“ลงมาได้แหละ”ประตูรถฝั่งที่ฉันนั่งถูกเปิดออกอย่างแรงก่อนตามมาด้วยคำสั่งเสียงเข้มอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งฉันรับรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมองว่าเจ้าของเสียงนั่นคือใคร“ไม่มีมารยาท” ฉันพูดออกไปอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญตาขวาง“นั่นมันชื่อลับของเฮียเลยนะ มิณารู้ได้ไงอะ เก่งจัง” เฮียยูตะโน้มตัวลงมาหาฉันแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนบวกกับหน้าตากวนบาทาของเขา เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด ฉันเลยหันไปพูดกับพี่นนท์พลางทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่อยั่วโมโหใครบางคนแทน“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ขับรถกลับดีๆ ล่ะ มิณเป็นห่วง”“ครับผม ดูแลตัวเองดีๆ นะมิณ” พี่นนท์ตอบกลับทันควันพลางใช้นิ้วโป้งลูบแผลที่มุมปากฉันเบาๆ ด้วยแววตาที่เป็นห่วงเป็นใยราวกับมีฉันกับพี่นนท์แค่สองคนเท่านั้น“แฮ้มๆ” เฮียยูตะส่งเสียงกระแอมขึ้นขัดจังหวะและตามด้วยประโยคแสดงความเป็นเจ้าฉันอย่างถือวิสาสะทำเอาฉันอึ้งไปเลย ใครจะคิดว่าเขาจะกล้าพูดแบบนี้“จะให้ผัวยืนรออีกนานไหมครับ”“ผัว?” พี่นนท์เลิกคิ้วทวนคำนั้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเองพลางมองหน้าฉันและเฮียยูตะสลับกันไปมา“ใช่ เมียฉันยังไม่ได้บอกนายเหรอวะไอ้รุ่นน้อง จิ๊ๆๆ อย่าบริหารเสน่ห์แบบนี้ซิ
“เดี๋ยวฉันจะโทรบอกให้พี่หนูดากับเฮียดินมารับเฮียไปหาหมอนะ ฉันขับรถไม่เป็น”“ไม่ต้องโทร เฮียไม่ได้เป็นอะไร” เฮียยูตะพูดขึ้นเสียงแข็งพลางแย่งมือถือไปจากฉันแล้วกดวางสายทันที“นี่ เอามานะ ทำไมเฮียดื้อแบบนี้ เดี๋ยวก็ช็อกตายหรอก เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้” ฉันโวยวายใส่เขาก่อนจะยื้อแย่งมือถือในมือหนาที่ตวัดแขนไปไว้ทางด้านหลังเบาที่เราสองคนนั่งอยู่ จนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดซอกคอฉันฉันผละออกทันทีที่รู้ตัวว่ากำลังนั่งคร่อมเขาไว้แล้วยังทิ้งตัวลงมาทับเขาอย่างเต็มที่เพื่อเอื้อมไปเอามือถือที่อยู่ข้างหลัง แต่เขาเลื่อนแขนทั้งสองขึ้นมาโอบเอวฉันไว้แน่นบวกกับสถานที่ที่โคตรจะคับแคบทำให้ฉันขยับตัวหนีเขาไม่ได้เลย“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าลูกจ้างเขาต้องเป็นห่วงเจ้านายขนาดนี้ มอบรางวัลลูกจ้างดีเด่นให้เลยดีไหมครับ” เฮียยูตะเอ่ยขึ้นเสียงหยอกล้อพลางมองฉันด้วยสายตาที่แสนเจ้าเล่ห์ของเขา“คะ..ใครห่วงเฮีย มั่วจริงๆ ฉันห่วงจะไม่มีใครจ่ายเงินฉันต่างหากหล่ะ และก็ปล่อยฉันได้แล้ว” ฉันรีบแย้งคนหลงตัวเองตรงหน้าพลางหลุบตาต่ำพร้อมกับพยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งแต่ก็ไม่สำเร็จ“งั้นเหรอ ทำไงถึงจะจับผู้ร้ายปากแข็งได้นะ แถ
“ตามสบายเลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เฮียพาไปเอาของ แต่วันนี้ขอนอนก่อน ปวดหัวฉิบ”พอเปิดประตูเข้ามาในคอนโดเฮียยูตะก็เอ่ยบอกฉันพลางโยนคีย์การ์ดกับกุญแจรถลงบนโซฟาก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องห้องหนึ่งเข้าไปทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ถูกปูด้วยผ้าสีเทาอ่อนซึ่งเขาโปรดปรานเป็นที่สุดอย่างแรงโดยไร้ทิศทาง ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาอย่างถือวิสาสะ“เฮียได้กินยาบ้างรึยัง” ฉันเอ่ยถามพลางช่วยเขยิบเขยื้อนร่างหนาให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายของเขาที่ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง“กินแล้ว มิณาไปนอนเหอะ” เฮียยูตะพูดบอกฉันพลางดึงผ้าห่มขึ้นคลุมจนมิดหัว เหมือนกำลังหลบหน้าฉันอย่างงั้นแหละ เขาต้องมีอะไรปกปิดฉันอยู่อย่างแน่นอน“กินตอนไหน ไข้สูงขนาดนี้ต้องกินอีก” ฉันดึงผ้าห่มออกพลางหรี่ตามองหน้าเขาอย่างจับผิด ก่อนเขาจะพลิกตัวหนีไปอีกทางแล้วบอกฉันด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด“บอกกินแล้วก็กินแล้วดิ ออกไปได้แล้ว เฮียจะนอน”ใช่แน่ๆ เป็นอย่างที่ฉันคิดแน่ๆ เพราะในประวัติบอกไว้ว่าเขาเกลียดโรงพยาบาลที่สุดแสดงว่าเขาต้องไม่ชอบการกินยาด้วยฉันเดินออกมาจากห้องนอนเขาแล้วลื้อค้นหายาทั่วทุกซอกในม
Thayukorn Talkเช้าวันต่อมา….ผมกะพริบตาถี่พลางเอามือขึ้นจับขมับตัวเองแล้วลุกขึ้นนั่งโยกคอไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อย ก่อนจะหันไปเห็นร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มในท่าตะแคงอยู่ข้างผมในมือถือผ้าขนหนูผืนนึงเอาไว้จนผมหลุดยิ้มออกมาเพราะเหลือบไปเห็นกะละมังเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเล็กนั่นแล้วเอื้อมมือขึ้นเกลี่ยผมขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าหวานราวตุ๊กตาที่ทำให้ผมสะดุดตั้งแต่แรกเห็น เอาจริงๆ ยัยตัวเล็กนี่ไม่ใช่สเปกผมเลยสักนิด หน้าตาน่ะพอได้แต่นิสัยไม่ได้เลยเพราะผมไม่ชอบผู้หญิงแก่นแก้ว ไม่มีความอ่อนโยนอ่อนหวานแบบนี้เลย ถึงเธอจะดูไม่อ่อนแอไม่น่าทะนุถนอม แต่ความรู้สึกผมมันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หึ แปลกดีเนอะ..ร่างเล็กเหมือจะรู้สึกตัวแล้วผมเลยรีบทิ้งตัวลงข้างเธอแกล้งหลับตาพริ้มทำเหมือนผมยังไม่ตื่นก่อนจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสจากมือนุ่มที่แตะลงมาบนหน้าผากผมอย่างแผ่วเบาและไล่ลงมาวางนาบแก้มผมอาจจะเพื่อความแน่ใจว่าไข้ผมลดลงแล้วจริงๆ ถ้าผมไม่ได้ยัยตัวเล็กนี่ก็คงแย่เหมือนกันเพราะผมเกลียดการกินยาเม็ดเอามากๆ รู้นะว่าโตแล้วแต่มันเป็นเรื่องที่ลำบากที่สุดในชีวิตผมเลยก
@หอพักมิณาฉันขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วเก็บของบนห้องที่หอพักเพื่อจะไปอยู่คอนโดของเฮียยูตะสักพักตามคำสั่ง เอาจริงๆ ฉันไม่ไว้ใจเขาเลยสักนิด แต่เขาคิดจะทำอะไรฉันจริงๆ ฉันจะรอดมาถึงตอนนี้เหรอ เอาน่า...อย่างฉันไม่ใช่ไทป์เขาหรอก พอเก็บของเสร็จฉันก็เดินลงมาหาเฮียยูตะที่ยืนพิงรถรอฉันอยู่หน้าหอพัก“แค่เนี่ย” เฮียยูตะเอ่ยถามขึ้นพลางชี้มาที่กระเป๋าสะพายของฉันอย่างสงสัย ฉันเลยหันมามองที่กระเป๋าตัวเองก่อนจะหันกลับไปพยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ“จะให้เอาไรไปเยอะแยะ ไม่ได้ไปอยู่ถาวรซะหน่อย” ฉันบ่นพึมพำพลางเดินไปเปิดท้ายรถแล้วยัดกระเป๋าสองใบของฉันใส่เข้าไปก่อนจะปิดมันลงอย่างเบามือ แล้วหมุนตัวหันหลังกำลังจะเดินไปรอรถประจำทางข้างหน้าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือหนามารั้งแขนฉันไว้ซะก่อน“จะไปไหน ไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้”“ฉันไปเองได้น่า เฮียไปเหอะ ส่วนกระเป๋าเอาไว้อย่างนั้นแหละเดี๋ยวตอนเย็นฉันจะเอาขึ้นไปเอง” ฉันพูดพลางแกะมือเขาออกจากแขนฉันแล้วเดินต่อไปโดยไม่สนใจเขาสักนิด ฉันไม่ได้กะจะไปมหาลัยพร้อมเขาอยู่แล้วแค่ให้เขาพามาเอาของเฉยๆอ๊ะ///แล้วอยู่ๆ ร่างฉันก็ลอยขึ้นกลางอากาศแบบไม่ทันตั้งตัวจนต้องควานหาที่เกาะเพื่อไม่ให้ตัวเองล
[Thayukorn Talk]@ผับพอเลิกเรียนผมก็บึ่งรถมาที่ผับทันทีแล้วเดินขึ้นมาบนชั้นสองตรงไปยังห้อง VIP ที่ประจำของพวกผมก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งลงบนโซฟาที่ว่างโดยมีไอ้ดิน หนูดาและไอ้ธามนั่งอยู่ก่อนแล้ว“ไอ้พวกเฮียไม่มาเหรอวะ เป็นไปได้ไง กูเห็นไม่เคยพลาดสัก Week” ผมพูดขึ้นอย่างสงสัยพลางหยิบแก้วเปล่าบนโต๊ะมาใส่น้ำแข็ง จะไม่ไห้ผมสงสัยได้ไงก็วันนี้วันศุกร์หรรษาเลยนะ ไอ้พวกนั้นมันต้องมาหาแดกเหล้าดิ แต่ผมยังชงเหล้าไม่ทันเสร็จดีประตูก็ถูกเปิดออกก่อนที่เฮียแม็กและเฮียหมอไวน์จะเดินเข้ามาแกร่ก….แอ็ดดด“โว๊ะ...ตายยากฉิบ” ผมเลยเอ่ยขึ้นแบบขำๆ ก่อนจะยกแก้วเหล้าดกเข้าปากแต่ก็ต้องวางลงซะก่อนเพราะมีฝ่ามืออรหันฝาดลงมากลางกระบาลผมแบบไม่ทันตั้งตัวจนเหล้าเกือบหกผัวะ“นินทากู...นินทากู”“สัส! มือหรือตีนวะ” ผมเอามือขึ้นลูบหัวตัวเองพลางหันไปด่าไอ้เฮียแม็กตาขวางแอ็ดดดผมหันไปมองที่ประตูและกำลังจะอ้าปากด่าเพราะนึกว่าเป็นไอ้เฮียอีกสองตัวแต่ไม่ใช่ดับเป็นยัยตัวเล็กของผมที่แง้มประตูเข้ามานิดนึงก่อนจะยืนพิงมันไว้แล้วชะโงกหน้าเข้ามา“มิณกลับแล้วนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นพลางหันไปมองหนูดาที่นั่งอยู่ข้างไอ้ดิน นึกว่ามาหาผม...ที่ไห
ผมมองหญิงสาวตรงหน้าราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ใบหน้าหวานที่ดูธรรมดาในตอนนั้นบัดนี้เปลี่ยนเป็นสวยแซ่บสะดุดตาราวต้องมนต์เพียงแค่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางนิดหน่อย ชุดเดรสไหมพรมสายเดี่ยวสีดำสนิทยาวพอดีเข่าเหมือนจะเรียบร้อยแต่แอบเซ็กซี่ด้วยการผ่าหน้าขึ้นมาจนถึงขาอ่อนแถมยังเข้ารูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งตามร่างเล็กนั่นชัดเจนไหนจะคอที่ปาดเว้าลึกลงมาจนเผยให้เห็นเนินอกอวบขาวนั่นอีก มันผิดจากตอนที่ใส่ชุดนักศึกษาตัวโคร่งเป็นไหนๆ ยัยตัวเล็กนี่ซ่อนรูปชะมัด“เหอะ..เก็บอาการหน่อยดีไหม ฉันสวยล่ะซิ” เสียงเล็กนั่นดึงสติผมให้รีบทำตัวเป็นปกติแทบไม่ทัน ผมแสร้งมองไปทางอื่นพลางกระแอมน้อยๆ แก้เก้อแล้วเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างก่อนจะหันกลับมาตอบคำถามยัยตัวเล็กนั่นที่มันตรงข้ามกับใจผมซะเหลือเกิน“ก็...งั้นๆ แหละ”“ก็ดี ห้ามมองว่าฉันสวยเด็ดขาด” มิณาเอ่ยสั่งผมพลางเอามือขึ้นกอดอกก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูคอนโด ผมเอามือขึ้นเกาหัวน้อยๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาและหันไปดึงประตูห้องนอนปิดลงก่อนจะเดินตามร่างเล็กตรงหน้าออกไปทันทีพอลิฟต์เปิดออกสายตาผู้ชายสามคนที่อยู่ในลิฟต์ก็จับจ้องมาที่มิณาแบบตาไม่กะพริบ ผมรู้ได้ทันทีโ
[Thayukorn Talk]ผมยืนมองมิณาเดินฝ่าผู้คนไปจนถึงโต๊ะเพื่อนเธอ สายตาตัวผู้ทั้งหลายจับจ้องไปที่เธอจนผมอยากเอาปืนมายิงทิ้งเรียงตัวไปเลยจริงๆ ผมรีบหันหลังเดินขึ้นไปบนห้อง VIP และเปิดประตูเข้าไปโยนแจ็กเกตพาดไว้บนโซฟาแล้วหันไปพูดกับไอ้ดินอย่างรีบร้อน“ไอ้ดิน มึงเอามือถือมาเปิดกล้องโซน B ให้กูดิ”“เปิดทำเหี้ยไร” ไอ้ดินขมวดคิ้วถามผมอย่างสงสัยรวมถึงคนอื่นๆ ด้วย ห่าเอ๊ย..ไม่ต้องเสือกสักเรื่องจะตายไหมวะ“เร็วเหอะ ไอ้สัส อย่าถามมาก” ผมเร่งไอ้ดินพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแรงด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดที่โดนขัดใจ“เดี๋ยวๆ โซน B มีไร จัดดิไอ้แม็ก”“จัดให้เลยคร๊าบบบ”ไอ้เฮียวาโยวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะก่อนจะเลิกคิ้วถามผมอย่างสงสัยแล้วหัวไปสั่งเพื่อนตัวดีของมันที่ต่อมเผือกแม่งทำงานโคตรไว ไอ้เฮียแม็กรีบตอบรับพี่ชายผมและลุกพรวดไปที่ประตูหนึ่งจนผมต้องรีบพุ่งตัวไปขวางมันไว้และดันกลับไปนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับผม“หยุดเลยไอ้เฮีย ไม่ใช่เรื่องของมึง ไม่เสือกนะครับ”“อ้าว...ไอ้นี่”แต่ผมไม่สนใจสิ่งที่ไอ้เฮียแม็กกำลังจะพูดหรอกรีบหันไปหาไอ้เหี้ยดินทันที ไอ้เพื่อนเวรนี่ก็ลีลาฉิบหาย“ไอ้ดิน เร็วดิมึง ลีลาฉิบหาย”“ไหนขอร้อง
“ซายะไม่ได้ท้องกับยูตะ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าลูกสาวตัวเองท้องโดยมีแม่เป็นคนจัดการเรื่องหมั้นเพื่อหาคนมารับผิดชอบลูกในท้องของซายะไง” แต่คำพูดของคุณอาทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง หาคนรับผิดชอบเนี่ยนะ คิดได้ไง...ปัญญาอ่อนฉิบ“เหอะ! คิดได้ไงว่าผมจะยอม”“ก็ชื่อเสียงของยูตะน่ะ กระฉ่อนไปทั่ว ฉันก็เลยคิดว่าไม่น่าจะยากแค่ยูตะมีอะไรกับซายะทุกอย่างก็จบ” สิ้นเสียงคุณหญิงที่เป็นแม่ของยัยซายะ อุณหภูมิในตัวผมก็พุ่งสูงปรี๊ดเลย ขึ้นเลยกู...ดูถูกกันเกินไปแล้ว ถึงผมจะเอาผู้หญิงไปทั่วแต่ผมป้องกันตัวเองตลอด ไม่ใช่ว่าสักแต่จะเอา ผมเลยจัดการตอกหน้ายัยคุณหญิงนั่นไปยาวเหยียด“ถึงผมจะนอนกับผู้หญิงมาหลายคน แต่ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนท้องกับผมแน่ๆ เพราะผมไม่เคยพลาด ถึงผมจะมีอะไรกับซายะ ผมก็ไม่ปล่อยลูกเข้าท้องเธอหรอกเพราะผมไม่ได้คิดจะเอาเธอทำเมีย”พูดจบผมก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันที ปล่อยให้พ่อกับแม่เคลียร์ต่อ ขืนอยู่นานกว่านี้ได้ถอนหงอกคนแก่แน่ๆปัจจุบัน....แต่ในความดีใจของผมก็ยังกังวลอีกเรื่องอยู่ดี ผมเลยบอกให้พี่ชายผมมันเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ สุดท้ายก็ไม่พ้นสายตาของไอ้พวกนี้อยู่ดี แต่ผมเชื่อว่าไม่มีใครปริปากพูดเรื่องนี
เย็นวันต่อมา…..@ผับผมมานั่งกินเหล้าอยู่ที่ผับไอ้ดินตั้งแต่บ่ายด้วยอารมณ์ที่โคตรจะหงุดหงิดเพราะพอตื่นขึ้นมาผมก็ไม่เห็นร่างคนตัวเล็กที่ผมนอนกอดทั้งคืนซะแล้ว ไม่รู้เธอหายไปไหน โทรไปก็ปิดเครื่อง อุตส่าห์ใจดีข่มอารมณ์นอนกอดอย่างเดียวทั้งคืน โคตรจะเป็นการทรมานตัวเองสุดๆ ถ้ารู้ว่าตื่นมาจะหายไปอย่างงี้นะ จับปล้ำตั้งแต่เมื่อคืนไปแหละ จะได้ไม่มีแรงลุกหนีไปไหน“โห่..ไอ้ห่านี่มาก่อนเพื่อนเลยเหรอวะ” เฮียหมอเอ่ยทักขึ้นอย่างตกใจเมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นผมนั่งกระดกเหล้าอยู่และตามด้วยเฮียแม็กซ์ที่ทักด้วยอาการตกใจไม่แพ้กัน“เชี่ยยยย นี่มึงแดกคนเดียวเหรอเนี่ย”“เห็นหมานั่งแดกกะกูปะล่ะ” ผมประชดกลับไปอย่างหัวเสียก่อนจะยกเหล้าดกจนหมดแก้วและกระแทกแก้วเปล่าลงบนโต๊ะอย่างแรงปึกกก///“เอ้า..ไอ้เหี้ยวา เคลียร์เลยน้องมึงแดกรังแตนมาอีกแล้ว” เฮียแม็กรีบหันไปหาพี่ชายตัวดีของผมที่เดินตามหลังมันเข้ามาทันที ก่อนที่เฮียวาจะมองมาที่ผมแล้วส่ายหน้าน้อยๆ อย่างเอือมระอาและพากันเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาที่ว่างอยู่“เป็นเหี้ยไรอีกอะ” เฮียวาเลิกคิ้วถามผมพลางหยิบแก้วเปล่าไปใส่น้ำแข็งแต่ผมยังไม่ทันได้ตอบคำถามมัน ไอ้ธามก็เปิดประตูเ
Thayukorn Talkผมอดยิ้มให้กับท่าทางเขินอายของคนตัวเล็กบนตักไม่ได้เลย ถ้าเธอยกมือลูบต้นคอตัวเองเมื่อไร...นั่นแหละ คือยัยตัวเล็กนี่กำลังเขินแบบสุดๆ แต่ผู้หญิงอะไร Keep look เก่งเป็นบ้า เหอะ… รอยยิ้มที่เห็นบนใบหน้าหวานนั่นหาดูได้ยากมากและผมอยากให้เธอยิ้ม หัวเราะให้ผมแบบนี้ทุกวัน ทุกเวลาจัง ไม่ใช่พอเผลอก็มีแต่ในตาที่แสนเศร้าแบบนั้น ผมโคตรไม่ชอบเลยเวลาแอบมองเธอทีไรจะต้องเห็นแววตานั้นทุกที“แล้วเราอะ มีอะไรที่ฝังใจในตอนเด็กปะ” ผมตัดสินใจแย็บถามออกไป เผื่อเธอจะอยากเล่าอะไรให้ผมฟังบ้างแต่เธอกลับนิ่งไป ใจที่เต้นแรงในตอนแรกก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะตัวเราแนบชิดกันอยู่ ผมเลยได้ยินมันอย่างชัดเจน ก่อนร่างบางจะตอบกลับผมเสียงแข็ง“ไม่มี!”“แล้ว..”“เฮียไม่ต้องอยากรู้ได้ไหม!!!” เธอดันตัวขึ้นนั่งตวาดใส่ผมเสียงดังลั่น กัดฟันกำมือแน่นจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง แน่นอนผมไม่ได้กลัวเธอสักนิดแต่ยิ่งทำให้อยากรู้มากขึ้นไปอีกว่าในตอนนั้นมีอะไรเกิดขึ้นกับยัยตัวเล็กของผมกันแน่ ทำไมเธอถึงอยากจะลืมมันขนาดนี้ ทั้งๆ ที่อาการของเธอมันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่ซิสเตอร์ท่านนั่นบอก แต่สถานการณ์ตอน
ฉันกับเฮียยูตะอยู่ช่วยงานจนเย็นถึงพากันกลับออกมา โคตรเหนื่อยเลยเมื่อยล้าไปหมดทั้งตัว พอรถเคลื่อนตัวออกมาได้สักพักก็กะว่าจะพักสายตาซะหน่อยแต่ทางที่เฮียขับมามันไม่คุ้นซะเลย แล้วเขาก็เลี้ยวรถเข้ามาจอด ณ ที่แห่งหนึ่ง ฉันมองไปรอบๆ คิดว่าน่าจะเป็นสวนสาธารณะแต่ทำไมมันเงียบสงบแปลกๆ ไม่มีคนมาเที่ยวแถวนี้เลยเหรอ“ไม่กลับคอนโดเหรอ” ฉันเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เขามาทำไรที่นี่ ฉันอยากกลับคอนโดอยากนอนสักตื่นก่อนไปทำงาน“เดี๋ยวค่อยกลับ” เฮียพูดจบหลังคารถสปอร์ตคันหรูก็ถูกเปิดออกก่อนที่เฮียยูตะจะปรับเบาะตัวเองลงนอนแล้วเอามือประสานกันลองไว้ที่ศีรษะอย่างสบายใจ“มานอนเนี่ยนะ”“งั้นไม่นอนก็ได้” พูดจบเฮียยูตะก็ปรับเบาะขึ้นนั่งก่อนจะเอื้อมมาปลดสายเบลล์ฉันออก กดจมูกลงมาที่แก้มพร้อมทั้งสูดดมความหอมเข้าปอดแล้วผละออกฟอดดดด///“เฮีย ทำบ้าไรเนี่ย” ฉันเบิกตากว้างเอามือขึ้นแนบแก้มตัวเองก่อนจะโพล่งออกไปด้วยความตกใจเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ติด“ความจริงอยากทำมากกว่าหอมอีก จูบได้ปะ”“มะ...อื้อออ”คำปฏิเสธของฉันถูกคนเอาแต่ใจนั่นกลืนไปจนหมดสิ้นเมื่อเขารั้งท้ายทอยฉันเข้าไปปิดปากด้วยจูบอย่างรีบร้อนไม่รอให้จบป
Thayukorn Talkผมนั่งมองยัยตัวเล็กของผมหยิบนั่นจับนี่วิ่งช่วยคนอื่นจนหัวหมุนอย่างคล่องแคล่ว เธอคงรักที่นี่มาก ตั้งแต่เช้ายังยิ้มไม่หุบเลย ซึ่งมันน้อยมากที่ผมจะได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสแสนจะร่าเริงแบบนี้ ก็ที่นี่เป็นบ้านเธอก็ต้องมีความสุขที่ได้กลับบ้านก็ถูกแล้วเปล่าวะ เห็นแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้…“คุณเอานี่ให้พี่มิณซิคะ”ผมหันไปทางต้นเสียงเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กยื่นดอกกุหลาบขาวดอกใหญ่มาให้ผม หนูน้อยมิเชล ที่ผมกำลังสงสัยอยู่ว่าเธอหายไปไหน เพราะตั้งแต่ออกมาจากห้องแต่งตัวเธอก็หายไปเลย“ให้พี่เอาไปให้” ผมเลิกคิ้วถามเด็กหญิงตรงหน้าพลางชี้นิ้วเข้าหาตัว ก่อนมิเชลจะพยักหน้าให้ผมและพูดขึ้นพลางมองไปที่มิณาด้วยสายตาวาววับเป็นประกาย“อืม พี่มิณชอบกุหลาบขาวที่สุด มิเชลว่าดอกนี้มันใหญ่และสวยดี พี่มิณต้องชอบมากแน่ๆ”ผมรับดอกกุหลาบขาวดอกใหญ่นั่นมาไว้ในมือแล้วเธอก็วิ่งหายไปทางอาคารด้านหลัง เด็กหญิงมิเชลคงจะรักมิณามากแน่ๆ ตอนที่อยู่ในห้องแต่งตัวแทบจะไม่สนใจผมเลยสายตาจับจ้องแต่มิณาคนเดียว ถามคำตอบคำ นี่น่าจะเป็นประโยคที่ยาวสุดที่ผมได้ยินจากปากเด็กหญิงมิเชล“มิเชลน่ะ รักมิณมาก มิณเองก็ไม่ต่างกันทั้งรักทั้งห่วงมิ
หลายวันต่อมา…..“กินคนเดียวเลยงะ?” เฮียยูตะเหลือบตามองฉันแล้วพูดขึ้นขณะที่ตัวเองนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรู ฉันก้มลงมองถุงไส้กรอกCPในมือก่อนจะยื่นให้เขา“เฮียขับรถอยู่ ป้อนหน่อยดิ”“ขับรถมือเดียวก็ได้ปะ” ฉันเถียงขึ้นทันควัน เรื่องไรฉันต้องป้อน ขับรถยนต์ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ซะหน่อย“มันอันตราย นะ...นะ ป้อนหน่อย อ้าาาา” เฮียยูตะเอ่ยขึ้นเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนจะอ้าปากกว้างให้ฉัน มือสองหนาทั้งสองข้างจับพวงมาลัยรถขยับไปมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะชักมือที่ถือถุงไส้กรอกกลับเข้าหาตัว มือเล็กอีกข้างจับไม้จิ้มไส้กรอกส่งเข้าปากเขาอย่างจำยอมก่อนเขาจะเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อยแล้วส่งยิ้มหวานจนตาหยีมาให้ ฉันได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับความทะเล้นของเขาหลังจากที่ฉันทำตามคำบอกของเพลิน ความสัมพันธ์เราสองก็เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีใครยอมพูดความรู้สึกตัวเองออกมา ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดแบบที่ฉันคิดรึเปล่า แต่การกระทำเขามันใช่..มันแสดงออกว่า เขาชอบฉัน แต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมพูดล่ะ แล้วถ้าเขาทำอย่างงี้กับผู้หญิงทุกคนเขาไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับฉันล่ะ...ฉันคิดไปเองคนเดียวงั้นเหรอ ถามเลยดีไหม
“เฮีย!” ฉันโพล่งเรียกเขาออกมาเสียงดังอย่างตกใจเมื่อจู่ร่างหนาที่มาจากไหนก็ไม่รู้ทิ้งตัวลงนั่งข้างฉันแล้วเอนหัวลงมาหนุนตักฉันอย่างถือวิสาสะ“ชู่วววว์ อย่าเสียงดัง นี่ห้องสมุด” เฮียเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วพลางเอาหูฟังยัดใส่หูก่อนเปลือกตาจะปิดลง เขารู้ได้ไงว่าฉันอยู่นี่ บังเอิญเกินไปเปล่าวะ...ยิ่งไม่อยากคิดเรื่องเขาอยู่ยังจะมาให้เห็นอีกแล้วยังมานอนหนุนตัก นี่มันห้องสมุดนะ..เกิดมีใครมาเห็นจะทำไง“ทำบ้าไรเนี่ย ลุกเลย” ฉันดึงหูฟังออกจากหูเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงดุพลางพยายามยกหัวเฮียยูตะให้ลุกขึ้นนั่งแต่ไม่กระดิกเลยแม้แต่น้อย ตัวหนักเป็นบ้า…“เฮียง่วง ขอนอนแป๊บ” เฮียพูดขึ้นก่อนจะพลิกตัวเอาหน้าซุกหน้าท้องฉัน เอื้อมแขนทั้งสองข้างกอดเอวคอดไว้หลวมๆ จนฉันตกใจทำอะไรไม่ถูก เขาเป็นบ้าไรเนี่ย...“เฮียอย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวใครมาเห็น” ฉันยังพยายามที่จะดันตัวเขาออกทั้งๆ ที่รู้ว่าถ้าเขาไม่ลุกเองเอารถเครนมายกก็ไม่ขึ้นหรอก ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของเขามันหาตัวจับได้ยากจริงๆ“ไม่มีหรอกน้า ถึงเห็นแล้วไงอะ ใครสน” เฮียยูตะพูดเสียงอู้อี้อยู่ที่หน้าท้องฉันอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ใครจะยอมให้เขามานอนอยู่แบบนี้ล่ะ“ฉันสน ลุ
@มหาวิทยาลัย Aฉันฟุบหัวลงกับหนังสือที่ถูกกางไว้บนโต๊ะแล้วหันหน้าไปมองผ้าม่านที่พลิ้วไหวเพราะถูกสายลมพัดผ่านเข้ามา ถอนหายใจออกอย่างเหนื่อยอ่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในหัวมีแต่เรื่องเขาวนเวียนอยู่ตลอดเวลา เขาคิดยังไงกันแน่ การกระทำเขามันแสดงออกอย่างชัดเจน และฉันไม่สามารถหาเหตุผลอื่นมาหักล้างได้เลย นอกจากเขาชอบฉัน แต่มันจะเป็นไปได้ไงวะ...ปึกกก!“เชี่ยยย ใครวะ!” ฉันโพล่งขึ้นอย่างตกใจปนหงุดหงิดพลางเอามือลูบหัวตัวเองเมื่อมีอะไรบางอย่างลอยมาโดนหัวฉัน แม่งเจ็บฉิบ..“กูเองอะ…”ฉันหันไปทางต้นเสียงเห็นเพื่อนรักยืนพิงประตูยักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างกวนๆ ฉันเอามือขึ้นชี้หน้ามันอย่างคาดโทษก่อนจะหันกลับมาฟุบกับโต๊ะต่อ ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาทางฉันก่อนที่เพลินจะโน้มหน้าลงให้อยู่ระดับสายตาฉันเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย“มึงเป็นห่าอะไรวะ ทำหน้าซังกะตายตั้งแต่เช้าแหละ”“เปล่า” ฉันตอบกลับพลางหลับตาลงเพื่อหลบสายตาเพลินที่จ้องมองฉันอย่างคาดคั้น แต่ก็ต้องหรี่ตาขึ้นดูเพราะได้ยินเสียงลากเก้าอี้และสุดท้ายก็มาหยุดลงตรงหน้าฉัน“กูถามจริงเหอะ มึงกับรุ่นพี่ยูตะนี่มันยังไงกันแน่วะ ไปถึงไหนกันแล้ว” เพลินเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วให้เร
ประโยคนี้อีกแล้วเหรอ อยู่ๆ หน้าเขาตอนพูดประโยคนี้กับฉันก็ลอยเข้ามาเฉย แค่ตัวอักษรแค่นี้ทำไมใจสั่นวะ เหอะ...ให้มันได้ยังงี้ดิ ไอ้ใจไม่รักดี ฉันเก็บมือถือเข้ากระเป๋าก่อนจะหันมาเร่งงานบนโต๊ะให้เสร็จ จะได้รีบกลับก่อนเขาจะเสร็จธุระ ฉันจะได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง…....พอเสร็จงานฉันก็รีบเขาไปลาพี่หนูดากับเฮียๆ และออกมาจากผับ ขึ้นรถโดยสารกลับคอนโดทันที พอถึงฉันก็รีบอาบน้ำ ทำโน่นทำนี่ ใช้เวลาส่วนตัวให้คุ้มค่าที่สุด ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเองปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาทันที ล้มตัวนอนบนเตียงกว้างและไม่ลืมที่จะส่งไลน์ไปบอกเฮียยูตะว่าฉันถึงห้องเรียบร้อยแล้วส่วนเขาก็ส่งแค่สติกเกอร์โอเคกลับมา22:10 น.ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เผลอหลับไปตอนไหนวะเนี่ย เอามือขึ้นขยี้ตาตัวเองก่อนจะลุกจากที่นอนไปเปิดประตูห้องออกและตรงไปเข้าห้องน้ำทันทีแกร่กกก….แอ๊ดดดเห่ย!!!“เฮียทำไมไม่ล็อกประตูวะ”พอเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปฉันก็ต้องชะงักก่อนจะอุทานออกมาเสียงดังจนคนที่อยู่ข้างในสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับหลังพลางต่อว่าคนตัวสูงที่ยืนเปลือยท่อนบนส่วนท่อนล่างถูกพันด้วยผ้าขนหนูอยู่หน้ากระจก ตื่นเต็มตาเลยฉัน ถึงจะแป๊บเ