Share

บทที่ 140

Author: ลิ่วเยว่
เสี่ยวฮวายืนมองอยู่บนระเบียงทางเดิน เมื่อนางเห็นว่าฟางจี้จื่อมีวิชาพรตล้ำเลิศก็ตกใจจนขาอ่อนนานแล้ว ดีที่อาเสอและจ่านเหยียนเอาอยู่ มิเช่นนั้นนางต้องตัวอ่อนกองอยู่บนพื้นแน่

แต่ทันทีที่กลดเหรียญทองปรากฏออกมา นางก็แอบลุ้นไปกับจ่านเหยียน

แม้นางจะกลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว อีกทั้งยังปกปิดอายปีศาจมิดชิด แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากกลดเหรียญทองอย่างหนัก หัวใจเต้นระส่ำตุบ ๆ สองมือกอดเสากลมและมองจ่านเหยียนอย่างหวาดกลัว

นางไม่รู้ว่าจ่านเหยียนคือใคร แต่สันนิษฐานได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นปีศาจที่มีตบะแก่กล้าล้ำลึกกว่าตนมาก เพียงแต่ไม่ว่าตบะจะแก่กล้าสักแค่ไหน เมื่อเจอกับดาวพิฆาตปีศาจอย่างฟางจี้จื่อ ก็ยังมิอาจทำอะไรได้

ส่วนกลดเหรียญทอง ทันทีที่ตกอยู่บนตัวจ่านเหยียน กลัวแต่ต่อให้นางมีตบะพันปี ก็ยังต้องดวงวิญญาณแตกสลาย

เสี่ยวฮวารู้ซึ้งถึงความลำบากในการบำเพ็ญเพียร ทันใดนั้นก็ผุดความคิดร้อยพันอย่างขึ้นในใจ

ก็ขณะที่กลดเหรียญทองกำลังจะตกลงบนตัวของจ่านเหยียน นางก็ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน ถลันตัวออกไปขวางอยู่หน้าจ่านเหยียนและตะโกนกับฟางจี้จื่อว่า “หยุดนะ ท่านหาคนผิดแล้ว ข้าต่างหากที่เป็นปีศาจจิ้งจอก!”

แม้นางจ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 141

    “นักพรตเฒ่า เสียทีที่เจ้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้บำเพ็ญพรต เห็นการกำจัดปีศาจพิทักษ์ครรลองธรรมเป็นหน้าที่ แต่เจ้ายังสู้ปีศาจจิ้งจอกตนหนึ่งไม่ได้เลย!” จ่านเหยียนพูดพลางส่ายหน้าเสวี้ยนจื่อกล่าวอย่างเฉยเมย “ท่านอาจารย์ อย่าไร้สาระกับนางเลย ใช้วิญญาณมังกรเถอะ”ฟางจี้จื่อลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงวิญญาณมังกรออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางอยู่บนฝ่ามือจ่านเหยียนเอ๋เสียงหนึ่ง แล้วถาม “นักพรตเฒ่า เจ้าเอามันมาจากที่ไหน?”ฟางจี้จื่อเงยหน้าแล้วจ้องหลงจ่านเหยียน “ปีศาจจิ้งจอก ข้าขอถามเจ้า เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”“ข้ามีความผิดอันใด? ตาข้างไหนของเจ้าเห็นว่าข้าคือปีศาจจิ้งจอก?” จ่านเหยียนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เพียงแต่สายตายังคงจ้องวิญญาณมังกรในมือของเขา เจ้าก้อนนี้เรียกว่าวิญญาณมังกรหรือ? ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่หยกขาวที่นางแกะสลักไปอย่างนั้นตอนเพิ่งจะหลุดจากวัฏสงสารหรือ? ตอนที่แกะสลักยังถูกหยกขาวตำนิ้วเป็นแผล เลือดหยดลงไปหยดหนึ่งอีกแน่ะ นางคือผู้สืบทอดของผู้คุมกฎแห่งสกุลหลง เลือดของนางจึงมีพลังขับไล่ปีศาจได้แต่... นี่มิใช่ปัญหา ปัญหาคือเหตุใดหยกขาวชิ้นนี้ถึงอยู่ในมือนักพรตเฒ่าได้?นางพยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 142

    ขณะเดียวกัน เซ่อเจิ้งอ๋องที่กำลังพักผ่อนอยู่ในจวนรู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมากะทันหัน เขาเอามือกุมเอาไว้ตามจิตใต้สำนึก ความเจ็บส่งมาไม่หยุด ปั่นป่วนจนเขาเลือดลมตีกลับอย่างต่อเนื่องเขากระอักเลือดออกมาจากช่องปากคำหนึ่ง ความทรมานแผ่ซ่านจากหัวใจไปยังแขนขาและกระดูกอาซิ่นที่รออยู่ข้างนอกได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านในจึงเรียก “ท่านอ๋อง!”ในห้องมีเสียงเพล้ง ๆ ดังมา เหมือนมีของหล่นลงพื้น อาซิ่นชะงักงัน จากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรงเมื่อเห็นสภาพภายในห้อง อาซิ่นก็ตกใจแล้วปรี่ไปพยุงเซ่อเจิ้งอ๋องให้ลุกขึ้นเซ่อเจิ้งอ๋องใบหน้าซีดขาวอย่างหาที่เปรียบมิได้ สีเลือดบนริมฝีปากจางหายไปไม่หยุด เขาขบฟันแน่นและบอกกับอาซิ่น “เร็ว ไปตามฮุ่ยอวิ่น!”“พ่ะย่ะค่ะ!” อาซิ่นรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว จึงรีบเรียกให้คนมาปรนนิบัติ ส่วนตัวเองก็ไปตามฮุ่ยอวิ่นอย่างเร็วรี่กล่าวถึงฟางจี้จื่อ เมื่อเห็นวิญญาณมังกรถูกบดจนเป็นผุงผง หลังจากตะลึงพรึงเพริดแล้วก็นั่งขัดสมาธิ ใช้พลังสายพรตต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางอากาศแบบกะทันหันทว่าเขาตื่นตระหนกลนลานจนทำอะไรไม่ถูก มิอาจสงบใจลงได้ คาถาที่ท่องออกมาก็มิอาจส่งถึงสวรรค์สายลมทวีความรุ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 143

    เหตุใดจึงมีคนดื้อดึงเช่นนี้นะ? นางสามารถบดวิญญาณมังกรที่กำจัดปีศาจให้เป็นผุยผงด้วยมือเดียวได้ แล้วเหตุใดยังยืนกรานว่านางคือปีศาจอีก? หรือว่าเขาตาบอดไปแล้ว? อาเสอ เสี่ยวฮวา ตลอดจนเสวี้ยนจื่อศิษย์ข้างตัวเขาล้วนถูกวิญญาณมังกรสะกดจนทรมานแสนสาหัส พวกเขาต่างหากที่เป็นปีศาจ!นางรู้สึกป่วยการจะอธิบายกับเขา จึงลากเสี่ยวฮวามาถาม “เจ้าบอกเขา เจ้าเป็นคนฆ่าครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวหรือไม่?”“ไม่ใช่บ่าวแน่นอนเพคะ บ่าวบำเพ็ญเพียรมาถึงวันนี้ ยังไม่เคยทำร้ายชีวิตผู้ใดมาก่อน” เสี่ยวฮวาเอ่ยอย่างแน่วแน่“เหลวไหล! พวกเจ้าปีศาจบำเพ็ญเพียร เพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นเซียนแล้ว ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ วิธีการอำมหิตเหี้ยมโหดอย่างยิ่ง!” ฟางจี้จื่อโพล่งปากด่าเสี่ยวฮวาเสี่ยวฮวาใบหน้าเลือดฝาดแดงซ่าน โต้กลับเขาด้วยความเดือดดาลเช่นกัน “ท่านต่างหากที่เหลวไหล ท่านเห็นข้าฆ่าคนกับตาหรือ? ไยข้าจึงฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปแล้วเล่า? พูดถึงการบำเพ็ญเพียร ท่านก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรเหมือนกันมิใช่หรือ? ท่านจะสูงส่งกว่าข้าสักเท่าใดกันเชียว?!”ฟางจี้จื่อได้ยินว่านางเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับเขาก็อดบัลดานโทสะไม่ได้ จึงเอ่ยเสียงกร้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 144

    ฟางจี้จื่อฟังคำพูดของอาเสอแล้วก็มองจ่านเหยียนด้วยความสงสัยเล็กน้อยจ่านเหยียนเอามือปัดฝุ่นตรงบ่า จากนั้นจึงถามฟางจี้จื่อแบบไม่ใส่ใจ “เจ้ารู้ความเป็นมาของวิญญาณมังกรหรือไม่?”ฟางจี้จื่อนิ่งไปเล็กน้อย เขาเคยได้ยินตำนานของวิญญาณมังกรมาก่อน แต่จะจริงหรือเท็จ เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เป็นเพียงคำบอกเล่าที่ไม่รับการยืนยันร่ำลือว่าผู้สืบทอดสกุลหลงที่ควบคุมกฎทั้งสามโลกใช้วิญญาณบริสุทธิ์ทำวิญญาณมังกรขึ้น ดังนั้นมันจึงมีพลังขจัดมารปราบปีศาจ“วิญญาณมังกรถูกทำลายไปแล้ว รู้แล้วจะทำไม?” ฟางจี้จื่อตอบอย่างหมดอาลัยตายอยากวิญญาณมังกรคือของศักดิ์สิทธิ์ของต้าโจว บัดนี้ของศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายแล้ว เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายกับเซ่อเจิ้งอ๋องอย่างไรดี“วิญญาณมังกรคือสิ่งที่สามารถขจัดความชั่วร้ายได้ ดังนั้นปีศาจร้ายทุกตนจะไม่สามารถทำลายวิญญาณมังกรได้” จ่านเหยียนเอ่ยด้วยความหมายโดยนัยฟางจี้จื่อเงยหน้ามองนาง “เจ้า...”“เจ้าอยู่ที่แคว้นต้าโจวมีคุณธรรมสูงส่งชื่อเสียงโด่งดัง ปวงประชาศรัทธาเจ้ายิ่งนัก เรื่องปีศาจจิ้งจอกอาละวาดจนเกิดลมฝนไปทั่วเมือง ยังจำเป็นต้องให้เจ้าไปยุติ ออกไปบอกทุกคนว่ากำจัดปีศาจจิ้งจอกที่เคยส

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 145

    “ได้รับการสอนแล้ว!” ฟางจี้จื่อเอ่ยด้วยแววตามืดมนเสวี้ยนจื่อจ้องจ่านเหยียนด้วยสายตารุนแรง และสายตานั้นทำให้จ่านเหยียนรู้สึกไม่สบายมากเขาหมุนตัวตามฟางจี้จื่อออกไปคนจวนตระกูลหลงต่างกรูเข้ามามุงล้อมฟางจี้จื่อหลงฉางเทียนถาม “ท่านนักพรต เป็นอย่างไรบ้าง? ปราบปีศาจจิ้งจอกแล้วหรือไม่?”ฟางจี้จื่อมองหลงฉางเทียน ขณะกำลังจะพูดก็หยุดอีกเสวี้ยนจื่อจึงเดินมาเอ่ย “ท่านแม่ทัพ ท่านอาจารย์ได้ปราบปีศาจจิ้งจอกแล้ว ไทเฮาปลอดภัยแล้วขอรับ”“ปลอดภัย?” หลงฉางเทียนอึ้ง สีหน้าปั้นยากเล็กน้อยฉับพลัน “ปีศาจจิ้งจอกมิได้ทำร้ายพระองค์จนถึงรากฐานหรือ?” “สวรรค์คุ้มครอง ไม่เป็นไร” ฟางจี้จื่อกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนล้าฮูหยินผู้เฒ่าแลกสายตากับหลงฉางเทียนทีหนึ่ง จากนั้นก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็ถามขึ้นอย่างห่วงใย “ท่านนักพรต ท่านคงเสียพลังไปมากกระมัง? ดูสีหน้าท่านสิ ซีดไปหมดแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”“อื่ม ข้าขอตัวก่อน!” ฟางจี้จื่อพูดกับเสวี้ยนจื่อ “เจ้าอธิบายกับทุกคนสักหน่อย”เขายังต้องไปอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือจวนเซ่อเจิ้งอ๋องวิญญาณมังกรไม่มีแล้ว อย่างไรเขาก็ต้องอธิบายเสวี้ยนจื่อเล่าเรื่องโดยส

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 146

    ม่านรัตติกาลยังไม่ทันปกคลุมลงมา ชายชุดดำสิบกว่าคนก็ลงมาจากฟากฟ้าอาเสอกับเสี่ยวฮวาบริหารเอ็นกระดูกกันเล็กน้อย จากนั้นก็พุ่งตัวออกไปนักฆ่าใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจจิ้งจอกและปีศาจงูเสียที่ไหน? อาถงกับอาเถี่ยยังไม่ทันลงมือ ชายชุดดำสิบกว่าคนก็กองอยู่กับพื้นแล้วอาเสอเดินไปกระชากผ้าดำที่ปิดหน้าพวกเขาออก แล้วมอบฝ่ามือให้กับทุกคน ตบจนกระทั่งนักฆ่าเลือดกบปากจิ้นหรูเดินออกมาจากในห้อง ตามด้วยเอ่ยเสียงเย็นชา “จับตัวส่งไปคุกทักษิณ ถ้าถามไม่ได้ความก็อย่าคิดจะรอดไปได้!”จี๋เสียงประคองจ่านเหยียนเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าชายชุดดำ นางกวาดสายตามองชายชุดดำสิบกว่าคนด้วยสายตาแหลมคมเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยอย่างเฉยเมย “ไยต้องยุ่งยาก? ไปเชิญผู้ว่าการเมืองหลวงกับเสนาบดีกรมอาญามา ข้าจะสอบสวนด้วยตัวเอง”ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยเสียงเย็นว่า “จะไม่ให้เจ้าได้สมใจหรอก!”กล่าวจบ เขาก็เม้มริมฝีปากแล้วกัดลิ้นหมายจะฆ่าตัวตายอาเสอแวบตัวไปอยู่ตรงหน้านักฆ่าสิบกว่าคนด้วยความเร็วดุจสายลม พริบตาเดียวก็จี้จุดพวกเขาจนขยับเขยื้อนไม่ได้แล้วจ่านเหยียนหัวเราะเบา ๆ “อยากตายก็ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” นางเอ่ยกับอาถงและอาเถี่ย “มัดตัวพ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 147

    นี่... มาทีก็สิบกว่าคน พวกเขาช่างให้ความสำคัญกับไทเฮานัก!“ข้าเอง!” อาเสอเดินออกมา“ข้าก็ด้วย!” เสี่ยวฮวาก็เอ่ยเสียงหนาวอาซานไม่เคยเห็นอาเสอและเสี่ยวฮวามาก่อน เพียงแต่แม้เคยเห็น เขาก็ไม่เชื่อว่าแม่นางดุจบุปผาประหนึ่งหยกทั้งสองจะสามารถควบคุมนักฆ่าจากหอเงาจันทร์สิบกว่าคนได้เขามองไปทางจ่านเหยียน จ่านเหยียนแย้มยิ้ม “พวกนางสองคนคือองครักษ์ข้างตัวของข้า ปกติจะไม่ปรากฏตัว!”“มิน่า! ไม่ทราบแม่นางทั้งสองมาจากสำนักใดหรือ?”“พวกเราคือศิษย์จากหลงเหมิน!” อาเสอตอบออกไปแบบหน้าด้าน ๆ พูดจบก็หน้านิ่งเหลือบไปมองจ่านเหยียนแวบหนึ่ง“หลงเหมิน? สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน?” อาซานมึนแล้ว สำนักมังกรเป็นแค่สำนักคุ้มภัยระดับกลางของยุทธภพเท่านั้น จะมียอดฝีมือเยี่ยมยอดเช่นนี้ได้อย่างไร? “มิใช่ ภูเขาหลงเหมิน อาจารย์ของเรามีนามว่า ‘หลงอู่’” อาเสอขยิบตา“หลงอู่?” อาซานอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาพลันนึกถึงว่าตอนนี้ก็มีคุณชายหลงอู่ท่านหนึ่งที่มาเมืองหลวงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใช่หลงอู่ที่พวกนางพูดหรือไม่?เพียงแต่... แม้เขาไม่เคยเจอกับคุณชายท่านนั้น แต่ก็รู้ว่ามิใช่คนเก่งกาจอันใด ก็แค่คุณชายครอบครัวคหบดีที่รู้เรื่องการแพทย์

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 148

    อาเถี่ยพูดกลั้วหัวเราะ “จำเป็นต้องเชิญหมอที่ไหน? ขนาดฉลองพระองค์ของไทเฮานักฆ่าพวกนั้นก็ยังไม่ได้แตะเลย”“เจ้าว่าอะไรนะ? นักฆ่าหอเงา...” หลงฉางอี้หุบปากหยุดพูดทันที มองหลงฉางเทียนด้วยสายตาว้าวุ่น“เมื่อครู่ท่านรองว่าอะไรนะ? นักฆ่าหอเงาอันใด?” อาถงสายตาจับจ้องหลงฉางอี้พลางเอ่ย“ไม่ได้พูดอันใด ในเมื่อไทเฮาทรงปลอดภัยดี เช่นนั้นพวกเราก็วางใจแล้ว” หลงฉางอี้พรูลมทีหนึ่งแบบเสแสร้งแกล้งทำฮูหยินผู้เฒ่าหน้านิ่ง แค่ยกเปลือกตามองอาถง “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าไปเชิญผู้ใด?”“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ไทเฮารับสั่งให้พวกข้าไปเชิญผู้ว่าการเมืองหลวงกับใต้เท้าเสนาบดีมาขอรับ บอกว่าประสงค์จะสอบสวนนักฆ่าที่จวนตระกูลหลงด้วยพระองค์เอง” อาถงตอบอย่างดีฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้ม “ไทเฮาถูกลอบปลงพระชนม์ เรื่องเกี่ยวพันถึงส่วนรวม ข้าคิดว่าสมควรเข้าวังทูลไทฮองไทเฮาจึงจะเป็นเรื่องด่วน สำหรับการสอบสวน ทางราชสำนักต้องจัดการอยู่แล้ว มิจำเป็นต้องให้ไทเฮาวังกลพระทัยไป”อาถงตอบ “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ไทเฮาตรัสแล้ว ไม่จำเป็นต้องรบกวนถึงในวัง ไทฮองไทเฮาพระชนมายุสูง อย่าทำให้พระองค์ต้องกังวลพระทัย เรื่องนี้เกิดที่นี่ก็จะให้มันจบลงที่นี่”

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 191

    จ่านเหยียนเห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีแดงเพลิง สีหน้าคลุ้มคลั่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่ง ไอหยินแว้งกัด สอง ธาตุไฟเข้าแทรกจ่านเหยียนฉุดแขนของเขาแล้วลากมาด้านหน้าตนแบบแทบจะไม่ใช้สมองคิด แต่ทันใดนั้นนางก็ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เพราะไม่สามารถใช้แข็งปะทะแข็งกับการต่อกรกับคนที่ถูกไอหยินแว้งกัดหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้เขากางกรงเล็บทั้งห้าแล้วตะครุบมาทางลำคออย่างรวดเร็ว จ่านเหยียนเอนตัวไปด้านหลังพร้อมฉุดเขาลงกับพื้นด้วยเขาทับอยู่บนตัวนางอย่างจัง ดวงตาทั้งคู่แดงประหนึ่งอัคคี เจือความดุร้ายและไอมารเช่นธาตุไฟเข้าแทรก มิหนำซ้ำยังมีสีสันแห่งความทรมานที่มิอาจมองข้ามไม่นานจ่านเหยียนก็วินิจฉัยว่าเขาถูกไอหยินแว้งกัด สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เลือดทั้งสรรพางค์กายตีกลับ เจ็บปวดทุกรูขุมขนยากจะทานทนมิน่าเขาถึงมีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า คาดว่าเมื่อครู่คงทำร้ายตัวเองในตอนที่ทรมานจนทนไม่ไหวจ่านเหยียนพลันรู้สึกสงสารเล็กน้อย จังหวะที่เขาบีบคอนาง หว่างคิ้วของนางก็ปรากฏดอกบัวส่องแสงเป็นประกายดอกบัวเปล่งแสงหมายถึงความการุญและการช่วยเหลือรักษา ส่วนตัวอักขระสวัสต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 190

    อาเสอกลับมาตอนครึ่งคืน หน้าตามอมแมมราวกับมุดออกมาจากเตาไฟที่ไหนนางเขย่าตัวจ่านเหยียนให้ตื่น แล้วยื่นหยกเฝ่ยชุ่ยอมเขียวก้อนหนึ่งให้นาง “เอาไป”ครั้นจ่านเหยียนเห็นก้อนหยกก็เอ่ยด้วยความดีใจ “เจ้าเอาหยกเฝ่ยชุ่ย”“ขโมยมาจากทางคุณชายหวัง ไม่ทันระวังถูกท่านเทพเฝ้าประตูเห็นเข้า ไม่อยากให้เป็นเรื่องจึงได้แต่มุดเตาไฟมา” อาเสอกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“คุณชายหวัง?” จ่านเหยียนอึ้ง ดูเหมือนว่านางมีนัดดื่มสุรากับคุณชายหวังคืนนี้นี่ ลืมไปเสียสนิทเลย“คุณชายหวังยังไม่นอน อยู่ที่ลานเรือนไม่รู้ว่ารอใครสิน่า...” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงเบิกตาโพลงมองจ่านเหยียน “คงไม่ได้รอท่านอยู่กระมัง?”จ่านเหยียนหัวเราะแหะ ๆ “น่าจะใช่”อาเสอมองนางอย่างเวทนา “ท่านตายแน่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการนัดหมายกับท่านด้วยสิ”จ่านเหยียนจุกอก “เจ้าว่าตอนนี้เขายังรออยู่หรือไม่?”“ตอนข้ามาเขายังรออยู่นะ ไม่รู้ว่าส่งคนไปตามท่านที่จวนเราหรือไม่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะถูกรั้งตัวให้ค้างคืนอยู่ที่จวนอ๋องกระมัง?” อาเสอเอ่ยจ่านเหยียนลุกขึ้นยืนใส่รองเท้า “น่าสงสารจริง ๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ยังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปดื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 189

    จ่านเหยียนลืมตาขึ้น แล้วกอบใบหน้าของอาเสอพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ย “เจ้ามีอะไรน่ามอง?”อาเสอตอบอย่างขัดเขิน “ท่านไม่คิดว่าข้าน่ามองหรือ?”“มีตา มีจมูก มีปาก หากจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่แย่ แต่... ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นบุรุษ” จ่านเหยียนทำลายความฝันของหญิงสาวอาเสอกระซิบ “ข้าได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นคือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พวกเขาคือเพื่อนชายที่ดีตลอดชีวิต”“เจ้าเนี่ย ดูนิยายวายมากไปแล้ว ข้ามั่นใจได้เลยนะ ฮุ่ยอวิ่นเป็นชายแท้+” จ่านเหยียนไล่นาง “เร็ว ออกไปหาหินหยกเฝ่ยชุ่ยให้ข้า”อาเสอเดินไปถึงหน้าคันฉ่องแล้วมองทีหนึ่งอย่างไม่สมัครใจ ตามด้วยแค่นเสียงเชอะ “ข้างามพริ้มเพราจะตาย อย่างน้อยต่อให้อยู่ในคราบบุรุษก็ปกปิดบุคลิกและเสน่ห์ของข้าไม่ได้”“กลิ่นคาวงูด้วย!” เสียงอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม โทษอาเสอไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทษฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้อาเสอเกิดอารมณ์วสันต์“ไม่พูดกับท่านแล้ว!” อาเสอแค่นเสียงแล้วกลายร่างเป็นควันกลุ่มหนึ่งจ่านเหยียนชะโงกศีรษะออกมาจากผ้าห่ม ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น?นางลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปลานเรือนครั้นสาวใช้ทั้งสองเห็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 188

    “ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” พระอาจารย์เป่ากวงถามจ่านเหยียนคำนวณพักหนึ่ง วันนี้วันที่หก แกะสลักวิญญาณมังกรต้องใช้เวลาสองวัน แล้วค่อยให้วิญญาณมังกรดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินและแสงแห่งสุริยันจันทรา ส่วนแสงแห่งสุริยันจันทราจำเป็นต้องดูดซับในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้น เร็วที่สุดก็ต้องหลังวันที่สิบห้านางเอ่ย “ให้เวลาข้าสิบวัน”“จริงหรือ?!” ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยจะเชื่อ “คุณชายรู้ที่อยู่ของวิญญาณมังกรอีกชิ้นหรือ?”จ่านเหยียนผงกศีรษะ “ข้ารู้”“อยู่ที่ใด?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความยินดีพระอาจารย์เป่ากวงยื่นมือมากดฮุ่ยอวิ่นเล็กน้อย “คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องถามมาก ในเมื่อคุณชายอู่รับปากแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ ๆ แล้วมองจ่านเหยียนด้วยสายตาร้อนแรงและจริงใจมู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากคุณชายอู่พักอยู่ที่จวนอ๋องสักระยะ เจ้าแค่บอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับฮุ่ยอวิ่นก็พอ เขาต้องเอามาให้เจ้าได้แน่”จ่านเหยียนเข้าใจความหมายของเขา ตอนนี้นางรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว เขาไม่วางใจให้นางออกไปเขาไม่เคยเชื่อใจนาง ระแวดระวังนางอย่างหนัก“ได้!” จ่านเหยียนรับปากมู่หรงฉิงเทียนฮุ่ย

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status