สรุปว่าคอนโดห้องเก่าของณภัทรนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น ดีที่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ของฝ่ายชาย เธอไม่ได้ไปล่วงรู้ข้อมูลมาจากไหนหรอก แต่ว่าเป็นจากณภัทรนั่นเองที่เผอิญพูดออกมาว่าคอนโดของเขาถูกขายให้หญิงสาวที่เป็นรุ่นน้องของนีรยา ชื่อ ยลรดา
คืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งเธอคืนสุดท้ายที่จัดโดยหัวหน้าฝ่ายแผนกที่เธออยู่ กชกรรู้ดีว่าตนเองนั้นเป็นคนเก่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานก็ยิ่งหนักเอาเบาสู้และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน พอมาวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย ทำเอาทุกคนต่างก็เศร้าไปตามๆกัน
เข็มนาฬิกาบนข้อมือเธอบอกเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว คืนนี้นับว่าเธอเองก็ถือว่าดื่มเข้าไปมากอยู่ ดีที่ว่ามีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอาสาขับรถกลับมาส่งให้ เธอเลยได้ถือโอกาสปล่อยผีไปเสียหนึ่งวัน
"จอดส่งพี่ตรงนี้แหละตาล ถึงคอนโดแล้วพี่เดินกลับขึ้นไปเองได้ ขอบจายตาลมากนะ แล้วก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่ไปเองได้ พี่ไหว"
"แน่ใจนะพี่กั้งว่าไม่ให้ตาลเดินขึ้นไปส่ง"
"แน่จายน่า นี่ถึงคอนโดพี่แล้วจากลัวอาราย"
กชกรพยายามประครองสติ แม้ว่าน้ำเสียงจะยานคางเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาโฟกัสทุกอย่างให้ได้เหมือนเดิม เพื่อที่ว่ารุ่นน้องจะได้ไม่เต้องเป็นห่วง
"งั้นตาลกลับก่อนนะพี่กั้ง เดินขึ้นห้องดีๆล่ะ เอาไว้ว่างๆจะไปเยี่ยมหา"
"ขับรถดีๆนะ"
กชกรยืนโบกมือลามองรถคันที่เธอพึ่งจะโดยสารมาจนลับตาแล้วจึงได้หมุนตัวกลับเข้าคอนโดที่พัก แม้ว่าสายตาออกจะรางเลือนสักเล็กน้อย แต่ก็พาตัวเองเดินโซซัดโซเซมาจนถึงเข้าลิฟท์ได้
ปลายนิ้วเล็กไล่จิ้มกดลงไปบนแป้นตัวเลขแล้วจึงยืนรอ เพียงไม่นานพอลิฟท์มาจอดก็พาตัวเองเดินเข้าไปแล้วเตรียมจะกดปุ่มปิด แต่จังหวะนั้นกลับมีฝ่ามือใหญ่มาขวางประตูลิฟท์เอาไว้ให้เปิดออก แล้วจึงปรากฏใบหน้าของผู้ที่ก้าวเท้าตามเธอเข้ามาเต็มตา
'เป็นเขาอีกแล้ว'
กชกรนึกอยากจะร้องไห้ เมื่อไหร่กันนะที่ชีวิตเธอจะได้ไม่ต้องมาเจอกับผู้ชายคนนี้ นี่เขาคงจะมาหาหญิงคู่ขา อ่อ ไม่สิ หญิงคนรักของเขาสินะ ดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้ถ้าเป็นคนที่มาหากันมาเยี่ยมเยียนกันปกติก็คงจะไม่ใช่
กชกรสะบัดหน้าหนี แสดงออกทันทีว่าเธอไม่ต้องการที่จะเสวนาด้วย และดูเหมือนว่าเขาเองก็น่าจะรู้ เพราะตอนที่เดินก้าวเข้ามา พอเห็นว่าเป็นเธอแล้ว เขาก็ไม่ยอมมองมาอีกเลย
'ผู้ชายอะไร ไม่มีมารยาท'
แน่นอนว่าพอเธอกดเลขชั้นที่จะไป เขาก็ไม่ได้กดต่อ จุดหมายของเขาก็คงจะเป็นชั้นเดียวกันกับเธอนั่นแหละ จ้างให้เธอก็ไม่มีทางถามให้เสียปากหรอก
จนกระทั่งจู่ๆไฟในลิฟท์ก็ดันมาดับ แน่นอนว่ามันคงจะเป็นอะไรอย่างอื่นไปเสียไม่ได้นอกจากว่าลิฟท์กำลังค้าง
"ว้าย!"
กชกรร้องกรี๊ดออกมาทันทีที่ลิฟท์กระตุก ทำเอาความหยิ่งยโสโอหังตั้งใจตั้งมั่นว่าจะไม่มีทางพูดกับเขาเด็ดขาดนั้นจำเป็นต้องจบลงเมื่อตัวเธอนั้นเซเข้าไปหาเขา และดีที่เขารับตัวเธอเอาไว้
"คุณช่วยฉันด้วย"
ด้วยความที่เป็นลิฟท์ใสแก้วกระจก ถึงแล้วว่าไฟในลิฟท์จะดับ หากแต่แสงไฟจากทางด้านนอกก็ยังคงสาดเข้ามา วงแขนแกร่งของเขานั้นกอดตัวเธอเอาไว้แน่นพร้อมทั้งใบหน้าของเขาและเธอก็อยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตที่จ้องมองใบหน้าหล่อของคนตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบๆเพื่อเรียกสติจัดการลมหายใจที่ดูเหมือนว่าจะติดขัดของตัวเองให้กลับมา ทำไมอีตาบ้านี่ถึงได้ชอบเอาหน้าหล่อๆของตัวเองเข้ามาใกล้ให้หัวใจเธอสั่นเล่นด้วยนะ
"ดื่มมาอีกแล้วหรือไง ระวังเถอะว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนอย่างคืนนั้น"
แต่เมื่อพอได้ยินเขาพูดแบบนั้นปุ๊บ ต่อมความโมโหของเธอก็ทำงานปั๊บ นี่เขาจะดูถูกเธอมากเกินไปแล้วนะผู้ชายเฮงซวย ทำอย่างกับว่าเรื่องคืนนั้นเธอเป็นคนทำเองเสียอย่างนั้น ถ้ามีสติดีๆใครเขาจะยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้นกัน และหัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็จะไม่มีทางยอมปล่อยให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยได้เด็ดขาด
"หยุดพูดบ้าๆเดี๋ยวนี้เลยนะ ถึงแม้ว่าคืนนี้ฉันจะเมา แต่ก็ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองทำอะไรบ้าๆได้อย่างคืนนั้นหรอก แล้วถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันก็จะไม่มีทางปล่อยให้คุณทำ"
"ดูเหมือนว่าสิ่งที่คุณพูดมันน่าจะสายไปนะ ยิ่งต้องมาติดอยู่ในลิฟท์กันสองต่อสองแบบนี้ ถ้าผมจะทำขึ้นมาจริงๆ คุณก็คงไม่มีทางขัดได้"
ถ้ามองไม่ผิด สายตาของเธอที่มองฝ่าทะลุความสลัวของแสงจากภายนอกลิฟท์ไปยังใบหน้าเขา เธอเห็นเต็มตาว่าริมฝีปากของเขานั้นมันหยักยิ้มลงจนน่าหมั่นไส้
"จะไม่มั่นใจตัวเองมากเกินไปหน่อยเหรอคะ ฉันไม่ใช่แฟนคุณนะที่จะได้หลงเสน่ห์คุณง่ายๆ หน้าตาแบบคุณมันก็หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปนั่นแหละ ไม่ได้มีความพิเศษมากเกินไปกว่าผู้ชายคนอื่นหรอก นี่ถ้าต่อให้โลกนี้เหลือผู้ชายบนโลกนี้แค่คนเดียวคือคุณ ฉันว่าฉันก็จะยอมกัดลิ้นตายดีกว่าที่ต้อง อื้อๆ"
แล้วจากนั้นตัวเธอก็ถูกเขาดันถอยหลังให้ไปติดผนังกระจกพร้อมทั้งริมฝีปากหนักก็ประกบเข้ามาฉกจูบ ด้วยความที่ยังมึนงงและไม่ทันได้ตั้งตัว จึงทำให้เธอทำได้เเค่เพียงครางอู้อี้ประท้วง ในขณะที่สองมือเล็กถูกเขาตรึงเอาไว้เหนือศรีษะด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็พยายามบีบแก้มบีบปากให้เธอตอบรับกับรสสัมผัสที่แสนรุกรานนั่น ภายใต้ความสูงของคนตรงหน้าทำเอาตัวเธอที่สูงเพียงปลายคางของเขาเท่านั้นต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อยอมรับจูบจากเขา
กชกรยังคงดิ้นรนขัดขืนเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้เขาเห็นว่าเธอไม่ได้เต็มใจ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้คิดจะใส่ใจมันเลยด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำยังคงตั้งหน้าตั้งตาบังคับจูบเธอ ลิ้นเล็กของเธอถูกเขาดูดเกี่ยวเข้าไปไว้ในปากเขาได้จนสำเร็จ พอเห็นว่าไม่มีทางขัดขืนเขาได้จึงจำต้องปล่อยให้คนตัวใหญ่จูบได้ตามแต่ใจ
"ผมคิดถึงคุณ"
ในขณะที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัส อยู่ๆก็มีน้ำเสียงกระซิบที่แสนจะแผ่วเบาดังแว่วเข้ามาในหูจนใจเต้น นี่เธอเป็นอะไร หรือว่าดื่มมากไปคนเมาแล้วหูเพี้ยน
ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเพียงใดที่ยอมให้เขาจูบ จนกระทั่งมาได้สติอีกทีก็ตอนที่ไฟมาและลิฟท์เคลื่อนตัวต่อไปยังจุดหมาย กชกรจึงลืมตาขึ้นและพยายามผลักเขาออกอีกครา แต่พอบานประตูลิฟท์ถูกเปิดออก ร่างของเธอกลับถูกเขาอุ้มลอยหวือขึ้นไปในอ้อมแขน
"นี่คุณปล่อยนะ จะทำอะไร"
"พาคนเมาไปส่งห้อง ไม่รู้ตัวหรือไงว่าเดินเซจนไม่เหมือนคนอยู่แล้ว"
"แต่ฉันเดินเองได้ กรุณาปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้"
ลิฟท์กับห้องเธอก็อยู่ห่างกันแค่นี้ ขายาวๆแบบเขาก้าวเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็พาเธอมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู
"เปิดห้อง ถ้าไม่อยากให้คนอื่นออกมาเห็นว่าผมอุ้มคุณมาส่ง"
หึ กชกรนึกหมั่นไส้ผู้ชายคนนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เลยจริงๆ นี่เขาคงจะกลัวว่าผู้หญิงของเขาจะออกมาเห็นมากกว่าถึงได้ทำเป็นพูดแกล้งให้เธอกลัวแบบนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องยิ่งรีบปล่อยเธอลงสิ จะมาอุ้มเธอไว้แบบนี้ทำไม
"คนอื่นที่ว่านี่ใช่คนที่พึ่งย้ายมาอยู่ใหม่ห้องฝั่งตรงข้ามฉันหรือเปล่านะ"
"จะใครก็ช่าง แต่ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากให้เขาเอาเรื่องนี้ไปบอกกับเจ้าของห้องเก่าหรอกจริงไหม"
ไม่ แน่นอนว่าเธอไม่เคยอยากให้ณภัทรต้องมารับรู้เรื่องราวอะไรเหล่านี้
"งั้นคุณก็ปล่อยฉันลงสิ แล้วก็กลับไปหาแฟนคุณซะ"
"ผมโสด ยังไม่มีแฟน แล้วถ้าขืนคุณยังเอาแต่พูดไม่ยอมเปิดอยู่แบบนี้ ผมอยากจะบอกคุณเพิ่มให้อีกอย่างหนึ่งว่าผู้หญิงคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามรู้จักกันดีกับคนที่ขายห้องให้เธอ"
จังหวะนั้นอยู่ๆเสียงลูกบิดห้องตรงข้ามที่อยู่เยื้องๆกันไปก็ลั่นดังก็อก ราวกับว่ามันกำลังจะถูกเปิดออกมาจริงๆ กชกรจึงรีบยกกดรหัสปลดล็อกห้องด้วยความรวดเร็วแล้วรีบผลักประตูเข้าไปทันก่อนที่คนที่อยู่ในห้องนั้นจะเปิดออกมา
ทันทีที่บานประตูถูกปิดเขาก็วางเธอลงกับพื้นอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น พอได้โอกาสความเป็นอิสระคืนจากคนตัวใหญ่ กชกรก็รีบผละตัวเองออกจากร่างแกร่งและถอยหลังทันที แต่ดันกลับถอยเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมของชั้นวางรองเท้าอย่างแรงจนตัวงอ"โอ๊ย เจ็บจัง""พอมีสติก็กลัวผมขึ้นมาทุกที ไอ้ตอนที่เมาๆอยู่ทำไมถึงไม่กลัวผมบ้าง ทำตัวเป็นเมรีขี้เมาแบบนี้ เกิดไปเจอผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผมขึ้นมาจะทำยังไง"แม้ว่าจะเจ็บ แต่พอได้ยินคำพูดของคนบางคนที่แสนจะขัดหูเข้าไป คนที่ยืนตัวงออยู่ก็หันขวับกลับมามองเขาตาขวางอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูที่เขาหยิบเอาความผิดพลาดของเธอในอดีตขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้งได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละตัวดี"คุณพูดอย่างกับว่าเจอคุณแล้วมันน่าปลอดภัยนัก""อย่างน้อยผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร""แต่เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในลิฟท์ คุณพึ่งจะฉวยโอกาสกับฉัน""เมื่อกี้คุณไม่ได้เต็มใจจูบกับผมหรอกเหรอ เห็นยืนนิ่งเชียว ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเต็มใจ" "คุณมันทุเรศ รีบกลับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" "ข้อศอกของคุณเลือดออก อุปกรณ์ทำแผลบ้านคุณอยู่ไหน""ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้""อย่ามัวแต่ชักช้าสิคุณ เดี๋ยว
"นี่คุณ อ๊ะ""ผมชื่อน่าน เรียกชื่อผมสิ"ใบหน้างามสะบัดส่ายศรีษะไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาบอกอย่างง่ายๆ ในขณะที่ตัวคนที่ออกคำสั่งเองก็กำลังเมามายอยู่กับโนมเนื้ออย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา กระโปรงเดรสตัวสั้นค่อยๆถูกรูดขึ้นมาหาต้นขาอย่างช้าๆแล้วฝ่ามือร้อนก็ลูบคลึงไปตามสะโพกงามอย่างถือดีทำเอาเรี่ยวแรงกำลังที่เธอเคยมีนั้นหายวับและดับสูญ กชกรทำได้แค่นอนรอรับสัมผัสที่เขาเป็นคนบงการอย่างร้อนรุ่มเท่านั้น จากนั้นต้นขาเรียวงามด้านในก็เริ่มถูกรุกรานด้วยนิ้วแกร่งแล้วเขี่ยสะกิดเข้ากับขอบกางเกงชั้นในพร้อมทั้งแหวกมันออกมาไว้ข้างๆ"อ๊ะ ไม่นะ""ปฏิเสธผมทั้งๆที่เปียกขนาดนี้ไม่ทรมานหรือไง""มะ ไม่ อ๊ะ ไม่ อ๊า"ทุกๆคำว่า 'ไม่' ของเธอแลกมาด้วยการที่เกสรกุหลาบงามถูกนิ้วร้ายนั่นถูไถ เรียวขางามค่อยถ่างอ้าออกอย่างช้าๆ ยามเมื่อเขาสัมผัสอย่างลืมตัว จนในที่สุดก็เผยให้เห็นความงดงามสะกดสายตาที่น่าหลงใหลถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำหวานเยิ้มวาววับจับตาในขณะที่นิ้วของเขาสอดมุดเข้าไปอย่างช้าๆ กชกรก็ได้แต่หลับตานิ่งด้วยความเสียวซ่าน นี่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความต้องการทางร่างกายอีกแล้วอย่างนั้นหรือ เธอกำลังยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่
หลังจากเกมรักที่ถูกบงการโดยเขาจบไป กชกรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนหน้าอกแกร่งอีกครั้งโดยที่เธอยังคงถูกเขากอดเอาไว้ ส่วนคนด้านบนยังคงนอนหลับเป็นตาย ฟังดูจากเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอของเขาแล้วน่าจะกำลังหลับสบายดวงตากลมโตกระพริบอยู่สองสามทีขณะที่เงยขึ้นไปมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลานั่น เธอยังคงทำเป็นนอนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าเธอขยับตัวแล้วเขาจะตื่น เลยทำเป็นยังคงนอนนิ่งให้เขาได้กอดไปเรื่อยๆไม่ขยับ จนกระทั่งที่แถวบริเวณสะโพกเริ่มถูกลูบไล้จากฝ่ามือใหญ่ คิ้วเรียวงามก็ค่อยขมวดขยุ้ม แน่นนอนว่าถ้าลองได้ลูบก้นเธอเล่นได้แบบนี้ เขาก็คงจะตื่นแล้วนั่นแหละ รวมทั้งวงแขนแกร่งเริ่มบีบกระชับกอดเธอแน่นขึ้น จากนั้นอยู่ๆมือเธอข้างหนึ่งก็ถูกเขาจับลากและดึงลงไปข้างล่างและจับเขากับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัว'ไอ้คนทะลึ่ง' กชกรร้องด่าเขาอยู่คนเดียวในใจ แต่พอจะชักมือหนีไป เขาก็ไม่ยอมให้เธอปล่อย แถมยังบังคับให้เธอจับมันแน่นขึ้นอีก แล้วเขาก็หลุดเสียงครางกระหึ่มออกมาจากในลำคอ"อ่า ซี๊ด""คนบ้า ลามก ปล่อยฉันนะ!"เขาไม่ปล่อย หากแต่ขย้ำก้นนุ่มๆของเธอแรงขึ้นก่อนจะใช้ลำแขนที่กอดเธอเอาไว้อยู่รัดเธอให้เข้าหาตัวเขาแน่นขึ้น
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทรกชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้า
"ไม่นะคะพี่น่าน อย่าดูด"กชกรพยายามใช้มือในการผลักดันใบหน้าหล่อที่กำลังซุกไซ้เข้ามาดูดเม้มตามลำคอระหงของตัวเองออกอย่างสุดแรง โดยเธอได้แต่หวังว่ามือของเธอนั้นจะมีน้ำหนักมากพอที่จะสามารถหยุดรั้งเขาเอาไว้ได้ แม้จะดูเหมือนว่าทุกอย่างดูจะยากเต็มที"อยากให้เจ้านะมันได้ยินหรือไง กั้งถึงได้พยายามขัดใจพี่นัก บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ากั้งยังไม่หยุดขัดขืน พี่จะทำตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ของกั้งให้เป็นรอย แล้วคอยดูสิว่าพรุ่งนี้กั้งจะตอบเจ้านะว่ายังไง"คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันพร้อมกับมีรังสีแห่งความไม่พอใจแผ่ขยายออกมาจากดวงตาคม กชกรยังคงจ้องมองดวงตาสีเข้มประดุจเหยี่ยวคู่นั้นเอาไว้ด้วยความนิ่งสงบเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจำใจจะต้องปิดเปลือกตาลงยามเมื่อริมฝีปากและลมหายใจอุ่นร้อนนั้นขยับเคลื่อนใกล้เข้ามา"ยอมให้พี่จูบเสียดีๆ"เธอจะยอมรับมันจากเขาอีกครั้งก็ได้ หรือไม่ก็อาจต้องยอมให้มันได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตราบใดที่ตัวเขายังคงปรารถนา เธอก็คงไม่มีปัญญาจะขัดใจคนบ้าหื่นกามที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาปรนเปรอจูบสุดเร่าร้อนมาให้กชกรไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนหรือเอ่ยปากห้ามเขาได้อีกต่อไป ในเมื่อเต้านมอวบใ
หนึ่งปีก่อนกชกรยืนยิ้มทั้งน้ำตาให้กับภาพบรรยากาศคืนวันแต่งงานของเพื่อนสนิทที่เธอแอบรัก ยืนยิ้มให้กับความพ่ายแพ้ของตัวเองที่ต้องสูญเสียเขาไป ในที่สุดเธอก็คว้าเขาเอาไว้ไม่ได้ เขาเป็นของคนอื่นไปแล้วทำไมความรักของเธอถึงได้ไม่สมหวัง ในวันนี้สิ่งที่เธอทำได้คือเพียงยืนมองชายคนที่ตัวเองรักต้องกลายเป็นของผู้หญิงคนอื่นไปนับจากนี้ ณภัทร คือผู้ชายที่แต่งงานแล้ว เธอคงจะไม่มีโอกาสได้แอบเนียนอิงแอบใกล้ชิดเขาได้อย่างใจปรารถนาเหมือนเมื่อก่อน ในเมื่อเขาคือคนที่มีครอบครัว แถมนีรยาภรรยาของเขาก็กำลังตั้งครรภ์อยู่หลังมือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ข้างแก้มของตัวเองพร้อมกับขวดไวน์ที่ถือออกมาจากในงานถูกขึ้นกระดกดื่ม กชกรพาตัวเองหลบออกมานั่งที่ตรงมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ภายใต้แสงสลัว ยามเมื่อสายตามองเข้าไปภายในงานแต่งที่พึ่งจบลง หยดน้ำตาก็ได้แต่รินไหล"ทำไมนะถึงไม่เคยมองมาที่กั้งบ้างเลย จนกระทั่งวันนี้ ในสายตานะ กั้งก็เป็นได้แค่เพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของนะเท่านั้น ไม่รู้บ้างเลยหรือไงว่ากั้งไม่ได้อยากเป็น"ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณภัทรเจ้าชู้ขนาดไหนกชกรรู้ดี ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี เลยทำให้เขามีผู้หญิงวิ่งเข้าหาเป็นว่าเล่น
ณวัฒน์จ้องมองใบหน้างดงามราวประดุจนางฟ้าของคนที่อยู่ในอ้อมอกตาไม่กระพริบ ถึงแม้ว่าเธอจะเมาแต่เขาก็สะดุดตาเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น ยิ่งวินาทีแรกที่ได้รับตัวเธอเอาไว้ในอ้อมกอดตอนที่เธอล้มลงมายิ่งพอได้พิศมองใกล้ๆ ผู้หญิงคนนี้ยิ่งทำเอาเขาตะลึงงึงงันไปชั่วขณะสายตากวาดมองไปทั่วดวงหน้างาม แม้ว่าคืนนี้ตัวเขาเองก็ดื่มมาไม่น้อย แต่ก็ยังถือว่าครองสติได้ดีกว่าผู้หญิงที่เมาพับอยู่ในอก คิดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าเธอดี ที่ปล่อยให้ความรักที่ไม่สมหวังมามีอำนาจควบคุมเหนือกายใจจนทำร้ายตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเป็นเขา จะไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาดผู้หญิงคนนี้กำลังอกหักและกำลังต้องการจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการลืมชายคนรักเก่า ซึ่งถ้าหากว่าเขาจะ 'เอา' มันก็คงจะไม่ผิดในเมื่อเธอเป็นคนเสนอณวัฒน์อุ้มร่างคนเมาก้าวเดินไปวางลงบนเตียงขนาดหกฟุตอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ตัวเขาเองจะตามทาบทับริมฝีปากลงไปประกบจูบ ลิ้นร้อนถูกสอดควานเข้าไปในโพรงปาก หากแต่ท่าทางตอบสนองที่ดูไม่ค่อยจะประสีประสาของคนเมานั้นทำเอาเขาเองชักจะเริ่มหงุดหงิด ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้คงน่าจะดื่มเข้าไปไม่น้อย เพราะมันทำให้ทักษะในการจูบของเธ
หลังจากผ่านค่ำคืนอันดุเดือด กชกรก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาและพบว่าตัวเองยังคงถูกกอดเอาไว้ด้วยแขนแกร่งของเขา ร่างกายข้างใต้รู้สึกได้ถึงความปวดระบบจนต้องนิ่วหน้า หากแต่ว่าเจ้าของกายแกร่งนั่นก็ทำเพียงแค่ขยับตัวแล้วพลิกหันหนีไปอีกฝั่งแทนสายตาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาว่าพึ่งจะตีห้าครึ่ง นี่เมื่อคืนเธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าตัวเองจะเมาจนขาดสติแล้วทำเรื่องบ้าๆพวกนี้ลงไป เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนแปลกหน้าความละอายได้เริ่มก่อตัวขึ้น ถึงแม้ว่าจะรู้สึกผิด แต่ชีวิตก็คงต้องเดินไปต่อ เอาเป็นว่าเธอจะขอกลับไปตั้งหลักใหม่ที่กรุงเทพก่อนก็เเล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนนี้เธอเเค่ไม่อยากให้ณภัทรรับรู้ว่าเมื่อคืนเกิดความผิดพลาดอะไรไปกับเธอ ทางเดียวก็คือต้องรีบกลับก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยโทรมาบอกเขาทีหลังก็แล้วกันว่าเธอติดธุระพอก้าวลงจากเตียงก็กะว่าจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ สายตาเหลือบไปเห็นเศษถุงยางอนามัยตกเกลื่อนอยู่บนพื้น ซึ่งเธอไม่สามารถรู้ได้จริงๆว่าเมื่อคืนคนบนเตียงใช้มันไปเท่าไหร่ ไม่มีเวลามายืนชักช้า กชกรตัดสินใจเดินมุ่งไปยังห้องน้ำแล้วใช้เวลาในการอาบเพียงแค่ห้านาทีก็แล้วเสร็จ แต่พอเปิดประตูออกมาก
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทรกชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้า
หลังจากเกมรักที่ถูกบงการโดยเขาจบไป กชกรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนหน้าอกแกร่งอีกครั้งโดยที่เธอยังคงถูกเขากอดเอาไว้ ส่วนคนด้านบนยังคงนอนหลับเป็นตาย ฟังดูจากเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอของเขาแล้วน่าจะกำลังหลับสบายดวงตากลมโตกระพริบอยู่สองสามทีขณะที่เงยขึ้นไปมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลานั่น เธอยังคงทำเป็นนอนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าเธอขยับตัวแล้วเขาจะตื่น เลยทำเป็นยังคงนอนนิ่งให้เขาได้กอดไปเรื่อยๆไม่ขยับ จนกระทั่งที่แถวบริเวณสะโพกเริ่มถูกลูบไล้จากฝ่ามือใหญ่ คิ้วเรียวงามก็ค่อยขมวดขยุ้ม แน่นนอนว่าถ้าลองได้ลูบก้นเธอเล่นได้แบบนี้ เขาก็คงจะตื่นแล้วนั่นแหละ รวมทั้งวงแขนแกร่งเริ่มบีบกระชับกอดเธอแน่นขึ้น จากนั้นอยู่ๆมือเธอข้างหนึ่งก็ถูกเขาจับลากและดึงลงไปข้างล่างและจับเขากับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัว'ไอ้คนทะลึ่ง' กชกรร้องด่าเขาอยู่คนเดียวในใจ แต่พอจะชักมือหนีไป เขาก็ไม่ยอมให้เธอปล่อย แถมยังบังคับให้เธอจับมันแน่นขึ้นอีก แล้วเขาก็หลุดเสียงครางกระหึ่มออกมาจากในลำคอ"อ่า ซี๊ด""คนบ้า ลามก ปล่อยฉันนะ!"เขาไม่ปล่อย หากแต่ขย้ำก้นนุ่มๆของเธอแรงขึ้นก่อนจะใช้ลำแขนที่กอดเธอเอาไว้อยู่รัดเธอให้เข้าหาตัวเขาแน่นขึ้น
"นี่คุณ อ๊ะ""ผมชื่อน่าน เรียกชื่อผมสิ"ใบหน้างามสะบัดส่ายศรีษะไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาบอกอย่างง่ายๆ ในขณะที่ตัวคนที่ออกคำสั่งเองก็กำลังเมามายอยู่กับโนมเนื้ออย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา กระโปรงเดรสตัวสั้นค่อยๆถูกรูดขึ้นมาหาต้นขาอย่างช้าๆแล้วฝ่ามือร้อนก็ลูบคลึงไปตามสะโพกงามอย่างถือดีทำเอาเรี่ยวแรงกำลังที่เธอเคยมีนั้นหายวับและดับสูญ กชกรทำได้แค่นอนรอรับสัมผัสที่เขาเป็นคนบงการอย่างร้อนรุ่มเท่านั้น จากนั้นต้นขาเรียวงามด้านในก็เริ่มถูกรุกรานด้วยนิ้วแกร่งแล้วเขี่ยสะกิดเข้ากับขอบกางเกงชั้นในพร้อมทั้งแหวกมันออกมาไว้ข้างๆ"อ๊ะ ไม่นะ""ปฏิเสธผมทั้งๆที่เปียกขนาดนี้ไม่ทรมานหรือไง""มะ ไม่ อ๊ะ ไม่ อ๊า"ทุกๆคำว่า 'ไม่' ของเธอแลกมาด้วยการที่เกสรกุหลาบงามถูกนิ้วร้ายนั่นถูไถ เรียวขางามค่อยถ่างอ้าออกอย่างช้าๆ ยามเมื่อเขาสัมผัสอย่างลืมตัว จนในที่สุดก็เผยให้เห็นความงดงามสะกดสายตาที่น่าหลงใหลถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำหวานเยิ้มวาววับจับตาในขณะที่นิ้วของเขาสอดมุดเข้าไปอย่างช้าๆ กชกรก็ได้แต่หลับตานิ่งด้วยความเสียวซ่าน นี่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความต้องการทางร่างกายอีกแล้วอย่างนั้นหรือ เธอกำลังยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่
ทันทีที่บานประตูถูกปิดเขาก็วางเธอลงกับพื้นอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น พอได้โอกาสความเป็นอิสระคืนจากคนตัวใหญ่ กชกรก็รีบผละตัวเองออกจากร่างแกร่งและถอยหลังทันที แต่ดันกลับถอยเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมของชั้นวางรองเท้าอย่างแรงจนตัวงอ"โอ๊ย เจ็บจัง""พอมีสติก็กลัวผมขึ้นมาทุกที ไอ้ตอนที่เมาๆอยู่ทำไมถึงไม่กลัวผมบ้าง ทำตัวเป็นเมรีขี้เมาแบบนี้ เกิดไปเจอผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผมขึ้นมาจะทำยังไง"แม้ว่าจะเจ็บ แต่พอได้ยินคำพูดของคนบางคนที่แสนจะขัดหูเข้าไป คนที่ยืนตัวงออยู่ก็หันขวับกลับมามองเขาตาขวางอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูที่เขาหยิบเอาความผิดพลาดของเธอในอดีตขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้งได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละตัวดี"คุณพูดอย่างกับว่าเจอคุณแล้วมันน่าปลอดภัยนัก""อย่างน้อยผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร""แต่เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในลิฟท์ คุณพึ่งจะฉวยโอกาสกับฉัน""เมื่อกี้คุณไม่ได้เต็มใจจูบกับผมหรอกเหรอ เห็นยืนนิ่งเชียว ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเต็มใจ" "คุณมันทุเรศ รีบกลับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" "ข้อศอกของคุณเลือดออก อุปกรณ์ทำแผลบ้านคุณอยู่ไหน""ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้""อย่ามัวแต่ชักช้าสิคุณ เดี๋ยว
สรุปว่าคอนโดห้องเก่าของณภัทรนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น ดีที่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ของฝ่ายชาย เธอไม่ได้ไปล่วงรู้ข้อมูลมาจากไหนหรอก แต่ว่าเป็นจากณภัทรนั่นเองที่เผอิญพูดออกมาว่าคอนโดของเขาถูกขายให้หญิงสาวที่เป็นรุ่นน้องของนีรยา ชื่อ ยลรดาคืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งเธอคืนสุดท้ายที่จัดโดยหัวหน้าฝ่ายแผนกที่เธออยู่ กชกรรู้ดีว่าตนเองนั้นเป็นคนเก่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานก็ยิ่งหนักเอาเบาสู้และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน พอมาวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย ทำเอาทุกคนต่างก็เศร้าไปตามๆกันเข็มนาฬิกาบนข้อมือเธอบอกเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว คืนนี้นับว่าเธอเองก็ถือว่าดื่มเข้าไปมากอยู่ ดีที่ว่ามีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอาสาขับรถกลับมาส่งให้ เธอเลยได้ถือโอกาสปล่อยผีไปเสียหนึ่งวัน"จอดส่งพี่ตรงนี้แหละตาล ถึงคอนโดแล้วพี่เดินกลับขึ้นไปเองได้ ขอบจายตาลมากนะ แล้วก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่ไปเองได้ พี่ไหว""แน่ใจนะพี่กั้งว่าไม่ให้ตาลเดินขึ้นไปส่ง""แน่จายน่า นี่ถึงคอนโดพี่แล้วจากลัวอาราย"กชกรพยายามประครองสติ แม้ว่าน้ำเสียงจะยานคางเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาโฟกัสทุกอย่างให้ได้เหมือนเดิม เพื่อที่ว่ารุ่นน้องจะได้ไม่เต้องเ
กชกรตื่นมาโดยการที่เห็นณภัทรประกาศขายคอนโดและต้องการหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางโซเซียลมีเดียของเขาเองช่องทางหนึ่ง ข้อความเหล่านั้นทำเอากชกรถึงกับใจหายวูบเมื่อระลึกได้ว่าอีกเพียงไม่นานเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้ว แถมเธอเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าณภัทรจะย้ายไปอยู่ไหน ที่เขาบอกว่าจะพาลูกสาวหนีนีรยาไปนั้นมันที่ใดกัน แต่คงจะไม่ใช่ในกรุงเทพนี้แน่ๆ พอตั้งสติได้ โทรศัพท์มือถือก็ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อต่อสายหาณภัทรทันที เธอยังงงอยู่เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ปุบปับแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ตอนที่คุยกันเธอยังไม่เห็นว่าณภัทรจะเอ่ยเรื่องอะไรเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ"นะ อยู่ไหนน่ะ กั้งเห็นนะประกาศขายคอนโดแล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เร็วปุบปับแบบนี้"'นะว่าจะพาลูกย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่น่ะกั้ง พอดีว่านะปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ แล้วแม่เขาเป็นห่วงหลาน ก็เลยไปขอร้องคุณพ่อให้ช่วยหาทางออกให้ คุณพ่อก็เลยบอกว่าให้นะพาลูกไปอยู่ที่นั่นแล้วนะเองก็ไปช่วยท่านทำงาน ติดก็แค่ตรงที่ว่านะยังหาพี่เลี้ยงให้ขนมไม่ได้'"หมายความว่านะจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลยเหรอ งั้นต่อไปนี้กั้งก็จะไม่ได้เจอนะอีกแล้วใช่ไหม"พอถึงตอนนี้น้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง พลาง
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้ ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"ณ
กชกรยังคงยืนมองตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำตัวชา ไม่คิดจริงๆว่าโลกจะกลมอย่างที่เขาเคยบอกเธอเอาไว้ พอสรุปกับตัวเองได้ว่ามันคือเขา ใจก็นึกอยากเดินออกไปจากร้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านี่ถ้าไม่ติดว่าอย่างไรก็คงจะต้องขอเข้าห้องน้ำก่อน ไม่เช่นนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าเกิดว่ารถติดบนทางด่วนขึ้นมาแล้วล่ะก็ไม่อยากจะคิดตอนที่ขาเรียวเล็กพาตัวเองขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยากให้เขาเห็นเธอเลยสักนิด แต่ยังไงเสียทางนั้นก็จำเป็นต้องผ่าน ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปห้องน้ำและไม่มีทางเลี่ยง กชกรจึงทำได้แค่เพียงรีบก้าวยาวๆเพื่อที่จะได้ผ่านมาถึงทางเข้าห้องน้ำได้โดยไวใช่เขาจริงๆด้วย 'ผมชื่อ ณวัฒน์' คำนั้นดังก้องขึ้นมาในหู ผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่เธอไม่ได้อยากจะเจอะเจออีกเลยตลอดชีวิต ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายกับเธอนัก หรือว่าปีนี้ดวงเธอจะยังซวยไม่พอ อกหักก็อกหักไปแล้ว ยังจะต้องมาถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายของตัวเองโดยการที่ต้องมาเจอหน้าผู้ชายนี้ ผู้ที่อยู่ภายใต้เบื้องหลังอันหน้าอับอายของเธอ ได้โปรดหยุดเถอะสวรรค์ โปรดอย่าได้ลงโทษเธออีกเลย แค่เรื่องณภัทรคนเดียวก็ทำให้