Share

บทที่ 139

Author: ลิ่วเยว่
ทันใดนั้นเบื้องหน้าจ่านเหยียนก็มีควันสีเขียวมวลหนึ่งปรากฏขึ้น อาเสอลงสู่พื้นตามด้วยกลายร่าง นางแสยะยิ้มทีหนึ่ง “ให้ข้าได้เจอกับนักพรตเฒ่าดื้อรั้นนี่หน่อยเถอะ”

ฟางจี้จื่อหัวเราะเสียงเย็น “ได้สิ ที่แท้ก็ไม่ได้มีปีศาจแค่ตนเดียว วันนี้ข้าจะกวาดล้างให้สิ้นซาก!”

กระบี่เหรียญทองแดงชี้ไปทางอาเสอ อาเสอเหินตัวขึ้นอย่างปราดเปรียว ปลายเท้าเตะกระบี่เหรียญทองแดงข้างหน้าทีหนึ่ง พลังแข็งแกร่งขุมหนึ่งแล่นจากปลายเท้าสู่หัวใจ อาเสอตกใจจึงถอยกลับลงสู่พื้น จากนั้นก็โยนงูน้อยจำนวนหนึ่งออกไปจากมือ งูน้อยพุ่งตัวไปทางฟางจี้จื่อและเสวี้ยนจื่อราวกับศรที่ดีดตัวออกจากแล่ง

เสวี้ยนจื่อไม่ร้อนรน เขาถอยหลังสองก้าว ทันใดนั้นในมือก็มีพัดเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเล่ม ครั้นสะบัดพัดคลี่ออก งูน้อยทั้งหมดก็ถูกพัดตกลงพื้น

ฝีมือของเสวี้ยนจื่อกลับทำให้จ่านเหยียนประหลาดใจ

นางฉวยโอกาสตอนที่อาเสอและฟางจี้จื่อต่อสู้พัลวันสำรวจมองเสวี้ยนจื่อ

หนุ่มน้อยคิ้วตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง สันจมูกโด่งในแบบชาติพันธุ์อื่นบางส่วน จ่านเหยียนพบว่านัยน์ตาของเขามิใช่สีดำ แต่เป็นสีน้ำตาลแดง

เขาหน้านิ่ง ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับหุ่นแกะสลัก เขาไม่มองจ่านเหยียนด้วย หา
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 140

    เสี่ยวฮวายืนมองอยู่บนระเบียงทางเดิน เมื่อนางเห็นว่าฟางจี้จื่อมีวิชาพรตล้ำเลิศก็ตกใจจนขาอ่อนนานแล้ว ดีที่อาเสอและจ่านเหยียนเอาอยู่ มิเช่นนั้นนางต้องตัวอ่อนกองอยู่บนพื้นแน่แต่ทันทีที่กลดเหรียญทองปรากฏออกมา นางก็แอบลุ้นไปกับจ่านเหยียนแม้นางจะกลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว อีกทั้งยังปกปิดอายปีศาจมิดชิด แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากกลดเหรียญทองอย่างหนัก หัวใจเต้นระส่ำตุบ ๆ สองมือกอดเสากลมและมองจ่านเหยียนอย่างหวาดกลัวนางไม่รู้ว่าจ่านเหยียนคือใคร แต่สันนิษฐานได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นปีศาจที่มีตบะแก่กล้าล้ำลึกกว่าตนมาก เพียงแต่ไม่ว่าตบะจะแก่กล้าสักแค่ไหน เมื่อเจอกับดาวพิฆาตปีศาจอย่างฟางจี้จื่อ ก็ยังมิอาจทำอะไรได้ส่วนกลดเหรียญทอง ทันทีที่ตกอยู่บนตัวจ่านเหยียน กลัวแต่ต่อให้นางมีตบะพันปี ก็ยังต้องดวงวิญญาณแตกสลายเสี่ยวฮวารู้ซึ้งถึงความลำบากในการบำเพ็ญเพียร ทันใดนั้นก็ผุดความคิดร้อยพันอย่างขึ้นในใจก็ขณะที่กลดเหรียญทองกำลังจะตกลงบนตัวของจ่านเหยียน นางก็ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน ถลันตัวออกไปขวางอยู่หน้าจ่านเหยียนและตะโกนกับฟางจี้จื่อว่า “หยุดนะ ท่านหาคนผิดแล้ว ข้าต่างหากที่เป็นปีศาจจิ้งจอก!”แม้นางจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 141

    “นักพรตเฒ่า เสียทีที่เจ้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้บำเพ็ญพรต เห็นการกำจัดปีศาจพิทักษ์ครรลองธรรมเป็นหน้าที่ แต่เจ้ายังสู้ปีศาจจิ้งจอกตนหนึ่งไม่ได้เลย!” จ่านเหยียนพูดพลางส่ายหน้าเสวี้ยนจื่อกล่าวอย่างเฉยเมย “ท่านอาจารย์ อย่าไร้สาระกับนางเลย ใช้วิญญาณมังกรเถอะ”ฟางจี้จื่อลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงวิญญาณมังกรออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางอยู่บนฝ่ามือจ่านเหยียนเอ๋เสียงหนึ่ง แล้วถาม “นักพรตเฒ่า เจ้าเอามันมาจากที่ไหน?”ฟางจี้จื่อเงยหน้าแล้วจ้องหลงจ่านเหยียน “ปีศาจจิ้งจอก ข้าขอถามเจ้า เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”“ข้ามีความผิดอันใด? ตาข้างไหนของเจ้าเห็นว่าข้าคือปีศาจจิ้งจอก?” จ่านเหยียนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เพียงแต่สายตายังคงจ้องวิญญาณมังกรในมือของเขา เจ้าก้อนนี้เรียกว่าวิญญาณมังกรหรือ? ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่หยกขาวที่นางแกะสลักไปอย่างนั้นตอนเพิ่งจะหลุดจากวัฏสงสารหรือ? ตอนที่แกะสลักยังถูกหยกขาวตำนิ้วเป็นแผล เลือดหยดลงไปหยดหนึ่งอีกแน่ะ นางคือผู้สืบทอดของผู้คุมกฎแห่งสกุลหลง เลือดของนางจึงมีพลังขับไล่ปีศาจได้แต่... นี่มิใช่ปัญหา ปัญหาคือเหตุใดหยกขาวชิ้นนี้ถึงอยู่ในมือนักพรตเฒ่าได้?นางพยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 142

    ขณะเดียวกัน เซ่อเจิ้งอ๋องที่กำลังพักผ่อนอยู่ในจวนรู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมากะทันหัน เขาเอามือกุมเอาไว้ตามจิตใต้สำนึก ความเจ็บส่งมาไม่หยุด ปั่นป่วนจนเขาเลือดลมตีกลับอย่างต่อเนื่องเขากระอักเลือดออกมาจากช่องปากคำหนึ่ง ความทรมานแผ่ซ่านจากหัวใจไปยังแขนขาและกระดูกอาซิ่นที่รออยู่ข้างนอกได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านในจึงเรียก “ท่านอ๋อง!”ในห้องมีเสียงเพล้ง ๆ ดังมา เหมือนมีของหล่นลงพื้น อาซิ่นชะงักงัน จากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรงเมื่อเห็นสภาพภายในห้อง อาซิ่นก็ตกใจแล้วปรี่ไปพยุงเซ่อเจิ้งอ๋องให้ลุกขึ้นเซ่อเจิ้งอ๋องใบหน้าซีดขาวอย่างหาที่เปรียบมิได้ สีเลือดบนริมฝีปากจางหายไปไม่หยุด เขาขบฟันแน่นและบอกกับอาซิ่น “เร็ว ไปตามฮุ่ยอวิ่น!”“พ่ะย่ะค่ะ!” อาซิ่นรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว จึงรีบเรียกให้คนมาปรนนิบัติ ส่วนตัวเองก็ไปตามฮุ่ยอวิ่นอย่างเร็วรี่กล่าวถึงฟางจี้จื่อ เมื่อเห็นวิญญาณมังกรถูกบดจนเป็นผุงผง หลังจากตะลึงพรึงเพริดแล้วก็นั่งขัดสมาธิ ใช้พลังสายพรตต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางอากาศแบบกะทันหันทว่าเขาตื่นตระหนกลนลานจนทำอะไรไม่ถูก มิอาจสงบใจลงได้ คาถาที่ท่องออกมาก็มิอาจส่งถึงสวรรค์สายลมทวีความรุ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 143

    เหตุใดจึงมีคนดื้อดึงเช่นนี้นะ? นางสามารถบดวิญญาณมังกรที่กำจัดปีศาจให้เป็นผุยผงด้วยมือเดียวได้ แล้วเหตุใดยังยืนกรานว่านางคือปีศาจอีก? หรือว่าเขาตาบอดไปแล้ว? อาเสอ เสี่ยวฮวา ตลอดจนเสวี้ยนจื่อศิษย์ข้างตัวเขาล้วนถูกวิญญาณมังกรสะกดจนทรมานแสนสาหัส พวกเขาต่างหากที่เป็นปีศาจ!นางรู้สึกป่วยการจะอธิบายกับเขา จึงลากเสี่ยวฮวามาถาม “เจ้าบอกเขา เจ้าเป็นคนฆ่าครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวหรือไม่?”“ไม่ใช่บ่าวแน่นอนเพคะ บ่าวบำเพ็ญเพียรมาถึงวันนี้ ยังไม่เคยทำร้ายชีวิตผู้ใดมาก่อน” เสี่ยวฮวาเอ่ยอย่างแน่วแน่“เหลวไหล! พวกเจ้าปีศาจบำเพ็ญเพียร เพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นเซียนแล้ว ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ วิธีการอำมหิตเหี้ยมโหดอย่างยิ่ง!” ฟางจี้จื่อโพล่งปากด่าเสี่ยวฮวาเสี่ยวฮวาใบหน้าเลือดฝาดแดงซ่าน โต้กลับเขาด้วยความเดือดดาลเช่นกัน “ท่านต่างหากที่เหลวไหล ท่านเห็นข้าฆ่าคนกับตาหรือ? ไยข้าจึงฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปแล้วเล่า? พูดถึงการบำเพ็ญเพียร ท่านก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรเหมือนกันมิใช่หรือ? ท่านจะสูงส่งกว่าข้าสักเท่าใดกันเชียว?!”ฟางจี้จื่อได้ยินว่านางเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับเขาก็อดบัลดานโทสะไม่ได้ จึงเอ่ยเสียงกร้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 144

    ฟางจี้จื่อฟังคำพูดของอาเสอแล้วก็มองจ่านเหยียนด้วยความสงสัยเล็กน้อยจ่านเหยียนเอามือปัดฝุ่นตรงบ่า จากนั้นจึงถามฟางจี้จื่อแบบไม่ใส่ใจ “เจ้ารู้ความเป็นมาของวิญญาณมังกรหรือไม่?”ฟางจี้จื่อนิ่งไปเล็กน้อย เขาเคยได้ยินตำนานของวิญญาณมังกรมาก่อน แต่จะจริงหรือเท็จ เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เป็นเพียงคำบอกเล่าที่ไม่รับการยืนยันร่ำลือว่าผู้สืบทอดสกุลหลงที่ควบคุมกฎทั้งสามโลกใช้วิญญาณบริสุทธิ์ทำวิญญาณมังกรขึ้น ดังนั้นมันจึงมีพลังขจัดมารปราบปีศาจ“วิญญาณมังกรถูกทำลายไปแล้ว รู้แล้วจะทำไม?” ฟางจี้จื่อตอบอย่างหมดอาลัยตายอยากวิญญาณมังกรคือของศักดิ์สิทธิ์ของต้าโจว บัดนี้ของศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายแล้ว เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายกับเซ่อเจิ้งอ๋องอย่างไรดี“วิญญาณมังกรคือสิ่งที่สามารถขจัดความชั่วร้ายได้ ดังนั้นปีศาจร้ายทุกตนจะไม่สามารถทำลายวิญญาณมังกรได้” จ่านเหยียนเอ่ยด้วยความหมายโดยนัยฟางจี้จื่อเงยหน้ามองนาง “เจ้า...”“เจ้าอยู่ที่แคว้นต้าโจวมีคุณธรรมสูงส่งชื่อเสียงโด่งดัง ปวงประชาศรัทธาเจ้ายิ่งนัก เรื่องปีศาจจิ้งจอกอาละวาดจนเกิดลมฝนไปทั่วเมือง ยังจำเป็นต้องให้เจ้าไปยุติ ออกไปบอกทุกคนว่ากำจัดปีศาจจิ้งจอกที่เคยส

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 145

    “ได้รับการสอนแล้ว!” ฟางจี้จื่อเอ่ยด้วยแววตามืดมนเสวี้ยนจื่อจ้องจ่านเหยียนด้วยสายตารุนแรง และสายตานั้นทำให้จ่านเหยียนรู้สึกไม่สบายมากเขาหมุนตัวตามฟางจี้จื่อออกไปคนจวนตระกูลหลงต่างกรูเข้ามามุงล้อมฟางจี้จื่อหลงฉางเทียนถาม “ท่านนักพรต เป็นอย่างไรบ้าง? ปราบปีศาจจิ้งจอกแล้วหรือไม่?”ฟางจี้จื่อมองหลงฉางเทียน ขณะกำลังจะพูดก็หยุดอีกเสวี้ยนจื่อจึงเดินมาเอ่ย “ท่านแม่ทัพ ท่านอาจารย์ได้ปราบปีศาจจิ้งจอกแล้ว ไทเฮาปลอดภัยแล้วขอรับ”“ปลอดภัย?” หลงฉางเทียนอึ้ง สีหน้าปั้นยากเล็กน้อยฉับพลัน “ปีศาจจิ้งจอกมิได้ทำร้ายพระองค์จนถึงรากฐานหรือ?” “สวรรค์คุ้มครอง ไม่เป็นไร” ฟางจี้จื่อกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนล้าฮูหยินผู้เฒ่าแลกสายตากับหลงฉางเทียนทีหนึ่ง จากนั้นก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็ถามขึ้นอย่างห่วงใย “ท่านนักพรต ท่านคงเสียพลังไปมากกระมัง? ดูสีหน้าท่านสิ ซีดไปหมดแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”“อื่ม ข้าขอตัวก่อน!” ฟางจี้จื่อพูดกับเสวี้ยนจื่อ “เจ้าอธิบายกับทุกคนสักหน่อย”เขายังต้องไปอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือจวนเซ่อเจิ้งอ๋องวิญญาณมังกรไม่มีแล้ว อย่างไรเขาก็ต้องอธิบายเสวี้ยนจื่อเล่าเรื่องโดยส

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 146

    ม่านรัตติกาลยังไม่ทันปกคลุมลงมา ชายชุดดำสิบกว่าคนก็ลงมาจากฟากฟ้าอาเสอกับเสี่ยวฮวาบริหารเอ็นกระดูกกันเล็กน้อย จากนั้นก็พุ่งตัวออกไปนักฆ่าใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจจิ้งจอกและปีศาจงูเสียที่ไหน? อาถงกับอาเถี่ยยังไม่ทันลงมือ ชายชุดดำสิบกว่าคนก็กองอยู่กับพื้นแล้วอาเสอเดินไปกระชากผ้าดำที่ปิดหน้าพวกเขาออก แล้วมอบฝ่ามือให้กับทุกคน ตบจนกระทั่งนักฆ่าเลือดกบปากจิ้นหรูเดินออกมาจากในห้อง ตามด้วยเอ่ยเสียงเย็นชา “จับตัวส่งไปคุกทักษิณ ถ้าถามไม่ได้ความก็อย่าคิดจะรอดไปได้!”จี๋เสียงประคองจ่านเหยียนเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าชายชุดดำ นางกวาดสายตามองชายชุดดำสิบกว่าคนด้วยสายตาแหลมคมเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยอย่างเฉยเมย “ไยต้องยุ่งยาก? ไปเชิญผู้ว่าการเมืองหลวงกับเสนาบดีกรมอาญามา ข้าจะสอบสวนด้วยตัวเอง”ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยเสียงเย็นว่า “จะไม่ให้เจ้าได้สมใจหรอก!”กล่าวจบ เขาก็เม้มริมฝีปากแล้วกัดลิ้นหมายจะฆ่าตัวตายอาเสอแวบตัวไปอยู่ตรงหน้านักฆ่าสิบกว่าคนด้วยความเร็วดุจสายลม พริบตาเดียวก็จี้จุดพวกเขาจนขยับเขยื้อนไม่ได้แล้วจ่านเหยียนหัวเราะเบา ๆ “อยากตายก็ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” นางเอ่ยกับอาถงและอาเถี่ย “มัดตัวพ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 147

    นี่... มาทีก็สิบกว่าคน พวกเขาช่างให้ความสำคัญกับไทเฮานัก!“ข้าเอง!” อาเสอเดินออกมา“ข้าก็ด้วย!” เสี่ยวฮวาก็เอ่ยเสียงหนาวอาซานไม่เคยเห็นอาเสอและเสี่ยวฮวามาก่อน เพียงแต่แม้เคยเห็น เขาก็ไม่เชื่อว่าแม่นางดุจบุปผาประหนึ่งหยกทั้งสองจะสามารถควบคุมนักฆ่าจากหอเงาจันทร์สิบกว่าคนได้เขามองไปทางจ่านเหยียน จ่านเหยียนแย้มยิ้ม “พวกนางสองคนคือองครักษ์ข้างตัวของข้า ปกติจะไม่ปรากฏตัว!”“มิน่า! ไม่ทราบแม่นางทั้งสองมาจากสำนักใดหรือ?”“พวกเราคือศิษย์จากหลงเหมิน!” อาเสอตอบออกไปแบบหน้าด้าน ๆ พูดจบก็หน้านิ่งเหลือบไปมองจ่านเหยียนแวบหนึ่ง“หลงเหมิน? สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน?” อาซานมึนแล้ว สำนักมังกรเป็นแค่สำนักคุ้มภัยระดับกลางของยุทธภพเท่านั้น จะมียอดฝีมือเยี่ยมยอดเช่นนี้ได้อย่างไร? “มิใช่ ภูเขาหลงเหมิน อาจารย์ของเรามีนามว่า ‘หลงอู่’” อาเสอขยิบตา“หลงอู่?” อาซานอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาพลันนึกถึงว่าตอนนี้ก็มีคุณชายหลงอู่ท่านหนึ่งที่มาเมืองหลวงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใช่หลงอู่ที่พวกนางพูดหรือไม่?เพียงแต่... แม้เขาไม่เคยเจอกับคุณชายท่านนั้น แต่ก็รู้ว่ามิใช่คนเก่งกาจอันใด ก็แค่คุณชายครอบครัวคหบดีที่รู้เรื่องการแพทย์

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 200

    หลังจากกินอันกงหนิวหวงเข้าไป จ่านเหยียนก็ฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุดหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นายท่านหวังก็ดีขึ้น สามารถพูดได้แล้ว “รบ...กวนเจ้าอีกแล้ว!”จ่านเหยียนเอ่ย “ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นพิธีรีตองหรอก พักผ่อนให้มากเถอะ!” จ่านเหยียนดึงผ้าห่มให้เขา แล้วกำชับหวังฮูหยิน “ฮูหยินอยู่ดูแลที่นี่เถอะ ข้าจะออกไปเขียนตำรับยาก่อน!”“ได้ ได้!” หวังฮูหยินดึงมือของนางมา แล้วเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก “อาอู่ โชคดีที่ได้เจ้านะ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว”จ่านเหยียนตอบ “ต่อไปอย่าทำให้เขาโกรธอีก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจหน่อย”หวังฮูหยินมองหวังหว่านจวินที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างแค้นที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ได้ยินหรือยัง? ท่านพ่อของเจ้าสุขภาพไม่ดี เจ้ายังจะทำให้เขาโกรธอีก เขาก็หวังดีต่อเจ้า ยังจะทำร้ายเจ้าได้หรือ?”หวังหว่านจวินปาดน้ำตา ก่อนจะกล่าวตอบหวังฮูหยินราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะทำตามท่านพ่อทุกอย่างเจ้าค่ะ”เมื่อนั้นหวังฮูหยินจึงมีสีหน้าอ่อนโยน ดึงนางลุกขึ้นยืน “แม่ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ฉีซุนนั่นมิใช่คนดี ตอนนี้เจ้าอาจโทษท่านพ่อกับแม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 199

    รถม้าจอดอยู่หน้าจวนของหวังติ่งทัง จ่านเหยียนให้อาเสอไปบอก แต่อาเสอกลับไม่ยอมลงจากรถม้าสักที บอกปัดว่า “ตอนที่อยู่หน้าห้องก็คุยกันแล้วนี่ พวกเรามิใช่คนนอกอะไรสักหน่อย ยังต้องบอกอีกหรือ?”จ่านเหยียนเขกศีรษะของนางทีหนึ่ง “เจ้าจะปกติหน่อยได้หรือไม่? อย่าคิดมาก!”อาเสอหงุดหงิดนิด ๆ “ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายหวัง ท่านอย่าได้พูดกับข้าน้อยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เล่า”จ่านเหยียนเอ๋ “มีน้ำโหด้วย?”“นี่คือขีดจำกัดต่ำสุด ท่านไม่ได้ให้ค่าแรงข้าน้อยสักหน่อย” อาเสอถลึงตามองนาง นี่คือปัญหาด้านศักดิ์ศรี จะยอมให้ไม่ได้ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าบอกว่าคุณชายอู่ติดค้างค่าแรงเจ้าหรือ? ติดอยู่เท่าใด?” หลงอู่ผู้นี้เป็นคนตระหนี่หรือ? ดูไม่ออกจริง ๆจ่านเหยียนกล่าวกับฮุ่ยอวิ่น “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาเอาแต่ใจน่ะ ในเมื่อเขาไม่อยากลงจากรถม้า เช่นนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่นั่นแหละ”กล่าวจบ จ่านเหยียนก็กระโดดลงจากรถม้าไปเอง กำลังจะเดินไปเคาะประตู มือเพิ่งสัมผัสห่วงทองเหลือง ประตูก็เปิดออกดังแอ๊ดมือของนางค้างอยู่กลางอากาศ เห็นลุงฝูพ่อบ้านจวนสกุลหวังที่ทั้งร้อนใจและยินดี “ลุงฝู เช้าเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ?”ลุงฝู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 198

    ฮุ่ยอวิ่นให้จ่านเหยียนรอเขาสักเดี๋ยว เขาจะไปดูมู่หรงฉิงเทียนก่อนมู่หรงฉิงเทียนตื่นและไปตรวจฎีกาของเมื่อวานที่ห้องหนังสือนานแล้ว“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนให้มาก?” ฮุ่ยอวิ่นเพิ่งเข้าประตูมาก็ขมวดคิ้วมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้า สีหน้าของเขาดีมาก ท่าทางจะอารมณ์ดี “เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกันมิใช่หรือ?”“ข้าจะออกไปกับหลงอู่หน่อย คาดว่าคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว” ฮุ่ยอวิ่นเอ่ย“ไปไหน?” มู่หรงฉิงเทียนวางฎีกาในมือลงแล้วมองเขา“ไปบ้านหวังติ่งทัง หลงอู่เป็นสหายสนิทกับหวังติ่งทัง”“หือ?” มู่หรงฉิงเทียนพิจารณาเชิงลึกครู่หนึ่ง “ไปเถอะ แล้วหยั่งเชิงความคิดของหวังติ่งทังด้วย”“เมื่อวานท่านพูดกับเขาว่าอย่างไร ข้าลืมถามท่านไปเลย!” เมื่อวานพาหลงอู่มา จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทมู่หรงฉิงเทียนเอ่ยเรียบ “ยังจะพูดอย่างไรได้อีก? ก็พูดตรง ๆ นะสิ! เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าคนหนึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้คนอิจฉามาก”“สกุลหวังก็ต่อกรยากเหมือนกัน!” ฮุ่ยอวิ่นขมวดคิ้วเอ่ย“วางใจเถอะ ข้ารู้กาลเทศะ เขาต่อกรยากก็จริง แต่... ข้ามีวิธีเกลี้ยกล่อมเขา” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยฮุ่ยอวิ่นไม่เคยสงสัยในจุดนี้ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 197

    “บางทีคุณชายอาจไม่เชื่อ แต่ต้องเป็นตามลักษณ์ทำนายแน่นอน จากลักษณ์ทำนายนี้ ความจริงคุณชายมิได้ให้ความสำคัญว่าจะลงเอยกับนางได้หรือไม่ ฮุ่ยมีความหมายว่ามอบให้ ใช้ตัวฮุ่ยเป็นชื่อ ประกอบกับวันเดือนปีเกิดของคุณชาย สามารถเห็นได้ว่าคุณชายมีนิสัยถือดี ชื่นชมบุปผาเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองว่าดี ความรักของคนประเภทนี้มักไม่เป็นดังหวัง เขาจะมอบให้อย่างลับ ๆ ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงเอย”ฮุ่ยอวิ่นไม่เชื่อท่าเดียว เขายิ้มเย็นชืด “อื่ม ขอบคุณคุณชายที่ทำนายตัวอักษรให้ จริงสิ ไม่ทราบว่าคุณชายจะบอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับข้าน้อยได้หรือไม่?”นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เขาวิ่งโร่มาแต่เช้าจ่านเหยียนเอ่ย “เมื่อวิญญาณมังกรมาถึงเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านเอง”“ประมาณเมื่อไรจึงจะมาถึงหรือ? ผู้ใดส่งมา?” ฮุ่ยอวิ่นถามต่อจ่านเหยียนยิ้มน้อย ๆ “มีบางเรื่อง คุณชายมิจำเป็นต้องรู้”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ แล้วมองจ่านเหยียน “ข้าน้อยคิดว่า มิมีเรื่องใดที่บอกกับคนไม่ได้”จ่านเหยียนขำพรืด “คำพูดนี้ ข้าคิดว่าไม่สมควรออกมาจากคุณชายฮุ่ยอวิ่นแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง”เรื่องของเซ่อเจิ้งอ๋องที่บอกคนไม่ได้มีน้อยหรือ?ฮุ่ยอวิ่นเร

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status