หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทร
กชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร
ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้านพูลวิลล่าแฝดที่ตั้งอยู่ติดกันสองหลัง ด้านหน้าถูกจัดตบแต่งด้วยสวนเก๋ไก๋ มีลานน้ำพุและสวนหินเรียงราย พอเดินใกล้เข้าตัวบ้านไปหน่อยก็จะมีสระว่ายน้ำ ที่นี่สวยมาก อย่างกับเธอได้ย้ายเข้ามาอยู่ในสวรรค์บนดินแน่ะ
"บ้านพักสวยจังเลยนะ"
"กั้งชอบไหม ให้คิดอีกทีก็ได้นะเผื่อว่าอยากเปลี่ยนใจ"
ณภัทรที่อุ้มลูกสาววัยหนึ่งขวบมายืนรอรับเธออยู่ที่หน้าบ้าน พอได้เห็นหน้าเขา แทนที่เธอจะรู้สึกดีใจ แต่ความรู้สึกลึกๆภายในกลับประหลาด เรื่องราวบางอย่างที่พึ่งเกิดขึ้นไปทำให้เธอนั้นรู้สึกผิดต่อคนตรงหน้า แม้ว่าระหว่างเขาและเธอจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดให้ต้องได้รู้สึกผิด
"เปลี่ยนใจได้ยังไงล่ะ ดูหลังรถกั้งสิ ขนของมาเยอะขนาดนี้"
กชกรพยักเพยิดหน้าไปทางรถของตัวเองที่จอดอยู่ แล้วจากนั้นก็ยื่นมือเข้าไปหาเด็กหญิงตาแป๋วที่มองมายังเธอพร้อมกับยิ้มให้
"มาหาน้ากั้งมาลูกขนม ต่อไปนี้น้ากั้งจะเป็นพี่เลี้ยงดูแลหนูเองนะคะ"
เด็กหญิงณรายารีบว่ายยื่นมือไปหากชกรทันทีให้อุ้ม จากนั้นณภัทรก็เดินไปเดินท้ายรถแล้วยกกระเป๋าเสื้อผ้าของเธออกมาให้ ก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปยังบ้านพักทางฝั่งซ้าย แต่จะว่าไปบ้านแฝดหลังนี้ก็มีทางเชื่อมตรงกลางระหว่างสองฝั่งจากทางฝั่งซ้ายไปยังฝั่งขวา แถมตรงกลางก็ยังมีห้องพักอยู่อีกห้องหนึ่งด้วย ซึ่งณภัทรพึ่งจะมาบอกตอนนี้เองว่านั่นคือห้องพักของเธอ
"ห้องพักกั้งอยู่ตรงกลางนะ ส่วนห้องพักเราจะอยู่ทางขวา"
"แล้วทางซ้ายนั่นล่ะ ห้องใคร ของขนมเหรอ"
"เปล่าหรอก หลังนั้นของพี่ชายเราน่ะ แต่เขาไม่ค่อยได้เข้ามาพักที่นี่หรอก น่าจะนานๆที เขาก็เลยอนุญาตให้เรากับลูกมาอยู่ที่นี่ได้"
"อะไรนะ พี่ชายงั้นเหรอ นี่ตั้งแต่ที่เรารู้จักนะมา เราไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่านะมีพี่" กชกรตกใจจนแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่อยู่ๆก็ได้รู้ว่าณภัทรมีพี่ชายกับเขาด้วย
"พี่คนละแม่น่ะ กั้งก็รู้ว่าเรามันก็แค่..ลูกเมียน้อย ยังดีที่ทุกคนที่นี่ใจดีกับเรา แต่มันผิดที่เราเองแหละที่ละอายใจเกินกว่าจะอยู่ที่นี่ แม่ก็เลยพาเราย้ายกันไปอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่เด็กๆ มีก็แค่ช่วงปิดเทอมที่พ่อไปรับเรามา เรากับพี่ชายก็เลยพอได้รู้จักคุ้นเคยกันอยู่บ้าง"
"แล้วพี่ชายนะเขาจะไม่ว่าเอาเหรอที่เรามาอยู่ที่นี่"
"ไม่หรอก เราบอกเขาเอาไว้แล้วว่าเราจำเป็นต้องให้พี่เลี้ยงลูกเรามาอยู่ด้วยที่นี่ เพื่อที่ว่าเราจะได้มีเวลาไปช่วยเขาทำงาน แล้วเขาก็โอเค ขอแค่อย่างเดียว กั้งต้องไม่พาลูกเราไปกวนเขาทางนั้นเวลาที่เขามา แต่ไม่ต้องห่วงหรอก นานๆเขาถึงจะเข้ามาสักที ปกติเขาก็จะอยู่ที่บ้านหลังใหญ่กับคุณพ่อและก็แม่ใหญ่น่ะ"
ช่วงจังหวะที่ณภัทรพูดออกมา กชกรสังเกตเห็นว่าในแววตาและน้ำเสียงของเขาเจือด้วยความเศร้าอยู่ ณภัทรคงจะเศร้าใจไม่น้อยที่เขาและแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวอย่างบ้านนี้ และนี่คงน่าจะเป็นเหตุผลที่เขาโหยหาการมีครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้ามาโดยตลอด แต่ในที่สุดแล้วทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลย
"อื้อ ได้สิ เราจะคอยระวัง"
"ห้องนี้เป็นห้องของกั้งนะ ส่วนห้องขนมจะอยู่ติดกับห้องเรา ถัดจากห้องกั้งไป แต่ปกติแล้วขนมจะไม่ยอมนอนคนเดียว วันไหนที่เราเลิกงานดึก กั้งอาจจะต้องเอาขนมไปนอนด้วย"
"ได้สิไม่มีปัญหา ให้ขนมมานอนกับเราทุกวันเลยก็ได้ ยังไงเราก็เป็นพี่เลี้ยงแก นะจะได้มีเวลาส่วนตัว ทำงานมาก็เหนื่อยมากพอแล้ว เดี๋ยวหน้าที่ขนมเราดูแลให้"
กชกรหันกลับมาใช้มือลูบยีผมเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขน แล้วหอมฟอดลงไปที่แก้มกลมก้อนใหญ่ ส่วนเจ้าตัวก็หัวเราะชอบใจเอาหน้าลงไปซุกซบกับไหล่ของกชกรเอาไว้ประหนึ่งว่าเป็นมารดา
"เห็นกั้งดูแลลูกเราแบบนี้แล้วก็อดเศร้าใจไม่ได้ ทำไมครอบครัวเราถึงไม่เคยสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่เราเอง แล้วตอนนี้ก็ยังตกมาถึงขนม บอกตามตรงว่าเราสงสารลูกมากๆที่ต้องแยกจากแม่ของแก แต่ถึงแม้ว่าจะทนอยู่กันเพื่อให้ครอบครัวยังคงอยู่ต่อไป ก็ใช่ว่าน้ำหวานจะสนใจลูก"
"ไหนๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว กั้งว่าต่อไปนี้นะตั้งใจเลี้ยงขนมให้ดีดีกว่านะ เดี๋ยวกั้งช่วยนะเอง"
"ขอบใจนะกั้ง ชีวิตเราตั้งแต่ที่ได้รู้จักกั้งมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ เราไม่เคยเสียใจเลยที่มีกั้งอยู่ข้างๆ ไม่ว่าเราจะหันกลับไปตอนไหน ที่ตรงนั้นก็จะยังมีกั้งเสมอ กั้งคือทุกอย่างในชีวิตเรา ต่อไปนี้ชีวิตเราจะมีแค่กั้งกับขนม"
"นี่นะ..หมายความว่ายังไง"
"ก็หมายความอย่างที่เราพูดไปนั่นแหละ กั้งกับขนมคือคนสำคัญในชีวิตเรา"
แม้ว่าตอนนี้ณภัทรจะเดินเข้ามาโอบกอดเธอและลูกสาวตัวน้อยของเขาเอาไว้ หากแต่ภายในใจกชกรกลับไม่ได้รู้สึกนึกยินดีกับคำพูดเหล่านั้นเลยสักน้อย อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้ตัวเธอไม่ใช่กชกรคนเก่า มันมีบางสิ่งบางอย่างที่มันเปลี่ยนไปเพราะใครบางคน จึงทำให้เธอไม่ได้รู้สึกสนิทใจกับตัวเองมากนัก หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าตัวณภัทรเอง ที่ทำแบบนี้และพูดกับเธอแบบนี้มาจนชิน ต่อให้เขาจะพรรณนาออกมาด้วยคำพูดหวานหู แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ยังคงเป็นอย่างเก่าไม่มีเปลี่ยนแปลง
"ไม่นะคะพี่น่าน อย่าดูด"กชกรพยายามใช้มือในการผลักดันใบหน้าหล่อที่กำลังซุกไซ้เข้ามาดูดเม้มตามลำคอระหงของตัวเองออกอย่างสุดแรง โดยเธอได้แต่หวังว่ามือของเธอนั้นจะมีน้ำหนักมากพอที่จะสามารถหยุดรั้งเขาเอาไว้ได้ แม้จะดูเหมือนว่าทุกอย่างดูจะยากเต็มที"อยากให้เจ้านะมันได้ยินหรือไง กั้งถึงได้พยายามขัดใจพี่นัก บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ากั้งยังไม่หยุดขัดขืน พี่จะทำตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ของกั้งให้เป็นรอย แล้วคอยดูสิว่าพรุ่งนี้กั้งจะตอบเจ้านะว่ายังไง"คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันพร้อมกับมีรังสีแห่งความไม่พอใจแผ่ขยายออกมาจากดวงตาคม กชกรยังคงจ้องมองดวงตาสีเข้มประดุจเหยี่ยวคู่นั้นเอาไว้ด้วยความนิ่งสงบเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจำใจจะต้องปิดเปลือกตาลงยามเมื่อริมฝีปากและลมหายใจอุ่นร้อนนั้นขยับเคลื่อนใกล้เข้ามา"ยอมให้พี่จูบเสียดีๆ"เธอจะยอมรับมันจากเขาอีกครั้งก็ได้ หรือไม่ก็อาจต้องยอมให้มันได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตราบใดที่ตัวเขายังคงปรารถนา เธอก็คงไม่มีปัญญาจะขัดใจคนบ้าหื่นกามที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาปรนเปรอจูบสุดเร่าร้อนมาให้กชกรไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนหรือเอ่ยปากห้ามเขาได้อีกต่อไป ในเมื่อเต้านมอวบใ
หนึ่งปีก่อนกชกรยืนยิ้มทั้งน้ำตาให้กับภาพบรรยากาศคืนวันแต่งงานของเพื่อนสนิทที่เธอแอบรัก ยืนยิ้มให้กับความพ่ายแพ้ของตัวเองที่ต้องสูญเสียเขาไป ในที่สุดเธอก็คว้าเขาเอาไว้ไม่ได้ เขาเป็นของคนอื่นไปแล้วทำไมความรักของเธอถึงได้ไม่สมหวัง ในวันนี้สิ่งที่เธอทำได้คือเพียงยืนมองชายคนที่ตัวเองรักต้องกลายเป็นของผู้หญิงคนอื่นไปนับจากนี้ ณภัทร คือผู้ชายที่แต่งงานแล้ว เธอคงจะไม่มีโอกาสได้แอบเนียนอิงแอบใกล้ชิดเขาได้อย่างใจปรารถนาเหมือนเมื่อก่อน ในเมื่อเขาคือคนที่มีครอบครัว แถมนีรยาภรรยาของเขาก็กำลังตั้งครรภ์อยู่หลังมือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ข้างแก้มของตัวเองพร้อมกับขวดไวน์ที่ถือออกมาจากในงานถูกขึ้นกระดกดื่ม กชกรพาตัวเองหลบออกมานั่งที่ตรงมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ภายใต้แสงสลัว ยามเมื่อสายตามองเข้าไปภายในงานแต่งที่พึ่งจบลง หยดน้ำตาก็ได้แต่รินไหล"ทำไมนะถึงไม่เคยมองมาที่กั้งบ้างเลย จนกระทั่งวันนี้ ในสายตานะ กั้งก็เป็นได้แค่เพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของนะเท่านั้น ไม่รู้บ้างเลยหรือไงว่ากั้งไม่ได้อยากเป็น"ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณภัทรเจ้าชู้ขนาดไหนกชกรรู้ดี ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี เลยทำให้เขามีผู้หญิงวิ่งเข้าหาเป็นว่าเล่น
ณวัฒน์จ้องมองใบหน้างดงามราวประดุจนางฟ้าของคนที่อยู่ในอ้อมอกตาไม่กระพริบ ถึงแม้ว่าเธอจะเมาแต่เขาก็สะดุดตาเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น ยิ่งวินาทีแรกที่ได้รับตัวเธอเอาไว้ในอ้อมกอดตอนที่เธอล้มลงมายิ่งพอได้พิศมองใกล้ๆ ผู้หญิงคนนี้ยิ่งทำเอาเขาตะลึงงึงงันไปชั่วขณะสายตากวาดมองไปทั่วดวงหน้างาม แม้ว่าคืนนี้ตัวเขาเองก็ดื่มมาไม่น้อย แต่ก็ยังถือว่าครองสติได้ดีกว่าผู้หญิงที่เมาพับอยู่ในอก คิดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าเธอดี ที่ปล่อยให้ความรักที่ไม่สมหวังมามีอำนาจควบคุมเหนือกายใจจนทำร้ายตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเป็นเขา จะไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาดผู้หญิงคนนี้กำลังอกหักและกำลังต้องการจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการลืมชายคนรักเก่า ซึ่งถ้าหากว่าเขาจะ 'เอา' มันก็คงจะไม่ผิดในเมื่อเธอเป็นคนเสนอณวัฒน์อุ้มร่างคนเมาก้าวเดินไปวางลงบนเตียงขนาดหกฟุตอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ตัวเขาเองจะตามทาบทับริมฝีปากลงไปประกบจูบ ลิ้นร้อนถูกสอดควานเข้าไปในโพรงปาก หากแต่ท่าทางตอบสนองที่ดูไม่ค่อยจะประสีประสาของคนเมานั้นทำเอาเขาเองชักจะเริ่มหงุดหงิด ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้คงน่าจะดื่มเข้าไปไม่น้อย เพราะมันทำให้ทักษะในการจูบของเธ
หลังจากผ่านค่ำคืนอันดุเดือด กชกรก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาและพบว่าตัวเองยังคงถูกกอดเอาไว้ด้วยแขนแกร่งของเขา ร่างกายข้างใต้รู้สึกได้ถึงความปวดระบบจนต้องนิ่วหน้า หากแต่ว่าเจ้าของกายแกร่งนั่นก็ทำเพียงแค่ขยับตัวแล้วพลิกหันหนีไปอีกฝั่งแทนสายตาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาว่าพึ่งจะตีห้าครึ่ง นี่เมื่อคืนเธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าตัวเองจะเมาจนขาดสติแล้วทำเรื่องบ้าๆพวกนี้ลงไป เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนแปลกหน้าความละอายได้เริ่มก่อตัวขึ้น ถึงแม้ว่าจะรู้สึกผิด แต่ชีวิตก็คงต้องเดินไปต่อ เอาเป็นว่าเธอจะขอกลับไปตั้งหลักใหม่ที่กรุงเทพก่อนก็เเล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนนี้เธอเเค่ไม่อยากให้ณภัทรรับรู้ว่าเมื่อคืนเกิดความผิดพลาดอะไรไปกับเธอ ทางเดียวก็คือต้องรีบกลับก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยโทรมาบอกเขาทีหลังก็แล้วกันว่าเธอติดธุระพอก้าวลงจากเตียงก็กะว่าจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ สายตาเหลือบไปเห็นเศษถุงยางอนามัยตกเกลื่อนอยู่บนพื้น ซึ่งเธอไม่สามารถรู้ได้จริงๆว่าเมื่อคืนคนบนเตียงใช้มันไปเท่าไหร่ ไม่มีเวลามายืนชักช้า กชกรตัดสินใจเดินมุ่งไปยังห้องน้ำแล้วใช้เวลาในการอาบเพียงแค่ห้านาทีก็แล้วเสร็จ แต่พอเปิดประตูออกมาก
สามอาทิตย์ผ่านไป ตั้งแต่วันนั้นมาเธอเองก็ยังไม่ได้เจอหน้าณภัทรเลย มีเพียงแค่เช้าวันนั้นที่เขาโทรมาตามเพราะว่าหาเธอตอนทานมื้อเช้าไม่เจอ พอเธอบอกว่ามีธุระด่วน เลยต้องกลับกรุงเทพมาก่อน เขาก็รับรู้แล้วก็วางสายไปอย่างว่า คนกำลังมีความสุข ตอนนี้เขาคงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งกับลูกในท้องและภรรยา เพราะก่อนจัดงานแต่งงานเขาเคยวางแพลนเอาไว้ว่าหากงานแต่งเสร็จเรียบร้อยก็จะพาภรรยาไปฮันนีมูนต่อทุกๆเช้าเวลาเปิดประตูออกไปทำงาน เธอก็จะมองไปที่หน้าประตูห้องเขาทุกครั้ง ดังกับว่าต้องการที่จะระลึกถึงช่วงวันเวลาสมัยก่อน ตอนที่เขาใช้เธอเป็นเกราะกำบังความเหงาเวลาที่ไม่มีใคร'กั้งคิดถึงนะจัง คิดถึงเราสมัยก่อน'เรื่องราวตั้งแต่สมัยก่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันย้อนประดังเข้ามา วันนั้นเธอและเขาต่างก็เป็นรุ่นน้องปีหนึ่งด้วยกันทั้งคู่ แถมยังถูกจับคู่ให้เป็นบัดดี้กันในกิจกรรมรับน้อง ตอนนั้นเริ่มแรกเธอก็ประทับใจในความหล่อของเขาเหมือนกับผู้หญิงทุกคน แต่พอนานเข้าก็เปลี่ยนมาประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาแทน ในฐานะเพื่อนสนิท ณภัทรมักจะดูแลเธอดีเสมอ จนคู่ของเธอและเขาถูกเหล่าบรรดาเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยช่วยกันตามลุ้นและจับต
กชกรยังคงยืนมองตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำตัวชา ไม่คิดจริงๆว่าโลกจะกลมอย่างที่เขาเคยบอกเธอเอาไว้ พอสรุปกับตัวเองได้ว่ามันคือเขา ใจก็นึกอยากเดินออกไปจากร้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านี่ถ้าไม่ติดว่าอย่างไรก็คงจะต้องขอเข้าห้องน้ำก่อน ไม่เช่นนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าเกิดว่ารถติดบนทางด่วนขึ้นมาแล้วล่ะก็ไม่อยากจะคิดตอนที่ขาเรียวเล็กพาตัวเองขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยากให้เขาเห็นเธอเลยสักนิด แต่ยังไงเสียทางนั้นก็จำเป็นต้องผ่าน ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปห้องน้ำและไม่มีทางเลี่ยง กชกรจึงทำได้แค่เพียงรีบก้าวยาวๆเพื่อที่จะได้ผ่านมาถึงทางเข้าห้องน้ำได้โดยไวใช่เขาจริงๆด้วย 'ผมชื่อ ณวัฒน์' คำนั้นดังก้องขึ้นมาในหู ผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่เธอไม่ได้อยากจะเจอะเจออีกเลยตลอดชีวิต ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายกับเธอนัก หรือว่าปีนี้ดวงเธอจะยังซวยไม่พอ อกหักก็อกหักไปแล้ว ยังจะต้องมาถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายของตัวเองโดยการที่ต้องมาเจอหน้าผู้ชายนี้ ผู้ที่อยู่ภายใต้เบื้องหลังอันหน้าอับอายของเธอ ได้โปรดหยุดเถอะสวรรค์ โปรดอย่าได้ลงโทษเธออีกเลย แค่เรื่องณภัทรคนเดียวก็ทำให้
หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้ ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"ณ
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทรกชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้า
หลังจากเกมรักที่ถูกบงการโดยเขาจบไป กชกรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนหน้าอกแกร่งอีกครั้งโดยที่เธอยังคงถูกเขากอดเอาไว้ ส่วนคนด้านบนยังคงนอนหลับเป็นตาย ฟังดูจากเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอของเขาแล้วน่าจะกำลังหลับสบายดวงตากลมโตกระพริบอยู่สองสามทีขณะที่เงยขึ้นไปมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลานั่น เธอยังคงทำเป็นนอนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าเธอขยับตัวแล้วเขาจะตื่น เลยทำเป็นยังคงนอนนิ่งให้เขาได้กอดไปเรื่อยๆไม่ขยับ จนกระทั่งที่แถวบริเวณสะโพกเริ่มถูกลูบไล้จากฝ่ามือใหญ่ คิ้วเรียวงามก็ค่อยขมวดขยุ้ม แน่นนอนว่าถ้าลองได้ลูบก้นเธอเล่นได้แบบนี้ เขาก็คงจะตื่นแล้วนั่นแหละ รวมทั้งวงแขนแกร่งเริ่มบีบกระชับกอดเธอแน่นขึ้น จากนั้นอยู่ๆมือเธอข้างหนึ่งก็ถูกเขาจับลากและดึงลงไปข้างล่างและจับเขากับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัว'ไอ้คนทะลึ่ง' กชกรร้องด่าเขาอยู่คนเดียวในใจ แต่พอจะชักมือหนีไป เขาก็ไม่ยอมให้เธอปล่อย แถมยังบังคับให้เธอจับมันแน่นขึ้นอีก แล้วเขาก็หลุดเสียงครางกระหึ่มออกมาจากในลำคอ"อ่า ซี๊ด""คนบ้า ลามก ปล่อยฉันนะ!"เขาไม่ปล่อย หากแต่ขย้ำก้นนุ่มๆของเธอแรงขึ้นก่อนจะใช้ลำแขนที่กอดเธอเอาไว้อยู่รัดเธอให้เข้าหาตัวเขาแน่นขึ้น
"นี่คุณ อ๊ะ""ผมชื่อน่าน เรียกชื่อผมสิ"ใบหน้างามสะบัดส่ายศรีษะไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาบอกอย่างง่ายๆ ในขณะที่ตัวคนที่ออกคำสั่งเองก็กำลังเมามายอยู่กับโนมเนื้ออย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา กระโปรงเดรสตัวสั้นค่อยๆถูกรูดขึ้นมาหาต้นขาอย่างช้าๆแล้วฝ่ามือร้อนก็ลูบคลึงไปตามสะโพกงามอย่างถือดีทำเอาเรี่ยวแรงกำลังที่เธอเคยมีนั้นหายวับและดับสูญ กชกรทำได้แค่นอนรอรับสัมผัสที่เขาเป็นคนบงการอย่างร้อนรุ่มเท่านั้น จากนั้นต้นขาเรียวงามด้านในก็เริ่มถูกรุกรานด้วยนิ้วแกร่งแล้วเขี่ยสะกิดเข้ากับขอบกางเกงชั้นในพร้อมทั้งแหวกมันออกมาไว้ข้างๆ"อ๊ะ ไม่นะ""ปฏิเสธผมทั้งๆที่เปียกขนาดนี้ไม่ทรมานหรือไง""มะ ไม่ อ๊ะ ไม่ อ๊า"ทุกๆคำว่า 'ไม่' ของเธอแลกมาด้วยการที่เกสรกุหลาบงามถูกนิ้วร้ายนั่นถูไถ เรียวขางามค่อยถ่างอ้าออกอย่างช้าๆ ยามเมื่อเขาสัมผัสอย่างลืมตัว จนในที่สุดก็เผยให้เห็นความงดงามสะกดสายตาที่น่าหลงใหลถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำหวานเยิ้มวาววับจับตาในขณะที่นิ้วของเขาสอดมุดเข้าไปอย่างช้าๆ กชกรก็ได้แต่หลับตานิ่งด้วยความเสียวซ่าน นี่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความต้องการทางร่างกายอีกแล้วอย่างนั้นหรือ เธอกำลังยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่
ทันทีที่บานประตูถูกปิดเขาก็วางเธอลงกับพื้นอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น พอได้โอกาสความเป็นอิสระคืนจากคนตัวใหญ่ กชกรก็รีบผละตัวเองออกจากร่างแกร่งและถอยหลังทันที แต่ดันกลับถอยเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมของชั้นวางรองเท้าอย่างแรงจนตัวงอ"โอ๊ย เจ็บจัง""พอมีสติก็กลัวผมขึ้นมาทุกที ไอ้ตอนที่เมาๆอยู่ทำไมถึงไม่กลัวผมบ้าง ทำตัวเป็นเมรีขี้เมาแบบนี้ เกิดไปเจอผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผมขึ้นมาจะทำยังไง"แม้ว่าจะเจ็บ แต่พอได้ยินคำพูดของคนบางคนที่แสนจะขัดหูเข้าไป คนที่ยืนตัวงออยู่ก็หันขวับกลับมามองเขาตาขวางอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูที่เขาหยิบเอาความผิดพลาดของเธอในอดีตขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้งได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละตัวดี"คุณพูดอย่างกับว่าเจอคุณแล้วมันน่าปลอดภัยนัก""อย่างน้อยผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร""แต่เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในลิฟท์ คุณพึ่งจะฉวยโอกาสกับฉัน""เมื่อกี้คุณไม่ได้เต็มใจจูบกับผมหรอกเหรอ เห็นยืนนิ่งเชียว ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเต็มใจ" "คุณมันทุเรศ รีบกลับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" "ข้อศอกของคุณเลือดออก อุปกรณ์ทำแผลบ้านคุณอยู่ไหน""ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้""อย่ามัวแต่ชักช้าสิคุณ เดี๋ยว
สรุปว่าคอนโดห้องเก่าของณภัทรนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น ดีที่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ของฝ่ายชาย เธอไม่ได้ไปล่วงรู้ข้อมูลมาจากไหนหรอก แต่ว่าเป็นจากณภัทรนั่นเองที่เผอิญพูดออกมาว่าคอนโดของเขาถูกขายให้หญิงสาวที่เป็นรุ่นน้องของนีรยา ชื่อ ยลรดาคืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งเธอคืนสุดท้ายที่จัดโดยหัวหน้าฝ่ายแผนกที่เธออยู่ กชกรรู้ดีว่าตนเองนั้นเป็นคนเก่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานก็ยิ่งหนักเอาเบาสู้และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน พอมาวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย ทำเอาทุกคนต่างก็เศร้าไปตามๆกันเข็มนาฬิกาบนข้อมือเธอบอกเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว คืนนี้นับว่าเธอเองก็ถือว่าดื่มเข้าไปมากอยู่ ดีที่ว่ามีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอาสาขับรถกลับมาส่งให้ เธอเลยได้ถือโอกาสปล่อยผีไปเสียหนึ่งวัน"จอดส่งพี่ตรงนี้แหละตาล ถึงคอนโดแล้วพี่เดินกลับขึ้นไปเองได้ ขอบจายตาลมากนะ แล้วก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่ไปเองได้ พี่ไหว""แน่ใจนะพี่กั้งว่าไม่ให้ตาลเดินขึ้นไปส่ง""แน่จายน่า นี่ถึงคอนโดพี่แล้วจากลัวอาราย"กชกรพยายามประครองสติ แม้ว่าน้ำเสียงจะยานคางเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาโฟกัสทุกอย่างให้ได้เหมือนเดิม เพื่อที่ว่ารุ่นน้องจะได้ไม่เต้องเ
กชกรตื่นมาโดยการที่เห็นณภัทรประกาศขายคอนโดและต้องการหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางโซเซียลมีเดียของเขาเองช่องทางหนึ่ง ข้อความเหล่านั้นทำเอากชกรถึงกับใจหายวูบเมื่อระลึกได้ว่าอีกเพียงไม่นานเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้ว แถมเธอเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าณภัทรจะย้ายไปอยู่ไหน ที่เขาบอกว่าจะพาลูกสาวหนีนีรยาไปนั้นมันที่ใดกัน แต่คงจะไม่ใช่ในกรุงเทพนี้แน่ๆ พอตั้งสติได้ โทรศัพท์มือถือก็ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อต่อสายหาณภัทรทันที เธอยังงงอยู่เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ปุบปับแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ตอนที่คุยกันเธอยังไม่เห็นว่าณภัทรจะเอ่ยเรื่องอะไรเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ"นะ อยู่ไหนน่ะ กั้งเห็นนะประกาศขายคอนโดแล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เร็วปุบปับแบบนี้"'นะว่าจะพาลูกย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่น่ะกั้ง พอดีว่านะปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ แล้วแม่เขาเป็นห่วงหลาน ก็เลยไปขอร้องคุณพ่อให้ช่วยหาทางออกให้ คุณพ่อก็เลยบอกว่าให้นะพาลูกไปอยู่ที่นั่นแล้วนะเองก็ไปช่วยท่านทำงาน ติดก็แค่ตรงที่ว่านะยังหาพี่เลี้ยงให้ขนมไม่ได้'"หมายความว่านะจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลยเหรอ งั้นต่อไปนี้กั้งก็จะไม่ได้เจอนะอีกแล้วใช่ไหม"พอถึงตอนนี้น้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง พลาง
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้ ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"ณ
กชกรยังคงยืนมองตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำตัวชา ไม่คิดจริงๆว่าโลกจะกลมอย่างที่เขาเคยบอกเธอเอาไว้ พอสรุปกับตัวเองได้ว่ามันคือเขา ใจก็นึกอยากเดินออกไปจากร้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านี่ถ้าไม่ติดว่าอย่างไรก็คงจะต้องขอเข้าห้องน้ำก่อน ไม่เช่นนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าเกิดว่ารถติดบนทางด่วนขึ้นมาแล้วล่ะก็ไม่อยากจะคิดตอนที่ขาเรียวเล็กพาตัวเองขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยากให้เขาเห็นเธอเลยสักนิด แต่ยังไงเสียทางนั้นก็จำเป็นต้องผ่าน ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปห้องน้ำและไม่มีทางเลี่ยง กชกรจึงทำได้แค่เพียงรีบก้าวยาวๆเพื่อที่จะได้ผ่านมาถึงทางเข้าห้องน้ำได้โดยไวใช่เขาจริงๆด้วย 'ผมชื่อ ณวัฒน์' คำนั้นดังก้องขึ้นมาในหู ผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่เธอไม่ได้อยากจะเจอะเจออีกเลยตลอดชีวิต ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายกับเธอนัก หรือว่าปีนี้ดวงเธอจะยังซวยไม่พอ อกหักก็อกหักไปแล้ว ยังจะต้องมาถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายของตัวเองโดยการที่ต้องมาเจอหน้าผู้ชายนี้ ผู้ที่อยู่ภายใต้เบื้องหลังอันหน้าอับอายของเธอ ได้โปรดหยุดเถอะสวรรค์ โปรดอย่าได้ลงโทษเธออีกเลย แค่เรื่องณภัทรคนเดียวก็ทำให้