"ขอบคุณทุก ๆ คนครับ...วันนี้ทำดีมาก ขอเดินทางกลับปลอดภัยทุกคนนะ พรุ่งนี้มาลุยกันต่อ" นักรบผู้เป็นเจ้าของกล่าวขอบคุณทีมงาน เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นและราบรื่นในวันนี้ เขาเป็นมิตรกับลูกน้องจนพวกเขารักใคร่ ความไม่ถือตัวเป็นกันเองคือเสน่ห์ที่ทำให้คนใต้บัญชาเคารพ
(ค่ะ/ครับ)
ทีมงานทุกคนกล่าวลาและทยอยกันออกจากพื้นที่ทำงาน แต่ยังมีคุณแม่ลูกติดกับลูกสาวตัวน้อยที่ยังคงเก็บของอยู่ลำพัง ข้าวของเด็กที่มันเยอะกว่าปกติ เลยทำให้น้ำส้มยังคงง่วนอยู่ที่เดิม แถมลูกน้อยของเธอก็นอนหลับสนิท จึงทำให้ดูลำบากและล่าช้ากว่าคนอื่น ๆ เขายืนมองอยู่ห่าง ๆ พลางใช้ความคิดบางอย่าง สองจิตสองใจจะเข้าไปช่วยเหลือหรือให้เธอทำตามลำพัง
"มึงยืนมองเฉย ๆ ได้หรือวะนักรบ...ดูใจดำเกินไปนะ" พลันความคิดฉุดขึ้น ความคิดด้านดีจึงต่อต้าน นั่นจึงทำให้เขาเดินเข้าไปหาเธอเพื่อยื่นมือช่วยเหลือ "ผมช่วยครับ"
"คุณนักรบ" น้ำส้มเงยหน้ามองตามเสียง และระบายยิ้มอ่อนให้คนตรงหน้า ที่อาสาช่วยเก็บของให้
"ผมช่วยครับ" เขาตอบอย่างสุภาพ พร้อมกับหยิบจับของใส่กระเป๋าผ้า ทั้งที่เธอยังไม่ยินยอม
"ไม่เป็นไรค่ะคุณนักรบ ฉันเกรงใจคุณเป็นถึงเจ้าของบริษัทฉันแค่ลูกจ้าง เดี๋ยวคุณจะดูไม่ดี" เธอรีบแย่งของจากมือนักรบ ไม่ใช่ว่าไม่อยากรับการช่วยเหลือ แต่เธอเจียมตัวเองเสมอว่าเป็นใครและควรอยู่จุดไหน การที่ระดับซีอีโอทำแบบนี้มันทำให้เธอประหม่าและเกรงใจมากกว่า
"มองผมในแง่ลบจังเลยนะครับ" เขาพูดแซวทีเล่นทีจริง เพื่อหยั่งเชิงว่าผู้หญิงตรงหน้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
"ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ...ฉันเกรงใจคุณจริง ๆ " เธอรีบโบกมือไปมาด้วยอาการลุกลี้ลุกลน กลัวว่าคนตรงหน้าจะมองเธอในทางที่ไม่ดี ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนามองเขาแบบนั้น แค่เธอเกรงใจที่เขาต้องลดตัวมาคลุกคลีกับคนที่ระดับไม่เท่าเทียม นั่นคือสิ่งที่เธอคิด
"แต่ผมเต็มใจช่วยนะครับ อีกอย่างน้องมะนาวก็นอนหลับ คุณจะอุ้มเธอไหวได้ยังไง แถมข้าวของพวกนี้อีกตั้งเยอะ...ปฏิเสธแบบนี้ผมเสียหน้านะครับ" เขาพูดติดตลก จึงทำให้คนขี้เกรงใจอย่างน้ำส้มยากจะปฏิเสธ
"ก็ได้ค่ะ...ขอบคุณมากนะคะ งั้นฉันขอเอาของไปเก็บที่รถก่อน ยังไงฝากอยู่เป็นเพื่อนมะนาวสักแป๊บได้ไหมคะ" สุดท้ายแล้วเธอก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในลูกตื้อของผู้ชายที่ชื่อนักรบ ฝากลูกสาวไว้กับเขาชั่วคราวเพราะเป็นห่วงหากจะให้เด็กน้อยอยู่เพียงลำพังยามหลับ
"ได้ครับ" เขาตอบรับด้วยความเต็มใจและส่งยิ้มอ่อนให้
น้ำส้มจึงเดินถือของพะรุงพะรังไปเก็บยังรถยนต์ ระหว่างทางเดินเธอหันหลังกลับมามองเพราะห่วงลูกสาว จนเดินลับสายตาไปสมองก็เริ่มประมวลภาพในช่วงที่ผ่านมา การเข้าหาและพูดคุยมันทำให้เธอที่หัวใจหว้าเหว่ใจเต้นแรง ทั้งที่ในใจบอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าสามีที่เป็นพ่อของลูกจะเป็นรักเดียวของเธอตลอดไป...
"น้องมะนาว....ขอบคุณนะที่พาอามาเจอแม่ของหนู ยัยกามเทพตัวกลม" เขามองหน้าหนูที่นอนหลับสนิท มือลูบหัวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู พร้อมคำพูดที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกจริง
“คุณแม่ขา” เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกตัวตื่นก็เรียกหาผู้เป็นแม่ทันที เมื่อเธอมองแล้วไม่เห็นแม่ที่รัก
"น้องมะนาวครับ...คุณแม่เอาของไปเก็บเดี๋ยวก็มา" ผู้ชายแสนอบอุ่นบอกกล่าวเด็กหญิง
“เหรอคะ” เด็กหญิงขยี้ตาแล้วลุกนั่งด้วยอาการสะลึมสะลือ ผมเผ้าฟูฟ่องแต่ก็ยังน่ารักน่าเอ็นดู
“หิวน้ำไหมคนเก่ง” เขาถามเด็กหญิงตัวกลม
“หิวค่ะ” เธอตอบฉะฉานไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัว คงเพราะคุ้นชินและนักรบก็เป็นผู้ชายใจดีชอบเด็ก
“น้ำจ้ะ” เขาเปิดฝาน้ำดื่มแล้วยื่นให้กับน้องมะนาว
“ขอบคุณค่ะคุณอาสุดหล่อ” เธอรับน้ำด้วยสองมือป้อม ๆ แล้วดูดกินต่อเนื่องเหมือนกับไม่ได้หายใจ นั่นคงเพราะหิวกระหายน้ำสุดขีด
“น้องมะนาว” เขาเรียกเมื่อพลันนึกถึงบางอย่างได้ แต่ก็เลิ่กลั่กไม่แน่ใจจะถามในสิ่งที่อยากรู้กับเด็กดีไหม แต่ถ้าไม่ถามเขาก็คงจะคาใจอยู่แบบนี้ แม้รู้ดีว่าเป็นคำพูดเลื่อนลอยเดียงสาของเด็กน้อยวัยสร้างสรรค์
"เรียกน้องทำไมเหรอคะคุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ " น้องมะนาวดื่มน้ำจนอิ่มเต็มท้อง เธอตอบรับและย้อนถามอย่างไม่ติดขัด แถมยังใช้คำพูดที่ติดปากจนทำให้คนฟังรู้สึกเขินอาย
"น้องมะนาวหยุดเรียกอาแบบนั้นได้ไหม...อาเขิน"
"ก็คุณอาหล่อเวอร์ ๆ จริง ๆ นี่คะ...น้องชอบ"
"หืม!? ชอบแบบไหนครับ"
"น้องก็ไม่รู้ค่ะ รู้แค่ว่าน้องชอบ"
"ครับ ชอบก็ชอบเนอะ"
คนสองคนที่ต่างวัยนั่งพูดคุยกันอย่างกับเพื่อนที่สนิทสนม เด็กหญิงมะนาวก็เหมือนจะชมชอบผู้ชายตรงหน้ามากเหลือเกิน และเขาก็เอ็นดูเธอที่แสนพูดคุย ยิ่งได้ใกล้ก็ยิ่งน่ารัก ทำให้เขารู้สึกไม่เบื่อหน่าย มีความสุขและยิ้มได้ตลอดเวลาที่ได้อยู่กับเธอ
"ค่ะ...ว่าแต่คุณอาเรียกน้องทำไมคะ" เด็กหญิงพยักหน้าและตอบรับ จากนั้นจึงย้อนถามในคำถามที่เธอนึกขึ้นได้
"เอ่อ~~คือว่า....ที่น้องมะนาวบอกว่าอาหล่อเหมือนคนที่คุณแม่ชอบน่ะ คุณแม่น้องมะนาวชอบใครเหรอครับ" นักรบกระอักกระอวลเมื่อสิ่งที่เขาอยากรู้ แต่เพื่อไม่ให้คาใจจึงได้กระซิบชิดหูเด็กหญิงแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่ว
"อ๋อ...แป๊บนะคะน้องขอเปิดก่อน....นี่ค่ะคนนี้ที่คุณแม่บอกว่าชอบ" น้องมะนาวพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะล้วงหยิบมือถือแล้วเปิดภาพของดาราที่แม่ของเธอชื่นชอบให้คุณอานักรบดู
"เซียวจ้าน!? " นักรบพูดขึ้น
"ใช่ค่ะ น้องว่าจะซื้อเซียวจ้านเป็นของขวัญวันคริสมาสต์ให้คุณแม่...คุณอาสุดหล่อว่าดีไหมคะ" เด็กหญิงนั่งเอียงคอไปมาด๊อกแด๊กอย่างน่ารัก พลางพูดในสิ่งที่เธอคิดในหัว
"ซื้อง่ายขนาดนั้นเลย" นักรับย้อนถาม เมื่อความเดียงสาของเด็กน้อยทำให้เขานึกขำ
"น้องก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น้องยังไม่เคยซื้อ คิกคิก" เด็กหญิงตอบด้วยความเดียงสา พร้อมกับยกมือป้องปากหัวเราะขบขัน และดันทำให้ผู้ชายอย่างนักรบยิ่งเอ็นดูในความน่ารักของน้องมะนาว และมีอาการปวดหัวในคราวเดียวกันกับคำพูดของเด็กหญิงมะนาว
"เด็กกวนตีนหรือกูหน้าโง่วะ" เขาก้มหน้าบ่นกับตัวเองเบา ๆ
"คุณอาว่าอะไรนะคะ" คำพูดที่ฟังไม่ชัด ทำให้น้องมะนาวต้องย้อนถาม
"เปล่าครับเปล่า" และเขาก็ปฏิเสธเพราะเป็นคำพูดที่ไม่น่าฟังสำหรับเด็ก
"คุณอาสุดหล่อขา..." เด็กหญิงเรียกขานเสียงยืดยาว
"ครับ"
"น้องมีเงินเท่านี้ซื้อเซียวจ้านให้คุณแม่ได้ไหมคะ" เด็กหญิงแบมือที่เงินแบงก์ยี่สิบสามใบแล้วเอ่ยถามคุณอานักรบที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทำเอาเขาอยากจะขำในความเดียงสาของเด็กหญิง
"อาว่าไม่น่าพอนะ เซียวจ้านเขาเป็นซุป'ตาร์ดังทั่วโลกค่าตัวแพงมาก ๆ " เขาให้คำตอบเด็กหญิง
"อย่างนั้นเหรอคะ...ถ้าคุณแม่เห็นเซียวจ้านต้องดีใจน้ำตาไหลแน่ ๆ เลยค่ะ เสียดายจังน้องอยากให้คุณแม่ดีใจ ทำยังไงดีนะเงินมีไม่พอ" เด็กหญิงทำหน้าละห้อยอย่างน่าสงสาร ปากกระจับเล็ก ๆ ก็พร่ำบ่นไปด้วย บางครั้งก็จิ้มแก้มอย่างกับคนใช้ความคิด
"น่ารักจังเลยห่วงคุณแม่ด้วย" ทำให้นักรบอดใจไม่ไหว ต้องหยิบแก้มของน้องมะนาวอย่างมันเขี้ยว
"ก็น้องรักของน้องนี่นา...คุณอาสุดหล่ออยากมารักคุณแม่เหมือนน้องไหมล่ะคะ" เด็กหญิงตอบอย่างทันท่วงที และพูดขึ้นในสิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างนักรบตั้งหลักไม่ทัน
"!! " จนเขานั้นนิ่งไป และรู้สึกหน้าแดงเมื่อคิดไกลในสิ่งที่เด็กพูด
"คุณอามีเงินเยอะไหมคะ" จู่ ๆ เด็กหญิงก็ถามขึ้น
"ก็พอมีครับ น้องมะนาวถามทำไมเหรอ" ทำให้เขาสงสัยและได้ถามเธอต่อ การพูดคุยทำให้รู้สึกคอแห้ง เขาจึงเปิดขวดน้ำแล้วกระดกขึ้นดื่ม สายตาก็พลางมองไปยังเด็กหญิงตัวกลม ที่นั่งเหยียดขาส่ายเล่นไปมาบนที่นอนปิกนิก
"งั้นน้องขอยืมไปซื้อเซียวจ้านเป็นของขวัญให้คุณแม่ได้ไหมคะ....โตขึ้นทำงานเดี๋ยวน้องเอามาคืน"
ฟู่!! ถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่มลงคอ เมื่อเด็กหญิงพูดออกมาตามความคิดที่ไร้เดียงสา
"แล้วโตขึ้นน้องมะนาวจะทำงานอะไรครับ ถึงจะมีเงินมาคืนอา" เขาถามเด็กหญิงเพื่อลองเชิง รอฟังคำตอบว่าจะมีไหวพริบเพียงใด"น้องก็จะเป็นคนสวยที่รวยเวอร์ ๆ ไงคะ" และแล้วก็แทบหงายหลัง เมื่อได้ฟังคำตอบที่โคตรสร้างสรรค์ของเด็กหญิงมะนาวตัวกลม ทำเอานักรบไม่รู้จะยิ้มหรือร้องไห้ก่อนดี"โอ๊ยตาย...เด็กน้อยเอ๊ย!" เขาอุทานออกมาพร้อมกับทาบมือลงหน้าผากอย่างหน่ายใจ...ช่างน่าสงสารซะจริง"อย่าเพิ่งตายสิคะ คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ ยังไม่ได้ให้น้องยืมเงินเลย" น้องมะนาวเอื้อมมือจับแขนของนักรบ แล้วพูดออกมาตามความคิดแบบเด็ก ๆ ที่ยังไม่รู้ความ"อาให้ยืมก็ได้ แต่น้องมะนาวต้องทำงานแลกนะ...โอเคไหม?" เขาตอบรับพร้อมกับยื่นข้อเสนอ เมื่อสมองผุดความคิดดี ๆ ออกมา"แล้วจะให้น้องทำงานอะไรล่ะคะ..." เด็กหญิงตัวน้อยถามขึ้น"น้องมะนาวทำอะไรได้บ้างล่ะ" และเขาก็ย้อนคืน"อืม~~ กินข้าว กินนม ไปโรงเรียนแล้วก็นอนกลางวันและกลางคืนได้ค่ะ" น้องมะนาวให้คำตอบอย่างไม่ติดขัด แต่สิ่งที่เธอพูดมาว่าทำได้มันกระตุ้นเส้นเลือดในสมองของนักรบจนเต้นตุบ ๆ"เอิ่ม~~" "คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ ไม่โอเคเหรอคะ ก็น้องยังเป็นเด็กนี่นา เลยทำได้แค่นี้เอง" เด็กหญิงพูดเสียง
#เบาได้เบา"เตรียมตัวกลับบ้านกันนะคะ" ผู้เป็นแม่เอ่ยชวนลูกสาวตัวน้อย ที่ยืนกอดเอวแน่น"ค่ะ""ขอบคุณนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนมะนาว...รบกวนคุณนักรบตลอดเลย" น้ำส้มเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือไหว้ขอบคุณจากใจ"ไม่เป็นไรครับแค่นี้เอง...ไปครับเดี๋ยวผมถือของไปส่งที่รถ" เขายิ้มให้และออกตัวช่วยเหลือ พลางยกของมาถือ จับมือน้องมะนาวไว้อย่างเตรียมพร้อม"ขอบคุณค่ะ" "คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ ขา" เด็กหญิงสะกิดที่ขาแล้วเงยหน้ามองเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง ทำให้นักรบต้องย่อตัวต่ำเสมอเด็กหญิง"มีอะไรครับ" เขาถามขึ้น"จับมือน้อง...แสดงว่าสัญญาจะให้น้องยืมเงินแล้วใช่ไหมคะ" คำตอบของน้องมะนาวทำเอานักรบยิ้มกริ่ม นับวันเขายิ่งรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้"ครับผม" เขาตอบรับอย่างไม่อิดออด"คุณอาใจดีเวอร์ ๆ เลยค่ะ...ห้ามเปลี่ยนใจนะคะ" ทำให้เด็กหญิงมะนาวฉีดหญิงกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจ เธอยื่นไปจับมือมั่นสัญญา"อาสัญญาครับ" นักรบเออออตามน้ำ เขาไม่ขัดเด็กน้อยผู้น่ารักคนนี้อยู่แล้ว...แก้มกลมน่าชังขนาดนี้ใครจะปฏิเสธได้ลง"กวนอะไรคุณอานักรบคะมะนาว" ผู้เป็นแม่เดินกลับเข้ามา เห็นลูกสาวตัวกลมคุยหยอกล้อมีรอยยิ้มจนต้องทักท้วง เพราะห่วงว่าลูกสาวจะ
"แตงกวาเรียกจ๋าเข้ามาหาผมหน่อย" นักรบเข้ามาเคลียร์งานในตอนเช้า เขากดสายหาเลขาหน้าห้อง เมื่อนึกใคร่รู้บางอย่าง"ค่ะ" แตงกวาเลขาหน้าห้องตอบรับ จากนั้นเธอจึงจัดการประสานงานต่อไปยังจ๋าที่ผู้เป็นเจ้านายต้องการพบเจอ จ๋าใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เธอเคาะประตูห้องทำงานของเจ้านายตามมารยาทที่ควรทำ แล้วจึงเดินเข้าไปหาเจ้านายที่นั่งรออยู่"คุณนักรบมีอะไรหรือเปล่าคะ" "นั่งก่อนสิผมมีเรื่องจะถาม""ค่ะ"จ๋าเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อมาถึง จึงทำให้ผู้เป็นนายตอบรับและผายมือเชื้อเชิญ เธอจึงนั่งลงเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม รอลุ้นว่าเจ้านายจะเสนองานอะไรให้ทำ"นางแบบคนเมื่อวานเธอสังกัดที่ไหนเหรอ""น้องน้ำส้มนะเหรอคะ""ครับ"นักรบถามขึ้นโดยที่เขายังคงง่วนอยู่กับการเซ็นเอกสารกองโตตรงหน้า ทำเอาจ๋าเกิดสงสัยแต่ก็ไม่แคลงใจอะไร "น้องไม่ได้สังกัดไหนค่ะ น้องเป็นนางแบบอิสระและบล็กเกอร์รีวิวสินค้าค่ะ จ๋าได้ยินว่าเป็นเพื่อนคุณเอมอร" เธอบอกเล่าแก่ผู้เป็นเจ้านายตามที่เธอรับรู้"เพื่อนเอมอร?" เขาเงยหน้าแล้วย้อนถาม เพื่อนของน้องสาวแต่เขาไม่เคยรู้จักเพื่อนคนนี้ได้ยังไง ทั้งที่คิดว่ารู้จักเพื่อนสนิทของน้องสาวแทบทุกคน"ค่ะ" จ๋าขานรับ"จำได้ว่
"มาทำไม" นักรบถามผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขาวางท่าขรึมเมื่อ 'แอนนา' มาที่นี่โดยเขานั้นไม่ได้เชิญชวน"นี่คือการถามซุป'ตาร์แถวหน้าเหรอคะนักรบ" แอนนาพูดขึ้น แม้จะรู้สึกเสียหน้าแต่เธอก็ยังวางท่าให้นิ่ง"คุณไม่มีงานที่นี่หนิ" นักรบถามถึงจุดประสงค์เพราะคิวงานของแอนนามันคืออีกที่หนึ่ง"แอนนาสิต้องถามคุณมากกว่าว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ปกติคุณไม่มาดูงานอื่นนอกจากงานถ่ายนางแบบระดับต้น ๆ แล้วก็แอนนา แต่ทำไมงานนี้ถึงได้มา" แอนนาประจันหน้าพูดกับนักรบเสียงเรียบ แต่ประโยคสุดท้ายเธอกับปรายสายตาไล่มองน้ำส้มอย่างดูแคลน"ผมไม่จำเป็นต้องตอบคุณ" นักรบว่าขึ้น คำพูดตอบโต้ของเขาทำเอาแอนนาต้องกัดฟันแน่นอย่างอดทน"อะ เอ่อ...ฉันขอตัวก่อนนะคะ" เห็นสถานการณ์ดูตึงเครียด น้ำส้มที่รู้ตัวว่าเป็นส่วนเกินจึงเอ่ยขึ้นเพื่อหลบเลี่ยง ให้คนทั้งสองได้คุยกันเป็นการส่วนตัว เธอจึงจะเอี้ยวตัวเดินหนีออกมา"ผมยังคุยกับคุณไม่เสร็จนะครับน้ำส้ม" ทว่านักรบกลับคว้าข้อมือของเธอรั้งไว้ นั่นทำให้แอนนามองด้วยความไม่พอใจเธอกับนักธุรกิจไฟแรงเป็นคู่จิ้นที่สื่อจ้องมอง และแอนนาเองก็มีใจให้กับนักรบมานานตั้งแต่ที่เธอก้าวขาเข้ามาในวงการ
#ความรู้สึกที่เริ่มถลำลึก"คุณไม่เป็นไรนะน้ำส้ม" นักรบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย หลังจากที่แอนนาเดินไปจนพ้นสายตาแล้ว"ไม่เป็นไรมากค่ะ" น้ำส้มที่ยืนขากะเผกทรงตัว รีบตอบโต้เมื่อนักรบถามไถ่ แม้จะเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้า ก็ตอบเพื่อให้เขาสบายใจเธอไม่อยากสร้างความกลัดกลุ้มให้ใครจนวุ่นวาย"แต่เหมือนข้อเท้าคุณจะบาดเจ็บนะครับ" เขาสังเกตการยืนของน้ำส้มจึงที่ดูไม่ปกติจึงเอ่ยขึ้น ล้วนเกิดจากความห่วงใยที่มีต่อเธอทั้งสิ้น "ประคบน้ำแข็งสักหน่อยก็คงดีขึ้นค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้" เธอพูดพลางพยายามเดินไปนั่งพักยังเก้าอี้ใกล้ตัว และมีนักรบที่ช่วยเหลือประคอง"เดี๋ยวจ๋าไปเอาน้ำแข็งกับผ้ามาให้นะคะ" จ๋าที่ยืนดูอยู่ไม่ไกล เธอรีบอาสาเมื่อเห็นว่าน้ำส้มได้รับบาดเจ็บ ทุกคนเห็นเหตุการณ์ทว่าไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะรู้ฤทธิ์เดชของแอนนาเป็นอย่างดี เธอมีนิสัยอย่างไรจนทีมงานไม่อยากจะเข้าใกล้ ภายนอกที่สวยงามแต่เบื้องหลังนั้นร้ายกาจต่างจากเบื้องหน้าโดยสิ้นเชิง"ทำไมชอบตัดพ้อผมอยู่เรื่อยเลยนะ..." แต่คำพูดของน้ำส้มนั้นกลับทำให้นักรบรู้สึกใจเหี่ยว เมื่อมันเหมือนกับว่าเธอปิดกั้นไม่ให้เข้าใกล้ จนอดไม่ได้ที่ต้องพูดออกไปอย่างกับคนน้อยใจ"เปล
#รักไม่ได้มีแฟนแล้ว"ฉันดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" น้ำส้มเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่นาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา ตอนนี้เกือบจะถึงเวลาที่ลูกสาวต้วน้อยของเธอเลิกเรียน และเธอต้องรีบไปรับให้ทัน ไม่อยากให้ลูกสาวต้องเป็นฝ่ายรอสองมือสาระวนเก็บของใส่กระเป๋า ข้อเท้าที่มีอาการเจ็บก็เริ่มทุเลาแต่ก็ยังขยับมากไม่ได้ เธอวุ่นวายกับการจัดเก็บสิ่งของจนนักรบต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออีกครั้ง ล้วนทำด้วยความเต็มใจ"แล้วคุณจะรีบไปไหน" เขาถามพลางเอื้อมมือหยิบของยื่นให้น้ำส้มใส่กระเป๋า"ต้องรีบไปรับน้องมะนาวที่โรงเรียนค่ะ ฉันไม่อยากให้เธอรอนาน" เธอให้คำตอบแก่เขา"ผมขับรถให้ขาคุณเจ็บคงขับเองไม่ไหวหรอก" นักรบอาสาพร้อมกับถือวิสาสะสะพายกระเป๋าของเธอ ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้แล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่น้ำส้มพยุง"วันนี้ฉันรบกวนคุณนักรบเกินไปแล้วค่ะ ฉันเกรงใจคุณจริง ๆ นะคะ" น้ำส้มพูดขึ้นเธอส่งสายตามองผู้ขายที่ยืนอยู่ด้านข้าง พยายามขยับตัวออกห่าง แต่ด้วยแรงขาที่มีไม่มากพอจึงไม่สามารถทำได้ และทุกครั้งที่น้ำส้มออกแรงผลักไส เขาก็จะเพิ่มแรงรั้งไว้พร้อมสายตาจับจ้องข่มขู่เชิงคำสั่ง และนั่นทำให้เธอต้องเชื่อฟังอย่างกับโดนสะกดเพียงแ
#ยอมผมสิ"น้องกวนอะไรคุณอานักรบคะ" เธอเอ่ยถามลูกสาวที่นั่งรออยู่ในรถ กดสายตาจ้องมองไปยังน้องมะนาวที่กำลังจะอ้าปากพูดกับนักรบที่นั่งอยู่ด้านหน้า ด้วยรู้นิสัยของลูกสาวดีว่าเป็นคนช่างพูดแค่ไหน ที่ได้ถามออกไปเพราะกลัวว่าเขาจะนึกรำคาญเสียมากกว่า"น้องเปล่ากวนนะคะ เราสองคนคุยกันรอคุณแม่เฉย ๆ" เด็กหญิงตอบกลับผู้เป็นแม่ ไม่มีคำพูดไหนเลยที่จะติดขัด ทุกคำล้วนฉะฉานชัดเจน จนทำให้แม่ที่นั่งมองต้องระบายยิ้มอ่อน ไม่เว้นแม้กระทั่งนักรบที่คอยมองอยู่เงียบ ๆ มองหน้าหญิงสาวที่อยู่ด้านข้าง บ้างก็หันไปยิ้มให้กับเด็กหญิงมะนาวผู้เดียงสา พกพาความน่ารักสยบหัวใจนักรบจนลุ่มหลงและเอ็นดู"จ้า...มะนาวไม่ได้กวนใจอะไรคุณใช่ไหมคะ?" ผู้เป็นแม่ตอบรับลูกสาว จากนั้นจึงหันไปถามนักรบด้วยความเกรงใจ"ไม่เลยครับ...น้องน่ารักมากแถมคุยเก่งด้วย" เขาตอบเธอด้วยความรู้สึกจริงจากใจ ไม่ได้บิดเบือนเพื่อเอาใจเธอแต่อย่างใด "เห็นไหมคะน้องบอกแล้วว่าน้องไม่ได้กวนสักจิดเดียว" เด็กหญิงมะนาวพูดต่อหลังจากที่ผู้ใหญ่สองคนคุยกันจบประโยค มือป้อม ๆ ยกขึ้นจรดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากัน เป็นสัญลักษณ์บ่งชี้ความหมายคำว่าจิดเดียว(นิดเดียว) ตามคำพูด
"คุยอะไรกันเหรอคะเบาจังน้องไม่ได้ยิน" เด็กหญิงที่นั่งขมวดคิ้วจ้องมองด้วยความสงสัย เธออยากมีส่วนร่วมจึงชะเง้อหน้าแทรกกลาง ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรีบละห่างจากกันด้วยท่าทีเอียงอายไปคนละทิศละทาง"ไม่ได้คุยอะไรค่ะ...เราเข้าบ้านกันค่ะมะนาวน้องหิวไม่ใช่เหรอ" ผู้เป็นแม่ตอบลูกสาวทั้งที่พวงแก้มยังแดงระเรื่อเพื่อบ่ายเบี่ยง เธอแทบไม่กล้ามองหน้าเขาเพียงเสี้ยวสายตา เพราะว่าเขินจากกิริยาที่เขากระทำ มันปุกปั่นจังหวะการเต้นของหัวใจเธอจนยากจะสั่งห้าม แม้จะพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ดึงสติให้อยู่กับตัวก็ยากจะทำได้ ยิ่งเห็นหน้าเขาก็ยิ่งประหม่าทรงตัวไม่ไหว"แล้วผมล่ะ! ไม่ชวนเข้าบ้านหน่อยเหรอ"นักรบชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วถามขึ้น เมื่อสองแม่ลูกจ้ำเท้าจะเดินเข้าบ้านอย่างกับคนลืมเจ็บ ทิ้งเขาไว้ด้านหลังเหมือนมองข้ามเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน".........." คำทักท้วงทำให้น้ำส้มชะงักและหันกลับมามอง ทำเงียบไม่ตอบโต้เพราะว่ายังอายไม่หาย ได้แต่เม้มปากแน่นมองหน้านักรบอย่างเคอะเขิน"โคตรใจดำเลย" นักรบยืนสองมือล้วงกระเป๋าแล้วยกไหล่สูง สายตามองไปทางอื่นพูดออกมาเลื่อนลอย แสร้งเหมือนไม่ตั้งใจพูด แต่แอบลุ้นหวังสะกิดใจคนที่อยากให้ได
"ทำงานชดใช้จนกว่าผมจะพอใจ""มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะ แล้วฉันต้องทำไปถึงไหนกันระยะเวลาสิ้นสุดก็ไม่มี"นักรบเผยตัวเลือกที่สร้างความตกใจแก่น้ำส้มไม่น้อย จนเธอพรวดพราดลุกขึ้นยืนค้ำโต๊ะ เผลอเสียงดังใส่หน้าเขา ที่ตอนนี้เอาแต่จ้องมองด้วยใบหน้าเรียบตึง ท่าทางขึงขังของน้ำส้มแทบอยากตะปบหัวนักรบกดลงพื้นโต๊ะ แต่เธอก็ทำได้เพียงกำมือและกัดฟันแน่นเท่านั้น"มีสิครับ" นักรบลุกยืนช้า ๆ ทำท่าเดียวกับน้ำส้ม ทั้งสองประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมกัน แล้วนักรบจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาไม่ละห่างจากคนที่อยู่ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที"แล้วกี่ปีกี่เดือนละคะ" เธอย้อนถาม"ตลอดชีวิตไงครับระยะเวลาสิ้นสุด" เขาตอบเธอ จากนั้นจึงนั่งลงเก้าอี้ตามเดิม จรดปลายปากกาลงเอกสารอย่างคนสบายใจ จำให้น้ำส้มต้องนั่งลงด้วยใจอ่อนแรง เธอไม่รู้จะแข่งหรือต่อกลอนกับผู้ชายคนนี้ยังไงแล้ว เพื่อให้เขาผ่อนปรนยอมให้เธอได้ผ่อนผันสิ่งที่ลูกสาวก่อขึ้นด้วยความเดียงสา"หน้าตาก็ดีทำไมถึงใจดำโหดเหี้ยมแบบนี้ละคะ...เสียแรงที่เคยชื่นชมคุณ เมื่อวานฉันไม่น่าขอร้องคนใจดำแบบคุณเลย" เธอนั่งลงชักสีหน้าบึ้งตึงแล้วบ่นต่อหน้าเขา สองมือกุมหัวแสดงความกลัดก
"ลูกนะลูกหางานให้ตลอด แค่เรื่องเมื่อวานยังไม่รู้จะรอดไหม นี่ยังมีหน้าไปเป็นหนี้เขาอีก ตายแน่ฉันจะไม่ใช้หนี้หัวโตเลยหรือไง ค่าผ่อนบ้านเดือนนี้ก็ยังไม่ได้จ่าย" น้ำส้มบ่นยุบยิบระหว่างขับรถเพื่อไปพบนักรบตามที่เขานัดไว้ ข้อเท้าที่บาดเจ็บก็เหมือนพลันหายไปเมื่อเทียบกับเรื่องมากมายที่หนักอก บาดแผลจึงดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับปัญหาที่เธอต้องเผชิญ"มาพบคุณนักรบค่ะ นัดไว้สิบเอ็ดโมงตรง" น้ำส้มเดินเข้ามาในบริษัทติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งนัดกับพนักงานให้รับทราบ"คุณน้ำส้มใช่ไหมคะ? " พนักงานถามย้ำ"ใช่ค่ะ" เธอตอบรับอย่างสุขุม"รอสักครู่นะคะ" "ค่ะ"จากนั้นพนักงานต้อนรับจึงได้ต่อสายขึ้นไปเพื่อแจ้งให้กับเลขาหน้าห้องได้ทราบ แล้วต่อมาจึงได้เชื้อเชิญชี้ทางให้น้ำส้มขึ้นไปพบ เธอเพิ่งเคยมาสถานที่นี้ครั้งแรกจึงประหม่า และรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย ดั่งปัญหาที่เธอกำลังจะพบเจอมันดูยากเย็น"นัดสิบเอ็ดโมงตรงมาแล้วค่ะท่านประธาน...เชิญค่ะคุณน้ำส้ม""ขอบคุณค่ะ"เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้บริหารระดับสูง ยังไม่ทันที่น้ำส้มจะได้แนะนำตัว เลขาที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็ยกหูโทรศัพท์ต่อสาย จากนั้นจึงเชิญเธอเข้าไปในห้องทำงา
(ว่าไงคะพี่ชาย เดี๋ยวนี้หายหัวตลอดไม่ค่อยอยู่บริษัทเลย) เอมอรกดรับสายที่เรียกเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายจึงได้ตอบรับปลายสายอย่างสนิทสนม เหมือนที่เคยพูดคุยกันในปกติ"หายอะไรก็เข้าบริษัททุกวัน" เขาตอบน้องสาว(ก็อรไปทีไรไม่ค่อยเห็นอยู่ห้อง) เอมอรโต้ตอบสวนคืน เธอจะเข้าไปหาพี่ชายทีไรก็ไม่เคยเจอหน้าสักที สุดท้ายก็ถ่อกลับออกมาโดยไม่ได้อะไรตามที่ต้องการเลยสักอย่าง พักหลังพี่ชายของเธอชอบแอบหนีออกจากบริษัทบ่อยครั้ง จากที่รู้คือการไปดูงานถ่ายแบบซึ่งปกติแล้วนักรบไม่ค่อยจะไป นอกจากการถ่ายแบบของแอนนา"มาหาไม่ถูกเวลาเองช่วยไม่ได้ แกหยุดถามพี่ก่อนได้ไหม พอดีมีเรื่องจะถาม" (ถามอะไร)"แกพอจะรู้จักร้านที่ทำสแตนดี้หรืองานสั่งทำหมอนข้างอะไรนี่ไหม แบบเร่งด่วนภายในสองสามชั่วโมง"(พี่จะหาไปทำไมอะ)"เออน่า แกรู้จักบ้างไหมช่วยสั่งทำให้หน่อยดิ"(เออมี แล้วพี่จะทำแบบไหนล่ะ)"เขามีอะไรก็ทำหมดนั่นแหละ สแตนดี้ตั้งพื้นสูงเท่าคนจริง หมอนข้าง แก้วน้ำ อะไรพวกนี้"(พี่จะทำไปเพื่อ!?)สิ่งที่พี่ชายบอกผ่านเครื่องมือสื่อสาร มันทำให้เอมอรถึงกับต้องย้อนถามด้วยความงุนงง เธอไม่เคยพี่ชายจะใส่ใจในสิ่งของพรีเมี่ยมเหล่านี้เลย ทำ
"รับน้องซะยับเยินเลยนะ" นักรบที่จัดการล้างหน้าตัวเองจนสะอาด เขามานั่งบนโซฟาตัวเดิมที่นอนหลับก่อนหน้า สายตาจ้องมองสองแม่ลูกที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ที่ตอนนี้สีหน้าซีดเผือดอย่างรู้สึกผิด“ฉันขอโทษแทนลูกด้วยนะคะคุณนักรบ ฉันอบรมแกไม่ดีเอง” น้ำส้มพูดขึ้นพลางเงยหน้ามองนักรบด้วยแววตาอ้อนวอน เธอเห็นสีหน้าของเขาดูเกรี้ยวโกรธ จึงกลัวว่าจะส่งผลกับงานที่กำลังไปได้ดี“..........” แต่นักรบยังนั่งนิ่งมือกอดอก สีหน้าเรียบตึงจนน้ำส้มและน้องมะนาวนั่งหงอย ใบหน้าห่อเหี่ยวอย่างหวาดหวั่น พยายามพูดเว้าวอน แต่เหมือนคนงอนด้วยอารมณ์จะยังไม่ตอบรับใด ๆ“เงียบแบบนี้โกรธแน่เลย คุณนักรบฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ ต่อไปจะไม่ให้มะนาวทำแบบนี้กับคุณอีก...คุณไม่โกรธใช่ไหม?” ลักษณะที่เงียบกริบของนักรบ ทำให้น้ำส้มหวั่นใจหนักกว่าเดิม จนต้องวิงวอนเขายืนกรานและกล่าวโทษตัวเอง เพราะยังไงลูกคือสิ่งที่แม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำผิดหรือถูกก็ตาม นั่นคือสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องทำ“ผมควรทำยังไงกับพวกคุณสองแม่ลูกดี” นักรบวางท่าทางนิ่งขรึม แล้วถอนลมหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยวาจาอย่างกับว่าเขาหน่ายใจ กับสิ่งที่ได้พบเจอวันนี้“น้องก็แค่อยากให้คุณอาหล
"คุณแม่น้องหิวข้าว...แล้วนั่นคุณแม่ไปกัดคุณอานักรบทำไมคะ" เสียงแหลมดั่งสนั่นลั่นบ้าน จึงสามารถปลุกคนที่ตกในภวังค์อื้ออึงแยกห่างจากกัน และมันสามารถปลุกคนที่หลับใหลให้ลุกตื่นมานั่ง ทั้งสองคนมีอาการลุกลี้ลุกลนไปคนละทิศทาง ต่างอายสายตาของกันและกัน นักรบแสร้งเป็นเปิดทีวีแต่มือดีคว้ารีโมทแอร์มาแทน ใช้กดเปิดหน้าจอทีวีที่ไร้ภาพบนนั้น แต่เขาดันมองเเละหัวเราะเหมือนสนุกสนานอีกด้านของน้ำส้มก็ก้มเช็ดพื้นด้วยมือเปล่าอย่างตั้งใจ ทำให้เด็กหญิงมะนาวที่วิ่งเข้ามากะทันหันเห็นแล้วเกิดอาการอย่างงุนงง ได้แต่เอียงคอมองเกาหัวยิก ๆ ในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองทำ"คุณอานักรบหัวเราะอะไรเหรอคะ" ความสงสัยทำให้เด็กหญิงต้องไปนั่งข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ก็เธอกำลังงง!"ดูหนังตลกไงครับ ตลกมาก ๆ เลยเนอะ ฮ่าฮ่า" นักรบหันมาพูดตอบ และปล่อยเสียงหัวเราะออกมา"ไม่เห็นจะมีอะไรตลกเลยค่ะ หรือว่าคุณอานักรบมีตาทิพย์เหรอคะ ไม่เปิดทีวีก็ดูหนังตลกได้ด้วย" เด็กหญิงทักท้วงด้วยใบหน้าแสนใสซื่อ พลางชี้มือไปตรงทีวีที่ไร้ภาพเคลื่อนไหวและการแสดงอย่างที่นักรบว่า"เชี้ยแล้วไง!" นักรบถึงกับหันหน้าหนีแล้วสบถอย่างหัวเสีย รู้สึกอายหนักกว่าเดิ
"มะนาวไปล้างมือมาทะ....." หลังจากที่ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยพร้อมตั้งโต๊ะเตรียมทานมื้อเย็น น้ำส้มจึงเดินมาเรียกลูกสาวและแขกของบ้าน แต่ต้องมีอาการชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ที่สร้างความตกใจแก่เธอเป็นอย่างมาก มันคือความเละเทะ! จนยากจะปริปากพูด "ชู่~~คุณแม่เบา ๆ สิคะเดี๋ยวคุณอาจะตื่น" เด็กหญิงรีบยกนิ้วแตะริมฝีปาก ทำท่าทางห้ามปรามผู้เป็นแม่ที่เสียงดัง"น้องทำอะไรคะเนี่ย! ทำไมหน้าคุณอานักรบเละแบบนี้" น้ำส้มปรี่ประชิดตัวลูกสาวแล้วถามด้วยความใคร่รู้ แม้จากสิ่งที่เห็นจะเดาได้ว่าเป็นฝีมือลูกสาวแสนซนของเธอ"ทำเหมือนคุณแม่ไงคะ น้องอยากให้คุณอาหล่อเวอร์ ๆ กว่าเดิม....น้องทำดีไหมคะคุณแม่ขา" เด็กหญิงอธิบายตาใส แววตาไร้เดียงสา ปากฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี ทว่าท่าทีนั้นทำเอาผู้เป็นแม่ควันแทบออกหู"ทำดีอะไรล่ะ น้องทำคุณอาแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะน้องมะนาว ไปเอาที่เช็ดเครื่องสำอางกับสำลีมาให้แม่เลยนะคะ ก่อนที่คุณอานักรบจะตื่น" ผู้เป็นแม่จับแขนลูกสาวออกห่างจากนักรบ แล้วพูดเสียงเบาตำหนิลูกสาวแสนซนที่ปั้นหน้าแป้นไร้เดียงสา อย่างกับว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด จนแม่ต้องถลึงตาเขียวใส่"คุณแม่อย่าเพิ่งแปลงร่างนะคะ...เดี๋ยวน้องจะ
"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ" เขาเดินเข้ามาในครัวเเล้วอาสา เมื่อเห็นว่าน้ำส้มกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเย็น"ไม่เป็นไรค่ะคุณเป็นแขกฉันจะกล้าให้คุณทำได้ยังไงกันล่ะคะ...คุณนักรบไปนั่งรอที่โซฟานั่งเล่นก็ได้ค่ะ" เธอบอกเขาพลางระบายยิ้มแสนหวาน ที่ทำเอาคนมองตราติดในสายตา"ไม่อยากเป็นแขกอะ ขอเป็นแฟนได้ป้ะครับ" เขาพูดหยอดจนทำให้น้ำส้มถึงกับชะงักเสียการทรงตัว วันนี้เธอจะทนไม่ไหวกับคำหวานและความเจ้าเล่ห์ที่เขาถาโถมใส่ ตั้งรับไม่หวาดไม่ไหวจนอายแทบแทรกแผ่นดินหนี"คุณนักรบ" น้ำส้มเอื้อนเอ่ยกดน้ำเสียงต่ำพลางจ้องหน้าเขาอย่างห้ามปราม พยายามจะไม่แสดงความเขินอาย แต่ก็ไม่สามารถเก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ได้ ก็เขาเล่นหยอดเธอแทบทุกโอกาส มีแต่เธอนั่นแหละที่พลาดทำให้เขากลั่นแกล้ง ตอบโต้ไม่ทันสักครั้ง แค่ถูกเขาจูบตรงหน้าบ้านก็เขินจนจังหวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแทบช็อก"โอเค...งั้นผมไปเล่นกับน้องมะนาวรอนะ" เขาชี้นิ้วกลับไปด้านหลังแล้วบอกเธอ "ไปเลยค่ะ ตามสบายนะไม่ต้องเกรงใจฉัน ทีวีก็เปิดดูได้เลยรีโมทก็วางอยู่บนโต๊ะ" "ครับผม"นักรบเดินออกมาจากห้องครัว แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวหน้าทีวี เขายิ้มแก้มแทบปริเพี
"ทำอะไรกันเหรอคะ" เสียงแหลมดังแทรกพร้อมกับแรงกระตุกชายเสื้อของนักรบและน้ำส้ม ทำให้ทั้งสองคนนั้นดึงสติกลับคืนมา แล้วก้มหน้ามอองต่ำตามเสียง มีหนูน้อยเงยหน้ามองผู้ใหญ่สองคนสลับกันไปมา นั่นเพราะว่าเธอกำลังสงสัยในสิ่งที่เห็น((อะเอ่อ~~)) สายตาของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่มองหน้ากันอย่างเขินอายจนอ้ำอึ้ง นึกถึงคำตอบโต้ไม่ทัน ยิ่งสายตากดดันของน้องมะนาวก็ยิ่งทำให้ผู้เป็นแม่เม้มปากแน่นคิดไม่ออก จะบอกลูกสาวที่ช่างซักไซ้ยังไงให้ละม่อมเข้าใจ ในภาพที่มันล่อแหลม"คุณอานักรบหิวเหรอคะ เลยจะกินคุณแม่...Oh No!!" เด็กหญิงมะนาวพูดออกมาด้วยความเดียงสาตามภาพที่เธอเห็นและเข้าใจ ก่อนจะสบถและเบิกตาโตยกมือสองข้างขึ้นปิดปาก ส่ายสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยจินตนาการของเด็กที่กำลังแล่นภาพมโนในหัว"น้องกำลังคิดอะไรอยู่มะนาว มันไม่มีอะไรหรอกนะคะ" ผู้เป็นแม่ที่เดากิริยาของลูกสาว เธอเกิดความวิตกกลัวว่าลูกสาวผู้จินตนาการเลิศล้ำ จะถลำความคิดไปไกล จนต้องรีบแก้ต่างดักทางเอาไว้ด้วยความลุกลี้ลุกลน จนคนตัวสูงที่ยืนมองนั้นกลั้นขำไม่ไหว ได้แต่เบือนหน้าออกด้านข้างเปล่งหัวเราะเบา ๆ จนน้ำส้มจิกสายตาข่ม นั่นจึงทำให้นักรบเบาลง"ไม่นะคะ!! น
"คุยอะไรกันเหรอคะเบาจังน้องไม่ได้ยิน" เด็กหญิงที่นั่งขมวดคิ้วจ้องมองด้วยความสงสัย เธออยากมีส่วนร่วมจึงชะเง้อหน้าแทรกกลาง ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรีบละห่างจากกันด้วยท่าทีเอียงอายไปคนละทิศละทาง"ไม่ได้คุยอะไรค่ะ...เราเข้าบ้านกันค่ะมะนาวน้องหิวไม่ใช่เหรอ" ผู้เป็นแม่ตอบลูกสาวทั้งที่พวงแก้มยังแดงระเรื่อเพื่อบ่ายเบี่ยง เธอแทบไม่กล้ามองหน้าเขาเพียงเสี้ยวสายตา เพราะว่าเขินจากกิริยาที่เขากระทำ มันปุกปั่นจังหวะการเต้นของหัวใจเธอจนยากจะสั่งห้าม แม้จะพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ดึงสติให้อยู่กับตัวก็ยากจะทำได้ ยิ่งเห็นหน้าเขาก็ยิ่งประหม่าทรงตัวไม่ไหว"แล้วผมล่ะ! ไม่ชวนเข้าบ้านหน่อยเหรอ"นักรบชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วถามขึ้น เมื่อสองแม่ลูกจ้ำเท้าจะเดินเข้าบ้านอย่างกับคนลืมเจ็บ ทิ้งเขาไว้ด้านหลังเหมือนมองข้ามเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน".........." คำทักท้วงทำให้น้ำส้มชะงักและหันกลับมามอง ทำเงียบไม่ตอบโต้เพราะว่ายังอายไม่หาย ได้แต่เม้มปากแน่นมองหน้านักรบอย่างเคอะเขิน"โคตรใจดำเลย" นักรบยืนสองมือล้วงกระเป๋าแล้วยกไหล่สูง สายตามองไปทางอื่นพูดออกมาเลื่อนลอย แสร้งเหมือนไม่ตั้งใจพูด แต่แอบลุ้นหวังสะกิดใจคนที่อยากให้ได