หลังเลิกเรียน….
ฉันมายืนอยู่หน้าผับสักพักมีแวบหนึ่งที่ผุดขึ้นมาว่าฉันคิดดีแล้วเหรอที่จะเอาชีวิตอันสงบสุขมาพัวพันกับพวกเขาแต่พวกนั้นเขาจะมาสนใจฉันทำไม ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ตัวเองไปก็แค่นั้น...คิดมากไปเปล่าวะเนี่ย โอกาสดีๆ อย่างงี้หาได้ง่ายซะที่ไหน...เอาวะ
ฉันเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นมีพนักงานกำลังจัดโต๊ะทำความสะอาดอยู่หลายคนแล้วพูดบอกผู้ชายที่อยู่ใกล้ประตูมากที่สุด
“มาติดต่อคุณนีรดาร์ค่ะ”
“อ่อครับ ทางนี้ครับ” ผู้ชายคนนั้นหันมาตอบฉันแล้วเดินนำฉันขึ้นไปชั้นบนที่ฉันเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันเดินตามแผ่นหลังเขาไปแล้วมองไปรอบๆ ความจริงฉันก็เคยมาเที่ยวที่นี่นะแต่ไม่เคยได้ขึ้นมาโซน VIP แบบนี้หรอก ได้อยู่แต่ข้างล่าง สักพักเขาก็มาหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่งที่อยู่ในสุดทางเดินยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามทีแล้วบิดลูกบิดเปิดมันออก
ก๊อกๆๆๆ
แอ๊ดดดดด
ฉันเดินเข้าไปข้างในก็เห็นผู้หญิงคนนั้น...อ๋อ คุณนีรดาร์ ฉันรู้ชื่อเธอแล้วนิ นั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับกองเอกสารกองโตบนโต๊ะ เธอเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มให้ฉันแบบใจดีสุดๆ ฉันเลยยกมือไหว้เธออย่างนอบน้อม
“มิณาริน ใช่ไหม นั่งก่อนซิ” เธอพูดขึ้นพลางปิดแฟ้มลงแล้วทิ้งตัวพิงเก้าอี้ ฉันเลยเลื่อนเก้าอี้ออกนั่งอย่างงงๆ คุณนีรดาร์รู้จักชื่อฉัน...เหอะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนี่หว่า รวยซะขนาดนี้แล้วแถมแฟนยังเป็นมาเฟียอีกจะสืบประวัติใครสักคนแค่ดีดนิ้วก็ได้แหละมั้ง
“มิณต้องทำอะไรบ้างคะ”
“ก็ทำบัญชีทั่วไปนั่นแหละ ไม่เยอะเท่านี้หรอกไม่ต้องตกใจ ช่วงเนี่ยฉันแพ้ท้องน่ะ เลยทำบ้างไม่ทำบ้าง งานก็เลยกองต้องหาคนมาช่วย”
“ทะ...ท้อง กับรุ่นพี่…” ฉันถามย้ำออกไปเพื่อความแน่ใจแล้วเธอก็พยักหน้าให้ฉันแบบยิ้มๆ ฉันไม่เห็นรู้เลยว่ารุ่นพี่ดินกำลังจะมีเบบี้ นี่มัน talk of the town ยิ่งกว่าตอนที่มีข่าวว่ารุ่นพี่มีแฟนอีกนะ แล้วฉันรู้เป็นคนแรก oh my goddddd
“มิณทำได้ถึงกี่โมงล่ะ”
“กี่โมงก็ได้ค่ะ เสร็จแล้วค่อยกลับก็ได้ หอมิณอยู่ไม่ไกลเท่าไร”
“เห่ย ไม่ได้ เราเป็นผู้หญิงกลับดึกได้ไง แต่…” เธอพูดขึ้นแล้วหยุดไปเหมือนกำลังใช้ความคิด
“อะไรเหรอคะ” ฉันเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นเธอเว้นช่วงไปนาน ใจก็กลัวเธอจะเปลี่ยนใจไม่จ้างฉันทำงาน
“ความจริงที่นี่ก็คนเยอะแยะให้ใครไปส่งก็ได้ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง ส่วนเงินเดือน...”
“เท่าไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณนีรดาร์เลย” ฉันพูดออกไปด้วยความเต็มใจเพราะเธอดูใจดีแล้วเป็นกันเองมากให้เท่าไรฉันก็เอาทั้งนั้น ไม่ซี...ได้เจ้านายดีก็พอ เพราะที่ผ่านมามีแต่เจ้านายโหดๆ เคี้ยวๆ เธอดูเหมือนจะตกใจนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับแล้วหัวเราะน้อยๆ ออกมา เธอน่ารักแบบนี้นี่เองถึงได้มัดใจรุ่นพี่ดินได้อยู่หมัด
“เรียกพี่หนูดาก็ได้นะ ไม่ต้องเรียกเต็มขนาดนั้นหรอก”
“ค่ะ…”
“เออ...เดี๋ยวพาไปแนะนำก่อน อยู่ที่นี่ต้องรู้จักพวกนี้” พี่หนูดาพูดขึ้นพลางลุกจากเก้าอี้แล้วขวักเรียกฉันให้ตามมาด้วย
“ใครเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามก่อนจะลุกตามเธอไป พวกนี้...พวกรุ่นพี่รึเปล่านะ แต่คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้ฉันงงหนักเข้าไปอีก ลูกค้า เกี่ยวไรกับฉัน...ยังไงฉันก็ไม่เจอลูกค้าอยู่แล้ว
“ลูกค้า VIP”
…
ฉันเดินตามเธอเข้ามาในห้องที่มันดูคุ้นตาแปลกๆ ...เหอะ ห้องนี้มันที่ฉันเข้ามาเมื่อวานนี้ ใช้จริงๆ ด้วยเพราะรุ่นพี่ทั้งสามคนนั่งอยู่กันครบเลย และฉันมีคนที่ฉันไม่รู้จักอีกสามคน
“นี่เฮียหมอไวน์ เฮียแม็กซ์ และก็เฮียฟิวส์ ส่วนสามตัว เอ๊ย! สามคนนี้คงรู้จักแล้ว” พี่หนูดาชี้ไล่ไปที่สามคนนั้นที่ฉันไม่รู้จักก่อนที่เธอจะนั่งลงข้างรุ่นพี่ดินและดึงฉันนั่งลงข้างๆ เธอ ฉันเลยยกมือไหว้พวกเขาตามมารยาท แต่เหมือนเขาจะไม่ค่อยสนใจเท่าไร มีแต่รุ่นพี่สามคนที่กำลังจ้องพี่หนูดาตาขวางที่หลุดปากเรียกตัวเมื่อกี้ หึ
“พามาแนะนำทำไม ก็แค่พนักงานคนหนึ่ง หึ” รุ่นพี่ยูตะพูดขึ้นแล้วแสยะยิ้มขึ้นมุมปากก่อนหันมามองฉันด้วยสายตาแปลกๆ อะไรของเขาวะ...ฉันไปทำอะไรให้เขาเนี่ย
“ปากดีๆ พามาให้นายขอโทษนั่นแหละ เร็วเลย ขอโทษน้องเขาซะ” พี่หนูดาหยิบน้ำแข็งปาใส่รุ่นพี่ยูตะแต่เขาดันหลบได้ทันและส่งเสียงโวยวายออกมา
“โว้วๆๆๆ นายหญิงอย่ารุนแรงนักซี เดี๋ยวลูกออกมาก็ซาดิสม์เหมือนพ่อมันหรอก” สิ้นเสียงรุ่นพี่ยูตะ รุ่นพี่ดินก็หยิบน้ำแข็งปาใส่รุ่นพี่ยูตะอีกคราวนี้เยอะกว่าเดิมมีรึจะไม่โดน...สม ปากเสียดีนัก ฉันยิ้มเยาะเขาในใจ...แต่เหมือนจะออกอาการมากไปหน่อย
“ยิ้มอะไร ฮะ! ยัยหัวขโมย” แล้วเขาก็หันมาแว้งกัดฉันจนได้...พาลนี่หว่า
“ยิ้มให้หลอดไฟ ให้โซฟา ให้เหล้าพวกเนี่ย” ฉันพูดพลางยกไหล่ขึ้นน้อยๆ แล้วหันไปอีกทางอย่างลอยหน้าลอยตาแล้วรุ่นพี่ยูตะลุกขึ้นยืนตะคอกใส่หน้าฉันดังลั่น
“ฉันเพื่อนเล่นเธอเหรอ ฮะ!?”
“แล้วฉันไปทำอะไรให้รุ่นพี่รึยัง ฮะ!? พูดดีๆ กับฉันไม่เป็นรึไง ตะคอกอยู่ได้” ฉันลุกขึ้นยืนแล้วตอกกลับไปเสียงดังลั่นกว่า น่าโมโหชะมัด ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยสักนิด เอะอะก็ตะคอกใส่อยู่ได้
“เหอะ...แล้วฉันต้องสน ฉันไม่มีทางขอโทษเธอแน่ เพราะมันเป็นความผิดเธอที่ไม่ยอมบอกฉันแถมยังทำตัวมีพิรุธอีก โทษฉันมะ…”
แกร่ก...แอ๊ดดดดดด
เขายังพูดไม่ทันจบก็หันไปมองที่ประตู ก่อนจะทำท่าเหมือนช็อกไปชั่วขณะ สองคนนี้ใครวะ ทำไมรุ่นพี่ยูตะต้องช็อกขนาดนี้ด้วย
ผมยังพูดไม่ทันจบไอ้เฮียวา พี่ชายตัวดีของผมก็เปิดประตูเข้ามาซะก่อนพร้อมกับผู้หญิงที่เดินตามหลังมันเข้ามา และผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมช็อก...ช็อกมาก แม่งเอ๊ยยยย พามาทำไมวะเนี่ย กูเจอวันนั้นยังหลอนไม่หายเลย..แล้วเธอก็พูดขึ้นด้วยท่าทางดีใจสุดๆ ซึ่งขัดกับผมมากเพราะตอนนี้ผมคิดว่ามันเหี้ยสุดๆ“พี่ยูตะอยู่ที่นี่จริงด้วย”“ไอ้เฮีย! มึงพามาทำไมเนี่ย” ผมหันไปด่าไอ้พี่ชายตัวดีทันที เวรเอ๊ย อุตส่าห์หนีมานี้คิดว่าจะพ้นแล้วนะ“ก็ซายะเขาบอกว่าอยากเจอมึง คิดถึงมึงจะแย่ กูก็เห็นว่าเดี๋ยวก็จะหมั้นกันแล้วเลยคิดว่าพามานี้ได้” มันตอบกลับมาพลางทำหน้าได้อินโนเซนต์สุดๆ กวนตีนฉิบหายและทุกสายตาแม่งก็พร้อมใจกันหันมามองผม ก็ยังไม่มีใครรู้ไง ผมไม่คิดจะบอกและผมก็ไม่คิดจะหมั้นกับยัยซายะอะไรนี่ด้วย แม่นะแม่ทำอะไรไม่ปรึกษา ผมเลยหนีออกมาอยู่คอนโดซะเลย“เชี่ยยยย..กูพลาดช็อตเด็ดไปเหรอวะ” ไอ้เฮียแม็กรีบพูดเสริมขึ้นทันที“นี่ซินะ..กูถึงเจอมึงที่คอนโด” ไอ้ดินเอ่ยขึ้นแล้วอมยิ้มน้อยๆ ไอ้เวรนี่ก็เสือกจริงๆ แทนที่ยัยซายะจะไม่รู้ว่ากูไปหลบอยู่ไหน“พี่ยูตะไปนอนที่คอนโดเหรอคะ ถึงว่าซายะไปที่บ้านไม่เจอ แล้วคอนโดพี่อยู่แถวไหนเหรอคะ”“กะ…
Minarin Talkแล้วอยู่ดีๆ รุ่นพี่ยูตะบ้ากามนั่นก็ลากฉันออกมาจากห้องและเปิดประตูห้องข้างๆ พอเห็นว่าไม่มีใครก็ลากฉันเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูทันทีแถมยังล็อกอีก เขาจะทำอะไรกันแน่...ไม่นะ ฉันเพิ่งเสียจูบแรกให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักไม่กี่วัน แล้วเขายังจะ....ฉันจะไม่ยอมเสียให้เขาเด็ดขาด ถึงเขาจะหล่อแค่ไหนก็ตาม...“นี่! จะทำอะไร” ฉันเอ่ยถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วพยายามที่จะแกะมือเขาออกแต่เขากลับบีบมันแน่นขึ้นก่อนจะพูดขึ้น“ฉันไม่ปล้ำเธอหรอกน้า แค่จะคุยธุระสำคัญ เธอต้องช่วยฉัน”“ปล่อย! ฉันไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ..” ฉันโวยวายออกไปโดยไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดสักนิด ฉันรู้แค่ว่าเขาอันตรายเกินไป ฉันอยู่ใกล้เขาไม่ได้ เขาลวนลามฉันทุกครั้งที่เจอ ฉันต้องอยู่ให้ห่างเขา“นี่! หยุดโวยวายสักทีได้ไหม”ปึกกกกรุ่นพี่ยูตะตวาดเสียงดังลั่นก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้วเอวฉันเข้าหาตัวเขาอย่างแรงจนร่างฉันถลาไปชนกับแผงอกแกร่งของเขา“นี่!! ...”ฉันเงยหน้าขึ้นตวาดเขาด้วยความโมโหแต่จังหวะนั้นรุ่นพี่ยูตะดันก้มหน้าลงมาพอดีเลยกลายเป็นว่าตอนนี้หน้าเราสองห่างกันแค่ปลายจมูกจนฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา...ละ...แล้วมันใกล้ข
ผมกำลังจะตามยัยตัวเล็กนั่นไปแต่เฮียวาดันลุกมาคว้าคอผมแล้วลากกลับมานั่งที่โซฟาซะก่อน“ไม่ต้องไป พูดมา มึงคิดจะทำอะไร” เฮียวาเอ่ยถามขึ้นพลางหรี่ตามองผมอย่างสงสัยและไม่ใช่แค่มันหรอกนะตอนนี้ทุกสายตาจ้องมาที่ผมคนเดียว เออ...เอาเข้าไป เหมือนกูไปฆ่าใครตายเลย คาดคั้นอะไรเบอร์นี้วะ“กูก็แค่จ้างยัยตัวเล็กนั่นมาแกล้งเป็นแฟนกู”พรวดดดด...แคร่กๆ“ฮะ!?”ไอ้ธามถึงกับเหล้าพุ่งเพราะมันกำลังยกเหล้าดกเข้าปากพอดี ส่วนคนอื่นๆ ก็ประสานเสียงกันดังลั่น ตกใจอะไรขนาดนั้น“อย่างมึงยังต้องจ้างอีกเรอะ” ไอ้เฮียแม็กถามขึ้นพลางเลิกคิ้วใส่ผม นั่นดิ ความจริงระดับผม...ผู้หญิงพร้อมจะคลานเข่าเข้ามาเป็นแฟนผมทั้งนั้น ยกเว้นยัยมิณานี่“ก็เพราะใครอะ พามาทำเหี้ยไรก็ไม่รู้ แล้วคือยัยซายะนั่นเห็นมิณาแล้วไหม จะให้กูทำไง” ผมหันไปมองไอ้เฮียวาตาขวางก่อนจะยกแก้วเหล้าของใครก็ไม่รู้...ไม่สนด้วย ดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด หงุดหงิดชะมัด ผมไม่เคยโดนผู้หญิงปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยยังงี้เลยนะ...แถมยังด่าผมเป็นหมาอีก แมร่งงงเอ้ยยย เสียชาติเสือฉิบหาย“เวรเอ้ยยย ใครจะรู้วะ...กูก็ไม่เห็นมึงปฏิเสธแม่หนิหว่า ก็เลยนึกว่า…”“หุบปากเลย มึงแหละตัวดี ก็เพราะม
Minarin Talkฉันเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเป็นร้อย ๆ รอบตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรฉันก็สลัดภาพรุ่นพี่ยูตะออกจากหัวไม่ได้เลย ยิ่งสัมผัสนั่น…ฉันเผลอเอามือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างอดไม่ได้ วินาทีนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับฉันวะ สมองเบลอไม่ประมวลผล หูอื้อไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงใครนอกจากเสียงใจตัวเองที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา ริมฝีปากเขา ลิ้นเขา หรือแม้แต่ลมหายใจของเขาทุกอย่างเหมือนมีมนตร์สะกดให้ฉันตกอยู่ใต้ภวังค์ที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา…Line~ Line~โฮะ...ตกใจหมด เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นเรียกสติฉันให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง...ความจริงที่ว่า ผู้ชายอย่างเขาไม่มีวันที่จะมาสนใจเด็กกำพร้าจนๆ อย่างฉันจริงๆ แน่ นี่มันเป็นแค่แผนหลอกๆ เท่านั้น...เพราะฉะนั้นห้ามเผลอใจให้เขาเด็ดขาด แล้วนี่ฉันเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย คิดถึงเขาอยู่ได้ ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไลน์ดูNum : มึง กูกำลังจะเข้าไปเอาเลกเชอร์Min : เครๆฉันพิมพ์ไลน์ตอบน้ำเพื่อนที่คณะ มันยืมเลกเชอร์ฉันไว้ตั้งแต่เย็นแล้วแต่ฉันรีบไปหาพี่หนูดามันเลยจะเข้ามาเอาที่หอแทนก๊อกๆๆทำไมถึงเร็วนักวะ...ฉันหยิบเลคเชอร์ที่มั
เช้าวันต่อมา….ฉันนั่งดูข้อมูลที่เฮียยูตะส่งมาให้อยู่ที่โต๊ะประจำใต้ตึกบัญชี ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ไม่หมด ประวัติส่วนตัวหรือประวัติศาสตร์ชาติวะ เยอะฉิบ...แล้วไหนยังจะต้องเรียกสรรพนามให้คุ้นชินอีก คำละพัน ใครจะยอมเสีย...เหอะ ไม่มีทางผลัวะ!!! หัวฉันพุ่งไปตามแรงฝ่ามือที่ฟาดลงมาแบบไม่ได้ตั้งตัวจนมึนงงไปหมด พอตั้งสติได้ก็รีบมองหาต้นตอของแรงปะทะนั่นทันที“เชี่ยยย มึนฉิบ เล่นไรวะเนี่ย” ฉันหันไปด่าเพลินพลางเอามือลูบหัวตัวเองป้อยๆ กะแล้วว่าต้องเป็นมันเพราะไม่มีใครกล้าเล่นกับแบบนี้แน่ ฉันเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับใครถ้าไม่สนิท แล้วมันก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางทำหน้าเหวี่ยงสุด“มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนไหม อีมิณ” เพลินถามฉันด้วยน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจสุดๆ อะไรวะดราม่าแต่เช้า เมื่อคืนมันดูซีรีส์เรื่องไหนมาวะ“ดราม่าอะไรแต่เช้าเนี่ย”ฉันเอามือไปโยกหัวเพลินเบาๆ มันปัดมือฉันออกด้วยท่าทางฟึดฟัดพลางยัดมือถือของมันที่เปิดค้างไว้ใส่มือฉันแล้วทำปากมู่ตู้เอามือขึ้นกอดอก อินี่เป็นหนักเหมือนกันนะ ฉันเลื่อนหน้าจอมือถือดูที่มันเปิดค้างไว้ ig เฮียยูตะ?[PIC]15454Like, 1045CommentUta_U เปลี
Thayukorn Talkผมเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับคู่ขาที่เกาะแขนผมไม่ยอมปล่อยพลางเลี้ยวมองคนตัวเล็กที่รีบวิ่งลงบันไดไปจนสุดสายตา แล้วแกะมือคู่ขาคนที่เพิ่งทำให้ผมสบายตัวมาหมาดๆ อย่างไม่ไยดี“กลับเองนะ ฉันไม่ว่างแล้ว” ผมบอกเธอแล้วเดินตรงมายังห้อง VIP ซึ่งเป็นที่สิงสถิตประจำของพวกผมโดยไม่สนใจคู่ขาคนนั้นแม้แต่น้อย แต่เธอรู้จักผมดีหลังจากที่ควงมาสักพักถ้าผมไม่สบอารมณ์แหละก็เธอจะรู้ทันทีว่าไม่ควรอยู่ใกล้ผมผมเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างแรง ผมยอมรับว่าก็ตกใจที่พอลิฟต์เปิดออกแล้วเห็นเด็กนั่นยืนอยู่หน้าลิฟต์และเธอคงจะเห็นด้วยว่าพวกผมทำอะไรกัน..แต่ที่หงุดหงิดสุดคือหน้าเธอตอนเห็นผมกับผู้หญิงคนนั้น เป็นห่าอะไรวะ...ทำไมทำหน้าแบบนั้น เห็นแล้วเสียอารมณ์ชะมัด“หน้ายังกะส้นตีน ไม่เด็ดไง” ไอ้ดินเอ่ยถามขึ้นพลางยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างกวนตีนหลังจากที่มันเดินตามผมมานั่งบนโซฟาตรงข้ามผม นั่นดิ...ผมแมร่ง เป็นเหี้ยไรวะ ทั้งที่คู่ขาผมคนเนี่ยเด็ดโคตรและผมก็รู้สึกดีมากด้วยแต่พอมาเจอยัยตัวเล็กนั่น อารมณ์ผมก็เปลี่ยนไปเฉย“เสือก”“โอ๊ะ...ไอ้สัส! ตกใจหมด มึงมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” ผมด่าไอ้ดินก่อนจะหลุดอุทานอ
“อ้าว มิณ ลืมมือถือใช่ปะ พี่เห็นวางอยู่บนโต๊ะ”แมร่งเอ้ย...ความรู้สึกห่าอะไรก็ไม่รู้มันบอกให้ผมลุกขึ้นแล้ววิ่งตามเธอออกไปทันที จนแทบจะชนหนูดาดีที่หนูดาหลบทัน ไม่งั้นไอ้ดินฆ่าผมแน่เพราะผมได้ยินเสียงมันด่าตามหลังผมมาด้วย“ไอ้สัส! ชนเมียกู”แต่ใครสน...ผมวิ่งลงบันไดลงมาเห็นแผ่นหลังคนตัวเล็กเปิดประตูออกไปแวบๆ ผมเลยไม่รอช้ารีบตามออกไปแต่ก็ไม่เห็นเธอซะแล้ว ผมยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าผับเพื่อมองหาแต่ก็ไร้วี่แวว ล่องหนได้เหมือนไอ้ธามรึไงนะ ไวฉิบ ว่าแต่...เธอจะได้ยินที่ผมพูดรึเปล่าวะ แต่ก็...ช่างแม่งดิ สนใจอะไรผมหันหลังไปเปิดประตูเพื่อที่จะกลับขึ้นไปข้างบนแต่ใจนึงก็ไม่อยากกลับขึ้นไป กูเป็นห่าอะไรวะเนี่ย ได้ยินแล้วจะเป็นไร...ความจริงก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว กูจะมาห่วงความรู้สึกเด็กนั่นทำไมเนี่ย ไร้สาระฉิบหาย ผมปิดประตูลงอีกครั้งก่อนเอามือขึ้นขยี้ผมตัวเองแล้วหันหลังวิ่งไปที่รถตัวเองทันทีMinarin Talkฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนรถประจำทางเลยหอฉันไปจนสุดสาย บ้าฉิบ...คำพูดของเขาทำให้ใจฉันหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันรีบลงจากรถทันทีที่รถจอดป้ายสุดท้าย กลับไงวะเนี่ย..เดินไปเรื่อยๆ แล้วกัน ดีนะที่
ปึกกกอุกกกก////อีคนเดิมพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาต่อยท้องฉันอย่างแรงจนจุกไปหมด แมร่งงง...แน่จริงอย่ารุมดิวะ ฉันคิดว่าฉันไม่มีทางแพ้มันแน่ถ้าตัวต่อตัวเพียะ...เพียะ//ฝ่ามือของอีนคนเดิมฟาดเข้ามาที่หน้าฉันอย่างแรงสองทีโดยไม่เว้นช่วงให้ฉันตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย ฉันหันหน้ากลับมามองมันพลางเอาลิ้นดุ้นแก้มข้างที่โดนตบด้วยแววตาที่โกรธจัด ฉันไม่เคยทำร้ายให้ก่อนแล้วฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแบบนี้แน่“อย่าลืมกลับไปบอกบรรพบุรุษมึงด้วยนะ ว่าล้มกูได้ด้วยหมาห้าตัว หึ”“อีสัส! ได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่มึง”เพียะ///แล้วฝ่ามือมันก็ฝาดลงมาซ้ำข้างเดิมอีกทีด้วยน้ำหนักที่แรงกว่าทีแรกเป็นสองเท่า ก่อนมันจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันรู้ทันทีว่ามันทำร้ายฉันเพราะอะไร“เลิกยุ่งกับรุ่นพี่ยูตะ ไม่งั้นมึงหน้าไม่สวยแบบนี้แน่”“ถุย! กูต้องกลัว..”มันง้างมือจะตบฉันอีกรอบแต่มีมือหน้ามารับไว้ได้ซะก่อนแล้วบีบข้อมือผู้หญิงคนนั้นจนมันทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ มาเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้เนอะ..โดนไปตั้งสามทีแล้วเนี่ย“ระ...รุ่นพี่ยะ..ยูตะ” อีคนเดิมเอ่ยเรียกชื่อเขาแบบตะกุกตะกัก หน้าถอดสีกันหมด อีสองคนที่ล็อกแขนฉันก็ปล่อยทันทีจนฉันแทบล้มเพ
“โอ้เอ้...โอ้เอ้ อย่าโกรธแม่เลยนะ...นะ คืนนี้นอนนี้นะ แม่คิดถึงลูกจะแย่”“ไม่ฮะ ตราบใดที่งานหมั้นยังไม่ล้มเลิก ผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก คุณยูริจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกเลยด้วย” ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังพลางแกะมือแม่ออก“โอ๊ะ…! ไม่นะ...ไม่นะ อย่าใจร้ายนักเซ่ ไม่คิดถึงแม่เลยเหรอ พี่ชายลูกก็ไม่ค่อยจะกลับบ้าน มีลูกตั้งสองคนไม่มีใครสนใจแม่เลยสักคน” แม่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ พลางก้มหน้างุดอยู่กับตักตัวเอง หึ มอบตุ๊กตาทองให้แก่คุณยูริไปเลย...สุดยอดการแสดง แน่ะ! มีทำสะอื้นด้วยนะ ผมไม่หลงกลง่ายๆ หรอกนะ เพราะโดนมาเยอะจนเข็ดแล้ว“ไม่รู้แหละ ถ้าอยากให้ผมกลับบ้านแม่ก็ต้องช่วยผม”“จะให้ช่วยได้ยังไงล่ะครับ คุณหญิงได้มาถอนหงอกแม่แน่ๆ” แม่รีบเงยหน้าบอกผมพลางส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย“แม่นะแม่ อยากจะบ้าตาย”ผมเห็นแม่เอานิ้วชี้ขึ้นแตะขมับตัวเองพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนจะพูดเอ่ยบอกผม“แต่แม่ว่าท่าจะให้เนียนลูกควรพาน้องเข้าไปอยู่ที่คอนโดกับลูกด้วยนะ ตอนเนี่ยซายะต้องสั่งคนตามดูน้องอยู่แน่ๆ”“น้อง?” ผมเลิกคิ้วถามแม่ทันที น้องที่ว่าเนี่ยใค
“เหมือนใคร?”มิณาดึงแขนผมอย่างแรงเพื่อจะให้ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ ก่อนจะถามขึ้นพลางหรี่ตามองผมอย่างจับผิด หึ ร้อนตัวซินะ วัวสันหลังหวะก็จะเป็นแบบนี้แหละ“ทำไม ร้อนตัว ไปทำอะไรอย่างงั้นมาซินะ” ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางแสยะยิ้มขึ้นมุมปากก่อนจะเอียงคอมองหน้ามิณาที่ดูเหมือนเธอจะช็อคไปชั่วขณะกับประโยคที่ผมพูดออกไป ก็แน่ล่ะ...ผมยิงเข้าประตูเต็มๆ ขนาดนั้น พลอดรักกันในรถท่ามกลางสายฝน เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด ตอนแรกก็ว่าจะไม่พูดแล้วนะเพราะเห็นว่าเธอถูกทำร้ายมา แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดี ภาพนั้นแม่ง...หลอกหลอนผมทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน“โอ๊ะ! เฮียไปอยู่ใต้เตียงฉันมาเหรอคะ โทษทีนะเสียงดังไปหน่อย” มิณาทำท่าเอามือขึ้นปิดปากคล้ายตกใจก่อนจะจีบปากจีบคอพูดอย่างน่าหมั่นไส้ แต่ที่เธอพูด...แสดงว่ายัยตัวเล็กนี่ ผมแค่ประชดนะ ทำไมมันถึงเป็นเรื่องจริงได้ล่ะ ผมหลุดโพล่งขึ้นอย่างตกใจ“นี่เธอกับไอ้หมอนั่น”“ค่ะ แล้วถึงฉันจะไปทำอะไรกับใคร ที่ไหน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเฮียไม่ใช่เหรอ เฮียเป็นแค่นายจ้างนะ ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตฉันซะหน่อย ทำไมต้องสน” มิณาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่ประโยคนี่มันย้อนกลับมาที่ผมได้ยังไงวะ แล้วทำไมม
ปึกกกอุกกกก////อีคนเดิมพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาต่อยท้องฉันอย่างแรงจนจุกไปหมด แมร่งงง...แน่จริงอย่ารุมดิวะ ฉันคิดว่าฉันไม่มีทางแพ้มันแน่ถ้าตัวต่อตัวเพียะ...เพียะ//ฝ่ามือของอีนคนเดิมฟาดเข้ามาที่หน้าฉันอย่างแรงสองทีโดยไม่เว้นช่วงให้ฉันตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย ฉันหันหน้ากลับมามองมันพลางเอาลิ้นดุ้นแก้มข้างที่โดนตบด้วยแววตาที่โกรธจัด ฉันไม่เคยทำร้ายให้ก่อนแล้วฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแบบนี้แน่“อย่าลืมกลับไปบอกบรรพบุรุษมึงด้วยนะ ว่าล้มกูได้ด้วยหมาห้าตัว หึ”“อีสัส! ได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่มึง”เพียะ///แล้วฝ่ามือมันก็ฝาดลงมาซ้ำข้างเดิมอีกทีด้วยน้ำหนักที่แรงกว่าทีแรกเป็นสองเท่า ก่อนมันจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันรู้ทันทีว่ามันทำร้ายฉันเพราะอะไร“เลิกยุ่งกับรุ่นพี่ยูตะ ไม่งั้นมึงหน้าไม่สวยแบบนี้แน่”“ถุย! กูต้องกลัว..”มันง้างมือจะตบฉันอีกรอบแต่มีมือหน้ามารับไว้ได้ซะก่อนแล้วบีบข้อมือผู้หญิงคนนั้นจนมันทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ มาเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้เนอะ..โดนไปตั้งสามทีแล้วเนี่ย“ระ...รุ่นพี่ยะ..ยูตะ” อีคนเดิมเอ่ยเรียกชื่อเขาแบบตะกุกตะกัก หน้าถอดสีกันหมด อีสองคนที่ล็อกแขนฉันก็ปล่อยทันทีจนฉันแทบล้มเพ
“อ้าว มิณ ลืมมือถือใช่ปะ พี่เห็นวางอยู่บนโต๊ะ”แมร่งเอ้ย...ความรู้สึกห่าอะไรก็ไม่รู้มันบอกให้ผมลุกขึ้นแล้ววิ่งตามเธอออกไปทันที จนแทบจะชนหนูดาดีที่หนูดาหลบทัน ไม่งั้นไอ้ดินฆ่าผมแน่เพราะผมได้ยินเสียงมันด่าตามหลังผมมาด้วย“ไอ้สัส! ชนเมียกู”แต่ใครสน...ผมวิ่งลงบันไดลงมาเห็นแผ่นหลังคนตัวเล็กเปิดประตูออกไปแวบๆ ผมเลยไม่รอช้ารีบตามออกไปแต่ก็ไม่เห็นเธอซะแล้ว ผมยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าผับเพื่อมองหาแต่ก็ไร้วี่แวว ล่องหนได้เหมือนไอ้ธามรึไงนะ ไวฉิบ ว่าแต่...เธอจะได้ยินที่ผมพูดรึเปล่าวะ แต่ก็...ช่างแม่งดิ สนใจอะไรผมหันหลังไปเปิดประตูเพื่อที่จะกลับขึ้นไปข้างบนแต่ใจนึงก็ไม่อยากกลับขึ้นไป กูเป็นห่าอะไรวะเนี่ย ได้ยินแล้วจะเป็นไร...ความจริงก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว กูจะมาห่วงความรู้สึกเด็กนั่นทำไมเนี่ย ไร้สาระฉิบหาย ผมปิดประตูลงอีกครั้งก่อนเอามือขึ้นขยี้ผมตัวเองแล้วหันหลังวิ่งไปที่รถตัวเองทันทีMinarin Talkฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนรถประจำทางเลยหอฉันไปจนสุดสาย บ้าฉิบ...คำพูดของเขาทำให้ใจฉันหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันรีบลงจากรถทันทีที่รถจอดป้ายสุดท้าย กลับไงวะเนี่ย..เดินไปเรื่อยๆ แล้วกัน ดีนะที่
Thayukorn Talkผมเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับคู่ขาที่เกาะแขนผมไม่ยอมปล่อยพลางเลี้ยวมองคนตัวเล็กที่รีบวิ่งลงบันไดไปจนสุดสายตา แล้วแกะมือคู่ขาคนที่เพิ่งทำให้ผมสบายตัวมาหมาดๆ อย่างไม่ไยดี“กลับเองนะ ฉันไม่ว่างแล้ว” ผมบอกเธอแล้วเดินตรงมายังห้อง VIP ซึ่งเป็นที่สิงสถิตประจำของพวกผมโดยไม่สนใจคู่ขาคนนั้นแม้แต่น้อย แต่เธอรู้จักผมดีหลังจากที่ควงมาสักพักถ้าผมไม่สบอารมณ์แหละก็เธอจะรู้ทันทีว่าไม่ควรอยู่ใกล้ผมผมเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างแรง ผมยอมรับว่าก็ตกใจที่พอลิฟต์เปิดออกแล้วเห็นเด็กนั่นยืนอยู่หน้าลิฟต์และเธอคงจะเห็นด้วยว่าพวกผมทำอะไรกัน..แต่ที่หงุดหงิดสุดคือหน้าเธอตอนเห็นผมกับผู้หญิงคนนั้น เป็นห่าอะไรวะ...ทำไมทำหน้าแบบนั้น เห็นแล้วเสียอารมณ์ชะมัด“หน้ายังกะส้นตีน ไม่เด็ดไง” ไอ้ดินเอ่ยถามขึ้นพลางยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างกวนตีนหลังจากที่มันเดินตามผมมานั่งบนโซฟาตรงข้ามผม นั่นดิ...ผมแมร่ง เป็นเหี้ยไรวะ ทั้งที่คู่ขาผมคนเนี่ยเด็ดโคตรและผมก็รู้สึกดีมากด้วยแต่พอมาเจอยัยตัวเล็กนั่น อารมณ์ผมก็เปลี่ยนไปเฉย“เสือก”“โอ๊ะ...ไอ้สัส! ตกใจหมด มึงมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” ผมด่าไอ้ดินก่อนจะหลุดอุทานอ
เช้าวันต่อมา….ฉันนั่งดูข้อมูลที่เฮียยูตะส่งมาให้อยู่ที่โต๊ะประจำใต้ตึกบัญชี ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ไม่หมด ประวัติส่วนตัวหรือประวัติศาสตร์ชาติวะ เยอะฉิบ...แล้วไหนยังจะต้องเรียกสรรพนามให้คุ้นชินอีก คำละพัน ใครจะยอมเสีย...เหอะ ไม่มีทางผลัวะ!!! หัวฉันพุ่งไปตามแรงฝ่ามือที่ฟาดลงมาแบบไม่ได้ตั้งตัวจนมึนงงไปหมด พอตั้งสติได้ก็รีบมองหาต้นตอของแรงปะทะนั่นทันที“เชี่ยยย มึนฉิบ เล่นไรวะเนี่ย” ฉันหันไปด่าเพลินพลางเอามือลูบหัวตัวเองป้อยๆ กะแล้วว่าต้องเป็นมันเพราะไม่มีใครกล้าเล่นกับแบบนี้แน่ ฉันเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับใครถ้าไม่สนิท แล้วมันก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางทำหน้าเหวี่ยงสุด“มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนไหม อีมิณ” เพลินถามฉันด้วยน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจสุดๆ อะไรวะดราม่าแต่เช้า เมื่อคืนมันดูซีรีส์เรื่องไหนมาวะ“ดราม่าอะไรแต่เช้าเนี่ย”ฉันเอามือไปโยกหัวเพลินเบาๆ มันปัดมือฉันออกด้วยท่าทางฟึดฟัดพลางยัดมือถือของมันที่เปิดค้างไว้ใส่มือฉันแล้วทำปากมู่ตู้เอามือขึ้นกอดอก อินี่เป็นหนักเหมือนกันนะ ฉันเลื่อนหน้าจอมือถือดูที่มันเปิดค้างไว้ ig เฮียยูตะ?[PIC]15454Like, 1045CommentUta_U เปลี
Minarin Talkฉันเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเป็นร้อย ๆ รอบตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรฉันก็สลัดภาพรุ่นพี่ยูตะออกจากหัวไม่ได้เลย ยิ่งสัมผัสนั่น…ฉันเผลอเอามือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างอดไม่ได้ วินาทีนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับฉันวะ สมองเบลอไม่ประมวลผล หูอื้อไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงใครนอกจากเสียงใจตัวเองที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา ริมฝีปากเขา ลิ้นเขา หรือแม้แต่ลมหายใจของเขาทุกอย่างเหมือนมีมนตร์สะกดให้ฉันตกอยู่ใต้ภวังค์ที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา…Line~ Line~โฮะ...ตกใจหมด เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นเรียกสติฉันให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง...ความจริงที่ว่า ผู้ชายอย่างเขาไม่มีวันที่จะมาสนใจเด็กกำพร้าจนๆ อย่างฉันจริงๆ แน่ นี่มันเป็นแค่แผนหลอกๆ เท่านั้น...เพราะฉะนั้นห้ามเผลอใจให้เขาเด็ดขาด แล้วนี่ฉันเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย คิดถึงเขาอยู่ได้ ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไลน์ดูNum : มึง กูกำลังจะเข้าไปเอาเลกเชอร์Min : เครๆฉันพิมพ์ไลน์ตอบน้ำเพื่อนที่คณะ มันยืมเลกเชอร์ฉันไว้ตั้งแต่เย็นแล้วแต่ฉันรีบไปหาพี่หนูดามันเลยจะเข้ามาเอาที่หอแทนก๊อกๆๆทำไมถึงเร็วนักวะ...ฉันหยิบเลคเชอร์ที่มั
ผมกำลังจะตามยัยตัวเล็กนั่นไปแต่เฮียวาดันลุกมาคว้าคอผมแล้วลากกลับมานั่งที่โซฟาซะก่อน“ไม่ต้องไป พูดมา มึงคิดจะทำอะไร” เฮียวาเอ่ยถามขึ้นพลางหรี่ตามองผมอย่างสงสัยและไม่ใช่แค่มันหรอกนะตอนนี้ทุกสายตาจ้องมาที่ผมคนเดียว เออ...เอาเข้าไป เหมือนกูไปฆ่าใครตายเลย คาดคั้นอะไรเบอร์นี้วะ“กูก็แค่จ้างยัยตัวเล็กนั่นมาแกล้งเป็นแฟนกู”พรวดดดด...แคร่กๆ“ฮะ!?”ไอ้ธามถึงกับเหล้าพุ่งเพราะมันกำลังยกเหล้าดกเข้าปากพอดี ส่วนคนอื่นๆ ก็ประสานเสียงกันดังลั่น ตกใจอะไรขนาดนั้น“อย่างมึงยังต้องจ้างอีกเรอะ” ไอ้เฮียแม็กถามขึ้นพลางเลิกคิ้วใส่ผม นั่นดิ ความจริงระดับผม...ผู้หญิงพร้อมจะคลานเข่าเข้ามาเป็นแฟนผมทั้งนั้น ยกเว้นยัยมิณานี่“ก็เพราะใครอะ พามาทำเหี้ยไรก็ไม่รู้ แล้วคือยัยซายะนั่นเห็นมิณาแล้วไหม จะให้กูทำไง” ผมหันไปมองไอ้เฮียวาตาขวางก่อนจะยกแก้วเหล้าของใครก็ไม่รู้...ไม่สนด้วย ดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด หงุดหงิดชะมัด ผมไม่เคยโดนผู้หญิงปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยยังงี้เลยนะ...แถมยังด่าผมเป็นหมาอีก แมร่งงงเอ้ยยย เสียชาติเสือฉิบหาย“เวรเอ้ยยย ใครจะรู้วะ...กูก็ไม่เห็นมึงปฏิเสธแม่หนิหว่า ก็เลยนึกว่า…”“หุบปากเลย มึงแหละตัวดี ก็เพราะม
Minarin Talkแล้วอยู่ดีๆ รุ่นพี่ยูตะบ้ากามนั่นก็ลากฉันออกมาจากห้องและเปิดประตูห้องข้างๆ พอเห็นว่าไม่มีใครก็ลากฉันเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูทันทีแถมยังล็อกอีก เขาจะทำอะไรกันแน่...ไม่นะ ฉันเพิ่งเสียจูบแรกให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักไม่กี่วัน แล้วเขายังจะ....ฉันจะไม่ยอมเสียให้เขาเด็ดขาด ถึงเขาจะหล่อแค่ไหนก็ตาม...“นี่! จะทำอะไร” ฉันเอ่ยถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วพยายามที่จะแกะมือเขาออกแต่เขากลับบีบมันแน่นขึ้นก่อนจะพูดขึ้น“ฉันไม่ปล้ำเธอหรอกน้า แค่จะคุยธุระสำคัญ เธอต้องช่วยฉัน”“ปล่อย! ฉันไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ..” ฉันโวยวายออกไปโดยไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดสักนิด ฉันรู้แค่ว่าเขาอันตรายเกินไป ฉันอยู่ใกล้เขาไม่ได้ เขาลวนลามฉันทุกครั้งที่เจอ ฉันต้องอยู่ให้ห่างเขา“นี่! หยุดโวยวายสักทีได้ไหม”ปึกกกกรุ่นพี่ยูตะตวาดเสียงดังลั่นก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้วเอวฉันเข้าหาตัวเขาอย่างแรงจนร่างฉันถลาไปชนกับแผงอกแกร่งของเขา“นี่!! ...”ฉันเงยหน้าขึ้นตวาดเขาด้วยความโมโหแต่จังหวะนั้นรุ่นพี่ยูตะดันก้มหน้าลงมาพอดีเลยกลายเป็นว่าตอนนี้หน้าเราสองห่างกันแค่ปลายจมูกจนฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา...ละ...แล้วมันใกล้ข