัวคนเดียวคงตัดสินใจอะไรได้ง่ายกว่านี้ แต่เธอยังมีน้องทั้งสองคนที่ต้องดูแล ยังไงก็ทิ้งไม่ได้(เค้กบ่นคิดถึงพี่ทุกวันเลย ครามก็คิดถึงพี่เหมือนกัน)“รอพี่หน่อยนะ”(ครามจะรอพี่)“เป็นยังไงบ้าง มีเงินไปโรงเรียนกันไหม”(มีเยอะเลย พี่ฌอห์ณโอนเข้าบัญ
“ทำไมยังไม่นอน รอฌอห์ณอยู่เหรอ”ฌอห์ณกลับเข้าบ้าน แต่ต้องหยุดชะงักขมวดคิ้วเมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นแฟนสาวนั่งอยู่บนโซฟากำลังตั้งหน้าตั้งตากินอะไรบางอย่างดูน่าเอร็ดอร่อย“ไม่ได้รอ แค่หิวเลยลุกมาหาอะไรกิน” ครีมตอบคำถามโดยไม่มองหน้าฌอห์ณเลยด้วยซ้ำ เธอหยิบสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่ขึ้นมากัดกินตามด้วยโยเกิร์ตรสชาติโปรดปราน โดยมีสายตาของคนที่มาใหม่จ้องมองด้วยความสงสัย ปกติครีมไม่เคยลุกขึ้นมากินจุกจิกอะไรแบบนี้“หิวตอนตีสอง?” เขาเดินเข้าไปหาก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้างคนตัวเล็ก ยกแขนพาดหลังโซฟาทำท่าเหมือนโอบไหล่เธออยู่ “แล้วโทรหาฌอห์ณทำไมตั้งหลายสาย มีเรื่องอะไรจะคุยก็พูดมา”“เมื่อก่อนน่ะมี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”“ฌอห์ณกำลังจะลงสนาม ไม่อยากรับสายให้เสียสมาธิ” ยิ่งเธอพูดแบบนี้ยิ่งอยากรู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร“ครีมมันไม่เคยสำคัญอะไรอยู่แล้ว ขนาดครีมป่วย ฌอห์ณยังกล้าทิ้งให้อยู่คนเดียวเลย”“เป็นยังไงบ้าง ไปหาหมอมาหรือยัง?”“ไปมาแล้ว”“แล้วหมอบอกว่าเป็นอะไร?”“เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”ครีมตอบน้ำเสียงเรียบนิ่ง หันมองหน้าคนรักที่ดูเหมือนจะช็อคค้างกลางอากาศ ท่าทางแบบนี้ไม่เคยได้เห็นจากที่ไหน ก่อนที่ฌอห์ณจะดึงสติก
ฌอห์ณนั่งมองคนตัวเล็กที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง ครีมหอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือหลังจากออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตตั้งนานสองนานร่างสูงก้าวขาเข้ามาประชิดทางด้านหลัง ทำเอาหญิงสาวถึงกลับสะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่าเขาจะตามมาถึงในครัว“มีอะไร?” ครีมเอ่ยถามพลางหันหน้ากลับมาสบตา สองสามวันมานี้ฌอห์ณดูแปลกๆ จนเธอเองสัมผัสได้ เหมือนถูกเขาจ้องมองอยู่ตลอดเวลา แต่ช่างเถอะ! เขาไม่ได้สนใจอะไรเธอขนาดนั้น บางทีคงคิดมากไปเอง“วันนี้ซื้ออะไรมาบ้าง?”“ก็หลายอย่าง” ปกติเขาไม่เคยจะสนใจแต่ทำไมวันนี้ถึงถาม ฌอห์ณมองสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะ มีทั้งผลไม้หลายอย่างโดยเฉพาะสตรอว์เบอร์รี ที่พักนี้ครีมกินบ่อย กินทุกวัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ชอบมันสักเท่าไหร่นัก ไหนจะพวกนมกล่องUHT อาหารเสริมวิตามินอะไรอีกมากมาย ฌอห์ณเคยเห็นมันก่อนหน้านั้น แต่ไม่ได้คิดสงสัย พอเจฟบอกเลยกลับมาครุ่นคิดว่ามีหลายสิ่งที่แปลกไปแต่เขากลับมองข้ามมันมาตลอด“กินนมด้วยเหรอ แต่ก่อนไม่เห็นชอบกิน”“เอาไว้กินตอนหิวน่ะ”“ครีม” ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าใกล้แนบชิดจนปลายจมูกสัมผัสคลอเคลียกันไปมา“อะไร?”“มีอะไรจะบอกฌอห์ณไหม?”“ไม่มี”ร่างเล็กลอยขึ้
-โรงพยาบาลใกล้บ้าน-“น้ำหนักน้องตามเกณฑ์ปกติ ช่วงนี้คุณแม่ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบห้าหมู่นะคะ”ครีมชำเลืองสายตามองปฏิกิริยาของแฟนหนุ่มที่นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ส่วนเธอกำลังนอนเปิดหน้าท้องอยู่บนเตียงในขณะคุณหมอกำลังอัลตราซาว์ดให้ดูทารกในครรภ์ภาพเคลื่อนไหวของลูกน้อยค่อยๆ ปรากฏอยู่บนหน้าจอที่ติดอยู่ฝาผนัง ฌอห์ณนั่งมองแบบไม่ละสายตา ไม่มีคำพูดใดๆ และไม่มีใครล่วงรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่“คุณแม่ได้สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าไหมคะ?”“ไม่ค่ะ”“แล้วคุณพ่อล่ะคะ สูบบุหรี่ไหม?”“ก็ทุกวัน” คนถูกถามตอบสั้นๆ ไม่รู้ว่าการที่เขาสูบบุหรี่ทุกวันมันไปเกี่ยวข้องอะไรตรงไหน“ถ้างดได้จะดีมากเลยค่ะ กลิ่นบุหรี่มีผลกระทบกับเด็กในครรภ์ ถ้าคุณแม่สูดดมเข้าไปมากๆ น้องอาจจะเกิดมามีปัญหาหรือพิการได้”“…..”“เคสเมื่อวานเพิ่งแท้งไปเองค่ะ”“แท้งเลยเหรอ?” ฌอห์ณทวนถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนลง หัวใจแกร่งกระตุกวูบหันมองหญิงสาว แล้วที่ผ่านมาจะเป็นยังไงเมื่อครีมต้องได้กลิ่นจากเขาทุกวัน“มีโอกาสเสี่ยงค่ะ”“ผู้หญิงหรือผู้ชาย?”“ได้ลูกสาวค่ะคุณพ่อ”ฌอห์ณผ่อนลมหายใจลากยาวแรงๆ คล้ายกับระงับความรู้สึกอะไรบางอย่างท
“ถ้าเพิ่มสระว่ายน้ำแบบที่มึงต้องการและขยายพื้นที่ทำเป็นสวนดอกไม้เพิ่มอีกสองร้อยตารางวา ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอีกเก้าล้าน มึงไหวไหม”ฌอห์ณนั่งฟังรายละเอียดที่คชากำลังพูดถึง ครอบครัวคชาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้รับเหมารายใหญ่ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศที่ถูกชายหนุ่มว่าจ้างในตอนนี้เขาสั่งแก้งานชุดใหญ่เพราะอยากให้ตรงตามความต้องการของแฟนสาวมากที่สุด‘หลังคอนโดมีสวนกุหลาบที่เพิ่งปลูกใหม่ด้วยนะ ครีมชอบไปเดินเล่นแถวนั้น สระว่ายน้ำก็ใหญ่มากด้วย ถ้าลูกโตต้องชอบแน่เลย’ทุกอย่างที่เธอต้องการ เขาทำให้ได้ทั้งหมด ฌอห์ณเริ่มมีแพลนสร้างบ้านหลังจากที่รู้ว่าครีมกำลังตั้งท้อง ตอนนี้ก่อสร้างได้สี่สิบปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องว่าบ้านค่อนข้างหลังใหญ่มากแถมรายละเอียดยังจุกจิกเยอะแยะไปหมดเลยทำให้เสร็จไม่ทันก่อนจะคลอด‘ครีมชอบบ้านแบบนี้ มันดูน่าอยู่มากเลยนะ ฌอห์ณว่าสวยไหม’‘เฉยๆ ดูธรรมดา ไม่เห็นน่าอยู่’‘แบบนี้เขาเรียกว่ามินิมอล’‘คอนโดฌอห์ณน่าอยู่กว่าตั้งเยอะ’‘ถ้าเรียนจบ แล้วมีงานทำ ครีมจะเก็บเงินสร้างบ้านแบบนี้ แล้วจะพาน้องมาอยู่ด้วย’เป็นแบบตามที่เธอต้องการทุกอย่าง แต่อนาคตจะต้องมีลูกๆ เพิ่มขึ้นอ
“พี่ครีม พี่เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม”เค้กลูบหลังพี่สาวเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบ ตั้งแต่ออกมาครีมเอาแต่นั่งร้องไห้ ความรักของเธอที่มีต่อฌอห์ณยังอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจ แต่ถ้าอยู่กันไปแล้วมีแต่เจ็บช้ำ การแยกออกมาคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด“พี่ฌอห์ณเขาได้ทำร้ายอะไรพี่ไหม พี่เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เค้กพยายามมองสำรวจเพื่อหาสิ่งผิดปกติ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอารมณ์ร้ายอย่างฌอห์ณจะปล่อยพี่สาวเธอออกมาแบบครบถ้วนสมบรูณ์ดี ซึ่งครีมเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกัน“เปล่า ฌอห์ณไม่ได้ทำร้ายพี่”“พี่อย่าคิดมากเลยนะ ถ้าพี่ร้องไห้แบบนี้เดี๋ยวน้องขวัญก็เศร้าตามไปด้วย”“พี่ขอโทษที่อ่อนแอ ขอเวลาให้พี่หน่อยนะ” ครีมยกมือขึ้นปาดน้ำตา พร้อมใช้มือลูบท้องไปมา ราวกับคนที่อยู่ในท้องรู้สึกได้ออกแรงเคลื่อนไหวเบาๆ เพื่อตอบกลับสัมผัสแม่“พี่ยังมีเค้กกับครามอยู่นะ พวกเรารักพี่ รักน้องขวัญด้วย”“ฮึก…”“ทำไมพี่ฌอห์ณเขาใจร้ายจังเลย แม้กระทั่งเสื้อผ้ากับโทรศัพท์ก็ไม่ให้มา”สิ่งที่ได้ติดตัวออกมามีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ และบัตรประชาชน อะไรที่ฌอห์ณเคยซื้อให้ เธอไม่ได้หยิบติดตัวออกมาเลยซักอย่าง“มันเป็นของเขา ไม่ใช่ของพี่”“ในท้องพี่ก็ลูกเขา
พลั่ก! ชายหนุ่มถูกเหวี่ยงเข้ามาในห้องอย่างแรงจนเสียหลักล้มลง“พ่อจะทำอะไร”“แกอย่าคิดจะว่าได้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ฉันอีก!” ชาวินยกมือชี้หน้าลูกชายด้วยความเดือดดาล ถ้าฌอห์ณคิดจะขัดคำสั่งหรือทำเรื่องเลวทรามแบบนี้อีก เขาจะสั่งให้ลูกน้องจัดการทันทีโดยไม่สนว่ามันจะเป็นใคร คนอย่างมันเกินที่จะเยียวยาเต็มทน!“เป็นบ้าหรือไง จะมาขังผมไว้ทำไม!”“คนที่บ้าก็คือแกนั่นแหละ ไปสงบสติอารมณ์! กลับไปคิดทบทวนในสิ่งชั่วๆ ที่ตัวเองทำ”“ทำไม ผมทำอะไรผิด?” พลั่ก! ใบหน้าหล่อเหล่าหันตามแรงกระแทกเมื่อถูกด้ามปืนของพ่อช่วยตบหน้าเรียกสติเลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากริมฝีปากส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งตีขึ้นจมูกจนรู้สึกอยากอาเจียน“นี่แกยังมีหน้ามาถามอีกเหรอไอ้ลูกเวร! แกมีความคิดมีจิตสำนึกบ้างไหม”“เหอะ!” ฌอห์ณสบถหัวเราะในลำคอ ก่อนจะถุยน้ำลายผสมเลือดลงบนพื้น เหมือนว่าคำพูดของพ่อจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย“ถ้าไม่คิดเห็นหน้าพ่อกับแม่ ก็ช่วยคิดเห็นหน้าลูกแกบ้าง!”“…..”“แกเป็นพ่อคนแล้วนะไอ้ฌอห์ณ ไม่สงสารลูกบ้างเลยหรือไงที่มีพ่อทำตัวแบบนี้”“…..” “ฉันรู้ว่าแกเสียใจที่โดนครีมทิ้งจนต้องกลายเป็นคนเสียศูนย์ไม่เป็นผู้เป็นคนแบบนี้ แต่น้อ
แสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านเข้ามาในห้องนอนกระทบใบหน้าเกลี้ยงเกลา ช่วยปลุกหญิงสาวให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา…“อื้ออ…” ครีมร้องครางในลำคอยามที่ขยับตัวแล้วรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั่วร่างกาย โดนฌอห์ณกอดรัดฟัดเหวี่ยงมาทั้งคืน กว่าจะยอมปล่อยให้เธอได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบรุ่งสาง“นอนต่อสิ เดี๋ยววันนี้ฌอห์ณดูลูกให้” ดึงคนตัวเล็กให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จูบลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ“กอดครีมแน่นๆ เลย” ใบหน้าแสนหวานซุกแผงอกแกร่งหลับตาพริ้มสูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคย“อยากโดนแบบเมื่อคืนอีกเหรอ”“ในสมองคงคิดแต่เรื่องพวกนี้สินะ”“เห็นให้กอด เลยนึกว่าอยากโดน” ฌอห์ณก้มลงมองคนรักด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ผ่านมาหลายปีที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เขายังคงรักเธอเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง“อากาศมันหนาวเลยให้กอด ไม่ได้อยากทำเรื่องแบบนั้นสักหน่อย”“แล้วแบบเมื่อคืนเป็นไง ครีมชอบแบบนั้นมั้ย” “บางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้” ครีมผละตัวถอยห่างหลังจากได้ยินประโยคนั้น ใบหน้าเห่อร้อนยามนึกถึงเหตุการณ์เร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นมาได้ไม่นาน“คงชอบแหละ ถึงได้เสร็จหลายรอบ”“ถ้าฌอห์ณยังไม่เลิกพูดแบบนี้ ครีมจะตบปากจริงๆ แล้วนะ”“ถ้ากล้าตบก็เอาดิ แต่ขอ
ร่างกายที่หนักอึ้งค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวด เพดานที่สว่างจ้าไปด้วยหลอดไฟสีขาวและกลิ่นยาคละคลุ้งทำให้ครีมได้สติพยายามจะลุกขึ้นนั่ง“อย่าเพิ่งขยับนะครีม นอนพักก่อน”“คิงอยู่ไหน ลูกปลอดภัยดีใช่มั้ย” คนเป็นแม่ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะเพียงเพราะคิดถึงแต่หน้าลูก“คิงปลอดภัยดี อีกเดี๋ยวคงได้เจอกัน” ฌอห์ณลูบศีรษะคนตัวเล็กเบาๆ ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มบาง มองด้วยสายตาอ่อนโยน “เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม”“สุดๆ ไปเลย”“ให้ฌอห์ณตามหมอมาดูอาการสักหน่อยมั้ย”“ไม่เป็นไร ตอนนี้ครีมยังพอทนไหว”“เก่งมาก เมียฌอห์ณเก่งที่สุด” โน้มริมฝีปากจูบทั่วใบหน้าของหญิงสาวแทนคำขอบคุณและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ครีมให้กำเนิดลูกของเขาถึงสองคน และมันอาจจะมีคนที่สามหรือสี่ตามมาในเร็วๆ นี้ “ถ้าออกจากโรงพยาบาล เดี๋ยวมีรางวัลให้”“รางวัลอะไร?”“เงินสดสักสิบล้าน”“ขออะไรที่มันโรแมนติกกว่านี้ได้มั้ยฌอห์ณ” คนตัวเล็กขมวดคิ้วทำหน้างอ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ฌอห์ณก็ยังคงเป็นคนที่แข็งกระด้างไม่รู้จักความโรแมนติกเอาเสียเลย“แล้วไอ้โรแมนติกที่ว่านี้มันคืออะไร” ร่างสูงยืนกอดอกเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เขามันเป็นพวกไม่ชอบคิดอะไรซับซ้อน
“ฮึก…”ฌอห์ณสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หลังจากได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของคนรัก ร่างบางนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง บนใบหน้าสะสวยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา“ร้องไห้ทำไม เป็นอะไร เจ็บท้องจะคลอดเหรอ”“ครีมปวดขา” ครีมก้มลงมองเท้าของตัวเองที่เริ่มบวมขึ้นมากแล้ว ตอนนี้เธอท้องได้แปดเดือนกว่า อีกไม่กี่สัปดาห์ก็คงถึงกำหนดคลอดลูกชาย“เดี๋ยวนวดให้” ฌอห์ณจับขาของคนตัวเล็กขึ้นมาวางไว้บนตักก่อนจะบีบนวดเบาๆ เหมือนที่ทำให้อยู่บ่อย“แล้วงานที่ร้านเป็นยังไงบ้าง ออกมาดูแลครีมแบบนี้จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย” ครีมพูดด้วยความกังวล ช่วงใกล้คลอดฌอห์ณได้วางมือจากงานเพื่อมาดูแลเธอแบบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง“ไม่เป็นอะไร งานที่ร้านตอนนี้ฌอห์ณฝากให้ครามเป็นคนดูแลแทน”“ทำไมถึงไว้ใจครามขนาดนั้น”“เพราะครามเป็นน้องฌอห์ณไง แล้วฌอห์ณก็มั่นใจว่าครามทำได้”หญิงสาวมองคนตรงหน้าพร้อมน้ำตาคลอ ไม่ใช่แค่ดูแลเธอ แต่เขายังดูแลทุกคนในครอบครัวของเธอเป็นอย่างดี ส่งเสียให้น้องทั้งสองเรียนจบปริญญา หางานตำแหน่งดีๆ ให้ทำ คอยส่งเงินให้พ่อที่อยู่ต่างจังหวัด ถ้าไม่มีเขา ชีวิตของเธอคงไม่ได้มาไกลขนาดนี้ “ขอบคุณที่ดูแลกัน ถ้าไม่มีฌอห์ณคงแย่แน่เลย”มือเล็กเลื่
-ห้างสรรพสินค้า-“หิวข้าวหรือยัง กินอาหารญี่ปุ่นร้านนั้นมั้ย?” ฌอห์ณหันไปถามหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆ โดยมีเขาคอยตามประคองอยู่ไม่ห่าง มันคือร้านที่ครีมชอบกิน ครั้งล่าสุดที่มาด้วยกันก็หลายปีที่แล้ว“คิวเยอะรอนาน ฌอห์ณไม่ชอบรอ” “แต่ครีมชอบกินร้านนั้นมากไม่ใช่เหรอ จะกินมั้ย ฌอห์ณรอได้”“เมื่อก่อนชอบ แต่ตอนนี้ไม่อยากกินแล้ว” “…..” ฌอห์ณเผลอมองคนตัวเล็กอย่างรู้สึกผิด ก่อนที่ภาพในอดีตจะค่อยๆ ผุดขึ้นมาในความคิด‘ร้านโปรดที่ครีมชอบกิน เราไม่ได้กินด้วยกันตั้งนานแล้ว ขอกินร้านนี้ได้มั้ยฌอห์ณ’ ครีมเกาะแขนแฟนหนุ่มไว้แน่น เมื่อเดินผ่านหน้าร้านอาหารที่ชอบ หันมาส่งสายตาออดอ้อนอย่างน่าเอ็นดู แต่สิ่งที่ฌอห์ณทำคือสะบัดตัวหนี ถอนหายใจใส่ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย‘ร้านนั้นคิวเยอะไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่กินร้านอื่น’‘อยากกินร้านนี้’‘เรื่องมาก ถ้าครีมอยากกินก็กินไปคนเดียว ฌอห์ณไม่อยากไปนั่งรอมันเสียเวลา’‘…..’ ใบหน้าแสนหวานสลดลงเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาทำเหมือนรำคาญเธอเต็มทน‘จะซื้ออะไรก็รีบซื้อ ฌอห์ณมีนัดกับพวกไอ้เจฟต่อ บอกแล้วไงว่าไม่อยากมา ยังจะลากมาอยู่ได้ น่ารำคาญ’‘งั้นฌอห์ณกลับไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวครีมน
“เป็นอะไรฌอห์ณ ไม่สบายเหรอ” ครีมถามชายหนุ่มที่เอาแต่ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก นอนพลิกตัวกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง“นอนไม่หลับ คิดเรื่องลูก” ฌอห์ณพลิกตัวหันกลับมาหาหญิงสาว ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลจนเห็นได้ชัด“คิดอะไร”“ครีมว่าฌอห์ณควรซื้ออะไรให้ลูกในวันเกิดดี”“ก็นึกว่าเรื่องอะไร” ครีมถอนหายใจใส่คนตัวโตอย่างโล่งอก นึกว่าเป็นเรื่องสำคัญคอขาดบาดตาย ที่ฌอห์ณทำหน้าซังกะตายมาทั้งวัน เพราะมัวแต่คิดเรื่องนี้“ช่วยคิดหน่อย อันนี้จริงจังนะ”“เปียโนไง น้องขวัญอยากได้”“อันนั้นตั้งใจไว้ตั้งนานแล้วว่าจะซื้อให้ ไม่เกี่ยวกับของขวัญวันเกิด”“แค่เปียโนน้องขวัญก็ดีใจมากแล้วนะ ไม่ต้องซื้ออะไรให้ลูกหรอก” แค่เปียโนที่ลูกอยากได้ก็ราคาหลายแสน สำหรับเธอก็ถือว่าเยอะมากด้วยซ้ำ“ไม่ได้สิ ฌอห์ณมีของขวัญให้ลูกทุกปีนะ แล้วปีนี้จะไม่มีได้ยังไงเดี๋ยวลูกเสียใจ” น้องขวัญคาดหวังตั้งตารอของขวัญจากเขาทุกปี ถ้าปีนี้ไม่ซื้อให้ลูกคงเสียใจ ถึงแม้จะชอบแกล้งน้องขวัญเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่กลับไม่ชอบเห็นน้ำตาของลูกมากที่สุด“ไม่เสียใจหรอก น้องขวัญเป็นคนมีเหตุผล”“ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ต้องซื้อให้ลูก เดี๋ยวลูกไม่รัก”“งั้นพรุ่งนี้เราไปเ
“ไอ้ฌอห์ณ”เจฟตะโกนร้องเรียกเพื่อนชายที่เดินผ่านหน้าไป แต่ฌอห์ณกลับเดินหนีทำเป็นไม่ได้ยิน“ไอ้ห่าฌอห์ณ ไม่ได้ยินที่กูเรียกหรือไง” ครั้งนี้เป็นมอสที่ตะโกนเรียกด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม“ได้ยินแล้ว พวกมึงจะเรียกหาพระแสงทำไมนักหนา” ฌอห์ณตะโกนขานรับ พร้อมเดินกลับมาหากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่แต่โดยดี“มาแดกเหล้า”“ไม่แดก วันนี้ไม่มีอารมณ์” “เอ้า! มึงอย่ามาตลก กูชงให้แล้ว แดกๆ เข้าไป” ไม่พูดเปล่าแต่ยัดเยียดแก้วเหล้าให้เพื่อนชายเหมือนทุกครั้ง ไอ้ฌอห์ณมันคอทองแดงชอบชงเหล้าเข้มๆ“…..” เขายืนจ้องมองแก้วเหล้าที่อยู่อยู่ในมือ ก่อนจะตัดสินใจส่งกลับคืน โดยที่ไม่ได้กินแม้แต่หยดเดียว“วันนี้ผีคนดีอะไรเข้าสิง ปกติก็เห็นแดกกับพวกกูเกือบทุกวัน”“ถ้าเมียได้กลิ่นเดี๋ยวไม่ให้เข้าใกล้ เมื่อคืนก็ให้กูนอนบนโซฟา ปวดหลังยังไม่หายเลยเนี่ย”แค่คิดก็รู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่หาย เอาแต่นอนกระสับกระส่ายอยู่ทั้งคืนเพราะไม่ได้นอนกอดเมีย แต่ถ้าให้เลือกกินเหล้ากับนัวเมีย แน่นอนว่าต้องเลือกอย่างหลัง ในชีวิตลูกผู้ชายอกสามศอกไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเมียอีกแล้ว“กลัวเมียขึ้นสมองแล้วมั้ง เสียระบบพวกกูหมด ทุเรศจริงๆ เลยมึงอ่ะ” มอสพูดขึ้นอ
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?” ร่างสูงหยุดนิ่งชั่วครู่เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะตีสามแต่ครีมยังนอนเล่นไอแพดอยู่บนเตียง ส่วนตรงกลางมีน้องขวัญที่นอนหลับอยู่ “นอนได้แล้วครีม นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”เขาดึงไอแพดออกจากมือของหญิงสาว ก่อนจะกดปิดหน้าจอพร้อมสายตาตำหนิ คนกำลังท้องกำลังไส้แต่ครีมกลับนอนดึกทุกวัน“รอฌอห์ณอยู่”“รอทำไม ฌอห์ณไปทำงานต้องเลิกดึกครีมก็รู้ คราวหลังไม่ต้องรอนะ ถ้าง่วงให้พาลูกเข้านอนเลย”ไม่ได้หมายถึงแค่น้องขวัญแต่ยังหมายถึงคนตัวเล็กๆ ในท้องอีกด้วย“เป็นห่วง นอนไม่หลับ” ครีมดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ได้กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งผ่านลมหายใจของคนตรงหน้า ฌอห์ณคงดื่มมาอีกตามเคย “ห่วงตัวเองก่อน กำลังท้องอยู่นะ”“ทำไมเดี๋ยวนี้กลับบ้านดึกทุกวันเลย ครีมโทรหาก็ไม่ค่อยรับสาย”“งานยุ่งอ่ะสิ”“…..” ครีมถอนหายใจเบาๆ พยายามไม่คิดมากและไว้ใจ ฌอห์ณเข้าบ้านดึกทุกวัน บางทีก็มีท่าทางแปลกๆ หรือได้กลิ่นแปลกๆ ติดตัวมา“เป็นอะไรอีก” ฝ่ามือหนาเลื่อนเข้าไปประคองใบหน้าแสนหวานไว้มั่นสายตาของครีมดูเหมือนคนที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา“เปล่า”“ถ้าไม่คิดอะไรก็เข้านอนได้แล้ว เดี๋ยวฌอห์ณมา”“
“แม่เอาอันนี้มั้ย น้องขวัญยกให้”เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวช่วยดึงสติของหญิงสาวให้กลับคืนมา ขณะกำลังนั่งใจลอยเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน้องขวัญเป็นห่วงแม่ เลยยอมเสียสละหมูชุบแป้งทอดชิ้นใหญ่ ตั้งแต่มาถึงร้านอาหาร แม่ก็ไม่ค่อยทานอะไรเลย“ไม่เป็นไรค่ะ แม่ไม่ค่อยหิว น้องขวัญกินเลย”“พ่อบอกว่าแม่ไม่ค่อยสบาย ไปหาคุณหมอหรือยัง”“ยังเลยค่ะ”“แม่ต้องไปหาคุณหมอนะ จะได้หายเร็วๆ น้องขวัญเป็นห่วง” “ขอบคุณมากค่ะ คนสวยของแม่” ครีมโน้มตัวเข้าไปกอดลูกสาวไว้แน่น ก่อนจะหอมแก้มหลายครั้งด้วยความรัก กำลังใจจากลูกนับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นแม่“คิดเรื่องอะไรอยู่ ทำไมถึงเอาแต่นั่งเหม่อ” ฌอห์ที่นั่งสังเกตการณ์อยู่นานเอ่ยถามด้วยความอยากสงสัย สีหน้าของเธอดูเคร่งเครียดจนเห็นได้ชัด คล้ายกับมีเรื่องต้องคิดอย่างหนัก“ไม่มีอะไรหรอก”“เครียดเรื่องนั้นเหรอ”“ฌอห์ณหมายถึงเรื่องไหน?”“เรื่องที่บอกว่าท้อง”ร่างบางยกมือขึ้นลูบหน้าตั้งสติพลางถอนหายใจลากยาว “แล้วฌอห์ณคิดว่าไง”“แล้วครีมต้องการคำตอบแบบไหน อยากให้ฌอห์ณตอบแบบตรงๆ หรือตอบเพื่อความสบายใจ?”“ขอทั้งสองแบบ”“ถ้าแบบตรงๆ ก็คิดว่าท้อง”“…..”“หรือถ้าให้ตอบเพื่อ
“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ?” คนตัวเล็กถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นฌอห์ณกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น ทั้งๆ ที่ตอนนี้ได้เวลาไปทำงานแล้ว ส่วนน้องขวัญไปโรงเรียนกว่าจะกลับก็ช่วงเย็น“ถ้าไปแล้วจะมานั่งอยู่ตรงนี้เหรอ”“ครีมถามดีๆ นะ ทำไมต้องกวนประสาทอยู่เรื่อยเลย” ถ้าไม่ติดว่าเธอป่วยอยู่คงจะหยิบรีโมทขึ้นมาเคาะหัวเขาแรงๆ ให้สาแก่ใจ“แล้วอาการเป็นไง ดีขึ้นหรือยัง”“ดีขึ้นมากแล้ว” หญิงสาวหย่อนตัวนั่งลงข้างกัน ก่อนที่ฌอห์ณจะขยับเข้าใกล้ ยกแขนขึ้นโอบไหล่อย่างแนบชิด“อาทิตย์นี้ฌอห์ณว่างนะ อยากพาลูกไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”“ต้องถามลูกก่อนว่าอยากไปไหน”“เห็นน้องขวัญเคยบอกว่าอยากไปทะเล งั้นเราไปค้างคืนสักสามสี่วันดีมั้ย”“ครีมแล้วแต่ลูก ตามใจลูก”“แล้วเมื่อไหร่จะตามใจผัวบ้าง” “ก็ตามใจตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“หิวข้าวหรือยัง”“ยังไม่หิวเลย รู้สึกพะอืดพะอมยังไงไม่รู้” ครีมส่ายหน้าปฏิเสธ อาการแบบนี้คุ้นๆ เหมือนเคยเป็นตอนท้องน้องขวัญ แต่คงไม่ใช่!“ไม่หิวก็ต้องฝืนกินหน่อย กินเสร็จแล้วค่อยนอนพัก”“เอาแบบนั้นก็ได้”ครีมนั่งมองอาหารมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะให้เลือก ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เธอชอบทั้งนั้น แต่น่าแปลกที