“มึงช้าตลอดซินน์” ไออุ่นเบะปากใส่ซินน์ทันทีเมื่อมันเดินมาถึงโต๊ะ ก่อนจะหยิบแก้วมาชงเหล้าให้
“ขอเข้ม ๆ นะเพื่อน” เข้ม ๆ
“เข้มอะไร พ่อมึงมา กูเห็นออร่าพ่อมึง” ฉันชี้ไปที่ห้องวีไอพีชั้นบน จนมันถอนหายใจใส่
“พ่อแม่พวกมึงไม่หวงบ้างเหรอ ถามจริง” ฉันอดขำมันไม่ได้เลย หน้าบูดบึ้งสุด ๆ
“หวงทำไม พวกกูโตแล้ว” ฉันเอามือปิดปากหัวเราะ มีแต่ไอ้ซินน์ที่ถอนหายใจใส่พวกเรา เออ โดนพ่อคุมแบบนี้ เป็นใคร ใครก็เซ็ง! เฮ้ย! เดี๋ยว ๆ ตอนนี้มันซดเหล้าที่ไออุ่นชงให้หมดแก้วแล้ว!
“โอ้ย! อดอยากมาจากไหนเนี่ย” ไออุ่นรีบตีมือซินน์ดัง เพียะ
“โอ้ย มึงอ่ะ ชงมาด่วน ๆ เลย จะได้รีบเต้น รีบกลับ กลัวใจคุณพ่อว่ะ” มันพูดไปมองหาพ่อตัวเองไป
“เออ ๆ เห็นซดเหล้าพรวด ๆ แบบนี้ แล้วคิดถึงน้ำปั่นเลย ไม่รู้เรียนที่อังกฤษเป็นไงบ้าง ได้หลัวฝรั่งแล้วมั้ง ฮ่า ๆ”
ไออุ่นชงเหล้า และเต้นไปด้วย เหมือนที่มันพูดถึงนั่นแหละ ฉันมีเพื่อนอีกคนชื่อน้ำปั่น ตอนนี้มันไปอบรมวิชาชีพที่อังกฤษ นางเป็นสัตวแพทย์
ฉันเต้นสักพักก็เผลอไปเห็นนาวิน ตาไม่ฝาดหรอก นาวินแฟนไอ้ซินน์จริง ๆ และอีกคนก็พี่ชายแฝดเขา ชื่อนาวา เดินมาพร้อมกัน ให้ตาย! พวกนี้กลับจากอังกฤษปุ๊บ ก็มาเที่ยวผับเลยเหรอ?
เออใช่ ไอ้ซินน์มันจำแฟนตัวเองไม่ได้นี่น่า
“น้ำปั่นไม่รู้ รู้แต่ว่า พี่ชายแฝดมันหล่อมาก สามนาฬิกา สามนาฬิกา ด่วนเป้าหมายกำลังเปลี่ยนเส้นทาง มองทีละคนสิวะ!” ฉันตีไออุ่นกับซินน์ทันที เมื่อพวกมันหันไปมองพร้อมกัน
จนมีผู้ชายที่ฉันรู้สึกคุ้นเคยสุด ๆ เดินมายืนข้าง ๆ
“ไงปลายฟ้า” ไทม์ ลูกชายพ่อแม่บุญธรรมอนันธาราของฉันเอง!
ฉันมองหน้าไทม์ จนทะลุไปถึงคนข้างหลัง ก่อนที่จะเห็นแฟนไอ้ซินน์นั่งลงที่โซฟามองมาที่เรา และพี่ชายแฝดเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ทำฉันรีบหันกลับมาทันที ก่อนที่จะเห็นไทม์ยืนยิ้มอยู่
“ไทม์!” พอสติกลับมา ฉันก็กระโดดกอดไทม์แน่น... ถึงจะคนละพ่อคนละแม่ แต่เราก็โตมาด้วยกัน ผูกพันยิ่งกว่าอะไร
“โหย ๆ กอดกันแน่นเชียว ไม่ใช่แค่พี่น้องมั้ง” ไออุ่นเริ่มชงเหล้าให้ไทม์ ไทม์ยิ้มกว้าง ก่อนจะยกมือขึ้นพลักหัวไออุ่นกับซินน์ทีละคน
“พูดไปเรื่อย กินเหล้าเข้มจริง ๆ ผู้หญิงพวกนี้” ไทม์ยกเหล้าที่ไออุ่นชงให้ ดื่มพรวดเดียวจนหมด
“ธรรมดา ๆ” ฉันตอบแล้วตบไหล่ไทม์เบา ๆ จนเขาวางแก้วลง
“งั้นไปแล้ว ๆ เพื่อนรออยู่ บาย” เรารีบโบกมือบ้ายบายไทม์ ที่เดินไปโต๊ะโซฟาในมุมมืดอีกฝั่ง ค่ะ! ตรงแฟนไอ้ซินน์นั่งอยู่นั่นล่ะ โห… นาวินมองไอ้ซินน์ตาไม่กระพริบเลย
แต่ไอ้ซินน์กลับไม่เห็นซะงั้น
“อุ้ย ที่กูบอกว่าเห็นคนหล่อ... เขาเดินไปทางนั้นเหมือนกัน” ฉันจึงชี้ตามหลังไทม์ไป จนไอ้ซินน์มองตามทันที
ลองดู ว่ามันจะเห็นนาวินและจำได้ไหม? จนซินน์มันเดินไปที่โต๊ะนั้นเลย ก่อนที่จะกลับมาโวย! ว่านาวินเรียกมันเป็นเด็กนั่งดริ้งค์!
กรรม สรุปว่ามันจำไม่ได้! จนสักพัก หลังจากที่ซดเหล้าไปชุดใหญ่ มันก็กลับไปพร้อมพ่อตัวเอง
ตอนนี้เหลือแค่ฉันกับไออุ่น ที่นั่งเปื่อย เพราะเพื่อนเท
“มึงเมายัง?” และไออุ่นมันก็ถามฉันขึ้นมา หึ! ถามแบบนี้ รู้เลย มันจะยุบวงแน่ ๆ
“เออ ๆ จะแยกย้ายใช่ไหม งั้นกูกลับดีกว่า... ถึงจะเมาก็ไม่ซีเพราะมาแท็กซี่จ้ะ” ไออุ่นพยักหน้าแล้วเรียกพนักงานมาเก็บโต๊ะ
“แท็กซี่เหรอ? ให้กูไปส่งไหม” ฉันมองมันที่แก้มเริ่มแดง แล้วรีบโบกมือปฏิเสธไป ท่าจะไม่ไหวกว่ากูอีกมึงอ่ะ!
พอฉันแยกย้ายกับไออุ่น ก็เดินออกมารอแท็กซี่หน้าผับ บอกตรง ๆ ว่ารอเกือบชาติเศษ รอนานมาก! แท็กซี่ก็ไม่มาสักที ฉันทั้งนั่งทั้งยืน จนเริ่มเมื่อย จึงยืนพิงรถสปอร์ทคันนึงรออย่างเซ็ง ๆ
‘ครืน~’
จนเสียงลงกระจกรถดังขึ้น! ทำฉันรีบหันควับไปมองทันที ก่อนที่จะเห็นคนข้างใน แล้วเบิกตากว้าง เฮ้ย! นาวา! พี่ชายแฝดแฟนไอ้ซินน์!
“เธอ... เอาก้นออกไปจากรถฉัน” ฉันรีบยืนปกติทันที แล้วส่งยิ้มเเห้ง ๆ ให้เขา
“เอ่อ… ขอโทษที เมื่อยน่ะ นายจำฉันได้ไหม ฉันปลายฟ้าไง” เขามองฉันหัวจรดเท้าแล้วเลื่อนกระจกขึ้น ก่อนที่จะเปิดประตูรถก้าวลงมา ยืนจ้องหน้าฉัน
“ยิ้มทำไม” อะไรวะ ยิ้มไม่ได้รึไง!
“ทำไมเหรอ? ฉันรู้จักนายนี่น่า” เขาขมวดคิ้วทำนึกคิด ก่อนที่จะพยักหน้าเบา ๆ จำฉันได้ไหม? ต้องจำได้สิ ฉันออกจะสวยจนน่าจดจำ!
“อ๋อ เธอคือ พี่ไอ้ไทม์? ที่แต่ตอนนั้นอ้วน ๆ”
ไม่ใช่! กูไม่เคยอ้วน แค่แก้มเยอะ แค่อวบ! อวบอ่ะเข้าใจไหม เรียนหมอมาแยกแยะไม่ออกรึไง ระหว่างอวบกับอ้วนอ่ะ
ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วกัดฟันตอบเขาไป “ฉันไม่เคยรู้เลย ว่าฉันเคยอ้วนด้วย” เขาเอามือล้วงกระเป๋า มองฉันหัวจรดเท้า “ไม่เคย ตอนนี้ก็อ้วน” ฉันถึงกลับอ้าปากค้าง! เขาเป็นผู้ชายคนแรก ที่บอกว่าฉันอ้วน! กูเอวยี่สิบสี่เองนะ พูดอะไรเกรงใจกางเกงไซส์เอสกูบ้าง! “เหอ ๆ โอเค… ฉันไม่ถือ เพราะนายเป็นคนแรก ที่ว่าฉันอ้วน ตานายคงไม่ถึงเอวเอสฉัน” “อืม ตามใจ แล้วเธอ?” เขาชี้มาที่ฉันสลับกับถนน คงจะถามว่าฉันรออะไรสินะ “อ๋อ ฉันรอแฟนมารับ” หมั่นไส้ บอกว่าแฟนมารับซะเลย “อืม ๆ” เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเปิดประตูขึ้นรถไป ฉันเองได้แต่ยืนรอแท็กซี่ คันไหนขับผ่าน ก็ไม่ใครจอดรับฉันเลย! จนแล้วจนเล่า จนมันดึกขึ้นเรื่อย ๆ หาว~ “แฟนเธอขับแท็กซี่เหรอ” ฉันเอามือปิดปากตัวเองที่หาวแทบไม่ทัน เมื่ออยู่เขา ก็เดินมายืนข้าง ๆ “อืม ๆ ทะเลาะกันนิดหน่อย” เขามองไปที่ถนนแล้วหัวเราะเบา ๆ หัวเราะที่กูหาวปากกว้างแน่ ๆ “หึหึ โกหกเก่งนะ” “โกหก? เอ่อ แล้วนายลงมา ทำไม
ฉันได้แต่จ้องหน้าขาว ๆ จมูกโด่งของเขา... บ้า ทำไมมันดึงดูดกันขนาดนี้ ฉันละสายตาไปไหนไม่ได้เลย ใจก็เต้นแรง แรงจนแทบจะทะลุออกมาแล้ว! “จะกอดฉันอีกนานไหม ฉันร้อน” และเขาก็มองไปที่แขนฉัน ก่อนที่ฉันจะดึงสติกลับมาได้ แล้วรีบกลับมายืนปกติทันที “แหะ ๆ เอ่อ... นี่ ขอบใจนะ ที่เอากระเป๋ามาคืน” เขาพยักหน้าแล้วยื่นให้ฉันอีกรอบ “ฉันคิดว่าเธอ จำเป็นต้องใช้ของบางอย่างในนั้น รีบรับไว้สิ รำคาญ” ของบางอย่าง ที่จำเป็นต้องใช้? เฮ้ย ยาคุม! ฉันรีบคว้ากระเป๋ามาเปิดดูทันที ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย เขารู้ได้ไง! ว่ากระเป๋าฉันมียาคุม? “นายเปิดกระเป๋าฉันเหรอนาวา?” “นี่! กระเป๋าเธอมันตกที่พื้น ของเธอกระจัดกระจายเต็มรถ ก็ต้องเก็บสิ!” “เอ่อ… แล้ว แล้ว… นายเห็นไอ้ยาแผงนี้เหรอ คือฉันไม่ได้กินเพื่อ” “ฉันไม่ได้ถาม” เพล้ง หน้ากูแตกกระจาย หล่นลงไปกองที่พื้น “แหะ ๆ ไม่บอกก็ได้” แล้วเขาก็หันหลังเดินออกไป ก่อนที่ฉันจะเห็นเขาเอามือปิดปากตัวเอง แล้วหาวไปด้วย เขาง่วง? “นาวา น
ไอ้เด็กคนนี้! “ไม่ได้ให้มารักษา แต่มาเปลี่ยนชุดให้หน่อยสิ ฮือ ๆ เจ๊ยังใส่ชุดนอนอยู่เลยไม้เอ้ย” (เฮ้อ หนูบอกแล้วให้หาแฟน เออ ๆ เดี๋ยวไป) ตอบเสร็จก็ตัดสายไปเลย ฉันลุกไม่ไหว จะลุกไปแปรงฟันยังไม่ได้เลย เข้าใจกันหน่อย! ไม่นาน ใบไม้ที่อยู่คอนโดตึกถัดไปก็เปิดประตูเข้ามา ไม่ต้องแปลกใจ ทำไมนางเข้ามายืนหน้านิ่งตรงหน้าฉันได้ เพราะห้องนี้ พ่อบอสซื้อให้ฉันกับใบไม้อยู่ตอนมหาลัย เราจึงมีคีย์การ์ดคนละใบ “ใบไม้ หยิบเครื่องสำอางกับโทนเนอร์มาด้วยสิ” ใบไม้มองหน้าฉันเซ็ง ๆ ก่อนจะหาถุงพลาสติก โกยเครื่องสำอางบนโต๊ะฉันใส่ แล้วเดินมานั่งบนเตียง “ลุกไม่ไหวเลยเหรอ” “อื้อ... บีบโทนเนอร์ให้เจ๊หน่อย เร็ว ๆ เดี๋ยวรถโรงบาลมา” ใบไม้ดูเซ็งฉันมาก แต่นางก็ทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง แม้กระทั่งเปลี่ยนเสื้อผ้า และแต่งหน้าให้ “เอ่อเจ๊... บอกตรง ๆ เหมือนแต่งหน้าศพ” ใบไม้! “ปากเหรอนั่น! เออ อย่าบอกพ่อบอสกับแม่กิ่งนะ ไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง” เบะปากใส่ฉันทันที “ยัดเยียดบาปให้หนูอีกแล้ว” “ตร
“ไม่ถอดไม่ได้เหรอ?” เขาถอนหายใจ แล้วยกนาฬิกาข้อมือดู “เธอรู้ไหม ฉันต้องตรวจคนไข้อีกกี่คน อย่าทำให้ฉันและคนอื่นเสียเวลา” ก็คนมันเขินนี่หว่า! ก้นนะเว้ยไม่ใช้ข้อศอก! ฉันจำใจค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงขาสั้นตัวเอง จนเขาหันหน้าไปอีกทาง ฉันถึงดันมันลงไปช้า ๆ แล้วรีบหาผ้ามาคลุมไว้ “นอนคว่ำด้วย” ลำบากฉิบ! พอถอดได้ ฉันก็ค่อย ๆ พลิกตัวนอนคว่ำ ก่อนจะรีบเอามือไขว้หลัง ไปจัดแจงเอาผ้าปิดไว้ โอ้โห... กูเย็นมากค่ะตอนนี้ ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับมา แล้วเดินมาชิดเตียงตรวจ และ... และ กำลังจะเปิดผ้าออก! “นาวา! ไม่เปิดไม่ได้เหรอ” “อะไรอีก ไม่เปิด ฉันจะรู้ได้ไงว่ามันช้ำไหม?” ฉันหลับตาปี๋ ไม่กล้าถามอะไรเขาต่อ เพราะยังไง เขาก็ต้องเห็นก้นฉัน! จนเขาค่อย ๆ ดึงผ้าออกช้า ๆ ทำฉันขนลุกซู่ขึ้นมาทันที กูอยากเอาหน้าซุกหมอน ให้ใจขาดตายตรงนี้เลย! พอเปิดผ้าออก เขาเหมือนนิ่งไปสักพัก คงมองก้นฉันอยู่มั้ง... จนฉันสัมผัสได้ถึง มือเย็น ๆ ที่แตะลงเบา ๆ ตามผิว ฮือ... สัมผัสแรกจากมือชาย! “โอ๊ะ โอ้ย... เจ็บอ
“แม่คะ ถ้าให้แม่เปรียบความรัก กับอะไรสักอย่าง แม่จะเปรียบมันเหมือนอะไร?” คำถามแรกบนโต๊ะอาหาร เมื่อฉันกำลังจะจากจังหวัดภูเก็ตในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ จนแม่ผู้ถูกถามตกใจ เงยหน้าขึ้นมาทันที ท่านคงจะสงสัย ว่าทำไมอยู่ ๆ ฉันถามอะไรแบบนี้ เฮ้อ... จะบอกว่าไงดี ฉันแก่แล้ว! ฉันอยากมีผัว แต่ฉันไม่กล้าจริง ๆ ฉันกลัวไปหมด กลัวโดนเท กลัวผิดหวัง เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะฉันเอง ยังไม่มีพ่อแท้ ๆ กับเขาเลย แม่เป็นซิงเกิ้ลมัม ฉันเป็นเด็กกำพร้าพ่อ แต่โชคดีของฉัน ที่ลุงบอส ลุงแท้ ๆ รับฉันเป็นลูกแทน และยังมีแม่เมย์ลิน พ่อที เจ้าของอนันธารากรุ๊ป รับฉันเป็นลูกบุญธรรมอีก แต่มันก็เท่านั้น ใจฉัน ฉันยังอยากตามหาพ่อแท้ ๆ อยู่ดี ไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำไมแม่ฉันถึงได้ปิดเงียบ ไม่บอกอะไรฉันเลย และดูท่าจะเกลียดพ่อมากด้วย “ถ้าให้แม่เปรียบ ก็คง... เหมือนอะไรสักอย่างที่น่าขยะแขยง” ฉันถึงกลับนั่งนิ่ง เมื่อได้ยินคำตอบจากปากแม่ ฉันบอกแล้ว ว่าแม่ เกลียดพ่อ แม่เกลียดความรัก และพร่ำสอนฉันมาตลอดว่า ความรักน่ะ ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ไม่ต้อ
“ไม่ถอดไม่ได้เหรอ?” เขาถอนหายใจ แล้วยกนาฬิกาข้อมือดู “เธอรู้ไหม ฉันต้องตรวจคนไข้อีกกี่คน อย่าทำให้ฉันและคนอื่นเสียเวลา” ก็คนมันเขินนี่หว่า! ก้นนะเว้ยไม่ใช้ข้อศอก! ฉันจำใจค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงขาสั้นตัวเอง จนเขาหันหน้าไปอีกทาง ฉันถึงดันมันลงไปช้า ๆ แล้วรีบหาผ้ามาคลุมไว้ “นอนคว่ำด้วย” ลำบากฉิบ! พอถอดได้ ฉันก็ค่อย ๆ พลิกตัวนอนคว่ำ ก่อนจะรีบเอามือไขว้หลัง ไปจัดแจงเอาผ้าปิดไว้ โอ้โห... กูเย็นมากค่ะตอนนี้ ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับมา แล้วเดินมาชิดเตียงตรวจ และ... และ กำลังจะเปิดผ้าออก! “นาวา! ไม่เปิดไม่ได้เหรอ” “อะไรอีก ไม่เปิด ฉันจะรู้ได้ไงว่ามันช้ำไหม?” ฉันหลับตาปี๋ ไม่กล้าถามอะไรเขาต่อ เพราะยังไง เขาก็ต้องเห็นก้นฉัน! จนเขาค่อย ๆ ดึงผ้าออกช้า ๆ ทำฉันขนลุกซู่ขึ้นมาทันที กูอยากเอาหน้าซุกหมอน ให้ใจขาดตายตรงนี้เลย! พอเปิดผ้าออก เขาเหมือนนิ่งไปสักพัก คงมองก้นฉันอยู่มั้ง... จนฉันสัมผัสได้ถึง มือเย็น ๆ ที่แตะลงเบา ๆ ตามผิว ฮือ... สัมผัสแรกจากมือชาย! “โอ๊ะ โอ้ย... เจ็บอ
ไอ้เด็กคนนี้! “ไม่ได้ให้มารักษา แต่มาเปลี่ยนชุดให้หน่อยสิ ฮือ ๆ เจ๊ยังใส่ชุดนอนอยู่เลยไม้เอ้ย” (เฮ้อ หนูบอกแล้วให้หาแฟน เออ ๆ เดี๋ยวไป) ตอบเสร็จก็ตัดสายไปเลย ฉันลุกไม่ไหว จะลุกไปแปรงฟันยังไม่ได้เลย เข้าใจกันหน่อย! ไม่นาน ใบไม้ที่อยู่คอนโดตึกถัดไปก็เปิดประตูเข้ามา ไม่ต้องแปลกใจ ทำไมนางเข้ามายืนหน้านิ่งตรงหน้าฉันได้ เพราะห้องนี้ พ่อบอสซื้อให้ฉันกับใบไม้อยู่ตอนมหาลัย เราจึงมีคีย์การ์ดคนละใบ “ใบไม้ หยิบเครื่องสำอางกับโทนเนอร์มาด้วยสิ” ใบไม้มองหน้าฉันเซ็ง ๆ ก่อนจะหาถุงพลาสติก โกยเครื่องสำอางบนโต๊ะฉันใส่ แล้วเดินมานั่งบนเตียง “ลุกไม่ไหวเลยเหรอ” “อื้อ... บีบโทนเนอร์ให้เจ๊หน่อย เร็ว ๆ เดี๋ยวรถโรงบาลมา” ใบไม้ดูเซ็งฉันมาก แต่นางก็ทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง แม้กระทั่งเปลี่ยนเสื้อผ้า และแต่งหน้าให้ “เอ่อเจ๊... บอกตรง ๆ เหมือนแต่งหน้าศพ” ใบไม้! “ปากเหรอนั่น! เออ อย่าบอกพ่อบอสกับแม่กิ่งนะ ไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง” เบะปากใส่ฉันทันที “ยัดเยียดบาปให้หนูอีกแล้ว” “ตร
ฉันได้แต่จ้องหน้าขาว ๆ จมูกโด่งของเขา... บ้า ทำไมมันดึงดูดกันขนาดนี้ ฉันละสายตาไปไหนไม่ได้เลย ใจก็เต้นแรง แรงจนแทบจะทะลุออกมาแล้ว! “จะกอดฉันอีกนานไหม ฉันร้อน” และเขาก็มองไปที่แขนฉัน ก่อนที่ฉันจะดึงสติกลับมาได้ แล้วรีบกลับมายืนปกติทันที “แหะ ๆ เอ่อ... นี่ ขอบใจนะ ที่เอากระเป๋ามาคืน” เขาพยักหน้าแล้วยื่นให้ฉันอีกรอบ “ฉันคิดว่าเธอ จำเป็นต้องใช้ของบางอย่างในนั้น รีบรับไว้สิ รำคาญ” ของบางอย่าง ที่จำเป็นต้องใช้? เฮ้ย ยาคุม! ฉันรีบคว้ากระเป๋ามาเปิดดูทันที ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย เขารู้ได้ไง! ว่ากระเป๋าฉันมียาคุม? “นายเปิดกระเป๋าฉันเหรอนาวา?” “นี่! กระเป๋าเธอมันตกที่พื้น ของเธอกระจัดกระจายเต็มรถ ก็ต้องเก็บสิ!” “เอ่อ… แล้ว แล้ว… นายเห็นไอ้ยาแผงนี้เหรอ คือฉันไม่ได้กินเพื่อ” “ฉันไม่ได้ถาม” เพล้ง หน้ากูแตกกระจาย หล่นลงไปกองที่พื้น “แหะ ๆ ไม่บอกก็ได้” แล้วเขาก็หันหลังเดินออกไป ก่อนที่ฉันจะเห็นเขาเอามือปิดปากตัวเอง แล้วหาวไปด้วย เขาง่วง? “นาวา น
ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วกัดฟันตอบเขาไป “ฉันไม่เคยรู้เลย ว่าฉันเคยอ้วนด้วย” เขาเอามือล้วงกระเป๋า มองฉันหัวจรดเท้า “ไม่เคย ตอนนี้ก็อ้วน” ฉันถึงกลับอ้าปากค้าง! เขาเป็นผู้ชายคนแรก ที่บอกว่าฉันอ้วน! กูเอวยี่สิบสี่เองนะ พูดอะไรเกรงใจกางเกงไซส์เอสกูบ้าง! “เหอ ๆ โอเค… ฉันไม่ถือ เพราะนายเป็นคนแรก ที่ว่าฉันอ้วน ตานายคงไม่ถึงเอวเอสฉัน” “อืม ตามใจ แล้วเธอ?” เขาชี้มาที่ฉันสลับกับถนน คงจะถามว่าฉันรออะไรสินะ “อ๋อ ฉันรอแฟนมารับ” หมั่นไส้ บอกว่าแฟนมารับซะเลย “อืม ๆ” เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเปิดประตูขึ้นรถไป ฉันเองได้แต่ยืนรอแท็กซี่ คันไหนขับผ่าน ก็ไม่ใครจอดรับฉันเลย! จนแล้วจนเล่า จนมันดึกขึ้นเรื่อย ๆ หาว~ “แฟนเธอขับแท็กซี่เหรอ” ฉันเอามือปิดปากตัวเองที่หาวแทบไม่ทัน เมื่ออยู่เขา ก็เดินมายืนข้าง ๆ “อืม ๆ ทะเลาะกันนิดหน่อย” เขามองไปที่ถนนแล้วหัวเราะเบา ๆ หัวเราะที่กูหาวปากกว้างแน่ ๆ “หึหึ โกหกเก่งนะ” “โกหก? เอ่อ แล้วนายลงมา ทำไม
“มึงช้าตลอดซินน์” ไออุ่นเบะปากใส่ซินน์ทันทีเมื่อมันเดินมาถึงโต๊ะ ก่อนจะหยิบแก้วมาชงเหล้าให้ “ขอเข้ม ๆ นะเพื่อน” เข้ม ๆ “เข้มอะไร พ่อมึงมา กูเห็นออร่าพ่อมึง” ฉันชี้ไปที่ห้องวีไอพีชั้นบน จนมันถอนหายใจใส่ “พ่อแม่พวกมึงไม่หวงบ้างเหรอ ถามจริง” ฉันอดขำมันไม่ได้เลย หน้าบูดบึ้งสุด ๆ “หวงทำไม พวกกูโตแล้ว” ฉันเอามือปิดปากหัวเราะ มีแต่ไอ้ซินน์ที่ถอนหายใจใส่พวกเรา เออ โดนพ่อคุมแบบนี้ เป็นใคร ใครก็เซ็ง! เฮ้ย! เดี๋ยว ๆ ตอนนี้มันซดเหล้าที่ไออุ่นชงให้หมดแก้วแล้ว! “โอ้ย! อดอยากมาจากไหนเนี่ย” ไออุ่นรีบตีมือซินน์ดัง เพียะ “โอ้ย มึงอ่ะ ชงมาด่วน ๆ เลย จะได้รีบเต้น รีบกลับ กลัวใจคุณพ่อว่ะ” มันพูดไปมองหาพ่อตัวเองไป “เออ ๆ เห็นซดเหล้าพรวด ๆ แบบนี้ แล้วคิดถึงน้ำปั่นเลย ไม่รู้เรียนที่อังกฤษเป็นไงบ้าง ได้หลัวฝรั่งแล้วมั้ง ฮ่า ๆ” ไออุ่นชงเหล้า และเต้นไปด้วย เหมือนที่มันพูดถึงนั่นแหละ ฉันมีเพื่อนอีกคนชื่อน้ำปั่น ตอนนี้มันไปอบรมวิชาชีพที่อังกฤษ นางเป็นสัตวแพทย์ ฉันเต้นสักพักก็เผลอไปเห็นนาวิ
“แม่คะ ถ้าให้แม่เปรียบความรัก กับอะไรสักอย่าง แม่จะเปรียบมันเหมือนอะไร?” คำถามแรกบนโต๊ะอาหาร เมื่อฉันกำลังจะจากจังหวัดภูเก็ตในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ จนแม่ผู้ถูกถามตกใจ เงยหน้าขึ้นมาทันที ท่านคงจะสงสัย ว่าทำไมอยู่ ๆ ฉันถามอะไรแบบนี้ เฮ้อ... จะบอกว่าไงดี ฉันแก่แล้ว! ฉันอยากมีผัว แต่ฉันไม่กล้าจริง ๆ ฉันกลัวไปหมด กลัวโดนเท กลัวผิดหวัง เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะฉันเอง ยังไม่มีพ่อแท้ ๆ กับเขาเลย แม่เป็นซิงเกิ้ลมัม ฉันเป็นเด็กกำพร้าพ่อ แต่โชคดีของฉัน ที่ลุงบอส ลุงแท้ ๆ รับฉันเป็นลูกแทน และยังมีแม่เมย์ลิน พ่อที เจ้าของอนันธารากรุ๊ป รับฉันเป็นลูกบุญธรรมอีก แต่มันก็เท่านั้น ใจฉัน ฉันยังอยากตามหาพ่อแท้ ๆ อยู่ดี ไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำไมแม่ฉันถึงได้ปิดเงียบ ไม่บอกอะไรฉันเลย และดูท่าจะเกลียดพ่อมากด้วย “ถ้าให้แม่เปรียบ ก็คง... เหมือนอะไรสักอย่างที่น่าขยะแขยง” ฉันถึงกลับนั่งนิ่ง เมื่อได้ยินคำตอบจากปากแม่ ฉันบอกแล้ว ว่าแม่ เกลียดพ่อ แม่เกลียดความรัก และพร่ำสอนฉันมาตลอดว่า ความรักน่ะ ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ไม่ต้อ