“เจ้า..เจ้าพูดอีกทีซิว่าเจ้าทำอันใด” เว่ยเหวินเซียนเอ่ยถามเพราะไม่อยากเชื่อหูตนเอง
แว็บแรกที่ได้ยินทำให้อ๋องหนุ่มคิดถึงคำพูดของฉุยฉุยที่สนทนากับเขาก่อนหน้า เขามัวแต่หวาดระแวงว่าผู้อื่นจะทำร้ายพระชายาของตน ทว่ากลับไม่เคยคิดว่าคนที่ข่มขู่และทำให้สตรีของเขาต้องหวาดกลัว จนพลัดตกลงมาจากหลังม้าคือคนข้างกายของเขาเอง
หญิงสาวทั้งสองที่ยังอ้าปากค้างกับคำสารภาพของหานสิงเวย ดึงสติกลับมาได้ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงของเว่ยเหวินเซียน ที่มีริ้วความเดือดดาลอีกทั้งปลายเสียงยังเจือความผิดหวังเอาไว้หลายส่วน สตรีทั้งสองหันไปยังบุรุษที่มีไอร้อนแห่งโทสะแผ่ออกมาจากวรกาย ครั้นเห็นเขากัดฟันจนเส้นเลือดขึ้นขมับ ก็คาดเดาว่าหานสิงเวยคงโดนลงทัณฑ์หนักไม่น้อยเป็นแน่
หานสิงเวยพอได้ยินน้ำเสียงของผู้เป็นนาย ก็โขกศีรษะพร้อมเอ่ยเสียงดัง “กระหม่อมทำผิดไปแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดลงทัณฑ์เถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เผยตั้นเยี่ยนรู้ว่ายามนี้เว่ยเหวินเซียนมีท่าทีอ่อนลงให้นางมากแล้ว นางจึงไม่ควรสอดมือไปทำให้เขาขุ่นเคือง แต่เนื่องจากตอนที่อ๋องหนุ่มโกรธนางเรื่องตราพยัคฆ์ หานสิงเวยก็เอ่ยช่วยให้เว่ยชิ
เมื่อหานสิงเวยออกไปแล้ว เว่ยเหวินเซียนจึงนึกขึ้นมาได้ว่าตนนั้นตกหลุมพรางของสตรีอ่อนแอตรงหน้าเข้าให้แล้ว จึงเปลี่ยนจากหันหน้ามองหญิงสาวเป็นนั่งตัวตรงหันหน้าไปหาฉากกั้นลม ก่อนจะกระแอมกระไอเสียงดังพร้อมตีหน้านิ่งเอ่ยเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก“ทุกคนออกไปแล้ว คงไม่ต้องลำบากเจ้าเล่นละครแล้วกระมัง”เขาใช้หางตาเหลือบมองหญิงสาว รอยยิ้มของนางถูกคำพูดของเขาช่วงชิงไปในชั่วพริบตา แววตาเศร้าฉายขึ้นแสดงแทนความรู้สึกในใจ สีหน้าหม่นหมองเจือความผิดหวัง เว่ยชินอ๋องถึงกับชะงักนิ่งทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงสาวเป็นเช่นนี้“เมื่อครู่หม่อมฉันหลงคิดว่าท่านอ๋องยังมีความรักหลงเหลือให้หม่อมฉันอยู่เสียอีก ที่แท้ท่านอ๋องก็เพียงแค่เล่นละครเท่านั้น หม่อมฉันเพ้อฝันไปเองทำเรื่องขายหน้าให้ท่านอ๋องขบขันแล้ว” เผยตั้นเยี่ยนเอ่ยพลางก้มหน้าลง ไม่กล้าสู้หน้าบุรุษตรงหน้า ครั้นรู้ว่าการกระทำเมื่อครู่ของบุรุษตรงหน้าเพียงแค่ไหลตามน้ำไปกับนางเท่านั้นความเย็นชาไร้เยื่อใยของเว่ยชินอ๋องที่แสดงออกมาทำให้สตรีเจ้าของเรือนรู้สึกเหมือนถูกกระชากหัวใจมาเหยียบย่ำเล่น ‘เจ้าโง่เองจ
เว่ยเหวินเซียนยื่นมือไปจับมือเผยตั้นเยี่ยน แต่นางกลับหลบมือหนีไม่ยอมให้เขาแตะต้อง อ๋องหนุ่มอ้าปากหมายจะอธิบาย แต่ทว่าฉุยฉุยกลับส่งเสียงขออนุญาตนำอาหารเข้ามาให้เสียก่อน ถึงบุรุษหนุ่มจะไม่เอ่ยตอบกลับเพราะอยากพูดกับภรรยาตัวน้อยตรงหน้าให้รู้เรื่องทว่าเผยตั้นเยี่ยนกลับเป็นคนอนุญาตให้สาวรับใช้ของตนเข้ามาโดยไม่สนใจว่าบุรุษตรงหน้าจะเอ่ยอันใด เพราะยามนี้คำพูดของเขาไม่ต่างอะไรกับยาพิษที่ทำให้คนกระอักเลือดได้ นางจึงไม่อยากได้ยินคำพูดของเขาแม้เพียงครึ่งคำเผยตั้นเยี่ยนทานอาหารที่ฉุยฉุยนำมาไม่กี่คำก็ให้สาวรับใช้คนสนิทยกสำรับออกไป ทว่าไม่ทันที่สาวใช้ข้างกายจะออกไปจากห้อง เสวี่ยเฟิงก็ตะโกนเสียงดังเพื่อขออนุญาตเจ้าของห้องก่อนเข้ามา แน่นอนว่าเผยตั้นเยี่ยนรู้ดีว่าคนของตนต้องมีความคืบหน้าบางอย่างมารายงาน จึงได้ตอบรับให้บ่าวรับใช้คนสนิทเขามาอย่างรวดเร็วเมื่อเสวี่ยเฟิงเข้ามาฉุยฉุยก็เดินออกไป ครั้นบ่าวรับใช้คนสนิทของเผยตั้นเยี่ยนเห็นเว่ยเหวินเซียนก็มิกล้ารายงานเรื่องที่ไปสืบมาได้เผยตั้นเยี่ยนเห็นสีหน้าคนของตนก็เข้าใจได้ในทันทีทันใด เพราะช่วงนี้เสวี่ยเฟิงต้องไปสืบเรื่องในอดี
“เจ้านำแบบพวกนี้ไปให้ท่านพี่ชิงหยางเลือกเถอะ ตอนที่ข้าให้ฉุยฉุยไปบอกกับท่านลุงว่าข้าต้องการให้ท่านลุงหาขนสุนัขจิ้งจอกดำให้ ฉุยฉุยบอกกับข้าว่าท่านพี่ชิงหยางก็ให้ท่านลุงหามาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่พบสักที เช่นนั้นขนสุนัขจิ้งจอกดำนี้ก็ให้กับคนที่ต้องการมันเถอะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อน ๆเดิมที่เผยตั้นเยี่ยนเห็นว่าเว่ยเหวินเซียนมักชอบไปทำเรื่องเสี่ยงด้วยตนเองบ่อยครั้ง และการแอบแฝงตัวหรือปกปิดตัวตนมักต้องใส่เสื้อผ้าสีดำสนิท และอีกไม่นานจะเข้าเหมันตฤดูแล้ว นางจึงอยากทำชุดคลุมสีดำให้กับเว่ยเหวินเซียนทว่ายามนี้เผยตั้นเยี่ยนคิดว่าหากให้ไปก็เกรงว่าเวยชินอ๋องจะเผาเสียคลุมทิ้ง จึงคิดว่าของที่หายากเช่นนี้อีกทั้งยังแลกมาด้วยชีวิต ถึงจะเป็นชีวิตของสัตว์ก็ตาม ก็ควรจะให้กับผู้ที่เห็นคุณค่าของมันเสวี่ยเฟิงมองหน้าคุณหนูของตนอย่างงุนงงสงสัย จนหัวคิ้วทั้งสองของเขาแทบชนกัน เพราะไม่ง่ายเลยที่จะได้ขนสุนัขจิ้งจอกดำสนิทมา แต่คุณหนูเผยตั้นเยี่ยนกลับยกให้ลูกพี่ลูกน้องอย่างไม่มีท่าทีลังเลเลยแม้แต่น้อย แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของนาย เขาจึงตอบรับโดยไม่คิดถาม“ขอรับ เช่นนั้
สามเค่อ [1] ก่อนที่เผยตั้นเยี่ยนจะตื่นเว่ยเหวินเซียนให้ฉุยฉุยคอยดูแลเผยตั้นเยี่ยน ก่อนที่เขาจะเรียกหานสิงเวยและทหารองครักษ์ที่ดักโจมตีสตรีของเขาไปยังลานจวนตระกูลเผย เขาเลือกช่วงเวลาที่หญิงสาวหลับ เพราะกลัวว่าจะทำให้นางลำบากใจที่เห็นหานสิงเวยโดนลงโทษเพราะนางสาเหตุที่อ๋องหนุ่มลงโทษคนทั้งหมดที่ลานจวนตระกูลเผย มิใช่จงใจจะประจานลูกน้องตนเองให้ผู้อื่นเห็น เพียงแต่เขาอยากให้คนในจวนตระกูลเผยทั้งนายและบ่าวได้เห็นว่าแม้แต่องครักษ์คนสนิทของเขา หากทำให้สตรีอันเป็นที่รักของเขาได้รับบาดเจ็บ ก็ถูกลงทัณฑ์ไม่มีข้อยกเว้น เช่นนั้นคนอื่นที่ไม่สนิทก็อย่าได้คิดร้องขอความเมตตาหากทำร้ายพระชายาของเขาเว่ยชินอ๋องรอให้สองพ่อลูกตระกูลเผยกลับมาจากที่ทำงาน แล้วจึงเรียกทุกคนมาดูการลงทัณฑ์ ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่เฝ้ายามอยู่หน้าประตูจวน“พวกเจ้าทุกคนดูเอาไว้ หากวันหน้าผู้ใดกล้าทำให้พระชายาของข้าต้องเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย โทษที่มันผู้นั้นจะได้รับจะมากกว่าพวกเขาเป็นสิบเท่า” สุรเสียงทรงอำนาจประกาศดังก้องตรัสจบเว่ยเหวินเซียนก็พยักหน้าให้กั
เว่ยเหวินเซียนมองดูทหารองครักษ์พาตัวหานสิงเวยไป ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วใช้สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมาหยุดสายตาที่สามคนพ่อแม่ลูกแซ่เผย“ในอดีตที่เกิดขึ้นหากพระชายาของข้ามิเอาความ ข้าเองก็ไม่ถือสา แต่นับจากบัดนี้เป็นต้นไป มิว่าผู้ใดทำให้พระชายาของข้าต้องเจ็บปวดจะทางกายก็ดีทางใจก็ดี ข้าจะลากมันผู้นั้นมาลงโทษด้วยตนเอง และมิเพียงเท่านั้นข้าจะจับมันผู้นั้นแห่ให้ทุกคนในเมืองหลวงได้รับรู้ ถึงความกล้าหาญที่กล้าทำร้ายสตรีของข้า” พูดจบเว่ยเหวินเซียนก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินกลับไปยังเรือนนอนของเผยตั้นเยี่ยนทันทีเมื่อเขาเข้ามาในห้องนอนของภรรยาตัวน้อย บุรุษหนุ่มเห็นฉุยฉุยกำลังนั่งซับเหงื่อให้กับสตรีที่นอนหลับไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง จึงได้ให้สาวรับใช้ถอยออกมาแล้วตนเองเข้าไปนั่งแทนที่เพื่อเช็ดซับเหงื่อให้เผยตั้นเยี่ยน“พระชายาของข้าความจำเสื่อมตั้งแต่เมื่อใด” เว่ยเหวินเซียนเอ่ยถามออกมาตรง ๆ ในขณะที่มือกำลังซับเหงื่อให้สตรีที่หลับใหลอยู่ เพราะเขาคิดว่าในบรรดาคนรับใช้ทั้งสามฉุยฉุยน่าจะรู้เรื่องของเผยตั้นเยี่ยนมากที่สุด“ทูลท่านอ๋อง ตั้งแต่วันท
ครั้นม้าของเว่ยเหวินเซียนเหยียบเข้าเมืองหลวง เขาก็ขอพระเชษฐาแยกไปยังจวนของตนเองทันที เจ้าของบัลลังก์ไม่คิดห้ามเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้พระอนุชาของเขายังมีเรื่องสำคัญต้องทำอีกเนื่องจากมาถึงเมืองหลวงพระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว หากเว่ยเหวินเซียนยังไปที่จวนตระกูลเผยก็กลัวคนจะพูดกันไปต่าง ๆ นานาจึงมิได้ไปหาเผยตั้นเยี่ยน ทว่าก็ยังมิวายเรียกคนของตนให้มารายงานอาการของนางวันต่อมาเว่ยเหวินเซียนนำรถม้าประจำตำแหน่งมารับเผยตั้นเยี่ยนกับเผยตั้นเหม่ยที่หน้าจวน เพื่อจะไปยังเรือนนอกเมืองของตระกูลเผิงตามที่คุณหนูใหญ่เผยกับคุณหนูสามเผิงได้ตกลงกันไว้ ที่เขานำรถม้าส่วนตัวมาในครั้งนี้เพื่อประกาศให้ทุกคนได้ล่วงรู้ว่าเขาไปที่ใดและมีผู้ใดไปด้วยบ้าง และอีกหนึ่งเหตุผลคือเขาอยากร่วมนั่งในรถม้าไปกับพระชายาของตนเอง เพราะหากนั่งกันสามคนรถม้าทั่วไปคงเล็กเกินกว่าที่จะให้บุรุษอย่างเขานั่งร่วมไปกับสตรีทั้งสองเพียงรถม้าของเว่ยเหวินเซียนมาจอดหน้าจวนตระกูลเผยได้ไม่นาน เผิงซิ่วอิงกับเผิงเจียวเจี๋ยและเว่ยหลิงเฮ่อก็มาถึงจวนตระกูลเผยเช่นกันเผยตั้นเหม่ยยังคงรู้สึกหวาดกลัวเว่ยเหวินเซียนกับเรื่องที่เขาลงท
คำพูดของสตรีตรงหน้าบวกกับน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ ทำให้บุรุษตัวสูงราวถูกตบอย่างแรงจากบุรุษร่างกำยำ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาจนจุกอยู่ในอก เขารู้ว่าต่อให้พร่ำขอโทษนางเป็นร้อยเป็นพันครั้ง นางก็ไม่ยินดีที่จะฟังและไม่คิดยกโทษให้ เนื่องจากครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกที่เขาทำผิดต่อนาง เว่ยเหวินเซียนจึงคิดใช้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะคงเป็นการดีกว่ามานั่งอธิบายให้เอ่ยคำทำร้ายจิตใจกันไปเรื่อย ๆ เช่นตอนนี้เผยตั้นเยี่ยนเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบกลับจึงเอ่ยต่อ “อีกอย่างเมื่อวานตอนที่เสวี่ยเฟิงมารายงานหม่อมฉัน ท่านอ๋องก็ทรงได้ยินความชั่วของหม่อมฉันในวัยเด็กไปแล้วมิใช่หรือเพคะ เช่นนั้นครั้งนี้หม่อมฉันลงมือเองน่าจะเป็นผลดีต่อท่านอ๋องนะเพคะ เมื่อถึงเวลาที่ท่านอ๋องสังหารหม่อมฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาข้ออ้างมาอธิบายให้ไทเฮาและเหล่าขุนนางฟัง ท่านอ๋องเพียงบอกไปว่าหม่อมฉันเป็นสตรีที่อกตัญญูเผาบ้านทำลายทรัพย์สินตระกูล อีกทั้งยังฟ้องศาลเอาผิดบิดาผู้ให้กำเนิดและมารดาผู้เลี้ยงดู มิเพียงเท่านั้นยังเป็นสตรีจิตใจชั่วช้าพาน้องสาววัยเยาว์ไปปล่อยทิ้งให้หลงทาง สตรีเช่นนี้ย่อมไม่สมควรได้เป็นพระชายา แต่เพรา
เผิงซิ่วอิงเห็นสีหน้าของเว่ยหลิงเฮ่อที่แสดงออกชัดว่าไม่พอใจ ที่พี่ชายของนางให้ความสำคัญกับเว่ยชินอ๋องมากกว่า จึงเอ่ยเพื่อปลอบใจ“องค์รัชทายาทเพคะ อยากโกรธไปเลยเพคะ พี่รองของหม่อมฉันมิได้เห็นว่าท่านอ๋องสำคัญกว่าองค์รัชทายาทหรอกเพคะ เพียงแต่พี่รองรู้ว่าหากเชิญท่านไปพร้อมท่านอ๋อง ทั้งสองพระองค์ก็จะทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น แต่หากจะให้หม่อมฉันเป็นคนนำทางท่านอ๋อง ก็กลัวหม่อมฉันประหม่าเพราะระหว่างท่านอ๋องกับองค์รัชทายาท หม่อมฉันคุ้นเคยกับองค์รัชทายาทมากกว่าเพคะ” คุณหนูแซ่เผิงพยายามเอ่ยอย่างสตรีในห้องหอเมื่อไตร่ตรองตามคำพูดของเผิงซิ่วอิง เว่ยหลิงเฮ่อก็พอเข้าใจได้ทว่าในใจก็ยังรู้สึกฉุนเฉียวอยู่หลายส่วน “เข้าใจแล้ว” เขาตอบห้วน ๆ“ท่านนี่ไม่ต่างจากแต่ก่อนเลยนะเพคะ” น้ำเสียงของเผิงซิ่วอิงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ‘ในเมื่อเจ้ามิคิดพูดจากับข้าเหมือนสตรีทั่วไป เช่นนั้นข้าก็มิจำเป็นจะต้องใช้คำพูดอ่อนโยนกับเจ้าเช่นกัน’ คุณหนูสามตระกูลเผิงรู้สึกหงุดหงิดที่ตนเองพยายามอ่อนโยน แต่บุรุษตรงหน้ากลับพูดเหมือนไม่พอใจนาง อีกทั
“แล้วฝ่าบาทต้องการให้เหวินเซียนทำอันใดอีกเล่าเพคะ หรือท่านอยากเล่นเป็นบทคนดีแล้วให้เขาเป็นคนเลวอย่างนั้นหรือ ฝ่าบาทบอกว่าเขาติดอิสตรีจนไม่เอาการเอางาน เช่นนั้นใยฝ่าบาทไม่ย้อนคิดหน่อยหรือเพคะ ว่าตอนที่ฝ่าบาทหลงใหลสนมอวี๋มีสภาพเช่นไร” สตรีเจ้าของวังหลังที่เพิ่งเดินเข้ามาตรัสด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดันเจือโทสะเสิ่นฮองเฮาวางถ้วยโอสถลงบนโต๊ะเล็กที่วางอยู่บนตั่ง ถ้วยยากระทบกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง แรงกระแทกทำให้ยากระฉอกออกมาจากถ้วย เหล่านางกำนัลขันทีก้มหน้าก้มตาเป็นพัลวัน ก่อนจะรีบออกไปจากห้องทรงอักษรเมื่อเห็นไป๋กงกงสะบัดมือไล่ท่าทางและน้ำเสียงของเสิ่นฮองเฮาทำให้บุตรชายถึงกับตกตะลึง เพราะปกติมารดาของเขาจะไม่ยุ่งเรื่องของวังหน้าอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ และมิว่าจะโกรธเพียงใดก็จะเก็บอารมณ์เอาไว้เสมอ แต่ครานี้กลับต่างจากที่เขาเคยเห็นอย่างลิบลับ ทำให้เจ้าของตำหนักบูรพานึกขยาดกลัว จึงได้แต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยอันใด ไม่เพียงเท่านั้นเว่ยหลิงเฮ่อยังก้มหน้าเพื่อหลบสายตาเจ้าของบัลลังก์ เพราะกลัวว่าเสด็จพ่อจะส่งสายตามาขอความช่วยเหลือไม่เพียงแต่บุตรชายที่แปลกใจ แม้แต่เจ้าของบัลลั
หลังจากเว่ยเหวินเซียนกับเผยตั้นเยี่ยนทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ให้ฉุยฉุยไปตามคุณหนูอีกสองคนมาพบ พร้อมกับให้เรียกองครักษ์สาวใช้ทั้งสองคนมาด้วย เพื่อบอกองครักษ์หญิงทั้งสองให้รู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องคุ้มกันคุณหนูสามเผิงกับคุณหนูรองเผยกลับเมืองหลวง และหากใครถามถึงเผยตั้นเยี่ยนก็ให้บอกไปว่านางยังไม่หายป่วยครั้นบอกรายละเอียดทุกอย่างแล้วเว่ยชินอ๋องก็ไล่ให้พวกนางออกจากห้องไป แต่ทว่าก่อนที่สตรีทั้งห้าจะออกไป เว่ยเหวินเซียนก็ไม่ลืมเอ่ยคาดโทษพวกนางทั้งห้าที่ลงไปแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงขึงขัง“เรื่องที่พวกเจ้าลงไปในบ่อน้ำพุของข้า ข้าจะยังมิลงโทษ แต่มิใช่ว่าข้าให้อภัยพวกเจ้าหรอกนะ เพียงแต่เมื่อวานนี้ข้าลงทัณฑ์คนมามากแล้ว เหนื่อยแล้ว เอาไว้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทีหลังแล้วกัน” เขามิได้จะลงโทษพวกนางจริง ๆ เพียงแค่อยากให้พวกนางทั้งห้าติดค้างเขาเอาไว้เท่านั้น“ขอบพระทัยเพคะ” สตรีทั้งห้ารีบตอบพร้อมกัน ก่อนจะรีบยอบกายแล้วถอยหลังออกจากห้องไปเช้าวันต่อมาเผยตั้นเยี่ยนได้เดินมาส่งสตรีทั้งสี่ที่หน้าจวนด้วยใบหน้าเบิกบาน ต่างจากเว่ยเหวินเซียนที่ใบหน้าหม
เว่ยชินอ๋องพยายามลุกออกจากเตียงด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่อยากให้สตรีที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมา แต่ดูท่าจะไม่ทันเสียแล้วเมื่อหญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ครั้นบุรุษสายเลือดมังกรเห็นภรรยาตัวน้อยตื่นก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาทันที“ปล่อยนางเข้ามา” น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากจนหญิงสาวที่เพิ่งตื่นนอนสะดุ้งกลัวกระแสเสียงของอ๋องหนุ่มทำเอาหญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นเต็มตา หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่งพร้อมจัดแจงอาภรณ์ของตน เพียงครู่เดียวสตรีที่ทำให้เจ้าของเรือนอารมณ์เสียก็เดินเข้ามา เผยตั้นเยี่ยนเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าคนของตนเองทำให้บุรุษตรงหน้ามีโทสะ“หม่อมฉันขออภัยเพคะที่เข้ามารบกวน เพียงแต่ใกล้ถึงเวลาที่คุณหนูต้องดื่มยาแล้ว หม่อมฉันจึงได้ทำอาหารมาให้คุณหนูรับประทานก่อนดื่มยาเพคะ อาการของคุณหนูเกี่ยวกับภายในของสตรีมีผลถึงการสืบสายเลือดของท่านอ๋อง หม่อมฉันจึงมิอาจปล่อยผ่านไปได้เพคะ หวังว่าท่านอ๋องจะให้อภัยหม่อมฉันนะเพคะ” ฉุยฉุยพยายามควบคุมความกลัวของตนเองเอาไว้ เพราะรู้ว่าตนเองเป็นสาเหตุให้เว่ยชินอ๋องหงุดหงิดความโกรธก่อนหน้าหายไปในช่ว
ตั้งแต่ก้าวเท้าเดินเข้ามาในเรือนเขาก็รู้แล้วว่าสตรีทั้งหกอยู่ที่บ่อน้ำพุ ถึงยามแรกจะไม่คิดว่าสตรีทั้งหมดจะลงไปแช่ตัว แต่เมื่อเห็นองครักษ์ตะโกนเสียงดัง อีกทั้งเผยตั้นเยี่ยนเดินมาหาเขาเพียงลำพัง จึงทำให้มั่นใจว่าสตรีที่เหลือลงแช่บ่อน้ำพุร้อน ไม่เช่นนั้นคนใช้ทั้งสามจะปล่อยให้เผยตั้นเยี่ยนไปไหนมาไหนโดยไม่เดินตามได้เช่นไรเผยตั้นเยี่ยนรู้ดีว่าไม่อาจขัดขืนบุรุษตัวสูงได้จึงไม่เอ่ยอันใด เพราะนี่คงเป็นวิธีการทรมานนางอย่างหนึ่งที่เขาใช้ ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่กล้าที่จะขัดขืนเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนครั้งก่อนที่ถูกเขากระทำอย่างรุนแรง“ถอยออกไป หากข้าไม่ได้เรียกอย่าคิดเข้ามาใกล้ และอย่าให้ผู้ใดมารบกวนข้ากับพระชายาเข้าใจหรือไม่” เว่ยชินอ๋องหันมาเอ่ยกับองครักษ์ที่เดินตามมาก่อนจะเดินต่อไปยังห้องนอนของตนเองเมื่อมาถึงห้องบุรุษหนุ่มวัยกำหนัดก็มิรอช้าวางหญิงสาวในอ้อมแขนลงบนเตียงอย่างนิ่มนวล ทว่าภาพอุ่นเตียงคราก่อนยังฝังลึกอยู่ในหัวของสตรีร่างบาง ร่างกายจึงสั่นระริกขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามได้“กลัวข้าสินะ ต่อไปข้าจะไม่รุนแรงกับเจ้าเช่นนั้นอีก ดีหรือไม่”
หลังจากทรมานบุรุษตระกูลหยางเสร็จอ๋องหนุ่มก็ไม่รอช้าควบม้ากลับไปยังจวนข้างค่ายทหารของตนทันที แล้วปล่อยให้ลูกน้องที่ตนเองไว้ใจสองคนตรวจสอบจวนขุนนางร่วมกับแม่ทัพใหญ่เหยียน เพราะอย่างไรขุนนางจวนต่อไปก็เขียนหนังสือสำนึกผิดแล้วในเมื่อแค่ต้องเข้าไปในจวนเพื่อตรวจสอบขุนนางว่าเขียนสารภาพผิดตามความจริงหรือไม่ ไยจะต้องให้อ๋องหนุ่มเช่นเขาลงมือทำด้วย เพราะอย่างไรเรื่องลงทัณฑ์เสด็จพี่ของเขาก็เป็นผู้ตัดสินอยู่แล้ว เว่ยชินอ๋องจึงไม่อยากเสียเวลาที่จะได้อยู่กับสตรีที่ตนรักไปกับเหล่าขุนนางพวกนี้จวนนอกเมืองของชินอ๋องขณะที่เมืองหลวงกำลังวุ่นวาย คุณหนูทั้งสามคนที่อยู่ในจวนข้างค่ายทหารของเว่ยชินอ๋องกลับกำลังพักผ่อนอย่างสบายใจ เพราะจวนของอ๋องหนุ่มแห่งนี้มีบ่อน้ำพุร้อนจากธรรมชาติอยู่ในจวน ถึงการตกแต่งจวนจะไม่หรูหราแต่มองแล้วสบายตายิ่งนักจวนแห่งนี้มีรั้วกั้นสูงมองไม่เห็นภายใน คราแรกที่คุณหนูทั้งสามเห็นก็รู้สึกหวั่นวิตกอยู่มาก แต่เพียงเดินเข้ามายังด้านในกลับเสมือนมีคนนำเรือนหลังหนึ่งมาวางเอาไว้ท่ามกลางน้ำตก ที่โดยรอบมีดอกไม้และต้นไม้สูงต่ำสลับกันไป
เช้าวันต่อมา ณ ท้องพระโรงเหวินหลิงฮ่องเต้สาดสายตามองเหล่าขุนนางที่ยืนอยู่ตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาขึ้นครองราชย์ที่ได้เห็นสีหน้าท่าทางของเหล่าขุนนางที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากถึงเพียงนี้เก้าในสิบส่วนของขุนนางในท้องพระโรงมีสีหน้าหม่นหมองดุจเมฆฝน ใบหน้าเคร่งเครียดส่อความรู้สึกราวกับกำลังแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ หัวคิ้วของแต่ละคนย่นชนกันอย่างไม่รู้ตัว ทำเอาเจ้าของบัลลังก์รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เห็นขุนนางของตนเป็นเช่นนี้“ข้าคิดว่าเมื่อคืนพวกท่านจะนอนหลับอย่างสบายใจเสียอีก ที่มีทหารรักษาเมืองหลวงคอยคุ้มกันจวนไม่ให้มือสังหารเข้าไปในจวนของพวกเจ้า ทว่าดูจากขอบตาของพวกเจ้าแล้วข้าคงคาดเดาผิดไปสินะ หากเรื่องของชาวบ้านพวกเจ้าวิตกกังวลกันจนเป็นสภาพเช่นนี้ ต้าเว่ยของข้าคงจะดีมากขึ้นไม่น้อย” ถึงสุรเสียงของฮ่องเต้แห่งต้าเว่ยจะเรียบเฉย ทว่ากลับกดดันให้สีหน้าของเหล่าขุนนางหม่นหมองลงไปอีก“ฝ่าบาททรงเข้าใจพวกกระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ เมืองหลวงวุ่นวายไปทั่วเช่นนี้ จะให้พวกกระหม่อมข่มตาหลับลงได้เช่นใดกันพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เสนาบ
“ว่าแต่เจ้าไม่เป็นอันใดจริง ๆ ใช่หรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่เป็นอันใดจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”“เสด็จอาของเจ้าเล่นใหญ่ไปแล้วกระมัง ใยถึงได้สั่งให้คนยิงธนูใส่เจ้าเฉียดฉิวถึงเพียงนี้ หากโดนเนื้อตัวของเจ้าขึ้นมาเสด็จแม่ของเจ้าคงไม่พบหน้าข้านานนับเดือนเป็นแน่” ช่วงประโยคหลังเหวินหลิงฮ่องเต้เอ่ยเสียงเบาลงเรื่องที่ห่วงบุตรของตนก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่เป็นกังวลไม่ต่างกันคือเรื่องที่สตรีคู่บัลลังก์จะโกรธ เพราะเรื่องตระกูลอวี๋คราก่อน กว่าจะเอาใจให้เสิ่นฮองเฮาพูดดีกับเขาได้ก็ใช้เวลาอยู่นานบุรุษอายุน้อยกว่าถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เมื่อได้ยินบิดาเอ่ยพึมพำถึงมารดา ทว่าเมื่อเห็นสายตาของบิดามองมาจึงกลั้นหัวเราะเอาไว้“เสด็จพ่อวางใจเถอะพ่ะย่ะค่ะ คนที่เสด็จอาส่งมาล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งนั้น มิเพียงลูกธนูจะไม่โดนลูกแต่ยังไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บอีกด้วย” เว่ยหลิงเฮ่อมิอยากให้เสด็จพ่อตำหนิเสด็จอาจึงช่วยเอ่ย ถึงเขาเองก็คิดว่าเสด็จอาเล่นใหญ่มากจริง ๆ ที่ยิงธนูจวนโดนตัวเขาคราแรกที่ได้ยินแผนของเว่ยเหวินเซียน เจ้าของตำหนักบูรพาก็เตรียม
“อ้อ! ยังมีอีกเรื่อง เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าไว้วางใจเจ้ามากเพียงใดจึงให้เจ้าอยู่ในตำแหน่งนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้”“กระหม่อมไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ และกระหม่อมจะไม่มีทางทำให้ฝ่าบาทผิดหวังในตัวกระหม่อม กระหม่อมขอใช้ชีวิตของคนตระกูลเหยียนเป็นเดิมพันพ่ะย่ะค่ะ”“ดี เช่นนั้นเจ้าก็ไปทำตามที่เราสั่งเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปทำตามรับสั่งเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพผู้บัญชาการใหญ่รักษาเมืองหลวงตอบรับทันที ก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับแล้วถอยหลังออกไป“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ให้เสด็จอาเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ดีหรือไม่ เพราะมือสังหารที่ถูกทหารองครักษ์ของเสด็จอาฆ่าตาย น่าจะทิ้งหลักฐานเอาไว้ไม่มากก็น้อย และป่านี้เสด็จอาคงสืบได้เบาะแสแล้วเป็นแน่”“ได้ ทำตามเจ้าว่า” เหวินหลิงฮ่องเต้ผินพระพักตร์ไปหาขันทีข้างกาย“ไป๋กงกง ส่งคนไปตามเหวินเซียน บอกให้เขากลับเมืองหลวงมาสืบคดี”“พ่ะย่ะค่ะ” ไป๋กงกงรีบต
“ทูลเสด็จพ่อ โปรดออกคำสั่งให้แม่ทัพใหญ่เหยียนส่งทหารไปล้อมจวนขุนนางน้อยใหญ่ไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เหล่าขุนนางที่อยู่ในห้องโถงต่างตกตะลึงปนไม่พอใจที่อยู่ ๆ องค์รัชทายาทหลิงเฮ่อจะให้ทหารไปล้อมจวนของพวกเขา เหล่าขุนนางหันหน้ามองกันพลางส่งสายตาเพื่อจะหาคนเอ่ยคัดค้าน ทว่ายังมิทันที่จะหาคนกราบทูลได้เหวินหลิงฮ่องเต้ก็ทรงตรัสออกมาเสียก่อน“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเอ่ยวาจาไร้สาระอันใดออกมา”“เสด็จพ่อ ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ขณะที่คุณหนูทั้งสองตระกูลกำลังจะกลับเมืองหลวงพวกนางถูกนักฆ่าดักทำร้าย เดิมที่ข้าคิดว่ามีคนอยากแก้แค้นคุณหนูใหญ่ตระกูลเผย หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเรื่องตำแหน่งพระชายาของเสด็จอา” บุรุษหนุ่มสายเลือดมังกรจงใจหยุดคำพูดของตน ก่อนใช้สายตาเหลือบมองเหล่าขุนนางเพียงได้ยินประโยคท้ายของโอรสสายเลือดมังกร ขุนนางตระกูลอวี๋กับตระกูลหยางก็หน้าซีดเผือดขึ้นมาอวี๋หลี่เฉียงรีบแก้ตัวเป็นพัลวันด้วยเกรงว่าบุรุษสายเลือดมังกรจะเข้าใจเขาผิด เนื่องจากคราก่อนที่เว่ยชินอ๋องมายังจวนของเขาได้เอ่ยว่าจะปล่อยบุตรสาวของเขาให้อยู่ท