Share

บทที่ 142

Author: ลิ่วเยว่
ขณะเดียวกัน เซ่อเจิ้งอ๋องที่กำลังพักผ่อนอยู่ในจวนรู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมากะทันหัน เขาเอามือกุมเอาไว้ตามจิตใต้สำนึก ความเจ็บส่งมาไม่หยุด ปั่นป่วนจนเขาเลือดลมตีกลับอย่างต่อเนื่อง

เขากระอักเลือดออกมาจากช่องปากคำหนึ่ง ความทรมานแผ่ซ่านจากหัวใจไปยังแขนขาและกระดูก

อาซิ่นที่รออยู่ข้างนอกได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านในจึงเรียก “ท่านอ๋อง!”

ในห้องมีเสียงเพล้ง ๆ ดังมา เหมือนมีของหล่นลงพื้น อาซิ่นชะงักงัน จากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรง

เมื่อเห็นสภาพภายในห้อง อาซิ่นก็ตกใจแล้วปรี่ไปพยุงเซ่อเจิ้งอ๋องให้ลุกขึ้น

เซ่อเจิ้งอ๋องใบหน้าซีดขาวอย่างหาที่เปรียบมิได้ สีเลือดบนริมฝีปากจางหายไปไม่หยุด เขาขบฟันแน่นและบอกกับอาซิ่น “เร็ว ไปตามฮุ่ยอวิ่น!”

“พ่ะย่ะค่ะ!” อาซิ่นรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว จึงรีบเรียกให้คนมาปรนนิบัติ ส่วนตัวเองก็ไปตามฮุ่ยอวิ่นอย่างเร็วรี่

กล่าวถึงฟางจี้จื่อ เมื่อเห็นวิญญาณมังกรถูกบดจนเป็นผุงผง หลังจากตะลึงพรึงเพริดแล้วก็นั่งขัดสมาธิ ใช้พลังสายพรตต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางอากาศแบบกะทันหัน

ทว่าเขาตื่นตระหนกลนลานจนทำอะไรไม่ถูก มิอาจสงบใจลงได้ คาถาที่ท่องออกมาก็มิอาจส่งถึงสวรรค์

สายลมทวีความรุ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 143

    เหตุใดจึงมีคนดื้อดึงเช่นนี้นะ? นางสามารถบดวิญญาณมังกรที่กำจัดปีศาจให้เป็นผุยผงด้วยมือเดียวได้ แล้วเหตุใดยังยืนกรานว่านางคือปีศาจอีก? หรือว่าเขาตาบอดไปแล้ว? อาเสอ เสี่ยวฮวา ตลอดจนเสวี้ยนจื่อศิษย์ข้างตัวเขาล้วนถูกวิญญาณมังกรสะกดจนทรมานแสนสาหัส พวกเขาต่างหากที่เป็นปีศาจ!นางรู้สึกป่วยการจะอธิบายกับเขา จึงลากเสี่ยวฮวามาถาม “เจ้าบอกเขา เจ้าเป็นคนฆ่าครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวหรือไม่?”“ไม่ใช่บ่าวแน่นอนเพคะ บ่าวบำเพ็ญเพียรมาถึงวันนี้ ยังไม่เคยทำร้ายชีวิตผู้ใดมาก่อน” เสี่ยวฮวาเอ่ยอย่างแน่วแน่“เหลวไหล! พวกเจ้าปีศาจบำเพ็ญเพียร เพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นเซียนแล้ว ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ วิธีการอำมหิตเหี้ยมโหดอย่างยิ่ง!” ฟางจี้จื่อโพล่งปากด่าเสี่ยวฮวาเสี่ยวฮวาใบหน้าเลือดฝาดแดงซ่าน โต้กลับเขาด้วยความเดือดดาลเช่นกัน “ท่านต่างหากที่เหลวไหล ท่านเห็นข้าฆ่าคนกับตาหรือ? ไยข้าจึงฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปแล้วเล่า? พูดถึงการบำเพ็ญเพียร ท่านก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรเหมือนกันมิใช่หรือ? ท่านจะสูงส่งกว่าข้าสักเท่าใดกันเชียว?!”ฟางจี้จื่อได้ยินว่านางเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับเขาก็อดบัลดานโทสะไม่ได้ จึงเอ่ยเสียงกร้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 144

    ฟางจี้จื่อฟังคำพูดของอาเสอแล้วก็มองจ่านเหยียนด้วยความสงสัยเล็กน้อยจ่านเหยียนเอามือปัดฝุ่นตรงบ่า จากนั้นจึงถามฟางจี้จื่อแบบไม่ใส่ใจ “เจ้ารู้ความเป็นมาของวิญญาณมังกรหรือไม่?”ฟางจี้จื่อนิ่งไปเล็กน้อย เขาเคยได้ยินตำนานของวิญญาณมังกรมาก่อน แต่จะจริงหรือเท็จ เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เป็นเพียงคำบอกเล่าที่ไม่รับการยืนยันร่ำลือว่าผู้สืบทอดสกุลหลงที่ควบคุมกฎทั้งสามโลกใช้วิญญาณบริสุทธิ์ทำวิญญาณมังกรขึ้น ดังนั้นมันจึงมีพลังขจัดมารปราบปีศาจ“วิญญาณมังกรถูกทำลายไปแล้ว รู้แล้วจะทำไม?” ฟางจี้จื่อตอบอย่างหมดอาลัยตายอยากวิญญาณมังกรคือของศักดิ์สิทธิ์ของต้าโจว บัดนี้ของศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายแล้ว เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายกับเซ่อเจิ้งอ๋องอย่างไรดี“วิญญาณมังกรคือสิ่งที่สามารถขจัดความชั่วร้ายได้ ดังนั้นปีศาจร้ายทุกตนจะไม่สามารถทำลายวิญญาณมังกรได้” จ่านเหยียนเอ่ยด้วยความหมายโดยนัยฟางจี้จื่อเงยหน้ามองนาง “เจ้า...”“เจ้าอยู่ที่แคว้นต้าโจวมีคุณธรรมสูงส่งชื่อเสียงโด่งดัง ปวงประชาศรัทธาเจ้ายิ่งนัก เรื่องปีศาจจิ้งจอกอาละวาดจนเกิดลมฝนไปทั่วเมือง ยังจำเป็นต้องให้เจ้าไปยุติ ออกไปบอกทุกคนว่ากำจัดปีศาจจิ้งจอกที่เคยส

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 145

    “ได้รับการสอนแล้ว!” ฟางจี้จื่อเอ่ยด้วยแววตามืดมนเสวี้ยนจื่อจ้องจ่านเหยียนด้วยสายตารุนแรง และสายตานั้นทำให้จ่านเหยียนรู้สึกไม่สบายมากเขาหมุนตัวตามฟางจี้จื่อออกไปคนจวนตระกูลหลงต่างกรูเข้ามามุงล้อมฟางจี้จื่อหลงฉางเทียนถาม “ท่านนักพรต เป็นอย่างไรบ้าง? ปราบปีศาจจิ้งจอกแล้วหรือไม่?”ฟางจี้จื่อมองหลงฉางเทียน ขณะกำลังจะพูดก็หยุดอีกเสวี้ยนจื่อจึงเดินมาเอ่ย “ท่านแม่ทัพ ท่านอาจารย์ได้ปราบปีศาจจิ้งจอกแล้ว ไทเฮาปลอดภัยแล้วขอรับ”“ปลอดภัย?” หลงฉางเทียนอึ้ง สีหน้าปั้นยากเล็กน้อยฉับพลัน “ปีศาจจิ้งจอกมิได้ทำร้ายพระองค์จนถึงรากฐานหรือ?” “สวรรค์คุ้มครอง ไม่เป็นไร” ฟางจี้จื่อกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนล้าฮูหยินผู้เฒ่าแลกสายตากับหลงฉางเทียนทีหนึ่ง จากนั้นก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็ถามขึ้นอย่างห่วงใย “ท่านนักพรต ท่านคงเสียพลังไปมากกระมัง? ดูสีหน้าท่านสิ ซีดไปหมดแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”“อื่ม ข้าขอตัวก่อน!” ฟางจี้จื่อพูดกับเสวี้ยนจื่อ “เจ้าอธิบายกับทุกคนสักหน่อย”เขายังต้องไปอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือจวนเซ่อเจิ้งอ๋องวิญญาณมังกรไม่มีแล้ว อย่างไรเขาก็ต้องอธิบายเสวี้ยนจื่อเล่าเรื่องโดยส

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 146

    ม่านรัตติกาลยังไม่ทันปกคลุมลงมา ชายชุดดำสิบกว่าคนก็ลงมาจากฟากฟ้าอาเสอกับเสี่ยวฮวาบริหารเอ็นกระดูกกันเล็กน้อย จากนั้นก็พุ่งตัวออกไปนักฆ่าใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจจิ้งจอกและปีศาจงูเสียที่ไหน? อาถงกับอาเถี่ยยังไม่ทันลงมือ ชายชุดดำสิบกว่าคนก็กองอยู่กับพื้นแล้วอาเสอเดินไปกระชากผ้าดำที่ปิดหน้าพวกเขาออก แล้วมอบฝ่ามือให้กับทุกคน ตบจนกระทั่งนักฆ่าเลือดกบปากจิ้นหรูเดินออกมาจากในห้อง ตามด้วยเอ่ยเสียงเย็นชา “จับตัวส่งไปคุกทักษิณ ถ้าถามไม่ได้ความก็อย่าคิดจะรอดไปได้!”จี๋เสียงประคองจ่านเหยียนเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าชายชุดดำ นางกวาดสายตามองชายชุดดำสิบกว่าคนด้วยสายตาแหลมคมเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยอย่างเฉยเมย “ไยต้องยุ่งยาก? ไปเชิญผู้ว่าการเมืองหลวงกับเสนาบดีกรมอาญามา ข้าจะสอบสวนด้วยตัวเอง”ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยเสียงเย็นว่า “จะไม่ให้เจ้าได้สมใจหรอก!”กล่าวจบ เขาก็เม้มริมฝีปากแล้วกัดลิ้นหมายจะฆ่าตัวตายอาเสอแวบตัวไปอยู่ตรงหน้านักฆ่าสิบกว่าคนด้วยความเร็วดุจสายลม พริบตาเดียวก็จี้จุดพวกเขาจนขยับเขยื้อนไม่ได้แล้วจ่านเหยียนหัวเราะเบา ๆ “อยากตายก็ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” นางเอ่ยกับอาถงและอาเถี่ย “มัดตัวพ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 147

    นี่... มาทีก็สิบกว่าคน พวกเขาช่างให้ความสำคัญกับไทเฮานัก!“ข้าเอง!” อาเสอเดินออกมา“ข้าก็ด้วย!” เสี่ยวฮวาก็เอ่ยเสียงหนาวอาซานไม่เคยเห็นอาเสอและเสี่ยวฮวามาก่อน เพียงแต่แม้เคยเห็น เขาก็ไม่เชื่อว่าแม่นางดุจบุปผาประหนึ่งหยกทั้งสองจะสามารถควบคุมนักฆ่าจากหอเงาจันทร์สิบกว่าคนได้เขามองไปทางจ่านเหยียน จ่านเหยียนแย้มยิ้ม “พวกนางสองคนคือองครักษ์ข้างตัวของข้า ปกติจะไม่ปรากฏตัว!”“มิน่า! ไม่ทราบแม่นางทั้งสองมาจากสำนักใดหรือ?”“พวกเราคือศิษย์จากหลงเหมิน!” อาเสอตอบออกไปแบบหน้าด้าน ๆ พูดจบก็หน้านิ่งเหลือบไปมองจ่านเหยียนแวบหนึ่ง“หลงเหมิน? สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน?” อาซานมึนแล้ว สำนักมังกรเป็นแค่สำนักคุ้มภัยระดับกลางของยุทธภพเท่านั้น จะมียอดฝีมือเยี่ยมยอดเช่นนี้ได้อย่างไร? “มิใช่ ภูเขาหลงเหมิน อาจารย์ของเรามีนามว่า ‘หลงอู่’” อาเสอขยิบตา“หลงอู่?” อาซานอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาพลันนึกถึงว่าตอนนี้ก็มีคุณชายหลงอู่ท่านหนึ่งที่มาเมืองหลวงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใช่หลงอู่ที่พวกนางพูดหรือไม่?เพียงแต่... แม้เขาไม่เคยเจอกับคุณชายท่านนั้น แต่ก็รู้ว่ามิใช่คนเก่งกาจอันใด ก็แค่คุณชายครอบครัวคหบดีที่รู้เรื่องการแพทย์

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 148

    อาเถี่ยพูดกลั้วหัวเราะ “จำเป็นต้องเชิญหมอที่ไหน? ขนาดฉลองพระองค์ของไทเฮานักฆ่าพวกนั้นก็ยังไม่ได้แตะเลย”“เจ้าว่าอะไรนะ? นักฆ่าหอเงา...” หลงฉางอี้หุบปากหยุดพูดทันที มองหลงฉางเทียนด้วยสายตาว้าวุ่น“เมื่อครู่ท่านรองว่าอะไรนะ? นักฆ่าหอเงาอันใด?” อาถงสายตาจับจ้องหลงฉางอี้พลางเอ่ย“ไม่ได้พูดอันใด ในเมื่อไทเฮาทรงปลอดภัยดี เช่นนั้นพวกเราก็วางใจแล้ว” หลงฉางอี้พรูลมทีหนึ่งแบบเสแสร้งแกล้งทำฮูหยินผู้เฒ่าหน้านิ่ง แค่ยกเปลือกตามองอาถง “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าไปเชิญผู้ใด?”“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ไทเฮารับสั่งให้พวกข้าไปเชิญผู้ว่าการเมืองหลวงกับใต้เท้าเสนาบดีมาขอรับ บอกว่าประสงค์จะสอบสวนนักฆ่าที่จวนตระกูลหลงด้วยพระองค์เอง” อาถงตอบอย่างดีฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้ม “ไทเฮาถูกลอบปลงพระชนม์ เรื่องเกี่ยวพันถึงส่วนรวม ข้าคิดว่าสมควรเข้าวังทูลไทฮองไทเฮาจึงจะเป็นเรื่องด่วน สำหรับการสอบสวน ทางราชสำนักต้องจัดการอยู่แล้ว มิจำเป็นต้องให้ไทเฮาวังกลพระทัยไป”อาถงตอบ “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ไทเฮาตรัสแล้ว ไม่จำเป็นต้องรบกวนถึงในวัง ไทฮองไทเฮาพระชนมายุสูง อย่าทำให้พระองค์ต้องกังวลพระทัย เรื่องนี้เกิดที่นี่ก็จะให้มันจบลงที่นี่”

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 149

    ครั้นกล่าวออกมา ทุกคนก็ตะลึงงัน!“ท่านแม่ ไม่ได้นะเจ้าคะ ของรางวัลพวกนั้นยังอยู่ในห้องของนางอยู่เลย” เย่เต๋อโหรวพูดอย่างร้อนรน“เจ้าจะเอาเงินหรือจะเอาชีวิต?” ฮูหยินผู้เฒ่าถลึงตาทั้งสองข้างพร้อมกับเอ่ยเสียงดุ“นี่... เอาชีวิตขอรับ แต่เงินก็ต้องเอาด้วยเหมือนกัน มิเช่นนั้นคนของหอเงาจันทร์มารับเงิน จะเอาอะไรให้พวกเขาเล่า?” หลงฉางเทียนเอ่ย“ขอแค่หลงจ่านเหยียนตาย ทางไทฮองไทเฮาก็จะตกรางวัลมาเองนั่นแหละ และต่อให้ไม่ตกรางวัลมา ยายแก่อย่างข้าก็จะเข้าวังยืมเงินก้อนนี้มาด้วยตัวเอง!” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเสียงเย็นชาด้วยฐานะฮูหยินเก้ามิ่งขั้นสองของนาง หากขอไมตรีจากไทฮองไทเฮา อีกฝ่ายคงต้องให้กระมัง? อีกอย่าง ไทฮองไทเฮารู้ดีอยู่แก่ใจว่าสกุลหลงกำลังทำงานให้ใครอยู่“เช่นนั้น...” เย่เต๋อโหรวก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร นางไม่ได้ใสซื่ออย่างฮูหยินผู้เฒ่า หากท่านนั้นในวังไม่ยอมรับเรื่องนี้เล่า? คนของหอเงาจันทร์ไม่ใช่จะล่วงเกินได้ง่าย ๆ นะ!“ยังจะอืดอาดยืดยาดอะไร? ถ้ายังไม่ลงมืออีกก็จะสายแล้ว หรือพวกเจ้าอยากให้คนของกรมอาญามา? ทันทีที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ไทฮองไทเฮาต้องไม่ออกหน้าช่วยพวกเราแน่” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดด้วย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 150

    “คุณหนูใหญ่ ทรงหยั่งรู้จริง ๆ เพคะ”จ่านเหยียนหัวเราะเหอะ ๆ นี่นับเป็นการหยั่งรู้อันใด? ก็แค่พายุฝนเท่านั้น“สวรรค์ ฝนตกลงมาจริง ๆ ด้วย?” จิ้นหรูรีบเดินกลับ แล้วยิ้มกับจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่พระปรีชายิ่งแล้วเพคะ ทรงทราบได้อย่างไรว่าฝนจะตก?”“เมื่อคืนข้าดูดาว จึงรู้ว่าวันนี้จะมีฝน”“จริงด้วย เกือบลืมไปเสียสนิทว่าคุณหนูใหญ่เชี่ยวชาญการเสี่ยงทาย” จิ้นหรูนึกถึงก่อนที่อดีตฮ่องเต้จะสวรรคต นางเคยเสี่ยงทายให้แคว้นต้าโจว ขณะนั้นอดีตฮ่องเต้เชื่อสนิทใจหลงจ่านเหยียนยิ้มแต่มิได้พูด นางก็เก่งอย่างนี้นี่แหละ“คุณหนูใหญ่อยากพระกระยาหารหรือไม่เพคะ? มิเช่นนั้นบ่าวจะหยิบชุดกันฝนแล้วไปยกขนมจากห้องครัวมาให้พระองค์รองท้องก่อน?” จิ้นหรูรู้ว่านางหิวบ่อย และไม่รู้ว่าฝนห่านี้จะตกอีกนานแค่ไหน หากทำให้นางหิวไส้กิ่วจะไม่ดีเอา“ไม่จำเป็น อีกประมาณหนึ่งเค่อ ฝนก็จะหยุดแล้ว!” จ่านเหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จี๋เสียงยกออกมา ชื่นชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่มีฝนโปรยปรายด้วยท่าทางผ่อนคลายสบายอารมณ์“เกรงว่าจะไม่หยุดง่าย ๆ นะสิเพคะ” จิ้นหรูดูแนวโน้มของฝนห่านี้ ประสานกันจนเป็นแห และไม่รู้ว่าเป็นเมื่อใด บนท้องฟ้ามีเมฆดำรวมตั

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 191

    จ่านเหยียนเห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีแดงเพลิง สีหน้าคลุ้มคลั่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่ง ไอหยินแว้งกัด สอง ธาตุไฟเข้าแทรกจ่านเหยียนฉุดแขนของเขาแล้วลากมาด้านหน้าตนแบบแทบจะไม่ใช้สมองคิด แต่ทันใดนั้นนางก็ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เพราะไม่สามารถใช้แข็งปะทะแข็งกับการต่อกรกับคนที่ถูกไอหยินแว้งกัดหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้เขากางกรงเล็บทั้งห้าแล้วตะครุบมาทางลำคออย่างรวดเร็ว จ่านเหยียนเอนตัวไปด้านหลังพร้อมฉุดเขาลงกับพื้นด้วยเขาทับอยู่บนตัวนางอย่างจัง ดวงตาทั้งคู่แดงประหนึ่งอัคคี เจือความดุร้ายและไอมารเช่นธาตุไฟเข้าแทรก มิหนำซ้ำยังมีสีสันแห่งความทรมานที่มิอาจมองข้ามไม่นานจ่านเหยียนก็วินิจฉัยว่าเขาถูกไอหยินแว้งกัด สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เลือดทั้งสรรพางค์กายตีกลับ เจ็บปวดทุกรูขุมขนยากจะทานทนมิน่าเขาถึงมีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า คาดว่าเมื่อครู่คงทำร้ายตัวเองในตอนที่ทรมานจนทนไม่ไหวจ่านเหยียนพลันรู้สึกสงสารเล็กน้อย จังหวะที่เขาบีบคอนาง หว่างคิ้วของนางก็ปรากฏดอกบัวส่องแสงเป็นประกายดอกบัวเปล่งแสงหมายถึงความการุญและการช่วยเหลือรักษา ส่วนตัวอักขระสวัสต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 190

    อาเสอกลับมาตอนครึ่งคืน หน้าตามอมแมมราวกับมุดออกมาจากเตาไฟที่ไหนนางเขย่าตัวจ่านเหยียนให้ตื่น แล้วยื่นหยกเฝ่ยชุ่ยอมเขียวก้อนหนึ่งให้นาง “เอาไป”ครั้นจ่านเหยียนเห็นก้อนหยกก็เอ่ยด้วยความดีใจ “เจ้าเอาหยกเฝ่ยชุ่ย”“ขโมยมาจากทางคุณชายหวัง ไม่ทันระวังถูกท่านเทพเฝ้าประตูเห็นเข้า ไม่อยากให้เป็นเรื่องจึงได้แต่มุดเตาไฟมา” อาเสอกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“คุณชายหวัง?” จ่านเหยียนอึ้ง ดูเหมือนว่านางมีนัดดื่มสุรากับคุณชายหวังคืนนี้นี่ ลืมไปเสียสนิทเลย“คุณชายหวังยังไม่นอน อยู่ที่ลานเรือนไม่รู้ว่ารอใครสิน่า...” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงเบิกตาโพลงมองจ่านเหยียน “คงไม่ได้รอท่านอยู่กระมัง?”จ่านเหยียนหัวเราะแหะ ๆ “น่าจะใช่”อาเสอมองนางอย่างเวทนา “ท่านตายแน่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการนัดหมายกับท่านด้วยสิ”จ่านเหยียนจุกอก “เจ้าว่าตอนนี้เขายังรออยู่หรือไม่?”“ตอนข้ามาเขายังรออยู่นะ ไม่รู้ว่าส่งคนไปตามท่านที่จวนเราหรือไม่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะถูกรั้งตัวให้ค้างคืนอยู่ที่จวนอ๋องกระมัง?” อาเสอเอ่ยจ่านเหยียนลุกขึ้นยืนใส่รองเท้า “น่าสงสารจริง ๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ยังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปดื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 189

    จ่านเหยียนลืมตาขึ้น แล้วกอบใบหน้าของอาเสอพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ย “เจ้ามีอะไรน่ามอง?”อาเสอตอบอย่างขัดเขิน “ท่านไม่คิดว่าข้าน่ามองหรือ?”“มีตา มีจมูก มีปาก หากจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่แย่ แต่... ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นบุรุษ” จ่านเหยียนทำลายความฝันของหญิงสาวอาเสอกระซิบ “ข้าได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นคือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พวกเขาคือเพื่อนชายที่ดีตลอดชีวิต”“เจ้าเนี่ย ดูนิยายวายมากไปแล้ว ข้ามั่นใจได้เลยนะ ฮุ่ยอวิ่นเป็นชายแท้+” จ่านเหยียนไล่นาง “เร็ว ออกไปหาหินหยกเฝ่ยชุ่ยให้ข้า”อาเสอเดินไปถึงหน้าคันฉ่องแล้วมองทีหนึ่งอย่างไม่สมัครใจ ตามด้วยแค่นเสียงเชอะ “ข้างามพริ้มเพราจะตาย อย่างน้อยต่อให้อยู่ในคราบบุรุษก็ปกปิดบุคลิกและเสน่ห์ของข้าไม่ได้”“กลิ่นคาวงูด้วย!” เสียงอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม โทษอาเสอไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทษฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้อาเสอเกิดอารมณ์วสันต์“ไม่พูดกับท่านแล้ว!” อาเสอแค่นเสียงแล้วกลายร่างเป็นควันกลุ่มหนึ่งจ่านเหยียนชะโงกศีรษะออกมาจากผ้าห่ม ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น?นางลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปลานเรือนครั้นสาวใช้ทั้งสองเห็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 188

    “ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” พระอาจารย์เป่ากวงถามจ่านเหยียนคำนวณพักหนึ่ง วันนี้วันที่หก แกะสลักวิญญาณมังกรต้องใช้เวลาสองวัน แล้วค่อยให้วิญญาณมังกรดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินและแสงแห่งสุริยันจันทรา ส่วนแสงแห่งสุริยันจันทราจำเป็นต้องดูดซับในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้น เร็วที่สุดก็ต้องหลังวันที่สิบห้านางเอ่ย “ให้เวลาข้าสิบวัน”“จริงหรือ?!” ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยจะเชื่อ “คุณชายรู้ที่อยู่ของวิญญาณมังกรอีกชิ้นหรือ?”จ่านเหยียนผงกศีรษะ “ข้ารู้”“อยู่ที่ใด?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความยินดีพระอาจารย์เป่ากวงยื่นมือมากดฮุ่ยอวิ่นเล็กน้อย “คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องถามมาก ในเมื่อคุณชายอู่รับปากแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ ๆ แล้วมองจ่านเหยียนด้วยสายตาร้อนแรงและจริงใจมู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากคุณชายอู่พักอยู่ที่จวนอ๋องสักระยะ เจ้าแค่บอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับฮุ่ยอวิ่นก็พอ เขาต้องเอามาให้เจ้าได้แน่”จ่านเหยียนเข้าใจความหมายของเขา ตอนนี้นางรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว เขาไม่วางใจให้นางออกไปเขาไม่เคยเชื่อใจนาง ระแวดระวังนางอย่างหนัก“ได้!” จ่านเหยียนรับปากมู่หรงฉิงเทียนฮุ่ย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 187

    “หลวงจีน ไม่เจอกันนานเลยนะ!” จ่านเหยียนตอบรับเรียบ ๆ“ก็ไม่นับว่านาน เพียงหนึ่งปีเท่านั้น คุณชายสบายดีหรือ?” พระอาจารย์เป่ากวงกล่าวด้วยความนอบน้อมจ่านเหยียนตอบ “ยังไม่ตายก็นับว่าดีมากแล้ว”“คุณชายกล่าวหนักไปแล้ว!” พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบมู่หรงฉิงเทียนกับฮุ่ยอวิ่นแปลกใจกับการกระทำของพระอาจารย์เป่ากวงมาก แม้ก่อนหน้านี้พระอาจารย์เป่ากวงจะแนะนำหลงอู่ แต่พวกเขาแค่นึกว่าพระอาจารย์เป่ากวงชื่นชมเขาเล็กน้อย ตอนนี้ดูแล้ว... ไม่เพียงแต่ชื่นชม หากมีความเคารพด้วยท่าทีของพระอาจารย์เป่ากวงทำให้มู่หรงฉิงเทียนใช้อีกมุมหนึ่งในการมองประเมินจ่านเหยียน“พระอาจารย์ ท่านเคยรู้จักกับคุณชายอู่มาก่อนหรือ?” ฮุ่ยอวิ่นถามพระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “กล่าวได้ว่าอาตมาเคารพคุณชายอู่มานาน กลับมีวาสนาได้พบเพียงหนเดียว”“อ้อ? เพิ่งพบเพียงหนเดียว?” ฮุ่ยอวิ่นประหลาดใจเล็กน้อย พบหนเดียวก็ศรัทธาอีกฝ่ายถึงเพียงนี้แล้ว? ไม่เหมือนลักษณะของหลวงจีนเฒ่าเลยนี่?“หนึ่งหนก็เป็นบุญวาสนาใหญ่หลวงในชาตินี้ของอาตมาแล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยอย่างพึงพอใจจ่านเหยียนเหลือบมองเขาชืด ๆ ทีหนึ่ง “หลวงจีน คำนี้จะประจบเก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 186

    จ่านเหยียนอยากหมุนตัวกลับมาก ถ้านางเด็กกว่านี้สักสองร้อยปี นางคงจะไปจริง ๆ ทว่านางในตอนนี้ไม่เด็กแล้ว กอปรกับถูกเนรเทศอยู่ที่นี่ จิตใจจึงเปลี่ยนแปลงไปมากอาจเพราะนางไม่อยากให้เขาตายจริง ๆ อย่างไรก็ตาม แคว้นต้าโจวยังต้องการเขาอยู่นางเอ่ยอย่างสงบ “ท่านอ๋อง กระหม่อมกล้าพูดว่านอกจากกระหม่อม โลกนี้ก็ไม่มีใครรักษาท่านได้อีก”ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนมีสีสันของการเสียดสีและเย้ยหยันเพิ่มขึ้นบางส่วน “อย่างนั้นหรือ?”“ท่านอ๋องจะไม่เชื่อก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนเอ่ย“ข้าไม่เชื่อจริง ๆ นั่นแหละ ฮุ่ยอวิ่น ให้เงินเขาร้อยตำลึง ส่งเขาออกไป!” มู่หรงฉิงเทียนสั่งด้วยน้ำเสียงเฉยชาฮุ่ยอวิ่นเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็รีบหันไปส่งสายตากับอาซิ่น อาซิ่นพลันเข้าใจจึงวิ่งออกไปแล้วอาเสอเห็นมู่หรงฉิงเทียนโอหังเช่นนี้จึงกลั้นโทสะไม่ได้ หน้าแดงเอ่ย “คนเท่าไรเฝ้ารอให้คุณชายบ้านข้ารักษา คุณชายบ้านข้ายังไม่รับปากเลย ตอนนี้มาหาถึงที่ ท่านกลับไม่รู้คุณค่า ท่านได้เสียใจแน่”“อาเสอ!” จ่านเหยียนขมวดคิ้ว “ถอยออกไป!”แม้นางจะอารมณ์เสียเหมือนกัน เพราะมาถึงที่แล้วกลับถูกอีกฝ่ายขับไล่ไสส่ง ใบหน้าชราของนางเสียหายไม่มากก็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 185

    “ใครอยู่ข้างนอก?” เสียงสุขุมอ่อนล้าดังออกมาจากห้องหนังสือฮุ่ยอวิ่นผลักประตูเข้าไป “เทียน ข้าเชิญคุณชายหลงอู่มาแล้ว”จ่านเหยียนยืนอยู่ข้างหลังฮุ่ยอวิ่น เห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือหลังฉาก ดวงหน้าซีดเซียวเล็กน้อย ทั้งยังคล้ายผ่ายผอมไปประมาณหนึ่ง เบ้าตาลึกมากขึ้น แววตาดุร้ายมากกว่าเดิมไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ สมองของจ่านเหยียนก็นึกถึงคำพูดของจิ้นหรู ใบหน้าชราแดงซ่าน รีบก้มหน้าประสานมือ “หลงอู่คารวะท่านอ๋อง”มู่หรงฉิงเทียนมิได้เอื้อนเอ่ย บรรยากาศหนักอึ้งและ...อึดอัดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัดจ่านเหยียนรู้ว่าเขากำลังจ้องนางอยู่ เพราะสายตานั้นแหลมคมยิ่งนัก แทบจะมองนางให้ทะลุปรุโปร่งจ่านเหยียนถอนหายใจอยู่ในใจ จิ้นหรูคิดมากไปแล้ว หากนางจะเข้าสู่พุ่มบุปผาในวัยชรา อันดับแรกจะไม่หาหนุ่มน้อย อันดับสองคือจะไม่หาคนที่สร้างความกดดันให้กับนางเช่นนี้เพราะสายตาของเขาทำให้คนประหม่าผ่านไปครู่ใหญ่มู่หรงฉิงเทียนจึงเอ่ยเรียบ “เจ้าก็คือหลงอู่?”จ่านเหยียนขานรับ “พ่ะย่ะค่ะ”มู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “เงยหน้าขึ้น!”จ่านเหยียนทำใจให้สงบ จากนั้นก็เงยหน้ามองเขาเขาเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย มือหนึ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 184

    จ่านเหยียนนิ่งงันไปแล้ว นางไม่เคยคิดถึงจุดนี้ มิเช่นนั้นตอนนั้นก็คงไม่มือบอนทำลายวิญญาณมังกร“ตอนนี้ต้องการให้ข้าทำอย่างไร?” จ่านเหยียนถามฮุ่ยอวิ่นทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย “พระอาจารย์เป่ากวงบอกว่าท่านมีวิธี”จ่านเหยียนถอนหายใจทีหนึ่ง “ข้าจะไปจวนอ๋องกับท่าน เจอท่านอ๋องแล้วค่อยว่ากันเถอะ”“ได้!” ฮุ่ยอวิ่นพลันดีใจ จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนจ่านเหยียนมองฮุ่ยอวิ่น “แต่ ไม่แน่ว่าข้าจะช่วยท่านอ๋องได้”ฮุ่ยอวิ่นคิดว่านางแค่พูดเผื่อเอาไว้ จึงรีบพูดว่า “คุณชายอู่โปรดวางใจ ไม่ว่าจะรักษาได้หรือไม่ ข้าน้อยจะไม่โทษคุณชายอู่เด็ดขาด”ความจริงจ่านเหยียนมิได้หมายความเช่นนั้น แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “ดี พวกเราไปกันเถอะ”เป็นครั้งแรกที่จ่านเหยียนย่างเท้าเข้าจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง นางแหงนหน้ามองป้าย ตัวอักษรลี่ซูสีทองเงาเขียนคำว่า ‘จวนเซ่อเจิ้งอ๋อง’ อร่ามแวววาว ตัวอักษรหวัดเขียนได้ทรงอำนาจมากป้ายนี้เป็นของใหม่ เดิมคือจวนอันหนิงอ๋องกำแพงจวนอ๋องเคยเสริมความแข็งแรงมาก่อน มีร่องรอยของใหม่ บนกำแพงปราศจากพืชไต่ ตัวกำแพงอิฐเขียวทอดตัวยาว กินเนื้อที่ประมาณหลายสิบหมู่หน้าประตูจวนมีทหารเฝ้ายามอยู่ บนปร

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status