ลี่อินมองดูเสบียงที่นางมีก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะว่ามันเหลือน้อยเต็มทน ของที่นางปลูกไว้ก็ยังไม่สามารถนำมาทำอะไรได้ จึงจำเป็นจะต้องเข้าป่าหาเสบียงเก็บไว้ทำอาหาร ในระหว่างที่รอพืชผลที่ปลูกไว้โตพอเก็บกินได้เสียก่อน
หญิงสาวได้พาเสี่ยวเหลียนน้อยไปฝากป้าเจียงไว้ก่อน เด็กน้อยรู้ว่ามารดาต้องทำงานก็ไม่ได้งอแงให้รำคาญใจ นางเพียงแค่เบะปากทำปากยื่นน้ำตาคลอหน่วย แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา ราวกับว่าเสี่ยวเหลียนพยายามจะไม่ทำให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เสี่ยวเหลียนจะเป็นเด็กดีรอท่านแม่กลับมารับกลับบ้าน
“ท่านป้าเจียงข้าฝากเสี่ยวเหลียนก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะรีบไปรีบกลับไม่รบกวนท่านนาน” ลี่อินบอกกับท่านป้าเจียงด้วยความเกรงใจ แม้ไม่อยากจะเป็นภาระใครแต่เรื่องปากท้องก็สำคัญเช่นกัน
“เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้า นางเลี้ยงง่ายจะตายเจ้าไปเถอะ เข้าป่าคนเดียวดูแลตัวเองให้ดี” ป้าเจียงรับเจ้าเด็กน้อยมาอุ้มไว้ ก่อนที่แม่ของเจ้าเด็กอ้วนในอ้อมแขนจะเข้าป่า ป้าเจียงจึงได้เตือนให้ระมัดระวังตัว เป็นเพียงสตรีร่างเล็กเข้าป่าคนเดียวอันตรายมีรอบด้าน
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า ข้าจะระวังตัวให้ดี” หญิงสาวกล่าวขอบคุณท่านป้าเจียงอย่างซาบซึ้งใจ ที่คอยเป็นห่วงตนเสมอมา
หลังจากที่นำบุตรสาวไปฝากท่านป้าเจียงไว้แล้ว ลี่อินได้มุ่งหน้าเข้าป่าทันที นางตั้งใจว่าจะไม่เข้าไปลึกเพราะไม่รู้ว่าจะมีสัตว์อันตรายหรือไม่ จะเข้าไปเพียงส่วนกลางของป่าก็พอ
ลี่อินสะพายกระบุงไว้ด้านหลังข้างในกระบุงมีมีด กระบอกน้ำ และกล้วยอีกห้าลูก เผื่อว่ายามเดินเหนื่อยแล้วหิวจะได้มีอะไรไว้กินรองท้อง นางกะไว้ว่าจะหาของกินให้ได้เต็มกระบุงที่เตรียมมา ตนกับเสี่ยวเหลียนก็จะมีเสบียงไว้กินได้ครึ่งเดือนพอดี
เดินเข้าป่ามาได้หนึ่งเค่อ (15 นาที) ลี่อินก็พบเข้ากับแหนงหน่อไม้ที่อ่อนกำลังดี หญิงสาวจึงได้หักเก็บไว้เป็นกำแล้วใช้เถาวัลย์ผูกไว้เป็นมัด จากนั้นจึงเก็บใส่กระบุง
ลี่อินเดินไปตามป่าไผ่ต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อตามหาเห็ดเยื่อไผ่ที่มักจะขึ้นตามป่าไผ่ จะได้เก็บไว้มาตากแห้งเพื่อถนอมอาหาร หรือทำน้ำแกงเห็ดซดตอนร้อน ๆ ก็อร่อยดี และก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวผิดหวัง เพราะเพียงมองรอบป่าไผ่ เห็ดที่นางตามหาเกิดขึ้นเยอะมากจนลี่อินไม่ต้องเดินหาให้เมื่อย
เมื่อเก็บเห็ดจนพอใจแล้วหญิงสาวก็ได้เดินออกจากป่าไผ่ นางเดินลึกเข้าป่าไปเรื่อยจนไปเจอเข้ากับต้นพุทราจีนผลดก
“นั่น ๆ ต้นพุทรานี่ ลูกดกเสียด้วย ข้าจะเก็บเจ้าไปเยอะ ๆ เลย” ลี่อินยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ นางเบื่อกล้วยเต็มทนแล้ว คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ยอมเดินลึกเข้ามาอีกหน่อย
หญิงสาวเก็บลูกพุทราเต็มห่อผ้า ก่อนจะสะพายกระบุงเดินทางต่ออีกนิด ในใจเผื่อว่าจะเจออะไรที่สามารถนำกลับไปได้อีก
และก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังจริง ๆ เพราะนางบังเอิญเก็บไข่ไก่ป่าได้หลายฟอง ใจจริงอยากจะได้ไก่ป่าสักตัวไว้ทำอาหารให้บุตรสาว อยากจะให้เสี่ยวเหลียนได้กินเนื้อกับเขาบ้าง แต่ติดตรงที่ไก่วิ่งเร็วเกินไปนางตามไม่ทันสักตัว ไก่หนีไปจนหมดเหลือเพียงไข่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
“ได้ไข่ก็ยังดี เจ้าลูกหมีข้าต้องได้กินไข่ คิกคิก” แม้จะผิดหวังไม่ได้กินเนื้อ แต่มีไข่ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ลี่อินเดินวนอยู่ในป่าสักพักนางก็ได้หัวมันหวาน เห็ดโคน เห็ดหูหนู และผักอีกนิดหน่อย จึงได้ตัดสินใจว่าจะกลับหมู่บ้าน เพราะยามนี้ก็น่าจะเลยยามเว่ย (13.00-14.59 น.) กว่าจะเดินกลับถึงหมู่บ้านก็คงจะเย็นพอดี
ก่อนจะเดินย้อนกลับมาถึงป่าไผ่ หญิงสาวเห็นต่อไม้ตรงหน้าเหมือนมีเห็ดบางอย่างขึ้นอยู่ มันเกิดตามต่อไม้แห้งประมาณห้าดอก ด้วยความสงสัยลี่อินจึงเดินเข้าไปดู ลักษณะของมันเป็นดอกใหญ่สีแดงก่ำแข็ง ๆ รูปร่างคล้ายเปลือกหอยเชลล์
“เอ๊ะ! หรือว่าจะเป็นเห็ดหลินจือ โหยยย อุตส่าห์เจอของดีจะดอกใหญ่กว่านี้ก็ไม่ได้” เพราะที่เห็นเรียงรายกันอยู่มีแต่ดอกเท่าฝ่ามือ ลี่อินจัดการใช้มีดแซะจนหลุดออกมาจากตอไม้ทั้งห้าดอก แล้วเก็บทั้งหมดเข้าไว้ในกระบุงจากนั้นจึงนำใบไม้มาคลุมปิดไว้อีกชั้นเพื่อไม่ให้โดนแดด ผักและเห็ดที่เก็บมาได้จะได้ไม่เหี่ยวเฉาก่อนจะถึงบ้าน
ระหว่างที่ลี่อินกำลังจะเดินออกมาจากป่าไผ่ นางกลับได้ยินเสียงของใครบางคน เหมือนกำลังจะไล่ตัวอะไรอยู่
“ออกไปให้ห่างจากข้านะ ชิ่ว ชิ่ว”
เสียงที่ดังออกมาไม่ไกลจากที่ลี่อินยืนอยู่เท่าไหร่ นางจึงได้เดินตามเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเจอกับชายผู้หนึ่งกำลังถือไม้อยู่ในมือ จากนั้นก็ฟาดไปมาใส่เจ้าสิ่งนั้นไม่หยุดเมื่อลี่อินเพ่งสายตามมองให้ดีแล้ว หญิงสาวเจอกับงูตัวยาวเฟื้อยกำลังชูคอเตรียมเข้าหาชายตรงหน้า แล้วทำไมเขาถึงไม่รีบออกไปจากตรงนั้น จะยืนอยู่ให้มันฉกทำไม“โอ๊ย!” ชายผู้นั้นร้องลั่น พร้อมกับทิ้งไม้ที่อยู่ในมือจับกุมตรงขาที่ถูกงูฉกแต่เหมือนว่าเจ้างูตัวนั้นไม่ยอมจากไปง่าย ๆ จะเข้าไปฉกซ้ำอีกรอบให้ได้ หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงได้มองหาไม้ที่อยู่ใกล้มือ ฟาดเข้าใส่งูเต็มแรงจนมันลงไปนอนดิ้นบนพื้น ลี่อินจึงฟาดไม้ซ้ำอีกหลายทีจนแน่ใจแล้วว่ามันตายในที่สุด“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านถูกกัดนี่” หญิงสาวรีบเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล เพราะนางไม่รู้ว่าเจ้างูตัวนั้นเป็นงูชนิดใดและมีพิษหรือไม่นางใช้มีดกรีดชายกระโปรงของตน นำมามัดเหนือบาดแผลที่ถูกฉกไว้ให้แน่น ก่อนจะมองรอบ ๆ เพื่อหาบางอย่าง“นั่นไงเจอแล้ว” เมื่อเจอเป้าหมาย ร่างบางจึงได้รีบวิ่งไปหาสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วรีบขุดเอารากของรางจืดขึ้นมา นำเอาแต่ส่วนรากมาล้างน้ำให้สะอาด แต่ต้องบดให้ละเอียด
“ท่านหมอขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยขอรับ” บ่าวทั้งสองเมื่อพาเจ้านายของตนเองมาถึงยังโรงหมอ พวกเขารีบแบกเจ้านายหนุ่มเข้าไปด้านในทันที พร้อมกับร้องเรียกหมอเสียงดังอย่างร้อนรนท่านหมอชราเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียก จึงได้รีบร้อนออกมาดู“รีบ ๆ พาเข้ามาด้านในเลย นั่นเป็นอะไรมาหรือ” ท่านหมอสอบถามสาเหตุเบื้องต้น พร้อมกับรีบเดินไปเปิดประตูห้องพักผู้ป่วย“ถูกงูกัดมาขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยเถอะท่านหมอ” บ่าวชายร่างใหญ่โตผู้แบกเจ้านายหนุ่มเข้ามา พูดด้วยอาการเหนื่อยหอบ ภายในใจก็ยังเป็นกังวลอยู่ว่าผู้เป็นนายจะเป็นอะไรมากหรือไม่“โอ้ พาคุณชายไปที่เตียงคนไข้ก่อน แล้วรู้หรือไม่ว่าเป็นงูชนิดใด” ท่านหมอรีบเตรียมอุปกรณ์การรักษาออกมาในทันที เมื่อทราบแล้วว่าคนไข้เป็นอะไรมา“นี่ขอรับท่านหมอ” บ่าวชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน รีบนำงูชะตาขาดตัวนั้นออกมาให้ท่านหมอดูหลังจากนั้นท่านหมอได้ตรวจชีพจร และเปิดเปลือกตาของผู้ป่วยดูอาการ ดูเหมือนว่าจะยังโชคดีอยู่มาก เมื่อตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วพิษงูได้เจือจางไปมาก และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดีมากเช่นกัน เขาเป็นหมอต้องชื่นชมในการรักษาเบื้องต้น ทั้งยังรอบคอบโดยการนำงูร้ายตัวนั้นมา
ด้านลี่อินที่เดินออกมาพ้นจากแนวป่าแล้ว หญิงสาวได้นำของที่หาได้ไปเก็บที่กระท่อมหลังน้อยก่อน ล้างเนื้อล้างตัวให้เรียบร้อยก่อนจะไปรับบุตรสาวกลับบ้าน ป่านนี้เจ้าลูกหมีน้อยของนางคงจะงอแงร้องหาตนแล้ว“เสี่ยวเหลียนแม่มาแล้ว” ลี่อินร้องเรียกเจ้าตัวน้อยมาแต่ไกล เมื่อเห็นว่าท่านป้าเจียงพานางออกมานั่งรออยู่ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน คงจะออกมารอนางกระมังนั่งชะเง้อคอมองซะขนาดนั้น“ยาย แม่” มือน้อย ๆ ชี้มาทางมารดา เพื่อบอกให้ท่านยายเจียงรู้ว่าท่านแม่มาแล้ว ทั้งยังยิ้มจนเห็นฟันสองซี่ที่เพิ่งจะขึ้นอีกด้วย“พอเจอหน้าแม่ลืมยายอย่างข้าเลยนะเสี่ยวเหลียน” ป้าเจียงเอ่ยหยอกเย้าเด็กน้อย พอเสี่ยวเหลียนได้อยู่ในอ้อมกอดมารดา ทั้งอ้อนทั้งหอมไม่สนใจนางอีกเลย“ขอบคุณท่านป้ามากนะเจ้าคะ ที่ช่วยดูแลเสี่ยวเหลียนให้ข้า” ลี่อินโค้งตัวเล็กน้อย ขอบคุณที่ป้าเจียงช่วยดูแลบุตรสาวให้ระหว่างที่นางเข้าป่า“ไม่เป็นไร เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้าคนหนึ่ง” อยู่กับเสี่ยวเหลียนนางไม่เหงาเลยสนุกเสียด้วยซ้ำ“ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะท่านป้า” เมื่อเห็นว่ารบกวนท่านป้าเจียงมานานแล้ว หญิงสาวจึงได้ขอตัวลาท่านป้าเจียงจะได้พักผ่อนเ
ตั้งแต่วันที่ลี่อินได้ช่วยชายแปลกหน้าเอาไว้ ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว หญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้หวังว่าชายผู้นั้นจะถึงโรงหมอได้ทันการ และยังมีช่วยชีวิตอยู่ไม่ตายไปเสียก่อนส่วนเสี่ยวเหลียนน้อยอายุนางหนึ่งหนาวกับอีกสามเดือนแล้ว ลี่อินไม่รู้ว่าเจ้าลูกหมีน้อยเกิดวันเดือนอะไร นางจึงถือว่าวันที่ได้พบหน้ากันครั้งแรกเป็นวันเกิดของเสี่ยวเหลียนแทนค่ำคืนนี้สองแม่ลูกจึงได้ฉลองวันเกิดกันสองคน ลี่อินทำซาลาเปาเป็นรูปหมูสีชมพูลูกขาวอวบ วางเรียงกันสี่ลูกแทนเค้กปักด้วยเทียนอันเล็กหนึ่งเล่ม ก็เป็นอันเสร็จพร้อมร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนได้“เสี่ยวเหลียนอย่าเพิ่งกินลูก ร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนก่อน” หญิงสาวรีบคว้ามือเล็ก ๆ นั้นไว้เกือบไม่ทัน แรงม้าที่ว่าวิ่งเร็วแล้วยังเร็วไม่เท่ากับมือเจ้าลูกหมีของนางเลย ยิ่งช่วงวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น เผลอเป็นไม่ได้ต้องคว้าของเอาเข้าปากตลอด“หม่ำๆ” เหนือสิ่งอื่นใดคือซาลาเปาลูกโตช่างน่ากินนัก นางนั่งมองจนน้ำลายสอหมดแล้ว ท่านแม่ก็ยังมิยอมให้ตนได้หม่ำสักที“เรามาร้องเพลงวันเกิดก่อน เสี่ยวเหลียนช่วยแม่ปรบมือด้วยนะ” ลี่อินบอกแก่เจ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตัก ที่เอาแต่จะคว
ที่ว่าการอำเภอฮุ่ยหมิ่นตรวจสอบเอกสารอย่างขะมักเขม้น เขาต้องสะสางปัญหามากมายที่สะสมมาตั้งแต่นายอำเภอคนก่อน เพราะนายอำเภอคนก่อนต้องโทษการทุจริตในหน้าที่ ติดสินบนขุนนางน้อยใหญ่ เปิดโอกาสให้พวกพ่อค้าคนกลาง เอารัดเอาเปรียบชาวบ้านจนได้รับความเดือดร้อนเขาที่เพิ่งได้เข้ารับตำแหน่งรักษาการแทน ต้องทำงานหนักแทบจะไม่ได้พักผ่อน ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เข้ามาร้องทุกข์ก็ช่างมากมายเหลือเกิน“คุณชายขอรับ” อาเปาที่กลับมาจากการทำธุระให้กับผู้เป็นนาย ยามนี้เขาต้องการคำสั่งต่อไปเพื่อจะได้ทำภารกิจให้สำเร็จ“ได้ความว่าอย่างไรบ้าง” ฮุ่ยหมิ่นละสายตาจากงานตรงหน้า เอ่ยถามคนสนิทในทันทีที่อาเปามาถึง“ข้าสอบถามจากหัวหน้าหมู่บ้านหงชุน ได้ความมาว่าแม่นางลี่อินอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกับบุตรสาวขอรับ” แต่ทว่าอาเปายังรายงานไม่ทันจบ คุณชายของตนกลับพูดขึ้นเสียก่อน“มีบุตรแล้วหรือ” ชายหนุ่มถอนหายใจ นางมีบุตรแล้วเช่นนั้นหรือแล้วบุรุษคนใดเป็นผู้โชคดีกัน เสียดายที่ตัวเขาได้พบกับนางช้าเกินไป“เอ่อ.. คือคุณชายขอรับ” อาเปาที่เห็นคุณชายเอาแต่นิ่งเงียบ จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดต่อดีหรือไม่ เพียงเห็นสีหน้าเขาก็รู้แล้วว่าคุณชายรู้
ยามเฉิน(07.00-08.59 น.) หลังจากที่ลี่อินรดน้ำสวนผักหลังกระท่อมน้อยเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงได้อุ้มเสี่ยวเหลียนออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังเรือนหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อทำการเจรจาขอซื้อที่ดินจำนวนห้าหมู่ ตรงกระท่อมน้อยที่นางกับบุตรสาวใช้พักอาศัยเพราะเกรงว่าหากช้าไปมากกว่านี้จะมีผู้มาขอซื้อไปก่อน พื้นที่ตรงนั้นเป็นทำเลดีสำหรับลี่อิน นางสามารถปลูกผักและทำการเกษตรได้ง่าย เนื่องจากใกล้กับคลองน้ำสะดวกต่อการรดน้ำผัก และยังง่ายต่อการนำมาใช้สอยอุปโภคบริโภคด้วยลี่อินดีใจมากที่ได้พบกระเป๋าเดินทาง ไม่เช่นนั้นต่อให้ทำงานให้ตายก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหาเงินจำนวนยี่สิบตำลึงได้ครบ ลำพังแค่ขายพืชผลที่หามาได้ทั้งเดือน เก็บเงินได้เพียงแค่สิบอีแปะเท่านั้นลี่อินใช้เวลาเดินในไปเรือนหัวหน้าหมู่บ้านถึงสองเค่อ (30นาที) ไม่ใช่เพราะว่ากระท่อมของนางอยู่ไกลมากแต่อย่างใด แต่เพราะเจ้าตัวน้อยอยากจะลงเดินเอง ทั้งที่แค่จะยืนด้วยขาตนเองยังโยกเยกไปมา ไม่ค่อยจะมั่นคงกว่าจะไปได้แต่ละก้าว ลี่อินก็แทบอยากจะอ้อนวอนขอให้ท่านแม่อุ้มเจ้าเถอะนะเสี่ยวเหลียน“เสี่ยวเหลียนมาให้แม่อุ้มเจ้าเถอะ ให้เจ้าเดินเองเมื่อไหร่จะถึงบ้านท่านลุงหวงล่ะลู
“คือข้ามีเงินซื้อนะเจ้าคะท่านลุง ข้านำเครื่องประดับที่ติดตัวมาไปขายเจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดโป้ปดเรื่องที่นำเครื่องประดับไปขายอะไรนั่นไม่มีหรอก ถ้าบอกว่านางมีเงินหลายพันตำลึงในกระเป๋าวิเศษก็คงถูกหาว่าบ้า“ลุงก็ไม่ได้ว่าอันใดเจ้า ลุงแค่ไม่เข้าใจซื้อที่ไปแล้วไยต้องมาซื้ออีก” ก็เมื่อไม่นานมานี้มีคนของท่านนายอำเภอมาขอซื้อที่จำนวนแปดหมู่ แล้วยังบอกด้วยว่าแม่นางลี่อินวานเป็นธุระให้ เพราะกลัวว่านางไม่ใช่คนในหมู่บ้าน จะไม่ยอมขายให้คนต่างถิ่นที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แล้ววันนี้นังหนูลี่อินถึงได้มาถามซื้ออีกได้เล่า“อะไรนะเจ้าคะ มีคนซื้อไปแล้วหรือ โธ่! ข้ามาช้าไปหรือนี่” หญิงสาวทำหน้าบอกบุญไม่รับ นางก็อุตส่าห์เร่งรีบมาขอซื้อทันทีที่มีตำลึงเงิน แต่นี่อะไรนางมาช้าเกินไป แล้วผู้ใดที่มาขอซื้อไปก่อนนางกันแบบนี้นางกับเสี่ยวเหลียนจะไปอยู่ที่ไหน“อ้าว! ก็เจ้าวานให้คนของท่านนายอำเภอมาซื้อที่ให้มิใช่หรือ ซื้อไปทั้งหมดแปดหมู่เชียวนะ” ท่านลุงหวงถามอย่างแปลกใจ เหตุใดถึงได้ทำเหมือนไม่รู้เรื่อง“ข้าไม่เคยรู้จักคนของนายอำเภอนะเจ้าคะท่านลุง นายอำเภอคือผู้ใดหน้าตาอย่างไรข้าก็ยังไม่รู้จักเจ้าค่ะ” คิ้วบางขมวดมุ่น นอกจากเข้
หลังจากได้ไปพูดคุยกับท่านลุงหวงเรื่องซื้อที่ดินเมื่อสามวันก่อน ลี่อินคิดว่าต้องหาเวลาไปหาท่านนายอำเภอให้ได้ในสักวัน เหตุใดคนไม่รู้จักกันจึงต้องซื้อที่ดินให้นางกันนะ ไม่ว่าหญิงสาวจะพยายามคิดเช่นไรก็คิดไม่ออก นางมั่นใจว่าไม่รู้จักกับท่านนายอำเภออย่างแน่นอนเอาไว้ได้เจอกับท่านนายอำเภอเมื่อไหร่ จะนำยี่สิบตำลึงคืนให้เป็นค่าที่ดินก็แล้วกัน ตอนนี้นางจะต้องหาช่างมาสร้างเรือนใหม่เสียก่อน กระท่อมที่อาศัยอยู่ก็แทบจะพังแล้วด้วยซ้ำ ลมพัดมาเมื่อใดหลังคากระท่อมน้อยแทบจะเปิดปลิวออกไปทั้งหลังคืนนี้ระหว่างที่กล่อมเสี่ยวเหลียนหลับไปแล้ว ลี่อินจึงนั่งวาดแบบบ้านที่นางต้องการ พรุ่งนี้จะได้วานท่านลุงหวงแนะนำนายช่างให้ แล้วค่อยเอาแบบบ้านให้เหล่านายช่างดูภายหลังลี่อินใช้ดินสอค่อย ๆ วาดลงสมุด โชคดีนักที่ได้กระเป๋าสารพัดนึกมาครอบครอง มันสามารถทุ่นแรงไปได้เยอะเลย หากต้องให้ดิ้นรนใช้ชีวิตต่อไปมีหวังทั้งตัวนางเองทั้งเสี่ยวเหลียน ไม่รู้จะอดตายเมื่อใดจะได้ลืมตาอ้าปากเสียทีลี่อินนั่งวาดอยู่ไม่นานก็ได้แบบบ้านขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง บ้านที่ลี่อินต้องการจะสร้างเป็นบ้านชั้นเดียว หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ตัวบ้านทำจากไม้ทั้
“ขอบคุณท่านลุงมากเจ้าค่ะ” ลี่อินกล่าวขอบคุณท่านลุงหวงอย่างซาบซึ้งใจ ในน้ำใจที่ท่านลุงหวงกับภรรยามีให้กับนางและเสี่ยวเหลียนมาโดยตลอด“คุณท่างยุง” เสี่ยวเหลียนเห็นท่านแม่ขอบคุณท่านลุง นางจึงพยายามจะเลียนแบบมารดา ศีรษะเล็กถูกมัดผมจุกอย่างน่ารักผงกหัวงึก ๆ โยกจนหัวสั่นหัวคลอน“รู้ความนักนะตัวแค่นี้” ลุงหวงได้เอ็นดูนักก่อนกลับยังมอบขนมให้เสี่ยวเหลียนไปสองชิ้น เจ้าเด็กอ้วนได้ของที่ถูกใจถึงกับยิ้มจนหน้าบาน โบกไม้โบกมือลาท่านลุงเสียยกใหญ่ผ่านไปสองวันก็มีนายช่างมาหาลี่อินที่กระท่อมจริง ๆ คราแรกที่นายช่างมาถึงได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ บ้านที่หัวหน้าหมู่บ้านหวงแนะนำมาจะมีสภาพผุพังเต็มทน เจ้าของกระท่อมจะมีเงินจ้างพวกเขาหรืออย่างไรมาถึงที่แล้วจะถอยกลับก็ไม่ได้ คงต้องลองพูดคุยกันดูก่อนแล้วกัน นายช่างจึงได้ร้องเรียกเจ้าของกระท่อมว่าพวกตนได้มาถึงแล้ว“มีใครอยู่หรือไม่ ข้าเป็นนายช่างสร้างบ้านหัวหน้าหมู่บ้านหวงแนะนำข้ามา” นายช่างที่ดูแก่ที่สุดร้องเรียกคนภายในกระท่อมยืนรอไม่นานลี่อินจึงได้ออกมาต้อนรับ หญิงสาวอายอยู่สักหน่อยที่ภายในกระท่อมน้อยของนาง สภาพมิได้น่าดูนัก น้ำชาก็ไม่มีไว้สำหรั
หลังจากได้ไปพูดคุยกับท่านลุงหวงเรื่องซื้อที่ดินเมื่อสามวันก่อน ลี่อินคิดว่าต้องหาเวลาไปหาท่านนายอำเภอให้ได้ในสักวัน เหตุใดคนไม่รู้จักกันจึงต้องซื้อที่ดินให้นางกันนะ ไม่ว่าหญิงสาวจะพยายามคิดเช่นไรก็คิดไม่ออก นางมั่นใจว่าไม่รู้จักกับท่านนายอำเภออย่างแน่นอนเอาไว้ได้เจอกับท่านนายอำเภอเมื่อไหร่ จะนำยี่สิบตำลึงคืนให้เป็นค่าที่ดินก็แล้วกัน ตอนนี้นางจะต้องหาช่างมาสร้างเรือนใหม่เสียก่อน กระท่อมที่อาศัยอยู่ก็แทบจะพังแล้วด้วยซ้ำ ลมพัดมาเมื่อใดหลังคากระท่อมน้อยแทบจะเปิดปลิวออกไปทั้งหลังคืนนี้ระหว่างที่กล่อมเสี่ยวเหลียนหลับไปแล้ว ลี่อินจึงนั่งวาดแบบบ้านที่นางต้องการ พรุ่งนี้จะได้วานท่านลุงหวงแนะนำนายช่างให้ แล้วค่อยเอาแบบบ้านให้เหล่านายช่างดูภายหลังลี่อินใช้ดินสอค่อย ๆ วาดลงสมุด โชคดีนักที่ได้กระเป๋าสารพัดนึกมาครอบครอง มันสามารถทุ่นแรงไปได้เยอะเลย หากต้องให้ดิ้นรนใช้ชีวิตต่อไปมีหวังทั้งตัวนางเองทั้งเสี่ยวเหลียน ไม่รู้จะอดตายเมื่อใดจะได้ลืมตาอ้าปากเสียทีลี่อินนั่งวาดอยู่ไม่นานก็ได้แบบบ้านขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง บ้านที่ลี่อินต้องการจะสร้างเป็นบ้านชั้นเดียว หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ตัวบ้านทำจากไม้ทั้
“คือข้ามีเงินซื้อนะเจ้าคะท่านลุง ข้านำเครื่องประดับที่ติดตัวมาไปขายเจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดโป้ปดเรื่องที่นำเครื่องประดับไปขายอะไรนั่นไม่มีหรอก ถ้าบอกว่านางมีเงินหลายพันตำลึงในกระเป๋าวิเศษก็คงถูกหาว่าบ้า“ลุงก็ไม่ได้ว่าอันใดเจ้า ลุงแค่ไม่เข้าใจซื้อที่ไปแล้วไยต้องมาซื้ออีก” ก็เมื่อไม่นานมานี้มีคนของท่านนายอำเภอมาขอซื้อที่จำนวนแปดหมู่ แล้วยังบอกด้วยว่าแม่นางลี่อินวานเป็นธุระให้ เพราะกลัวว่านางไม่ใช่คนในหมู่บ้าน จะไม่ยอมขายให้คนต่างถิ่นที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แล้ววันนี้นังหนูลี่อินถึงได้มาถามซื้ออีกได้เล่า“อะไรนะเจ้าคะ มีคนซื้อไปแล้วหรือ โธ่! ข้ามาช้าไปหรือนี่” หญิงสาวทำหน้าบอกบุญไม่รับ นางก็อุตส่าห์เร่งรีบมาขอซื้อทันทีที่มีตำลึงเงิน แต่นี่อะไรนางมาช้าเกินไป แล้วผู้ใดที่มาขอซื้อไปก่อนนางกันแบบนี้นางกับเสี่ยวเหลียนจะไปอยู่ที่ไหน“อ้าว! ก็เจ้าวานให้คนของท่านนายอำเภอมาซื้อที่ให้มิใช่หรือ ซื้อไปทั้งหมดแปดหมู่เชียวนะ” ท่านลุงหวงถามอย่างแปลกใจ เหตุใดถึงได้ทำเหมือนไม่รู้เรื่อง“ข้าไม่เคยรู้จักคนของนายอำเภอนะเจ้าคะท่านลุง นายอำเภอคือผู้ใดหน้าตาอย่างไรข้าก็ยังไม่รู้จักเจ้าค่ะ” คิ้วบางขมวดมุ่น นอกจากเข้
ยามเฉิน(07.00-08.59 น.) หลังจากที่ลี่อินรดน้ำสวนผักหลังกระท่อมน้อยเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงได้อุ้มเสี่ยวเหลียนออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังเรือนหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อทำการเจรจาขอซื้อที่ดินจำนวนห้าหมู่ ตรงกระท่อมน้อยที่นางกับบุตรสาวใช้พักอาศัยเพราะเกรงว่าหากช้าไปมากกว่านี้จะมีผู้มาขอซื้อไปก่อน พื้นที่ตรงนั้นเป็นทำเลดีสำหรับลี่อิน นางสามารถปลูกผักและทำการเกษตรได้ง่าย เนื่องจากใกล้กับคลองน้ำสะดวกต่อการรดน้ำผัก และยังง่ายต่อการนำมาใช้สอยอุปโภคบริโภคด้วยลี่อินดีใจมากที่ได้พบกระเป๋าเดินทาง ไม่เช่นนั้นต่อให้ทำงานให้ตายก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหาเงินจำนวนยี่สิบตำลึงได้ครบ ลำพังแค่ขายพืชผลที่หามาได้ทั้งเดือน เก็บเงินได้เพียงแค่สิบอีแปะเท่านั้นลี่อินใช้เวลาเดินในไปเรือนหัวหน้าหมู่บ้านถึงสองเค่อ (30นาที) ไม่ใช่เพราะว่ากระท่อมของนางอยู่ไกลมากแต่อย่างใด แต่เพราะเจ้าตัวน้อยอยากจะลงเดินเอง ทั้งที่แค่จะยืนด้วยขาตนเองยังโยกเยกไปมา ไม่ค่อยจะมั่นคงกว่าจะไปได้แต่ละก้าว ลี่อินก็แทบอยากจะอ้อนวอนขอให้ท่านแม่อุ้มเจ้าเถอะนะเสี่ยวเหลียน“เสี่ยวเหลียนมาให้แม่อุ้มเจ้าเถอะ ให้เจ้าเดินเองเมื่อไหร่จะถึงบ้านท่านลุงหวงล่ะลู
ที่ว่าการอำเภอฮุ่ยหมิ่นตรวจสอบเอกสารอย่างขะมักเขม้น เขาต้องสะสางปัญหามากมายที่สะสมมาตั้งแต่นายอำเภอคนก่อน เพราะนายอำเภอคนก่อนต้องโทษการทุจริตในหน้าที่ ติดสินบนขุนนางน้อยใหญ่ เปิดโอกาสให้พวกพ่อค้าคนกลาง เอารัดเอาเปรียบชาวบ้านจนได้รับความเดือดร้อนเขาที่เพิ่งได้เข้ารับตำแหน่งรักษาการแทน ต้องทำงานหนักแทบจะไม่ได้พักผ่อน ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เข้ามาร้องทุกข์ก็ช่างมากมายเหลือเกิน“คุณชายขอรับ” อาเปาที่กลับมาจากการทำธุระให้กับผู้เป็นนาย ยามนี้เขาต้องการคำสั่งต่อไปเพื่อจะได้ทำภารกิจให้สำเร็จ“ได้ความว่าอย่างไรบ้าง” ฮุ่ยหมิ่นละสายตาจากงานตรงหน้า เอ่ยถามคนสนิทในทันทีที่อาเปามาถึง“ข้าสอบถามจากหัวหน้าหมู่บ้านหงชุน ได้ความมาว่าแม่นางลี่อินอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกับบุตรสาวขอรับ” แต่ทว่าอาเปายังรายงานไม่ทันจบ คุณชายของตนกลับพูดขึ้นเสียก่อน“มีบุตรแล้วหรือ” ชายหนุ่มถอนหายใจ นางมีบุตรแล้วเช่นนั้นหรือแล้วบุรุษคนใดเป็นผู้โชคดีกัน เสียดายที่ตัวเขาได้พบกับนางช้าเกินไป“เอ่อ.. คือคุณชายขอรับ” อาเปาที่เห็นคุณชายเอาแต่นิ่งเงียบ จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดต่อดีหรือไม่ เพียงเห็นสีหน้าเขาก็รู้แล้วว่าคุณชายรู้
ตั้งแต่วันที่ลี่อินได้ช่วยชายแปลกหน้าเอาไว้ ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว หญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้หวังว่าชายผู้นั้นจะถึงโรงหมอได้ทันการ และยังมีช่วยชีวิตอยู่ไม่ตายไปเสียก่อนส่วนเสี่ยวเหลียนน้อยอายุนางหนึ่งหนาวกับอีกสามเดือนแล้ว ลี่อินไม่รู้ว่าเจ้าลูกหมีน้อยเกิดวันเดือนอะไร นางจึงถือว่าวันที่ได้พบหน้ากันครั้งแรกเป็นวันเกิดของเสี่ยวเหลียนแทนค่ำคืนนี้สองแม่ลูกจึงได้ฉลองวันเกิดกันสองคน ลี่อินทำซาลาเปาเป็นรูปหมูสีชมพูลูกขาวอวบ วางเรียงกันสี่ลูกแทนเค้กปักด้วยเทียนอันเล็กหนึ่งเล่ม ก็เป็นอันเสร็จพร้อมร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนได้“เสี่ยวเหลียนอย่าเพิ่งกินลูก ร้องเพลงวันเกิดแล้วเป่าเทียนก่อน” หญิงสาวรีบคว้ามือเล็ก ๆ นั้นไว้เกือบไม่ทัน แรงม้าที่ว่าวิ่งเร็วแล้วยังเร็วไม่เท่ากับมือเจ้าลูกหมีของนางเลย ยิ่งช่วงวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น เผลอเป็นไม่ได้ต้องคว้าของเอาเข้าปากตลอด“หม่ำๆ” เหนือสิ่งอื่นใดคือซาลาเปาลูกโตช่างน่ากินนัก นางนั่งมองจนน้ำลายสอหมดแล้ว ท่านแม่ก็ยังมิยอมให้ตนได้หม่ำสักที“เรามาร้องเพลงวันเกิดก่อน เสี่ยวเหลียนช่วยแม่ปรบมือด้วยนะ” ลี่อินบอกแก่เจ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตัก ที่เอาแต่จะคว
ด้านลี่อินที่เดินออกมาพ้นจากแนวป่าแล้ว หญิงสาวได้นำของที่หาได้ไปเก็บที่กระท่อมหลังน้อยก่อน ล้างเนื้อล้างตัวให้เรียบร้อยก่อนจะไปรับบุตรสาวกลับบ้าน ป่านนี้เจ้าลูกหมีน้อยของนางคงจะงอแงร้องหาตนแล้ว“เสี่ยวเหลียนแม่มาแล้ว” ลี่อินร้องเรียกเจ้าตัวน้อยมาแต่ไกล เมื่อเห็นว่าท่านป้าเจียงพานางออกมานั่งรออยู่ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน คงจะออกมารอนางกระมังนั่งชะเง้อคอมองซะขนาดนั้น“ยาย แม่” มือน้อย ๆ ชี้มาทางมารดา เพื่อบอกให้ท่านยายเจียงรู้ว่าท่านแม่มาแล้ว ทั้งยังยิ้มจนเห็นฟันสองซี่ที่เพิ่งจะขึ้นอีกด้วย“พอเจอหน้าแม่ลืมยายอย่างข้าเลยนะเสี่ยวเหลียน” ป้าเจียงเอ่ยหยอกเย้าเด็กน้อย พอเสี่ยวเหลียนได้อยู่ในอ้อมกอดมารดา ทั้งอ้อนทั้งหอมไม่สนใจนางอีกเลย“ขอบคุณท่านป้ามากนะเจ้าคะ ที่ช่วยดูแลเสี่ยวเหลียนให้ข้า” ลี่อินโค้งตัวเล็กน้อย ขอบคุณที่ป้าเจียงช่วยดูแลบุตรสาวให้ระหว่างที่นางเข้าป่า“ไม่เป็นไร เสี่ยวเหลียนก็เหมือนหลานข้าคนหนึ่ง” อยู่กับเสี่ยวเหลียนนางไม่เหงาเลยสนุกเสียด้วยซ้ำ“ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะท่านป้า” เมื่อเห็นว่ารบกวนท่านป้าเจียงมานานแล้ว หญิงสาวจึงได้ขอตัวลาท่านป้าเจียงจะได้พักผ่อนเ
“ท่านหมอขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยขอรับ” บ่าวทั้งสองเมื่อพาเจ้านายของตนเองมาถึงยังโรงหมอ พวกเขารีบแบกเจ้านายหนุ่มเข้าไปด้านในทันที พร้อมกับร้องเรียกหมอเสียงดังอย่างร้อนรนท่านหมอชราเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียก จึงได้รีบร้อนออกมาดู“รีบ ๆ พาเข้ามาด้านในเลย นั่นเป็นอะไรมาหรือ” ท่านหมอสอบถามสาเหตุเบื้องต้น พร้อมกับรีบเดินไปเปิดประตูห้องพักผู้ป่วย“ถูกงูกัดมาขอรับ ช่วยคุณชายข้าด้วยเถอะท่านหมอ” บ่าวชายร่างใหญ่โตผู้แบกเจ้านายหนุ่มเข้ามา พูดด้วยอาการเหนื่อยหอบ ภายในใจก็ยังเป็นกังวลอยู่ว่าผู้เป็นนายจะเป็นอะไรมากหรือไม่“โอ้ พาคุณชายไปที่เตียงคนไข้ก่อน แล้วรู้หรือไม่ว่าเป็นงูชนิดใด” ท่านหมอรีบเตรียมอุปกรณ์การรักษาออกมาในทันที เมื่อทราบแล้วว่าคนไข้เป็นอะไรมา“นี่ขอรับท่านหมอ” บ่าวชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน รีบนำงูชะตาขาดตัวนั้นออกมาให้ท่านหมอดูหลังจากนั้นท่านหมอได้ตรวจชีพจร และเปิดเปลือกตาของผู้ป่วยดูอาการ ดูเหมือนว่าจะยังโชคดีอยู่มาก เมื่อตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วพิษงูได้เจือจางไปมาก และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดีมากเช่นกัน เขาเป็นหมอต้องชื่นชมในการรักษาเบื้องต้น ทั้งยังรอบคอบโดยการนำงูร้ายตัวนั้นมา
เสียงที่ดังออกมาไม่ไกลจากที่ลี่อินยืนอยู่เท่าไหร่ นางจึงได้เดินตามเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเจอกับชายผู้หนึ่งกำลังถือไม้อยู่ในมือ จากนั้นก็ฟาดไปมาใส่เจ้าสิ่งนั้นไม่หยุดเมื่อลี่อินเพ่งสายตามมองให้ดีแล้ว หญิงสาวเจอกับงูตัวยาวเฟื้อยกำลังชูคอเตรียมเข้าหาชายตรงหน้า แล้วทำไมเขาถึงไม่รีบออกไปจากตรงนั้น จะยืนอยู่ให้มันฉกทำไม“โอ๊ย!” ชายผู้นั้นร้องลั่น พร้อมกับทิ้งไม้ที่อยู่ในมือจับกุมตรงขาที่ถูกงูฉกแต่เหมือนว่าเจ้างูตัวนั้นไม่ยอมจากไปง่าย ๆ จะเข้าไปฉกซ้ำอีกรอบให้ได้ หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงได้มองหาไม้ที่อยู่ใกล้มือ ฟาดเข้าใส่งูเต็มแรงจนมันลงไปนอนดิ้นบนพื้น ลี่อินจึงฟาดไม้ซ้ำอีกหลายทีจนแน่ใจแล้วว่ามันตายในที่สุด“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านถูกกัดนี่” หญิงสาวรีบเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล เพราะนางไม่รู้ว่าเจ้างูตัวนั้นเป็นงูชนิดใดและมีพิษหรือไม่นางใช้มีดกรีดชายกระโปรงของตน นำมามัดเหนือบาดแผลที่ถูกฉกไว้ให้แน่น ก่อนจะมองรอบ ๆ เพื่อหาบางอย่าง“นั่นไงเจอแล้ว” เมื่อเจอเป้าหมาย ร่างบางจึงได้รีบวิ่งไปหาสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วรีบขุดเอารากของรางจืดขึ้นมา นำเอาแต่ส่วนรากมาล้างน้ำให้สะอาด แต่ต้องบดให้ละเอียด