Share

บทที่ 133

Penulis: ลิ่วเยว่
เสี่ยวฮวาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ก่อนจะตอบ “บ่าวบำเพ็ญเพียรมาหลายปี ไม่เคยลงจากเขาเลย ก็ไม่รู้ว่าควรไปที่ใด จึงได้แต่ตามขบวนการค้า พวกเขามาเมืองหลวง บ่าวจึงปรากฏตัวอยู่ที่เมืองหลวงเพคะ”

“เคยฆ่าคนหรือไม่?” จ่านเหยียนถามด้วยสายตาเร่าร้อน

เสี่ยวฮวารีบโบกมือ “ไม่ ไม่เคยเพคะ อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่มดบ่าวก็ยังไม่กล้าเหยียบ แล้วจะฆ่าคนได้อย่างไร? อีกอย่าง ทันทีที่ผู้บำเพ็ญเพียรผิดศีลปาณาติบาต ก็ยากจะสำเร็จเป็นเซียนแล้ว”

“เจ้าอยากเป็นเซียนหรือ?” จ่านเหยียนถาม

เสี่ยวฮวาคิดครู่หนึ่ง “ที่บำเพ็ญเพียรก็เพื่อเป็นเซียน มิเช่นนั้นจะลำบากลำบนเช่นนี้เพื่ออันใดกัน? ท่านแม่ของบ่าวบอกว่า มีแต่เป็นเซียนจึงไม่มีสงคราม ถูกรังแก ถูกลบหลู่และทรมานเพคะ”

“แล้วแม่ของเจ้าเล่า?” จ่านเหยียนถาม

เสี่ยวฮวาสีหน้าเศร้าสลด “ท่านแม่ของบ่าวตายแล้ว ถูกปีศาจหมีดำฆ่าตาย เขาดูดมุกวิญญาณที่ท่านแม่บ่าวบำเพ็ญมาเจ็ดร้อยกว่าปีไป สำเร็จเป็นเซียนแล้วเพคะ”

“อ้อ?” จ่านเหยียนเลิกคิ้ว “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?”

“เขาได้เข้าอยู่ในลำดับเซียนแล้ว แม้บ่าวอยากตามหาเขาเพื่อแก้แค้น แต่ก็ตามหาไม่ได้แล้วเพคะ” เสี่ยวฮวาเอ่ย ในแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 134

    หลงฉางเทียนเอ่ย “แต่... ไม่แน่ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะยอมให้ยืมพลังมังกรน่ะสิ”ฟางจี้จื่อหัวเราะ “เรื่องบนโลกนี้ล้วนมีการแลกเปลี่ยนในราคาเดียวกัน ข้ารู้ดีว่าเขาต้องการอะไร”“อ้อ?” หลงฉางเทียนมองฟางจี้จื่อด้วยความฉงนฟางจี้จื่อเอ่ย “ท่านแม่ทัพมิต้องบอกประโยชน์ใช้สอยของวิญญาณมังกรกับมู่หรงฉิงเทียนหรอก และเรื่องที่ปีศาจจิ้งจอกอยู่ในจวนตระกูลหลงก็มิต้องบอกเขาเช่นกัน”หลงฉางเทียนอยากจะให้เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว หากมู่หรงฉิงเทียนรู้ว่าที่ต้องการวิญญาณมังกรก็เพื่อกำจัดหลงจ่านเหยียน เขาต้องไม่ให้ยืมแน่อีกอย่าง หากกล่าวจากใจ เขาก็ไม่เชื่อว่าหลงจ่านเหยียนเป็นปีศาจจิ้งจอกเหมือนกัน หรืออาจกล่าวเขาไม่เชื่อว่าจะมีปีศาจจิ้งจอกอยู่จริงก็ได้ แม้ฟางจี้จื่อจะเป็นผู้สูงส่งแห่งมรรคา แต่เขายังคงมีท่าทีสงสัยกับเรื่องลี้ลับเช่นนี้อยู่ดีดังนั้น ต่อให้ฟางจี้จื่อเสนอตัวจัดการหลงจ่านเหยียน เขาก็ยังต้องเตรียมตัวเหมือนกันฟางจี้จื่อให้เสวี้ยนจื่ออยู่ที่จวนตระกูลหลง ก่อนจะไปจวนเซ่อเจิ้งอ๋องเพียงลำพังครั้นเซ่อเจิ้งอ๋องได้ยินว่าฟางจี้จื่อขอเข้าพบก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ฟางจี้จื่อมีชื่อเสียงระบือไกล เป็นไปไม่ได้ที่เขาจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 135

    เซ่อเจิ้งอ๋องโบกมือแล้วยกยิ้มมุมปากเป็นมุมโค้งที่สวยงาม “ท่านนักพรตอย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่ใช่ไม่เชื่อว่ามีปีศาจ เพียงแต่ข้าอยากถามท่านนักพรต ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวถูกปีศาจสังหาร?”ฟางจี้จื่อตอบ “กระหม่อมเชื่อว่าเป็นฝีมือของปีศาจจิ้งจอก ปีศาจจิ้งจอกตนนี้อยู่ที่ภูเขาหลัวถัวคร่าชีวิตผู้คนมากมาย วิธีการอำมหิตเหี้ยมโหด ตอนที่กระหม่อมไปถึงภูเขาหลัวถัว ปีศาจจิ้งจอกก็หลบหนีไร้ร่องรอยแล้ว ทั้งภูเขามีแต่กลิ่นอายปีศาจจิ้งจอก กระหม่อมตามกลิ่นมาตลอดทางกลับพบว่ามาเมืองหลวงแล้ว”“วิญญาณมังกรคือมรดกของแคว้นต้าโจว จะให้คนอื่นยืมง่าย ๆ ไม่ได้ ท่านนักพรตน่าจะรู้” เซ่อเจิ้งอ๋องพูดเรียบ ๆฟางจี้จื่อยิ้มบาง ก่อนจะเบี่ยงประเด็น “กระหม่อมได้ยินว่าท่านอ๋องตามหาเทพโอสถมาตลอด เทพโอสถมีไมตรีกับกระหม่อมอยู่บ้าง หากมีจุดใดที่ท่านอ๋องต้องการใช้กระหม่อม กระหม่อมก็ยินดีจะให้ความช่วยเหลือพ่ะย่ะค่ะ”ฮุ่ยอวิ่นชะงักงัน ตามด้วยถามอย่างร้อนรน “ท่านนักพรตรู้จักเทพโอสถจริงหรือ? เขาอยู่ที่ไหน? จะแนะนำให้พบได้หรือไม่?”ฟางจี้จื่อหัวเราะ “มนุษย์เราเดิมก็คือเจ้าช่วยข้า ข้าช่วยเจ้า กระหม่อมยินดีช่วยเหลือท่

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 136

    พูดจนถึงขนาดนี้แล้ว ดังนั้นจึงได้แต่เอาวิญญาณมังกรออกมาผ่านไปพักหนึ่ง ฮุ่ยอวิ่นถือกล่องใบหนึ่งออกมา ตัวกล่องทำมาจากไม้ท้อ แกะสลักเป็นอักขระยันต์สวัสติกะ ข้างใต้คือฐานดอกบัวที่บานสะพรั่ง ทาสีน้ำมันสีแดงเข้ม งานไม้แกะสลักประณีต ทุกเส้นราวกับเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ มิใช่ทำจากฝีมือมนุษย์กุญแจลับอยู่ตรงฐานดอกบัว เซ่อเจิ้งอ๋องเอาออกมา ใช้นิ้วมือสะกิดเบา ๆ ทีหนึ่ง เมื่อนั้นก็มีเลือดสีแดงซึมออกมาหยดหนึ่ง เขาหยดมันลงไปบนอักขระสวัสติกะตัวใหญ่สุดบนกล่อง จากนั้นตัวสวัสติกะก็เปล่งแสงออกมา ตามด้วยกล่องหมุนตัวเปิดออกวิญญาณมังกรนอนอยู่บนผ้าแพรสีเหลืองในกล่องอย่างสงบ ลวดลายของผ้าแพรเป็นอักขระสวัสติกะด้วยเหมือนกัน ตรงขอบคือไหมสีทองถี่ยิบ งานฝีมือพิถีพิถัน ราวกับมังกรมีชีวิตที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลางอากาศวิญญาณมังกรคือหยกขาวสะอาดไร้สิ่งเจือปนชิ้นหนึ่ง แกะสลักเป็นลายมังกร ส่วนหางมีอักษรตัวหนึ่ง มันอาจเป็นอักขระตัวหนึ่ง แต่เห็นไม่ชัดฮุ่ยอวิ่นเคยศึกษากับเซ่อเจิ้งอ๋องมาก่อน ฮุ่ยอวิ่นบอกว่านี่คืออักษรคำว่า ‘จ่าน’ ซึ่งมีความหมายมาจากอินทรีย์ยักษ์สยายปีก แต่เซ่อเจิ้งอ๋องกลับคิดว่าเป็นอักขระที่ค่อนข้างซับ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 137

    “จะเป็นไปได้อย่างไร? มิใช่จะเล่นงานปีศาจจิ้งจอกหรือ? หลงจ่านเหยียนไม่ใช่ปีศาจจิ้งจอกกระมัง?” ฮุ่ยอวิ่นรู้สึกแปลกใจ เหตุใดเขาจึงมีความคิดเช่นนี้?เซ่อเจิ้งอ๋องก็รู้สึกว่าไม่ค่อยมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน จึงพูดกลั้วหัวเราะ “นั่นสิ ฟางจี้จื่อคือผู้บำเพ็ญพรตสูงส่ง ตามหลักไม่ควรร่วมมือกับหลงฉางเทียนไปเล่นงานกับหลงจ่านเหยียน”“อื่ม ข้าจะออกไปทำธุระ ท่านพักผ่อนแล้วค่อยตรวจฎีกาเถอะ ตรวจมาทั้งวันแล้ว สมควรพักสักเดี๋ยว” ฮุ่ยอวิ่นกำชับราวกับเป็นพี่ชายคนโตอย่างไรอย่างนั้น“ได้ เจ้าไปเถอะ” เซ่อเจิ้งอ๋องนวดระหว่างคิ้ว พลางกล่าวอย่างอ่อนล้าเล็กน้อยฮุ่ยอวิ่นหมุนตัวออกไปและสั่งคนเตรียมน้ำชาสงบจิตให้เซ่อเจิ้งอ๋อง เพื่อให้เขาได้พักผ่อนครั้นหลังฟางจี้จื่อยืมวิญญาณมังกรสำเร็จก็ตรงดิ่งกลับจวนตระกูลหลง มิรู้ว่ามีคนกำลังสะกดรอยตามเขาอยู่แม้เขาจะมีพลังแก่กล้า หากไม่ระวังรอบคอบ และไม่คิดว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะสั่งให้คนสะกดรอยตามเขาผู้ที่มีจิตใจซื่อตรงจะไม่ใช้เล่ห์กลอุบาย แต่... หากไม่ระวัง มักจะไม่ใช่เรื่องดีช่วงยามเย็น ในจวนเริ่มเตรียมการเฝ้าระวังหลังจากฟางจี้จื่อออกจากจวน หลงฉางเทียนก็สั่งให้คนออกไปปล่อ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 138

    ยามโหย่วสามเค่อ ฟางจี้จื่อเดินเข้าเรือนพักของจ่านเหยียนพร้อมกับเสวี้ยนจื่ออาถง อาเถี่ยขวางกระบี่รั้งไว้ “ท่านนักพรตหยุดก่อน นายของเราไม่พบผู้ใดทั้งสิ้น”ฟางจี้จื่อมองทั้งสองคน แต่แล้วก็ตวาดขึ้นมาทันใด “หลีกไป!”สายลมเย็นยะเยือกพัดใส่ใบหน้าของอาถง อาเถี่ย พวกเขาเอามือปิดใบหน้าตามสัญชาตญาณ พริบตาเดียว ฟางจี้จื่อและเสวี้ยนจื่อก็เดินเข้าไปแล้วทั้งสองคิดจะถอนเท้าตามไป ทว่าเท้าทั้งสองราวกับมีรากงอก ไม่ว่าพวกเขาจะขยับอย่างไรก็กระดุกกระดิกไม่ได้เลยสักนิด ครั้นพวกเขาคิดจะอ้าปากร้องตะโกน กลับไม่มีเสียงออกมาจากปากไม่นานพวกเขาก็พบว่าองครักษ์ที่มาจากในวังทั้งหมดในเรือนก็เหมือนกัน ไม่สามารถส่งเสียงหรือเคลื่อนไหวได้เลย ได้แต่ร้อนใจอยู่อย่างนั้นจ่านเหยียนอยู่ในห้องของกัวอวี้ อาการบาดเจ็บของกัวอวี้ใกล้จะหายดีแล้ว แต่หากจะใช้คำพูดของจ่านเหยียน นางบาดเจ็บจากการทำงาน ดังนั้นจึงอนุญาตให้นางพักผ่อนหลายวันเป็นกรณีพิเศษกัวอวี้จนใจนัก เนื่องจากนอนอยู่บนเตียงรู้สึกไม่ค่อยสบายสักเท่าไร นางเป็นคนที่ไม่ทำงานแล้วจะเป็นบ้าได้ ช่วยไม่ได้นี่นะ คนเกิดมาอาภัพ “เจ้านี่นะ นอนให้สบายใจเถอะ นี่คือพระคุณที่คุณห

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 139

    ทันใดนั้นเบื้องหน้าจ่านเหยียนก็มีควันสีเขียวมวลหนึ่งปรากฏขึ้น อาเสอลงสู่พื้นตามด้วยกลายร่าง นางแสยะยิ้มทีหนึ่ง “ให้ข้าได้เจอกับนักพรตเฒ่าดื้อรั้นนี่หน่อยเถอะ”ฟางจี้จื่อหัวเราะเสียงเย็น “ได้สิ ที่แท้ก็ไม่ได้มีปีศาจแค่ตนเดียว วันนี้ข้าจะกวาดล้างให้สิ้นซาก!”กระบี่เหรียญทองแดงชี้ไปทางอาเสอ อาเสอเหินตัวขึ้นอย่างปราดเปรียว ปลายเท้าเตะกระบี่เหรียญทองแดงข้างหน้าทีหนึ่ง พลังแข็งแกร่งขุมหนึ่งแล่นจากปลายเท้าสู่หัวใจ อาเสอตกใจจึงถอยกลับลงสู่พื้น จากนั้นก็โยนงูน้อยจำนวนหนึ่งออกไปจากมือ งูน้อยพุ่งตัวไปทางฟางจี้จื่อและเสวี้ยนจื่อราวกับศรที่ดีดตัวออกจากแล่งเสวี้ยนจื่อไม่ร้อนรน เขาถอยหลังสองก้าว ทันใดนั้นในมือก็มีพัดเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเล่ม ครั้นสะบัดพัดคลี่ออก งูน้อยทั้งหมดก็ถูกพัดตกลงพื้นฝีมือของเสวี้ยนจื่อกลับทำให้จ่านเหยียนประหลาดใจนางฉวยโอกาสตอนที่อาเสอและฟางจี้จื่อต่อสู้พัลวันสำรวจมองเสวี้ยนจื่อหนุ่มน้อยคิ้วตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง สันจมูกโด่งในแบบชาติพันธุ์อื่นบางส่วน จ่านเหยียนพบว่านัยน์ตาของเขามิใช่สีดำ แต่เป็นสีน้ำตาลแดงเขาหน้านิ่ง ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับหุ่นแกะสลัก เขาไม่มองจ่านเหยียนด้วย หา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 140

    เสี่ยวฮวายืนมองอยู่บนระเบียงทางเดิน เมื่อนางเห็นว่าฟางจี้จื่อมีวิชาพรตล้ำเลิศก็ตกใจจนขาอ่อนนานแล้ว ดีที่อาเสอและจ่านเหยียนเอาอยู่ มิเช่นนั้นนางต้องตัวอ่อนกองอยู่บนพื้นแน่แต่ทันทีที่กลดเหรียญทองปรากฏออกมา นางก็แอบลุ้นไปกับจ่านเหยียนแม้นางจะกลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว อีกทั้งยังปกปิดอายปีศาจมิดชิด แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากกลดเหรียญทองอย่างหนัก หัวใจเต้นระส่ำตุบ ๆ สองมือกอดเสากลมและมองจ่านเหยียนอย่างหวาดกลัวนางไม่รู้ว่าจ่านเหยียนคือใคร แต่สันนิษฐานได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นปีศาจที่มีตบะแก่กล้าล้ำลึกกว่าตนมาก เพียงแต่ไม่ว่าตบะจะแก่กล้าสักแค่ไหน เมื่อเจอกับดาวพิฆาตปีศาจอย่างฟางจี้จื่อ ก็ยังมิอาจทำอะไรได้ส่วนกลดเหรียญทอง ทันทีที่ตกอยู่บนตัวจ่านเหยียน กลัวแต่ต่อให้นางมีตบะพันปี ก็ยังต้องดวงวิญญาณแตกสลายเสี่ยวฮวารู้ซึ้งถึงความลำบากในการบำเพ็ญเพียร ทันใดนั้นก็ผุดความคิดร้อยพันอย่างขึ้นในใจก็ขณะที่กลดเหรียญทองกำลังจะตกลงบนตัวของจ่านเหยียน นางก็ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน ถลันตัวออกไปขวางอยู่หน้าจ่านเหยียนและตะโกนกับฟางจี้จื่อว่า “หยุดนะ ท่านหาคนผิดแล้ว ข้าต่างหากที่เป็นปีศาจจิ้งจอก!”แม้นางจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 141

    “นักพรตเฒ่า เสียทีที่เจ้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้บำเพ็ญพรต เห็นการกำจัดปีศาจพิทักษ์ครรลองธรรมเป็นหน้าที่ แต่เจ้ายังสู้ปีศาจจิ้งจอกตนหนึ่งไม่ได้เลย!” จ่านเหยียนพูดพลางส่ายหน้าเสวี้ยนจื่อกล่าวอย่างเฉยเมย “ท่านอาจารย์ อย่าไร้สาระกับนางเลย ใช้วิญญาณมังกรเถอะ”ฟางจี้จื่อลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงวิญญาณมังกรออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางอยู่บนฝ่ามือจ่านเหยียนเอ๋เสียงหนึ่ง แล้วถาม “นักพรตเฒ่า เจ้าเอามันมาจากที่ไหน?”ฟางจี้จื่อเงยหน้าแล้วจ้องหลงจ่านเหยียน “ปีศาจจิ้งจอก ข้าขอถามเจ้า เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”“ข้ามีความผิดอันใด? ตาข้างไหนของเจ้าเห็นว่าข้าคือปีศาจจิ้งจอก?” จ่านเหยียนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เพียงแต่สายตายังคงจ้องวิญญาณมังกรในมือของเขา เจ้าก้อนนี้เรียกว่าวิญญาณมังกรหรือ? ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่หยกขาวที่นางแกะสลักไปอย่างนั้นตอนเพิ่งจะหลุดจากวัฏสงสารหรือ? ตอนที่แกะสลักยังถูกหยกขาวตำนิ้วเป็นแผล เลือดหยดลงไปหยดหนึ่งอีกแน่ะ นางคือผู้สืบทอดของผู้คุมกฎแห่งสกุลหลง เลือดของนางจึงมีพลังขับไล่ปีศาจได้แต่... นี่มิใช่ปัญหา ปัญหาคือเหตุใดหยกขาวชิ้นนี้ถึงอยู่ในมือนักพรตเฒ่าได้?นางพยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออก

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 200

    หลังจากกินอันกงหนิวหวงเข้าไป จ่านเหยียนก็ฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุดหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นายท่านหวังก็ดีขึ้น สามารถพูดได้แล้ว “รบ...กวนเจ้าอีกแล้ว!”จ่านเหยียนเอ่ย “ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นพิธีรีตองหรอก พักผ่อนให้มากเถอะ!” จ่านเหยียนดึงผ้าห่มให้เขา แล้วกำชับหวังฮูหยิน “ฮูหยินอยู่ดูแลที่นี่เถอะ ข้าจะออกไปเขียนตำรับยาก่อน!”“ได้ ได้!” หวังฮูหยินดึงมือของนางมา แล้วเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก “อาอู่ โชคดีที่ได้เจ้านะ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว”จ่านเหยียนตอบ “ต่อไปอย่าทำให้เขาโกรธอีก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจหน่อย”หวังฮูหยินมองหวังหว่านจวินที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างแค้นที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ได้ยินหรือยัง? ท่านพ่อของเจ้าสุขภาพไม่ดี เจ้ายังจะทำให้เขาโกรธอีก เขาก็หวังดีต่อเจ้า ยังจะทำร้ายเจ้าได้หรือ?”หวังหว่านจวินปาดน้ำตา ก่อนจะกล่าวตอบหวังฮูหยินราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะทำตามท่านพ่อทุกอย่างเจ้าค่ะ”เมื่อนั้นหวังฮูหยินจึงมีสีหน้าอ่อนโยน ดึงนางลุกขึ้นยืน “แม่ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ฉีซุนนั่นมิใช่คนดี ตอนนี้เจ้าอาจโทษท่านพ่อกับแม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 199

    รถม้าจอดอยู่หน้าจวนของหวังติ่งทัง จ่านเหยียนให้อาเสอไปบอก แต่อาเสอกลับไม่ยอมลงจากรถม้าสักที บอกปัดว่า “ตอนที่อยู่หน้าห้องก็คุยกันแล้วนี่ พวกเรามิใช่คนนอกอะไรสักหน่อย ยังต้องบอกอีกหรือ?”จ่านเหยียนเขกศีรษะของนางทีหนึ่ง “เจ้าจะปกติหน่อยได้หรือไม่? อย่าคิดมาก!”อาเสอหงุดหงิดนิด ๆ “ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายหวัง ท่านอย่าได้พูดกับข้าน้อยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เล่า”จ่านเหยียนเอ๋ “มีน้ำโหด้วย?”“นี่คือขีดจำกัดต่ำสุด ท่านไม่ได้ให้ค่าแรงข้าน้อยสักหน่อย” อาเสอถลึงตามองนาง นี่คือปัญหาด้านศักดิ์ศรี จะยอมให้ไม่ได้ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าบอกว่าคุณชายอู่ติดค้างค่าแรงเจ้าหรือ? ติดอยู่เท่าใด?” หลงอู่ผู้นี้เป็นคนตระหนี่หรือ? ดูไม่ออกจริง ๆจ่านเหยียนกล่าวกับฮุ่ยอวิ่น “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาเอาแต่ใจน่ะ ในเมื่อเขาไม่อยากลงจากรถม้า เช่นนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่นั่นแหละ”กล่าวจบ จ่านเหยียนก็กระโดดลงจากรถม้าไปเอง กำลังจะเดินไปเคาะประตู มือเพิ่งสัมผัสห่วงทองเหลือง ประตูก็เปิดออกดังแอ๊ดมือของนางค้างอยู่กลางอากาศ เห็นลุงฝูพ่อบ้านจวนสกุลหวังที่ทั้งร้อนใจและยินดี “ลุงฝู เช้าเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ?”ลุงฝู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 198

    ฮุ่ยอวิ่นให้จ่านเหยียนรอเขาสักเดี๋ยว เขาจะไปดูมู่หรงฉิงเทียนก่อนมู่หรงฉิงเทียนตื่นและไปตรวจฎีกาของเมื่อวานที่ห้องหนังสือนานแล้ว“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนให้มาก?” ฮุ่ยอวิ่นเพิ่งเข้าประตูมาก็ขมวดคิ้วมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้า สีหน้าของเขาดีมาก ท่าทางจะอารมณ์ดี “เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกันมิใช่หรือ?”“ข้าจะออกไปกับหลงอู่หน่อย คาดว่าคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว” ฮุ่ยอวิ่นเอ่ย“ไปไหน?” มู่หรงฉิงเทียนวางฎีกาในมือลงแล้วมองเขา“ไปบ้านหวังติ่งทัง หลงอู่เป็นสหายสนิทกับหวังติ่งทัง”“หือ?” มู่หรงฉิงเทียนพิจารณาเชิงลึกครู่หนึ่ง “ไปเถอะ แล้วหยั่งเชิงความคิดของหวังติ่งทังด้วย”“เมื่อวานท่านพูดกับเขาว่าอย่างไร ข้าลืมถามท่านไปเลย!” เมื่อวานพาหลงอู่มา จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทมู่หรงฉิงเทียนเอ่ยเรียบ “ยังจะพูดอย่างไรได้อีก? ก็พูดตรง ๆ นะสิ! เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าคนหนึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้คนอิจฉามาก”“สกุลหวังก็ต่อกรยากเหมือนกัน!” ฮุ่ยอวิ่นขมวดคิ้วเอ่ย“วางใจเถอะ ข้ารู้กาลเทศะ เขาต่อกรยากก็จริง แต่... ข้ามีวิธีเกลี้ยกล่อมเขา” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยฮุ่ยอวิ่นไม่เคยสงสัยในจุดนี้ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 197

    “บางทีคุณชายอาจไม่เชื่อ แต่ต้องเป็นตามลักษณ์ทำนายแน่นอน จากลักษณ์ทำนายนี้ ความจริงคุณชายมิได้ให้ความสำคัญว่าจะลงเอยกับนางได้หรือไม่ ฮุ่ยมีความหมายว่ามอบให้ ใช้ตัวฮุ่ยเป็นชื่อ ประกอบกับวันเดือนปีเกิดของคุณชาย สามารถเห็นได้ว่าคุณชายมีนิสัยถือดี ชื่นชมบุปผาเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองว่าดี ความรักของคนประเภทนี้มักไม่เป็นดังหวัง เขาจะมอบให้อย่างลับ ๆ ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงเอย”ฮุ่ยอวิ่นไม่เชื่อท่าเดียว เขายิ้มเย็นชืด “อื่ม ขอบคุณคุณชายที่ทำนายตัวอักษรให้ จริงสิ ไม่ทราบว่าคุณชายจะบอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับข้าน้อยได้หรือไม่?”นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เขาวิ่งโร่มาแต่เช้าจ่านเหยียนเอ่ย “เมื่อวิญญาณมังกรมาถึงเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านเอง”“ประมาณเมื่อไรจึงจะมาถึงหรือ? ผู้ใดส่งมา?” ฮุ่ยอวิ่นถามต่อจ่านเหยียนยิ้มน้อย ๆ “มีบางเรื่อง คุณชายมิจำเป็นต้องรู้”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ แล้วมองจ่านเหยียน “ข้าน้อยคิดว่า มิมีเรื่องใดที่บอกกับคนไม่ได้”จ่านเหยียนขำพรืด “คำพูดนี้ ข้าคิดว่าไม่สมควรออกมาจากคุณชายฮุ่ยอวิ่นแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง”เรื่องของเซ่อเจิ้งอ๋องที่บอกคนไม่ได้มีน้อยหรือ?ฮุ่ยอวิ่นเร

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status