ไดมอนด์
ติ่งต่อง.......ติ่งต่อง.......ติ่งต่อง.....
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น
“ใครมาแต่เช้าล่ะเนี้ย” เสียงแม่ผมพูดขึ้น
“เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ”
ผมกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในครัว นาน น๊าน ผมจะได้กลับมานอนบ้านสักที ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเนี้ยไม่ใช่ว่าผมเที่ยวเถลไถลนะครับ เพราะว่าผมมีงานมีการทำต่างหาก ผมเป็นศิลปินของค่ายเพลง LayMusic ปีนี้เป็นทองของผมล่ะครับ ทัวร์คอนเสิร์ตตลอด ก็อย่างว่า คนมันกำลังฮอตแล้วผมก็กำลังสนุกกับงานของตังเองด้วย ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงพักผ่อน ทางค่ายเห็นว่าผมลุยงานมาตลอดก็เลยให้พักเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ผมเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อดูว่าใครมา
“อ้าว...นึกว่าใคร พี่มิโน่นี่เอง หวัดดีครับ” ผมกล่าวทักทาย
“หวัดดี หายหน้าหายตาไปนานเลยนะ”
“คนหล่อก็งี้แหละครับ ไม่ค่อยได้เจอตัวง่ายหรอก” ผมตอบแล้วก็ส่งยิ้มกวนๆ ไปให้พี่มิโน่
“คร๊าบบบ...พ่อรูปหล่อ” พี่มิโน่แขวะผม
“แล้วพี่มีไร มากดกริ่งหน้าบ้านเค้าแต่เช้าเนี้ย” ผมถาม
“ก็มารับพี่สาวเราไปเรียนไง” พี่มิโน่ตอบ
“อ๋อ..แต่ว่าวันนี้พี่ไลลาไม่ไปเรียนนะ เห็นว่าไม่สบาย” ผมบอก
“อ้าว..แล้วไลลาเป็นไรมากไหม” พี่มิโน่ถามแสดงออกถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน
“นี่แม่กำลังทำข้าวต้มให้ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปดูอยู่” ผมเห็นพี่มิโน่มองขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านสีหน้าเป็นกังวน
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวผมดูแลเอง” ผมบอก
“งั้นฝากแทคแคร์แทนเค้าด้วยนะ” พี่มิโน่บอก พร้อมกับทำหน้าให้ดูน่ารัก
“ขนลุกครับ” ผมบอกพร้อมกับเอามือลูบแขน พี่มิโน่ยืนขำกร๊ากทันที
“เออๆ ดูแลไลลาดีๆล่ะ” พี่มิโน่บอก
“นั้นพี่สาวผมป่ะ ก็ต้องพิเศษอยู่แล้ว” ผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเรามีกันแค่สองคนพี่น้องนี่นา
“งั้นพี่ไปเรียนล่ะ ฝากบอกไลลาด้วย..ว่าหายเร็วๆ อยากเจอหน้าใจจะขาดแล้ว” พี่มิโน่บอก
“คร๊าบบบบบ” พี่มิโน่เดินมาตบบ่าผมเบาๆ สองทีแล้วก็เดินขึ้นรถไป
“ใครมาเหรอลูก” แม่ถามขึ้นเมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในบ้าน
“พี่มิโน่นะครับ จะมารับพี่ไลลาไปเรียน” ผมตอบแม่
“น่ารักจริงๆ มิโน่เนี้ย คอยเป็นห่วงเป็นใยไลลาตลอด โชคดีของไลลาที่มีเพื่อนที่ดีอย่างมิโน่” แม่ผมชม
ก็แง่แหละพวกเขาเป็นแฟนกันนิ แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากผม
“ข้าวต้มเสร็จยังล่ะคุณ ผมจะได้เอาไปให้ลูก” พ่อถามแม่
“เสร็จแล้วค่ะ เตรียมใส่ถาดพร้อมกับยาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว"
“เดี่ยวผมเอาไปให้พี่ไลลาเองครับ ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้คุยกับพี่เลย” ผมบอกพ่อ
“งั้นก็ฝากด้วยนะ พ่อจะไปทำงานล่ะ” พ่อบอก ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ก็อกๆ ๆ
“พี่ไลลา แม่ให้เอาข้าวต้มมาให้” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก...ไม่ใช่ล่ะ...
“งั้นมอนด์เข้าไปล่ะน๊า” ผมถือวิสาสระเปิดประตูเข้าไปโดยที่ไม่รอคำอนุญาติจากเจ้าของห้อง ผมกวาดสายตามองไปทั่วห้องก็เจอพี่สาวนอนคลุ่มโปรงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา
“หายใจออกไหมนั้น” ผมยืนหัวเราะพี่สาวตัวเองที่นอนห่มผ้าคลุ่มโปรงเหมือนเด็กๆ เล่นซ่อนหา ผมเดินไปที่โต๊ะข้างเตียงนอนเพื่อวางถาดข้าวลงบนโต๊ะ แล้วก็นั่งลงข้างๆ พี่สาว
“พี่ไลลาลุกขึ้นมากินข้าวกินยาก่อน เดี๋ยวค่อยนอนต่อ” ผมบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปเขย่าตัวพี่สาวเล็กน้อย
“พี่ไม่หิว” เสียงตอบอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่ม
“ไม่หิวก็ต้องกิน” สิ่งที่ตอบกลับมาคือ...เงียบ...
“พี่ไลลา” ผมดึงผ้าห่มที่พี่ไลลาคลุ่มโปรงอยู่ออก ทันทีที่ดึงผ้าห่มออก.....
“นี่ป้าเป็นใครเนี้ย มาอยู่ในห้องพี่สาวคนสวยของผมได้ไง” ผมแกล้งทำหน้าหวอสุดขีด
“ไม่ตลก ไดมอนด์” พี่ไลลาทำหน้ามุ่ยทันที
“อ้าว...พี่ไลลาเองหรอเนี้ย นึกว่ายัยป้าที่ไหน ฮ่าๆ ๆ ๆ” ผมอดขำไม่ได้ ก็ตอนนี้ใบหน้าของพี่ไลลาบวมตึ่ง ตาก็บวมตูบแดงด้วย เหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใจจริงผมตกใจมากเลยแต่ก็อยากเล่นตลกให้พี่ขำเผื่อจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“แล้วเป็นอะไร ทำไมถึงได้ตาบวมเป่งขนาดนี้” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่มีอะไร..” พี่ไลลาตอบ โกหกไม่เนียนเลยพี่สาวผมเนี้ย เห็นอยู่ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
ผมจับพี่ไลลาหันหน้ามามองผมตรงๆ
“เล่ามา” ผมจ้องหน้าพี่สาวอย่างคาดคั้น แต่ก็ยังนิ่งอยู่.. ผมถอนหายใจยาวๆ หนึ่งที
“มอนด์เป็นน้องพี่นะ เราก็มีกันอยู่แค่นี้ มีอะไรก็บอกมาดิ ไม่งั้นมีงอนครับ” ผมพูดทีเล่นทีจริงกับพี่เพื่อจะช่วยให้พี่ไลลาผ่อนคลายได้ แต่แล้วพี่ไลลากลับก้มหน้าลง มือก็กำผ้าห่มแน่นจนสั่น ผมรีบกุมมือพี่สาวไว้ มันคงหนักมากสินะถึงได้ร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ พี่ไลลาเงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ผมตกใจรีบดึงพี่เข้ามากอดพี่ไลลาร้องไห้อย่างหนักจนตัวสั่นทั่ม เสียงสะอื้นปานจะขาดใจ อะไรเนี้ย นี่มันเรื่องอะไรกันถึงได้ทำให้พี่ไลลาเสียใจขนาดนี้ ผมกอดพี่ไลลาไว้แน่นพร้อมกับลูบหลังอย่างปลอบโยน
“โอ๋ๆ ๆ เค้าอยู่นี้แล้ว อย่าร้องน๊าคนดีของมอนด์” ผมพูดปลอบหวังให้พี่มีอารมณ์ขัน แต่พี่ไลลากลับยิ่งกอดผมแน่นกว่าเดิมอีก ตอนนี้เสื้อสีขาวของผมบริเวณหน้าอกเปี้ยกหมดแล้ว
“งั้นก็ร้องออกมาเถอะ...ให้น้ำตามันหมดๆ ไปจะได้ไม่ต้องร้องอีก” ผมลูบผมยาวเสวยของพี่สาวเบาๆ
“พี่ควรทำไงดี อึก..อือ..ไดมอนด์” พี่ไลลาถามผม
“พี่ต้องบอกมอนด์ก่อน..ว่าพี่เป็นอะไร” พี่ไลลาเงยหน้าขึ้นมามองผม ตอนนี้ใบหน้าสวยแปดเปือนไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางค่อยๆ ขยับเล่าเรื่องราวสุดสะเทือนใจให้ผมฟัง สงสารพี่จังเหะ.. ถ้าผมเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันแหละ แฟนกับเพื่อน หึ้ย... คิดแล้วขนลุก
“ผมเชื่อว่า...ถ้าพวกพี่สองคนรักกันจริง ต่อให้อุปสรรคมันหนักแค่ไหนพวกพี่ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้” จากที่ได้คุยกับพี่มิโน่เมื่อเช้าพี่มิโน่ก็ดูปกติและยิ่งพอรู้ว่าพี่ไลลาไม่สบายพี่มิโน่ก็แสดงออกถึงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรถ้าพี่มิโน่จะนอกใจพี่ไลลา ผมคิดว่านะ ก็คงจะเป็นสันดานของผู้ชายทั่วๆ ไปนั่นแหละ แม้แต่ผมเองก็เหอะ มันก็ต้องมีบางล่ะน่า ที่บางเวลาอยากจะผ่อนคลายหรืออารมณ์มันพาไป ยิ่งผู้หญิงยินยอมไม่ว่าอะไรแล้วด้วย ใครจะอดใจไหว..จริงไหม.. แต่ว่าพี่มิโน่ก็พลาดเองตรงที่ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนพี่ไลลา
ไลลาหลังจากที่หยุดเรียนไปสามวันทำให้สมองได้พักผ่อนเพียงพอ และคิดว่าฉันคงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้วล่ะ การที่เรามีพี่หรือน้องมันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะบางเรื่องเราก็ไม่สามารถปรึกษาพ่อแม่ได้หรือเพื่อนด้วย พอมีไดมอนด์อยู่มันก็เลยทำให้ไม่เหงาเท่าไร ได้คุยกันตามประสาพี่น้องมันทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ช่วงที่ฉันไม่ไปเรียนเฌอรีนก็โทรมาหาฉันทุกวันทำให้ฉันรู้สึกว่า เรื่องระหว่างพวกเขาอาจจะแค่สนุกหรือไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ฉันยอมรับว่าฉันไม่อาจตัดใจจากมิโน่ได้ ฉันไม่อยากเลิกกับมิโน่ยังอยากคบกับเขาต่อไป และฉันก็คิดว่าเฌอรีนก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับมิโน่หรอก“หายดีแล้วหรอไลลา” เสียงมิโน่ทักขึ้นเมื่อฉันเดินผ่านประตูหน้าบ้านออกมา“อืม..ไม่เป็นแล้วล่ะ” มิโน่ยืนจ้องมองหน้าฉันแล้วก็ยิ้ม“อะไร” ฉันถามออกได้ด้วยความเขิน ก็เล่นจ้องซะขนาดนี้“ไม่เห็นหน้าตั้งสามวันขอมองหน่อยไม่ได้หรอ” มิโน่ยิ้มหวานมาให้“บ้าน๊า..ขึ้นรถได้แล้ว” ตอนนี้แก้มฉันคงแดงแล้วมั่งพอเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย มิโน่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที“เมื่อไร ไลลาจะบอกเรื่องของเรากับพ่อของไลลาสักที”“ทำไมหรอ”“โน่อยากดูแลไลลาให้มากกว่านี้ อยา
“แกหายดีแล้วหรอไลลา” เฌอรีนถามพร้อมกับดึงฉันเข้าไปกอดทำให้ฉันต้องปล่อยมือจากมิโน่“อืม...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มให้เฌอรีน“เข้าเรียนกันเถอะ” เสียงมิโน่บอก ฉันหันไปมองหน้ามิโน่เขาก็ยิ้มอบอุ่นส่งมาให้ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ควรคิดอะไรมากมายอีกต่อไป เพราะในสายตาของมิโน่มีแค่ฉันสามเดือนต่อมา....ฉันกับมิโน่ก็ยังคบกันอยู่แต่ก็ยังไม่มีใครรู้เหมือนเดิม ฉันอยากจะเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยบอกพ่อว่าฉันคบกับมิโน่ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันรับปริญญาแล้ว อยากให้ถึงเร็วๆ จัง คิดดังนั้นฉันก็นั่งยิ้มให้กับตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้องนอนติ่งเสียงแอพพลิแคชั่นไลน์ดังขึ้น ฉันหันไปมองที่หน้าจอโทรศัพท์ “มิโน่” ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมิโน่ : นอนยังไลลา : กำลังจะนอน มีไรหรอมิโน่ : ฉันปวดหัวอ่ะ ยาแก้ปวดก็หมดด้วยอ้าวเขาไม่สบายหรอเนี้ยไลลา : แล้วเป็นไรมากเปล่าฉันรีบพิมพ์กลับไปถามด้วยความเป็นห่วงมิโน่ : ถ้าได้กินยาก็คงดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลยจะไปซื้อยาเองก็ไปไม่ไหวไลลา : งั้นเดี่ยวไลลาเอายาไปให้นะรอแป๊บฉันค่อยๆ ย่องออกจากบ้านกลัวพ่อกับน้าภาตื่น ดีนะที่พ่อเข้านอนแล้ว ฉันเข้าไป
ตุบเสียงมาจากชั้นสองของบ้าน ฉันรีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองแล้วก็ต้องหยุดมองเพราะข้างบนนี้มีสามห้องมิโน่อยู่ห้องไหนเนี้ย ฉันหันไปทางซ้ายก็เจอห้องสุดทางเดินระเบียงประตูห้องปิดไม่สนิท น่าจะใช่ห้องนี้แหละ ฉันเดินไปที่ประตูเอื้อมมือผลักเข้าไป แต่แล้วสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ฉันถึงกับพูดไม่ออก ขาก็นิ่งอยู่กับที่เหมือนมีใครมาสตั้นไว้งั้นแหละ อะไรกัน มิโน่กับเฌอรีน แล้วเฌอรีนมาอยู่นี่ได้ไง พวกเขานอนกอดกันอยู่บนเตียง เสื้อนักศึกษากับกระโปรงทรงเอของเฌอรีนก็วางกองอยู่ปลายเตียงฉันรีบเอามือปิดปากเมื่อมีก้อนสะอึกขึ้นมาจุกที่คอ“อะ อึก..” ฉันเผลอร้องออกมาฉันหันหลังรีบเดินลงมาข้างล่าง ทำไม พวกเขาถึงมาอยู่ด้วยกันอีก ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วนะ ทำไมมิโน่ถึงทำกับฉันแบบนี้ ทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรที่มันซ้ำซากแบบนี้ด้วย ฉันกำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กหน้าบ้านก็มีเสียงเรียกฉันไว้“ไลลา นั่นแกใช่ไหม” เสียงเฌอรีนเสียงเฌอรีนเดินมาหา ฉันรีบเช็ดน้ำตาแบบลวกๆ แล้วหันกลับไปมองเฌอรีนตอนนี้เธอใส่เสื้อสีขาวตัวใหญ่น่าจะเป็นเสื้อของมิโน่ ฉันเบือนหน้าหนีเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมทำท่าจะไหลออกมาอีก“อืม...แกมาอยู่นี้ได้ไง” ฉันพยายามแสดง
เฌอรีนปกติฉันจะให้คนขับรถมาส่งที่มหาลัย แต่วันนี้อยากเอารถมาเองกะว่าจะไปรับไลลาที่บ้านเพื่อมาเรียนพร้อมกัน แต่ว่าฉันต้องเห็นฉากกุ๊กกิ๊กของเพื่อนกับผู้ชายที่ฉันแอบรักตั้งแต่ปีหนึ่งแทน มิโน่“หึ เจ็บดีไมล่ะเฌอรีน” ฉันพึมพำกับตัวเองแบบนี้คงหายดีแล้วล่ะได้ยาดีขนาดนั้น ฉันเหยีบคันเร่งออกมาจากหมู่บ้านของเพื่อนทันที ใช่ว่าฉันดูไม่ออก ฉันรู้อยู่หรอกว่ามิโน่รู้สึกยังไงกับไลลา คืนนั้นเป็นวันเกิดของมิโน่ ฉันลงทุนซื้อนาฬิกาสุดหรูให้ หวังว่ามิโน่จะเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้าง แต่ก็เปล่าเลยเขาไม่เคยสนใจฉันเลย ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ด่อยไปกว่าไลลาเลยสักนิดแถมดีกว่าด้วยซ้ำ ไลลาก็แค่เด็กต่างจังหวัดบ้านก็ไม่ได้รวยอะไร ส่วนฉันเป็นถึงลูกผู้ดีมีเงิน แต่ก็สู้อะไรเธอไม่ได้เลย แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างฉันบ้าง วันนั้นฉันโดนไอ้ชั่วสองตัวนั่นมอมยา ฉันคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่ๆ ยังดีที่มิโน่เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน พอได้เห็นหน้าคมเข้มของมิโน่บวกกับฤทธิ์ยา แล้วฉันก็ดื่มเหล้าหนักด้วยมันทำให้อดใจไม่ไหว ฉันได้ยินมิโน่เอ่ยชื่อไลลา ฉันมองหน้าเขาอย่างงุนงง นี่เขาคิดว่าฉันเป็นไลลาหรอเนี้ย แต่ว่าก็ช่างมันเหอะตอนนี้เขาอยู่ตรงนี้แล้ว
เพี๊ยะพ่อตบหน้าฉัน ตั้งแต่ฉันเกิดมาพ่อยังไม่เคยตีฉันสักครั้งเลย นี่เขาเห็นนังสองแม่ลูกนั้นดีกว่าฉันงั้นหรอ“เฌอ...พ่อ...ขอ..” ฉันหันหน้ากลับไปมองพ่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ“เฌอเกลียดพ่อ ได้ยินไหมว่าเฌอเกลียดพ่อ!!!” ฉันวิ่งออกมาจากบ้านเดินตรงไปยังรถคู่ใจ ฉันรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งแล้วก็บิดกุญแจสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งออกจากบ้านนั้นทีฉันขับออกมาเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง แล้วฉันก็มาจอดอยู่ที่หน้าร้านอาหารแถวบ้านมิโน่พอดี ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีต้นไม้เล็กใหญ่ประดับอย่างลงตัวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นดีจัง ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามิโน่ หวังว่าเขาจะรับสายนะ“มีไร” เสียงมิโน่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ฉันอยู่ร้านเหล้าแถวบ้านนาย มาหาฉันหน่อยสิ” ฉันบอกมิโน่“ทำไมฉันต้องไป” เขาถาม“ก็..ฉันเป็นเพื่อนนายไง” ฉันบอกเขาไป ถึงแม้ในใจอยากจะเป็นมากกว่านั้นก็ตามมิโน่กดวางสายไป เขาจะมาไหมนะ? ฉันนั่งดื่มเหล้าสักพักก็มีผู้ชายผิวเข้ม หน้าคม เดินมาหาฉันที่โต๊ะ เขานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน เขามา..ดีใจจัง ฉันรีบชงเหล้าแล้วก็ส่งให้เขา มิโน่รับแล้วก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว“ขอบค
วันนี้เป็นวันรับปริญญาของบัณฑิตจบใหม่ เหล่าผู้ปกครองและญาติของบัณฑิตใหม่ต่างก็มารอถ่ายรูปและแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีครอบครัวฉันด้วย“พี่ไลลามาถ่ายรูปกัน” เสียงไดมอนด์น้องชายสุดที่รักของฉัน เรียกให้มาถ่ายรูปกับครอบครัว วันนี้แม่ฉันก็มาด้วยนะ ทุกคนพร้อมใจกันมาแสดงความยินดีกับฉัน“ไลลา” เสียงมิโน่เรียกฉัน ฉันจึงหันไปยิ้มให้ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันมีความสุขเพราะฉะนั้น ฉันไม่อยากคิดอะไรให้รกสมอง“นี่ๆ ไลลา มิโน่มาถ่ายรูปกัน” เสียงเฌอรีนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส“ไดมอนด์ ถ่ายให้หน่อยสิ” เฌอรีนบอกพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ไปให้ไดมอนด์เราสามคนมายื่นอยู่ที่หน้าซุ้มดอกไม้ซุ้มหนึ่ง มิโน่ยืนอยู่ตรงกลางฉันอยู่ทางซ้ายเฌอรีนยืนอยู่ทางขว้า“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง สา..” จู่ๆ เสียงนับเลขของไดมอนด์ก็ขาดหายไป ฉันหันไปตามสายตาของไดมอนด์ก็ถึงกับยืนอึ่งไปชั่วขณะ เมื่อเฌอรีนเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อหอมแก้มมิโน่ ฉันรีบเบือนหน้าหนีทันที“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันรีบเดินหนีไปจากตรงนั้นทันที ฉันเดินมาเรื่อยๆ จนถึงต้นไม้ใหญ่ด้านหลังหอประชุม ฉันยืนแอบที่หลังต้นไม้ใหญ่แล้วร้องไห้ออกมาในที่สุด เมื่
เรย์วันนี้ผมแต่งตัวดูเป็นผู้ดีผูกไทด์ใส่สูท ปกติไม่ค่อยชอบแต่งตัวสไตส์นี้สักเท่าไร ชอบแต่งแนวฮิปฮอบมากกว่า ที่ต้องใส่สูทก็เพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานของลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณอาผม เฌอรีน อยู่ดีๆ ก็แต่งปุ๊บปั๊บไม่รู้ว่าท้องป่องรึเปล่า จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนแต่งงานเร็วขนาดนี้ทั้งๆ ที่พึ่งเรียนจบแท้ๆ แต่ก็นะมันก็เรื่องของเขานิ เราเป็นที่ชายที่แสนดีไม่ควรเสือกดีกว่า ^_^อีกอย่างนะที่ลงทุนแต่งหล่อมาขนาดนี้ก็หวังว่าจะได้เจอเพื่อนคนสวยของเฌอรีนด้วย “ไลลา” แค่เอ่ยชื่อผมก็เผลอยิ้มออกมาอย่างกับคนบ้าแล้ว ถ้าจะเป็นเอามากนะเนี้ย...“พี่เรย์ค่ะ” ผมหันหลังกลับไปมองตามเสียงเรียก เฌอรีนนั้นเองเธอเดินจูงมือเจ้าบ่าวมาหาผม หน้ามันคุ้นจังเหะเหมือนจะเคยเห็น? ออ..นึกออกล่ะผู้ชายที่นั่งจ้องไลลาในวันนั้นเองที่ผับของโลโค่ ไม่เห็นไอ้หมอนี้มันจะสนใจเฌอรีนเลย แล้วมาแต่งงานกันได้ไงว่ะ! พอเฌอรีนเดินมาถึงผมก็ยิ้มทักทายให้กับญาติผู้น้อง“ไงเรา พี่ยินดีด้วยนะ” ผมแสดงความยินดีกับเฌอรีน“นี่พี่เรย์พี่ชายเฌอเอง แล้วก็นี่เจ้าบ่าวของเฌอ มิโน่” เฌอรีนแนะนำเจ้าบ่าวของเธอ แต่เดี่ยวนะหมอนี่มันชื่อ มิโน่หรอ จะใช่เจ้าของสร้อยข
หนึ่งปีผ่านไป....แสงแดดยามเช้าส่องลอดช่องหน้าต่างกระจกเข้ามากระทบกับใบหน้าสวยรูปไข่ พอโดนแสงแดดแยงตาก็ทำให้เธอลืมตาขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกเห็นพระอาทิตย์สาดแสงสีส้มอ่อนทำให้บรรยากาศยามเช้าของเมืองกรุงดูสวยงามยิ่งนัก นี่อุตส่าห์ซื้อห้องที่อยู่สูงๆ แล้วนะเนี้ย พระอาทิตย์ก็ยังตามมาส่องแสงจนได้ ฉันนั่งยิ้มให้กับตัวเองที่กระจกสะท้อนเงา ไม่ว่าคนเราจะอยู่สูงแค่ไหนก็ไม่มีใครจะอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์ได้นั้นคือความสัจจริงคลื่น.......คลื่น........คลื่น........เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงดังขึ้น ฉันรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ไลลาพูดสายอยู่ค่ะ” กรอกเสียงลงไป“ตื่นหรือยังค๊า คุณลูกสาว” เสียงพี่แมนนี่สาวประเภทสองผู้จัดการส่วนตัวฉันเอง“ตื่นแล้วค๊า” ฉันตอบพี่แมนนี่“วันนี้เวลาบ่ายสองครึ่ง มีถ่ายแบบให้เสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งนะ ทำหน้าทำตามาสวยๆ นะค่ะคุณสาว เดี่ยวพี่ส่งโลเคชั่นไปให้” พี่แมนนี่บอกเสร็จก็วางสายไปติ่ง!พี่แมนนี่ :สตูดิโอ Mไลลา : ^-^เปิดอ่านข้อความเสร็จ ฉันก็หยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป ตั้งแต่เรียนจบฉันก็ขอพ่อซื้อคอนโดโดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกต่อการไปท
แถมอีกนิด...หลังจากคลอดลูกฉันก็ฟิตหุ่นอย่างหนักจนตอนนี้ฉันก็กลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมแล้วราเรซก็เป็นเด็กดีมากไม่งอแง้ให้ฉันต้องเหนื่อยเลย“แม่ค่ะ ฝากราเรซแป๊บนะ” ฉันหันไปบอกแม่ ตอนนี้แม่ฉันมาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานชั่วคราว“จะไปไหนลูก” แม่หันมาถามฉัน“ไปธุระนิดหน่อยค่ะ”ตอบแม่เสร็จฉันก็เดินขึ้นรถคู่ใจตรงดิ่งไปยัง ST ผับ เพราะอะไรนะหรอ หึ!สายของฉันรายงานมาว่า สามีฉันและเพื่อนๆ ของเขารวมทั้งไอ้น้องชายตัวแสบด้วยกำลังถ่ายเอ็มวีเพลงโปรโมทค่ายของพวกเขาพวกนั้นพานางแบบสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ยี่สิบกว่าคนใส่บิกินี่มาถ่ายแต่นั้นก็ไม่เท่าไรหรอก พอได้เห็นรูปที่สายของฉันส่งมาก็ทำให้ฉันปิ๊ดแตกทันทีเมื่อสามีตัวดีของฉันนั่งอยู่บนโซฟาแล้วมีสาวๆ นั่งขนาบข้างคนหนึ่งก็ลูบไล้อีกคนก็เต้นยั่วและที่สำคัญพี่เรย์จับก้นแล้วก็โอบยัยพวกนั้นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีฉันร่วมแฟรมด้วยก็ฉันนะนางแบบหุ่นเอ็กซ์ตัวแม่“สวัสดีค่ะ ทุกคน” เมื่อฉันปรากฏตัวก็ทำให้ทั้งหมดหันมามองเป็นตาเดียวใช่ว่ามองเพราะฉันคือเมียของพี่เรย์หรอกนะ แต่ที่มองก็เพราะว่าฉันใส่บิกินี่สุดวาบหวิวแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึก“แบะ! เจ้า” เฮียซัมดี“แล่มมาก” เฮียเจ
บทส่งท้าย....วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต เป็นความฝันของลูกผู้หญิงทุกคนที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะใส่ชุดแต่งงานสีขาวกระโปรงยาวๆ เดินไปบนพื้นพรมที่โปรยไปด้วยดอกกุหลาบหลายสีงานแต่งของฉันจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวที่ทางโรงแรมเขาเตรียมไว้ให้“พร้อมรึยังลูก” พ่อเดินเข้ามาถามฉัน“ค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนเข้าไปกอดพ่อ“ลูกสาวพ่อสวยจังเลย” ความอบอุ่นจากพ่อทำให้ฉันคลายความกังวลลงได้ไม่มีอ้อมกอดไหนจะอุ่นเท่ากับอ้อมกอดของพ่อแม่แล้วล่ะตื่นเต้นจัง ฉันเดินค้วงแขนพ่อเข้ามาในงาน มีแขกมาร่วมงานกันมากมายเพื่อนของฉันก็มาด้วย มิโน่ เฌอรีน และหนูน้อยมิริน พวกเขาส่งยิ้มแสดงความยินดีมาให้กับฉันฉันมองไปเบื้องหน้าก็เจอกับผู้ชายหน้าคม ผิวขาวออร่าพุงเหมือนวันแรกที่เจอกันเขาอยู่ในชุดสูทสีขาวทำให้เขาดูน่ามองยิ่งนัก เขายืนส่งยิ้มแสนอบอุ่นมาให้“พ่อฝากลูกสาวพ่อด้วยนะ เรย์” พ่อฉันบอกเขา พร้อมกับจับมือฉันไปวางไว้บนมือหนาที่ยื่นมารอรับอยู่แล้ว“เรย์จะรักและดูแลไลลา ให้ดีที่สุด เรย์ให้สัญญาครับ” พี่เรย์ยืนยันคำมั่นกับพ่อของฉัน“แม่ฝากไลลาด้วยนะเรย์” ฉันเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยควา
หนึ่งเดือนต่อมา ณ บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง“พ่อครับ ผมทำลูกสาวพ่อท้องครับ” เสียงผู้ชาย หล่อ ผิวขาว หน้าคม พูดขึ้น“ล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย” ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทำสีหน้างงงวยเป็นเสียงสนทนาระหว่างพ่อของฉันกับว่าที่สามี พี่เรย์ นี่เขาคุยกับผู้ใหญ่ไม่เป็นรึไงจะมาขอลูกสาวเขาแต่มาบอกกับพ่อเขาว่าทำลูกสาวเขาท้องเนี้ยนะ“จริงครับพ่อ” เสียงน้องชายตัวดีพูดเสริม ไดมอนด์“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีลูกชายผมมันใจร้อนไปหน่อยไม่รอให้ผมที่เป็นพ่อของมันมาพูดให้นะครับ” เสียงผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับภรรยาของเขา“ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ” ฉันยกมือไหว้ท่านทั้งสอง เขาคือพ่อแม่ว่าที่สามีฉันเอง“ก็พ่อช้านิครับ” พี่เรย์หันไปโว๊ยพ่อตัวเอง“จะมาขอลูกสาวเขาทั้งที ไม่เตรียมสินสอดทองหมั้นมาแล้วใครเขาจะยกลูกสาวให้ ห๊ะ! ไอ้เรย์” พ่อพี่เรย์บ่นลูกชาย“นี่ค่ะ สินสอดแล้วก็ของหมั้น” แม่พี่เรย์วางพานที่เต็มไปด้วยเงินสด ทองแหวนเพชรและเครื่องประดับอื่นๆ มีใบโฉนดที่ดินด้วยฉันมองหน้าพี่เรย์อย่าง งงๆ“แล้วผมจะกล้าขัดได้ไง ในเมื่อพร้อมกันซะขนาดนี้” พ่อฉันได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“เรื่องสินสอดนะให้เขาคุยกันเอง
“เบาๆ สิ เดี๋ยวกระเทือนลูก” พี่เรย์แกล้งดุฉัน“แค่นี้เอง ไม่กระเทือนหรอกน่า” ฉันบอกพี่เรย์“งั้นมาต่อแขนต่อขาลูกหน่อยไหม” นั้นไงพอเห็นไม่ว่าอะไรเข้าหน่อยนี่ เอาใหญ่เลย“มาเล่นเกมส์กันก่อนดีกว่า” ฉันเสนอ“เกมส์อะไร” พี่เรย์พูดอย่างหงุดหงิดนิดๆ“มาเป่ายิงชุบกัน ผู้ชนะมีสิทธิ์ถอดเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ได้ของผู้แพ้” ฉันอยากทรมานเขาเล่น“งั้นพี่ยอมแพ้ ไลลาถอดพี่ได้เลย” พี่เรย์พูดจบก็ทำท่าจะถอดเสื้อผ้าตัวเอง“ไม่ค่ะ ต้องเป่ายิงชุบก่อน” ไม่ยอมง่ายๆ หรอก อยากหื่นดีนัก“มาค่ะ ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” ฉันชนะฉันจับชายเสื้อข้างล่างของพี่เรย์แล้วก็ดึงออกทางศีรษะ“ถอดกางเกงเลยไม่ได้หรอ” ดูทำพูดเข้า ใจร้อนจริงฉันส่ายหน้าให้แทนคำตอบ“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะ“ถอดกระโปรงเลย” พูดจบก็พุงตัวมาจับฉันถอดกระโปรง“ทำไมไม่ถอดเสื้อก่อนเล้า..พี่เรย์ มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆ” เขาพยายามจะถอดกระโปรงให้ได้พอฉันยึดจับกระโปรงไว้พี่เรย์ก็จี้เอวฉัน“มาต่อเลย” เขายึดกระโปรงไปเป็นที่เรียบร้อย คนบ้าฉันต้องเอาหมอนมาวางที่ตักไว้แทนมันวาบหวิวไปหน่อย“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะอีกแล้ว“ถอดกางเกงในเลยทีนี้” โอ๊ยย
“อ้าว พี่เรย์มาได้ไงคะ” เฌอรีนถามเขาตอนนี่พี่เรย์จ้องหน้าฉันนิ่ง แววตาเสียใจไหววูบไปกับน้ำตาที่เริ่มคลอ“เพราะแบบนี้สินะ ถึงไม่ยอมบอกพี่” พี่เรย์พูด สายตาเจ็บปวด“ไม่ใช่นะ ไลลามะ...” ฉันพยายามอธิบาย“พี่เข้าใจแล้วล่ะ” พี่เรย์กำลังจะเดินข้ามถนนหนีฉันไป“ฉันท้องกับพี่แก ยัยเฌอบ้า” ฉันหันมาตะคอกเฌอรีนฉันรีบวิ่งตามข้ามถนนโดยไม่ทันระวังตัว“ไลลา ระวัง” ฉันหันหน้ากลับมามองเฌอรีน เธอกำลังวิ่งตามฉันมาปริ๊นนนน โครม...เฌอรีนผลักฉันให้พ้นทางแต่ฉันก็กอดเฌอรีนไว้ด้วยเธอพลิกตัวเองไปทางรถยนต์ทำให้เฌอรีนโดนชนเต็มๆ“เฌอรีน!!” ฉันร้องลั่นเมื่อเห็นเลือดจากหัวของเฌอรีน“ละ..ลูก ฉัน” มือของเธอกุมท้องตัวเองไว้“ไม่เป็นไรๆ ลูกยังโอเคร ไม่เป็นไรนะ” น้ำตาฉันไหลพราก สงสารเฌอรีน“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกสมควรตาย ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ” ฉันหันไปตามเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้น แพทตี้หรอยัยแพทตี้เป็นคนขับรถชนเฌอรีน“ไลลา!” พี่เรย์วิ่งตาตั้งมาจากไหนก็ไม่รู้“ช่วยพยุงเฌอรีนหน่อย” ฉันบอกให้พี่เรย์ พยุงเฌอรีนแทนฉันฉันลุกขึ้นเดินตรงไปที่ยัยแพทตี้ ที่กำลังหัวเราะเหมือนคนบ้า“ซะใจมากใช่ไหม มานี่” ฉันกระชากผมแพทตี้อย่างแรงตามด้วยฝ่าม
หลังจากกลับมาจากถ่ายแบบที่ทะเล ฉันก็ขอพี่แมนนี่พักหน่อยเพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย พี่เรย์ก็ทำงานอยู่ที่ค่ายเพลงไม่ค่อยได้กลับมาคอนโด ไปหาดีไหมน่าจะยุ่งอยู่รึเปล่าฉันขับรถมาจอดที่ใต้ตึก LayMusic ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตึกขึ้นไปยังชั้นสองตรงไปที่ห้องสุดทางเดิน ฉันเลือนประตูกระจกไปด้านข้าง โคมไฟบนโต๊ะส่องแสงพอให้มองเห็นภายในห้อง ใบหน้าคมขาวเนียนกำลังนอนหลับอยู่บนโซไฟตัวใหญ่ เวลาหลับก็ดูไม่มีพิษมีภัยอยู่หรอก แต่ถ้าตื่นล่ะก็คนล่ะเรื่องเลย ฉันเดินไปหยิบผ้าห่มที่โต๊ะข้างโซฟามาคลุมร่างหนา ดูใกล้ๆ ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี้ย ฉันนั่งลงกับพื้นพรมมองหน้าพี่เรย์ ฉันค่อยๆ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเบาๆ“แอบลักหลับพี่หรอ ไลลา” พี่เรย์พูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา“รู้ได้ไงว่าเป็นใคร” ยังไม่ลืมตาซะหน่อยพี่เรย์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ดึงฉันไปนั่งตรงกลาง แขนแกร่งก็โอบรอบเอวฉันไว้หลวมๆ“ก็เมียพี่นิ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”เพิ๊ยะ ฉันตีแขนเขาไปหนี่งที พูดจาแสลงหู“ใครเมียพี่ค่ะ” ยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย“ทบทวนความจำสักหน่อยไหมล่ะ” เห็นไหมล่ะ พอตื่นมาก็หื่นใส่เลย“ทบทวนเรื่องไหนคะ เรื่องพี่เรย์กับมินนี่นะหรอ” ฉันเลยแขวะเข้าให้“ไม่
สองเดือนต่อมา...เสียงคลื่นน้ำสีเขียวมรกตสาดซัดเข้าชายฝั่ง ลมเย็นพัดผ่านกระทบผิวกายทำให้รู้สึกเย็นสบาย ตอนนี้ฉันมาถ่ายแบบที่ทะเล บรรยากาศดีมาก และการถ่ายแบบที่ทะเลชุดที่ใส่ถ่ายก็ต้องเป็นบิกินี่ ไม่ได้ถ่ายคนเดียวมีนายแบบด้วยนะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลน้องชายฉันเอง ไดมอนด์ เพราะว่าถ่ายกับน้องตัวเองฉันก็เลยรับงานนี้ และเจ้าของงานก็คือ มิโน่ เป็นอีกคนที่ไม่ยอมให้ถ่ายกับนายแบบคนอื่น แล้วฉันก็ไม่ได้บอกพี่เรย์ด้วย ถ้าเขารู้ไม่ยอมให้ถ่ายแน่“ดีมากครับ สวยครับ” เสียงตากล้องชม เมื่อฉันกับน้องชายเริ่มโพสต์ท่าทาง“โอเครครับ เยี่ยมๆ ทุกคนเก่งมาก” ตากล้องชมทีมงานทุกคนเมื่อทำงานเสร็จ“พี่ไลลา น้ำค่ะ” ของขวัญถือน้ำมาให้ฉัน พร้อมกับเสื้อคลุม“แล้วน้ำฉันล่ะ” ไดมอนด์หันไปถามของขวัญ“ไดมอนด์ขา น้ำเย็นๆ มาแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเอาน้ำมาให้ไดมอนด์“พี่ไลลาร้อนไหมเดี่ยวของขวัญไปเอาพัดลมแบตเตอรี่มาให้” ของขวัญถามอย่างใจดี“ฉันอยากกำลังอยากได้อยู่พอดี ไปเอามาให้หน่อยสิ” เอะยังๆ อยู่นะน้องชายฉันเนี้ย“นาย เอ้ย..คุณโดมอนด์ ก็เรียกพวกสาวๆ ของคุณสิค่ะ พวกนั้นอยากจะบริการคุณจะแย่อยู่แล้ว” พูดจบของขวัญก็เดินหนีไป
ฉันกลับมาจากทำงานเป็นเวลาบ่ายสอง เมื่อเช้าตอนออกไปรถพี่เรย์ก็จอดอยู่กลับมาก็ยังจอดอยู่ที่เดิม กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ไม่มาหาฉัน ทีเมื่อวานล่ะทำเป็นห่วงก้าง เชอะ!ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของพี่เรย์ เธอควรจะกลับห้องตัวเองนะไลลา แต่มือฉันมันกดกริ่งหน้าห้องเขาไปแล้ว“มาหาใครครับ” พี่เรย์ทำหน้านิ่งทันทีที่เห็นฉันเป็นอะไรอีกล่ะ? ทำเป็นถามว่ามาหาใคร แต่ก็เปิดประตูซะกว้างเลยนะ กลัวฉันไม่เข้าไปล่ะสิ ไม่เนียนเอาซะเลย“งั้นไม่รบกวนล่ะคะ” ฉันแกล้งจะเดินกลับห้องแขนเรียวยาวก็คว้าเอวฉันเข้าไปในห้องปั๊บ นึกว่าจะแน่“จะรีบไปไหน” พี่เรย์พูด ทำหน้าดุใส่“ก็กลับห้องสิคะ ถามได้” แกล้งกลับซะเลย“มากดกริ่งห้องเขา แล้วไม่เข้ามามันเสียมารยาท” ใครบอกมาเนี้ย ไม่เห็นจะเคยได้ยิน“ก็เจ้าของห้องหน้าบูด ไม่รับแขกนี่ค่ะ” พอโดนฉันว่าหน้าบูด ก็ปล่อยแขนออกจากเอวฉันแล้วก็หันหลังให้ทันที อะไรของเขา“เป็นอะไรค๊า” อ้อนสักหน่อย เดี๋ยวจะเสียเที่ยวที่เขาอุตส่าห์เล่นใหญ่ขนาดนี้แล้วฉันเดินไปกอดเอวหนาจากด้านหลัง เอาหน้ากับคางมน ถูไปมากับแผ่นหลังกว้าง“ไม่ต้องมาอ่อยซะให้ยาก” เนะยังไม่ยอมอีก“เหรอคะ” ฉันแกล้งล้วงมือขึ้นไป
“ไปรถโน่นะ ไลลาไม่มีรถแล้ว” ฉันหันกลับมาบอกมิโน่“เชิญคร๊าบบบ คุณหนูไลลา” ฉันชงักกับคำพูดเล่นของมิโน่ เขากำลังพยายามอยู่สินะฉันหันไปยิ้มบางๆ ให้มิโน่ตอนนี้ฉันกับมิโน่นั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์แถวหมู่บ้านของพวกเรา เราเลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวติดกับระเบียงไม้ที่รั้วประดับไปด้วยดอกไม้หลายชนิดอย่างสวยงาม“นึกว่าจะพาไปกินร้านอาหารหรูๆ ซะอีก” ฉันแกล้งพูดแซวมิโน่“ก็ไลลาชอบกินอาหารแบบบ้านๆ นิ ในร้านหรูมันไม่มีหรอก” มิโน่ตอบพร้อมกับส่งยิ้มมาให้“ทำเป็นรู้ดี..” ฉันแอบแขวะนิดหน่อย“อะไรที่เกี่ยวกับไลลา โน่รู้หมดแหละ” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยน์ตาของเขาไหววูบเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง“เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ก็ลองไม่รู้สิ มีนอยแน่” ฉันทำทีเป็นพูดเล่นไป ใช่ฉันรู้ รู้ว่ามิโน่ต้องการจะสื่ออะไร“ที่รู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนสักหน่อย” มิโน่พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง“มิโน่” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือมิโน่ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร“โน่มาช้าไปใช่ไหม” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยตาดูเศร้าสร้อย“โน่ไม่ได้มาช้าหรอก แค่ไลลาไม่ได้รอโน่แล้ว” ถึงจะรู้ว่าเขาต้องเสียใจ แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปได้จริงๆ“นั้นสินะ ใ