ไลลา
หลังจากที่หยุดเรียนไปสามวันทำให้สมองได้พักผ่อนเพียงพอ และคิดว่าฉันคงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้วล่ะ การที่เรามีพี่หรือน้องมันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะบางเรื่องเราก็ไม่สามารถปรึกษาพ่อแม่ได้หรือเพื่อนด้วย พอมีไดมอนด์อยู่มันก็เลยทำให้ไม่เหงาเท่าไร ได้คุยกันตามประสาพี่น้องมันทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ช่วงที่ฉันไม่ไปเรียนเฌอรีนก็โทรมาหาฉันทุกวันทำให้ฉันรู้สึกว่า เรื่องระหว่างพวกเขาอาจจะแค่สนุกหรือไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ฉันยอมรับว่าฉันไม่อาจตัดใจจากมิโน่ได้ ฉันไม่อยากเลิกกับมิโน่ยังอยากคบกับเขาต่อไป และฉันก็คิดว่าเฌอรีนก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับมิโน่หรอก
“หายดีแล้วหรอไลลา” เสียงมิโน่ทักขึ้นเมื่อฉันเดินผ่านประตูหน้าบ้านออกมา
“อืม..ไม่เป็นแล้วล่ะ” มิโน่ยืนจ้องมองหน้าฉันแล้วก็ยิ้ม
“อะไร” ฉันถามออกได้ด้วยความเขิน ก็เล่นจ้องซะขนาดนี้
“ไม่เห็นหน้าตั้งสามวันขอมองหน่อยไม่ได้หรอ” มิโน่ยิ้มหวานมาให้
“บ้าน๊า..ขึ้นรถได้แล้ว” ตอนนี้แก้มฉันคงแดงแล้วมั่ง
พอเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย มิโน่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที
“เมื่อไร ไลลาจะบอกเรื่องของเรากับพ่อของไลลาสักที”
“ทำไมหรอ”
“โน่อยากดูแลไลลาให้มากกว่านี้ อยากอยู่ใกล้ๆ เวลาไลลาไม่สบาย” มิโน่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ฉัน
ฉันเอื้อมมือไปจับมือมิโน่เขาก็หงายมือขึ้นเพื่อประสานมือกับกัน
“อีกไม่กี่เดือนเราก็เรียนจบกันแล้ว พอไลลามีงานทำและทำให้พ่อเห็นว่าสามารถดูแลตัวเองได้ พ่อก็จะได้หายห่วง ถึงตอนนั้นถ้าไลลาจะมีแฟนพ่อก็คงไม่ว่าอะไรแล้วล่ะ” ฉันบอกมิโน่
“งั้นโน่จะรอนะครับ” มิโน่เอื้อมมืออีกข้างมาหลูบผมฉันอย่างอ่อนโยนพร้อมกับดึงฉันเข้าหาตัวเพื่อจูบลงที่หน้าผากแผ่วเบา ฉันรักมิโน่นี้คือเหตุผลเดียวที่น่าจะเพียงพอที่ฉันจะให้อภัยเขาและมองข้ามสิ่งที่ได้เจอก่อนหน้านี้ได้
เมื่อฉันมาถึงมหาลัยมิโน่ก็รีบลงจากรถเพื่อมาเปิดประตูให้ฉันพร้อมกับจับมือฉันเดินเข้ามหาลัยไปพร้อมกัน ฉันก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดเต็มใจด้วยซ้ำ รู้สึกอบอุ่นจัง
“เฮ่..ทางนี่” เสียงเรียกจากเฌอรีน เธอโบกมือให้เราสองคนจังหวะที่เราเดินไปหาเฌอรีน ฉันเห็นเฌอรีนจ้องมองต่ำลงมาที่มือของฉันกับมิโน่ซึ่งเราจับมือกันอยู่ ฉันเห็นสายตาไม่พอใจจากเฌอรีนแต่ก็แค่แป๊ปเดี่ยวเท่านั้น เธอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานในฉันทันที
“แกหายดีแล้วหรอไลลา” เฌอรีนถามพร้อมกับดึงฉันเข้าไปกอดทำให้ฉันต้องปล่อยมือจากมิโน่“อืม...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มให้เฌอรีน“เข้าเรียนกันเถอะ” เสียงมิโน่บอก ฉันหันไปมองหน้ามิโน่เขาก็ยิ้มอบอุ่นส่งมาให้ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ควรคิดอะไรมากมายอีกต่อไป เพราะในสายตาของมิโน่มีแค่ฉันสามเดือนต่อมา....ฉันกับมิโน่ก็ยังคบกันอยู่แต่ก็ยังไม่มีใครรู้เหมือนเดิม ฉันอยากจะเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยบอกพ่อว่าฉันคบกับมิโน่ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันรับปริญญาแล้ว อยากให้ถึงเร็วๆ จัง คิดดังนั้นฉันก็นั่งยิ้มให้กับตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้องนอนติ่งเสียงแอพพลิแคชั่นไลน์ดังขึ้น ฉันหันไปมองที่หน้าจอโทรศัพท์ “มิโน่” ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมิโน่ : นอนยังไลลา : กำลังจะนอน มีไรหรอมิโน่ : ฉันปวดหัวอ่ะ ยาแก้ปวดก็หมดด้วยอ้าวเขาไม่สบายหรอเนี้ยไลลา : แล้วเป็นไรมากเปล่าฉันรีบพิมพ์กลับไปถามด้วยความเป็นห่วงมิโน่ : ถ้าได้กินยาก็คงดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลยจะไปซื้อยาเองก็ไปไม่ไหวไลลา : งั้นเดี่ยวไลลาเอายาไปให้นะรอแป๊บฉันค่อยๆ ย่องออกจากบ้านกลัวพ่อกับน้าภาตื่น ดีนะที่พ่อเข้านอนแล้ว ฉันเข้าไป
ตุบเสียงมาจากชั้นสองของบ้าน ฉันรีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองแล้วก็ต้องหยุดมองเพราะข้างบนนี้มีสามห้องมิโน่อยู่ห้องไหนเนี้ย ฉันหันไปทางซ้ายก็เจอห้องสุดทางเดินระเบียงประตูห้องปิดไม่สนิท น่าจะใช่ห้องนี้แหละ ฉันเดินไปที่ประตูเอื้อมมือผลักเข้าไป แต่แล้วสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ฉันถึงกับพูดไม่ออก ขาก็นิ่งอยู่กับที่เหมือนมีใครมาสตั้นไว้งั้นแหละ อะไรกัน มิโน่กับเฌอรีน แล้วเฌอรีนมาอยู่นี่ได้ไง พวกเขานอนกอดกันอยู่บนเตียง เสื้อนักศึกษากับกระโปรงทรงเอของเฌอรีนก็วางกองอยู่ปลายเตียงฉันรีบเอามือปิดปากเมื่อมีก้อนสะอึกขึ้นมาจุกที่คอ“อะ อึก..” ฉันเผลอร้องออกมาฉันหันหลังรีบเดินลงมาข้างล่าง ทำไม พวกเขาถึงมาอยู่ด้วยกันอีก ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วนะ ทำไมมิโน่ถึงทำกับฉันแบบนี้ ทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรที่มันซ้ำซากแบบนี้ด้วย ฉันกำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กหน้าบ้านก็มีเสียงเรียกฉันไว้“ไลลา นั่นแกใช่ไหม” เสียงเฌอรีนเสียงเฌอรีนเดินมาหา ฉันรีบเช็ดน้ำตาแบบลวกๆ แล้วหันกลับไปมองเฌอรีนตอนนี้เธอใส่เสื้อสีขาวตัวใหญ่น่าจะเป็นเสื้อของมิโน่ ฉันเบือนหน้าหนีเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมทำท่าจะไหลออกมาอีก“อืม...แกมาอยู่นี้ได้ไง” ฉันพยายามแสดง
เฌอรีนปกติฉันจะให้คนขับรถมาส่งที่มหาลัย แต่วันนี้อยากเอารถมาเองกะว่าจะไปรับไลลาที่บ้านเพื่อมาเรียนพร้อมกัน แต่ว่าฉันต้องเห็นฉากกุ๊กกิ๊กของเพื่อนกับผู้ชายที่ฉันแอบรักตั้งแต่ปีหนึ่งแทน มิโน่“หึ เจ็บดีไมล่ะเฌอรีน” ฉันพึมพำกับตัวเองแบบนี้คงหายดีแล้วล่ะได้ยาดีขนาดนั้น ฉันเหยีบคันเร่งออกมาจากหมู่บ้านของเพื่อนทันที ใช่ว่าฉันดูไม่ออก ฉันรู้อยู่หรอกว่ามิโน่รู้สึกยังไงกับไลลา คืนนั้นเป็นวันเกิดของมิโน่ ฉันลงทุนซื้อนาฬิกาสุดหรูให้ หวังว่ามิโน่จะเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้าง แต่ก็เปล่าเลยเขาไม่เคยสนใจฉันเลย ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ด่อยไปกว่าไลลาเลยสักนิดแถมดีกว่าด้วยซ้ำ ไลลาก็แค่เด็กต่างจังหวัดบ้านก็ไม่ได้รวยอะไร ส่วนฉันเป็นถึงลูกผู้ดีมีเงิน แต่ก็สู้อะไรเธอไม่ได้เลย แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างฉันบ้าง วันนั้นฉันโดนไอ้ชั่วสองตัวนั่นมอมยา ฉันคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่ๆ ยังดีที่มิโน่เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน พอได้เห็นหน้าคมเข้มของมิโน่บวกกับฤทธิ์ยา แล้วฉันก็ดื่มเหล้าหนักด้วยมันทำให้อดใจไม่ไหว ฉันได้ยินมิโน่เอ่ยชื่อไลลา ฉันมองหน้าเขาอย่างงุนงง นี่เขาคิดว่าฉันเป็นไลลาหรอเนี้ย แต่ว่าก็ช่างมันเหอะตอนนี้เขาอยู่ตรงนี้แล้ว
เพี๊ยะพ่อตบหน้าฉัน ตั้งแต่ฉันเกิดมาพ่อยังไม่เคยตีฉันสักครั้งเลย นี่เขาเห็นนังสองแม่ลูกนั้นดีกว่าฉันงั้นหรอ“เฌอ...พ่อ...ขอ..” ฉันหันหน้ากลับไปมองพ่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ“เฌอเกลียดพ่อ ได้ยินไหมว่าเฌอเกลียดพ่อ!!!” ฉันวิ่งออกมาจากบ้านเดินตรงไปยังรถคู่ใจ ฉันรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งแล้วก็บิดกุญแจสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งออกจากบ้านนั้นทีฉันขับออกมาเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง แล้วฉันก็มาจอดอยู่ที่หน้าร้านอาหารแถวบ้านมิโน่พอดี ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีต้นไม้เล็กใหญ่ประดับอย่างลงตัวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นดีจัง ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามิโน่ หวังว่าเขาจะรับสายนะ“มีไร” เสียงมิโน่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ฉันอยู่ร้านเหล้าแถวบ้านนาย มาหาฉันหน่อยสิ” ฉันบอกมิโน่“ทำไมฉันต้องไป” เขาถาม“ก็..ฉันเป็นเพื่อนนายไง” ฉันบอกเขาไป ถึงแม้ในใจอยากจะเป็นมากกว่านั้นก็ตามมิโน่กดวางสายไป เขาจะมาไหมนะ? ฉันนั่งดื่มเหล้าสักพักก็มีผู้ชายผิวเข้ม หน้าคม เดินมาหาฉันที่โต๊ะ เขานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน เขามา..ดีใจจัง ฉันรีบชงเหล้าแล้วก็ส่งให้เขา มิโน่รับแล้วก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว“ขอบค
วันนี้เป็นวันรับปริญญาของบัณฑิตจบใหม่ เหล่าผู้ปกครองและญาติของบัณฑิตใหม่ต่างก็มารอถ่ายรูปและแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีครอบครัวฉันด้วย“พี่ไลลามาถ่ายรูปกัน” เสียงไดมอนด์น้องชายสุดที่รักของฉัน เรียกให้มาถ่ายรูปกับครอบครัว วันนี้แม่ฉันก็มาด้วยนะ ทุกคนพร้อมใจกันมาแสดงความยินดีกับฉัน“ไลลา” เสียงมิโน่เรียกฉัน ฉันจึงหันไปยิ้มให้ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันมีความสุขเพราะฉะนั้น ฉันไม่อยากคิดอะไรให้รกสมอง“นี่ๆ ไลลา มิโน่มาถ่ายรูปกัน” เสียงเฌอรีนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส“ไดมอนด์ ถ่ายให้หน่อยสิ” เฌอรีนบอกพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ไปให้ไดมอนด์เราสามคนมายื่นอยู่ที่หน้าซุ้มดอกไม้ซุ้มหนึ่ง มิโน่ยืนอยู่ตรงกลางฉันอยู่ทางซ้ายเฌอรีนยืนอยู่ทางขว้า“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง สา..” จู่ๆ เสียงนับเลขของไดมอนด์ก็ขาดหายไป ฉันหันไปตามสายตาของไดมอนด์ก็ถึงกับยืนอึ่งไปชั่วขณะ เมื่อเฌอรีนเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อหอมแก้มมิโน่ ฉันรีบเบือนหน้าหนีทันที“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันรีบเดินหนีไปจากตรงนั้นทันที ฉันเดินมาเรื่อยๆ จนถึงต้นไม้ใหญ่ด้านหลังหอประชุม ฉันยืนแอบที่หลังต้นไม้ใหญ่แล้วร้องไห้ออกมาในที่สุด เมื่
เรย์วันนี้ผมแต่งตัวดูเป็นผู้ดีผูกไทด์ใส่สูท ปกติไม่ค่อยชอบแต่งตัวสไตส์นี้สักเท่าไร ชอบแต่งแนวฮิปฮอบมากกว่า ที่ต้องใส่สูทก็เพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานของลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณอาผม เฌอรีน อยู่ดีๆ ก็แต่งปุ๊บปั๊บไม่รู้ว่าท้องป่องรึเปล่า จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนแต่งงานเร็วขนาดนี้ทั้งๆ ที่พึ่งเรียนจบแท้ๆ แต่ก็นะมันก็เรื่องของเขานิ เราเป็นที่ชายที่แสนดีไม่ควรเสือกดีกว่า ^_^อีกอย่างนะที่ลงทุนแต่งหล่อมาขนาดนี้ก็หวังว่าจะได้เจอเพื่อนคนสวยของเฌอรีนด้วย “ไลลา” แค่เอ่ยชื่อผมก็เผลอยิ้มออกมาอย่างกับคนบ้าแล้ว ถ้าจะเป็นเอามากนะเนี้ย...“พี่เรย์ค่ะ” ผมหันหลังกลับไปมองตามเสียงเรียก เฌอรีนนั้นเองเธอเดินจูงมือเจ้าบ่าวมาหาผม หน้ามันคุ้นจังเหะเหมือนจะเคยเห็น? ออ..นึกออกล่ะผู้ชายที่นั่งจ้องไลลาในวันนั้นเองที่ผับของโลโค่ ไม่เห็นไอ้หมอนี้มันจะสนใจเฌอรีนเลย แล้วมาแต่งงานกันได้ไงว่ะ! พอเฌอรีนเดินมาถึงผมก็ยิ้มทักทายให้กับญาติผู้น้อง“ไงเรา พี่ยินดีด้วยนะ” ผมแสดงความยินดีกับเฌอรีน“นี่พี่เรย์พี่ชายเฌอเอง แล้วก็นี่เจ้าบ่าวของเฌอ มิโน่” เฌอรีนแนะนำเจ้าบ่าวของเธอ แต่เดี่ยวนะหมอนี่มันชื่อ มิโน่หรอ จะใช่เจ้าของสร้อยข
หนึ่งปีผ่านไป....แสงแดดยามเช้าส่องลอดช่องหน้าต่างกระจกเข้ามากระทบกับใบหน้าสวยรูปไข่ พอโดนแสงแดดแยงตาก็ทำให้เธอลืมตาขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกเห็นพระอาทิตย์สาดแสงสีส้มอ่อนทำให้บรรยากาศยามเช้าของเมืองกรุงดูสวยงามยิ่งนัก นี่อุตส่าห์ซื้อห้องที่อยู่สูงๆ แล้วนะเนี้ย พระอาทิตย์ก็ยังตามมาส่องแสงจนได้ ฉันนั่งยิ้มให้กับตัวเองที่กระจกสะท้อนเงา ไม่ว่าคนเราจะอยู่สูงแค่ไหนก็ไม่มีใครจะอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์ได้นั้นคือความสัจจริงคลื่น.......คลื่น........คลื่น........เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงดังขึ้น ฉันรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ไลลาพูดสายอยู่ค่ะ” กรอกเสียงลงไป“ตื่นหรือยังค๊า คุณลูกสาว” เสียงพี่แมนนี่สาวประเภทสองผู้จัดการส่วนตัวฉันเอง“ตื่นแล้วค๊า” ฉันตอบพี่แมนนี่“วันนี้เวลาบ่ายสองครึ่ง มีถ่ายแบบให้เสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งนะ ทำหน้าทำตามาสวยๆ นะค่ะคุณสาว เดี่ยวพี่ส่งโลเคชั่นไปให้” พี่แมนนี่บอกเสร็จก็วางสายไปติ่ง!พี่แมนนี่ :สตูดิโอ Mไลลา : ^-^เปิดอ่านข้อความเสร็จ ฉันก็หยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป ตั้งแต่เรียนจบฉันก็ขอพ่อซื้อคอนโดโดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกต่อการไปท
“ป่ะค่ะ คนสวยแต่งตัวกัน” พี่สาวประเภทสองหันมาบอกฉัน เธอพาฉันเดินออกมาอีกห้องหนึ่งซึ่งหน้าจะเป็นห้องไว้สำหรับแต่งตัว ฉันเปลี่ยนชุดเสร็จก็มานั่งแต่งหน้ากับพี่สาวประเภทสองแล้วก็สาวน้อยที่ฉันเจอเมื่อตอนมาถึงที่นี้“นี่เรานะชื่ออะไร พี่ยังมีรู้ชื่อเราเลย” ฉันหันไปถามสาวน้อยคนสวย“ของขวัญค่ะ” เธอหันมาตอบพร้อมกับยิ้มหวานมาให้“ชื่อน่ารักจัง” ชื่อน่ารักจริงๆ“ลูกสาวพี่เองแหละ ปั้นมากับมือ เขาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ด้วยนะ มาคอยเป็นลูกมือพี่หาวิชาเพิ่มเติม เด็กคนนี้ขยันดีนะ” พี่ช่างแต่งหน้าเล่าให้ฟัง“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่า ชมของขวัญจนตัวจะลอยแล้วนะ” ของขวัญบอกพร้อมกับขำ“จ้า คุณลูกสาว” พี่ช่างแต่งหน้าตอบ ฉันรู้สึกถูกชะตาเด็กคนนี้จังเลยเหะ“หน้าใสมากเลยค่ะ น้องไลลา” ช่างแต่งหน้าออกปากชม ฉันยิ้มตอบ“เนี้ย...รู้อะไรไหม เจ้าของแบรนด์นะ เขาเจาะจงมากเลยนะว่าต้องเป็นเราเท่านั้นนะ” พี่ช่างแต่งหน้าบอก“หรอค่ะ” ฉันหลับตาลงเพื่อให้ช่างแต่งกรีดตาได้สะดวก“บอสของพวกพี่เนี้ยก็เป็นเพื่อนกับเจ้าของแบรนด์นั่นแหละแล้วก็เป็นหุ้นส่วนกันด้วย เห็นว่าวันนี้จะเข้ามาดูเราถ่ายด้วยนะ” ใครกันนะรู้จักฉันด้วยหรอ.. ไม่ได้ดังขนาดนั
แถมอีกนิด...หลังจากคลอดลูกฉันก็ฟิตหุ่นอย่างหนักจนตอนนี้ฉันก็กลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมแล้วราเรซก็เป็นเด็กดีมากไม่งอแง้ให้ฉันต้องเหนื่อยเลย“แม่ค่ะ ฝากราเรซแป๊บนะ” ฉันหันไปบอกแม่ ตอนนี้แม่ฉันมาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานชั่วคราว“จะไปไหนลูก” แม่หันมาถามฉัน“ไปธุระนิดหน่อยค่ะ”ตอบแม่เสร็จฉันก็เดินขึ้นรถคู่ใจตรงดิ่งไปยัง ST ผับ เพราะอะไรนะหรอ หึ!สายของฉันรายงานมาว่า สามีฉันและเพื่อนๆ ของเขารวมทั้งไอ้น้องชายตัวแสบด้วยกำลังถ่ายเอ็มวีเพลงโปรโมทค่ายของพวกเขาพวกนั้นพานางแบบสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ยี่สิบกว่าคนใส่บิกินี่มาถ่ายแต่นั้นก็ไม่เท่าไรหรอก พอได้เห็นรูปที่สายของฉันส่งมาก็ทำให้ฉันปิ๊ดแตกทันทีเมื่อสามีตัวดีของฉันนั่งอยู่บนโซฟาแล้วมีสาวๆ นั่งขนาบข้างคนหนึ่งก็ลูบไล้อีกคนก็เต้นยั่วและที่สำคัญพี่เรย์จับก้นแล้วก็โอบยัยพวกนั้นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีฉันร่วมแฟรมด้วยก็ฉันนะนางแบบหุ่นเอ็กซ์ตัวแม่“สวัสดีค่ะ ทุกคน” เมื่อฉันปรากฏตัวก็ทำให้ทั้งหมดหันมามองเป็นตาเดียวใช่ว่ามองเพราะฉันคือเมียของพี่เรย์หรอกนะ แต่ที่มองก็เพราะว่าฉันใส่บิกินี่สุดวาบหวิวแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึก“แบะ! เจ้า” เฮียซัมดี“แล่มมาก” เฮียเจ
บทส่งท้าย....วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต เป็นความฝันของลูกผู้หญิงทุกคนที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะใส่ชุดแต่งงานสีขาวกระโปรงยาวๆ เดินไปบนพื้นพรมที่โปรยไปด้วยดอกกุหลาบหลายสีงานแต่งของฉันจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวที่ทางโรงแรมเขาเตรียมไว้ให้“พร้อมรึยังลูก” พ่อเดินเข้ามาถามฉัน“ค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนเข้าไปกอดพ่อ“ลูกสาวพ่อสวยจังเลย” ความอบอุ่นจากพ่อทำให้ฉันคลายความกังวลลงได้ไม่มีอ้อมกอดไหนจะอุ่นเท่ากับอ้อมกอดของพ่อแม่แล้วล่ะตื่นเต้นจัง ฉันเดินค้วงแขนพ่อเข้ามาในงาน มีแขกมาร่วมงานกันมากมายเพื่อนของฉันก็มาด้วย มิโน่ เฌอรีน และหนูน้อยมิริน พวกเขาส่งยิ้มแสดงความยินดีมาให้กับฉันฉันมองไปเบื้องหน้าก็เจอกับผู้ชายหน้าคม ผิวขาวออร่าพุงเหมือนวันแรกที่เจอกันเขาอยู่ในชุดสูทสีขาวทำให้เขาดูน่ามองยิ่งนัก เขายืนส่งยิ้มแสนอบอุ่นมาให้“พ่อฝากลูกสาวพ่อด้วยนะ เรย์” พ่อฉันบอกเขา พร้อมกับจับมือฉันไปวางไว้บนมือหนาที่ยื่นมารอรับอยู่แล้ว“เรย์จะรักและดูแลไลลา ให้ดีที่สุด เรย์ให้สัญญาครับ” พี่เรย์ยืนยันคำมั่นกับพ่อของฉัน“แม่ฝากไลลาด้วยนะเรย์” ฉันเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยควา
หนึ่งเดือนต่อมา ณ บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง“พ่อครับ ผมทำลูกสาวพ่อท้องครับ” เสียงผู้ชาย หล่อ ผิวขาว หน้าคม พูดขึ้น“ล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย” ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทำสีหน้างงงวยเป็นเสียงสนทนาระหว่างพ่อของฉันกับว่าที่สามี พี่เรย์ นี่เขาคุยกับผู้ใหญ่ไม่เป็นรึไงจะมาขอลูกสาวเขาแต่มาบอกกับพ่อเขาว่าทำลูกสาวเขาท้องเนี้ยนะ“จริงครับพ่อ” เสียงน้องชายตัวดีพูดเสริม ไดมอนด์“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีลูกชายผมมันใจร้อนไปหน่อยไม่รอให้ผมที่เป็นพ่อของมันมาพูดให้นะครับ” เสียงผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับภรรยาของเขา“ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ” ฉันยกมือไหว้ท่านทั้งสอง เขาคือพ่อแม่ว่าที่สามีฉันเอง“ก็พ่อช้านิครับ” พี่เรย์หันไปโว๊ยพ่อตัวเอง“จะมาขอลูกสาวเขาทั้งที ไม่เตรียมสินสอดทองหมั้นมาแล้วใครเขาจะยกลูกสาวให้ ห๊ะ! ไอ้เรย์” พ่อพี่เรย์บ่นลูกชาย“นี่ค่ะ สินสอดแล้วก็ของหมั้น” แม่พี่เรย์วางพานที่เต็มไปด้วยเงินสด ทองแหวนเพชรและเครื่องประดับอื่นๆ มีใบโฉนดที่ดินด้วยฉันมองหน้าพี่เรย์อย่าง งงๆ“แล้วผมจะกล้าขัดได้ไง ในเมื่อพร้อมกันซะขนาดนี้” พ่อฉันได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“เรื่องสินสอดนะให้เขาคุยกันเอง
“เบาๆ สิ เดี๋ยวกระเทือนลูก” พี่เรย์แกล้งดุฉัน“แค่นี้เอง ไม่กระเทือนหรอกน่า” ฉันบอกพี่เรย์“งั้นมาต่อแขนต่อขาลูกหน่อยไหม” นั้นไงพอเห็นไม่ว่าอะไรเข้าหน่อยนี่ เอาใหญ่เลย“มาเล่นเกมส์กันก่อนดีกว่า” ฉันเสนอ“เกมส์อะไร” พี่เรย์พูดอย่างหงุดหงิดนิดๆ“มาเป่ายิงชุบกัน ผู้ชนะมีสิทธิ์ถอดเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ได้ของผู้แพ้” ฉันอยากทรมานเขาเล่น“งั้นพี่ยอมแพ้ ไลลาถอดพี่ได้เลย” พี่เรย์พูดจบก็ทำท่าจะถอดเสื้อผ้าตัวเอง“ไม่ค่ะ ต้องเป่ายิงชุบก่อน” ไม่ยอมง่ายๆ หรอก อยากหื่นดีนัก“มาค่ะ ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” ฉันชนะฉันจับชายเสื้อข้างล่างของพี่เรย์แล้วก็ดึงออกทางศีรษะ“ถอดกางเกงเลยไม่ได้หรอ” ดูทำพูดเข้า ใจร้อนจริงฉันส่ายหน้าให้แทนคำตอบ“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะ“ถอดกระโปรงเลย” พูดจบก็พุงตัวมาจับฉันถอดกระโปรง“ทำไมไม่ถอดเสื้อก่อนเล้า..พี่เรย์ มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆ” เขาพยายามจะถอดกระโปรงให้ได้พอฉันยึดจับกระโปรงไว้พี่เรย์ก็จี้เอวฉัน“มาต่อเลย” เขายึดกระโปรงไปเป็นที่เรียบร้อย คนบ้าฉันต้องเอาหมอนมาวางที่ตักไว้แทนมันวาบหวิวไปหน่อย“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะอีกแล้ว“ถอดกางเกงในเลยทีนี้” โอ๊ยย
“อ้าว พี่เรย์มาได้ไงคะ” เฌอรีนถามเขาตอนนี่พี่เรย์จ้องหน้าฉันนิ่ง แววตาเสียใจไหววูบไปกับน้ำตาที่เริ่มคลอ“เพราะแบบนี้สินะ ถึงไม่ยอมบอกพี่” พี่เรย์พูด สายตาเจ็บปวด“ไม่ใช่นะ ไลลามะ...” ฉันพยายามอธิบาย“พี่เข้าใจแล้วล่ะ” พี่เรย์กำลังจะเดินข้ามถนนหนีฉันไป“ฉันท้องกับพี่แก ยัยเฌอบ้า” ฉันหันมาตะคอกเฌอรีนฉันรีบวิ่งตามข้ามถนนโดยไม่ทันระวังตัว“ไลลา ระวัง” ฉันหันหน้ากลับมามองเฌอรีน เธอกำลังวิ่งตามฉันมาปริ๊นนนน โครม...เฌอรีนผลักฉันให้พ้นทางแต่ฉันก็กอดเฌอรีนไว้ด้วยเธอพลิกตัวเองไปทางรถยนต์ทำให้เฌอรีนโดนชนเต็มๆ“เฌอรีน!!” ฉันร้องลั่นเมื่อเห็นเลือดจากหัวของเฌอรีน“ละ..ลูก ฉัน” มือของเธอกุมท้องตัวเองไว้“ไม่เป็นไรๆ ลูกยังโอเคร ไม่เป็นไรนะ” น้ำตาฉันไหลพราก สงสารเฌอรีน“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกสมควรตาย ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ” ฉันหันไปตามเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้น แพทตี้หรอยัยแพทตี้เป็นคนขับรถชนเฌอรีน“ไลลา!” พี่เรย์วิ่งตาตั้งมาจากไหนก็ไม่รู้“ช่วยพยุงเฌอรีนหน่อย” ฉันบอกให้พี่เรย์ พยุงเฌอรีนแทนฉันฉันลุกขึ้นเดินตรงไปที่ยัยแพทตี้ ที่กำลังหัวเราะเหมือนคนบ้า“ซะใจมากใช่ไหม มานี่” ฉันกระชากผมแพทตี้อย่างแรงตามด้วยฝ่าม
หลังจากกลับมาจากถ่ายแบบที่ทะเล ฉันก็ขอพี่แมนนี่พักหน่อยเพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย พี่เรย์ก็ทำงานอยู่ที่ค่ายเพลงไม่ค่อยได้กลับมาคอนโด ไปหาดีไหมน่าจะยุ่งอยู่รึเปล่าฉันขับรถมาจอดที่ใต้ตึก LayMusic ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตึกขึ้นไปยังชั้นสองตรงไปที่ห้องสุดทางเดิน ฉันเลือนประตูกระจกไปด้านข้าง โคมไฟบนโต๊ะส่องแสงพอให้มองเห็นภายในห้อง ใบหน้าคมขาวเนียนกำลังนอนหลับอยู่บนโซไฟตัวใหญ่ เวลาหลับก็ดูไม่มีพิษมีภัยอยู่หรอก แต่ถ้าตื่นล่ะก็คนล่ะเรื่องเลย ฉันเดินไปหยิบผ้าห่มที่โต๊ะข้างโซฟามาคลุมร่างหนา ดูใกล้ๆ ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี้ย ฉันนั่งลงกับพื้นพรมมองหน้าพี่เรย์ ฉันค่อยๆ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเบาๆ“แอบลักหลับพี่หรอ ไลลา” พี่เรย์พูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา“รู้ได้ไงว่าเป็นใคร” ยังไม่ลืมตาซะหน่อยพี่เรย์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ดึงฉันไปนั่งตรงกลาง แขนแกร่งก็โอบรอบเอวฉันไว้หลวมๆ“ก็เมียพี่นิ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”เพิ๊ยะ ฉันตีแขนเขาไปหนี่งที พูดจาแสลงหู“ใครเมียพี่ค่ะ” ยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย“ทบทวนความจำสักหน่อยไหมล่ะ” เห็นไหมล่ะ พอตื่นมาก็หื่นใส่เลย“ทบทวนเรื่องไหนคะ เรื่องพี่เรย์กับมินนี่นะหรอ” ฉันเลยแขวะเข้าให้“ไม่
สองเดือนต่อมา...เสียงคลื่นน้ำสีเขียวมรกตสาดซัดเข้าชายฝั่ง ลมเย็นพัดผ่านกระทบผิวกายทำให้รู้สึกเย็นสบาย ตอนนี้ฉันมาถ่ายแบบที่ทะเล บรรยากาศดีมาก และการถ่ายแบบที่ทะเลชุดที่ใส่ถ่ายก็ต้องเป็นบิกินี่ ไม่ได้ถ่ายคนเดียวมีนายแบบด้วยนะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลน้องชายฉันเอง ไดมอนด์ เพราะว่าถ่ายกับน้องตัวเองฉันก็เลยรับงานนี้ และเจ้าของงานก็คือ มิโน่ เป็นอีกคนที่ไม่ยอมให้ถ่ายกับนายแบบคนอื่น แล้วฉันก็ไม่ได้บอกพี่เรย์ด้วย ถ้าเขารู้ไม่ยอมให้ถ่ายแน่“ดีมากครับ สวยครับ” เสียงตากล้องชม เมื่อฉันกับน้องชายเริ่มโพสต์ท่าทาง“โอเครครับ เยี่ยมๆ ทุกคนเก่งมาก” ตากล้องชมทีมงานทุกคนเมื่อทำงานเสร็จ“พี่ไลลา น้ำค่ะ” ของขวัญถือน้ำมาให้ฉัน พร้อมกับเสื้อคลุม“แล้วน้ำฉันล่ะ” ไดมอนด์หันไปถามของขวัญ“ไดมอนด์ขา น้ำเย็นๆ มาแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเอาน้ำมาให้ไดมอนด์“พี่ไลลาร้อนไหมเดี่ยวของขวัญไปเอาพัดลมแบตเตอรี่มาให้” ของขวัญถามอย่างใจดี“ฉันอยากกำลังอยากได้อยู่พอดี ไปเอามาให้หน่อยสิ” เอะยังๆ อยู่นะน้องชายฉันเนี้ย“นาย เอ้ย..คุณโดมอนด์ ก็เรียกพวกสาวๆ ของคุณสิค่ะ พวกนั้นอยากจะบริการคุณจะแย่อยู่แล้ว” พูดจบของขวัญก็เดินหนีไป
ฉันกลับมาจากทำงานเป็นเวลาบ่ายสอง เมื่อเช้าตอนออกไปรถพี่เรย์ก็จอดอยู่กลับมาก็ยังจอดอยู่ที่เดิม กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ไม่มาหาฉัน ทีเมื่อวานล่ะทำเป็นห่วงก้าง เชอะ!ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของพี่เรย์ เธอควรจะกลับห้องตัวเองนะไลลา แต่มือฉันมันกดกริ่งหน้าห้องเขาไปแล้ว“มาหาใครครับ” พี่เรย์ทำหน้านิ่งทันทีที่เห็นฉันเป็นอะไรอีกล่ะ? ทำเป็นถามว่ามาหาใคร แต่ก็เปิดประตูซะกว้างเลยนะ กลัวฉันไม่เข้าไปล่ะสิ ไม่เนียนเอาซะเลย“งั้นไม่รบกวนล่ะคะ” ฉันแกล้งจะเดินกลับห้องแขนเรียวยาวก็คว้าเอวฉันเข้าไปในห้องปั๊บ นึกว่าจะแน่“จะรีบไปไหน” พี่เรย์พูด ทำหน้าดุใส่“ก็กลับห้องสิคะ ถามได้” แกล้งกลับซะเลย“มากดกริ่งห้องเขา แล้วไม่เข้ามามันเสียมารยาท” ใครบอกมาเนี้ย ไม่เห็นจะเคยได้ยิน“ก็เจ้าของห้องหน้าบูด ไม่รับแขกนี่ค่ะ” พอโดนฉันว่าหน้าบูด ก็ปล่อยแขนออกจากเอวฉันแล้วก็หันหลังให้ทันที อะไรของเขา“เป็นอะไรค๊า” อ้อนสักหน่อย เดี๋ยวจะเสียเที่ยวที่เขาอุตส่าห์เล่นใหญ่ขนาดนี้แล้วฉันเดินไปกอดเอวหนาจากด้านหลัง เอาหน้ากับคางมน ถูไปมากับแผ่นหลังกว้าง“ไม่ต้องมาอ่อยซะให้ยาก” เนะยังไม่ยอมอีก“เหรอคะ” ฉันแกล้งล้วงมือขึ้นไป
“ไปรถโน่นะ ไลลาไม่มีรถแล้ว” ฉันหันกลับมาบอกมิโน่“เชิญคร๊าบบบ คุณหนูไลลา” ฉันชงักกับคำพูดเล่นของมิโน่ เขากำลังพยายามอยู่สินะฉันหันไปยิ้มบางๆ ให้มิโน่ตอนนี้ฉันกับมิโน่นั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์แถวหมู่บ้านของพวกเรา เราเลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวติดกับระเบียงไม้ที่รั้วประดับไปด้วยดอกไม้หลายชนิดอย่างสวยงาม“นึกว่าจะพาไปกินร้านอาหารหรูๆ ซะอีก” ฉันแกล้งพูดแซวมิโน่“ก็ไลลาชอบกินอาหารแบบบ้านๆ นิ ในร้านหรูมันไม่มีหรอก” มิโน่ตอบพร้อมกับส่งยิ้มมาให้“ทำเป็นรู้ดี..” ฉันแอบแขวะนิดหน่อย“อะไรที่เกี่ยวกับไลลา โน่รู้หมดแหละ” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยน์ตาของเขาไหววูบเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง“เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ก็ลองไม่รู้สิ มีนอยแน่” ฉันทำทีเป็นพูดเล่นไป ใช่ฉันรู้ รู้ว่ามิโน่ต้องการจะสื่ออะไร“ที่รู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนสักหน่อย” มิโน่พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง“มิโน่” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือมิโน่ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร“โน่มาช้าไปใช่ไหม” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยตาดูเศร้าสร้อย“โน่ไม่ได้มาช้าหรอก แค่ไลลาไม่ได้รอโน่แล้ว” ถึงจะรู้ว่าเขาต้องเสียใจ แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปได้จริงๆ“นั้นสินะ ใ