Share

บทที่ 104

Penulis: ลิ่วเยว่
หลังจากจ่านเหยียนกลับถึงห้องก็นอนอยู่บนเตียงนานแล้ว

กัวอวี้และจิ้นหรูเฝ้ายามด้วยตัวเอง จ่านเหยียนบอกแล้วว่าไม่จำเป็น แต่ทั้งสองก็ยังยืนกรานไม่ออกไป ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าหลงฉางเทียนจะลงมือ คืนนี้ก็คือโอกาสเหมาะ

คืนนี้หลงฉางเทียนค้างคืนอยู่ที่ห้องของเย่เต๋อโหรวและเรียกชิงซื่อมาอยู่เป็นเพื่อน

เย่เต๋อโหรวนอนอยู่นอกห้อง เมื่อได้ยินเสียงงดงามคลุมเครือด้านในแล้ว หัวใจของนางก็ราวกับถูกบางสิ่งกัดกิน ทั้งทรมานและเดือดดาล

ไม่นานหลงฉางเทียนก็คลานขึ้นบนเตียงของนาง ส่วนชิงซือก็ถูกไล่ออกไปแล้ว

เย่เต๋อโหรวหันมามองหลงฉางเทียน ใบหน้าของเขายังแดงก่ำจากความคึกคะนอง ไอสุราพวยพุ่งรดใบหูของนาง นางจึงพูดเบา ๆ ว่า “ท่านแม่ทัพรักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ”

หลงฉางเทียนยิ้มแล้วเอื้อมมือสวมกอดนาง “กำลังโทษว่าข้าผู้เป็นสามีละเลยเจ้าหรือ?”

“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ? เหตุใดท่านแม่ทัพจึงมองว่าข้าเป็นคนใจแคบเช่นนี้?” เย่เต๋อโหรวขบฟันแตกละเอียด ก่อนจะฉายรอยยิ้มอ่อนโยน

“ข้าก็รู้ว่าเจ้าใจกว้าง” ครั้นหลงฉางเทียนนึกถึงเรื่องในคืนนี้แล้วก็ยังขุ่นเคืองใจอยู่ “เอาไว้หงฮวาคลอดลูกแล้ว ก็ให้เงินแล้วไล่ออกไปเสีย คนเช่นนี้มีแต
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 105

    จ่านเหยียนนอนอยู่บนเตียงและยิ้มเอ่ย “เกรงว่าคงดื่มหนักกระมัง”“ดื่มหนัก? ไม่ควรกระมัง? ใครก็รู้ว่าวันนี้จะเกิดเรื่อง แล้วจะดื่มหนักได้อย่างไร? อาซานไม่ใช่คนที่ไม่รู้กาลเทศะเช่นนี้นี่เพคะ”“คืนนี้อารมณ์ดี จะดื่มมากหน่อยก็ไม่เป็นไร” จ่านเหยียนมองทั้งสองคน พวกนางพร่ำบอกว่าไม่ต้องกังวล แต่นางเห็นพวกนางแล้ว กลับจะตึงเครียดที่สุดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดสักหน่อย จ่านเหยียนจึงเอ่ยกับกัวอวี้ “ข้าได้ยินมาว่าครอบครัวของเจ้าอยู่ในเมืองหลวงทั้งหมด เป็นอย่างนั้นหรือ?”“ถูกต้องแล้วเพคะ” กัวอวี้ตอบ“ทุกปีในวังจะให้โอกาสนางกำนัลได้เจอกับครอบครัวหนหนึ่ง เจ้าได้ออกไปเจอพวกเขาหรือไม่?”“ไปเพคะ ต้องไปอยู่แล้วเพคะ” กัวอวี้กล่าวอย่างไม่สบายใจ “แต่... ปีที่แล้วแม่ของบ่าวล้มป่วย จึงไม่ได้มาเพคะ”“เช่นนั้นตอนนี้ดีขึ้นแล้วหรือ?” จ่านเหยียนถาม“ไม่ได้รับจดหมายจากทางบ้านเลยเพคะ ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างแล้ว” กัวอวี้ชะงักครู่หนึ่งจึงกล่าวต่ออย่างเป็นทุกข์เล็กน้อย “คราวก่อนคุณหนูใหญ่ให้บ่าวออกวัง บ่าวก็เคยคิดแอบกลับไปดูเหมือนกัน เพียงแต่ติดที่กฎระเบียบของวังหลวง บ่าวจึงไม่ได้ไปเพคะ”“อื่ม”

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 106

    “จะว่าไป อาซานเล่า?” ฮุ่ยอวิ่นริมฝีปากบางของเซ่อเจิ้งอ๋องยกยิ้มจาง ๆ “ข้าสั่งให้เขาไม่ต้องอยู่ในคืนนี้ ข้าอยากดูสิว่านอกจากอาซานแล้ว หลงจ่านเหยียนผู้นี้ยังจะมีใครเก่งกล้าสามารถช่วยนางได้อีก”“ยังมีคนช่วยนางหรือ?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความสงสัย“เดี๋ยวก็ได้รู้กันแล้ว” เซ่อเจิ้งอ๋องยื่นนิ้วออกไปเห็นเพียงโจรป่าสิบกว่าคนบุกมาถึงหน้าห้องของหลงจ่านเหยียนแล้ว อาถง อาเถี่ยเข้าไปรับศึกจ่านเหยียนพาองครักษ์ออกจากวังมาไม่น้อย ทว่าเวลานี้ไม่เห็นเลยสักคน เหลือเพียงอาถง อาเถี่ย และคนในวังที่ไม่เป็นวรยุทธ์วรยุทธ์ของอาถงและอาเถี่ยอย่างมากก็แค่กลาง ๆ สองคนต่อกรกับโจรป่าโหดเหี้ยมอำมหิตสิบกว่าคน ต้องตกเป็นรองในทุกด้านอยู่แล้วไม่นานบนร่างของอาถงและอาเถี่ยก็มีสีสัน ระหว่างการต่อสู้ เงาร่างทั้งสองราวกับอีกาที่ถูกบีบให้ถอยเนือง ๆ หลบไปทางซ้ายที แวบตัวไปทางขวาที สะบักสะบอมถึงที่สุดทว่าสถานการณ์นี้กลับพลิกผันอย่างรวดเร็วเพียงชั่ววูบเดียว อาเถี่ยที่ถูกเตะกระเด็น มือถือกระบี่แสงหนาว พุ่งตัวสู่พื้นที่การรบราวกับลมหมุน กระบี่ในมือของเขาเปลี่ยนเป็นลำแสงเหี้ยมเกรียมพันหมื่นราวกับเป็นภาพลวงตาก็มิปาน จุดใดที

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 107

    เขานึกว่าที่โจรป่าหันมาโจมตีเป็นเพราะองครักษ์ทำคนของพวกเขาบาดเจ็บก่อนองครักษ์ตอบว่า “ท่านแม่ทัพ คนของเราไม่ได้ทำพวกเขาบาดเจ็บเลยขอรับ ในทางกลับกัน พวกเขาต่างหากที่ทำร้ายพวกเราไม่น้อย”หลงฉางเทียนอึ้ง แล้วจู่ ๆ ก็คิดอะไรขึ้นได้ จึงรีบพูด “ไป ไปดูทางไทเฮาหน่อย”เขารับคำสั่งลับจากไทฮองไทเฮาให้โยกย้ายองครักษ์ข้างตัวของหลงจ่านเหยียนไป อาซานก็ถูกเขาวางยาแล้ว เหลือเพียงอาถงและอาเถี่ยสองคนเท่านั้น น่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโจรป่าทว่าทันทีที่คนของเขาถึงหน้าเรือนพักของจ่านเหยียนกลับต้องตกตะลึงบนพื้นมีศพนอนอยู่สิบกว่าศพ ทั้งหมดปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสีดำ เมื่อเขานั่งยองลงตรวจสอบ ก็พบว่าบนร่างของโจรป่าสิบกว่าคนมีเพียงบาดแผลเดียวที่เอาชีวิตได้ พิสูจน์ได้ว่าถูกคนฆ่าในกระบวนท่าเดียวใครกันที่มีวรยุทธ์สูงส่งเพียงนี้? ข้างตัวหลงจ่านเหยียนยังมีคนเก่งกาจเช่นนี้อยู่อีกหรือ?ในตอนที่เขากำลังตกใจและเดือดดาลอยู่นั้น ประตูห้องของหลงจ่านเหยียนก็เปิดออกมาจากในห้อง อาถง อาเถี่ยเดินออกมา ทั้งสองถือกระบี่อยู่ในมือ ในนั้นกระบี่ของอาเถี่ยยังมีเลือดหยดอยู่อาเถี่ยเดินมาเอ่ย “ท่านแม่ทัพโปรดตรวจสอบฐานะของนักฆ่าให้ช

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 108

    หลงฉางเทียนข่มอารมณ์แล้วถาม “นับหรือยังว่าพวกเราตายไปกี่คน?”รองแม่ทัพหลี่ตอบ “องครักษ์ตายไปเจ็ดคน และมีองครักษ์กับบ่าวไพร่บาดเจ็บไปสิบสองคนขอรับ”“คนของจูซิวล่ะ?”“คืนนี้จูซิวนำคนมาสิบแปดคน ศพสิบสามศพในนั้นอยู่ที่นี่ขอรับ” รองแม่ทัพหลี่ชะงักก่อนจะเอ่ยต่อ “หัวโจกที่พาคนไปยังห้องของไทเฮาชื่อว่าเป้าจื่อ คือคนที่มีวรยุทธ์สูงส่งที่สุด อีกทั้งยังมีวรยุทธ์สูงกว่าจูซิว แต่...เขาก็ถูกคนสังหารในหนึ่งกระบวนท่าเดียวเหมือนกันขอรับ”“ถ้าจะเอาชีวิตของเป้าจื่อในกระบวนท่าเดียว ข้ายังไม่แน่ว่าจะทำได้” หลงฉางเทียนใจเย็นลงแล้ว เริ่มพิจารณา“ข้าน้อยรู้ดี วรยุทธ์ของอาเถี่ยแค่พื้น ๆ ไม่มีทางเอาชีวิตเป้าจื่อในกระบวนท่าเดียวได้อย่างแน่นอนขอรับ”“เช่นนั้น...ข้างตัวหลงจ่านเหยียนยังจะมียอดฝีมืออะไรอีก? อาซานล่ะ?” หลงฉางเทียนถามรองแม่ทัพหลี่ตอบ “หากเป็นอาซาน เขาสามารถปลิดชีพเป้าจื่อในกระบวนท่าเดียวได้ก็จริง แต่ท่านอย่าลืมสิ ขณะนั้นมีโจรป่าล้อมโจมตีสิบกว่าคน ที่เรียกว่าสองหมัดยากจะต้านสี่มือศัตรู ต่อให้อาซานเก่งกาจสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางลงมือฆ่าคนมากมายเช่นนี้อย่างรวดเร็วด้วยกระบวนท่าเดียวท่ามกลางวงล้อมการต่อ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 109

    “เพียงแต่บัดนี้นางเป็นไทเฮาแล้ว อยู่ต่อหน้านาง ขนาดท่านแม่ทัพก็ยังต้องลดตัวหนึ่งระดับเลยเจ้าค่ะ” เย่เต๋อโหรวเอ่ยอย่างอึดอัดใจความจริงนางอยากบอกว่าแม้แต่นางที่เป็นฮูหยินเก้ามิ่งท่านนี้ก็ยังต้องลดตัวต่ำกว่านางหนึ่งระดับ ติดที่ความน่าเกรงขามของฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่กล้าพูดฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะเย็นชาทีหนึ่ง “ไทเฮาแล้วอย่างไร? มังกรให้กำเนิดมังกร หงส์ให้กำเนิดหงส์ ลูกชายของมุสิกได้แต่อยู่ในรู หยางจิ่วเม่ยเป็นใครกัน ลูกสาวของนางเป็นใครกัน นางจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว? หากว่าเก่งจริง ก็เป็นคนข้างตัวของนาง แค่วางแผนกำจัดคนข้างตัวนางเสีย ชีวิตของนางมิต้องอยู่ในกำมือหรือ?”“แต่จะกำจัดคนข้างตัวนางอย่างไรละเจ้าคะ?” เย่เต๋อโหรวถามฮูหยินผู้เฒ่าตอบ “นางเพิ่งเข้าวังได้ปีเดียว จะมีความสามารถบ่มเพาะผู้ภักดีได้หรือ? ทั้งหมดมิใช่เซ่อเจิ้งอ๋องส่งคนมาคุ้มครองนางหรืออย่างไร?”“เจ้าค่ะ แต่เซ่อเจิ้งอ๋องต่อกรด้วยยากกว่า” เย่เต๋อโหรวเอ่ย“ใครใช้ให้เจ้าไปต่อกรกับเซ่อเจิ้งอ๋องเล่า?” ฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นเดินช้า ๆ สาวใช้ข้างตัวรีบเข้ามาประคองนางเย่เต๋อโหรวมองนางด้วยความฉงนฉงาย “ท่านแม่โปรดแถลงไข!”“ทั่วทั้งเมื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 110

    ประมาณยามไฮ่ จิ้นหรูเข้ามารายงานจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่ เมื่อครู่หลงฮูหยินให้คนมาทูลว่าฉีชินอ๋องมาที่จวน เชิญท่านไปสนทนาที่เรือนหนิงย่วนเพคะ”จ่านเหยียนนิ่งไปเล็กน้อย “ฉีชินอ๋องมาอีกแล้วหรือ? เขาเพิ่งไปได้ไม่นานเองนี่?”“บ่าวก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน มิเช่นนั้นก็ให้คนปฏิเสธไปเถอะเพคะ?” จิ้นหรูเอ่ยจ่านเหยียนส่ายหน้า “เจ้าไปสอบถามดู ดูสิว่าฉีชินอ๋องมาที่จวนจริงหรือไม่”“สอบถามมาแล้วเพคะ มาที่จวนจริง ๆ” จิ้นหรูตอบ“เช่นนั้นข้าจะไปพบเขาสักหน่อย” จ่านเหยียนเอ่ยจิ้นหรูจึงว่า “เช่นนั้นก็พาคนไปเยอะ ๆ หน่อยเถอะเพคะ คืนนี้จวนตระกูลหลงไม่สงบ”“มิเป็นไร ฉีชินอ๋องคือคนของเซ่อเจิ้งอ๋อง เขาไม่ทำร้ายข้าหรอก” จ่านเหยียนกล่าว“กระนั้นระหว่างทางก็อันตราย ไม่สนมากแล้ว พาคนไปเยอะหน่อยเถอะเพคะ” จิ้นหรูยืนกราน“อื่ม เจ้าไปเตรียมการเถอะ” จ่านเหยียนไม่คัดค้านแล้ว นางนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอื้อมมือจัดแต่งทรงผมสบาย ๆ จี๋เสียงอยากมาช่วย แต่จ่านเหยียนกล่าวว่า “เอาผ้ามารัดเส้นหนึ่งก็พอ”กัวอวี้ตกตะลึงแล้วเอ่ย “นี่จะไม่ดีกระมังเพคะ?” อย่างไรมู่หรงหานเทียนก็คือฉีชินอ๋อง กอปรกับนางมีสถานะเป็นไทเฮา แต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 111

    “พวกเจ้าตามไปเถอะ” ฉีชินอ๋องสั่งองครักษ์ที่ติดตามมา“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์ขานรับ จากนั้นจึงตามหลงฉางอี้บ่าวรับใช้ในจวนนำฉีชินอ๋องไปยังเรือนไฉ่ย่วน ส่วนหลงฉางอี้ก็พาองครักษ์ไปยังเรือนหนิงย่วน เรือนหนิงย่วนกับเรือนไฉ่ย่วน เรือนหนึ่งอยู่ทางตะวันออก อีกเรือนหนึ่งอยู่ทางตะวันตก อยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดีฉีชินอ๋องเป็นคนใสซื่อ ก่อนหน้านี้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราชสำนักน้อยนัก เพียงแต่หลังจากมู่หรงฉิงเทียนดำรงตำแหน่งเซ่อเจิ้งอ๋อง เขาจึงเริ่มรับงานและทำงานให้มู่หรงฉิงเทียนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เขาด้อยประสบการณ์ จึงไม่เคยคิดว่าจวนตระกูลหลงจะกล้าหลอกใช้เขาเมื่อมาถึงหน้าเรือนหนิงย่วน หลงฉางอี้ก็บอกกับองครักษ์ว่า “ติดตามไทเฮาจะพกอาวุธไม่ได้ รบกวนพวกท่านทั้งสี่ส่งมอบกระบี่ให้ข้าเก็บรักษาไว้ก่อน”องครักษ์ผู้เป็นผู้นำคนหนึ่งจึงเอ่ย “หากมอบกระบี่ให้ท่านแล้วมีศัตรูมาบุกเล่า พวกเราจะป้องกันอย่างไร?”“วางใจเถอะ ข้าจะอยู่แถว ๆ นี้ หากมีอันตรายต้องส่งอาวุธคืนทันทีแน่” หลงฉางอี้เอ่ยหลังจากทั้งสี่พิจารณาครู่หนึ่ง นับจากติดตามฉีชินอ๋องก็ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขมาไม่น้อย กอปรกับในอดีตเข้าวังก็ห้ามพกอาวุธเห

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 112

    เสียงกรีดร้องแหลมของกัวอวี้ทำให้คนที่อยู่นอกเรือนแตกตื่นกันหมดองครักษ์หลายคนของฉีชินอ๋องนำกระบี่กลับคืนมาจากมือหลงฉางอี้ก่อนจะบุกเข้ามา องครักษ์ในจวนและองครักษ์ข้างกายจ่านเหยียนก็บุกเข้ามาด้วยเหมือนกัน เรือนหนิงย่วนมืดสนิท ชั่วขณะไม่รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู เสียงศาสตราวุธกระทบกันดังขึ้น อายกระบี่แสงหนาวทอประกายจนความดุดันของราตรีนี้เพิ่มระดับสุดท้ายคนมากมายเช่นนี้กลับจับผู้ร้ายไม่ได้ ได้แต่บีบให้พวกเขาทิ้งอาวุธในมือ ส่วนคนกลับหนีรอดไปได้ในตอนที่บ่าวในจวนชูคบเพลิงมา ความโกลาหลก็ยุติเป็นที่เรียบร้อยกัวอวี้เลือดท่วมตัวนอนอยู่บนพื้น กายสั่นเทิ้มพลางชี้ไปทางทะเลสาบ “ไทเฮา...ไทเฮา...”จิ้นหรูรีบสั่งให้คนลงน้ำไปงมหา ทว่าทะเลสาบในวสันตฤดูหนาวจนทำให้คนตัวสั่นคนที่ดำน้ำเป็นลงไปเกือบทั้งหมด ทะเลสาบกว้างมาก ใบบัวปิดมิดชิด บวกกับวิสัยทัศน์ในตอนกลางคืนไม่ชัด ดังนั้นหากว่าครึ่งชั่วยามก็ยังไม่พบกัวอวี้ถูกส่งตัวกลับไปรักษาแล้ว อาการนางสาหัสมาก แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตฉีชินอ๋องรออยู่นานสองนานก็ไม่เจอจ่านเหยียน กลับได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาจากอีกทางหนึ่ง ท่ามกลางเสียงเหล่าน

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 200

    หลังจากกินอันกงหนิวหวงเข้าไป จ่านเหยียนก็ฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุดหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นายท่านหวังก็ดีขึ้น สามารถพูดได้แล้ว “รบ...กวนเจ้าอีกแล้ว!”จ่านเหยียนเอ่ย “ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นพิธีรีตองหรอก พักผ่อนให้มากเถอะ!” จ่านเหยียนดึงผ้าห่มให้เขา แล้วกำชับหวังฮูหยิน “ฮูหยินอยู่ดูแลที่นี่เถอะ ข้าจะออกไปเขียนตำรับยาก่อน!”“ได้ ได้!” หวังฮูหยินดึงมือของนางมา แล้วเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก “อาอู่ โชคดีที่ได้เจ้านะ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว”จ่านเหยียนตอบ “ต่อไปอย่าทำให้เขาโกรธอีก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจหน่อย”หวังฮูหยินมองหวังหว่านจวินที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างแค้นที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ได้ยินหรือยัง? ท่านพ่อของเจ้าสุขภาพไม่ดี เจ้ายังจะทำให้เขาโกรธอีก เขาก็หวังดีต่อเจ้า ยังจะทำร้ายเจ้าได้หรือ?”หวังหว่านจวินปาดน้ำตา ก่อนจะกล่าวตอบหวังฮูหยินราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะทำตามท่านพ่อทุกอย่างเจ้าค่ะ”เมื่อนั้นหวังฮูหยินจึงมีสีหน้าอ่อนโยน ดึงนางลุกขึ้นยืน “แม่ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ฉีซุนนั่นมิใช่คนดี ตอนนี้เจ้าอาจโทษท่านพ่อกับแม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 199

    รถม้าจอดอยู่หน้าจวนของหวังติ่งทัง จ่านเหยียนให้อาเสอไปบอก แต่อาเสอกลับไม่ยอมลงจากรถม้าสักที บอกปัดว่า “ตอนที่อยู่หน้าห้องก็คุยกันแล้วนี่ พวกเรามิใช่คนนอกอะไรสักหน่อย ยังต้องบอกอีกหรือ?”จ่านเหยียนเขกศีรษะของนางทีหนึ่ง “เจ้าจะปกติหน่อยได้หรือไม่? อย่าคิดมาก!”อาเสอหงุดหงิดนิด ๆ “ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายหวัง ท่านอย่าได้พูดกับข้าน้อยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เล่า”จ่านเหยียนเอ๋ “มีน้ำโหด้วย?”“นี่คือขีดจำกัดต่ำสุด ท่านไม่ได้ให้ค่าแรงข้าน้อยสักหน่อย” อาเสอถลึงตามองนาง นี่คือปัญหาด้านศักดิ์ศรี จะยอมให้ไม่ได้ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าบอกว่าคุณชายอู่ติดค้างค่าแรงเจ้าหรือ? ติดอยู่เท่าใด?” หลงอู่ผู้นี้เป็นคนตระหนี่หรือ? ดูไม่ออกจริง ๆจ่านเหยียนกล่าวกับฮุ่ยอวิ่น “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาเอาแต่ใจน่ะ ในเมื่อเขาไม่อยากลงจากรถม้า เช่นนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่นั่นแหละ”กล่าวจบ จ่านเหยียนก็กระโดดลงจากรถม้าไปเอง กำลังจะเดินไปเคาะประตู มือเพิ่งสัมผัสห่วงทองเหลือง ประตูก็เปิดออกดังแอ๊ดมือของนางค้างอยู่กลางอากาศ เห็นลุงฝูพ่อบ้านจวนสกุลหวังที่ทั้งร้อนใจและยินดี “ลุงฝู เช้าเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ?”ลุงฝู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 198

    ฮุ่ยอวิ่นให้จ่านเหยียนรอเขาสักเดี๋ยว เขาจะไปดูมู่หรงฉิงเทียนก่อนมู่หรงฉิงเทียนตื่นและไปตรวจฎีกาของเมื่อวานที่ห้องหนังสือนานแล้ว“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนให้มาก?” ฮุ่ยอวิ่นเพิ่งเข้าประตูมาก็ขมวดคิ้วมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้า สีหน้าของเขาดีมาก ท่าทางจะอารมณ์ดี “เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกันมิใช่หรือ?”“ข้าจะออกไปกับหลงอู่หน่อย คาดว่าคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว” ฮุ่ยอวิ่นเอ่ย“ไปไหน?” มู่หรงฉิงเทียนวางฎีกาในมือลงแล้วมองเขา“ไปบ้านหวังติ่งทัง หลงอู่เป็นสหายสนิทกับหวังติ่งทัง”“หือ?” มู่หรงฉิงเทียนพิจารณาเชิงลึกครู่หนึ่ง “ไปเถอะ แล้วหยั่งเชิงความคิดของหวังติ่งทังด้วย”“เมื่อวานท่านพูดกับเขาว่าอย่างไร ข้าลืมถามท่านไปเลย!” เมื่อวานพาหลงอู่มา จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทมู่หรงฉิงเทียนเอ่ยเรียบ “ยังจะพูดอย่างไรได้อีก? ก็พูดตรง ๆ นะสิ! เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าคนหนึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้คนอิจฉามาก”“สกุลหวังก็ต่อกรยากเหมือนกัน!” ฮุ่ยอวิ่นขมวดคิ้วเอ่ย“วางใจเถอะ ข้ารู้กาลเทศะ เขาต่อกรยากก็จริง แต่... ข้ามีวิธีเกลี้ยกล่อมเขา” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยฮุ่ยอวิ่นไม่เคยสงสัยในจุดนี้ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 197

    “บางทีคุณชายอาจไม่เชื่อ แต่ต้องเป็นตามลักษณ์ทำนายแน่นอน จากลักษณ์ทำนายนี้ ความจริงคุณชายมิได้ให้ความสำคัญว่าจะลงเอยกับนางได้หรือไม่ ฮุ่ยมีความหมายว่ามอบให้ ใช้ตัวฮุ่ยเป็นชื่อ ประกอบกับวันเดือนปีเกิดของคุณชาย สามารถเห็นได้ว่าคุณชายมีนิสัยถือดี ชื่นชมบุปผาเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองว่าดี ความรักของคนประเภทนี้มักไม่เป็นดังหวัง เขาจะมอบให้อย่างลับ ๆ ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงเอย”ฮุ่ยอวิ่นไม่เชื่อท่าเดียว เขายิ้มเย็นชืด “อื่ม ขอบคุณคุณชายที่ทำนายตัวอักษรให้ จริงสิ ไม่ทราบว่าคุณชายจะบอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับข้าน้อยได้หรือไม่?”นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เขาวิ่งโร่มาแต่เช้าจ่านเหยียนเอ่ย “เมื่อวิญญาณมังกรมาถึงเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านเอง”“ประมาณเมื่อไรจึงจะมาถึงหรือ? ผู้ใดส่งมา?” ฮุ่ยอวิ่นถามต่อจ่านเหยียนยิ้มน้อย ๆ “มีบางเรื่อง คุณชายมิจำเป็นต้องรู้”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ แล้วมองจ่านเหยียน “ข้าน้อยคิดว่า มิมีเรื่องใดที่บอกกับคนไม่ได้”จ่านเหยียนขำพรืด “คำพูดนี้ ข้าคิดว่าไม่สมควรออกมาจากคุณชายฮุ่ยอวิ่นแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง”เรื่องของเซ่อเจิ้งอ๋องที่บอกคนไม่ได้มีน้อยหรือ?ฮุ่ยอวิ่นเร

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status