คุณชายของบ้านที่แสนเอาแต่ใจ ปากร้าย ใจร้อน อะไรนิดหน่อยก็เดือด ที่มีข้อดีอยู่อย่างเดียวคือพระเจ้าว่าง จงใจสร้างเบ้าหน้าและรูปร่างขัดสีฉวีวรรณผิวพรรณมาอย่างดี แต่เผลอ.. จับวิญญาณปีศาจหมาบ้ามาใส่ร่างมาแทน...
ผมชื่อ ศิลา อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะบริหารอินเตอร์ ปี 3 ที่กำลังจะขึ้นปี 4 เป็นลูกคนเดียวที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ คอนโด หมู่บ้าน โรงแรม รีสอร์ต อะไรที่ติดกับดินนั่นแหละที่บ้านผมทำ มีทั้งในแล้วก็ต่างประเทศ...
ชีวิตผมสงบสุขมาตลอดตั้งแต่เกิดยันโต อยากได้อยากทำอะไรไม่มีคนขัด แต่ชีวิตผมมันสวรรค์แกล้งชัด ๆ ที่อยู่ ๆ ต้องได้เลี้ยงน้องช่วงปิดเทอมแล้วชีวิตผมเคยเลี้ยงหรือดูแลใครที่ไหน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมแม่ต้องไปรับยัยตัวเปี๊ยกนี่มาด้วยแล้วคุณปู่ยังบังคับให้ผมกลับมาอยู่บ้านดูแลยัยเปี๊ยกนี่อีก ชีวิตแสนสุขของผมก็เริ่มจะมีแววไม่สงบสุขตั้งแต่รู้ว่ามียายเปี๊ยกลูกสาวน้องรักคนสนิทของพ่อเข้ามาอยู่ในบ้านนี่แหละ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเจอกันนะ เราเคยเจอกันครับตั้งแต่ยัยเด็กนี่เด็กมาก ๆ ตอนนั้นผมน่าจะ 8 - 9 ขวบได้มั้ง ผมจำได้ผมเป็นคนไปรับไอ้เด็กจิ๋วนี่มาจากโรงพยาบาลเองเลยอุ้มออกมาเองด้วยเด็กตัวแดง ๆ ปากแดง ๆ ในผ้าขนหนูสีชมพูเหมือนดักแด้ความคิดตอนนั้นก็น่ารักอยู่หรอก ไม่เคยมีน้องไงจำความรู้สึกได้ว่าตื่นเต้นดี นี่จะว่าไปพ่อผมยังถ่ายรูปให้เอามาตั้งที่หัวเตียงนอนอยู่เลยนะ แล้วก็ไม่ได้เจออีกเลยเพราะพ่อกับแม่เธอพาไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก นี่เห็นว่าอยากกลับมาเรียนที่ไทย แม่ผมเลยไปรับมาจะให้เรียนโรงเรียนเดิมที่ผมเคยเรียนติดอยู่กับมหาลัยผมเรียนอยู่นั่นแหละ ชีวิตที่แสนสุขของผมคงต้องมานั่งเลี้ยงเด็กน้อยอยู่้บ้านจนถึงเปิดเทอมแค่คิดก็เครียดแล้วครับ
~~~~~~~~~~~
คุณหนูตัวเล็ก น่ารัก พูดเพราะ มารยาทดี กุลสตรีศรีสยาม ร่าเริงแจ่มใสเป็นมิตรกับทุกสิ่ง แต่ในความเป็นจริงเธอกลับเป็นเด็กที่แอบเหงาเพราะตั้งแต่จำความได้พ่อกับแม่เธอพาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศ และทั้ง 2 ก็ช่วยกันก่อร่างสร้างบริษัทเล็ก ๆ ขึ้นมาจากความสามารถของทั้ง 2 ท่าน ส่วนเธออยู่กับพี่เลี้ยงตั้งแต่เริ่มหัดเดิน เรียกได้ว่าเจอหน้าพี่เลี้ยงมากกว่าเจอพ่อแม่ แต่เมื่อเธอขึ้นเกรด 6 พ่อของเธอบอกว่าพี่เลี้ยงมีความจำเป็นต้องกลับประเทศบ้านเกิดเลยทำให้เธอต้องอยู่คนเดียวหลังเลิกเรียนมากว่าครึ่งปี...
สวัสดีค่ะ หนูชื่อ คิดถึงเสมอ ชื่อเล่น ของขวัญหรือน้องขวัญ อายุ 13 ปี กับความสูง 152 หนัก 40 เรียกว่าไซซ์ตามเกณฑ์มาตารฐาน ^_^ มี้บอกว่า ของขวัญ เป็นชื่อที่ลูกป้าตั้งให้แต่หนูไม่ได้ถามหรอกว่าป้าคนไหนเพราะมี้หนูเป็นลูกคนเดียวเหมือนหนูนี่แหละป้าที่ว่าก็คงเพื่อนมี้ซักคนน่ะค่ะ หนูเรียนจบเกรด 6 มาจากอเมริกาค่ะแล้วแด๊ดให้มาเรียนต่อเกรด 7 ที่ไทย ทีแรกมี้ไม่ยอมค่ะบอกว่าหนูยังเด็ก ก็ไม่ได้เด็กนะ 13 แล้วแต่แค่ตัวเล็กเฉย ๆ ค่ะยังไม่โตเต็มวัยไง ยังโตได้อีก ^_^ แต่คุณป้าว่านกับคุณลุงษิตบอกว่าจะดูแลให้มี้เลยยอม แล้วหนูเลยต้องได้ไปอยู่บ้านคุณลุงคุณป้าก่อนรอช่วงเปิดเทอม หนูขอมี้แล้วว่าจะไปอยู่หอโรงเรียนเพราะไม่อยากเดินทางแล้วก็ไม่อยากรบกวนคุณลุงคุณป้ามากด้วยแน่นอนว่ามี้ไม่ยอมหนูเลยต้องหาเหตุผล 1,000 ข้อ มาให้จนท่านอนุญาต แต่ต้องกลับมาบ้านคุณลุงทุกเย็นวันศุกร์รถที่บ้านจะไปรับ ไม่เป็นไรค่ะเพราะยังไงที่บ้านคุณป้าก็ยังมีคุณปู่อยู่ หนูก็สนิทกับคุณปู่มากนะ ท่านจะมาหาหนูบ่อย ๆ หัดหนูเขียนชื่อภาษาไทยด้วยค่ะ
เอาจริง ๆ หนูก็ไม่ได้อยากมาที่ไทยนักหรอกเพราะหนูไม่มีเพื่อนแล้วยังมีลูกสาวคุณลุงพี่ชายของแด๊ดอยู่ที่ไทยด้วย ถึงหนูจะไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนก็เถอะแต่ที่นี่มันก็เมืองไทยขนาดอยู่ต่างประเทศเธอยังเคยส่งคนไปทำร้ายหนูเลยค่ะ แต่หนูก็มีเหตุผลบางอย่างที่ต้องมา เพราะถึงหนูจะเด็กแต่หนูก็เข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดกันถึงจะไม่ได้นั่งฟังแต่หนูก็ได้ยินค่ะ จะเรียกว่าเสียมารยาทแอบฟังก็ได้ แต่ทุกอย่างมันก็เกี่ยวกับตัวหนูทั้งนั้นเลย หนูรู้ว่าที่แด๊ดตัดสินใจให้หนูมาเรียนที่ไทยเพราะสถานการณ์บ้านเราไม่ค่อยดีแล้วบัญชีที่หนูมีมันจะทำให้ได้เรียนจนจบและหางานทำได้ค่ะ หนูสัญญาว่าจะประหยัดที่สุดและตั้งใจเรียนเพื่อกลับไปช่วยงานแด๊ดกับมี้ให้เร็วที่สุดค่ะ
.......... //..........
บ้านหลังใหญ่ด้านในสุดของโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่มีพื้นที่มากถึง 1 ใน 3 ของโครงการ รถตู้สีดำคันใหญ่วิ่งเข้ามาจอดภายรั้วหน้าบันไดทางขึ้นตัวบ้าน โดยมีชายเลยวัยกลางคนยืนรอพร้อมกับบรรดาแม่บ้านที่รออย่างใจจดใจจ่อ"มากันแล้วค่ะ" ละมัยหลานสาวหัวหน้าแม่บ้านพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ทันทีที่รถวิ่งเข้าประตูใหญ่มา"จะน่ารักเหมือนในรูปมั้ยนะ" ป้าไพรหัวหน้าแม่บ้านว่ายิ้ม ๆ เพราะคุณหญิงว่านโฆษณานักหนาว่าหนูของขวัญน่ารัก ช่างพูด แต่ภาษาไทยน้องไม่ค่อยชัดนัก ต้องช่วยกันสอนแล้วจะมาอยู่ด้วยที่นี่ช่วงก่อนเปิดเทอมพวกเธอเลยตื่นเต้นกันใหญ่"น่ารักสิ ป้าเค้าหลงจะตายนี่ถึงขั้นบินไปรับเองเชียว" ท่านภูษิตว่ายิ้ม ๆ มองตามรถคันใหญ่ที่กำลังวิ่งเข้ามาภายในบ้านและทันทีที่รถจอดประตูทั้ง 2 ด้านเปิดออกพร้อมกันก็ปรากฎร่างเล็ก ๆ บาง ๆ นั่งยิ้มอยู่ข้างในรถคันหรู"Hello baby." คนเป็นลุงทักขึ้นมาก่อนทำให้เด็กสาวยิ้มจนตาหยีแล้วเอ่ยตอบ "hi.""น้องขวัญ ภาษาไทยค่ะลูก" คนเป็นป้ากระซิบข้างหูยิ้ม ๆ เพราะขณะที่นั่งมาในรถเธอพยายามสอนหลานให้ใช้ภาษาไทยที่บ้านเพราะคนในบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ มันจะเป็นอุปสรรคเวลาสื่อสารกันและให้เหตุผ
ชั้น 2 ของบ้านร่างเล็กถูกวางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ มือหนาเขี่ยไรผมออกจากหน้าผากมองขนตางอน ๆ ปากสีชมพูจิ้มลิ้มอย่างพิจารณา ผิวขาวอมชมพูที่บางจนเห็นเส้นเลือดชัดเจนในบางจุด มือบาง ๆ นิ้วเรียวเล็กกับนาฬิกาสีชมพูพาสเทลน่ารักดูเข้ากันกับข้อมือเล็ก ๆ นี่"13 ปี โตได้แค่นี้หรือวะ" ชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ"เอ่อ... คุณศิลาคะ ละมัยขอถอดถุงเท้าให้คุณหนูของขวัญนิดนึงค่ะจะได้หลับสบายขึ้น" ละมัยหลานสาวหัวหน้าแม่บ้านเอ่ยขอทางเบา ๆ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำเอง" ว่าพลางนั่งลงที่ปลายเตียงแล้วค่อย ๆ จับข้อเท้าเล็ก ๆ ไว้แล้วถอดถุงเท้าออกอย่างเบามือวางให้แม่บ้าน"เอ่อ... เดี๋ยวละมัยเช็ดเท้าให้คุณหนูนิดนึงค่ะ""ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำเอง" ยื่นมือมารับผ้าแล้วบรรจงเช็ดเท้าเล็ก ๆ นั่น จนแม่บ้านละมัยมองอึ้ง ๆ เธอทำงานที่นี่มาหลายปีไม่เคยเห็นคุณชายของบ้านอยู่ในโหมดนี้มาก่อน ปกติจะปากร้ายใจร้อนโผงผางเป็นที่สุด"เอ่อ... งั้นละมัยขออนุญาตไปเตรียมอาหารเย็นนะคะคุณศิลา" ละมัยว่าพร้อมกับเกาหัว"อืม..." พยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้ละสายตาจากข้อเท้าเล็ก ๆ ในมือ"วันพระหรือเปล่าวะ ผีสำลีเข้าสิงละมั้ง" ละมัยบ่นงึมงำเดินลงมาจากชั้น 2 ไม่มอง
ชั้น 2 ของบ้าน"หม่ามี้ น้องขวัญสบายดีค่ะ นอนหลับสบายมาก...อืม...อืม ใช่ ๆ ... ใจดี น้องขวัญคิดถึงแด๊ดกับมี้ค่ะ" เสียงหวาน ๆ ปนสะอื้นพูดกับหน้าจอแท็ปเล็ต มือบาง ๆ เช็ดน้ำตาป้อย ๆ อย่างน่าสงสารเด็กน้อยไกลบ้านที่ในชีวิตไม่เคยโดนใครตะคอกเสียงดังมาก่อน"อืม... น้องขวัญโอเค อืม.... ศิลาเหรอ?" ชายหนุ่มชะงักทันทีที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปแต่ได้ยินชื่อตัวเอง เลยจับลูกบิดแง้มฟังยืนอยู่หน้าห้องแทน"ศิลาตัวใหญ่ ๆ จมูกโด่ง ๆ คิ้วหนา ๆ แบบคุณปู่เลยค่ะ.... อืม.... ใจดีค่ะมี้ น้องขวัญอยู่ได้ค่ะ ค่ะมี้ กู้ดไนท์นะคะมี้" เสียงหวานปนเศร้ากล่าวลาผู้เป็นแม่จากทางไกลแล้วกดปิดหน้าจอ ซึ่งทุกคำพูดทุกประโยคคนที่อยู่ด้านนอกได้ยินทุกคำ จึงตัดสินใจเคาะประตูก่อนเข้าไปก๊อก! ก๊อก! "come in"............. //.........Sila talkตอนนี้ผมยืนอยู่ที่หน้าห้องนอนของยายตัวเปี๊ยกที่ตะกี้เผลอตะคอกไป ด้วยความที่ตัวเองเคยชินกับประโยคสั้น ๆ พูด ง่าย ๆ แล้วไม่คิดว่าจะมีคนไม่เข้าใจ โดยที่ลืมไปว่าเด็กน้อยนี่เพิ่งมาไทยแล้วภาษาบ้านเกิดก็ไม่ได้จะรู้เรื่องนัก แล้วตะกี้เท่าที่ยืนฟังยายตัวเปี๊ยกนี่เอาตัวรอดได้ดีเชียว พูดให้แม่สบายใจก็เป็
"เชี้ย! ไอ้ศิลา ไปเอาเด็กที่ไหนมาวะนั่น น่ารักว่ะมาร์ค" เทนอุทานเสียงดังกับเพื่อนนั่งรออยู่ที่โต๊ะด้วยกันอย่างตื่นเต้น มองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหากลุ่มเพื่อน"ไงครับ มาช้านะมึงแต่กูจองตั๋วแค่ครบคนนะ รอบนี้เต็มแล้วด้วยเหลือแต่ชั้นสวีทด้านหลังว่ะ" มาร์คว่าพลางมองหน้าใส ๆ ของเด็กสาวที่โดนลากมาขาสั้น ๆ ของเธอก้าวตามจนเมื่อยหน้ามุ่ย แก้มใส ๆ แดงขึ้นอย่างน่ารักน่าเอ็นดู"อืม... ก็จองสวีทดิ กูนั่งเอง" บอกเพื่อนแล้วหันไปมองหน้ายุ่ง ๆ ของคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้ทั้งมุ่ยทั้งแดงแล้วเอื้อมมือไปลูบผมเปียฟู ๆ ให้อย่างเบามือ กลายเป็นภาพแปลกตาของกลุ่มเพื่อนเพราะปกติศิลาไม่เคยดูแลหรือเทกแคร์ใครไม่เคยใส่ใจใคร แม้แต่คู่ควงคนล่าสุดถึงจะให้รถใช้ให้คอนโดอยู่แต่ก็ไม่อ่อนโยนหรือคิดถนอมน้ำใจอีกฝ่ายเหมือนที่กำลังทำกับเด็กน้อยคนนี้"ของขวัญ นี่พี่เทน พี่มาร์ค พี่โรม ทักทายพี่เขาหน่อย" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเจ้าของภาษากับเด็กน้อย ซึ่งเธอก็เงยหน้ายิ้มกว้างอย่างอัตโนมัติเหมือนเปลี่ยนช่องได้ทันที"สวัสดีค่ะ หนูชื่อของขวัญค่ะ" ภาษาที่ 1 ของเธอสำเนียงดีมากพร้อมกับยกมือไหว้อย่างน่ารักจนทำให้บรรดาชายหนุ่มย
ม้านั่งรอแท็กซี่ด้านข้างของห้าง เด็กสาวตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียและแปลกที่ แล้วกระพริบตาปริบ ๆ ปรับแสงสายตาพลางสะบัดหัวอย่างมึนงงมองไปรอบ ๆ อย่างสงสัย แล้วก้มลงมองเสื้อตัวใหญ่ที่ตัวเองห่มอยู่จำได้ว่าเสื้อตัวนี้ศิลาใส่มาแต่ตัวเองไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้ได้ แล้วหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้ง"อ้าว...ตื่นแล้วหรือนังหนูไม่สบายหรือเรา" เสียงชายวัยเลยกลางคนใส่เสื้อแขนสั้นสีฟ้าสดใส ผมสีดอกเลาทั้งศีรษะเอ่ยทักจากทางด้านหลัง"สวัสดีค่ะ หนูมานอนที่นี่ได้ไงคะ" เด็กสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยถามด้วยภาษาไทยที่พยายามจะช้าและชัดมากที่สุด"ลุงเห็นพนักงานห้างเขาอุ้มมาน่ะ เห็นพี่สาวเราบอกว่าเราไม่สบายเลยให้ที่บ้านมารับที่นี่แล้วพี่เราไปไหนแล้วล่ะ หรือไปรอรถอีกที ปล่อยน้องได้ยังไงเนี่ย" คุณลุงใจดีชวนคุยแล้วเดินมานั่งลงข้าง ๆ"หนูไม่มีพี่สาวนะคะ หนูมากับพี่ชายชื่อศิลา หนูเพิ่งมาจากอเมริกาเมื่อวาน หนูไม่รู้จักใครค่ะ" เด็กสาวตอบไปอย่างไม่รู้สึกกลัวและพอจะเดาได้ว่าพี่สาวที่ลุงใจดีเอ่ยถึงคือผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มแกล้งเธอแน่ ๆ"อ้าว ~ แล้วจะกลับบ้านยังไงล่ะทีนี้ นี่ก็บ่ายมากแล้วด้วย โทรบอกที่บ้านมารับมั้ยหร
อาคารเคเอส กรุ๊ป สำนักงานใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและติดอันดับท็อป 3 ในภาคพื้นทวีป รถแท็กซี่คันกลางเก่ากลางใหม่วิ่งเข้ามาจอดด้านหน้าอาคารในโซนจอดรถชั่วคราว ชายเลยวัยกลางคนผมสีดอกเลาและเด็กผู้หญิงผอมบางผิวขาวหน้าราวกับตุ๊กตาลงมาจากรถด้านหน้าคนละด้าน คุณลุงผู้ใจดีจับจูงข้อมือเล็ก ๆ ของเด็กสาวเดินเข้าไปภายในอาคารอย่างคุ้นเคยและตรงไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้านหน้าที่มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยนั่งอยู่"สวัสดีครับ ผมมาขอพบท่านเดชาครับ" ชายขับแท็กซี่เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพกับพนักงานต้อนรับ"คุณปกรณ์! คุณปกรณ์ใช่มั้ยคะ หนูนิตาไงคะที่เคยฝึกงานน่ะค่ะ จำหนูได้มั้ยคะ" สาวสวยพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจที่เจอคนใจดีที่เคยช่วยเหลือเธอตอนที่เธอมาฝึกงานที่เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นคุณปกรณ์เป็นผู้ช่วยของท่านเดชาที่จะติดตามท่านไปแทบทุกที่แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ลาออกไปด้วยเหตุผลที่น่าสงสารเพราะหลานสาวกำพร้าของคุณปกรณ์ป่วยด้วยโรคมะเร็งในก้านสมองไม่มีทางเยียวยาได้ คุณปกรณ์เลยขอลาออกเพื่อใช้เวลากับหลานสาวให้ได้นานที่สุด"สวัสดีครับหนูนิตาสบายดีนะครับ ผมมาขอพบท่านเดชาครับ ท่านกลับแล้วหรือยัง" คุณล
บ้านหลังเล็กท่ามกลางสวนผลไม้ของลุงปกรณ์"ยังเหมือนเดิมเลยนะปกรณ์" ท่านเดชาเอ่ยขึ้นหลังจากที่ลงจากรถ เพราะของส่วนใหญ่ของเด็กสาวที่เพิ่งเดินทางมาถึงนั้นยังไม่ได้เอาออกมาจัดคุณหญิงว่านเลยเอาเสื้อผ้าของเด็กสาวใส่ตู้เสื้อผ้าไว้เพียงไม่กี่ชุดและของใช้บางอย่างถ่ายโอนมาใส่กระเป๋าของท่านอีกใบแล้วเดินถือออกมาจากบ้าน โดยที่ไม่ให้เด็กสาวเข้าไปภายในบ้านเพราะเกรงว่าบรรดาคนรับใช้และคนสวนจะเจอเธอ จึงให้ท่านเดชากับของขวัญเดินทางมาพร้อมกับคุณปกรณ์ก่อน เพื่อจัดเตรียมอะไรอีกหลายอย่างและซื้อของใช้ให้เด็กสาวเพิ่มเติม"ครับท่าน ที่นี่ยังเหมือนเดิมครับเมื่อก่อนยังมีน้องเพลงพอได้พูดได้คุย แต่ตอนนี้ผมก็อยู่ไปเรื่อย ๆ น่ะครับ ก็ไม่รู้จะขวนขวายเพื่อใครอีก" ลุงใจดีของของขวัญเอ่ยกับอดีตเจ้านายนัยน์ตาเศร้า ๆ"ไม่ได้แล้วนะ ตอนนี้มีของขวัญของฉันแล้วต้องดูแลจนกว่าเจ้าศิลามันจะสำนึกได้ ถ้าเป็นแบบนี้อยู่ เคเอส กรุ๊ป คงได้สิ้นสุดที่มันแน่" ท่านเดชาว่าถึงหลานชายอย่างหนักใจ"ครับท่าน ผมจะดูแลคุณหนูให้ดีครับ จะว่าไปให้อยู่กับผมตลอดไปเลยก็ได้นะครับผมจะได้ไม่เหงา" คุณปกรณ์ว่ายิ้ม ๆ แล้วหันไปมองคนตัวเล็กบนโซฟาที่นั่งมองนั่นนี่
sila talkผม... แม่ง! บอกความรู้สึกไม่ได้เลยจริง ๆ แล้ววันนี้ผมก็ไม่เอะใจอะไรเลยที่พาของขวัญไปไม่รู้ว่าน้องไม่มีทั้งมือถือทั้งเงินติดตัว แต่เอาจริง ๆ ถ้าเธอพออ่านภาษาไทยได้เธอคงจะบอกชื่อหมู่บ้านแล้วบอกแท็กซี่มาส่งได้ แต่นี่ไม่ใช่ น้องอ่านภาษาไทยไม่ได้และคงไม่ได้ถามที่อยู่จากแม่ของผม แล้ววันนี้สาบานเลยผมไม่ได้นัดแมรี่มา ผมเป็นคนที่คบคนทีละคนก็จริง เปย์จริง แต่ถ้าจบแล้วคือจบ แล้วยิ่งทำตัวน่ารังเกียจผมยิ่งสะอิดสะเอียนเข้าไปใหญ่ แล้วที่ผมช็อกอีกอย่างคือ แมรี่เป็นหลานของคนที่มันโกงอาเนมไปจนอยู่ที่ประเทศไทยไม่ได้แล้วมันยังตามไปรังควานจนถึงเมกา เพราะความอยากได้กระดาษลงนามหุ้นสลักหลัง ที่ผมรู้ว่าเป็นของปู่อาจกับคุณปู่ที่มันยังอยู่ที่ไหนซักที่ แต่คุณปู่บอกว่าปู่อาจเป็นคนเก็บและมันคงเข้าใจว่าอยู่กับอาเนมแน่ ๆ ถึงได้ตามรังควานขนาดนั้น แต่ที่ผมเครียดตอนนี้คือ แม่ผมสั่งให้ไปฝึกงานที่ต่างประเทศภายในเดือนนี้นี่แหละ น้องก็ยังหาไม่เจอ คุณปู่ต้องโกรธผมจนไม่มองหน้าแน่ แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กลับมาเพราะคณะที่ผมเรียน เรียนจริง ๆ แค่ 3 ปี ฝึกงานเทอม 1 ของปี 4 ส่วนเทอมสุดท้ายเอาไว้เก็บตกส่วนที่ต้องแก้ไขซึ่งบาง
Sila part9 ปีที่ไม่ได้เห็นหน้า พอเจอเธอวันนี้เธอยังขาวใสเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยครับ หน้าเรียว ๆ ตาโต ๆ ปากบางสีชมพูอ่อน ๆ แก้มป่อง ๆ น่าฟัด เด็ก 13 เคยเป็นยังไง เด็ก 21 ย่าง 22 ก็ยังเป็นอย่างนั้น มือบาง ๆ ข้อมือเล็ก ๆ ที่เห็นเส้นเลือดชัดเจนนี่ก็ยังเหมือนเดิม นาฬิกาที่เธอใส่ข้างซ้ายทับปานรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่ข้อมือก็ยังใส่เหมือนเดิม ต่อให้เพื่อนผมจะแนะนำเธอว่า ของขวัญ หรือ คิตตี้ แต่สำหรับผมก็คือยายตัวเปี๊ยกที่นั่งคุยกับมดไทยเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อนอยู่ดี คิดถึงครับ คิดถึงเสมอสมกับชื่อของเธอจริง ๆ"คิตตี้ ~ คิตตี้ ทักทายเพื่อนพี่มาร์คเค้าสิ ภาพตัดอีกหรือไงเนี่ยแก" น้ำหวานเขย่าเพื่อนพร้อมกับถามข้างหูเสียงเบาแล้วหันมายิ้มแหยให้ผู้มาใหม่ "ขอโทษด้วยนะคะคุณศิ เพื่อนหวานน่าจะช็อตฟิลด์ไปแล้วล่ะค่ะ อาจเสียมารยาทนิดนึงนะคะ ฮี่ ๆ" น้ำหวานหันมาคุยพร้อมกับยิ้มอย่างอาย ๆ"คะ...ครับ แล้วดื่มกันนานแล้วหรือครับถึงได้เมาเร็วจัง" *ไม่ได้สนใจจะมองพี่ซักหน่อยเลยนะครับยายเปี๊ยก*"พี่มาร์คพามาซักพักนึงแหละค่ะ ก็ดื่มไม่มากอะไรแต่วันนี้เราเดินเยอะไปหน่อยคิตตี้เลยน่าจะเหนื่อย"
"โหย...เห็นราคาข้าวสารอิน้ำหวานจะเป็นลม อยากแบกใส่กระสอบขึ้นเครื่องบินมาจริง ๆ เลยแม่จ๋า แพงปะล่ำปะเหลือ แพงโพดแพงโพ" น้ำหวานบ่นปอดแปดไม่ได้หยุดตั้งแต่รอขึ้นลิฟต์จนถึงอยู่ในลิฟต์ โดยไม่สนใจว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วย (ฝรั่งเขาไม่เข้าใจภาษาเราหรอก บ่นเต็มที่ไปเลยลูก >~<)"เอาน่า...เรา 2 คนก็หุงแต่พอกินไงเหลือก็เก็บเข้าตู้เย็นแบบที่อยู่บ้านลุงกรณ์น่ะ ก็กินอย่าทิ้งไง" สาวสวยคนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นพวกเธอน่าจะเดินกันมาไกลพอสมควรทำให้แก้มใส ๆ ของทั้ง 2 ออกสีระเรื่อขึ้นอย่างน่ารัก"ไม่รู้เขาจะให้เราจ่ายค่าไฟรึป่าวเนาะ ถ้าจ่ายนะ เรามานอนห้องเดียวกันนะหุงข้าวทำกินห้องเดียวเลยจะได้ประหยัดสิ้นเดือนเราก็หารกัน" น้ำหวานพูดขึ้นพร้อมกับวางแผนในใจ"นั่นสิ คืนนี้เราต้องถามพี่มาร์คแล้วล่ะไม่ใช่อยู่กันคนละห้องพอสิ้นเดือนค่าไฟมากกว่าเงินเดือนก็ไม่ไหวนะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างวิตกพอกัน ทำให้ผู้ที่ได้ยินที่ยืนอยู่ข้างหลังยกยิ้มอย่างเอ็นดูกับความประหยัดถึงขั้นงกของ 2 สาว"นี่หวาน... หวานว่าเขาจะให้เราใส่ผ้าใบในออฟฟิศมั้ย ถ้าจะให้ใส่สั้นสูงอย่างเดียวน้องขวัญไม่สู้นะ น่องโปร่งกัน
ตลอด 9 ปีที่มานี่ ตั้งแต่เขารู้ความจริงเรื่องสัญญาสลักหลังของคุณปู่กับเพื่อนรักและเหตุผลของลูกชายทั้ง 2 ครอบครัวที่ออกไปจัดตั้งบริษัทกันเอง โดยที่ครอบครัวของเนมทัตไม่ได้อะไรจาก เคเอส กรุ๊ป เลย กลับกลายเป็นเขาที่เป็นหลานชายคนเดียวของเศรษฐทรัพย์ไพศาลที่ได้รับผลประโยชน์จากหุ้นส่วนตัวของคุณปู่ที่ท่านแบ่งครึ่งหนึ่งให้ และยังให้เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานของสาขาอังกฤษ ซึ่งเป็นรองแค่สาขาใหญ่ที่ประเทศไทย ทำให้เขาได้รับทั้งปันผลและเงินเดือนประจำตำแหน่งหลายสิบล้านบาทต่อเดือน แต่สิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่เคยรู้คือเขาได้เปิดบัญชีอีกบัญชีหนึ่งเป็นชื่อของ เด็กหญิงคิดถึงเสมอ ไกรสิทธิรักษ์ ก่อนที่เขาจะเดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อน และโอนรายได้ของตัวเองมากกว่า 70% เข้าบัญชีนี้ไว้ทุกเดือนและยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เขาซื้อไว้ในโอกาสต่าง ๆ เป็นชื่อของหญิงสาวอีกหลายรายการ ซึ่งถ้าถามว่าตอนนี้เขารวยมากมั้ย ชายหนุ่มอาจตอบได้อย่างภาคภูมิใจว่ารวยไม่เท่า 1 ใน 3 ของยายเปี๊ยกเจ้าของบัญชีนี่Khongkhan Partอีกฟากหนึ่งของเมือง 2 สาวกำลังสนุกกับการเดินเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ และถ่ายรูปกันอ
"ผมตั้งใจมาหาอาครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นไม่อ้อมค้อมพร้อมกับวางมือถือที่มีรูปหญิงสาว 2 คนปรากฎอยู่ในเฟรมเดียวกันให้ผู้เป็นอาดู"ตลอดหลายปีมานี้ผมได้รับรูปของของขวัญเป็นผู้หญิงแว่นหนาคนนี้ (ชี้ไปที่รูปด้านซ้าย) แต่เพื่อนของผมส่งมาล่าสุดเป็นผู้หญิงคนนี้ครับ ผมเลยสับสนครับอาว่าคนไหนคือของขวัญกันแน่" ชายหนุ่มพูดขึ้นสีหน้านิ่งเรียบ"ศิลาจะถามอาเพื่ออะไรล่ะลูก ในเมื่อศิลาก็ไม่ได้อยากเจอน้องไม่ใช่หรือไง" เนมทัตถามขึ้นเสียงนิ่งพลางมองหน้าชายหนุ่มอย่างสังเกต"ผม.... แค่สับสนครับว่าที่ผ่านมาคนที่ส่งรูปให้ผมดูนี่เขาตามดูคนผิดหรือเปล่าครับอา" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับก้มหลบสายตาผู้เกิดก่อน"ถ้าคิดน้องไม่สวย ศิลาจะอยู่ที่อังกฤษมีครอบครัวไปเลยอาก็ไม่ว่านะลูก อาจะให้น้องขวัญเซ็นยินยอมให้เอง ศิลาก็ 30 แล้วอาเข้าใจ" เนมทัตเอ่ยขึ้นซึ่งมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า 2 รูปนี้คือคนเดียวกันแต่แอบแปลกใจว่าทำไมศิลาถึงดูไม่ออก"ผมไม่ได้มองแบบนั้นหรอกครับอาแต่ที่ผมเข้าใจตอนนี้คือคุณปู่กำลังเล่นตลกผมอยู่หรือเปล่า ผมมองว่าผู้หญิง 2 คนนี้คล้ายกันมากเหมือนฝาแฝดกันไม่มีผิดเพียงแต่คนละสีผิวเท่าน
อพาร์ตเมนต์หรูกลางกรุงลอนดอน2 สาวก้าวลงมาจากรถลีมูซีนสนามบินพร้อมกับอีก 1 หนุ่ม และมีพนักงานของอพาร์ตเมนต์เดินเข็นรถใส่สัมภาระมารอรับอย่างรู้หน้าที่ น้ำหวานเงยหน้าขึ้นคอตั้งบ่าอ้าปากหวอ เมื่อมองเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบ ๆ หันมามองหน้าของเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างกันพลางเบะปาก ด้วยความคิดที่ว่าค่าเช่าต้องโหดมากเอาแน่ ๆ และเงินเดือนพวกเธอทั้ง 2 คนรวมกันคงจะไม่พอค่าเช่าแน่ถึงจะเช่าห้องเดียวก็เถอะ"พี่มาร์ค... หวานว่าเราไปหาที่ใหม่กันเถอะค่ะหรูเกิน" น้ำหวานป้องปากพูดข้างหูชายหนุ่มในขณะที่พนักงานกำลังขนของของพวกเธอขึ้นรถ [น้ำหวานเอ้ย ฝรั่งเขาฟังไทยไม่ออกไม่ต้องเบาก็ได้ลูก]"นั่นสิพี่มาร์ค น้องขวัญว่าเราไปหาอพาร์ตเมนต์อื่นเหอะ หรูขนาดนี้เงินเดือนเรา 2 คนไม่พอค่าเช่าหรอกค่ะ" ของขวัญเอ่ยสนับสนุนความคิดเพื่อน"อยู่ที่นี่แหละน่า นี่คืออพาร์ตเมนต์ในเครือของ เคเอส กรุ๊ป เราไม่ต้องเสียค่าเช่า" มาร์คพูดขึ้นยิ้ม ๆ อย่างเอ็นดู 2 สาว"โห...หรูมาก แล้วพี่มาร์คพักที่นี่มั้ยคะ" น้ำหวานหันไปถามชายหนุ่มตาแป๋ว"ครับ พี่ก็พักที่นี่แหละ" มาร
4 ทุ่ม @ Ro me barสาวสวยเซ็กซี่ในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงเหนือเข่าขึ้นมาเกือบคืบด้านหลังเปลือยโชว์ผิวขาวเนียนจนถึงเอว ก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันสวยสีมะนาวพร้อมกับเพื่อนสาวที่มาในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำที่ดูสวยไม่แพ้กัน"ว้าว ~ วันนี้น้องสาวทั้ง 2 ของเฮียเทนสวยมากครับ งานนี้เฮียต้องควง 2 แล้ว" เทนโยนก้นบุหรี่ลงพื้นพร้อมกับใช้ร้องเท้าขยี้ดับเอ่ยกับ 2 สาวสวยอย่างอารมณ์ดี"ต้องสวยสิคะ นี่ใคร (พูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วยิ้มหวาน) น้องสาวคนสวยของ 3 เฮียเลยนะคะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี"เห็นไอ้มาร์คมันบอกจะมารับไปฝึกงานที่โน่นกัน พวกเฮียคงคิดถึงเด็กดื้อ ๆ แถวนี้แน่ ๆ" โรมเดินเข้ามาทักยิ้ม ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นยีผมน้ำหวานที่อยู่ยืนข้างกันอย่างมันเขี้ยว"โอ๊ย~~ พี่โรมน่ะ นี่หวานกะจะมาอ่อยหนุ่มไทยทิ้งทวนเลยนะ หัวยุ่งหมดเลยเนี่ย" น้ำหวานปัดมือชายหนุ่มพร้อมกับพูดขึ้นหน้าบึ้ง ๆ"อ่อยแล้วไม่กินวะ เจ้าหวานเห็นเมาแล้วเรี่ยราดตลอดแหละเอ็งน่ะ" โรมว่าขึ้นขำ ๆ"ชิ... ต้องพูดเลย เจอตอนเมาได้เศร้าตอนส่างน่ะสิ หวานไม่เอาหรอกอนาคตหวานยังอีกยาวไกล ถ้าไม่ตายวันพ
เคเอส กรุ๊ป สาขาประเทศอังกฤษร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบรนด์ดังเดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับผู้ช่วยที่เป็นเพื่อนสนิทตามปกติ ทั้ง 2 มักทำตัวติดกันเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่เริ่มเข้ามาฝึกงานใหม่ ๆ ไปเรียนด้วยกันและทำงานด้วยกันเป็นที่ปรึกษาให้กันและกันจนมีพนักงานภายในบริษัทแอบนินทาว่าทั้งคู่อาจมีซัมซิงกันเพราะต่างก็ไม่เคยเห็นใครคนใดคนหนึ่งควงคู่หญิงสาว มีเพียงข่าวลือบาง ๆ ว่าบอสใหญ่อย่างศิลามีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธกับข่าวนั้น"คุณปู่บอกว่าปีนี้จะส่งนักศึกษาทุนมาฝึกงานที่นี่ 2 คน" มาร์คเอ่ยขึ้นทันทีที่เข้ามาในห้องท่านประธานและประตูปิดลง"ถ้ามามึงก็ดูแลไปสิ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทันทีพร้อมกับเปิดแล็บท็อปของตัวเองขึ้น"ฝึกตำแหน่งเลขาผู้ช่วยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ" มาร์คพูดขึ้นอีกประโยค"แล้วไง? มึงจะรายงานกูทำไม ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ของมึงต้องดูแลไม่ใช่กู" เงยขึ้นสบตาคมลึกกับเพื่อนพร้อมกับเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิดเพราะปกติคุณปู่เขาจะไม่ส่งเด็กฝึกงานมาฝึกที่สาขานี้แต่ทำไมปีนี้กลับส่งมา "ปกติสาขานี้ไม่รับเด็กฝึกงานคุณปู่คิดยังไงวะถ
ตลอดหลายปีที่ศิลาไม่ได้กลับมาเมืองไทย ชายหนุ่มมุ่งมั่นเรียนจนจบระดับปริญญาเอกด้วยวัยเพียง 27 และจริงจังกับการทำงานจนได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายบริหารและคุณปู่ทำให้ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานใหญ่ของสาขาอังกฤษ ภาพของเด็กสาวถูกส่งให้ชายหนุ่มในทุก ๆ เดือน เดือนละหลาย ๆ ครั้ง ตั้งแต่วัยมัธยมต้นจนเข้าสู่มหาวิทยาลัย จากฝีมือของคนที่เขาจ้างให้ติดตามหญิงสาวโดยเฉพาะ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือรูปถ่ายที่ผู้ติดตามส่งไปให้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นการจัดฉากของของขวัญที่เธอจับได้เมื่อหลายปีก่อนว่ามีคนแอบตามถ่ายรูปเธอเพื่อส่งให้ชายหนุ่มที่อังกฤษดู เธอจึงวางแผนแกล้งชายหนุ่มเมื่อตอนที่ตัวเองขึ้นมหาลัยด้วยความร่วมมือของคุณปู่คุณป้าและช่างภาพที่ตามถ่ายรูปและดูแลหญิงสาวที่ศิลาจ้างมาโดยเฉพาะ และทุกครั้งที่ต้องถ่ายรูปส่งไปให้ลูกชายคุณป้าดู เธอจะใส่แว่นตาหนาเตอะและแต่งหน้าเข้มกว่าสีผิวจริงเธอถึง 3 เฉดและเสื้อใส่ตัวโคร่งเสมอ"ทำไมต้องแต่งหน้าเข้มใส่แว่นหนาเตอะขนาดนั้นล่ะลูก" คุณป้าเอ่ยอย่างขำ ๆ"ก็แค่แกล้งศิลาเล่นค่ะคุณป้า อยากดูคนสวยต้องมาดูที่ไทย อยู่อังกฤษก็ดูป้าแว่นไปเลย ฮ่า ๆๆ" สาวสวยพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
ฟากหนึ่งของโลกชายรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของเมืองหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อตามหา 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งที่เขาอยากพบมากที่สุด จนได้รู้ว่าคนทั้งคู่ได้มาเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ นี่อยู่หลังจากที่เจ้าของใหม่ของบ้านฟ้องขับไล่ออกมา"อาเนมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูหน้าห้องเปิดออกพร้อมใบหน้าชายวัยกลางคนที่สวมแว่นตาค่อนข้างหนาสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ และมองเขาอย่างระแวดระวัง"คุณเป็นใคร" เนมหรือเนมทัตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก"ผม ศิลาครับอา ลูกพ่อภูษิตกับแม่วรรณารีครับ" ชายหนุ่มแนะนำตัว"ศิลา? (ว่าพร้อมกับมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า) เข้ามาก่อนสิลูก" พูดพร้อมกับเปิดประตูให้แล้วเดินนำไปที่โซฟาเล็ก ๆ มุมห้อง"อาครับผมอยากให้อารับนี่ไว้ครับ" ชายหนุ่มไม่เสียเวลาล้วงกระเป๋ากางเกงเอากุญแจดอกเล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะให้น้องรักของพ่อทันที"นี่มันกุญแจบ้านหลังนั้นนี่" เนมทัตเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่ม"ครับอา ผมให้ทนายที่บริษัทของคุณปู่ทำเรื่องซื้อคืนมาแล้วครับ บ้านหลังนั้นเป็นของอาแต