ภพมองอดีตภรรยาที่ตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนและน้องสาวของตนเอง แม้จะเลิกราแยกทางกันไปจนญาดาแต่งงานใหม่ แต่ญาดาก็ไม่ได้มีลูกใหม่ เธอมีลูกกับตนแค่สองคนคือภีร์กับธีร์ ลูกชายทั้งสองเจริญรอยตามเป็นหมอเหมือนตนเอง ส่วนหนุ่มลูกครึ่งข้างๆ อดีตภรรยานั้นคือลูกเลี้ยง ลูกติดของสามีญาดา
“กินไข่ต้มและนึ่งปลาแล้วก็ผักต้มนะคะคุณภพ” ญาดาบอกอดีตสามีเมื่อพยาบาลพิเศษเข็นรถเข็นพามาในห้องรับประทานอาหาร
“ขอบใจนะญาดาที่เสียสละเวลาตัวเองมาอยู่ดูแลกันตั้งแต่ฉันป่วย”
“เราคือครอบครัวเดียวกันนะคุณภพ ถึงเราจะเลิกกัน แต่ใช่ว่าเราจะเป็นคนอื่น”
“อือ...เมื่อวานคนขับรถบอกว่าคุณไปหาลูกที่โรงพยาบาลมา”
“ครับ คุณลุง เมื่อวานผมพาคุณแม่ไปหาพี่ภีร์กับพี่ธีร์” เป็นไรอันที่ตอบแทนแม่เลี้ยง
“ดูจากสีหน้าของคุณแล้วคงไม่ดีเท่าไหร่ใช่ไหมญาดา”
ภพเอ่ยเสียงเนิบนาบตามวัย ตอนนี้ก็อายุใกล้จะเจ็ดสิบปี แถมยังมามีโรคตอนแก่อีกต่างหาก ภพจะเจอลูกทั้งสองเฉพาะวันไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนบ้านน่ะเหรอ ลูกชายทั้งสองไม่กลับมานานแล้ว และเขารู้ดีว่าเพราะอะไร ภีร์และธีร์ถึงไม่กลับมาเหยียบบ้านหลังใหญ่หลังนี้ เพราะตนและอดีตภรรยาทำให้ลูกทั้งสองมีแผลในใจจนยากจะเยียวยา
“ค่ะ ทั้งภีร์และธีร์ไม่ต้อนรับฉัน”
ญาดาตอบเสียงเศร้าพร้อมน้ำตาหยดไหลอาบแก้มจนลูกเลี้ยงอย่างไรอันต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงของตนที่พกติดตัวตลอดเวลามาซับน้ำตาให้แม่เลี้ยง
“ขอบใจนะไรอัน” นางขอบคุณลูกเลี้ยงเสียงสั่นสะอื้นแล้วเงยหน้ามองบนเพื่อกลั้นน้ำตา
“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ มันเป็นหน้าที่ของผม”
“ภีร์กับธีร์เป็นเหมือนไรอันก็คงดี”
ญาดาพูดถึงลูกชายทั้งสอง ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยได้สองเดือนตั้งแต่รู้ว่าอดีตสามีป่วยก็ไม่ได้เจอหน้าลูกชายสักครั้ง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ภพบอกว่าจะเจอภีร์และธีร์ได้ที่โรงพยาบาล ทั้งสองจะมาหาหลังฟอกไตเสร็จ แต่ตั้งแต่นางกลับมา ลูกชายทั้งสองก็ไม่มาหาผู้เป็นพ่อสักครั้งหลังฟอกไตเสร็จหรือก่อนฟอกไตก็ไร้เงาทั้งสอง
“ทานมื้อเช้ากันเถอะ ถ้าออกสายจะรถติดได้”
ภพเอ่ย วันนี้เขามีนัดฟอกไตที่โรงพยาบาลตอนเช้า ตอนนี้ภพได้ฟอกไตผ่านทางเส้นเลือดจึงสะดวกในการใช้ชีวิตมากกว่าตอนฟอกที่คอ และจะว่าไปเขาก็ยังแข็งแรงเดินเหินได้สะดวก แต่ช่วงเช้ามักอ่อนเพลียจึงชอบนั่งรถวีลแชร์ มีพยาบาลพิเศษช่วยเหลือ
“ทานแค่ไข่ขาวนะคะคุณภพ”
ญาดาบอกอดีตสามีที่เริ่มลงมือทาน เพราะไข่ขาวดีต่อผู้ป่วยโรคไต ส่วนไข่แดงห้าม
“อือ...ผมรู้ ผมก็เป็นหมอเหมือนกัน” ภพเป็นหมอเกษียณ ชีวิตหลังเกษียณก็มาป่วยเป็นโรคไต
“รู้ค่ะ ไรอันก็ทานเยอะๆ นะลูก แม่สั่งให้แม่ครัวทำข้าวผัดอเมริกันของโปรดเราเป็นมื้อเช้าให้”
“ขอบคุณครับคุณแม่” ถึงท่านจะเป็นแม่เลี้ยง แต่ไรอันก็รักและเคารพท่านเหมือนแม่แท้ๆ เพราะท่านดีกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเสียอีก ตั้งแต่แยกทางกับพ่อไป แม่ก็ไม่เคยมาหาสักครั้งจนตอนนี้อายุใกล้จะสามสิบปีแล้ว ถึงไม่ใช่แม่แท้ๆ ญาดาก็เหมือนแม่แท้ๆ
ภีร์ยืนแอบมองพ่อที่กำลังนอนบนเตียงในห้องฟอกไตผ่านกระจกหน้าห้องอยู่ห่างๆ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปทักทาย แต่เขาก็มาดูท่านฟอกไตทุกครั้งและได้ติดตามสอบถามอาการของท่านกับผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรักษาท่านตลอด และอีกมุมหนึ่งก็มีธีร์เฝ้ามองเช่นกัน แม้ปากจะพูดว่าเกลียดชังจะไม่สนใจผู้เป็นบิดา แต่ภีร์ก็ไม่เคยทำได้อย่างปากพูดสักครั้ง
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!
เสียงสั่นแจ้งเตือนสายเรียกเข้าโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้เขาดึงสายตาออกมาจากบิดาแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสาย
“สวัสดีครับ” ด้วยเป็นเบอร์แปลกไม่คุ้นตาเลยทักทายปลายสายด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“แม่เองนะภีร์” พอได้ยินแบบนั้น สันกรามแกร่งก็ปูดโปนขึ้นจนเห็นกรามนูนขึ้น เสียงขบฟันดังลอดเข้าไปในสาย
กรอด!
“ใครเอาเบอร์ผมให้คุณ?” เขาข่มอารมณ์เดือดดาลไว้ในอก กำมืออีกข้างแน่นถามคนในสายแล้วมองไปยังห้องรับรองของญาติผู้ป่วยก็เห็นผู้เป็นมารดากำลังคุยโทรศัพท์ และคนที่คุยกับท่านก็คือตน
“พ่อเอาให้แม่ แม่อยากได้ยินเสียงของภีร์”
“แต่ผมไม่อยากได้ยินเสียงของคุณ และเลิกยุ่งวุ่นวายกับผมสักทีคุณญาดา และเลิกแทนตัวเองว่า ‘แม่’ กับผมได้แล้ว คุณไม่ใช่ ได้ยินไหมคุณไม่ใช่” ภีร์บอกย้ำในสายแล้วกดตัดวางสายทิ้งพร้อมบล็อกเบอร์โทรล่าสุดไม่ให้ติดต่อตัวเองได้อีก พอบล็อกเบอร์โทรเสร็จก็มองไปยังห้องรับรองญาติผู้ป่วยวีไอพีห้องฟอกไตก็เห็นมารดาผู้ให้กำเนิดร้องไห้โดยมีลูกเลี้ยงโอบกอดปลอบ
“แสดงเก่ง!” แล้วเขาก็หมุนตัวเดินออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ทันที
ปิดเทอมแรกของชีวิตนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง อ้อมดาวก็ย้ายออกจากหอพักหญิงมาอยู่คอนโดกับผู้มีพระคุณตามคำชักชวน ข้าวของของอ้อมดาวมีไม่เยอะ มีแค่กระเป๋าเดินทางใบเล็กใบเดียวเท่านั้นติดตัวมาด้วย และของทุกอย่างเป็นของที่หมอภีร์ซื้อให้ทั้งหมด ไหนจะเสื้อผ้า ชุดชั้นในถึงจะซื้อเอง แต่ก็เป็นเงินของนายแพทย์หนุ่ม
“อันนี้เก็บไว้นะ” หมอภีร์เดินเข้ามาหาคนที่กำลังจัดเสื้อผ้าใส่ตู้เสื้อผ้าในห้องส่วนตัว เมื่อก่อนเป็นห้องรับแขก แต่ตอนนี้เป็นห้องของอ้อมดาว
“อะไรคะ” เธอหยุดมือที่กำลังหยิบเสื้อหันมามองสิ่งที่ถูกมือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า
“กุญแจห้องของ ‘เรา’ ยังไงล่ะ ฉันปั๊มมาให้เธอหนึ่งชุดเก็บไว้ และฉันก็มีอีกหนึ่งชุด”
“ขอบคุณนะคะหมอภีร์” เธอขอบคุณพร้อมรับมาถือไว้ในมือ
“อยากได้อะไรก็บอกฉันนะเดี๋ยวพาไปซื้อ อ้อ...ไม่ต้องเกรงใจฉันนะ คอนโดนี้เป็นของดาวด้วยไม่ใช่ของฉันคนเดียว เพราะเราสองคนเป็นครอบครัวของกันและกัน เข้าใจไหมดาว ดาวไม่ใช่คนอื่นและฉันก็ไม่ใช่คนอื่นสำหรับดาวด้วย” ภีร์บอกเด็กสาวด้วยกลัวว่าเธอจะอึดอัด
‘ครอบครัวของกันและกัน’ คำพูดนี้ของเขามันทำให้ใจของสาวน้อยวัยสิบแปดย่างสิบเก้าสั่นระรัวเต้นไม่เป็นจังหวะจนต้องก้มหน้ามองเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทาง ไม่กล้ามองสบตาคนตัวสูง
“ไปทำงานก่อนนะ” แล้วหมอภีร์ก็ยีผมอ้อมดาวพร้อมก้มโน้มหน้าลงจุ๊บหน้าผากมนแล้วเดินจากไป และมันก็ทำให้อ้อมดาวที่เต็มไปด้วยความสงสัยจากครั้งก่อนจากการกระทำของผู้มีพระคุณอดใจจะร้องตะโกนถามไม่ได้
“ทำไมหมอภีร์จุ๊บหน้าผากดาวอีกแล้วคะ” ภีร์หยุดเท้าที่กำลังจะเดินพ้นประตูห้องแล้วเอี้ยวหน้าหันมามองอ้อมดาว “จองไว้” แล้วเขาก็หมุนเอี้ยวหน้าเดินต่อ ส่วนคำตอบของนายแพทย์หนุ่มก็ดังก้องในหัวจนสาวน้อยทำงานตรงหน้าต่อไม่ไหว “จองไว้? จองไว้แบบไหน หมอภีร์คงไม่ใช่ ไม่หรอกดาว” แล้วเธอก็ล้มตัวดิ้นกลิ้งไปกับพื้นพรมของห้องหยิบเสื้อผ้ามาโยนขึ้นกลางอากาศให้หล่นใส่ตัวเอง แม้เฝ้าบอกตัวเองให้เจียมตัวเจียมใจ แต่ก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าหมอภีร์มีใจปรารถนาตนเองเช่นกันหนึ่งอาทิตย์กับการมีอ้อมดาวมาอาศัยอยู่ด้วย มันไม่ได้ทำให้นายแพทย์หนุ่มรำคาญตาเลยสักนิดกับการตื่นเช้ามาเจอเธอทำมื้อเช้าให้ตัวเอง และมันทำให้อยากกลับมาที่คอนโดทุกวันหลังลงเวรแล้ว ถ้าไม่ง่วงมากก็จะกลับมาที่คอนโด ถ้าขับรถไม่ไหวจะนอนค้างที่โรงพยาบาล“หอมจัง ทำอะไรให้ฉันทานเด็กน้อย”“เช้
ธีร์มองจ้องพี่ชายแล้วก็ยกยิ้ม พี่ชายเอาแต่จ้องจอโทรศัพท์และดูโทรศัพท์ ไม่สนใจน้องชายอย่างตน แปลก...คนไม่ติดโทรศัพท์อย่างพี่ชายตอนนี้ติดแทบไม่ให้ห่างมือตนเอง สายตาก็คอยจับจ้องหน้าจอเหมือนกำลังรอคอยใครบางคนส่งข้อความหรือโทรเข้า “มือถือมีอะไรดีรึเปล่านะ พี่ชายผมถึงเอาแต่จ้องไม่วางตา” ธีร์เอ่ยและนั่นทำให้พี่ชายเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกง “ก็ดูหุ้นทั่วไป” เขาตอบแล้วหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาจิบดื่ม “พี่อยากกินอะไรสั่งได้เลย มื้อนี้พี่จ่ายอยู่แล้ว” “นายสั่งเถอะ พี่ยังไงก็ได้” “งั้นผมจะสั่งง่ายๆ แล้วกัน กับข้าวสักสามอย่างก็พอ ทานกันสองคนเอง” “แล้วแต่นาย”&
มันก็แค่ปากสัมผัสกันแผ่วเบา ไม่ได้ดุดันแม้ใจอยากจะดุดันดุนดันปลายลิ้นร้อนเข้าไปควานกลืนกินความหวานในโพรงปากน้อยของสาวเจ้าก็เถอะ แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้เพื่อไม่ให้ทุกอย่างมันเลยเถิดไปมากกว่านี้ แค่ได้สัมผัสแตะเนื้อต้องตัวอ้อมดาวเล็กๆ น้อยๆ เขาก็มีความสุขมากแล้ว และกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะหักห้ามใจไม่ไหวปลุกปล้ำสาวน้อยร่วมคอนโดด้วย แม้ใจอยากจะทำมากก็ตามตอนนี้ “ให้ตายเถอะไอ้ภีร์” เขาบ่นว่าตัวเองเมื่อทำเรื่องไม่ควรกับสาวน้อยแล้วเดินหนีจากมาในห้องและพอก้มมองความเป็นบุรุษของตัวเองก็ต้องขบกรามแน่นเมื่อมันกำลังผงาดคับแน่นเป้ากางเกงจนปวดร้าว “ให้มันได้แบบนี้สิ หรือว่านานแล้วที่เราไม่ได้ปลดปล่อยเลยอารมณ์เปลี่ยวคิดไม่ดีกับดาว”จากจะอาบน้ำนอนก็เดินออกจากห้องนอนออกไปข้างนอกอีกครั้ง ยังไงเสียพรุ่งนี้ก็วันหยุด เขาต้องปลดปล่อยมัน จะให้ใช้อุ้งมือทั้งสองมันก็น่าสมเพชเกินไปที่จะทำ “มะ
ออกจากบ้านหลังใหญ่ก็กลับมาคอนโดมาดื่มที่คอนโดคนเดียว เพราะน้องชายต้องไปทำธุระส่วนตัวต่อจึงไม่ได้ไปดื่มด้วยกัน และทางที่ดีที่สุด ดื่มเมาที่ห้องก็หลับที่ห้อง ปลอดภัย ไม่เดือดร้อนคนอื่นด้วย ภีร์กระดกดื่มทั้งขวด ไม่สนใจรินใส่แก้ว ดื่มอึกใหญ่จนสาวน้อยที่แอบมองอยู่เดินเข้ามาหา เพราะตั้งแต่กลับมาสีหน้าของหมอภีร์เคร่งเครียดกังวล แต่ก็ไม่กล้าถามด้วยกลัวว่าเขาจะโกรธ เอาแต่ดื่มแบบนี้เธอก็ไม่ไหว เธอเป็น ‘ห่วง’ เขา “หยุดดื่มได้แล้วค่ะหมอภีร์” เธอเดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมแย่งขวดบรั่นดีในมือหนามาถือไว้ “เอามาให้ฉันดาว” เขายื่นมือไปหมายจะแย่งมาดื่มต่อ แต่มือน้อยก็ขยับดึงมันไปซ่อนไว้ด้านหลังแทน “เป็นอะไรคะหมอภีร์ ทำไมดื่มเวลานี้ มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าคะ บอกดาวได้นะคะ” สาวน้อยถามด้วยความเป็นห่วง &ldquo
“ไม่ต้องพูด ฉันรู้ว่าดาวอายฉัน ฉันไม่เคยมองดาวเป็นคนนอก ดาวเป็นคนในครอบครัว ไม่รู้เริ่มตั้งแต่ตอนไหนที่ฉันอยาก ‘ได้’ เธอ เด็กดีเป็นของฉันนะ รู้ไหมตอนนี้ฉันเหมือนโคแก่เจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเลยดาว” “หมอภีร์ช่างเปรียบ” “ก็มันจริง ฉันกับดาวอายุห่างกันตั้งเกือบรอบเชียวนะ ฉันจะไม่ทิ้งเธอแน่นอนดาว” “ดาวเชื่อใจหมอภีร์ค่ะ ดาวจะเป็นของหมอภีร์” “ขอบใจนะ ฉันจะไม่ทำให้ดาวเสียใจและผิดหวังในตัวของฉัน อะ...อื้ม” แล้วปากนุ่มของนายแพทย์หนุ่มก็บดจูบปากน้อยแสนหวานของอ้อมดาวอีกครั้งและครั้งนี้ก็เนิ่นนาน เรียวลิ้นอุ่นร้อนไล่ต้อนลิ้นน้อยเจ้าของโพรงปากจนมุมแล้วตวัดกอดเกี่ยวรัดคลึงพร้อมกับมือใหญ่ทั้งสองจัดการปลดเปลื้องชุดของอ้อมดาวออก “อะ...อื้อ” เสียงครางยังคงดังลอดออกมาจากปากของทั้งสอง และเรือนร่างน้อยก็เปลือยเปล่าเมื่อคนตัวโตจัดการ
นานกี่ชั่วโมงไม่รู้กับโซฟา รู้ตัวอีกทีก็ตอนนี้อยู่บนเตียงนอนนุ่มของตนเองและข้างๆ ก็มีหมอภีร์นอนหลับอยู่ข้างกายโดยท่อนแขนแข็งแรงของเขาพาดกอดเอวเล็กคอดของตนเอง สองแก้มนวลแดงระเรื่อซับสีเลือดเมื่อภาพลามกของตนเองกับหมอภีร์ที่ทำด้วยกันอยู่ด้านนอกมันเข้ามาฉายซ้ำในหัวอีกครั้ง “ตื่นแล้วเหรอ?” เป็นเสียงทุ้มของคนร่วมเตียงเอ่ยถามและนั่นทำให้เธอหันมามองก็เห็นว่าเขาเองก็ตื่นแล้วเหมือนกัน “คะ...ค่ะหมอภีร์” “หิวไหม เดี๋ยวทำอะไรง่ายๆ ให้ทาน”ภีร์ขยับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแล้วดึงรั้งผ้าห่มมาห่มปิดหน้าอกของสาวน้อยไว้ด้วยกลัวว่าตนเองจะต่ออีกยก ก็ร่างกายของอ้อมดาวหวานจนไม่อยากจะแยกจาก แต่ก็ต้องจำใจพอแค่นี้ เพราะร่างน้อยของเด็กสาวยังใหม่ ไม่ควรเอาแต่ใจตน “หิวค่ะ” “งั้นนอนเถอ
พอเสร็จงานภีร์ก็รีบถอดเสื้อกาวน์ออกแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วกุญแจรถยนต์พร้อมจะไปหาคนตัวเล็กที่รอตนเอง พอเดินออกมานอกห้องก็เจอกับไรอันยืนอยู่หน้าห้องทำงานของตนเอง ใบหน้าเปื้อนยิ้มเปลี่ยนเป็นบึ้งขึ้นมาทันที พอจะเดินผ่าน ไรอันก็เรียกรั้งไว้ “คุยกันหน่อยสิ” “ไม่ว่าง” “เลิกงานแล้วนี่ ทำไมจะคุยไม่ได้” ไรอันยืนขวางไม่ยอมปล่อยให้ภีร์ไป “เวลาของฉันไม่ได้มีไว้ให้นาย ถ้าจะมาคุยเรื่องแม่เลี้ยงนายก็ไม่ต้องมาพูด เพราะฉันไม่มีอะไรจะคุย” แล้วภีร์ก็เดินผ่านไรอันไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด ไรอันก็ยังคงเดินตามไปไม่ยอมทิ้งความพยายามของตนเอง “นายใจดำกับคุณแม่มากไปแล้วนะภีร์” เงียบ!&n
ชีวิตที่ไร้เป้าหมายตอนนี้เริ่มมีความหมายตั้งแต่มีสาวน้อยอ้อมดาวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หญิงสาวคือครอบครัวไม่ใช่ใครอื่น เขายังจำได้ครั้งแรกที่เจอกับเด็กสาวที่หน่วยแพทย์อาสาในครั้งนั้ นสาวน้อยน่ารักโดดเด่น โดยเฉพาะลักยิ้มที่แก้มยามยิ้มยิ่งน่ามองยิ่งมีเสน่ห์และนั่นทำให้เขาชอบประทับใจ อบอุ่นในใจยามได้มอง “คิดอะไรอยู่คะ” อ้อมดาวเดินเข้ามาถามพร้อมกับน้ำเย็นในมือส่งให้คนตัวโตที่กำลังนั่งอมยิ้มมองดูโทรทัศน์ตรงหน้า “เรื่อยเปื่อยน่ะ”เขารับน้ำในมือเธอมาถือแล้วกางแขนอีกข้างกับพนักโซฟาเชิญชวนให้สาวน้อยนั่งลงข้างๆ ตนเอง ตอนนี้อ้อมดาวเป็น ‘ภรรยา’ ของเขาแล้ว ภีร์ได้พาหญิงสาวไปจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว และเขาก็เคารพการตัดสินใจของอ้อมดาวทุกอย่าง เธอยังอยากใช้นามสกุลเดิมของพ่อเธอ เขาก็ไม่บังคับ สำหรับภีร์แล้วความสุขของอ้อมดาวก็คือความสุขของเขา อีกไม่ถึงหนึ่งเดือน เธอก็จะเปิดเรียนแล้ว
อุ๊ย! เด็กน้อยในชุดนักเรียนคอซอง ผมสั้นเห็นติ่งหูล้มลงกับพื้นหญ้าเมื่อชนเข้ากับกำแพงมนุษย์ตรงหน้า ด้วยความไม่ทันระวัง นายแพทย์หนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำก็ชนเข้ากับเด็กนักเรียนที่วิ่งมาทางตนพอดี “เป็นอะไรรึเปล่าหนู” ภีร์ถามพร้อมย่อตัวคุกเข่ากับพื้นหญ้าหนึ่งข้างแล้วส่งยื่นมือไปให้เด็กนักเรียนจับลุกขึ้น “หนูไม่เป็นอะไรค่ะ ขอโทษด้วยนะคะคุณหมอ” เด็กหญิงอ้อมดาวยื่นมือไปจับมือใหญ่นุ่มของคุณหมอแล้วคุณหมอก็จับดึงพาลุกขึ้น “แล้วจะรีบไปไหนเด็กหญิงอ้อมดาว” เมื่อช่วยดึงเด็กนักเรียนลุกขึ้นก็เอ่ยถามเมื่อได้อ่านชื่อของอ้อมดาวที่อกเสื้อ “หนูรีบกลับบ้านไปหาข้าวให้ยายทานค่ะ พอดีวันนี้ยายหนูไม่สบายค่ะคุณหมอ”&
ณ จังหวัดกำแพงเพชร บ้านเกิดของอ้อมดาว ตอนนี้อ้อมดาวในวัยยี่สิบสามปี เธอเรียนจบปริญญาตรีเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะมีสามีและลูกแล้ว แต่เธอก็ไม่ทิ้งการเรียน เธอโชคดีที่ได้เจอกับหมอภีร์และครอบครัวของหมอภีร์ ที่รักและเอ็นดูตนเอง “ขอบคุณนะคะที่พาดาวกลับมาไหว้ยาย ตา และพ่อกับแม่” เธอหันมาขอบคุณสามีหลังจากไหว้อัฐิของทั้งสามคนที่จากตนไปอยู่อีกภพภูมิหนึ่ง “ฉันจะพาดาวและลูกมาไหว้พวกท่านทุกปี อาทิตย์มาไหว้คุณยายทวด คุณตาทวด และคุณตา คุณยายเร็วลูก” ภีร์เรียกลูกชายวัยสี่ขวบให้มากราบไหว้ท่านทั้งสี่พร้อมตนและภรรยา “ก๊าบ!” หนุ่มน้อยอาทิตย์ ผู้ถอดแบบพ่อมาทุกตารางนิ้วและมีสิ่งเดียวที่เหมือนแม่คือลักยิ้ม และนั่นทำให้พ่อหลงลูกชายมาก จิ้มหยิกแก้มหอมแก้มลูกได้ทั้งวันไม่เบื่อ “ระวังล้มนะลูก” อ้อมดาวบอกลูกชายพร้อมยื่นมือไปให้ลูกน้อยจับ&n
ภีร์ไม่รู้จะขอบคุณอ้อมดาวยังไงดี เพราะมีสาวน้อยเข้ามาในชีวิต โลกของเขาก็เริ่มสว่างสดใสขึ้น เงาดำมืดที่เกาะกินจิตใจก็ถูกดวงดาวดวงนี้ทอแสงกลบจนไม่เหลือเงาดำแฝงเร้นในจิตใจ เมื่อก่อนเขามองไม่เห็นเหตุผลของผู้ใหญ่ว่าเพราะเหตุใดถึงต้องแยกทางและทิ้งตนและน้องชาย พอมาวันนี้ตนเองได้มีครอบครัว เป็นหัวหน้าครอบครัวและกำลังจะเป็นพ่อคนก็ได้รู้และเข้าใจท่านทั้งสอง หากวันนั้นท่านทั้งสองไม่ตัดสินใจแยกทางกันแบบนั้นก็คงจะมีข่าวหน้าหนึ่งสามีภรรยาทะเลาะกันจนพลั้งมือทำร้ายกันถึงชีวิตเป็นได้ “ขอบคุณนะดาว ขอบคุณที่อยู่กับฉันและทำให้ฉันกับพ่อและแม่เข้าใจกัน เพราะมีเธอ ฉันถึงไม่ติดใจเรื่องในอดีตที่ผ่านมา ขอบคุณที่ฉุดดึงฉันออกมาจากความมืดนั้น” ภีร์บอกภรรยาที่นอนซบอกตนเองพร้อมกับจับกุมมือน้อยทาบทับอกขึ้นมาจูบ “ดาวดีใจนะคะที่หมอภีร์กับคุณพ่อคุณแม่เข้าใจกันได้ จริงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวอะไรกับดาวเลยสักนิด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้เพราะหมอภีร์ ดาวรู้นะคะ แม้ว่าหมอภีร์จะพูดถึงท่านทั้งส
“หมอภีร์คุยกับท่านทั้งสองนะคะ ดาวจะไปช่วยที่ห้องครัวเผื่อมีอะไรให้ช่วยค่ะ”เมื่อเห็นว่าตัวเองควรปล่อยให้พ่อแม่ลูกอยู่คุยกันตามลำพัง แม้ก่อนหน้าบอกสามีแพทย์ว่าตนจะอยู่ด้วย แต่ตอนนี้เขาควรอยู่กับพ่อกับแม่เขาตามลำพังมากกว่า “ไหนบอกจะอยู่กับฉัน” “ดาวไม่ได้ไปไหนค่ะ ดาวก็อยู่ตรงนี้ของหมอภีร์แล้วไงคะ ดาวอยู่ตรงนี้ตลอดค่ะจะไม่ไปไหนจนกว่าหมอภีร์ไม่ต้องการดาวแล้ว” มือเล็กยกจิ้มอกซ้ายของสามีบอกเขาว่าตนอยู่ตรงนี้ของเขาตลอด “ขอบใจนะดาว ขอบใจที่เข้าใจฉัน ระวังด้วยนะเข้าไปในครัวน่ะ ห้ามยกของหนักรู้ไหม”ก่อนหญิงสาวจะลุกเดินจากไปก็ไม่ลืมบอกเธอด้วยความเป็นห่วง “รู้แล้วค่ะ ดาวไปนะคะ คุยกันดีๆ นะคะ หมอภีร์ถามใจตัวเองดีๆ นะคะว่าลึกๆ แล้วหมอภีร์มีความสุขกับที่ผ่านมาแล้วรึยัง ไปนะคะ” แล้วอ้อมดาวก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นปล
ภีร์มองภรรยาเด็กของตนลุกจากเตียงนอนเดินเข้าห้องน้ำ ตอนนี้เจ้าตัวเล็กในครรภ์อายุได้สี่เดือนสองสัปดาห์ ร่างเล็กเปราะบางเพรียวระหงตอนนี้จับเคล้นตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือ จะว่าไปล้นมือเสียด้วยซ้ำ อ้อมดาวมีน้ำมีนวลอวบอิ่มและสวยวันสวยคืนจนเขาเริ่มหวงเธอ เพราะได้ยินเธอบอกว่าวันสอบปิดภาคเรียนมีหนุ่มต่างคณะมาทำความรู้จัก แต่เธอก็บอกผู้ชายคนนั้นไปว่า ‘แต่งงาน’ แล้ว “ดาวไปซื้อแหวนแต่งงานกันเถอะ เพื่อกันไม่ให้ใครเข้ามาจีบเมียฉัน” ภีร์เดินมาสวมกอดอ้อมดาวจากด้านหลังที่กำลังบีบยาสีฟันใส่แปรงตัวเองกับของเขา “ใครจะมาจีบได้อีกคะ ตอนนี้ท้องดาวก็เริ่มโตแล้วนะคะ ใครก็มองออกว่าดาวกำลัง ‘ท้อง’ ค่ะ” สาวน้อยตอบ “แต่ท้องดาวมองเผินๆ ก็ไม่เหมือนคนท้องนะ” เขาบอกเธอ “แปรงฟันกันเถอะค่ะ แล้วรีบไปทานมื
ภีร์วิ่งเข้ามาในห้องน้ำ เขามาส่องกระจกดูตัวเองในห้องน้ำแล้วก็ขบกรามแน่น เมื่อกี้เขาร้องไห้ ร้องไห้เพราะผู้หญิงคนนั้น สองมือกำแน่นเข้าหากันแล้วเปิดน้ำวักน้ำใส่หน้าตัวเองจนเปียกไปทั้งตัวแล้วทุบชกกระจกตรงหน้าตัวเองเมื่อเห็นว่าตนกำลังอ่อนไหวกับคนที่ทิ้งตนไปตอนนั้นตุ้บ!กระจกร้าวแตกเมื่อโดนกำปั้นใหญ่ชกเต็มแรง และกำปั้นของเขาก็แตกไม่ต่างจากกระจกที่ชก เจ็บมือไม่เท่าไหร่ แต่ใจของเขานี่สิ มันเจ็บเหลือเกินตอนนี้ ไม่เข้าใจว่าตัวเองนั้นต้องการอะไรกันแน่“ให้ช่วยไหมครับ?” เสียงของคนที่เปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นเขาเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ” แล้วเขาก็รีบเดินออกจากห้องน้ำไป ส่วนกระจกที่ร้าวเขาค่อยไปแจ้งให้ฝ่ายช่างมาจัดการ เขาจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเอง เพราะเขาใช้มันระบายอารมณ์“ภีร์” เมริษาร้องเรียกคนที่กำลังเดินผ่านตนเองรั้งไว้พร้อมกับฉวยโอกาสคว้าจับข้อมือใหญ่ดึงรั้งไว้ให้หยุด“ปล่อยเมย์” นายแพทย์หนุ่มเอ่ยเสี
จนตอนนี้ผ่านมาสองเดือนแล้วที่ภีร์ไม่แวะมาบ้านหลังใหญ่หลังนี้ ตอนนี้ไรอันกับเจฟ สามีก็พักอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านของอดีตสามี แม้ว่าสามีของนางจะอยากไปพักโรงแรมข้างนอก แต่ภพก็ชักชวนให้เจฟอยู่ด้วยกันที่นี่ เพราะถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว “ขับรถดีๆ นะไรอัน” ญาดาบอกลูกเลี้ยง “ครับ คุณแม่” ไรอันรับคำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไปนะที่รัก” เจฟเดินมาก้มหอมแก้มภรรยาที่เดินออกมาส่งตัวเองขึ้นรถจะไปสนามบินกลับประเทศอังกฤษ “เดินทางปลอดภัยนะคะที่รัก ถึงแล้ววิดีโอคอลหาด้วยนะคะ” “ครับ แล้วเจอกันที่รัก” แล้วเจฟก็เดินไปขึ้นรถที่ลูกชายติดเครื่องรอท่าก่อนหน้า “ไปนะครับคุณแม่” ไรอันบอกแม่เลี้ยงแล้วก็ออกตัวเคลื่อนรถพาพ่อไปยังส
“ชูว์...ไม่ร้องนะเด็กดีของหมอ ไม่ร้องนะ ใครเขาจะไปกัน เมียอยู่นี่ก็ต้องอยู่กับเมียสิ ฉันรู้ว่าเมย์ต้องพูดอะไรกับเธอถึงได้แกล้งพูดให้เธอหึงฉัน ไม่ได้ตั้งใจจะให้ร้องไห้สักหน่อย ไม่ร้องนะเด็กดี โอ๋เอ๋...” ภีร์ดึงคนขี้แยเข้ามากอดปลอบ “อึก! หมอภีร์รู้ไหมคะว่าหมอเมย์จะแย่งหมอภีร์ ถ้าดาวเผลอ” เธอสะอื้นดังกว่าเดิมพร้อมกอดคนตัวโตแน่นราวกับว่าเขาจะหายไปจากตน “ไม่มีใครมาแย่งฉันไปจากดาว นอกจากฉันจะไปของฉันเอง เชื่อใจฉันได้ ฉันเลือกดาวแล้วก็ต้องเป็นดาวเท่านั้นที่ฉันจะอยู่ด้วย เนี่ยสินะเขาว่าฮอร์โมนคุณแม่ เริ่มคิดมากเริ่มกังวลแล้ว” เขาบอกคนตัวเล็กแล้วดันอ้อมดาวออกจากอกแล้วก้มลงจุ๊บเปลือกตาสวยที่หลับร้องไห้อยู่ “คงจะจริงค่ะ ดาวไม่ได้อยากจะขี้แยงี่เง่ากับหมอภีร์ แต่ดาวห้ามตัวเองไม่ได้ อึก! ฮือ...” “ฉันรู้ว่าดาวของฉันเป็นเด็กดี มีเหตุผล
ครรภ์แรกของอ้อมดาวตอนนี้อายุได้เจ็ดสัปดาห์แล้ว ไม่ใช่แค่ว่าที่คุณแม่ดีใจ ว่าที่คุณพ่อก็ดีใจและอดจะโทรไปพูดอวดน้องชายไม่ได้ถึงความสำเร็จของตัวเอง ก็ครั้งก่อนน้องชายดูถูกหาว่าตน ‘ไม่มีน้ำยา’ มาดูตอนนี้สิ เขา ‘มีน้ำยา’ และดีมากด้วย “วันนี้ฉันนัดกินข้าวกับธีร์ และอยากแนะนำดาวให้รู้จักธีร์ด้วย เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน” เขาเคยแต่พูดเรื่องน้องชายให้ภรรยาเด็กฟัง แต่ยังไม่เคยพาทั้งสองมาเจอกันสักครั้ง ส่วนธีร์นั้นเคยเห็นอ้อมดาวแล้วหลายครั้งแบบผ่านๆ แต่ก็ไม่ได้ทักทายทำความรู้จักกันแบบจริงจัง “จะดีเหรอคะหมอภีร์” อ้อมดาวถามคนเป็นสามี “ทำไมถึงคิดว่าไม่ดีล่ะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว และเธอก็เป็นพี่สะใภ้ของธีร์มันแล้วตอนนี้ ไม่ใช่เด็กในปกครองฉันแล้วนะ เปลี่ยนจากเด็กในปกครองเป็น ‘เมีย’ ในปกครองของฉันแล้ว” ภีร์บอกภรรยาเด็กของตน