sila talk
ผม... แม่ง! บอกความรู้สึกไม่ได้เลยจริง ๆ แล้ววันนี้ผมก็ไม่เอะใจอะไรเลยที่พาของขวัญไปไม่รู้ว่าน้องไม่มีทั้งมือถือทั้งเงินติดตัว แต่เอาจริง ๆ ถ้าเธอพออ่านภาษาไทยได้เธอคงจะบอกชื่อหมู่บ้านแล้วบอกแท็กซี่มาส่งได้ แต่นี่ไม่ใช่ น้องอ่านภาษาไทยไม่ได้และคงไม่ได้ถามที่อยู่จากแม่ของผม แล้ววันนี้สาบานเลยผมไม่ได้นัดแมรี่มา ผมเป็นคนที่คบคนทีละคนก็จริง เปย์จริง แต่ถ้าจบแล้วคือจบ แล้วยิ่งทำตัวน่ารังเกียจผมยิ่งสะอิดสะเอียนเข้าไปใหญ่ แล้วที่ผมช็อกอีกอย่างคือ แมรี่เป็นหลานของคนที่มันโกงอาเนมไปจนอยู่ที่ประเทศไทยไม่ได้แล้วมันยังตามไปรังควานจนถึงเมกา เพราะความอยากได้กระดาษลงนามหุ้นสลักหลัง ที่ผมรู้ว่าเป็นของปู่อาจกับคุณปู่ที่มันยังอยู่ที่ไหนซักที่ แต่คุณปู่บอกว่าปู่อาจเป็นคนเก็บและมันคงเข้าใจว่าอยู่กับอาเนมแน่ ๆ ถึงได้ตามรังควานขนาดนั้น แต่ที่ผมเครียดตอนนี้คือ แม่ผมสั่งให้ไปฝึกงานที่ต่างประเทศภายในเดือนนี้นี่แหละ น้องก็ยังหาไม่เจอ คุณปู่ต้องโกรธผมจนไม่มองหน้าแน่ แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กลับมาเพราะคณะที่ผมเรียน เรียนจริง ๆ แค่ 3 ปี ฝึกงานเทอม 1 ของปี 4 ส่วนเทอมสุดท้ายเอาไว้เก็บตกส่วนที่ต้องแก้ไขซึ่งบางคนก็จบภายใน 4 ปี หรือมากกว่านั้น แต่สำหรับผม ผมไม่มีอะไรต้องแก้ครับ ฝึกงานจบก็คือรอทำเอกสารจบได้เลย แล้วถ้าแม่ผมดำเนินการแน่นอนว่าผมไม่ได้กลับไทยอีกยาวแน่ ๆ คงต้องรับปริญญาโน่นถึงจะได้กลับซึ่งก็คืออีกปีถัดไป จนถึงขนาดนั้นผมก็หวังว่าจะเจอน้องแล้วได้ขอโทษน้องครับ หวังว่าคงไม่เข้าใจผมผิดจนเกลียดผมเข้าใส้ไปก่อนแล้วล่ะ....
...........//..........
หลังจากวันนั้นที่เด็กน้อยจากแดนไกลหายไป ชายหนุ่มจะออกจากบ้านทุกเช้า ขับรถไปเรื่อย ๆ ที่คิดว่าเด็กน้อยจะไป ไปแม้กระทั่งบ้านของแมรี่ที่ตอนนี้ปิดเงียบ ครอบครัวของเธอถูกดำเนินคดีหลายคดีและหนักที่สุดก็คือค้าอาวุธและยาเสพติดซึ่งแน่นอนว่าเธอก็เป็น 1 ในผู้ต้องหาด้วย และจากของกลางต่าง ๆ ที่ตรวจค้นได้ถือเป็นคดีใหญ่แห่งปีที่สื่อให้ความสนใจอย่างล้นหลาม
จากคนที่ออกไปสังสรรค์นอกบ้านนอนที่คอนโด กลายเป็นคนที่ตอนกลางวันขับรถไปเรื่อย ๆ แบบไร้จุดหมาย ปริ้นรูปของเด็กสาวใส่กระดาษหลายใบเดินถามคนทั่วไปในย่านคนพลุกพล่าน แต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าแบบสิ้นหวัง ทั้งนักสืบที่จ้างต่างก็คว้าน้ำเหลว แล้วเขาก็กลับเข้าบ้านมาอย่างอ่อนล้าในทุก ๆ เย็น
"มึงแน่ใจนะศิ ว่ามึงจะขาย" มาร์คมองเพื่อนอย่างชั่งใจ
"อือ... เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ อีกไม่กี่วันกูก็จะไปแล้วนี่" ชายหนุ่มว่าเสียงทุ้มพลางยกแก้วขึ้นจิบ
"แต่มึงรักรถคันนี้มากไม่ใช่หรือวะ ถึงไม่ใช้เก็บไว้ก็ได้นี่หว่า" โรมเอ่ยขึ้น เพราะตอนนี้กำลังคุยกันเรื่องรถบิ๊กไบก์คันใหญ่ของชายหนุ่มที่ตัดสินใจจะขายให้เพื่อนก่อนที่จะเดินทางไปอังกฤษ
"ไม่เป็นไรกูไม่อยากเก็บไว้แล้วว่ะ... ถ้ามึงไม่เอากูจะให้ร้านปล่อยให้" ชายหนุ่มว่าอย่างตัดใจ ถึงเขาจะรักมอเตอร์ไซค์คันนี้มากแค่ไหน แต่ก็เพราะมอเตอร์ไซค์คันนี้ที่เขาใช้พาน้องไปวันนั้น มันทำให้น้องกลัวจนไม่กล้ามองทางแล้วจำทางกลับบ้านไม่ได้ เขารู้สึกเสียใจทุกครั้งที่เห็นรถคันนี้โทษตัวเองทุกวันที่เดินผ่านรถคันนี้ มันเป็นเหมือนบาปที่ติดอยู่ในใจเขาตลอดเวลาตั้งแต่วันที่ของขวัญหายไป
"เอางี้... กูซื้อเอง มึงอยากได้คืนเมื่อไหร่ก็มาเอาคืนได้เลย กูเข้าใจมึงเพื่อน" โรมเอ่ยขึ้นพลางตบบ่าเพื่อนอย่างเข้าใจความรู้สึก
"งั้นไปเอาเดี๋ยวนี้เลยนะ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นกับเพื่อนแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินออกไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่ขับมาทันที
"มันรีบอะไรขนาดนั้นวะ?" เทนมองตามงง ๆ
"มันไม่ได้รีบหรอก กูว่ามันทำใจไม่ได้ว่ะ รถคันนั้นเป็นคันที่มันขับพาน้องมันมาจนน้องมันหายไง แล้ววันนั้นมึงไม่เห็นเหรอ มันอ่อนโยนกับน้องมันมากแค่ไหน แล้วในโรงหนังน้องมันยังนอนกอดเอวมันหลับอยู่เลย ปกติไอ้ศิมันเคยเทกแคร์ใครที่ไหน" มาร์คพูดกับเพื่อนตามที่เห็น
"เออ...จริงว่ะ แล้วกูสังเกตตามัน เศร้าอย่างกับคนอกหักเลยเวลาพูดถึงน้องมัน" โรมว่าอย่างเห็นด้วย
"แต่กูว่ารีบตามมันไปเหอะ สงสารมันว่ะ" มาร์คว่าพลางลุกขึ้น แล้วพากันเดินออกจากร้านไปที่รถเพื่อที่จะไปส่งโรมเอารถที่บ้านของศิลา
.........//..........
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล
"ศิลา นี่ลูกขายรถให้เพื่อนไปแล้วจริง ๆ เหรอ" คุณหญิงพูดอย่างไม่เชื่อหู ที่ละมัยบอกว่าลูกชายขายรถสุดที่รักให้เพื่อนไปแล้วเพิ่งมาเอาไปในวันนี้
"อือ..." พยักหน้าช้า ๆ
"แล้วคิดยังไง รักมากไม่ใช่หรือไง" คุณหญิงถามลองใจ รถคันนี้คุณหญิงและคุณปู่เคยคัดค้านไม่ให้ซื้อมาตั้งแต่ทีแรก เพราะชายหนุ่มเป็นคนใจร้อนและขับรถค่อนข้างเร็วเลยไม่อยากให้ใช้มอเตอร์ไซค์แต่ศิลาก็ยังยืนยันที่จะซื้อมาให้ได้
"อีกไม่กี่วันก็ไปแล้วไม่ใช่หรือไง เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้" ตอบผู้เป็นแม่แล้วลุกขึ้นเดินขึ้นชั้น 2 ไป
"คุณหญิงคะ คุณศิลาเอาแท็บเล็ตในห้องของหนูของขวัญไปค่ะ" ละมัยรายงานเสียงเบาคล้อยหลังชายหนุ่ม เธอขึ้นไปทำความสะอาดในห้องเด็กสาวแต่หาแท็บเล็ตที่เคยวางอยู่หัวเตียงไม่เจอแต่ไปเจอที่ห้องของชายหนุ่มแทน
"อือ... ฉันรู้แล้ว" คุณหญิงพยักหน้า
ชั้น 2 ของบ้าน
ชายหนุ่มนั่งมองหน้าจอแท็ปเล็ตที่มีเสียงแจ๋ว ๆ ในหูฟังยิ้ม ๆ มันเป็นวิดีโอที่เด็กน้อยอัดคลิปของตัวเองในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งชายหนุ่มนั่งดูและฟังทุกคลิปทุกคืนจนจำได้ขึ้นใจ โดยเฉพาะคลิปบอกลาบ้านที่ตอนท้ายมีหยดน้ำตาเล็ก ๆ เกาะอยู่ที่หางตาอย่างน่าสงสาร
"สวัสดีทุกคน คลิปนี้จะเป็นคลิปสุดท้ายแล้วนะที่น้องขวัญจะอยู่ที่นี่ พรุ่งนี้น้องขวัญต้องไปเรียนที่เมืองไทยกับคุณป้าแล้วนะคะ" เสียงเล็ก ๆ เอ่ยมาเป็นภาษาอังกฤษแต่เรียกแทนตัวเองว่าน้องขวัญทุกคำ
"ใจหายเหมือนกันนะ น้องขวัญอยู่ที่นี่มาตั้งแต่จำความได้เลย มันเป็นบ้านหลังของแรกน้องขวัญ น้องขวัญรักมันมากนะทุกคน แล้วเมื่อคืนน้องขวัญสัญญากับบ้านหลังนี้เอาไว้แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น น้องขวัญก็จะรักบ้านหลังนี้ น้องขวัญจะไม่ทิ้ง.... (เสียงขาดหาย) ความทรงจำดี ๆ ที่นี่" ว่าแล้วแหงนหน้ากระพริบตาถี่ ๆ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แล้วกลับมายิ้มใส่กล้องอีกครั้งหนึ่ง
"เพื่อเป็นการยืนยันว่าน้องขวัญจะกลับมาอีก น้องขวัญจะฝากสร้อยเส้นนี้ไว้ที่ต้นไม้ตัวแทนน้องขวัญกันนะทุกคน" มือเล็ก ๆ ปลดสร้อยออกจากคอแล้วมาโชว์ที่กล้อง "สร้อยเส้นนี้น้องขวัญรักมากนะ เป็นของคุณปู่ แด๊ดใส่ให้น้องขวัญตั้งแต่เด็ก ๆ เลยค่ะ บอกว่าให้ใส่ไว้มันมีคุณค่าทางจิตใจเป็นตัวแทนของคุณปู่ แล้วบ้านหลังนี้กับต้นไม้ต้นนี้ก็มีคุณค่าทางจิตใจกับน้องขวัญเหมือนกัน (ว่าแล้วแพลนกล้องไปที่บ้านหลังเล็กน่ารักที่ตนเองอาศัยอยู่แล้วก็ต้นไม้ที่เธอบอกว่าคุณค่าทางจิตใจ) ต้นไม้ต้นนี้มีหัวใจ 2 ดวงเหมือนน้องขวัญทุกคนเชื่อมั้ย ดวงนึงอยู่ข้างในให้หายใจทำให้เราไม่ตาย ส่วนอีกดวงก็อยู่ตรงนี้ไง" แพลนกล้องไปที่ตาต้นไม้ที่เป็นคล้าย ๆ รูปหัวใจแล้วก็แพลนมาที่แขนเล็ก ๆ ของตัวเองที่มีปานรูปหัวใจอยู่ที่ข้อมือด้วย
"เห็นมั้ยน้องขวัญมีหัวใจ 2 ดวงนะ แล้วเพื่อเป็นการยืนยันน้องขวัญจะเอาสร้อยเส้นนี้ใส่กล่องความทรงจำแล้วฝังมันไว้ที่ใต้ต้นไม้นี่นะคะ แล้วเมื่อไหร่ที่น้องขวัญเรียนจบเป็นผู้ใหญ่น้องขวัญจะกลับมาอยู่กับมันที่บ้านหลังนี้อีกนะ" ว่าพร้อมกับตั้งกล้องแล้วเอาสร้อยใส่ลงไปในกล่องเหล็กขนาดเล็กแล้วผูกด้วยริบบิ้นผ้าสีชมพูอีกทีหนึ่ง "จะฝังไว้ตรงนี้นะคะทุกคน" หันมาคุยกับกล้องพร้อมกับหยิบเสียมเล็ก ๆ ขึ้นมาขุดดิน ระหว่างกลางของรากต้นไม้ลงไปพอประมาณแล้ววางกล่องเหล็กลงไปในหลุมกลบดินแล้วใช้มือตบดินลงจนแน่น จากนั้นเอาดอกกุหลาบสีขาวมาวางบนหลุมที่กลบ แล้วหันมาคุยกับกล้อง "โอเคเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ และนี่เป็นคลิปสุดท้ายในการบันทึกความทรงจำของน้องขวัญ น้องขวัญจะเก็บส่วนดี ๆ พวกนี้เอาไว้เพื่อเตือนตัวเองว่า มีสิ่งที่มีค่ามากที่สุดรออยู่ที่บ้านนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้องขวัญจะกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกน้องขวัญสัญญาค่ะ" เสียงหวาน ๆ เงียบลงพร้อมกับร่างเล็ก ๆ เดินเข้ามาปิดกล้องซึ่งกล้องบังเอิญแพลนเห็นใบหน้าที่มีน้ำตาเปื้อนอยู่ที่หางตาอย่างน่าสงสาร....
"พี่จะดูแลให้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้านหลังนั้นมันจะเป็นของน้องขวัญ พี่สัญญา" ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเบา ๆ มองหน้าจอแท็ปเล็ตที่ภาพหน้าจอเป็นรูปด้านข้างของเด็กสาวผมยาวถึงเอวกอดช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ แล้วก้มลงหลับตาหอมดอกกุหลาบ
ชายหนุ่มจัดการก็อปปี้ไฟล์ภาพและวิดีโอทั้งหมดในเครื่องมาใส่ที่โน้ตบุ๊กของตัวเองแล้วเลือกบางภาพใส่เข้าไปในมือถือตัวเองแล้วตั้งเป็นภาพหน้าจอก่อนลุกขึ้นเดินเอาแท็ปเล็ตไปวางไว้ที่เดิมในห้องนอนของเด็กสาว แล้วเดินไปหยิบเอาโบผูกผมสีขาวเส้นเล็กติดมือกลับห้องไปด้วย "ไปอังกฤษกับพี่นะ ตัวเปี๊ยก"
.......... //..........
บ้านลุงปกรณ์"ลุงกรณ์คะ คุณปู่บอกว่าศิลาจะไปต่างประเทศแล้วค่ะ" เสียงใส ๆ ของเด็กเอ่ยกับคุณลุงใจดีที่เธออาศัยอยู่ด้วย"อืม... หนูอยากไปเจอเขามั้ย" ลุงปกรณ์ถามคนตัวเล็กยิ้ม ๆ"ไปไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวศิลาเห็นเอาไว้ศิลากลับมาค่อยไปรับนะคะ" เด็กสาวว่าเสียงใสเพราะเธอเข้าใจว่าไปฝึกงานต่างประเทศแค่เทอมเดียวแล้วกลับมาเรียนต่อจนจบ เธอเลยกะว่าตอนนั้นเธอจะไปเซอร์ไพรส์ชายหนุ่มที่บ้านคุณป้าเอง"อืม... เอางั้นก็ได้แล้วนี่หนูเปิดเทอมเมื่อไหร่นะลูก""วันจันทร์หน้าค่ะ คุณป้าบอกว่าวันเสาร์จะพาไปดูหอแล้วเตรียมซื้อของเข้าไป งือ... หนูต้องคิดถึงลุงกรณ์กับดุ๊กดิ๊กแน่ ๆ เลยค่ะ" เสียงเล็กตอบพลางทำหน้าอ้อน ๆ อย่างเอ็นดู"นั่นสิ ลุงก็คงคิดถึงหนูเหมือนกันลูก เอาไงดีเราจะได้ไม่คิดถึงกัน" ลุงกรณ์ทำท่าปรึกษาหน้ายิ้ม ๆ เพราะคุยกับคุณปู่ของเด็กไว้ว่าอยากให้เด็กสาวอยู่บ้านที่นี่ด้วยเพราะไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่ไปรับส่งได้และของขวัญเองก็เป็นเด็กกลัวฟ้าร้องคุณปู่เลยไม่อยากให้ไปอยู่หอพักให้ลำบากคนอื่น"งั้น เดี๋ยวน้องขวัญขอคุณปู่อยู่กับลุงกรณ์ที่นี่ได้มั้ยคะ ใกล้โรงเรียนแล้ว
"ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับแกจะตัดสินใจแล้วศิลา" คุณปู่ว่าขึ้นเนิบ ๆ"ครับ" ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ พลิกกระดาษกลับด้านแล้วจับปากกามาเซ็นต่อหน้าคุณปู่ พ่อและแม่อย่างไม่ลังเล"แกรู้ใช่มั้ยศิลาว่าลายเซ็นแกมันหมายถึงอะไร" คุณปู่ถามเพื่อความมั่นใจของหลานชาย"เข้าใจดีครับคุณปู่ ว่าทันทีที่ผมเซ็นไปผมจะกลายเป็นคนที่มีพันธะ แต่ในอนาคตข้างหน้าถ้าของขวัญกลับมาผมพร้อมจะเซ็นยกเลิกสัญญานี้ให้ถ้าเธอต้องการ เพราะยังไงซะผมก็ตั้งใจทำโทต่อที่อังกฤษคงไม่ได้กลับมาอีกนาน ถึงตอนนั้นถ้าเธอกลับมา.... (เสียงแผ่วลง) ผมเซ็นให้เธอได้ครับ แต่ในระหว่างนี้เอาเอกสารนี้ไปช่วยอาเนมเถอะ" ชายหนุ่มว่าอย่างตัดสินใจ เมื่อรู้ความจริงทุกอย่าง ยิ่งทำให้สงสารคนตัวเล็กที่ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองและด้วยความรู้สึกผิดที่มีในใจจึงทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเซ็นสัญญาผูกมัดตัวเองอย่างไม่ลังเลอีก"ลูกตัดสินใจแบบนั้นจริง ๆ หรือศิลา" คุณหญิงว่านถามความสมัครใจของลูกชายอีกรอบพร้อมกับมองสัญญาบนโต๊ะอย่างมีความหวัง"ครับ! ผมสมัครใจครับคุณแม่ ผมขอตัวนะครับ" ชายหนุ่มตอบเสียงหนักแน่นพร้อมกับลุกขึ้นเต็มความสูงเดินออกจากห้องทำงานข
"ปู่อยากคุยกับพวกเราทุกคน ตามปู่มา" คุณปู่เดชาเอ่ยกับบรรดาเพื่อนของหลานชายที่มาส่งเพื่อนที่สนามบิน ทำให้ 3 หนุ่มโรม เทนและมาร์คมองหน้ากันแล้วเดินตามหลังผู้ใหญ่ออกไปและขับรถตามไปจนถึงบ้านหลังเล็ก ๆ กลางสวนผลไม้ที่พื้นที่ไม่ใหญ่นักใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชื่อดังที่ติดกับมหาวิทยาลัยที่พวกตนเรียนอยู่"คุณปู่ขา..." เสียงใส ๆ ดังออกมาจากในบ้านพร้อมกับการปรากฎตัวของคนตัวเล็กที่ 3 หนุ่มอ้าปากค้างมองหน้ากันเหลอหลา"คุณปู่นี่น้องของขวัญนี่ครับ อย่าบอกนะครับว่า..." เทนอุทานอย่างตกใจพร้อมกับเอ่ยถามคนเป็นปู่ที่ยืนกอดเด็กสาวอยู่ด้านหน้า พอดีกับรถของท่านภูษิตและคุณหญิงวิ่งเข้ามาจอดภายในรั้วบ้าน"ใช่ นี่ของขวัญที่ศิลามันกำลังหาไงล่ะ แต่พวกเธอต้องช่วยปู่แล้วล่ะ" คุณปู่หันมาตอบกลุ่มชายหนุ่มยิ้ม ๆ"ยังไงครับคุณปู่ อย่าบอกนะครับว่าที่พวกเราแล้วก็นักสืบของไอ้ศิหาไม่เจอเพราะน้องไม่ได้หายไปจริงแต่เป็นคุณปู่ซ่อนน้องจนไอ้ศิมันแทบจะเป็นหมาบ้าวิ่งพล่านทั่วประเทศขนาดนั้นครับ" โรมถามอย่างตกใจไม่แพ้กัน พวกเขาตามหาเด็กสาวคนนี้มานานก็ไร้วี่แววแต่กลับมาเจออยู่ห่างจากมหาลัยแค่ไม่กี่กิโลเมต
ฟากหนึ่งของโลกชายรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของเมืองหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อตามหา 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งที่เขาอยากพบมากที่สุด จนได้รู้ว่าคนทั้งคู่ได้มาเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ นี่อยู่หลังจากที่เจ้าของใหม่ของบ้านฟ้องขับไล่ออกมา"อาเนมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูหน้าห้องเปิดออกพร้อมใบหน้าชายวัยกลางคนที่สวมแว่นตาค่อนข้างหนาสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ และมองเขาอย่างระแวดระวัง"คุณเป็นใคร" เนมหรือเนมทัตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก"ผม ศิลาครับอา ลูกพ่อภูษิตกับแม่วรรณารีครับ" ชายหนุ่มแนะนำตัว"ศิลา? (ว่าพร้อมกับมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า) เข้ามาก่อนสิลูก" พูดพร้อมกับเปิดประตูให้แล้วเดินนำไปที่โซฟาเล็ก ๆ มุมห้อง"อาครับผมอยากให้อารับนี่ไว้ครับ" ชายหนุ่มไม่เสียเวลาล้วงกระเป๋ากางเกงเอากุญแจดอกเล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะให้น้องรักของพ่อทันที"นี่มันกุญแจบ้านหลังนั้นนี่" เนมทัตเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่ม"ครับอา ผมให้ทนายที่บริษัทของคุณปู่ทำเรื่องซื้อคืนมาแล้วครับ บ้านหลังนั้นเป็นของอาแต
ตลอดหลายปีที่ศิลาไม่ได้กลับมาเมืองไทย ชายหนุ่มมุ่งมั่นเรียนจนจบระดับปริญญาเอกด้วยวัยเพียง 27 และจริงจังกับการทำงานจนได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายบริหารและคุณปู่ทำให้ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานใหญ่ของสาขาอังกฤษ ภาพของเด็กสาวถูกส่งให้ชายหนุ่มในทุก ๆ เดือน เดือนละหลาย ๆ ครั้ง ตั้งแต่วัยมัธยมต้นจนเข้าสู่มหาวิทยาลัย จากฝีมือของคนที่เขาจ้างให้ติดตามหญิงสาวโดยเฉพาะ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือรูปถ่ายที่ผู้ติดตามส่งไปให้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นการจัดฉากของของขวัญที่เธอจับได้เมื่อหลายปีก่อนว่ามีคนแอบตามถ่ายรูปเธอเพื่อส่งให้ชายหนุ่มที่อังกฤษดู เธอจึงวางแผนแกล้งชายหนุ่มเมื่อตอนที่ตัวเองขึ้นมหาลัยด้วยความร่วมมือของคุณปู่คุณป้าและช่างภาพที่ตามถ่ายรูปและดูแลหญิงสาวที่ศิลาจ้างมาโดยเฉพาะ และทุกครั้งที่ต้องถ่ายรูปส่งไปให้ลูกชายคุณป้าดู เธอจะใส่แว่นตาหนาเตอะและแต่งหน้าเข้มกว่าสีผิวจริงเธอถึง 3 เฉดและเสื้อใส่ตัวโคร่งเสมอ"ทำไมต้องแต่งหน้าเข้มใส่แว่นหนาเตอะขนาดนั้นล่ะลูก" คุณป้าเอ่ยอย่างขำ ๆ"ก็แค่แกล้งศิลาเล่นค่ะคุณป้า อยากดูคนสวยต้องมาดูที่ไทย อยู่อังกฤษก็ดูป้าแว่นไปเลย ฮ่า ๆๆ" สาวสวยพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
เคเอส กรุ๊ป สาขาประเทศอังกฤษร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบรนด์ดังเดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับผู้ช่วยที่เป็นเพื่อนสนิทตามปกติ ทั้ง 2 มักทำตัวติดกันเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่เริ่มเข้ามาฝึกงานใหม่ ๆ ไปเรียนด้วยกันและทำงานด้วยกันเป็นที่ปรึกษาให้กันและกันจนมีพนักงานภายในบริษัทแอบนินทาว่าทั้งคู่อาจมีซัมซิงกันเพราะต่างก็ไม่เคยเห็นใครคนใดคนหนึ่งควงคู่หญิงสาว มีเพียงข่าวลือบาง ๆ ว่าบอสใหญ่อย่างศิลามีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธกับข่าวนั้น"คุณปู่บอกว่าปีนี้จะส่งนักศึกษาทุนมาฝึกงานที่นี่ 2 คน" มาร์คเอ่ยขึ้นทันทีที่เข้ามาในห้องท่านประธานและประตูปิดลง"ถ้ามามึงก็ดูแลไปสิ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทันทีพร้อมกับเปิดแล็บท็อปของตัวเองขึ้น"ฝึกตำแหน่งเลขาผู้ช่วยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ" มาร์คพูดขึ้นอีกประโยค"แล้วไง? มึงจะรายงานกูทำไม ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ของมึงต้องดูแลไม่ใช่กู" เงยขึ้นสบตาคมลึกกับเพื่อนพร้อมกับเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิดเพราะปกติคุณปู่เขาจะไม่ส่งเด็กฝึกงานมาฝึกที่สาขานี้แต่ทำไมปีนี้กลับส่งมา "ปกติสาขานี้ไม่รับเด็กฝึกงานคุณปู่คิดยังไงวะถ
4 ทุ่ม @ Ro me barสาวสวยเซ็กซี่ในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงเหนือเข่าขึ้นมาเกือบคืบด้านหลังเปลือยโชว์ผิวขาวเนียนจนถึงเอว ก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันสวยสีมะนาวพร้อมกับเพื่อนสาวที่มาในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำที่ดูสวยไม่แพ้กัน"ว้าว ~ วันนี้น้องสาวทั้ง 2 ของเฮียเทนสวยมากครับ งานนี้เฮียต้องควง 2 แล้ว" เทนโยนก้นบุหรี่ลงพื้นพร้อมกับใช้ร้องเท้าขยี้ดับเอ่ยกับ 2 สาวสวยอย่างอารมณ์ดี"ต้องสวยสิคะ นี่ใคร (พูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วยิ้มหวาน) น้องสาวคนสวยของ 3 เฮียเลยนะคะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี"เห็นไอ้มาร์คมันบอกจะมารับไปฝึกงานที่โน่นกัน พวกเฮียคงคิดถึงเด็กดื้อ ๆ แถวนี้แน่ ๆ" โรมเดินเข้ามาทักยิ้ม ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นยีผมน้ำหวานที่อยู่ยืนข้างกันอย่างมันเขี้ยว"โอ๊ย~~ พี่โรมน่ะ นี่หวานกะจะมาอ่อยหนุ่มไทยทิ้งทวนเลยนะ หัวยุ่งหมดเลยเนี่ย" น้ำหวานปัดมือชายหนุ่มพร้อมกับพูดขึ้นหน้าบึ้ง ๆ"อ่อยแล้วไม่กินวะ เจ้าหวานเห็นเมาแล้วเรี่ยราดตลอดแหละเอ็งน่ะ" โรมว่าขึ้นขำ ๆ"ชิ... ต้องพูดเลย เจอตอนเมาได้เศร้าตอนส่างน่ะสิ หวานไม่เอาหรอกอนาคตหวานยังอีกยาวไกล ถ้าไม่ตายวันพ
อพาร์ตเมนต์หรูกลางกรุงลอนดอน2 สาวก้าวลงมาจากรถลีมูซีนสนามบินพร้อมกับอีก 1 หนุ่ม และมีพนักงานของอพาร์ตเมนต์เดินเข็นรถใส่สัมภาระมารอรับอย่างรู้หน้าที่ น้ำหวานเงยหน้าขึ้นคอตั้งบ่าอ้าปากหวอ เมื่อมองเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบ ๆ หันมามองหน้าของเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างกันพลางเบะปาก ด้วยความคิดที่ว่าค่าเช่าต้องโหดมากเอาแน่ ๆ และเงินเดือนพวกเธอทั้ง 2 คนรวมกันคงจะไม่พอค่าเช่าแน่ถึงจะเช่าห้องเดียวก็เถอะ"พี่มาร์ค... หวานว่าเราไปหาที่ใหม่กันเถอะค่ะหรูเกิน" น้ำหวานป้องปากพูดข้างหูชายหนุ่มในขณะที่พนักงานกำลังขนของของพวกเธอขึ้นรถ [น้ำหวานเอ้ย ฝรั่งเขาฟังไทยไม่ออกไม่ต้องเบาก็ได้ลูก]"นั่นสิพี่มาร์ค น้องขวัญว่าเราไปหาอพาร์ตเมนต์อื่นเหอะ หรูขนาดนี้เงินเดือนเรา 2 คนไม่พอค่าเช่าหรอกค่ะ" ของขวัญเอ่ยสนับสนุนความคิดเพื่อน"อยู่ที่นี่แหละน่า นี่คืออพาร์ตเมนต์ในเครือของ เคเอส กรุ๊ป เราไม่ต้องเสียค่าเช่า" มาร์คพูดขึ้นยิ้ม ๆ อย่างเอ็นดู 2 สาว"โห...หรูมาก แล้วพี่มาร์คพักที่นี่มั้ยคะ" น้ำหวานหันไปถามชายหนุ่มตาแป๋ว"ครับ พี่ก็พักที่นี่แหละ" มาร
khongkhan talkวันจันทร์สดใส วันเริ่มต้นของการฝึกงานก็มาถึงแล้วค่ะทุกคน หลังจากที่วันเสาร์ที่ผ่านมาคุณศิเพื่อนของพี่มาร์คพาไปเที่ยวรอบเมือง ถ่ายรูปเยอะมาก.... ส่งไปให้หม่ามี้ที่อเมริกาแล้วก็ส่งให้คุณปู่ คุณลุงคุณป้าดูด้วยแหละ จะได้รู้ว่าน้องขวัญมาถึงลอนดอนแล้วนะเผื่อไม่ได้อยู่นาน แต่ก็ไม่แน่นะบางทีศิลามีครอบครัวแล้วอาจจะใจเย็นลงบ้างก็ได้เนอะ ก็สัญญากับตัวเองว่าจะพยายามไม่ดื้อ ไม่เถียงให้ศิลาเห็นค่ะ แล้วตำแหน่งที่ฝึกเนี่ยก็คือผู้ช่วยพี่มาร์คที่วันนี้พี่มาร์คมีสอนเช้า จะเข้าออฟฟิศตอน 11 โมงเราคุยกันแล้วว่าจะกลับมากินข้าวเที่ยงที่ห้องด้วยกัน ยายหวานทำกับข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วจ้า คือมาถึงก็เวฟกินได้เลยเจียวไข่อีกหน่อยก็เลยชวนพี่มาร์คมากินด้วย โชคดีหน่อยวันนี้ถึงพี่มาร์คจะไม่อยู่แต่แกให้ Hr. ของที่นี่มารับเราที่อพาร์ตเมนต์เลยค่ะ ซึ่ง Hr. ที่นี่เป็นผู้ชายค่ะชื่อคุณจอห์นสัน เป็นผู้ชายวัยกลางคนใส่แว่นค่อยข้างหนาทีเดียวและตอนนี้น้องขวัญกับน้ำหวานกำลังเดินจูงมือกันตามคุณจอห์นสันมาถึงออฟฟิศแล้วค่ะ เห็นบอกว่าแผนกที่หวานทำงานอยู่ชั้น 6 ส่วนห้องทำงานของพี่มาร์คอยู่ชั้น 7 ค่ะ และคุณจอห์
รุ่งเช้าศิลามาตามที่นัดหมาย ชายหนุ่มเดินอ้อมด้านหลังของอพาร์ตเมนต์แล้วขับรถมาจอดด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไปรอ 2 สาวก่อนถึงเวลานัดที่ใต้ตึก วันนี้ 2 สาวแต่งชุดสบาย ๆ ด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวสะพายกระเป๋าใบเล็ก โดยที่ของขวัญสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ที่ชายหนุ่มคุ้นตามาด้วย"จะเอาเสื้อตัวนี้ไปด้วยจริงดิ ไหนว่าจะเอามาคืนคุณศิลาเค้าไง" น้ำหวานเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่เสื้อตัวโคร่งของเพื่อน"ค่อยคืน พาไปเที่ยวก่อน" ของขวัญเอ่ยขึ้นพร้อมกับรูดแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกทั้ง 2 ข้าง"จะพาเที่ยวเพื่อ? คุณศิลาเขาอยู่ที่นี่มาจะ 10 ปีแล้วมั้ยป่านนี้ไม่ไปครบทุกเมืองแล้วเหรอ" น้ำหวานเอ่ยขึ้น"ขนาดป่วยยังไม่หยุดจะมีเวลาไปไหน วันนี้วันหยุดศิลาก็ยังนัดประชุมเลย ไม่งั้นพี่มาร์คก็ได้ไปกับเราแล้วสิ" ของขวัญเถียงเพื่อนเมื่อเดินมาถึงที่ชายหนุ่มยืนรออยู่ "คุณศิ สวัสดีค่ะ" เอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ ซึ่งน้ำหวานก็ทำตามเพื่อนอย่างว่าง่ายพอกัน"ทำไมใส่เสื้อตัวใหญ่จัง" ศิลาแกล้งถามขึ้นแต่ก็แอบยิ้มกับบทสนทนาที่แสนน่ารักของคนทั้งคู่ *เออ...คนไม่ได้ไปพาเสื้อเที่ยวก็ได้ว่างั้น*"เ
"เฮ้ย! ไอ้ศิ มึงมอมน้องปะเนี่ย" มาร์คพูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อมองหน้าหญิงสาว"ไม่หรอกค่ะพี่มาร์ค น้องดื่มเพิ่มอีกแค่แก้วเดียวเองค่ะ มันเป็นของมันเอง" ของขวัญรีบแก้ตัวแทนชายหนุ่มเพราะกลัวมาร์คจะด่าเพื่อน"คิตตี้เป็นแบบนี้ประจำค่ะพี่มาร์ค ดื่มแก้ว 2 แก้วก็แดง พี่โรมถึงไม่อยากให้ดื่มไงคะ" น้ำหวานพูดขึ้นยืนยันอีกคน"โรม?" ศิลาเลิกคิ้วทวนชื่อเพื่อน"ค่ะ พี่โรมเพื่อนพี่มาร์คที่ไทยค่ะ เขาเปิดร้านเหล้าเราเข้าไปทีไรโดนดุแทบทุกรอบเพราะความแดงของยัยนี่นี่แหละ ยังไม่เมาเลยโดนสกัดดาวรุ่งตลอด" น้ำหวานว่าขึ้นอย่างร่าเริงพร้อมกับยกแก้วตัวเองจิบบาง ๆ"ไปบ่อยเลยหรือไง" เสียงทุ้มเอ่ยถามตามองแก้มระเรื่อของคนที่นั่งตรงข้ามอย่างหลงไหลจนมาร์คที่นั่งข้าง ๆ สังเกตได้"ไม่บ่อยค่ะ ถ้าพี่โรมหรือเฮียเทนไม่เข้าร้านเราก็ไม่ไป แต่ถ้าพี่โรมเข้าร้านเราถึงจะขอคุณปู่ไปค่ะแล้วไปนอนบ้านหวาน" ของขวัญเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบบาง ๆ"สนิทกันมากเลยหรือ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามพร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบเพื่อนของเขามาหาเขาที่นี่ก็บ่อย แต่ไม่เคยพูดถึงของขวัญให้ฟังเลยซักครั้ง"ก
Sila part9 ปีที่ไม่ได้เห็นหน้า พอเจอเธอวันนี้เธอยังขาวใสเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยครับ หน้าเรียว ๆ ตาโต ๆ ปากบางสีชมพูอ่อน ๆ แก้มป่อง ๆ น่าฟัด เด็ก 13 เคยเป็นยังไง เด็ก 21 ย่าง 22 ก็ยังเป็นอย่างนั้น มือบาง ๆ ข้อมือเล็ก ๆ ที่เห็นเส้นเลือดชัดเจนนี่ก็ยังเหมือนเดิม นาฬิกาที่เธอใส่ข้างซ้ายทับปานรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่ข้อมือก็ยังใส่เหมือนเดิม ต่อให้เพื่อนผมจะแนะนำเธอว่า ของขวัญ หรือ คิตตี้ แต่สำหรับผมก็คือยายตัวเปี๊ยกที่นั่งคุยกับมดไทยเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อนอยู่ดี คิดถึงครับ คิดถึงเสมอสมกับชื่อของเธอจริง ๆ"คิตตี้ ~ คิตตี้ ทักทายเพื่อนพี่มาร์คเค้าสิ ภาพตัดอีกหรือไงเนี่ยแก" น้ำหวานเขย่าเพื่อนพร้อมกับถามข้างหูเสียงเบาแล้วหันมายิ้มแหยให้ผู้มาใหม่ "ขอโทษด้วยนะคะคุณศิ เพื่อนหวานน่าจะช็อตฟิลด์ไปแล้วล่ะค่ะ อาจเสียมารยาทนิดนึงนะคะ ฮี่ ๆ" น้ำหวานหันมาคุยพร้อมกับยิ้มอย่างอาย ๆ"คะ...ครับ แล้วดื่มกันนานแล้วหรือครับถึงได้เมาเร็วจัง" *ไม่ได้สนใจจะมองพี่ซักหน่อยเลยนะครับยายเปี๊ยก*"พี่มาร์คพามาซักพักนึงแหละค่ะ ก็ดื่มไม่มากอะไรแต่วันนี้เราเดินเยอะไปหน่อยคิตตี้เลยน่าจะเหนื่อย"
"โหย...เห็นราคาข้าวสารอิน้ำหวานจะเป็นลม อยากแบกใส่กระสอบขึ้นเครื่องบินมาจริง ๆ เลยแม่จ๋า แพงปะล่ำปะเหลือ แพงโพดแพงโพ" น้ำหวานบ่นปอดแปดไม่ได้หยุดตั้งแต่รอขึ้นลิฟต์จนถึงอยู่ในลิฟต์ โดยไม่สนใจว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วย (ฝรั่งเขาไม่เข้าใจภาษาเราหรอก บ่นเต็มที่ไปเลยลูก >~<)"เอาน่า...เรา 2 คนก็หุงแต่พอกินไงเหลือก็เก็บเข้าตู้เย็นแบบที่อยู่บ้านลุงกรณ์น่ะ ก็กินอย่าทิ้งไง" สาวสวยคนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นพวกเธอน่าจะเดินกันมาไกลพอสมควรทำให้แก้มใส ๆ ของทั้ง 2 ออกสีระเรื่อขึ้นอย่างน่ารัก"ไม่รู้เขาจะให้เราจ่ายค่าไฟรึป่าวเนาะ ถ้าจ่ายนะ เรามานอนห้องเดียวกันนะหุงข้าวทำกินห้องเดียวเลยจะได้ประหยัดสิ้นเดือนเราก็หารกัน" น้ำหวานพูดขึ้นพร้อมกับวางแผนในใจ"นั่นสิ คืนนี้เราต้องถามพี่มาร์คแล้วล่ะไม่ใช่อยู่กันคนละห้องพอสิ้นเดือนค่าไฟมากกว่าเงินเดือนก็ไม่ไหวนะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างวิตกพอกัน ทำให้ผู้ที่ได้ยินที่ยืนอยู่ข้างหลังยกยิ้มอย่างเอ็นดูกับความประหยัดถึงขั้นงกของ 2 สาว"นี่หวาน... หวานว่าเขาจะให้เราใส่ผ้าใบในออฟฟิศมั้ย ถ้าจะให้ใส่สั้นสูงอย่างเดียวน้องขวัญไม่สู้นะ น่องโปร่งกัน
ตลอด 9 ปีที่มานี่ ตั้งแต่เขารู้ความจริงเรื่องสัญญาสลักหลังของคุณปู่กับเพื่อนรักและเหตุผลของลูกชายทั้ง 2 ครอบครัวที่ออกไปจัดตั้งบริษัทกันเอง โดยที่ครอบครัวของเนมทัตไม่ได้อะไรจาก เคเอส กรุ๊ป เลย กลับกลายเป็นเขาที่เป็นหลานชายคนเดียวของเศรษฐทรัพย์ไพศาลที่ได้รับผลประโยชน์จากหุ้นส่วนตัวของคุณปู่ที่ท่านแบ่งครึ่งหนึ่งให้ และยังให้เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานของสาขาอังกฤษ ซึ่งเป็นรองแค่สาขาใหญ่ที่ประเทศไทย ทำให้เขาได้รับทั้งปันผลและเงินเดือนประจำตำแหน่งหลายสิบล้านบาทต่อเดือน แต่สิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่เคยรู้คือเขาได้เปิดบัญชีอีกบัญชีหนึ่งเป็นชื่อของ เด็กหญิงคิดถึงเสมอ ไกรสิทธิรักษ์ ก่อนที่เขาจะเดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อน และโอนรายได้ของตัวเองมากกว่า 70% เข้าบัญชีนี้ไว้ทุกเดือนและยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เขาซื้อไว้ในโอกาสต่าง ๆ เป็นชื่อของหญิงสาวอีกหลายรายการ ซึ่งถ้าถามว่าตอนนี้เขารวยมากมั้ย ชายหนุ่มอาจตอบได้อย่างภาคภูมิใจว่ารวยไม่เท่า 1 ใน 3 ของยายเปี๊ยกเจ้าของบัญชีนี่Khongkhan Partอีกฟากหนึ่งของเมือง 2 สาวกำลังสนุกกับการเดินเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ และถ่ายรูปกันอ
"ผมตั้งใจมาหาอาครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นไม่อ้อมค้อมพร้อมกับวางมือถือที่มีรูปหญิงสาว 2 คนปรากฎอยู่ในเฟรมเดียวกันให้ผู้เป็นอาดู"ตลอดหลายปีมานี้ผมได้รับรูปของของขวัญเป็นผู้หญิงแว่นหนาคนนี้ (ชี้ไปที่รูปด้านซ้าย) แต่เพื่อนของผมส่งมาล่าสุดเป็นผู้หญิงคนนี้ครับ ผมเลยสับสนครับอาว่าคนไหนคือของขวัญกันแน่" ชายหนุ่มพูดขึ้นสีหน้านิ่งเรียบ"ศิลาจะถามอาเพื่ออะไรล่ะลูก ในเมื่อศิลาก็ไม่ได้อยากเจอน้องไม่ใช่หรือไง" เนมทัตถามขึ้นเสียงนิ่งพลางมองหน้าชายหนุ่มอย่างสังเกต"ผม.... แค่สับสนครับว่าที่ผ่านมาคนที่ส่งรูปให้ผมดูนี่เขาตามดูคนผิดหรือเปล่าครับอา" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับก้มหลบสายตาผู้เกิดก่อน"ถ้าคิดน้องไม่สวย ศิลาจะอยู่ที่อังกฤษมีครอบครัวไปเลยอาก็ไม่ว่านะลูก อาจะให้น้องขวัญเซ็นยินยอมให้เอง ศิลาก็ 30 แล้วอาเข้าใจ" เนมทัตเอ่ยขึ้นซึ่งมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า 2 รูปนี้คือคนเดียวกันแต่แอบแปลกใจว่าทำไมศิลาถึงดูไม่ออก"ผมไม่ได้มองแบบนั้นหรอกครับอาแต่ที่ผมเข้าใจตอนนี้คือคุณปู่กำลังเล่นตลกผมอยู่หรือเปล่า ผมมองว่าผู้หญิง 2 คนนี้คล้ายกันมากเหมือนฝาแฝดกันไม่มีผิดเพียงแต่คนละสีผิวเท่าน
อพาร์ตเมนต์หรูกลางกรุงลอนดอน2 สาวก้าวลงมาจากรถลีมูซีนสนามบินพร้อมกับอีก 1 หนุ่ม และมีพนักงานของอพาร์ตเมนต์เดินเข็นรถใส่สัมภาระมารอรับอย่างรู้หน้าที่ น้ำหวานเงยหน้าขึ้นคอตั้งบ่าอ้าปากหวอ เมื่อมองเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบ ๆ หันมามองหน้าของเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างกันพลางเบะปาก ด้วยความคิดที่ว่าค่าเช่าต้องโหดมากเอาแน่ ๆ และเงินเดือนพวกเธอทั้ง 2 คนรวมกันคงจะไม่พอค่าเช่าแน่ถึงจะเช่าห้องเดียวก็เถอะ"พี่มาร์ค... หวานว่าเราไปหาที่ใหม่กันเถอะค่ะหรูเกิน" น้ำหวานป้องปากพูดข้างหูชายหนุ่มในขณะที่พนักงานกำลังขนของของพวกเธอขึ้นรถ [น้ำหวานเอ้ย ฝรั่งเขาฟังไทยไม่ออกไม่ต้องเบาก็ได้ลูก]"นั่นสิพี่มาร์ค น้องขวัญว่าเราไปหาอพาร์ตเมนต์อื่นเหอะ หรูขนาดนี้เงินเดือนเรา 2 คนไม่พอค่าเช่าหรอกค่ะ" ของขวัญเอ่ยสนับสนุนความคิดเพื่อน"อยู่ที่นี่แหละน่า นี่คืออพาร์ตเมนต์ในเครือของ เคเอส กรุ๊ป เราไม่ต้องเสียค่าเช่า" มาร์คพูดขึ้นยิ้ม ๆ อย่างเอ็นดู 2 สาว"โห...หรูมาก แล้วพี่มาร์คพักที่นี่มั้ยคะ" น้ำหวานหันไปถามชายหนุ่มตาแป๋ว"ครับ พี่ก็พักที่นี่แหละ" มาร
4 ทุ่ม @ Ro me barสาวสวยเซ็กซี่ในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงเหนือเข่าขึ้นมาเกือบคืบด้านหลังเปลือยโชว์ผิวขาวเนียนจนถึงเอว ก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันสวยสีมะนาวพร้อมกับเพื่อนสาวที่มาในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำที่ดูสวยไม่แพ้กัน"ว้าว ~ วันนี้น้องสาวทั้ง 2 ของเฮียเทนสวยมากครับ งานนี้เฮียต้องควง 2 แล้ว" เทนโยนก้นบุหรี่ลงพื้นพร้อมกับใช้ร้องเท้าขยี้ดับเอ่ยกับ 2 สาวสวยอย่างอารมณ์ดี"ต้องสวยสิคะ นี่ใคร (พูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วยิ้มหวาน) น้องสาวคนสวยของ 3 เฮียเลยนะคะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี"เห็นไอ้มาร์คมันบอกจะมารับไปฝึกงานที่โน่นกัน พวกเฮียคงคิดถึงเด็กดื้อ ๆ แถวนี้แน่ ๆ" โรมเดินเข้ามาทักยิ้ม ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นยีผมน้ำหวานที่อยู่ยืนข้างกันอย่างมันเขี้ยว"โอ๊ย~~ พี่โรมน่ะ นี่หวานกะจะมาอ่อยหนุ่มไทยทิ้งทวนเลยนะ หัวยุ่งหมดเลยเนี่ย" น้ำหวานปัดมือชายหนุ่มพร้อมกับพูดขึ้นหน้าบึ้ง ๆ"อ่อยแล้วไม่กินวะ เจ้าหวานเห็นเมาแล้วเรี่ยราดตลอดแหละเอ็งน่ะ" โรมว่าขึ้นขำ ๆ"ชิ... ต้องพูดเลย เจอตอนเมาได้เศร้าตอนส่างน่ะสิ หวานไม่เอาหรอกอนาคตหวานยังอีกยาวไกล ถ้าไม่ตายวันพ