Thayukorn Talkผมเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับคู่ขาที่เกาะแขนผมไม่ยอมปล่อยพลางเลี้ยวมองคนตัวเล็กที่รีบวิ่งลงบันไดไปจนสุดสายตา แล้วแกะมือคู่ขาคนที่เพิ่งทำให้ผมสบายตัวมาหมาดๆ อย่างไม่ไยดี“กลับเองนะ ฉันไม่ว่างแล้ว” ผมบอกเธอแล้วเดินตรงมายังห้อง VIP ซึ่งเป็นที่สิงสถิตประจำของพวกผมโดยไม่สนใจคู่ขาคนนั้นแม้แต่น้อย แต่เธอรู้จักผมดีหลังจากที่ควงมาสักพักถ้าผมไม่สบอารมณ์แหละก็เธอจะรู้ทันทีว่าไม่ควรอยู่ใกล้ผมผมเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างแรง ผมยอมรับว่าก็ตกใจที่พอลิฟต์เปิดออกแล้วเห็นเด็กนั่นยืนอยู่หน้าลิฟต์และเธอคงจะเห็นด้วยว่าพวกผมทำอะไรกัน..แต่ที่หงุดหงิดสุดคือหน้าเธอตอนเห็นผมกับผู้หญิงคนนั้น เป็นห่าอะไรวะ...ทำไมทำหน้าแบบนั้น เห็นแล้วเสียอารมณ์ชะมัด“หน้ายังกะส้นตีน ไม่เด็ดไง” ไอ้ดินเอ่ยถามขึ้นพลางยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างกวนตีนหลังจากที่มันเดินตามผมมานั่งบนโซฟาตรงข้ามผม นั่นดิ...ผมแมร่ง เป็นเหี้ยไรวะ ทั้งที่คู่ขาผมคนเนี่ยเด็ดโคตรและผมก็รู้สึกดีมากด้วยแต่พอมาเจอยัยตัวเล็กนั่น อารมณ์ผมก็เปลี่ยนไปเฉย“เสือก”“โอ๊ะ...ไอ้สัส! ตกใจหมด มึงมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” ผมด่าไอ้ดินก่อนจะหลุดอุทานอ
“อ้าว มิณ ลืมมือถือใช่ปะ พี่เห็นวางอยู่บนโต๊ะ”แมร่งเอ้ย...ความรู้สึกห่าอะไรก็ไม่รู้มันบอกให้ผมลุกขึ้นแล้ววิ่งตามเธอออกไปทันที จนแทบจะชนหนูดาดีที่หนูดาหลบทัน ไม่งั้นไอ้ดินฆ่าผมแน่เพราะผมได้ยินเสียงมันด่าตามหลังผมมาด้วย“ไอ้สัส! ชนเมียกู”แต่ใครสน...ผมวิ่งลงบันไดลงมาเห็นแผ่นหลังคนตัวเล็กเปิดประตูออกไปแวบๆ ผมเลยไม่รอช้ารีบตามออกไปแต่ก็ไม่เห็นเธอซะแล้ว ผมยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าผับเพื่อมองหาแต่ก็ไร้วี่แวว ล่องหนได้เหมือนไอ้ธามรึไงนะ ไวฉิบ ว่าแต่...เธอจะได้ยินที่ผมพูดรึเปล่าวะ แต่ก็...ช่างแม่งดิ สนใจอะไรผมหันหลังไปเปิดประตูเพื่อที่จะกลับขึ้นไปข้างบนแต่ใจนึงก็ไม่อยากกลับขึ้นไป กูเป็นห่าอะไรวะเนี่ย ได้ยินแล้วจะเป็นไร...ความจริงก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว กูจะมาห่วงความรู้สึกเด็กนั่นทำไมเนี่ย ไร้สาระฉิบหาย ผมปิดประตูลงอีกครั้งก่อนเอามือขึ้นขยี้ผมตัวเองแล้วหันหลังวิ่งไปที่รถตัวเองทันทีMinarin Talkฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนรถประจำทางเลยหอฉันไปจนสุดสาย บ้าฉิบ...คำพูดของเขาทำให้ใจฉันหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันรีบลงจากรถทันทีที่รถจอดป้ายสุดท้าย กลับไงวะเนี่ย..เดินไปเรื่อยๆ แล้วกัน ดีนะที่
ปึกกกอุกกกก////อีคนเดิมพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาต่อยท้องฉันอย่างแรงจนจุกไปหมด แมร่งงง...แน่จริงอย่ารุมดิวะ ฉันคิดว่าฉันไม่มีทางแพ้มันแน่ถ้าตัวต่อตัวเพียะ...เพียะ//ฝ่ามือของอีนคนเดิมฟาดเข้ามาที่หน้าฉันอย่างแรงสองทีโดยไม่เว้นช่วงให้ฉันตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย ฉันหันหน้ากลับมามองมันพลางเอาลิ้นดุ้นแก้มข้างที่โดนตบด้วยแววตาที่โกรธจัด ฉันไม่เคยทำร้ายให้ก่อนแล้วฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแบบนี้แน่“อย่าลืมกลับไปบอกบรรพบุรุษมึงด้วยนะ ว่าล้มกูได้ด้วยหมาห้าตัว หึ”“อีสัส! ได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่มึง”เพียะ///แล้วฝ่ามือมันก็ฝาดลงมาซ้ำข้างเดิมอีกทีด้วยน้ำหนักที่แรงกว่าทีแรกเป็นสองเท่า ก่อนมันจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันรู้ทันทีว่ามันทำร้ายฉันเพราะอะไร“เลิกยุ่งกับรุ่นพี่ยูตะ ไม่งั้นมึงหน้าไม่สวยแบบนี้แน่”“ถุย! กูต้องกลัว..”มันง้างมือจะตบฉันอีกรอบแต่มีมือหน้ามารับไว้ได้ซะก่อนแล้วบีบข้อมือผู้หญิงคนนั้นจนมันทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ มาเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้เนอะ..โดนไปตั้งสามทีแล้วเนี่ย“ระ...รุ่นพี่ยะ..ยูตะ” อีคนเดิมเอ่ยเรียกชื่อเขาแบบตะกุกตะกัก หน้าถอดสีกันหมด อีสองคนที่ล็อกแขนฉันก็ปล่อยทันทีจนฉันแทบล้มเพ
“เหมือนใคร?”มิณาดึงแขนผมอย่างแรงเพื่อจะให้ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ ก่อนจะถามขึ้นพลางหรี่ตามองผมอย่างจับผิด หึ ร้อนตัวซินะ วัวสันหลังหวะก็จะเป็นแบบนี้แหละ“ทำไม ร้อนตัว ไปทำอะไรอย่างงั้นมาซินะ” ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางแสยะยิ้มขึ้นมุมปากก่อนจะเอียงคอมองหน้ามิณาที่ดูเหมือนเธอจะช็อคไปชั่วขณะกับประโยคที่ผมพูดออกไป ก็แน่ล่ะ...ผมยิงเข้าประตูเต็มๆ ขนาดนั้น พลอดรักกันในรถท่ามกลางสายฝน เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด ตอนแรกก็ว่าจะไม่พูดแล้วนะเพราะเห็นว่าเธอถูกทำร้ายมา แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดี ภาพนั้นแม่ง...หลอกหลอนผมทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน“โอ๊ะ! เฮียไปอยู่ใต้เตียงฉันมาเหรอคะ โทษทีนะเสียงดังไปหน่อย” มิณาทำท่าเอามือขึ้นปิดปากคล้ายตกใจก่อนจะจีบปากจีบคอพูดอย่างน่าหมั่นไส้ แต่ที่เธอพูด...แสดงว่ายัยตัวเล็กนี่ ผมแค่ประชดนะ ทำไมมันถึงเป็นเรื่องจริงได้ล่ะ ผมหลุดโพล่งขึ้นอย่างตกใจ“นี่เธอกับไอ้หมอนั่น”“ค่ะ แล้วถึงฉันจะไปทำอะไรกับใคร ที่ไหน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเฮียไม่ใช่เหรอ เฮียเป็นแค่นายจ้างนะ ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตฉันซะหน่อย ทำไมต้องสน” มิณาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่ประโยคนี่มันย้อนกลับมาที่ผมได้ยังไงวะ แล้วทำไมม
“โอ้เอ้...โอ้เอ้ อย่าโกรธแม่เลยนะ...นะ คืนนี้นอนนี้นะ แม่คิดถึงลูกจะแย่”“ไม่ฮะ ตราบใดที่งานหมั้นยังไม่ล้มเลิก ผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก คุณยูริจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกเลยด้วย” ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังพลางแกะมือแม่ออก“โอ๊ะ…! ไม่นะ...ไม่นะ อย่าใจร้ายนักเซ่ ไม่คิดถึงแม่เลยเหรอ พี่ชายลูกก็ไม่ค่อยจะกลับบ้าน มีลูกตั้งสองคนไม่มีใครสนใจแม่เลยสักคน” แม่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ พลางก้มหน้างุดอยู่กับตักตัวเอง หึ มอบตุ๊กตาทองให้แก่คุณยูริไปเลย...สุดยอดการแสดง แน่ะ! มีทำสะอื้นด้วยนะ ผมไม่หลงกลง่ายๆ หรอกนะ เพราะโดนมาเยอะจนเข็ดแล้ว“ไม่รู้แหละ ถ้าอยากให้ผมกลับบ้านแม่ก็ต้องช่วยผม”“จะให้ช่วยได้ยังไงล่ะครับ คุณหญิงได้มาถอนหงอกแม่แน่ๆ” แม่รีบเงยหน้าบอกผมพลางส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย“แม่นะแม่ อยากจะบ้าตาย”ผมเห็นแม่เอานิ้วชี้ขึ้นแตะขมับตัวเองพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนจะพูดเอ่ยบอกผม“แต่แม่ว่าท่าจะให้เนียนลูกควรพาน้องเข้าไปอยู่ที่คอนโดกับลูกด้วยนะ ตอนเนี่ยซายะต้องสั่งคนตามดูน้องอยู่แน่ๆ”“น้อง?” ผมเลิกคิ้วถามแม่ทันที น้องที่ว่าเนี่ยใค
“สวัสดีค่ะ ที่นี่รับพนักงานพาร์ตไทม์ไหมคะ”“อ๋อ ไม่ค่ะ”ฉันเดินคอตกออกมาจากร้าน นี่น่าจะเป็นร้านที่สิบของวันนี้ได้แล้วละ ทำไมแถวนี้ถึงไม่มีงานพาร์ตไทม์ให้ฉันทำเลยนะ แล้วฉันจะทำยังไงล่ะทีนี้ ฉันเป็นเด็กกำพร้าที่เสือกเก่งและฉลาด สอบชิงทุนเข้ามหาลัยระดับเซียนได้เฉย และคือมันก็มีแต่ทุนให้เรียน ส่วนอย่างอื่นฉันก็ต้องปากกัดตีนถีบไปวันๆ หาทำไปเรื่อยเอาทุกอย่างที่ได้เงิน...และตอนนี้ฉันก็ต้องการงานพาร์ตไทม์มากๆ สวรรค์ช่วยลูกด้วยเถิดฉันยืนขอพรอยู่หน้าร้าน cafe ของคอนโดแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยและหอพักฉันมากนัก ก่อนสูดเอาลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพร้อมดันประตูเปิด แต่...ความซวยของฉันมันยังไม่หมดไงปึกกกก…ตุ๊บบบบ...อ๊ะฉันล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้นอย่างแรง ประตูเขาดึงออก...กูเสือกดันเข้า แล้วยังบังเอิ๊ญ..บังเอิญมีคนเปิดออกพอดี ประตูก็เลยตีกลับกระแทกหัวฉันอย่างจัง แม่งเอ๊ยยย..เจ็บทั้งก้น เจ็บทั้งหัว..“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ เป็นไรไหมคะ” ผู้หญิงคนที่เปิดประตูชนฉันรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันขึ้นแล้วเอ่ยถามด้วยท่าทางที่ตกใจไม่น้อยเลยแหละ ไม่ตกใจก็บ้าละ ชนจนร้านสะเทือนขนาดนั้น“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันโง่เองแหละ แหะ ๆ” ฉั
“จิ๊ ฤทธิ์เยอะจังวะ ฉันจับเธอส่งตำรวจแน่ ไม่ต้องห่วง” รุ่นพี่ยูตะส่งเสียงจิจ๊ะในลำคอก่อนพูดขึ้นอย่างหัวเสีย ฉันพยายามดิ้นสุดชีวิตเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดเขา บ้าฉิบ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ เสียเวลาชะมัด“ปล่อยนะ ปล่อยฉัน ฉันไม่ได้ขโมย”“หึ ไปคุยที่โรงพักแหละกัน สาวน้อย” รุ่นพี่ยูตะพูดจบก็จับฉันยัดใส่รถสปอร์ตคันหรูที่ฉันคิดว่าชาตินี้จะไม่มีวันได้นั่ง แต่ถ้าได้นั่งแบบสถานการณ์ดีกว่านี้ก็คงดี รุ่นพี่ยูตะปิดประตูแล้วกดล็อกจากรีโมตคอนโทรลในมือเขาทันทีก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่ง ฉันพยายามเปิดประตูไปก็เท่านั้นยังไงก็เปิดไม่ออกอยู่ดีฉันรอจังหวะที่รุ่นพี่ยูตะต้องกดปลดล็อกเพื่อขึ้นมาบนรถแล้วเปิดประตูออก...แต่ไม่ทัน คนอะไรไวเป็นบ้า เขาคว้าแขนไว้ได้ทันก่อน“ฉันบอกว่าไม่ได้ขโมยไง หูหนวกรึไงฮะ! ปล่อย!” ฉันโวยวายออกไปพลางแกะมือหนาของเขาออก แล้วฉันก็ต้องหยุดการกระทำนั้นลงทันทีเพราะเขาออกรถด้วยความเร็วมากกกกจนตัวฉันติดไปกับเบาะโดยอัตโนมัติและไม่กล้าขยับตัวไปไหน ได้แต่หลับตาแล้วสวดมนต์ภาวนาอยู่ในใจ พระเยซูช่วยลูกด้วย…เอี๊ยดดดดดดดเสียงเบรกรถดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับตัวฉันที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างแรงดีที่มีมือหน
วันต่อมา…..“ทำไมมาเช้าจังวะ”ฉันเงยหน้าขึ้นจากจอมือถือแล้วมองไปยังต้นเสียงเห็นร่างหญิงสาวคราวเดียวกับฉันที่คุ้นตาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะพลางหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ตรงข้ามฉัน มันคือ เพลินตา เพื่อนสนิทสุดที่รักของฉันเอง ความจริงก็ไม่รู้ว่ามันมาคบฉันได้ยังไงเพราะฐานันดรเราโคตรจะแตกต่างแต่มันแม่งโคตรนิสัยดีแล้วก็จริงใจสุดๆ“นอนไม่ค่อยหลับ” ฉันตอบไปแบบปัดๆ แล้วก้มหน้าลงเล่นมือถือต่อเพราะฉันกำลังง่วนอยู่กับการเสิร์ชหางานจากกูเกิล“หน้ายังเงี้ย ไม่ได้งานชัวร์”“รู้แล้วถามทำไมวะ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเพลินตาขวาง แม่งรู้ดียังกะตาเห็น คิดถึงเรื่องเมื่อวานแล้วก็หงุดหงิดชะมัด แล้วเพลินก็ด่าฉันด้วยประโยคเดิมๆ ที่ฟังมาตั้งแต่ปีหนึ่ง“กูบอกให้ไปทำกะม้ากูก็เสือกหยิ่ง ว่าแต่ช่วงนี้ไม่มีใครมาจ้างสอนพิเศษเลยเหรอวะ”ฉันได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่..ไม่ใช่ว่าฉันหยิ่งหรอกนะแต่ฉันเกรงใจมากกว่า ถ้าไปทำงานที่บ้านมันมีหวังม้าเพลินได้เสียตังค์จ้างฉันฟรีแน่เพราะลูกสาวตัวดีของท่านต้องลากฉันไปไหนมาด้วยตลอดคงจะไม่ได้ทำงานจริงๆ หรอก เหมือนจ้างฉันไปอยู่เป็นเพื่อนลูกเขาเฉยๆ“เห่ย ๆ มึง” เพลินมันเอื้อมมือมาสะกิดแขนฉัน“อะไร”“นั่นมัน…”
“โอ้เอ้...โอ้เอ้ อย่าโกรธแม่เลยนะ...นะ คืนนี้นอนนี้นะ แม่คิดถึงลูกจะแย่”“ไม่ฮะ ตราบใดที่งานหมั้นยังไม่ล้มเลิก ผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก คุณยูริจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกเลยด้วย” ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังพลางแกะมือแม่ออก“โอ๊ะ…! ไม่นะ...ไม่นะ อย่าใจร้ายนักเซ่ ไม่คิดถึงแม่เลยเหรอ พี่ชายลูกก็ไม่ค่อยจะกลับบ้าน มีลูกตั้งสองคนไม่มีใครสนใจแม่เลยสักคน” แม่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ พลางก้มหน้างุดอยู่กับตักตัวเอง หึ มอบตุ๊กตาทองให้แก่คุณยูริไปเลย...สุดยอดการแสดง แน่ะ! มีทำสะอื้นด้วยนะ ผมไม่หลงกลง่ายๆ หรอกนะ เพราะโดนมาเยอะจนเข็ดแล้ว“ไม่รู้แหละ ถ้าอยากให้ผมกลับบ้านแม่ก็ต้องช่วยผม”“จะให้ช่วยได้ยังไงล่ะครับ คุณหญิงได้มาถอนหงอกแม่แน่ๆ” แม่รีบเงยหน้าบอกผมพลางส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย“แม่นะแม่ อยากจะบ้าตาย”ผมเห็นแม่เอานิ้วชี้ขึ้นแตะขมับตัวเองพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนจะพูดเอ่ยบอกผม“แต่แม่ว่าท่าจะให้เนียนลูกควรพาน้องเข้าไปอยู่ที่คอนโดกับลูกด้วยนะ ตอนเนี่ยซายะต้องสั่งคนตามดูน้องอยู่แน่ๆ”“น้อง?” ผมเลิกคิ้วถามแม่ทันที น้องที่ว่าเนี่ยใค
“เหมือนใคร?”มิณาดึงแขนผมอย่างแรงเพื่อจะให้ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ ก่อนจะถามขึ้นพลางหรี่ตามองผมอย่างจับผิด หึ ร้อนตัวซินะ วัวสันหลังหวะก็จะเป็นแบบนี้แหละ“ทำไม ร้อนตัว ไปทำอะไรอย่างงั้นมาซินะ” ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางแสยะยิ้มขึ้นมุมปากก่อนจะเอียงคอมองหน้ามิณาที่ดูเหมือนเธอจะช็อคไปชั่วขณะกับประโยคที่ผมพูดออกไป ก็แน่ล่ะ...ผมยิงเข้าประตูเต็มๆ ขนาดนั้น พลอดรักกันในรถท่ามกลางสายฝน เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด ตอนแรกก็ว่าจะไม่พูดแล้วนะเพราะเห็นว่าเธอถูกทำร้ายมา แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดี ภาพนั้นแม่ง...หลอกหลอนผมทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน“โอ๊ะ! เฮียไปอยู่ใต้เตียงฉันมาเหรอคะ โทษทีนะเสียงดังไปหน่อย” มิณาทำท่าเอามือขึ้นปิดปากคล้ายตกใจก่อนจะจีบปากจีบคอพูดอย่างน่าหมั่นไส้ แต่ที่เธอพูด...แสดงว่ายัยตัวเล็กนี่ ผมแค่ประชดนะ ทำไมมันถึงเป็นเรื่องจริงได้ล่ะ ผมหลุดโพล่งขึ้นอย่างตกใจ“นี่เธอกับไอ้หมอนั่น”“ค่ะ แล้วถึงฉันจะไปทำอะไรกับใคร ที่ไหน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเฮียไม่ใช่เหรอ เฮียเป็นแค่นายจ้างนะ ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตฉันซะหน่อย ทำไมต้องสน” มิณาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่ประโยคนี่มันย้อนกลับมาที่ผมได้ยังไงวะ แล้วทำไมม
ปึกกกอุกกกก////อีคนเดิมพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาต่อยท้องฉันอย่างแรงจนจุกไปหมด แมร่งงง...แน่จริงอย่ารุมดิวะ ฉันคิดว่าฉันไม่มีทางแพ้มันแน่ถ้าตัวต่อตัวเพียะ...เพียะ//ฝ่ามือของอีนคนเดิมฟาดเข้ามาที่หน้าฉันอย่างแรงสองทีโดยไม่เว้นช่วงให้ฉันตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย ฉันหันหน้ากลับมามองมันพลางเอาลิ้นดุ้นแก้มข้างที่โดนตบด้วยแววตาที่โกรธจัด ฉันไม่เคยทำร้ายให้ก่อนแล้วฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแบบนี้แน่“อย่าลืมกลับไปบอกบรรพบุรุษมึงด้วยนะ ว่าล้มกูได้ด้วยหมาห้าตัว หึ”“อีสัส! ได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่มึง”เพียะ///แล้วฝ่ามือมันก็ฝาดลงมาซ้ำข้างเดิมอีกทีด้วยน้ำหนักที่แรงกว่าทีแรกเป็นสองเท่า ก่อนมันจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันรู้ทันทีว่ามันทำร้ายฉันเพราะอะไร“เลิกยุ่งกับรุ่นพี่ยูตะ ไม่งั้นมึงหน้าไม่สวยแบบนี้แน่”“ถุย! กูต้องกลัว..”มันง้างมือจะตบฉันอีกรอบแต่มีมือหน้ามารับไว้ได้ซะก่อนแล้วบีบข้อมือผู้หญิงคนนั้นจนมันทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ มาเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้เนอะ..โดนไปตั้งสามทีแล้วเนี่ย“ระ...รุ่นพี่ยะ..ยูตะ” อีคนเดิมเอ่ยเรียกชื่อเขาแบบตะกุกตะกัก หน้าถอดสีกันหมด อีสองคนที่ล็อกแขนฉันก็ปล่อยทันทีจนฉันแทบล้มเพ
“อ้าว มิณ ลืมมือถือใช่ปะ พี่เห็นวางอยู่บนโต๊ะ”แมร่งเอ้ย...ความรู้สึกห่าอะไรก็ไม่รู้มันบอกให้ผมลุกขึ้นแล้ววิ่งตามเธอออกไปทันที จนแทบจะชนหนูดาดีที่หนูดาหลบทัน ไม่งั้นไอ้ดินฆ่าผมแน่เพราะผมได้ยินเสียงมันด่าตามหลังผมมาด้วย“ไอ้สัส! ชนเมียกู”แต่ใครสน...ผมวิ่งลงบันไดลงมาเห็นแผ่นหลังคนตัวเล็กเปิดประตูออกไปแวบๆ ผมเลยไม่รอช้ารีบตามออกไปแต่ก็ไม่เห็นเธอซะแล้ว ผมยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าผับเพื่อมองหาแต่ก็ไร้วี่แวว ล่องหนได้เหมือนไอ้ธามรึไงนะ ไวฉิบ ว่าแต่...เธอจะได้ยินที่ผมพูดรึเปล่าวะ แต่ก็...ช่างแม่งดิ สนใจอะไรผมหันหลังไปเปิดประตูเพื่อที่จะกลับขึ้นไปข้างบนแต่ใจนึงก็ไม่อยากกลับขึ้นไป กูเป็นห่าอะไรวะเนี่ย ได้ยินแล้วจะเป็นไร...ความจริงก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว กูจะมาห่วงความรู้สึกเด็กนั่นทำไมเนี่ย ไร้สาระฉิบหาย ผมปิดประตูลงอีกครั้งก่อนเอามือขึ้นขยี้ผมตัวเองแล้วหันหลังวิ่งไปที่รถตัวเองทันทีMinarin Talkฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนรถประจำทางเลยหอฉันไปจนสุดสาย บ้าฉิบ...คำพูดของเขาทำให้ใจฉันหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันรีบลงจากรถทันทีที่รถจอดป้ายสุดท้าย กลับไงวะเนี่ย..เดินไปเรื่อยๆ แล้วกัน ดีนะที่
Thayukorn Talkผมเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับคู่ขาที่เกาะแขนผมไม่ยอมปล่อยพลางเลี้ยวมองคนตัวเล็กที่รีบวิ่งลงบันไดไปจนสุดสายตา แล้วแกะมือคู่ขาคนที่เพิ่งทำให้ผมสบายตัวมาหมาดๆ อย่างไม่ไยดี“กลับเองนะ ฉันไม่ว่างแล้ว” ผมบอกเธอแล้วเดินตรงมายังห้อง VIP ซึ่งเป็นที่สิงสถิตประจำของพวกผมโดยไม่สนใจคู่ขาคนนั้นแม้แต่น้อย แต่เธอรู้จักผมดีหลังจากที่ควงมาสักพักถ้าผมไม่สบอารมณ์แหละก็เธอจะรู้ทันทีว่าไม่ควรอยู่ใกล้ผมผมเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างแรง ผมยอมรับว่าก็ตกใจที่พอลิฟต์เปิดออกแล้วเห็นเด็กนั่นยืนอยู่หน้าลิฟต์และเธอคงจะเห็นด้วยว่าพวกผมทำอะไรกัน..แต่ที่หงุดหงิดสุดคือหน้าเธอตอนเห็นผมกับผู้หญิงคนนั้น เป็นห่าอะไรวะ...ทำไมทำหน้าแบบนั้น เห็นแล้วเสียอารมณ์ชะมัด“หน้ายังกะส้นตีน ไม่เด็ดไง” ไอ้ดินเอ่ยถามขึ้นพลางยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างกวนตีนหลังจากที่มันเดินตามผมมานั่งบนโซฟาตรงข้ามผม นั่นดิ...ผมแมร่ง เป็นเหี้ยไรวะ ทั้งที่คู่ขาผมคนเนี่ยเด็ดโคตรและผมก็รู้สึกดีมากด้วยแต่พอมาเจอยัยตัวเล็กนั่น อารมณ์ผมก็เปลี่ยนไปเฉย“เสือก”“โอ๊ะ...ไอ้สัส! ตกใจหมด มึงมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” ผมด่าไอ้ดินก่อนจะหลุดอุทานอ
เช้าวันต่อมา….ฉันนั่งดูข้อมูลที่เฮียยูตะส่งมาให้อยู่ที่โต๊ะประจำใต้ตึกบัญชี ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ไม่หมด ประวัติส่วนตัวหรือประวัติศาสตร์ชาติวะ เยอะฉิบ...แล้วไหนยังจะต้องเรียกสรรพนามให้คุ้นชินอีก คำละพัน ใครจะยอมเสีย...เหอะ ไม่มีทางผลัวะ!!! หัวฉันพุ่งไปตามแรงฝ่ามือที่ฟาดลงมาแบบไม่ได้ตั้งตัวจนมึนงงไปหมด พอตั้งสติได้ก็รีบมองหาต้นตอของแรงปะทะนั่นทันที“เชี่ยยย มึนฉิบ เล่นไรวะเนี่ย” ฉันหันไปด่าเพลินพลางเอามือลูบหัวตัวเองป้อยๆ กะแล้วว่าต้องเป็นมันเพราะไม่มีใครกล้าเล่นกับแบบนี้แน่ ฉันเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับใครถ้าไม่สนิท แล้วมันก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางทำหน้าเหวี่ยงสุด“มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนไหม อีมิณ” เพลินถามฉันด้วยน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจสุดๆ อะไรวะดราม่าแต่เช้า เมื่อคืนมันดูซีรีส์เรื่องไหนมาวะ“ดราม่าอะไรแต่เช้าเนี่ย”ฉันเอามือไปโยกหัวเพลินเบาๆ มันปัดมือฉันออกด้วยท่าทางฟึดฟัดพลางยัดมือถือของมันที่เปิดค้างไว้ใส่มือฉันแล้วทำปากมู่ตู้เอามือขึ้นกอดอก อินี่เป็นหนักเหมือนกันนะ ฉันเลื่อนหน้าจอมือถือดูที่มันเปิดค้างไว้ ig เฮียยูตะ?[PIC]15454Like, 1045CommentUta_U เปลี
Minarin Talkฉันเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเป็นร้อย ๆ รอบตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรฉันก็สลัดภาพรุ่นพี่ยูตะออกจากหัวไม่ได้เลย ยิ่งสัมผัสนั่น…ฉันเผลอเอามือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างอดไม่ได้ วินาทีนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับฉันวะ สมองเบลอไม่ประมวลผล หูอื้อไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงใครนอกจากเสียงใจตัวเองที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา ริมฝีปากเขา ลิ้นเขา หรือแม้แต่ลมหายใจของเขาทุกอย่างเหมือนมีมนตร์สะกดให้ฉันตกอยู่ใต้ภวังค์ที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา…Line~ Line~โฮะ...ตกใจหมด เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นเรียกสติฉันให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง...ความจริงที่ว่า ผู้ชายอย่างเขาไม่มีวันที่จะมาสนใจเด็กกำพร้าจนๆ อย่างฉันจริงๆ แน่ นี่มันเป็นแค่แผนหลอกๆ เท่านั้น...เพราะฉะนั้นห้ามเผลอใจให้เขาเด็ดขาด แล้วนี่ฉันเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย คิดถึงเขาอยู่ได้ ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไลน์ดูNum : มึง กูกำลังจะเข้าไปเอาเลกเชอร์Min : เครๆฉันพิมพ์ไลน์ตอบน้ำเพื่อนที่คณะ มันยืมเลกเชอร์ฉันไว้ตั้งแต่เย็นแล้วแต่ฉันรีบไปหาพี่หนูดามันเลยจะเข้ามาเอาที่หอแทนก๊อกๆๆทำไมถึงเร็วนักวะ...ฉันหยิบเลคเชอร์ที่มั
ผมกำลังจะตามยัยตัวเล็กนั่นไปแต่เฮียวาดันลุกมาคว้าคอผมแล้วลากกลับมานั่งที่โซฟาซะก่อน“ไม่ต้องไป พูดมา มึงคิดจะทำอะไร” เฮียวาเอ่ยถามขึ้นพลางหรี่ตามองผมอย่างสงสัยและไม่ใช่แค่มันหรอกนะตอนนี้ทุกสายตาจ้องมาที่ผมคนเดียว เออ...เอาเข้าไป เหมือนกูไปฆ่าใครตายเลย คาดคั้นอะไรเบอร์นี้วะ“กูก็แค่จ้างยัยตัวเล็กนั่นมาแกล้งเป็นแฟนกู”พรวดดดด...แคร่กๆ“ฮะ!?”ไอ้ธามถึงกับเหล้าพุ่งเพราะมันกำลังยกเหล้าดกเข้าปากพอดี ส่วนคนอื่นๆ ก็ประสานเสียงกันดังลั่น ตกใจอะไรขนาดนั้น“อย่างมึงยังต้องจ้างอีกเรอะ” ไอ้เฮียแม็กถามขึ้นพลางเลิกคิ้วใส่ผม นั่นดิ ความจริงระดับผม...ผู้หญิงพร้อมจะคลานเข่าเข้ามาเป็นแฟนผมทั้งนั้น ยกเว้นยัยมิณานี่“ก็เพราะใครอะ พามาทำเหี้ยไรก็ไม่รู้ แล้วคือยัยซายะนั่นเห็นมิณาแล้วไหม จะให้กูทำไง” ผมหันไปมองไอ้เฮียวาตาขวางก่อนจะยกแก้วเหล้าของใครก็ไม่รู้...ไม่สนด้วย ดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด หงุดหงิดชะมัด ผมไม่เคยโดนผู้หญิงปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยยังงี้เลยนะ...แถมยังด่าผมเป็นหมาอีก แมร่งงงเอ้ยยย เสียชาติเสือฉิบหาย“เวรเอ้ยยย ใครจะรู้วะ...กูก็ไม่เห็นมึงปฏิเสธแม่หนิหว่า ก็เลยนึกว่า…”“หุบปากเลย มึงแหละตัวดี ก็เพราะม
Minarin Talkแล้วอยู่ดีๆ รุ่นพี่ยูตะบ้ากามนั่นก็ลากฉันออกมาจากห้องและเปิดประตูห้องข้างๆ พอเห็นว่าไม่มีใครก็ลากฉันเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูทันทีแถมยังล็อกอีก เขาจะทำอะไรกันแน่...ไม่นะ ฉันเพิ่งเสียจูบแรกให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักไม่กี่วัน แล้วเขายังจะ....ฉันจะไม่ยอมเสียให้เขาเด็ดขาด ถึงเขาจะหล่อแค่ไหนก็ตาม...“นี่! จะทำอะไร” ฉันเอ่ยถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วพยายามที่จะแกะมือเขาออกแต่เขากลับบีบมันแน่นขึ้นก่อนจะพูดขึ้น“ฉันไม่ปล้ำเธอหรอกน้า แค่จะคุยธุระสำคัญ เธอต้องช่วยฉัน”“ปล่อย! ฉันไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ..” ฉันโวยวายออกไปโดยไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดสักนิด ฉันรู้แค่ว่าเขาอันตรายเกินไป ฉันอยู่ใกล้เขาไม่ได้ เขาลวนลามฉันทุกครั้งที่เจอ ฉันต้องอยู่ให้ห่างเขา“นี่! หยุดโวยวายสักทีได้ไหม”ปึกกกกรุ่นพี่ยูตะตวาดเสียงดังลั่นก่อนจะใช้มืออีกข้างรั้วเอวฉันเข้าหาตัวเขาอย่างแรงจนร่างฉันถลาไปชนกับแผงอกแกร่งของเขา“นี่!! ...”ฉันเงยหน้าขึ้นตวาดเขาด้วยความโมโหแต่จังหวะนั้นรุ่นพี่ยูตะดันก้มหน้าลงมาพอดีเลยกลายเป็นว่าตอนนี้หน้าเราสองห่างกันแค่ปลายจมูกจนฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา...ละ...แล้วมันใกล้ข