หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้
ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น
"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"
กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'
"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"
ณภัทรพูดไปก็ยิ้มไปแก้มบาน สายตายังคงโฟกัสไปที่ลูกสาวตัวน้อยที่ยังนอนอยู่ในห้องเด็กอ่อนผ่านกระจกบานใหญ่ตาไม่กระพริบ ณภัทรคงจะกำลังมีความสุขมากและคงจะต้องเป็นพ่อที่ดีมากคนหนึ่งแน่ๆ เพราะจากที่ได้รู้จักสนิทสนมกันมา เขาถือว่าเป็นสุภาพบุรุษที่โครตจะดูแลเทคแคร์ผู้หญิงดี น่าอิจฉาภรรยาของเขาจังที่ได้ผู้ชายดีๆแบบนี้ไปครอง ไม่รู้ว่าชาตินี้ชีวิตนี้เธอจะมีโอกาสได้เจอผู้ชายดีๆแบบณภัทรไหม
"ชื่อน่ารักจัง แถมยังเข้ากับหน้าตาสุดๆ ดูสิ ปากนิดจมูกหน่อย มีหวังคุณแม่ของนะคงต้องหลงหลานมากแน่ๆ"
"อื้ม ก็น่าจะอย่างนั้น อย่าว่าแต่แม่นะเลย ทางฝั่งน้ำหวานก็พากันเห่อหลานไปตามๆกัน เดี๋ยวสายๆก็คงจะพากันยกโขยงมาเต็มโรงพยาบาลแน่นะว่า"
เธอกับณภัทรยืนมองลูกสาวของเขาและคุยกันอยู่ที่โซนหน้าห้องเด็กอ่อนอีกสักพัก พยาบาลก็มาเข็นรถเข็นพาลูกสาวของเขาออกไปเพื่อให้นม ระหว่างนั้นเธอคิดว่าตัวเองอาจจะต้องขอตัวกลับก่อน เพราะไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะระหว่างครอบครัวเขาสักเท่าไหร่ ก็ถ้าไม่อคติจนเกินไป เธอเองรู้สึกได้ว่าภรรยาของณภัทรดูจะไม่ค่อยชอบเธอนัก และเธอคิดว่าณภัทรเองก็น่าจะรับรู้ดี
"นะกลับไปดูลูกกับเมียเถอะ เดี๋ยวเราคงต้องกลับแล้ว"
"อ้าว แล้วกั้งไม่ตามไปทักทายน้ำหวานแล้วก็อยู่อุ้มขนมก่อนหรอกเหรอ"
"ไม่ล่ะ นะก็รู้ว่ากั้งไม่อยากทำให้น้ำหวานไม่สบายใจ เวลาเขาเห็นหน้าเราทีไรก็เอาแต่ทำหน้าบึ้งใส่ทุกที ส่วนขนมเอาไว้ว่างๆกั้งจะไปแวะหา อีกอย่างเมื่อคืนกั้งเองก็ต้องแก้แบบให้ลูกค้าทั้งคืนยังไม่ได้นอนเลย ว่าจะรีบกลับไปงีบน่ะ"
"อย่าเอาแต่โหมงานหนักมากนักนะกั้ง แค่นี้กั้งก็เป็นอินทีเรียมือทองของบริษัทแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นมาบริษัทเขาก็แค่หาคนมาทำงานใหม่แทนกั้งเท่านั้นเอง หัดดูแลตัวเองหน่อย นะเป็นห่วง"
จังหวะนั้นณภัทรยกมือขึ้นมาวางไว้บนศรีษะเธอพร้อมทั้งส่งแววตาอันแสนอบอุ่นที่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เห็นมันมาให้ ทำเอาหัวใจที่พึ่งจะเริ่มเข้มแข็งก็ชักจะอ่อนยวบ
'หยุดเลย ไม่ได้เลยนะยายกั้ง อุตส่าห์ทำใจมาได้ขนาดนี้แล้ว อย่าปล่อยให้ความรักบังตา รีบเอามือเขาออกไปจากหัวแกเดี๋ยวนี้แล้วอย่าได้เผลอสบตาเขา'
อยู่ๆกชกรก็ได้ยินเสียงสั่งตัวเองดังขึ้นในหัวประหนึ่งคนบ้า หากแต่ก็ยอมทำตามโดยการจับมือณภัทรที่ยังคงวางพาดเอาไว้บนศรีษะตัวเองออก
"ทราบแล้วค่าคุณพ่อ เอาเป็นว่าตอนนี้กั้งว่าคุณพ่อรีบกลับไปดูลูกกับเมียก่อนเถอะ ขืนช้า มีหวังโดนเมียงอนไม่รู้ด้วยนะ"
"โอเคๆ งั้นเอาไว้เจอกันนะกั้ง เดี๋ยวนะขอรีบกลับไปดูน้ำหวานให้นมลูกก่อน"
จากนั้นณภัทรก็วิ่งแทบจะขาขวิดทันทีที่ผละจากเธอไป กชกรยืนมองจนณภัทรวิ่งตามทางยาวไปจนลับสายตาแล้วจึงได้หันกลับมา จังหวะที่หันเบนสายตากลับมาแล้วเผอิญมองข้ามไปยังตึกฝั่งตรงข้าม ก็เจอเข้ากับสายตาของใครบางคนที่ยืนกอดอกพิงเสามองมาทางเธออยู่
เขาอีกแล้ว ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมายืนอยู่ตรงนั้นได้ แสดงว่าเมื่อสักครู่นั้นเขาก็คงต้องเห็นตอนที่เธอกับณภัทรยืนคุยกัน หากเป็นคนอื่นที่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับณภัทรนั้นเป็นยังไงอย่างเช่นเขาที่กำำลังมองมาก็อาจจะคิดว่าเธอกับณภัทรหยอกล้อกันเกินเลยไปหรือเปล่า แต่แล้วไง ในเมื่อเธอบริสุทธิ์ใจ ส่วนณภัทรนั้นยิ่งบริสุทธิ์ใจมากกว่า แต่ดูจากสายตาที่ผู้ชายคนนั้นมองมา กชกรก็คิดว่าเรื่องนี้เธอคงจะเดาความคิดของเขาได้ไม่ยาก
กชกรหันขวับหลบสายตาเขาแล้วมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง อยากมองก็มอง เธอก็แค่หลบไปแค่นั้น
จนกระทั่งพึ่งนึกออกว่าทางเดินไปยังอาคารที่จอดรถที่เธอจอดอยู่ดันจำเป็นที่จะต้องเดินผ่านไปทางนั้น ทางที่ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ ทำไมกันนะสวรรค์ถึงได้ชอบแกล้งเธอแบบนี้ บอกแล้วไงว่าเธอไม่อยากเจอ ช่วยทำให้เขาหายไปจากความทรงจำเธอหน่อยก็ไม่ได้ จะอยากตอกย้ำความผิดพลาดอะไรเธอกันนักหนา สัญญาไปแล้วไงว่าจะไม่ขอทำตัวแบบนั้นอีก ได้โปรดพอทีเถอะนะคะ
พอเธอสะบัดหน้าเริ่มก้าวขา เขาก็ก้าวขาเดินมาตามทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารเช่นกัน เขามาทำอะไรที่นี่ แต่ดูจากกระเช้าผลไม้ของเยี่ยมในมือแล้วก็คงจะมาเยี่ยมใครกันสักคนหนึ่ง หรือว่าจะเป็นหญิงสาวคู่ควงคนสวยของเขา
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ผู้ชายคนนี้เคยบอกเอาไว้ว่าเขารู้จักกับทั้งณภัทรและนีรยา หมายความว่าเขาเอากระเช้าผลไม้มาเยี่ยมภรรยาของณภัทรหรือเปล่านะ แล้วเรื่องที่เขาเห็นเธอกับณภัทรคุยกันเมื่อสักครู่นี้ หากว่าเขาฉลาดก็คงพอที่จะดูออกว่าท่าทีและสายตาที่เธอมีต่อณภัทรนั้นคืออะไร
"คนเขาก็แต่งงานไปแล้วตั้งเกือบปี ยังจะมาตอแยวุ่นวายกับครอบครัวคนอื่นเขาอยู่อีก ไม่กลัวว่าจะถูกภรรยาเขาฟ้องชู้เอาหรือไง"
"คุณพูดบ้าอะไร ถ้าไม่รู้อะไรก็หุบปากไปเลยดีกว่า"
"ก็นึกว่าคนที่ทำให้คนบางคนอกหักจนถึงขนาดว่ายอมประชดชีวิตด้วยการยอมมี One night กับผู้ชายแปลกหน้าคือใคร ที่แท้ก็เจ้าบ่าวในคืนวันนั้นนี่เอง"
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
กชกรตื่นมาโดยการที่เห็นณภัทรประกาศขายคอนโดและต้องการหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางโซเซียลมีเดียของเขาเองช่องทางหนึ่ง ข้อความเหล่านั้นทำเอากชกรถึงกับใจหายวูบเมื่อระลึกได้ว่าอีกเพียงไม่นานเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้ว แถมเธอเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าณภัทรจะย้ายไปอยู่ไหน ที่เขาบอกว่าจะพาลูกสาวหนีนีรยาไปนั้นมันที่ใดกัน แต่คงจะไม่ใช่ในกรุงเทพนี้แน่ๆ พอตั้งสติได้ โทรศัพท์มือถือก็ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อต่อสายหาณภัทรทันที เธอยังงงอยู่เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ปุบปับแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ตอนที่คุยกันเธอยังไม่เห็นว่าณภัทรจะเอ่ยเรื่องอะไรเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ"นะ อยู่ไหนน่ะ กั้งเห็นนะประกาศขายคอนโดแล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เร็วปุบปับแบบนี้"'นะว่าจะพาลูกย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่น่ะกั้ง พอดีว่านะปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ แล้วแม่เขาเป็นห่วงหลาน ก็เลยไปขอร้องคุณพ่อให้ช่วยหาทางออกให้ คุณพ่อก็เลยบอกว่าให้นะพาลูกไปอยู่ที่นั่นแล้วนะเองก็ไปช่วยท่านทำงาน ติดก็แค่ตรงที่ว่านะยังหาพี่เลี้ยงให้ขนมไม่ได้'"หมายความว่านะจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลยเหรอ งั้นต่อไปนี้กั้งก็จะไม่ได้เจอนะอีกแล้วใช่ไหม"พอถึงตอนนี้น้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง พลาง
สรุปว่าคอนโดห้องเก่าของณภัทรนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น ดีที่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ของฝ่ายชาย เธอไม่ได้ไปล่วงรู้ข้อมูลมาจากไหนหรอก แต่ว่าเป็นจากณภัทรนั่นเองที่เผอิญพูดออกมาว่าคอนโดของเขาถูกขายให้หญิงสาวที่เป็นรุ่นน้องของนีรยา ชื่อ ยลรดาคืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งเธอคืนสุดท้ายที่จัดโดยหัวหน้าฝ่ายแผนกที่เธออยู่ กชกรรู้ดีว่าตนเองนั้นเป็นคนเก่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานก็ยิ่งหนักเอาเบาสู้และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน พอมาวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย ทำเอาทุกคนต่างก็เศร้าไปตามๆกันเข็มนาฬิกาบนข้อมือเธอบอกเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว คืนนี้นับว่าเธอเองก็ถือว่าดื่มเข้าไปมากอยู่ ดีที่ว่ามีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอาสาขับรถกลับมาส่งให้ เธอเลยได้ถือโอกาสปล่อยผีไปเสียหนึ่งวัน"จอดส่งพี่ตรงนี้แหละตาล ถึงคอนโดแล้วพี่เดินกลับขึ้นไปเองได้ ขอบจายตาลมากนะ แล้วก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่ไปเองได้ พี่ไหว""แน่ใจนะพี่กั้งว่าไม่ให้ตาลเดินขึ้นไปส่ง""แน่จายน่า นี่ถึงคอนโดพี่แล้วจากลัวอาราย"กชกรพยายามประครองสติ แม้ว่าน้ำเสียงจะยานคางเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาโฟกัสทุกอย่างให้ได้เหมือนเดิม เพื่อที่ว่ารุ่นน้องจะได้ไม่เต้องเ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดเขาก็วางเธอลงกับพื้นอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น พอได้โอกาสความเป็นอิสระคืนจากคนตัวใหญ่ กชกรก็รีบผละตัวเองออกจากร่างแกร่งและถอยหลังทันที แต่ดันกลับถอยเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมของชั้นวางรองเท้าอย่างแรงจนตัวงอ"โอ๊ย เจ็บจัง""พอมีสติก็กลัวผมขึ้นมาทุกที ไอ้ตอนที่เมาๆอยู่ทำไมถึงไม่กลัวผมบ้าง ทำตัวเป็นเมรีขี้เมาแบบนี้ เกิดไปเจอผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผมขึ้นมาจะทำยังไง"แม้ว่าจะเจ็บ แต่พอได้ยินคำพูดของคนบางคนที่แสนจะขัดหูเข้าไป คนที่ยืนตัวงออยู่ก็หันขวับกลับมามองเขาตาขวางอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูที่เขาหยิบเอาความผิดพลาดของเธอในอดีตขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้งได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละตัวดี"คุณพูดอย่างกับว่าเจอคุณแล้วมันน่าปลอดภัยนัก""อย่างน้อยผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร""แต่เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในลิฟท์ คุณพึ่งจะฉวยโอกาสกับฉัน""เมื่อกี้คุณไม่ได้เต็มใจจูบกับผมหรอกเหรอ เห็นยืนนิ่งเชียว ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเต็มใจ" "คุณมันทุเรศ รีบกลับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" "ข้อศอกของคุณเลือดออก อุปกรณ์ทำแผลบ้านคุณอยู่ไหน""ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้""อย่ามัวแต่ชักช้าสิคุณ เดี๋ยว
"นี่คุณ อ๊ะ""ผมชื่อน่าน เรียกชื่อผมสิ"ใบหน้างามสะบัดส่ายศรีษะไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาบอกอย่างง่ายๆ ในขณะที่ตัวคนที่ออกคำสั่งเองก็กำลังเมามายอยู่กับโนมเนื้ออย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา กระโปรงเดรสตัวสั้นค่อยๆถูกรูดขึ้นมาหาต้นขาอย่างช้าๆแล้วฝ่ามือร้อนก็ลูบคลึงไปตามสะโพกงามอย่างถือดีทำเอาเรี่ยวแรงกำลังที่เธอเคยมีนั้นหายวับและดับสูญ กชกรทำได้แค่นอนรอรับสัมผัสที่เขาเป็นคนบงการอย่างร้อนรุ่มเท่านั้น จากนั้นต้นขาเรียวงามด้านในก็เริ่มถูกรุกรานด้วยนิ้วแกร่งแล้วเขี่ยสะกิดเข้ากับขอบกางเกงชั้นในพร้อมทั้งแหวกมันออกมาไว้ข้างๆ"อ๊ะ ไม่นะ""ปฏิเสธผมทั้งๆที่เปียกขนาดนี้ไม่ทรมานหรือไง""มะ ไม่ อ๊ะ ไม่ อ๊า"ทุกๆคำว่า 'ไม่' ของเธอแลกมาด้วยการที่เกสรกุหลาบงามถูกนิ้วร้ายนั่นถูไถ เรียวขางามค่อยถ่างอ้าออกอย่างช้าๆ ยามเมื่อเขาสัมผัสอย่างลืมตัว จนในที่สุดก็เผยให้เห็นความงดงามสะกดสายตาที่น่าหลงใหลถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำหวานเยิ้มวาววับจับตาในขณะที่นิ้วของเขาสอดมุดเข้าไปอย่างช้าๆ กชกรก็ได้แต่หลับตานิ่งด้วยความเสียวซ่าน นี่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความต้องการทางร่างกายอีกแล้วอย่างนั้นหรือ เธอกำลังยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่
หลังจากเกมรักที่ถูกบงการโดยเขาจบไป กชกรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนหน้าอกแกร่งอีกครั้งโดยที่เธอยังคงถูกเขากอดเอาไว้ ส่วนคนด้านบนยังคงนอนหลับเป็นตาย ฟังดูจากเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอของเขาแล้วน่าจะกำลังหลับสบายดวงตากลมโตกระพริบอยู่สองสามทีขณะที่เงยขึ้นไปมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลานั่น เธอยังคงทำเป็นนอนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าเธอขยับตัวแล้วเขาจะตื่น เลยทำเป็นยังคงนอนนิ่งให้เขาได้กอดไปเรื่อยๆไม่ขยับ จนกระทั่งที่แถวบริเวณสะโพกเริ่มถูกลูบไล้จากฝ่ามือใหญ่ คิ้วเรียวงามก็ค่อยขมวดขยุ้ม แน่นนอนว่าถ้าลองได้ลูบก้นเธอเล่นได้แบบนี้ เขาก็คงจะตื่นแล้วนั่นแหละ รวมทั้งวงแขนแกร่งเริ่มบีบกระชับกอดเธอแน่นขึ้น จากนั้นอยู่ๆมือเธอข้างหนึ่งก็ถูกเขาจับลากและดึงลงไปข้างล่างและจับเขากับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัว'ไอ้คนทะลึ่ง' กชกรร้องด่าเขาอยู่คนเดียวในใจ แต่พอจะชักมือหนีไป เขาก็ไม่ยอมให้เธอปล่อย แถมยังบังคับให้เธอจับมันแน่นขึ้นอีก แล้วเขาก็หลุดเสียงครางกระหึ่มออกมาจากในลำคอ"อ่า ซี๊ด""คนบ้า ลามก ปล่อยฉันนะ!"เขาไม่ปล่อย หากแต่ขย้ำก้นนุ่มๆของเธอแรงขึ้นก่อนจะใช้ลำแขนที่กอดเธอเอาไว้อยู่รัดเธอให้เข้าหาตัวเขาแน่นขึ้น
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทรกชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้า
"ไม่นะคะพี่น่าน อย่าดูด"กชกรพยายามใช้มือในการผลักดันใบหน้าหล่อที่กำลังซุกไซ้เข้ามาดูดเม้มตามลำคอระหงของตัวเองออกอย่างสุดแรง โดยเธอได้แต่หวังว่ามือของเธอนั้นจะมีน้ำหนักมากพอที่จะสามารถหยุดรั้งเขาเอาไว้ได้ แม้จะดูเหมือนว่าทุกอย่างดูจะยากเต็มที"อยากให้เจ้านะมันได้ยินหรือไง กั้งถึงได้พยายามขัดใจพี่นัก บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ากั้งยังไม่หยุดขัดขืน พี่จะทำตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ของกั้งให้เป็นรอย แล้วคอยดูสิว่าพรุ่งนี้กั้งจะตอบเจ้านะว่ายังไง"คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันพร้อมกับมีรังสีแห่งความไม่พอใจแผ่ขยายออกมาจากดวงตาคม กชกรยังคงจ้องมองดวงตาสีเข้มประดุจเหยี่ยวคู่นั้นเอาไว้ด้วยความนิ่งสงบเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจำใจจะต้องปิดเปลือกตาลงยามเมื่อริมฝีปากและลมหายใจอุ่นร้อนนั้นขยับเคลื่อนใกล้เข้ามา"ยอมให้พี่จูบเสียดีๆ"เธอจะยอมรับมันจากเขาอีกครั้งก็ได้ หรือไม่ก็อาจต้องยอมให้มันได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตราบใดที่ตัวเขายังคงปรารถนา เธอก็คงไม่มีปัญญาจะขัดใจคนบ้าหื่นกามที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาปรนเปรอจูบสุดเร่าร้อนมาให้กชกรไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนหรือเอ่ยปากห้ามเขาได้อีกต่อไป ในเมื่อเต้านมอวบใ
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทรกชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้า
หลังจากเกมรักที่ถูกบงการโดยเขาจบไป กชกรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนหน้าอกแกร่งอีกครั้งโดยที่เธอยังคงถูกเขากอดเอาไว้ ส่วนคนด้านบนยังคงนอนหลับเป็นตาย ฟังดูจากเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอของเขาแล้วน่าจะกำลังหลับสบายดวงตากลมโตกระพริบอยู่สองสามทีขณะที่เงยขึ้นไปมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลานั่น เธอยังคงทำเป็นนอนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าเธอขยับตัวแล้วเขาจะตื่น เลยทำเป็นยังคงนอนนิ่งให้เขาได้กอดไปเรื่อยๆไม่ขยับ จนกระทั่งที่แถวบริเวณสะโพกเริ่มถูกลูบไล้จากฝ่ามือใหญ่ คิ้วเรียวงามก็ค่อยขมวดขยุ้ม แน่นนอนว่าถ้าลองได้ลูบก้นเธอเล่นได้แบบนี้ เขาก็คงจะตื่นแล้วนั่นแหละ รวมทั้งวงแขนแกร่งเริ่มบีบกระชับกอดเธอแน่นขึ้น จากนั้นอยู่ๆมือเธอข้างหนึ่งก็ถูกเขาจับลากและดึงลงไปข้างล่างและจับเขากับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัว'ไอ้คนทะลึ่ง' กชกรร้องด่าเขาอยู่คนเดียวในใจ แต่พอจะชักมือหนีไป เขาก็ไม่ยอมให้เธอปล่อย แถมยังบังคับให้เธอจับมันแน่นขึ้นอีก แล้วเขาก็หลุดเสียงครางกระหึ่มออกมาจากในลำคอ"อ่า ซี๊ด""คนบ้า ลามก ปล่อยฉันนะ!"เขาไม่ปล่อย หากแต่ขย้ำก้นนุ่มๆของเธอแรงขึ้นก่อนจะใช้ลำแขนที่กอดเธอเอาไว้อยู่รัดเธอให้เข้าหาตัวเขาแน่นขึ้น
"นี่คุณ อ๊ะ""ผมชื่อน่าน เรียกชื่อผมสิ"ใบหน้างามสะบัดส่ายศรีษะไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาบอกอย่างง่ายๆ ในขณะที่ตัวคนที่ออกคำสั่งเองก็กำลังเมามายอยู่กับโนมเนื้ออย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา กระโปรงเดรสตัวสั้นค่อยๆถูกรูดขึ้นมาหาต้นขาอย่างช้าๆแล้วฝ่ามือร้อนก็ลูบคลึงไปตามสะโพกงามอย่างถือดีทำเอาเรี่ยวแรงกำลังที่เธอเคยมีนั้นหายวับและดับสูญ กชกรทำได้แค่นอนรอรับสัมผัสที่เขาเป็นคนบงการอย่างร้อนรุ่มเท่านั้น จากนั้นต้นขาเรียวงามด้านในก็เริ่มถูกรุกรานด้วยนิ้วแกร่งแล้วเขี่ยสะกิดเข้ากับขอบกางเกงชั้นในพร้อมทั้งแหวกมันออกมาไว้ข้างๆ"อ๊ะ ไม่นะ""ปฏิเสธผมทั้งๆที่เปียกขนาดนี้ไม่ทรมานหรือไง""มะ ไม่ อ๊ะ ไม่ อ๊า"ทุกๆคำว่า 'ไม่' ของเธอแลกมาด้วยการที่เกสรกุหลาบงามถูกนิ้วร้ายนั่นถูไถ เรียวขางามค่อยถ่างอ้าออกอย่างช้าๆ ยามเมื่อเขาสัมผัสอย่างลืมตัว จนในที่สุดก็เผยให้เห็นความงดงามสะกดสายตาที่น่าหลงใหลถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำหวานเยิ้มวาววับจับตาในขณะที่นิ้วของเขาสอดมุดเข้าไปอย่างช้าๆ กชกรก็ได้แต่หลับตานิ่งด้วยความเสียวซ่าน นี่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความต้องการทางร่างกายอีกแล้วอย่างนั้นหรือ เธอกำลังยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่
ทันทีที่บานประตูถูกปิดเขาก็วางเธอลงกับพื้นอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น พอได้โอกาสความเป็นอิสระคืนจากคนตัวใหญ่ กชกรก็รีบผละตัวเองออกจากร่างแกร่งและถอยหลังทันที แต่ดันกลับถอยเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมของชั้นวางรองเท้าอย่างแรงจนตัวงอ"โอ๊ย เจ็บจัง""พอมีสติก็กลัวผมขึ้นมาทุกที ไอ้ตอนที่เมาๆอยู่ทำไมถึงไม่กลัวผมบ้าง ทำตัวเป็นเมรีขี้เมาแบบนี้ เกิดไปเจอผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผมขึ้นมาจะทำยังไง"แม้ว่าจะเจ็บ แต่พอได้ยินคำพูดของคนบางคนที่แสนจะขัดหูเข้าไป คนที่ยืนตัวงออยู่ก็หันขวับกลับมามองเขาตาขวางอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูที่เขาหยิบเอาความผิดพลาดของเธอในอดีตขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้งได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละตัวดี"คุณพูดอย่างกับว่าเจอคุณแล้วมันน่าปลอดภัยนัก""อย่างน้อยผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร""แต่เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในลิฟท์ คุณพึ่งจะฉวยโอกาสกับฉัน""เมื่อกี้คุณไม่ได้เต็มใจจูบกับผมหรอกเหรอ เห็นยืนนิ่งเชียว ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเต็มใจ" "คุณมันทุเรศ รีบกลับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" "ข้อศอกของคุณเลือดออก อุปกรณ์ทำแผลบ้านคุณอยู่ไหน""ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้""อย่ามัวแต่ชักช้าสิคุณ เดี๋ยว
สรุปว่าคอนโดห้องเก่าของณภัทรนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น ดีที่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ของฝ่ายชาย เธอไม่ได้ไปล่วงรู้ข้อมูลมาจากไหนหรอก แต่ว่าเป็นจากณภัทรนั่นเองที่เผอิญพูดออกมาว่าคอนโดของเขาถูกขายให้หญิงสาวที่เป็นรุ่นน้องของนีรยา ชื่อ ยลรดาคืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งเธอคืนสุดท้ายที่จัดโดยหัวหน้าฝ่ายแผนกที่เธออยู่ กชกรรู้ดีว่าตนเองนั้นเป็นคนเก่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานก็ยิ่งหนักเอาเบาสู้และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน พอมาวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย ทำเอาทุกคนต่างก็เศร้าไปตามๆกันเข็มนาฬิกาบนข้อมือเธอบอกเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว คืนนี้นับว่าเธอเองก็ถือว่าดื่มเข้าไปมากอยู่ ดีที่ว่ามีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอาสาขับรถกลับมาส่งให้ เธอเลยได้ถือโอกาสปล่อยผีไปเสียหนึ่งวัน"จอดส่งพี่ตรงนี้แหละตาล ถึงคอนโดแล้วพี่เดินกลับขึ้นไปเองได้ ขอบจายตาลมากนะ แล้วก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่ไปเองได้ พี่ไหว""แน่ใจนะพี่กั้งว่าไม่ให้ตาลเดินขึ้นไปส่ง""แน่จายน่า นี่ถึงคอนโดพี่แล้วจากลัวอาราย"กชกรพยายามประครองสติ แม้ว่าน้ำเสียงจะยานคางเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาโฟกัสทุกอย่างให้ได้เหมือนเดิม เพื่อที่ว่ารุ่นน้องจะได้ไม่เต้องเ
กชกรตื่นมาโดยการที่เห็นณภัทรประกาศขายคอนโดและต้องการหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางโซเซียลมีเดียของเขาเองช่องทางหนึ่ง ข้อความเหล่านั้นทำเอากชกรถึงกับใจหายวูบเมื่อระลึกได้ว่าอีกเพียงไม่นานเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้ว แถมเธอเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าณภัทรจะย้ายไปอยู่ไหน ที่เขาบอกว่าจะพาลูกสาวหนีนีรยาไปนั้นมันที่ใดกัน แต่คงจะไม่ใช่ในกรุงเทพนี้แน่ๆ พอตั้งสติได้ โทรศัพท์มือถือก็ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อต่อสายหาณภัทรทันที เธอยังงงอยู่เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ปุบปับแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ตอนที่คุยกันเธอยังไม่เห็นว่าณภัทรจะเอ่ยเรื่องอะไรเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ"นะ อยู่ไหนน่ะ กั้งเห็นนะประกาศขายคอนโดแล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เร็วปุบปับแบบนี้"'นะว่าจะพาลูกย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่น่ะกั้ง พอดีว่านะปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ แล้วแม่เขาเป็นห่วงหลาน ก็เลยไปขอร้องคุณพ่อให้ช่วยหาทางออกให้ คุณพ่อก็เลยบอกว่าให้นะพาลูกไปอยู่ที่นั่นแล้วนะเองก็ไปช่วยท่านทำงาน ติดก็แค่ตรงที่ว่านะยังหาพี่เลี้ยงให้ขนมไม่ได้'"หมายความว่านะจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลยเหรอ งั้นต่อไปนี้กั้งก็จะไม่ได้เจอนะอีกแล้วใช่ไหม"พอถึงตอนนี้น้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง พลาง
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้ ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"ณ
กชกรยังคงยืนมองตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำตัวชา ไม่คิดจริงๆว่าโลกจะกลมอย่างที่เขาเคยบอกเธอเอาไว้ พอสรุปกับตัวเองได้ว่ามันคือเขา ใจก็นึกอยากเดินออกไปจากร้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านี่ถ้าไม่ติดว่าอย่างไรก็คงจะต้องขอเข้าห้องน้ำก่อน ไม่เช่นนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าเกิดว่ารถติดบนทางด่วนขึ้นมาแล้วล่ะก็ไม่อยากจะคิดตอนที่ขาเรียวเล็กพาตัวเองขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยากให้เขาเห็นเธอเลยสักนิด แต่ยังไงเสียทางนั้นก็จำเป็นต้องผ่าน ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปห้องน้ำและไม่มีทางเลี่ยง กชกรจึงทำได้แค่เพียงรีบก้าวยาวๆเพื่อที่จะได้ผ่านมาถึงทางเข้าห้องน้ำได้โดยไวใช่เขาจริงๆด้วย 'ผมชื่อ ณวัฒน์' คำนั้นดังก้องขึ้นมาในหู ผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่เธอไม่ได้อยากจะเจอะเจออีกเลยตลอดชีวิต ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายกับเธอนัก หรือว่าปีนี้ดวงเธอจะยังซวยไม่พอ อกหักก็อกหักไปแล้ว ยังจะต้องมาถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายของตัวเองโดยการที่ต้องมาเจอหน้าผู้ชายนี้ ผู้ที่อยู่ภายใต้เบื้องหลังอันหน้าอับอายของเธอ ได้โปรดหยุดเถอะสวรรค์ โปรดอย่าได้ลงโทษเธออีกเลย แค่เรื่องณภัทรคนเดียวก็ทำให้