Share

บทที่ 112

Penulis: ลิ่วเยว่
เสียงกรีดร้องแหลมของกัวอวี้ทำให้คนที่อยู่นอกเรือนแตกตื่นกันหมด

องครักษ์หลายคนของฉีชินอ๋องนำกระบี่กลับคืนมาจากมือหลงฉางอี้ก่อนจะบุกเข้ามา องครักษ์ในจวนและองครักษ์ข้างกายจ่านเหยียนก็บุกเข้ามาด้วยเหมือนกัน

เรือนหนิงย่วนมืดสนิท ชั่วขณะไม่รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู เสียงศาสตราวุธกระทบกันดังขึ้น อายกระบี่แสงหนาวทอประกายจนความดุดันของราตรีนี้เพิ่มระดับ

สุดท้ายคนมากมายเช่นนี้กลับจับผู้ร้ายไม่ได้ ได้แต่บีบให้พวกเขาทิ้งอาวุธในมือ ส่วนคนกลับหนีรอดไปได้

ในตอนที่บ่าวในจวนชูคบเพลิงมา ความโกลาหลก็ยุติเป็นที่เรียบร้อย

กัวอวี้เลือดท่วมตัวนอนอยู่บนพื้น กายสั่นเทิ้มพลางชี้ไปทางทะเลสาบ “ไทเฮา...ไทเฮา...”

จิ้นหรูรีบสั่งให้คนลงน้ำไปงมหา ทว่าทะเลสาบในวสันตฤดูหนาวจนทำให้คนตัวสั่น

คนที่ดำน้ำเป็นลงไปเกือบทั้งหมด ทะเลสาบกว้างมาก ใบบัวปิดมิดชิด บวกกับวิสัยทัศน์ในตอนกลางคืนไม่ชัด ดังนั้นหากว่าครึ่งชั่วยามก็ยังไม่พบ

กัวอวี้ถูกส่งตัวกลับไปรักษาแล้ว อาการนางสาหัสมาก แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต

ฉีชินอ๋องรออยู่นานสองนานก็ไม่เจอจ่านเหยียน กลับได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาจากอีกทางหนึ่ง ท่ามกลางเสียงเหล่าน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci
Komen (3)
goodnovel comment avatar
August Nok
รอมานานมากกว่าจะได้อ่าน
goodnovel comment avatar
August Nok
ลงมานานมาก
goodnovel comment avatar
Virat Ponrit
สนุกลงหลายๆตอนเลยค่ะ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terkait

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 113

    อีกนัยหนึ่ง หากเขาไม่เอ็ดออกไป คนที่ลอบสังหารไทเฮาก็คือนักฆ่า แต่หากเขาดึงดันจะตรวจสอบให้ได้ ท่านนั้นในวังหลวงก็จะยัดความผิดให้กับเขานับจากเชิญเขามาในคืนนี้จวบจนเวลานี้ เรื่องราวทั้งหมดคือกับดัก จุดประสงค์ก็เพื่อลากเขาลงน้ำ“ข้าไม่เข้าใจ ทำไมต้องหลอกใช้ข้าด้วย นางอยู่ในจวนของพวกท่าน ถ้าพวกท่านอยากลงมือก็ทำได้ทุกเมื่อนี่” ฉีชินอ๋องข่มไฟโกรธในใจ แล้วถามอย่างใจเย็น“เพราะนางเชื่อแต่เซ่อเจิ้งอ๋อง ส่วนท่านอ๋องก็มีสัมพันธ์พี่น้องลึกซึ้งกับเซ่อเจิ้งอ๋อง มีแต่การนัดหมายกับท่านอ๋อง นางจึงจะปลดระวางการป้องกัน จึงจะยอมเข้าเรือนหนิงย่วนพร้อมกับนางกำนัลเพียงคนเดียวอย่างไรเล่าเพคะ” ฮูหยินผู้เฒ่าบอกเขาตามตรงอย่างไม่ปกปิด“หึ เรือนหนิงย่วน เรือนไฉ่ย่วน ฮูหยินผู้เฒ่าแผนร้ายนักนะ!” ฉีชินอ๋องใบหน้าแดงก่ำ เปลวเพลิงโทสะในดวงตาลุกโชน ไม่ว่าจะได้รับการอบรมมาดีเพียงไร ครั้นถูกคนวางแผนใส่ร้ายเช่นนี้ก็ยังอดด่าพ่อล่อแม่ไม่ได้“ใช่ว่าหม่อมฉันจิตใจล้ำลึก ท่านอ๋องควรทราบว่าในฐานะที่เป็นขุนนาง กษัตริย์ต้องการให้ขุนนางตาย ขุนนางก็ต้องตาย หม่อมฉันจนปัญญา จวนตระกูลหลงบนล่างนับร้อยชีวิตจะประมาทไม่ได้” ฮูหยินผู้เฒ่

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 114

    คนในจวนงมหาอยู่นานแต่ก็หาจ่านเหยียนไม่พบนางเฉินจึงเดินมาถาม “ยังจะค้นหาต่อหรือไม่เจ้าคะ?”“หาต่อ!” ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้คนยกเก้าอี้มา ครั้นนางนั่งลงบนเก้าอี้ หมัวมัวก็มาจุดถุงยาสูบ นางดูดทีหนึ่ง แววตาผ่อนคลายลงเล็กน้อย “หาจนกว่าจะเจอ”จิ้นหรูร้องไห้จนไม่เป็นเสียง คุกเข่าอยู่ริมทะเลสาบตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่เพราะจี๋เสียงและหรูอี้ดึงเอาไว้ นางก็กระโดดลงไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ นางยอมรับไม่ได้อาถงและอาเถี่ยก็กระโดดลงไปแล้วเหมือนกัน พวกเขามีทักษะการดำน้ำดีมาก ค้นหาอยู่ก้นทะเลสาบตลอด แต่ก็ไม่พบสิ่งใดทันใดนั้นจี๋เสียงก็โพล่งปากขึ้นมา “นั่นมันผ้ารัดผมของคุณหนูใหญ่นี่ เป็นผ้าของนางที่รัดผมอยู่”ทุกคนจึงไปดู เห็นผ้ารัดผมสีเหลืองลอยอยู่กลางทะเลสาบจริง ๆ ด้านหนึ่งของผ้าติดอยู่กับก้านบัว อีกด้านหนึ่งกำลังลอยอยู่บนคลื่นน้ำอาเถี่ยออกแรงดำลงไปค้นหาบริเวณนั้นผ่านไปนานจึงขึ้นมาเหนือน้ำและส่ายหน้าบอก “ไม่มี!”หลงฉางอี้ลากสายตากับฮูหยินผู้เฒ่า สีหน้าสับสนเล็กน้อยแม้ทะเลสาบจะกว้างมาก แต่คนลงไปงมเยอะอย่างนี้แล้ว แทบจะพลิกทั้งก้นทะเลสาบ เหตุใดจึงไม่พบ?หลงฉางอี้ย่อตัวลงกระซิบ “ท่

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 115

    ส่วนฉีชินอ๋องหลังจากกลับไปแล้วก็ไม่ได้กลับจวน แต่ตรงดิ่งไปยังจวนเซ่อเจิ้งอ๋องหลังจากสนทนาเรื่องทั้งหมด ดวงหน้าขาวเนียนของเขาก็ฉายเพลิงโทสะ “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าหลงฉางเทียนจะกล้าวางแผนกับข้า ต้องโทษที่ข้าไม่ระวังจึงถูกเขาหลอกใช้”ฮุ่ยอวิ่นแสยะยิ้ม “มิใช่ความคิดของหลงฉางเทียนหรอก หลงฉางเทียนที่เป็นคนตีรันฟันแทงไม่มีความคิดเช่นนี้หรอก แค่เขาให้โจรป่ามาฆ่าหลงจ่านเหยียนก็รู้แล้ว ตัวต้นคิดคงเป็นยายแก่หลงนั่นแหละไอเย็นบนตัวเซ่อเจิ้งอ๋องแผ่ขยาย เขาถามฉีชินอ๋อง “เจ้าแน่ใจนะว่าหลงจ่านเหยียนตายแล้ว?”“ในเรือนหนิงย่วนมีแต่คนของจวนตระกูลหลง คนข้างตัวของไทเฮาอยู่ข้างนอกหมด กัวอวี้นางกำนัลคนสนิทนางได้รับบาดเจ็บสาหัส ทิ้งกระบี่สองเล่มไว้ที่เกิดเหตุ เป็นกระบี่ที่นักฆ่าทิ้งเอาไว้ เล่มหนึ่งเป็นของอาเชาองครักษ์คนสนิทข้า อีกเล่มที่มาไม่แน่ชัด และบนกระบี่ของอาเชามีเลือดติดอยู่ น่าจะเป็นของหลงจ่านเหยียน”เซ่อเจิ้งอ๋องได้ยินว่ากัวอวี้บาดเจ็บสาหัสก็หนักใจ “เช่นนั้นต่อให้หลงจ่านเหยียนไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บแน่”“รู้อย่างนี้เราก็ไม่กลับมาก่อนแล้ว ยังนึกว่าลูกไม้ของหลงฉางเทียนจะหมดแล้วเสียอีก ไม่นึกว่ายายแก่นั่

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 116

    เซ่อเจิ้งอ๋องเดินตรงไปนั่งยังตำแหน่งที่นางนั่งเมื่อครู่ สั่งการด้วยสีหน้าเฉยเมย “ใครก็ได้ จับทุกคนในสกุลหลงเอาไว้ให้หมด”องครักษ์ของเซ่อเจิ้งอ๋องกรูกันเข้ามา พริบตาเดียว กระบี่สิบกว่าเล่มก็พาดอยู่บนคอของคนสกุลหลงแม้แต่คอของฮูหยินผู้เฒ่าก็มีกระบี่เย็นแวววาวเพิ่มมาอีกหนึ่งเล่มเช่นกัน และผู้ที่ถือกระบี่ก็คือฮุ่ยอวิ่นฮูหยินผู้เฒ่าใบหน้าโกรธขึ้ง เบ่งบารมีเดี๋ยวนั้น “ท่านอ๋อง หม่อมฉันคือฮูหยินเก้ามิ่งระดับสองที่อดีตฮ่องเต้แต่งตั้งด้วยพระองค์เอง จะยอมให้ท่านลบหลู่เช่นนี้ได้หรือ?”กลีบปากของเซ่อเจิ้งแย้มยิ้มสะพรึงโลกา “แล้วอย่างไร? ข้ายังเป็นถึงอ๋องเซ่อเจิ้งอ๋องแน่ะ”ฮุ่ยอวิ่นยิ้มบางเหมือนกัน “ฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อครู่ท่านยังขอรับโทษอยู่เลยมิใช่หรือ? อายุอานามปูนนี้แล้ว พูดจาเชื่อถือไม่ได้ ไม่กลัวคนจะหัวเราะเยาะท่านหรืออย่างไร?”ใบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวเขียว ยกเปลือกตาขึ้น ฉายประกายแสงหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็เชิญท่านอ๋องจับตัวหม่อมฉันเข้าวังด้วยเลยเถอะ ให้ไทฮองไทเฮาทรงตัดสิน”“เรื่องเล็กน้อยยังต้องรบกวนองค์ไทฮองไทเฮาหรือ?” เซ่อเจิ้งอ๋องยิ้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 117

    เพียงแต่อารมณ์เหล่านี้แค่แวบเข้ามาในก้นบึ้งหัวใจเท่านั้น มิได้คงอยู่ เรื่องพวกนี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเขา เขาไม่จำเป็นต้องรู้สึกไม่เป็นธรรมเพื่อผู้หญิงคนนั้นกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่กลางอากาศ ตามกลิ่นหอมสดชื่นของสระบงกช ในที่สุดดวงจันทร์ก็เคลื่อนตัวออกจากเมฆชั้นหนาเสี้ยวหนึ่ง ครั้นแสงจันทร์จาง ๆ สาดส่องลงมา ฉายดวงหน้างดงามมีเสน่ห์ของเซ่อเจิ้งอ๋อง กลับทำให้คนรู้สึกหนาวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุฮูหยินผู้เฒ่าหลงรู้สึกครั่นคร้ามเหมือนกัน ในที่สุดนางก็รู้ว่าตัวเองประเมินชายหนุ่มผู้นี้ต่ำเกินไป แต่... ในตอนที่นางกำลังรบราฆ่าฟันอยู่ในสนามรบ เขายังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ จะถูกเขาขย่มขวัญไม่ได้ ความกล้าของเขาก็มีเพียงฆ่าสาวใช้คนหนึ่งเท่านั้นเมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็ยืดหลังตรง ขณะกำลังจะพูดก็ได้ยินเสียงเย็นชาหนึ่งดังขึ้น และเสียงนี้เองที่ทำให้นางตกใจจริง ๆ“เกิดอะไรน่ะ? แต่ละคนมาล้อมกันอยู่ที่ทำอันใด?”เห็นเพียงศีรษะคนผุดขึ้นมาจากสระบงกช จากนั้นก็ค่อย ๆ ว่ายมา สองมือเกาะหินริมฝั่งพาดตัว แววตาเย็นชาระคนรอยยิ้มจาง ๆ นัยน์ตาดำขลับพกพาความบันเทิงเล็กน้อย เส้นผมชื้นแฉะสยายปกอยู่บนบ่า ราวกับภูตที่หลงเข้ามา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 118

    มู่หรงฉิงเทียนมองอาภรณ์เปียกมะล่อกมะแล่กของนางและใบหน้าสวยเล็กจิ้มลิ้มหนาวจนซีดไปบ้าง หัวใจแข็งกร้าวที่ผ่านมาเกิดความสงสารขึ้นมาเล็กน้อย จึงเอ่ย “ไทเฮาเสด็จกลับไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ หลังจากเปลี่ยนฉลองพระองค์แล้ว กระหม่อมยังมีบางเรื่องที่อยากถามพระองค์”“ก็ได้!”สายลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง จ่านเหยียนจามสองหนติดกัน นางสั่นระริก “เช่นนั้นข้าจะกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน”นางหันกลับมามองฮูหยินผู้เฒ่าทีหนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่ายืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ปราศจากอารมณ์ ชายตามองจ่านเหยียนอย่างเย็นชาเหมือนอย่างเคย ส่วนฮุ่ยอวิ่นยืนอยู่ข้างตัวนางนิ่ง ดวงตาจับจดอยู่บนตัวจ่านเหยียน ราวกับยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จ่านเหยียนหัวเราะเบา ๆ ทีหนึ่งก่อนจะจากไป คนสนิทของนางก็ตามไปด้วยจิ้นหรูถามทั้งตาแดง “คุณหนูใหญ่ไม่ได้รับบาดเจ็บจริงหรือเพคะ? ทรงตกลงมาจากที่สูงอย่างนั้น ทรงไม่เป็นไรจริง ๆ หรือเพคะ?”จ่านเหยียนถอนหายใจทีหนึ่ง “จิ้นหรู พอแล้ว เจ้าใช้ความรู้สึกกับข้ามากไปแล้ว แบบนี้จะทำให้ขาดสติได้นะ”จิ้นหรูอึ้ง แววตาชะงักงันเล็กน้อยจ่านเหยียนเอ่ย “ถึงอดีตฮ่องเต้จะฝากฝังเจ้าไว้กับข้า แต่เจ้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 119

    “ข้าไม่ได้อยู่ในน้ำสักหน่อย แค่หลบอยู่ในพงหญ้าแถวนั้น พอได้เห็นช่วงถึงพริกถึงขิงของละครจึงลงน้ำ” ที่เซ่อเจิ้งอ๋องลงมือในตอนท้ายนั้นน่าจะข่มขวัญยายแก่นั่นได้คนที่มั่นใจเกินเหตุคนหนึ่งจะโอหังใช้อำนาจบาตรใหญ่ เอาแต่ใจวางก้าม นี่คือโรค ต้องมีคนรักษา!“แต่... เหตุใดต้องดำน้ำแล้วค่อยปรากฏขึ้นสู่ผิวน้ำด้วย? ทรงปรากฏตัวออกมาตรง ๆ เลยมิได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?” อาเถี่ยก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีจ่านเหยียนยิ้มสวย “เจ้าไม่รู้สึกว่าโผล่ออกมาจากใต้น้ำเพิ่มความลึกลับได้หรือ? อีกอย่าง หญิงงามขึ้นสระ เป็นภาพน่าชมแค่ไหน!”คนเป็นฝูงยุ่งกันทั้งคืน ก็ต้องให้สวัสดิการหน่อยใช่หรือไม่?ทุกคนเหงื่อตกกันเป็นแถว ยังจะหญิงงามขึ้นสระอีกแน่ะ? ช่างหลงตัวเองโดยแท้!ครั้นกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว จ่านเหยียนก็ไปเยี่ยมกัวอวี้กัวอวี้บาดเจ็บถลอกนิดหน่อยจริง ๆ นางนอนอยู่บนเตียง เมื่อเห็นจ่านเหยียนกลับมาอย่างปลอดภัยก็ยันตัวจะลุกขึ้นทำความเคารพ แต่จ่านเหยียนกดตัวนางลง “พอแล้ว นอนเถอะ”“คุณหนูใหญ่ทรงหยั่งรู้ดังคาดเพคะ!” กัวอวี้ยิ้มพูด“ก็เพราะเจ้าให้ความร่วมมือดี!” ใบหน้าหมดจดของจ่านเหยียนฉายรอยยิ้มมีเสน่ห์ เส้นผมยาวยังชื้นอยู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 120

    ขณะจ่านเหยียนมาถึงห้องโถงด้านข้าง เซ่อเจิ้งอ๋องกำลังเล่นแหวนอังคุฐในมืออย่างผ่อนคลาย สีหน้าหยิ่งผยองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เอนหลังแล้วมองมา แววตาแห่งปฏิภาณล้ำลึกกวาดมองมาเรียบ ๆ และหยุดอยู่บนใบหน้าของจ่านเหยียนเมื่อนั้นจึงลุกขึ้นยืน “ไทเฮาเชิญประทับพ่ะย่ะค่ะ” ตามด้วยไม่รอให้จ่านเหยียนนั่งลง เขาก็นั่งเก้าอี้อีกครั้ง คืนท่าทางเมื่อก่อนหน้านี้จ่านเหยียนไม่แปลกใจกับความหยิ่งผยองของเขาสักนิด อีกทั้งยังเคยชินกับความยโสเย็นชาของเขานานแล้ว ทว่าเขาในคืนนี้ต่างออกไปเล็กน้อย ในความทระนงมีความคลุมเครือแฝงซ่อนอยู่เสี้ยวหนึ่งจ่านเหยียนรู้ มิอาจดูแคลนเด็กชายตรงหน้าได้ นางค่อย ๆ นั่งลงและรับกับสายตาของเขา ก่อนจะเอ่ย “ท่านอ๋องรอนานแล้ว”“พอได้!” เซ่อเจิ้งอ๋องตอบชืด ๆฮุ่ยอวิ่นก็เข้ามาจากนอกห้องเหมือนกัน เดินหน้ามาทำความเคารพ “ฮุ่ยอวิ่นถวายพระพรไทเฮา”“คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องมากพิธี” ฮุ่ยอวิ่นมองแล้วยิ้มจาง ๆ “ข้าอยากหาโอกาสขอบคุณคุณชายฮุ่ยอวิ่นมาตลอด”“อ้อ?” ฮุ่ยอวิ่นมองนางอย่างไม่เข้าใจจ่านเหยียนเอ่ย “นักดนตรีพวกนั้นที่คุณชายฮุ่ยอวิ่นให้ข้า ปรนนิบัติได้เหมาะสมและรู้ใจนัก”ฮุ่ยอวิ่นตก

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 200

    หลังจากกินอันกงหนิวหวงเข้าไป จ่านเหยียนก็ฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุดหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นายท่านหวังก็ดีขึ้น สามารถพูดได้แล้ว “รบ...กวนเจ้าอีกแล้ว!”จ่านเหยียนเอ่ย “ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นพิธีรีตองหรอก พักผ่อนให้มากเถอะ!” จ่านเหยียนดึงผ้าห่มให้เขา แล้วกำชับหวังฮูหยิน “ฮูหยินอยู่ดูแลที่นี่เถอะ ข้าจะออกไปเขียนตำรับยาก่อน!”“ได้ ได้!” หวังฮูหยินดึงมือของนางมา แล้วเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก “อาอู่ โชคดีที่ได้เจ้านะ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว”จ่านเหยียนตอบ “ต่อไปอย่าทำให้เขาโกรธอีก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจหน่อย”หวังฮูหยินมองหวังหว่านจวินที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างแค้นที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ได้ยินหรือยัง? ท่านพ่อของเจ้าสุขภาพไม่ดี เจ้ายังจะทำให้เขาโกรธอีก เขาก็หวังดีต่อเจ้า ยังจะทำร้ายเจ้าได้หรือ?”หวังหว่านจวินปาดน้ำตา ก่อนจะกล่าวตอบหวังฮูหยินราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะทำตามท่านพ่อทุกอย่างเจ้าค่ะ”เมื่อนั้นหวังฮูหยินจึงมีสีหน้าอ่อนโยน ดึงนางลุกขึ้นยืน “แม่ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ฉีซุนนั่นมิใช่คนดี ตอนนี้เจ้าอาจโทษท่านพ่อกับแม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 199

    รถม้าจอดอยู่หน้าจวนของหวังติ่งทัง จ่านเหยียนให้อาเสอไปบอก แต่อาเสอกลับไม่ยอมลงจากรถม้าสักที บอกปัดว่า “ตอนที่อยู่หน้าห้องก็คุยกันแล้วนี่ พวกเรามิใช่คนนอกอะไรสักหน่อย ยังต้องบอกอีกหรือ?”จ่านเหยียนเขกศีรษะของนางทีหนึ่ง “เจ้าจะปกติหน่อยได้หรือไม่? อย่าคิดมาก!”อาเสอหงุดหงิดนิด ๆ “ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายหวัง ท่านอย่าได้พูดกับข้าน้อยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เล่า”จ่านเหยียนเอ๋ “มีน้ำโหด้วย?”“นี่คือขีดจำกัดต่ำสุด ท่านไม่ได้ให้ค่าแรงข้าน้อยสักหน่อย” อาเสอถลึงตามองนาง นี่คือปัญหาด้านศักดิ์ศรี จะยอมให้ไม่ได้ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าบอกว่าคุณชายอู่ติดค้างค่าแรงเจ้าหรือ? ติดอยู่เท่าใด?” หลงอู่ผู้นี้เป็นคนตระหนี่หรือ? ดูไม่ออกจริง ๆจ่านเหยียนกล่าวกับฮุ่ยอวิ่น “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาเอาแต่ใจน่ะ ในเมื่อเขาไม่อยากลงจากรถม้า เช่นนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่นั่นแหละ”กล่าวจบ จ่านเหยียนก็กระโดดลงจากรถม้าไปเอง กำลังจะเดินไปเคาะประตู มือเพิ่งสัมผัสห่วงทองเหลือง ประตูก็เปิดออกดังแอ๊ดมือของนางค้างอยู่กลางอากาศ เห็นลุงฝูพ่อบ้านจวนสกุลหวังที่ทั้งร้อนใจและยินดี “ลุงฝู เช้าเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ?”ลุงฝู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 198

    ฮุ่ยอวิ่นให้จ่านเหยียนรอเขาสักเดี๋ยว เขาจะไปดูมู่หรงฉิงเทียนก่อนมู่หรงฉิงเทียนตื่นและไปตรวจฎีกาของเมื่อวานที่ห้องหนังสือนานแล้ว“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนให้มาก?” ฮุ่ยอวิ่นเพิ่งเข้าประตูมาก็ขมวดคิ้วมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้า สีหน้าของเขาดีมาก ท่าทางจะอารมณ์ดี “เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกันมิใช่หรือ?”“ข้าจะออกไปกับหลงอู่หน่อย คาดว่าคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว” ฮุ่ยอวิ่นเอ่ย“ไปไหน?” มู่หรงฉิงเทียนวางฎีกาในมือลงแล้วมองเขา“ไปบ้านหวังติ่งทัง หลงอู่เป็นสหายสนิทกับหวังติ่งทัง”“หือ?” มู่หรงฉิงเทียนพิจารณาเชิงลึกครู่หนึ่ง “ไปเถอะ แล้วหยั่งเชิงความคิดของหวังติ่งทังด้วย”“เมื่อวานท่านพูดกับเขาว่าอย่างไร ข้าลืมถามท่านไปเลย!” เมื่อวานพาหลงอู่มา จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทมู่หรงฉิงเทียนเอ่ยเรียบ “ยังจะพูดอย่างไรได้อีก? ก็พูดตรง ๆ นะสิ! เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าคนหนึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้คนอิจฉามาก”“สกุลหวังก็ต่อกรยากเหมือนกัน!” ฮุ่ยอวิ่นขมวดคิ้วเอ่ย“วางใจเถอะ ข้ารู้กาลเทศะ เขาต่อกรยากก็จริง แต่... ข้ามีวิธีเกลี้ยกล่อมเขา” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยฮุ่ยอวิ่นไม่เคยสงสัยในจุดนี้ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 197

    “บางทีคุณชายอาจไม่เชื่อ แต่ต้องเป็นตามลักษณ์ทำนายแน่นอน จากลักษณ์ทำนายนี้ ความจริงคุณชายมิได้ให้ความสำคัญว่าจะลงเอยกับนางได้หรือไม่ ฮุ่ยมีความหมายว่ามอบให้ ใช้ตัวฮุ่ยเป็นชื่อ ประกอบกับวันเดือนปีเกิดของคุณชาย สามารถเห็นได้ว่าคุณชายมีนิสัยถือดี ชื่นชมบุปผาเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองว่าดี ความรักของคนประเภทนี้มักไม่เป็นดังหวัง เขาจะมอบให้อย่างลับ ๆ ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงเอย”ฮุ่ยอวิ่นไม่เชื่อท่าเดียว เขายิ้มเย็นชืด “อื่ม ขอบคุณคุณชายที่ทำนายตัวอักษรให้ จริงสิ ไม่ทราบว่าคุณชายจะบอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับข้าน้อยได้หรือไม่?”นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เขาวิ่งโร่มาแต่เช้าจ่านเหยียนเอ่ย “เมื่อวิญญาณมังกรมาถึงเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านเอง”“ประมาณเมื่อไรจึงจะมาถึงหรือ? ผู้ใดส่งมา?” ฮุ่ยอวิ่นถามต่อจ่านเหยียนยิ้มน้อย ๆ “มีบางเรื่อง คุณชายมิจำเป็นต้องรู้”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ แล้วมองจ่านเหยียน “ข้าน้อยคิดว่า มิมีเรื่องใดที่บอกกับคนไม่ได้”จ่านเหยียนขำพรืด “คำพูดนี้ ข้าคิดว่าไม่สมควรออกมาจากคุณชายฮุ่ยอวิ่นแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง”เรื่องของเซ่อเจิ้งอ๋องที่บอกคนไม่ได้มีน้อยหรือ?ฮุ่ยอวิ่นเร

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status