Share

บทที่ 103

Author: ลิ่วเยว่
เซ่อเจิ้งอ๋องเพียงยืนนิ่ง ๆ ไม่พูด นางจึงได้แต่หมุนตัวเดินเข้าไป

คนผู้นี้พิลึกคนจริง ราวกับน้ำแข็งเหมันต์ แต่ก็เฉกเช่นบ่อลึกอีก เย็นยะเยือกเดาทางไม่ถูก

กัวอวี้กระซิบกับจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่ เกรงว่าคนของจวนตระกูลหลงจะประสงค์ร้าย จะขอท่านอ๋องเพิ่มองครักษ์ในคืนนี้หรือไม่เพคะ?”

จ่านเหยียนส่ายหน้า “ที่ควรมา อย่างไรก็ต้องมา คนมากเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์”

กัวอวี้อืมเสียงหนึ่ง “บ่าวเชื่อว่าคุณหนูใหญ่ต้องมีพระปรีชาสามารถเพียงพอจะรับมือได้เพคะ”

จ่านเหยียนได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะ “เจ้าเชื่อข้าหรือ?”

“เชื่อเพคะ!” กัวอวี้ตอบเสียงจริงจัง

จ่านเหยียนมองกัวอวี้ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “คนอย่างเจ้านี่เหมาะสมจะอยู่ข้างกายมาก”

กัวอวี้หัวเราะ “ขอบพระทัยคุณหนูใหญ่ที่ชื่นชมเพคะ”

เงาดำสายหนึ่งตกอยู่ข้างตัวเซ่อเจิ้งอ๋อง “ท่านอ๋อง คืนนี้จวนตระกูลหลงมีความเคลื่อนไหวพ่ะย่ะค่ะ”

“รู้แล้ว!” แสงปราดผ่านสายตาของเซ่อเจิ้งอ๋องแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบรับอย่างราบเรียบ

“จะโยกย้ายคนมาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เงาดำถาม

เซ่อเจิ้งอ๋องยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่จำเป็น หลงฉางเทียนรนหาที่ตายแล้ว” กล่าวจบ เขาก็สาวเท้าเดินออกไปข้างนอก

เนื่องจ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 104

    หลังจากจ่านเหยียนกลับถึงห้องก็นอนอยู่บนเตียงนานแล้วกัวอวี้และจิ้นหรูเฝ้ายามด้วยตัวเอง จ่านเหยียนบอกแล้วว่าไม่จำเป็น แต่ทั้งสองก็ยังยืนกรานไม่ออกไป ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าหลงฉางเทียนจะลงมือ คืนนี้ก็คือโอกาสเหมาะคืนนี้หลงฉางเทียนค้างคืนอยู่ที่ห้องของเย่เต๋อโหรวและเรียกชิงซื่อมาอยู่เป็นเพื่อนเย่เต๋อโหรวนอนอยู่นอกห้อง เมื่อได้ยินเสียงงดงามคลุมเครือด้านในแล้ว หัวใจของนางก็ราวกับถูกบางสิ่งกัดกิน ทั้งทรมานและเดือดดาลไม่นานหลงฉางเทียนก็คลานขึ้นบนเตียงของนาง ส่วนชิงซือก็ถูกไล่ออกไปแล้วเย่เต๋อโหรวหันมามองหลงฉางเทียน ใบหน้าของเขายังแดงก่ำจากความคึกคะนอง ไอสุราพวยพุ่งรดใบหูของนาง นางจึงพูดเบา ๆ ว่า “ท่านแม่ทัพรักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ”หลงฉางเทียนยิ้มแล้วเอื้อมมือสวมกอดนาง “กำลังโทษว่าข้าผู้เป็นสามีละเลยเจ้าหรือ?”“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ? เหตุใดท่านแม่ทัพจึงมองว่าข้าเป็นคนใจแคบเช่นนี้?” เย่เต๋อโหรวขบฟันแตกละเอียด ก่อนจะฉายรอยยิ้มอ่อนโยน“ข้าก็รู้ว่าเจ้าใจกว้าง” ครั้นหลงฉางเทียนนึกถึงเรื่องในคืนนี้แล้วก็ยังขุ่นเคืองใจอยู่ “เอาไว้หงฮวาคลอดลูกแล้ว ก็ให้เงินแล้วไล่ออกไปเสีย คนเช่นนี้มีแต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 105

    จ่านเหยียนนอนอยู่บนเตียงและยิ้มเอ่ย “เกรงว่าคงดื่มหนักกระมัง”“ดื่มหนัก? ไม่ควรกระมัง? ใครก็รู้ว่าวันนี้จะเกิดเรื่อง แล้วจะดื่มหนักได้อย่างไร? อาซานไม่ใช่คนที่ไม่รู้กาลเทศะเช่นนี้นี่เพคะ”“คืนนี้อารมณ์ดี จะดื่มมากหน่อยก็ไม่เป็นไร” จ่านเหยียนมองทั้งสองคน พวกนางพร่ำบอกว่าไม่ต้องกังวล แต่นางเห็นพวกนางแล้ว กลับจะตึงเครียดที่สุดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดสักหน่อย จ่านเหยียนจึงเอ่ยกับกัวอวี้ “ข้าได้ยินมาว่าครอบครัวของเจ้าอยู่ในเมืองหลวงทั้งหมด เป็นอย่างนั้นหรือ?”“ถูกต้องแล้วเพคะ” กัวอวี้ตอบ“ทุกปีในวังจะให้โอกาสนางกำนัลได้เจอกับครอบครัวหนหนึ่ง เจ้าได้ออกไปเจอพวกเขาหรือไม่?”“ไปเพคะ ต้องไปอยู่แล้วเพคะ” กัวอวี้กล่าวอย่างไม่สบายใจ “แต่... ปีที่แล้วแม่ของบ่าวล้มป่วย จึงไม่ได้มาเพคะ”“เช่นนั้นตอนนี้ดีขึ้นแล้วหรือ?” จ่านเหยียนถาม“ไม่ได้รับจดหมายจากทางบ้านเลยเพคะ ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างแล้ว” กัวอวี้ชะงักครู่หนึ่งจึงกล่าวต่ออย่างเป็นทุกข์เล็กน้อย “คราวก่อนคุณหนูใหญ่ให้บ่าวออกวัง บ่าวก็เคยคิดแอบกลับไปดูเหมือนกัน เพียงแต่ติดที่กฎระเบียบของวังหลวง บ่าวจึงไม่ได้ไปเพคะ”“อื่ม”

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 106

    “จะว่าไป อาซานเล่า?” ฮุ่ยอวิ่นริมฝีปากบางของเซ่อเจิ้งอ๋องยกยิ้มจาง ๆ “ข้าสั่งให้เขาไม่ต้องอยู่ในคืนนี้ ข้าอยากดูสิว่านอกจากอาซานแล้ว หลงจ่านเหยียนผู้นี้ยังจะมีใครเก่งกล้าสามารถช่วยนางได้อีก”“ยังมีคนช่วยนางหรือ?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความสงสัย“เดี๋ยวก็ได้รู้กันแล้ว” เซ่อเจิ้งอ๋องยื่นนิ้วออกไปเห็นเพียงโจรป่าสิบกว่าคนบุกมาถึงหน้าห้องของหลงจ่านเหยียนแล้ว อาถง อาเถี่ยเข้าไปรับศึกจ่านเหยียนพาองครักษ์ออกจากวังมาไม่น้อย ทว่าเวลานี้ไม่เห็นเลยสักคน เหลือเพียงอาถง อาเถี่ย และคนในวังที่ไม่เป็นวรยุทธ์วรยุทธ์ของอาถงและอาเถี่ยอย่างมากก็แค่กลาง ๆ สองคนต่อกรกับโจรป่าโหดเหี้ยมอำมหิตสิบกว่าคน ต้องตกเป็นรองในทุกด้านอยู่แล้วไม่นานบนร่างของอาถงและอาเถี่ยก็มีสีสัน ระหว่างการต่อสู้ เงาร่างทั้งสองราวกับอีกาที่ถูกบีบให้ถอยเนือง ๆ หลบไปทางซ้ายที แวบตัวไปทางขวาที สะบักสะบอมถึงที่สุดทว่าสถานการณ์นี้กลับพลิกผันอย่างรวดเร็วเพียงชั่ววูบเดียว อาเถี่ยที่ถูกเตะกระเด็น มือถือกระบี่แสงหนาว พุ่งตัวสู่พื้นที่การรบราวกับลมหมุน กระบี่ในมือของเขาเปลี่ยนเป็นลำแสงเหี้ยมเกรียมพันหมื่นราวกับเป็นภาพลวงตาก็มิปาน จุดใดที

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 107

    เขานึกว่าที่โจรป่าหันมาโจมตีเป็นเพราะองครักษ์ทำคนของพวกเขาบาดเจ็บก่อนองครักษ์ตอบว่า “ท่านแม่ทัพ คนของเราไม่ได้ทำพวกเขาบาดเจ็บเลยขอรับ ในทางกลับกัน พวกเขาต่างหากที่ทำร้ายพวกเราไม่น้อย”หลงฉางเทียนอึ้ง แล้วจู่ ๆ ก็คิดอะไรขึ้นได้ จึงรีบพูด “ไป ไปดูทางไทเฮาหน่อย”เขารับคำสั่งลับจากไทฮองไทเฮาให้โยกย้ายองครักษ์ข้างตัวของหลงจ่านเหยียนไป อาซานก็ถูกเขาวางยาแล้ว เหลือเพียงอาถงและอาเถี่ยสองคนเท่านั้น น่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโจรป่าทว่าทันทีที่คนของเขาถึงหน้าเรือนพักของจ่านเหยียนกลับต้องตกตะลึงบนพื้นมีศพนอนอยู่สิบกว่าศพ ทั้งหมดปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสีดำ เมื่อเขานั่งยองลงตรวจสอบ ก็พบว่าบนร่างของโจรป่าสิบกว่าคนมีเพียงบาดแผลเดียวที่เอาชีวิตได้ พิสูจน์ได้ว่าถูกคนฆ่าในกระบวนท่าเดียวใครกันที่มีวรยุทธ์สูงส่งเพียงนี้? ข้างตัวหลงจ่านเหยียนยังมีคนเก่งกาจเช่นนี้อยู่อีกหรือ?ในตอนที่เขากำลังตกใจและเดือดดาลอยู่นั้น ประตูห้องของหลงจ่านเหยียนก็เปิดออกมาจากในห้อง อาถง อาเถี่ยเดินออกมา ทั้งสองถือกระบี่อยู่ในมือ ในนั้นกระบี่ของอาเถี่ยยังมีเลือดหยดอยู่อาเถี่ยเดินมาเอ่ย “ท่านแม่ทัพโปรดตรวจสอบฐานะของนักฆ่าให้ช

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 108

    หลงฉางเทียนข่มอารมณ์แล้วถาม “นับหรือยังว่าพวกเราตายไปกี่คน?”รองแม่ทัพหลี่ตอบ “องครักษ์ตายไปเจ็ดคน และมีองครักษ์กับบ่าวไพร่บาดเจ็บไปสิบสองคนขอรับ”“คนของจูซิวล่ะ?”“คืนนี้จูซิวนำคนมาสิบแปดคน ศพสิบสามศพในนั้นอยู่ที่นี่ขอรับ” รองแม่ทัพหลี่ชะงักก่อนจะเอ่ยต่อ “หัวโจกที่พาคนไปยังห้องของไทเฮาชื่อว่าเป้าจื่อ คือคนที่มีวรยุทธ์สูงส่งที่สุด อีกทั้งยังมีวรยุทธ์สูงกว่าจูซิว แต่...เขาก็ถูกคนสังหารในหนึ่งกระบวนท่าเดียวเหมือนกันขอรับ”“ถ้าจะเอาชีวิตของเป้าจื่อในกระบวนท่าเดียว ข้ายังไม่แน่ว่าจะทำได้” หลงฉางเทียนใจเย็นลงแล้ว เริ่มพิจารณา“ข้าน้อยรู้ดี วรยุทธ์ของอาเถี่ยแค่พื้น ๆ ไม่มีทางเอาชีวิตเป้าจื่อในกระบวนท่าเดียวได้อย่างแน่นอนขอรับ”“เช่นนั้น...ข้างตัวหลงจ่านเหยียนยังจะมียอดฝีมืออะไรอีก? อาซานล่ะ?” หลงฉางเทียนถามรองแม่ทัพหลี่ตอบ “หากเป็นอาซาน เขาสามารถปลิดชีพเป้าจื่อในกระบวนท่าเดียวได้ก็จริง แต่ท่านอย่าลืมสิ ขณะนั้นมีโจรป่าล้อมโจมตีสิบกว่าคน ที่เรียกว่าสองหมัดยากจะต้านสี่มือศัตรู ต่อให้อาซานเก่งกาจสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางลงมือฆ่าคนมากมายเช่นนี้อย่างรวดเร็วด้วยกระบวนท่าเดียวท่ามกลางวงล้อมการต่อ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 109

    “เพียงแต่บัดนี้นางเป็นไทเฮาแล้ว อยู่ต่อหน้านาง ขนาดท่านแม่ทัพก็ยังต้องลดตัวหนึ่งระดับเลยเจ้าค่ะ” เย่เต๋อโหรวเอ่ยอย่างอึดอัดใจความจริงนางอยากบอกว่าแม้แต่นางที่เป็นฮูหยินเก้ามิ่งท่านนี้ก็ยังต้องลดตัวต่ำกว่านางหนึ่งระดับ ติดที่ความน่าเกรงขามของฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่กล้าพูดฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะเย็นชาทีหนึ่ง “ไทเฮาแล้วอย่างไร? มังกรให้กำเนิดมังกร หงส์ให้กำเนิดหงส์ ลูกชายของมุสิกได้แต่อยู่ในรู หยางจิ่วเม่ยเป็นใครกัน ลูกสาวของนางเป็นใครกัน นางจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว? หากว่าเก่งจริง ก็เป็นคนข้างตัวของนาง แค่วางแผนกำจัดคนข้างตัวนางเสีย ชีวิตของนางมิต้องอยู่ในกำมือหรือ?”“แต่จะกำจัดคนข้างตัวนางอย่างไรละเจ้าคะ?” เย่เต๋อโหรวถามฮูหยินผู้เฒ่าตอบ “นางเพิ่งเข้าวังได้ปีเดียว จะมีความสามารถบ่มเพาะผู้ภักดีได้หรือ? ทั้งหมดมิใช่เซ่อเจิ้งอ๋องส่งคนมาคุ้มครองนางหรืออย่างไร?”“เจ้าค่ะ แต่เซ่อเจิ้งอ๋องต่อกรด้วยยากกว่า” เย่เต๋อโหรวเอ่ย“ใครใช้ให้เจ้าไปต่อกรกับเซ่อเจิ้งอ๋องเล่า?” ฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นเดินช้า ๆ สาวใช้ข้างตัวรีบเข้ามาประคองนางเย่เต๋อโหรวมองนางด้วยความฉงนฉงาย “ท่านแม่โปรดแถลงไข!”“ทั่วทั้งเมื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 110

    ประมาณยามไฮ่ จิ้นหรูเข้ามารายงานจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่ เมื่อครู่หลงฮูหยินให้คนมาทูลว่าฉีชินอ๋องมาที่จวน เชิญท่านไปสนทนาที่เรือนหนิงย่วนเพคะ”จ่านเหยียนนิ่งไปเล็กน้อย “ฉีชินอ๋องมาอีกแล้วหรือ? เขาเพิ่งไปได้ไม่นานเองนี่?”“บ่าวก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน มิเช่นนั้นก็ให้คนปฏิเสธไปเถอะเพคะ?” จิ้นหรูเอ่ยจ่านเหยียนส่ายหน้า “เจ้าไปสอบถามดู ดูสิว่าฉีชินอ๋องมาที่จวนจริงหรือไม่”“สอบถามมาแล้วเพคะ มาที่จวนจริง ๆ” จิ้นหรูตอบ“เช่นนั้นข้าจะไปพบเขาสักหน่อย” จ่านเหยียนเอ่ยจิ้นหรูจึงว่า “เช่นนั้นก็พาคนไปเยอะ ๆ หน่อยเถอะเพคะ คืนนี้จวนตระกูลหลงไม่สงบ”“มิเป็นไร ฉีชินอ๋องคือคนของเซ่อเจิ้งอ๋อง เขาไม่ทำร้ายข้าหรอก” จ่านเหยียนกล่าว“กระนั้นระหว่างทางก็อันตราย ไม่สนมากแล้ว พาคนไปเยอะหน่อยเถอะเพคะ” จิ้นหรูยืนกราน“อื่ม เจ้าไปเตรียมการเถอะ” จ่านเหยียนไม่คัดค้านแล้ว นางนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอื้อมมือจัดแต่งทรงผมสบาย ๆ จี๋เสียงอยากมาช่วย แต่จ่านเหยียนกล่าวว่า “เอาผ้ามารัดเส้นหนึ่งก็พอ”กัวอวี้ตกตะลึงแล้วเอ่ย “นี่จะไม่ดีกระมังเพคะ?” อย่างไรมู่หรงหานเทียนก็คือฉีชินอ๋อง กอปรกับนางมีสถานะเป็นไทเฮา แต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 111

    “พวกเจ้าตามไปเถอะ” ฉีชินอ๋องสั่งองครักษ์ที่ติดตามมา“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์ขานรับ จากนั้นจึงตามหลงฉางอี้บ่าวรับใช้ในจวนนำฉีชินอ๋องไปยังเรือนไฉ่ย่วน ส่วนหลงฉางอี้ก็พาองครักษ์ไปยังเรือนหนิงย่วน เรือนหนิงย่วนกับเรือนไฉ่ย่วน เรือนหนึ่งอยู่ทางตะวันออก อีกเรือนหนึ่งอยู่ทางตะวันตก อยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดีฉีชินอ๋องเป็นคนใสซื่อ ก่อนหน้านี้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราชสำนักน้อยนัก เพียงแต่หลังจากมู่หรงฉิงเทียนดำรงตำแหน่งเซ่อเจิ้งอ๋อง เขาจึงเริ่มรับงานและทำงานให้มู่หรงฉิงเทียนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เขาด้อยประสบการณ์ จึงไม่เคยคิดว่าจวนตระกูลหลงจะกล้าหลอกใช้เขาเมื่อมาถึงหน้าเรือนหนิงย่วน หลงฉางอี้ก็บอกกับองครักษ์ว่า “ติดตามไทเฮาจะพกอาวุธไม่ได้ รบกวนพวกท่านทั้งสี่ส่งมอบกระบี่ให้ข้าเก็บรักษาไว้ก่อน”องครักษ์ผู้เป็นผู้นำคนหนึ่งจึงเอ่ย “หากมอบกระบี่ให้ท่านแล้วมีศัตรูมาบุกเล่า พวกเราจะป้องกันอย่างไร?”“วางใจเถอะ ข้าจะอยู่แถว ๆ นี้ หากมีอันตรายต้องส่งอาวุธคืนทันทีแน่” หลงฉางอี้เอ่ยหลังจากทั้งสี่พิจารณาครู่หนึ่ง นับจากติดตามฉีชินอ๋องก็ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขมาไม่น้อย กอปรกับในอดีตเข้าวังก็ห้ามพกอาวุธเห

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 200

    หลังจากกินอันกงหนิวหวงเข้าไป จ่านเหยียนก็ฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุดหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นายท่านหวังก็ดีขึ้น สามารถพูดได้แล้ว “รบ...กวนเจ้าอีกแล้ว!”จ่านเหยียนเอ่ย “ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นพิธีรีตองหรอก พักผ่อนให้มากเถอะ!” จ่านเหยียนดึงผ้าห่มให้เขา แล้วกำชับหวังฮูหยิน “ฮูหยินอยู่ดูแลที่นี่เถอะ ข้าจะออกไปเขียนตำรับยาก่อน!”“ได้ ได้!” หวังฮูหยินดึงมือของนางมา แล้วเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก “อาอู่ โชคดีที่ได้เจ้านะ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว”จ่านเหยียนตอบ “ต่อไปอย่าทำให้เขาโกรธอีก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจหน่อย”หวังฮูหยินมองหวังหว่านจวินที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างแค้นที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ได้ยินหรือยัง? ท่านพ่อของเจ้าสุขภาพไม่ดี เจ้ายังจะทำให้เขาโกรธอีก เขาก็หวังดีต่อเจ้า ยังจะทำร้ายเจ้าได้หรือ?”หวังหว่านจวินปาดน้ำตา ก่อนจะกล่าวตอบหวังฮูหยินราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะทำตามท่านพ่อทุกอย่างเจ้าค่ะ”เมื่อนั้นหวังฮูหยินจึงมีสีหน้าอ่อนโยน ดึงนางลุกขึ้นยืน “แม่ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ฉีซุนนั่นมิใช่คนดี ตอนนี้เจ้าอาจโทษท่านพ่อกับแม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 199

    รถม้าจอดอยู่หน้าจวนของหวังติ่งทัง จ่านเหยียนให้อาเสอไปบอก แต่อาเสอกลับไม่ยอมลงจากรถม้าสักที บอกปัดว่า “ตอนที่อยู่หน้าห้องก็คุยกันแล้วนี่ พวกเรามิใช่คนนอกอะไรสักหน่อย ยังต้องบอกอีกหรือ?”จ่านเหยียนเขกศีรษะของนางทีหนึ่ง “เจ้าจะปกติหน่อยได้หรือไม่? อย่าคิดมาก!”อาเสอหงุดหงิดนิด ๆ “ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายหวัง ท่านอย่าได้พูดกับข้าน้อยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เล่า”จ่านเหยียนเอ๋ “มีน้ำโหด้วย?”“นี่คือขีดจำกัดต่ำสุด ท่านไม่ได้ให้ค่าแรงข้าน้อยสักหน่อย” อาเสอถลึงตามองนาง นี่คือปัญหาด้านศักดิ์ศรี จะยอมให้ไม่ได้ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าบอกว่าคุณชายอู่ติดค้างค่าแรงเจ้าหรือ? ติดอยู่เท่าใด?” หลงอู่ผู้นี้เป็นคนตระหนี่หรือ? ดูไม่ออกจริง ๆจ่านเหยียนกล่าวกับฮุ่ยอวิ่น “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาเอาแต่ใจน่ะ ในเมื่อเขาไม่อยากลงจากรถม้า เช่นนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่นั่นแหละ”กล่าวจบ จ่านเหยียนก็กระโดดลงจากรถม้าไปเอง กำลังจะเดินไปเคาะประตู มือเพิ่งสัมผัสห่วงทองเหลือง ประตูก็เปิดออกดังแอ๊ดมือของนางค้างอยู่กลางอากาศ เห็นลุงฝูพ่อบ้านจวนสกุลหวังที่ทั้งร้อนใจและยินดี “ลุงฝู เช้าเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ?”ลุงฝู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 198

    ฮุ่ยอวิ่นให้จ่านเหยียนรอเขาสักเดี๋ยว เขาจะไปดูมู่หรงฉิงเทียนก่อนมู่หรงฉิงเทียนตื่นและไปตรวจฎีกาของเมื่อวานที่ห้องหนังสือนานแล้ว“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนให้มาก?” ฮุ่ยอวิ่นเพิ่งเข้าประตูมาก็ขมวดคิ้วมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้า สีหน้าของเขาดีมาก ท่าทางจะอารมณ์ดี “เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกันมิใช่หรือ?”“ข้าจะออกไปกับหลงอู่หน่อย คาดว่าคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว” ฮุ่ยอวิ่นเอ่ย“ไปไหน?” มู่หรงฉิงเทียนวางฎีกาในมือลงแล้วมองเขา“ไปบ้านหวังติ่งทัง หลงอู่เป็นสหายสนิทกับหวังติ่งทัง”“หือ?” มู่หรงฉิงเทียนพิจารณาเชิงลึกครู่หนึ่ง “ไปเถอะ แล้วหยั่งเชิงความคิดของหวังติ่งทังด้วย”“เมื่อวานท่านพูดกับเขาว่าอย่างไร ข้าลืมถามท่านไปเลย!” เมื่อวานพาหลงอู่มา จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทมู่หรงฉิงเทียนเอ่ยเรียบ “ยังจะพูดอย่างไรได้อีก? ก็พูดตรง ๆ นะสิ! เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าคนหนึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้คนอิจฉามาก”“สกุลหวังก็ต่อกรยากเหมือนกัน!” ฮุ่ยอวิ่นขมวดคิ้วเอ่ย“วางใจเถอะ ข้ารู้กาลเทศะ เขาต่อกรยากก็จริง แต่... ข้ามีวิธีเกลี้ยกล่อมเขา” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยฮุ่ยอวิ่นไม่เคยสงสัยในจุดนี้ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 197

    “บางทีคุณชายอาจไม่เชื่อ แต่ต้องเป็นตามลักษณ์ทำนายแน่นอน จากลักษณ์ทำนายนี้ ความจริงคุณชายมิได้ให้ความสำคัญว่าจะลงเอยกับนางได้หรือไม่ ฮุ่ยมีความหมายว่ามอบให้ ใช้ตัวฮุ่ยเป็นชื่อ ประกอบกับวันเดือนปีเกิดของคุณชาย สามารถเห็นได้ว่าคุณชายมีนิสัยถือดี ชื่นชมบุปผาเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองว่าดี ความรักของคนประเภทนี้มักไม่เป็นดังหวัง เขาจะมอบให้อย่างลับ ๆ ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงเอย”ฮุ่ยอวิ่นไม่เชื่อท่าเดียว เขายิ้มเย็นชืด “อื่ม ขอบคุณคุณชายที่ทำนายตัวอักษรให้ จริงสิ ไม่ทราบว่าคุณชายจะบอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับข้าน้อยได้หรือไม่?”นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เขาวิ่งโร่มาแต่เช้าจ่านเหยียนเอ่ย “เมื่อวิญญาณมังกรมาถึงเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านเอง”“ประมาณเมื่อไรจึงจะมาถึงหรือ? ผู้ใดส่งมา?” ฮุ่ยอวิ่นถามต่อจ่านเหยียนยิ้มน้อย ๆ “มีบางเรื่อง คุณชายมิจำเป็นต้องรู้”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ แล้วมองจ่านเหยียน “ข้าน้อยคิดว่า มิมีเรื่องใดที่บอกกับคนไม่ได้”จ่านเหยียนขำพรืด “คำพูดนี้ ข้าคิดว่าไม่สมควรออกมาจากคุณชายฮุ่ยอวิ่นแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง”เรื่องของเซ่อเจิ้งอ๋องที่บอกคนไม่ได้มีน้อยหรือ?ฮุ่ยอวิ่นเร

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status