เพี๊ยะ
พ่อตบหน้าฉัน ตั้งแต่ฉันเกิดมาพ่อยังไม่เคยตีฉันสักครั้งเลย นี่เขาเห็นนังสองแม่ลูกนั้นดีกว่าฉันงั้นหรอ
“เฌอ...พ่อ...ขอ..” ฉันหันหน้ากลับไปมองพ่อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“เฌอเกลียดพ่อ ได้ยินไหมว่าเฌอเกลียดพ่อ!!!” ฉันวิ่งออกมาจากบ้านเดินตรงไปยังรถคู่ใจ ฉันรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งแล้วก็บิดกุญแจสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งออกจากบ้านนั้นที
ฉันขับออกมาเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง แล้วฉันก็มาจอดอยู่ที่หน้าร้านอาหารแถวบ้านมิโน่พอดี ร้านนี้เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีต้นไม้เล็กใหญ่ประดับอย่างลงตัวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นดีจัง ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามิโน่ หวังว่าเขาจะรับสายนะ
“มีไร” เสียงมิโน่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ฉันอยู่ร้านเหล้าแถวบ้านนาย มาหาฉันหน่อยสิ” ฉันบอกมิโน่
“ทำไมฉันต้องไป” เขาถาม
“ก็..ฉันเป็นเพื่อนนายไง” ฉันบอกเขาไป ถึงแม้ในใจอยากจะเป็นมากกว่านั้นก็ตาม
มิโน่กดวางสายไป เขาจะมาไหมนะ? ฉันนั่งดื่มเหล้าสักพักก็มีผู้ชายผิวเข้ม หน้าคม เดินมาหาฉันที่โต๊ะ เขานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน เขามา..ดีใจจัง ฉันรีบชงเหล้าแล้วก็ส่งให้เขา มิโน่รับแล้วก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
“ขอบคุณนะ” ฉันบอกมิโน่พร้อมกับชงเหล้าให้อีก
“เรื่อง” มิโน่เลิกคิ้วขึ้นทำหน้าสงสัย น่ารักจัง..
“ที่ยอมออกมาหาฉัน” ฉันยิ้มหวานส่งไปให้มิโน่ แล้วก็ต้องชะงักกับคำพูดของเขา
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนิ” พูดจบมิโน่ก็ยกแก้วเหล้าดื่มหมดแก้ว
“นั่นแหละ” ฉันหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วก็ยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ เหอะ! ฉันน้อยใจนะ ย้ำอยู่นั่นแหละ
“แล้วหน้าไปโดนอะไรมา” มิโน่ถามฉัน ฉันลูบแก้มตัวเองเบาๆ
“ทะเลาะกับพ่อนะ” ฉันบอกมิโน่ไปตามความเป็นจริง
“ถึงขนาดต้องลงไม้ลงมือเลยหรอ” มิโน่ถาม
“งั้นมั่ง” ฉันไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกัน
“ขอฉันนอนด้วยสิ” ฉันบอกมิโน่
“ทำไม” มิโน่เลิกคิ้วถาม ท่าทางกวนโอ๊ยจริงๆ
“ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน” ฉันตอบมิโน่
“งั้นไปนอนกับไลลา” มิโน่เสนอ
“ปานนี้บ้านไลลาเข้านอนกันหมดแล้วมั้ง” ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วย
“เฮ้ออออ” มิโน่ถอนหายใจ
“ถ้านายลำบากใจก็ไม่เป็นไร ฉันนอนในรถก็ได้” ฉันบอกมิโน่
“เอากุญแจรถมา” จู่ๆ มิโน่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วถามเอากุญแจรถ พอฉันยื่นกุญแจให้เขาก็เดินออกจากร้านทันที ฉันวางเงินค่าอาหารไว้ที่โต๊ะแล้วก็รีบลุกขึ้นเดินตามมิโน่ไป
มิโน่ขับรถของฉันมาจอดที่หน้าบ้านเขา บ้านเงียบจัง มิโน่เปิดประตูรถลงไปยืนเต็มความสูง เขามองขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านข้างๆ ไลลา ไฟห้องของเธอยังเปิดอยู่ สายตาความห่วงหาอาทรนั้น ฉันอยากให้มิโน่มองฉันแบบนั้นบ้าง
“เธอไปนอนห้องฉัน เดี่ยวฉันจะนอนที่โซฟา” มิโม่บอกฉันหลังจากที่เดินเข้ามาให้บ้านแล้ว
“ทำไมล่ะ” ฉันถามมิโน่
“ไม่น่าถาม” มิโน่ตอบสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ไว้ใจฉันหรอ” ฉันถามออกไปพร้อมกับแววตาขำขัน
มิโน่ทำสีหน้านิ่ง จนฉันต้องเลิกพูดเล่น
“แล้วห้องนายอยู่ไหนล่ะ จะให้ฉันขึ้นไปหาเองเดี๋ยวก็เข้าห้องพ่อแม่นายหรอก” ฉันตอบ
มิโน่เดินนำทางฉันไปยังชั้นสองของบ้าน เขาเปิดประตูห้องที่อยู่สุดทางเดินระเบียงในบ้าน ฉันเดินเข้าไปในห้อง ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน เฟอร์นิเจอร์ครบครันเข้ากับสีผนัง
ฉันหันกลับไปมองมิโน่ ซึ่งเขากำลังจะลงไปข้างล่าง
“เออ..มีชุดให้ฉันเปลี่ยนไหม” ฉันรีบท่วงไว้ก่อนที่เข้าจะลงไป มิโน่หันกลับมาแล้วถอนหายใจเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ออกมาให้ฉัน มิโน่ทำท่าจะเดินออกไปอีกฉันรีบวิ่งไปขว้างประตูไว้
“อะไร” มิโน่ทำสีหน้าหงุดหงิดเต็มทน
“นี่นายดูไม่ออกจริงๆ หรอ มิโน่” ฉันแสดงออกขนาดนี้แล้วนะ
“เธอจะพูดอะไร...” มิโน่ยืนมองหน้าฉันนิ่ง
“ฉันชอบนาย” ในที่สุดฉันก็ได้พูดออกมาสักที มิโน่ยืนจ้องหน้าฉันนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
“ฉันรู้ ว่านายไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน อีกไม่กี่วันก็จะรับปริญญาแล้วไม่รู้ว่าจะได้เจอนายอีกไหม ฉันขอล่ะช่วยอยู่กับฉันก่อน ให้ฉันได้มีความสุขเก็บไว้เป็นความที่จำ ได้ไหม” ฉันเอื้อมมือไปจับมือมิโน่ ซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด ฉันส่งสายตาอ้อนวอนหวังให้มิโน่เห็นใจ
“ก็ได้ แต่..จะไม่มีการล้ำเส้นกันอีก” มิโน่ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ แค่นี้ก็ดีแล้ว
พอฉันอาบน้ำเสร็จมิโน่ก็หลับไปแล้ว ฉันเดินไปนั่งที่เตียงข้างๆ มิโน่ นั่งมองใบหน้าคมเข้มที่ฉันเฝ้าฝันว่าวันหนึ่งเขาจะหันมามองฉันบ้าง แล้วก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของมิโน่วางอยู่ที่หัวเตียง
ฉันแอบหยิบขึ้นมาเปิดดู เขาไม่ได้ตั้งรหัสล็อกหน้าจอด้วยเหะ.. ทันทีที่ปลดล็อกหน้าจอ ใจฉันก็ห่อเหี่ยวลงทันใด ในแกลอรี่ของมิโน่มีแต่รูปของไลลาเต็มไปหมดเขาถ่ายรูปทุกกิริยาท่าทางไม่ว่าไลลาจะทำอะไรหรือแม้แต่เธอนั่งหลับเขาถ่ายไว้หมดเลย ฉันได้แต่นั่งน้ำตาคลอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง... ห้องไลลายังเปิดไฟอยู่... ฉันแอบเปิดดูข้อความแชทของมิโน่ แล้วก็ส่งหาไลลา พอส่งเสร็จฉันก็รีบลบทิ้งทันที ขอโทษนะไลลา มิโน่เขาเป็นของฉัน...
วันนี้เป็นวันรับปริญญาของบัณฑิตจบใหม่ เหล่าผู้ปกครองและญาติของบัณฑิตใหม่ต่างก็มารอถ่ายรูปและแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีครอบครัวฉันด้วย“พี่ไลลามาถ่ายรูปกัน” เสียงไดมอนด์น้องชายสุดที่รักของฉัน เรียกให้มาถ่ายรูปกับครอบครัว วันนี้แม่ฉันก็มาด้วยนะ ทุกคนพร้อมใจกันมาแสดงความยินดีกับฉัน“ไลลา” เสียงมิโน่เรียกฉัน ฉันจึงหันไปยิ้มให้ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันมีความสุขเพราะฉะนั้น ฉันไม่อยากคิดอะไรให้รกสมอง“นี่ๆ ไลลา มิโน่มาถ่ายรูปกัน” เสียงเฌอรีนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส“ไดมอนด์ ถ่ายให้หน่อยสิ” เฌอรีนบอกพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ไปให้ไดมอนด์เราสามคนมายื่นอยู่ที่หน้าซุ้มดอกไม้ซุ้มหนึ่ง มิโน่ยืนอยู่ตรงกลางฉันอยู่ทางซ้ายเฌอรีนยืนอยู่ทางขว้า“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง สา..” จู่ๆ เสียงนับเลขของไดมอนด์ก็ขาดหายไป ฉันหันไปตามสายตาของไดมอนด์ก็ถึงกับยืนอึ่งไปชั่วขณะ เมื่อเฌอรีนเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อหอมแก้มมิโน่ ฉันรีบเบือนหน้าหนีทันที“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันรีบเดินหนีไปจากตรงนั้นทันที ฉันเดินมาเรื่อยๆ จนถึงต้นไม้ใหญ่ด้านหลังหอประชุม ฉันยืนแอบที่หลังต้นไม้ใหญ่แล้วร้องไห้ออกมาในที่สุด เมื่
เรย์วันนี้ผมแต่งตัวดูเป็นผู้ดีผูกไทด์ใส่สูท ปกติไม่ค่อยชอบแต่งตัวสไตส์นี้สักเท่าไร ชอบแต่งแนวฮิปฮอบมากกว่า ที่ต้องใส่สูทก็เพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานของลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณอาผม เฌอรีน อยู่ดีๆ ก็แต่งปุ๊บปั๊บไม่รู้ว่าท้องป่องรึเปล่า จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนแต่งงานเร็วขนาดนี้ทั้งๆ ที่พึ่งเรียนจบแท้ๆ แต่ก็นะมันก็เรื่องของเขานิ เราเป็นที่ชายที่แสนดีไม่ควรเสือกดีกว่า ^_^อีกอย่างนะที่ลงทุนแต่งหล่อมาขนาดนี้ก็หวังว่าจะได้เจอเพื่อนคนสวยของเฌอรีนด้วย “ไลลา” แค่เอ่ยชื่อผมก็เผลอยิ้มออกมาอย่างกับคนบ้าแล้ว ถ้าจะเป็นเอามากนะเนี้ย...“พี่เรย์ค่ะ” ผมหันหลังกลับไปมองตามเสียงเรียก เฌอรีนนั้นเองเธอเดินจูงมือเจ้าบ่าวมาหาผม หน้ามันคุ้นจังเหะเหมือนจะเคยเห็น? ออ..นึกออกล่ะผู้ชายที่นั่งจ้องไลลาในวันนั้นเองที่ผับของโลโค่ ไม่เห็นไอ้หมอนี้มันจะสนใจเฌอรีนเลย แล้วมาแต่งงานกันได้ไงว่ะ! พอเฌอรีนเดินมาถึงผมก็ยิ้มทักทายให้กับญาติผู้น้อง“ไงเรา พี่ยินดีด้วยนะ” ผมแสดงความยินดีกับเฌอรีน“นี่พี่เรย์พี่ชายเฌอเอง แล้วก็นี่เจ้าบ่าวของเฌอ มิโน่” เฌอรีนแนะนำเจ้าบ่าวของเธอ แต่เดี่ยวนะหมอนี่มันชื่อ มิโน่หรอ จะใช่เจ้าของสร้อยข
หนึ่งปีผ่านไป....แสงแดดยามเช้าส่องลอดช่องหน้าต่างกระจกเข้ามากระทบกับใบหน้าสวยรูปไข่ พอโดนแสงแดดแยงตาก็ทำให้เธอลืมตาขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกเห็นพระอาทิตย์สาดแสงสีส้มอ่อนทำให้บรรยากาศยามเช้าของเมืองกรุงดูสวยงามยิ่งนัก นี่อุตส่าห์ซื้อห้องที่อยู่สูงๆ แล้วนะเนี้ย พระอาทิตย์ก็ยังตามมาส่องแสงจนได้ ฉันนั่งยิ้มให้กับตัวเองที่กระจกสะท้อนเงา ไม่ว่าคนเราจะอยู่สูงแค่ไหนก็ไม่มีใครจะอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์ได้นั้นคือความสัจจริงคลื่น.......คลื่น........คลื่น........เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงดังขึ้น ฉันรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ไลลาพูดสายอยู่ค่ะ” กรอกเสียงลงไป“ตื่นหรือยังค๊า คุณลูกสาว” เสียงพี่แมนนี่สาวประเภทสองผู้จัดการส่วนตัวฉันเอง“ตื่นแล้วค๊า” ฉันตอบพี่แมนนี่“วันนี้เวลาบ่ายสองครึ่ง มีถ่ายแบบให้เสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งนะ ทำหน้าทำตามาสวยๆ นะค่ะคุณสาว เดี่ยวพี่ส่งโลเคชั่นไปให้” พี่แมนนี่บอกเสร็จก็วางสายไปติ่ง!พี่แมนนี่ :สตูดิโอ Mไลลา : ^-^เปิดอ่านข้อความเสร็จ ฉันก็หยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป ตั้งแต่เรียนจบฉันก็ขอพ่อซื้อคอนโดโดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกต่อการไปท
“ป่ะค่ะ คนสวยแต่งตัวกัน” พี่สาวประเภทสองหันมาบอกฉัน เธอพาฉันเดินออกมาอีกห้องหนึ่งซึ่งหน้าจะเป็นห้องไว้สำหรับแต่งตัว ฉันเปลี่ยนชุดเสร็จก็มานั่งแต่งหน้ากับพี่สาวประเภทสองแล้วก็สาวน้อยที่ฉันเจอเมื่อตอนมาถึงที่นี้“นี่เรานะชื่ออะไร พี่ยังมีรู้ชื่อเราเลย” ฉันหันไปถามสาวน้อยคนสวย“ของขวัญค่ะ” เธอหันมาตอบพร้อมกับยิ้มหวานมาให้“ชื่อน่ารักจัง” ชื่อน่ารักจริงๆ“ลูกสาวพี่เองแหละ ปั้นมากับมือ เขาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ด้วยนะ มาคอยเป็นลูกมือพี่หาวิชาเพิ่มเติม เด็กคนนี้ขยันดีนะ” พี่ช่างแต่งหน้าเล่าให้ฟัง“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่า ชมของขวัญจนตัวจะลอยแล้วนะ” ของขวัญบอกพร้อมกับขำ“จ้า คุณลูกสาว” พี่ช่างแต่งหน้าตอบ ฉันรู้สึกถูกชะตาเด็กคนนี้จังเลยเหะ“หน้าใสมากเลยค่ะ น้องไลลา” ช่างแต่งหน้าออกปากชม ฉันยิ้มตอบ“เนี้ย...รู้อะไรไหม เจ้าของแบรนด์นะ เขาเจาะจงมากเลยนะว่าต้องเป็นเราเท่านั้นนะ” พี่ช่างแต่งหน้าบอก“หรอค่ะ” ฉันหลับตาลงเพื่อให้ช่างแต่งกรีดตาได้สะดวก“บอสของพวกพี่เนี้ยก็เป็นเพื่อนกับเจ้าของแบรนด์นั่นแหละแล้วก็เป็นหุ้นส่วนกันด้วย เห็นว่าวันนี้จะเข้ามาดูเราถ่ายด้วยนะ” ใครกันนะรู้จักฉันด้วยหรอ.. ไม่ได้ดังขนาดนั
You were the shadow to my light Did you feel us Another start You fade away Afraid our aim is out of sight Wanna see us AliveWhere are you now Where are you now Where are you now Was it all in my fantasy Where are you now Were you only imaginary Where are you nowAtlantis Under the sea Under the sea Where are you now Another dream The monsters running wild inside of meI'm faded I'm faded So lost I'm faded I'm faded So lost I'm fadedเรย์เสียงดนตรีบรรเลงเพลงฮิต เบสหนักๆ กระชากใจเหล่านักท่องราตรีทั้งหลาย ต่างก็ออกมาโชว์สเต็ปกันที่บนฟลอร์เต้นใจกลางผับ ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันเข้ามาในที่แห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ST ผับ ในย่านนี้ นี่คือผับยอดฮิตและดีที่สุดในตอนนี้“สนแต่เหล้าในแก้วหรอค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น ผมหันไปมองตามเสียงของเธอ ก็พบกับสาวสวยคนหนึ่งหุ่นดีใช้ได้“แล้วมีอะไรน่าสนกว่าเหล้าไหม” ผมถามเธอกลับด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ ผมจงใจจ้องที่หน้าอกของเธออย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเธอเองก็เต็มใจให้มอง เธอเดินมานั่งข้างผม“มีสิ” เธอพูดกระซิบที่ข้างหูผม ผมเอื้อมมือไปจับที่ต้นขาด้านในของเธอลูบไล้วนไป
ไลลาหลังจากทานข้าวกันเสร็จ ทุกคนก็ลงความเห็นกันว่าควรมาดื่มกันต่อโดยที่มิโน่จะเป็นคนเลี้ยง โชว์ป๋าเหลือเกินนะ..“พี่ๆ ของขวัญว่าเรามาเล่นเกมส์กันดีกว่า” เสียงน้องของขวัญพูดขึ้น“เกมส์อะไรย่ะ” พี่ช่างแต่งหน้าถาม“ก็ตั้งคำถามแล้วมาโหวตกัน ใครถูกเลือกมากที่สุดต้องดื่มเหล้าหมดแก้ว” ของขวัญอธิบายเสร็จก็ชงเหล้าใส่แก้วไว้“มา ใครเริ่มก่อนดี ให้บอสตั้งคำถามก่อนเลย” ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคำถามอย่างตื่นเต้น“ใคร...หล่อที่สุดในโต๊ะ” ทุกคนชี้ไปทีมิโน่ ซึ่งฉันเผลอชี้ไปที่เขาเหมือนกัน มิโน่มองหน้าฉันแล้วเขาก็ยิ้ม ไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนาเนี้ย.. มิโน่จับแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว“จะไม่ปฏิเสธหน่อยหรอกว่ะ” บอสแกล้งท่วงมิโน่“ก็เห็นๆ กันอยู่” แล้วบอสก็ใช้ไหล่กระแทกมิโน่หยอกล้อ“อ่ะ คุณมิโน่ตั้งคำถามต่อเลยครับ” พี่ตากล้องบอก“คิดว่าใคร...เคยมีแฟนเยอะที่สุด” ทุกคนชี้มาที่ฉันหมดเลย ยกเว้นมิโน่ เขาจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนเขาต้องการอะไรจากคำตอบของฉัน พอเห็นว่าทุกคนชี้มาที่ฉันหมดก็เลยเผลอตอบไปโดยไม่ทันคิด“ฉันยังไม่มีแฟนสักหน่อย^-^” และนั้นทำให้ฉันรู้ว่าได้พลาดท่าให้กับมิโน่แล้ว“จริงหรอเนี้ย น้องไลลายัง
“ไหวรึเปล่าเนี้ย” ฉันถามมิโน่“ถ้าไม่ไหว..จะไปส่งหรอ” มิโน่ทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่ฉัน เขาดูเปลี่ยนไปนะ ปกติเขาไม่เคยทำสายตาแพรวพราวใส่ฉันเลย ฉันส่ายหน้าให้เขาเบาๆ จู่เขาก็เอื้อมมือมาจับหน้าฉัน ทำให้ทุกคนในโต๊ะหันมามองเป็นตาเดียว“อย่าไปทำหน้าแบบนี้ใส่ผู้ชายคนไหนนะ..มันน่ารักรู้ไหม” มิโน่บอก ฉันพยายามจับที่ข้อมือ ดึงมือเขาออกจากหน้าฉัน“มิโน่...ปล่อย” ฉันเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ เขามาทำรุ่มร่ามแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นได้ไงเนี้ย“มิโน่!!” จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นหูตะโกนเรียกเขา ทำให้เขายอมปล่อยมือออกจากหน้าฉันแล้วหันไปตะคอกใส่เธอ เฌอรีน“อะไร!!”เณอรีนเดินเข้ามากระชากตัวมิโน่ให้ลุกขึ้นยืน“ที่ไม่ยอมกลับบ้าน เพราะแบบนี้หรอ” เฌอรีนโว๊ยวายใส่มิโน่พร้อมกับใช้มือทุบที่หน้าอกมิโน่ยกใหญิ มิโน่รวบมือเฌอรีนไว้ด้วยความสำราญ“ไปคุยกันที่บ้าน” มิโน่ออกแรงดึงแต่เฌอรีนกลับสะบัดมือออก เธอเดินมาจับแขนฉันแล้วออกแรงกระชากให้ลุกขึ้น จังหวะนั้นแสงไฟส่องมาที่หน้าฉันพอดี“ไลลา” เฌอรีนถึงกลับชะงักกลางอากาศทันทีที่เห็นหน้าฉัน“ไง.. เฌอรีน” ฉันยืนกอดอกเชิดหน้าคุยกับอดีตเพื่อนรัก“นี่แกยังไม่เลิกต่อติดกันอีกหรอ” เฌอรีนดูตกใจมากที่เ
“เฮ้อออ ลำบากเนอะ เกิดมาสวยเนี้ย” เสียงน้องชายฉันเองแหละ“นั้นสินะ ทำไงดีอ่ะ” ฉันหันไปทำหน้าแอ๊บแบ๊วใส่น้องชาย“ฮ่าๆ ๆ อารมณ์ดีแล้วนิ จะกลับยังล่ะ” ไดมอนด์ถามฉัน“อือ กลับเลยดีกว่า” ฉันตอบน้องชาย“งั้นไลลากลับก่อนนะค่ะ” ฉันหันมาบอกพี่ๆ ทีมงาน ที่ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งทำหน้าอึ้งกันทั้งโต๊ะ ออ คงจะอึ้งความหล่อน้องฉันล่ะสิหรืออาจจะอึ้งที่เราสองพี่น้องพูดหยอกล้อกัน“เค้าขอกลับด้วยนะตะเอง เขามิได้เอารถมาอ่ะ” พอเห็นคนมองเยอะไดมอนด์ก็เล่นใหญ่เข้าไปอีก“ได้สิค๊า..” ฉันหันไปดึงแก้มไดมอนด์ทั้งสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยว“โอ๊ะโอ๊ยยย เค้าเจ็บนะ” ไดมอนด์โอดครวญลูบแก้มตัวเองปอยๆ แล้วฉันก็เดินควงแขนไดมอนด์ออกจากผับ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมองพฤติกรรมของเราสองคนพี่น้องไม่วางตาฉันขับรถออกมาจากผับตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่ง“จะให้ไปส่งไหน” ฉันถามน้องชายตัวเอง“ไปส่งที่ค่ายเพลงก็ได้ครับ รถมอนด์จอดอยู่นั้น” ไดมอนด์ตอบ“แล้วเราไปผับกับใครล่ะ” ก็ถ้าจอดรถไว้นี่แล้วไดมอนด์จะไปกับใคร“ไปกลับพวกเฮียซัมดีเฮียเจนะครับ” สงสัยจะเป็นคนที่ทำงานด้วยกัน“แล้วไปรู้จักกับพี่เรย์ได้ไง” ฉันสงสัยตั้งแต่อยู่ในผับล่ะ
แถมอีกนิด...หลังจากคลอดลูกฉันก็ฟิตหุ่นอย่างหนักจนตอนนี้ฉันก็กลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมแล้วราเรซก็เป็นเด็กดีมากไม่งอแง้ให้ฉันต้องเหนื่อยเลย“แม่ค่ะ ฝากราเรซแป๊บนะ” ฉันหันไปบอกแม่ ตอนนี้แม่ฉันมาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานชั่วคราว“จะไปไหนลูก” แม่หันมาถามฉัน“ไปธุระนิดหน่อยค่ะ”ตอบแม่เสร็จฉันก็เดินขึ้นรถคู่ใจตรงดิ่งไปยัง ST ผับ เพราะอะไรนะหรอ หึ!สายของฉันรายงานมาว่า สามีฉันและเพื่อนๆ ของเขารวมทั้งไอ้น้องชายตัวแสบด้วยกำลังถ่ายเอ็มวีเพลงโปรโมทค่ายของพวกเขาพวกนั้นพานางแบบสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ยี่สิบกว่าคนใส่บิกินี่มาถ่ายแต่นั้นก็ไม่เท่าไรหรอก พอได้เห็นรูปที่สายของฉันส่งมาก็ทำให้ฉันปิ๊ดแตกทันทีเมื่อสามีตัวดีของฉันนั่งอยู่บนโซฟาแล้วมีสาวๆ นั่งขนาบข้างคนหนึ่งก็ลูบไล้อีกคนก็เต้นยั่วและที่สำคัญพี่เรย์จับก้นแล้วก็โอบยัยพวกนั้นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีฉันร่วมแฟรมด้วยก็ฉันนะนางแบบหุ่นเอ็กซ์ตัวแม่“สวัสดีค่ะ ทุกคน” เมื่อฉันปรากฏตัวก็ทำให้ทั้งหมดหันมามองเป็นตาเดียวใช่ว่ามองเพราะฉันคือเมียของพี่เรย์หรอกนะ แต่ที่มองก็เพราะว่าฉันใส่บิกินี่สุดวาบหวิวแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึก“แบะ! เจ้า” เฮียซัมดี“แล่มมาก” เฮียเจ
บทส่งท้าย....วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต เป็นความฝันของลูกผู้หญิงทุกคนที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะใส่ชุดแต่งงานสีขาวกระโปรงยาวๆ เดินไปบนพื้นพรมที่โปรยไปด้วยดอกกุหลาบหลายสีงานแต่งของฉันจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวที่ทางโรงแรมเขาเตรียมไว้ให้“พร้อมรึยังลูก” พ่อเดินเข้ามาถามฉัน“ค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนเข้าไปกอดพ่อ“ลูกสาวพ่อสวยจังเลย” ความอบอุ่นจากพ่อทำให้ฉันคลายความกังวลลงได้ไม่มีอ้อมกอดไหนจะอุ่นเท่ากับอ้อมกอดของพ่อแม่แล้วล่ะตื่นเต้นจัง ฉันเดินค้วงแขนพ่อเข้ามาในงาน มีแขกมาร่วมงานกันมากมายเพื่อนของฉันก็มาด้วย มิโน่ เฌอรีน และหนูน้อยมิริน พวกเขาส่งยิ้มแสดงความยินดีมาให้กับฉันฉันมองไปเบื้องหน้าก็เจอกับผู้ชายหน้าคม ผิวขาวออร่าพุงเหมือนวันแรกที่เจอกันเขาอยู่ในชุดสูทสีขาวทำให้เขาดูน่ามองยิ่งนัก เขายืนส่งยิ้มแสนอบอุ่นมาให้“พ่อฝากลูกสาวพ่อด้วยนะ เรย์” พ่อฉันบอกเขา พร้อมกับจับมือฉันไปวางไว้บนมือหนาที่ยื่นมารอรับอยู่แล้ว“เรย์จะรักและดูแลไลลา ให้ดีที่สุด เรย์ให้สัญญาครับ” พี่เรย์ยืนยันคำมั่นกับพ่อของฉัน“แม่ฝากไลลาด้วยนะเรย์” ฉันเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยควา
หนึ่งเดือนต่อมา ณ บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง“พ่อครับ ผมทำลูกสาวพ่อท้องครับ” เสียงผู้ชาย หล่อ ผิวขาว หน้าคม พูดขึ้น“ล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย” ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทำสีหน้างงงวยเป็นเสียงสนทนาระหว่างพ่อของฉันกับว่าที่สามี พี่เรย์ นี่เขาคุยกับผู้ใหญ่ไม่เป็นรึไงจะมาขอลูกสาวเขาแต่มาบอกกับพ่อเขาว่าทำลูกสาวเขาท้องเนี้ยนะ“จริงครับพ่อ” เสียงน้องชายตัวดีพูดเสริม ไดมอนด์“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีลูกชายผมมันใจร้อนไปหน่อยไม่รอให้ผมที่เป็นพ่อของมันมาพูดให้นะครับ” เสียงผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับภรรยาของเขา“ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ” ฉันยกมือไหว้ท่านทั้งสอง เขาคือพ่อแม่ว่าที่สามีฉันเอง“ก็พ่อช้านิครับ” พี่เรย์หันไปโว๊ยพ่อตัวเอง“จะมาขอลูกสาวเขาทั้งที ไม่เตรียมสินสอดทองหมั้นมาแล้วใครเขาจะยกลูกสาวให้ ห๊ะ! ไอ้เรย์” พ่อพี่เรย์บ่นลูกชาย“นี่ค่ะ สินสอดแล้วก็ของหมั้น” แม่พี่เรย์วางพานที่เต็มไปด้วยเงินสด ทองแหวนเพชรและเครื่องประดับอื่นๆ มีใบโฉนดที่ดินด้วยฉันมองหน้าพี่เรย์อย่าง งงๆ“แล้วผมจะกล้าขัดได้ไง ในเมื่อพร้อมกันซะขนาดนี้” พ่อฉันได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“เรื่องสินสอดนะให้เขาคุยกันเอง
“เบาๆ สิ เดี๋ยวกระเทือนลูก” พี่เรย์แกล้งดุฉัน“แค่นี้เอง ไม่กระเทือนหรอกน่า” ฉันบอกพี่เรย์“งั้นมาต่อแขนต่อขาลูกหน่อยไหม” นั้นไงพอเห็นไม่ว่าอะไรเข้าหน่อยนี่ เอาใหญ่เลย“มาเล่นเกมส์กันก่อนดีกว่า” ฉันเสนอ“เกมส์อะไร” พี่เรย์พูดอย่างหงุดหงิดนิดๆ“มาเป่ายิงชุบกัน ผู้ชนะมีสิทธิ์ถอดเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ได้ของผู้แพ้” ฉันอยากทรมานเขาเล่น“งั้นพี่ยอมแพ้ ไลลาถอดพี่ได้เลย” พี่เรย์พูดจบก็ทำท่าจะถอดเสื้อผ้าตัวเอง“ไม่ค่ะ ต้องเป่ายิงชุบก่อน” ไม่ยอมง่ายๆ หรอก อยากหื่นดีนัก“มาค่ะ ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” ฉันชนะฉันจับชายเสื้อข้างล่างของพี่เรย์แล้วก็ดึงออกทางศีรษะ“ถอดกางเกงเลยไม่ได้หรอ” ดูทำพูดเข้า ใจร้อนจริงฉันส่ายหน้าให้แทนคำตอบ“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะ“ถอดกระโปรงเลย” พูดจบก็พุงตัวมาจับฉันถอดกระโปรง“ทำไมไม่ถอดเสื้อก่อนเล้า..พี่เรย์ มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆ” เขาพยายามจะถอดกระโปรงให้ได้พอฉันยึดจับกระโปรงไว้พี่เรย์ก็จี้เอวฉัน“มาต่อเลย” เขายึดกระโปรงไปเป็นที่เรียบร้อย คนบ้าฉันต้องเอาหมอนมาวางที่ตักไว้แทนมันวาบหวิวไปหน่อย“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะอีกแล้ว“ถอดกางเกงในเลยทีนี้” โอ๊ยย
“อ้าว พี่เรย์มาได้ไงคะ” เฌอรีนถามเขาตอนนี่พี่เรย์จ้องหน้าฉันนิ่ง แววตาเสียใจไหววูบไปกับน้ำตาที่เริ่มคลอ“เพราะแบบนี้สินะ ถึงไม่ยอมบอกพี่” พี่เรย์พูด สายตาเจ็บปวด“ไม่ใช่นะ ไลลามะ...” ฉันพยายามอธิบาย“พี่เข้าใจแล้วล่ะ” พี่เรย์กำลังจะเดินข้ามถนนหนีฉันไป“ฉันท้องกับพี่แก ยัยเฌอบ้า” ฉันหันมาตะคอกเฌอรีนฉันรีบวิ่งตามข้ามถนนโดยไม่ทันระวังตัว“ไลลา ระวัง” ฉันหันหน้ากลับมามองเฌอรีน เธอกำลังวิ่งตามฉันมาปริ๊นนนน โครม...เฌอรีนผลักฉันให้พ้นทางแต่ฉันก็กอดเฌอรีนไว้ด้วยเธอพลิกตัวเองไปทางรถยนต์ทำให้เฌอรีนโดนชนเต็มๆ“เฌอรีน!!” ฉันร้องลั่นเมื่อเห็นเลือดจากหัวของเฌอรีน“ละ..ลูก ฉัน” มือของเธอกุมท้องตัวเองไว้“ไม่เป็นไรๆ ลูกยังโอเคร ไม่เป็นไรนะ” น้ำตาฉันไหลพราก สงสารเฌอรีน“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกสมควรตาย ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ” ฉันหันไปตามเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้น แพทตี้หรอยัยแพทตี้เป็นคนขับรถชนเฌอรีน“ไลลา!” พี่เรย์วิ่งตาตั้งมาจากไหนก็ไม่รู้“ช่วยพยุงเฌอรีนหน่อย” ฉันบอกให้พี่เรย์ พยุงเฌอรีนแทนฉันฉันลุกขึ้นเดินตรงไปที่ยัยแพทตี้ ที่กำลังหัวเราะเหมือนคนบ้า“ซะใจมากใช่ไหม มานี่” ฉันกระชากผมแพทตี้อย่างแรงตามด้วยฝ่าม
หลังจากกลับมาจากถ่ายแบบที่ทะเล ฉันก็ขอพี่แมนนี่พักหน่อยเพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย พี่เรย์ก็ทำงานอยู่ที่ค่ายเพลงไม่ค่อยได้กลับมาคอนโด ไปหาดีไหมน่าจะยุ่งอยู่รึเปล่าฉันขับรถมาจอดที่ใต้ตึก LayMusic ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตึกขึ้นไปยังชั้นสองตรงไปที่ห้องสุดทางเดิน ฉันเลือนประตูกระจกไปด้านข้าง โคมไฟบนโต๊ะส่องแสงพอให้มองเห็นภายในห้อง ใบหน้าคมขาวเนียนกำลังนอนหลับอยู่บนโซไฟตัวใหญ่ เวลาหลับก็ดูไม่มีพิษมีภัยอยู่หรอก แต่ถ้าตื่นล่ะก็คนล่ะเรื่องเลย ฉันเดินไปหยิบผ้าห่มที่โต๊ะข้างโซฟามาคลุมร่างหนา ดูใกล้ๆ ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี้ย ฉันนั่งลงกับพื้นพรมมองหน้าพี่เรย์ ฉันค่อยๆ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเบาๆ“แอบลักหลับพี่หรอ ไลลา” พี่เรย์พูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา“รู้ได้ไงว่าเป็นใคร” ยังไม่ลืมตาซะหน่อยพี่เรย์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ดึงฉันไปนั่งตรงกลาง แขนแกร่งก็โอบรอบเอวฉันไว้หลวมๆ“ก็เมียพี่นิ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”เพิ๊ยะ ฉันตีแขนเขาไปหนี่งที พูดจาแสลงหู“ใครเมียพี่ค่ะ” ยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย“ทบทวนความจำสักหน่อยไหมล่ะ” เห็นไหมล่ะ พอตื่นมาก็หื่นใส่เลย“ทบทวนเรื่องไหนคะ เรื่องพี่เรย์กับมินนี่นะหรอ” ฉันเลยแขวะเข้าให้“ไม่
สองเดือนต่อมา...เสียงคลื่นน้ำสีเขียวมรกตสาดซัดเข้าชายฝั่ง ลมเย็นพัดผ่านกระทบผิวกายทำให้รู้สึกเย็นสบาย ตอนนี้ฉันมาถ่ายแบบที่ทะเล บรรยากาศดีมาก และการถ่ายแบบที่ทะเลชุดที่ใส่ถ่ายก็ต้องเป็นบิกินี่ ไม่ได้ถ่ายคนเดียวมีนายแบบด้วยนะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลน้องชายฉันเอง ไดมอนด์ เพราะว่าถ่ายกับน้องตัวเองฉันก็เลยรับงานนี้ และเจ้าของงานก็คือ มิโน่ เป็นอีกคนที่ไม่ยอมให้ถ่ายกับนายแบบคนอื่น แล้วฉันก็ไม่ได้บอกพี่เรย์ด้วย ถ้าเขารู้ไม่ยอมให้ถ่ายแน่“ดีมากครับ สวยครับ” เสียงตากล้องชม เมื่อฉันกับน้องชายเริ่มโพสต์ท่าทาง“โอเครครับ เยี่ยมๆ ทุกคนเก่งมาก” ตากล้องชมทีมงานทุกคนเมื่อทำงานเสร็จ“พี่ไลลา น้ำค่ะ” ของขวัญถือน้ำมาให้ฉัน พร้อมกับเสื้อคลุม“แล้วน้ำฉันล่ะ” ไดมอนด์หันไปถามของขวัญ“ไดมอนด์ขา น้ำเย็นๆ มาแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเอาน้ำมาให้ไดมอนด์“พี่ไลลาร้อนไหมเดี่ยวของขวัญไปเอาพัดลมแบตเตอรี่มาให้” ของขวัญถามอย่างใจดี“ฉันอยากกำลังอยากได้อยู่พอดี ไปเอามาให้หน่อยสิ” เอะยังๆ อยู่นะน้องชายฉันเนี้ย“นาย เอ้ย..คุณโดมอนด์ ก็เรียกพวกสาวๆ ของคุณสิค่ะ พวกนั้นอยากจะบริการคุณจะแย่อยู่แล้ว” พูดจบของขวัญก็เดินหนีไป
ฉันกลับมาจากทำงานเป็นเวลาบ่ายสอง เมื่อเช้าตอนออกไปรถพี่เรย์ก็จอดอยู่กลับมาก็ยังจอดอยู่ที่เดิม กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ไม่มาหาฉัน ทีเมื่อวานล่ะทำเป็นห่วงก้าง เชอะ!ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของพี่เรย์ เธอควรจะกลับห้องตัวเองนะไลลา แต่มือฉันมันกดกริ่งหน้าห้องเขาไปแล้ว“มาหาใครครับ” พี่เรย์ทำหน้านิ่งทันทีที่เห็นฉันเป็นอะไรอีกล่ะ? ทำเป็นถามว่ามาหาใคร แต่ก็เปิดประตูซะกว้างเลยนะ กลัวฉันไม่เข้าไปล่ะสิ ไม่เนียนเอาซะเลย“งั้นไม่รบกวนล่ะคะ” ฉันแกล้งจะเดินกลับห้องแขนเรียวยาวก็คว้าเอวฉันเข้าไปในห้องปั๊บ นึกว่าจะแน่“จะรีบไปไหน” พี่เรย์พูด ทำหน้าดุใส่“ก็กลับห้องสิคะ ถามได้” แกล้งกลับซะเลย“มากดกริ่งห้องเขา แล้วไม่เข้ามามันเสียมารยาท” ใครบอกมาเนี้ย ไม่เห็นจะเคยได้ยิน“ก็เจ้าของห้องหน้าบูด ไม่รับแขกนี่ค่ะ” พอโดนฉันว่าหน้าบูด ก็ปล่อยแขนออกจากเอวฉันแล้วก็หันหลังให้ทันที อะไรของเขา“เป็นอะไรค๊า” อ้อนสักหน่อย เดี๋ยวจะเสียเที่ยวที่เขาอุตส่าห์เล่นใหญ่ขนาดนี้แล้วฉันเดินไปกอดเอวหนาจากด้านหลัง เอาหน้ากับคางมน ถูไปมากับแผ่นหลังกว้าง“ไม่ต้องมาอ่อยซะให้ยาก” เนะยังไม่ยอมอีก“เหรอคะ” ฉันแกล้งล้วงมือขึ้นไป
“ไปรถโน่นะ ไลลาไม่มีรถแล้ว” ฉันหันกลับมาบอกมิโน่“เชิญคร๊าบบบ คุณหนูไลลา” ฉันชงักกับคำพูดเล่นของมิโน่ เขากำลังพยายามอยู่สินะฉันหันไปยิ้มบางๆ ให้มิโน่ตอนนี้ฉันกับมิโน่นั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์แถวหมู่บ้านของพวกเรา เราเลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวติดกับระเบียงไม้ที่รั้วประดับไปด้วยดอกไม้หลายชนิดอย่างสวยงาม“นึกว่าจะพาไปกินร้านอาหารหรูๆ ซะอีก” ฉันแกล้งพูดแซวมิโน่“ก็ไลลาชอบกินอาหารแบบบ้านๆ นิ ในร้านหรูมันไม่มีหรอก” มิโน่ตอบพร้อมกับส่งยิ้มมาให้“ทำเป็นรู้ดี..” ฉันแอบแขวะนิดหน่อย“อะไรที่เกี่ยวกับไลลา โน่รู้หมดแหละ” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยน์ตาของเขาไหววูบเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง“เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ก็ลองไม่รู้สิ มีนอยแน่” ฉันทำทีเป็นพูดเล่นไป ใช่ฉันรู้ รู้ว่ามิโน่ต้องการจะสื่ออะไร“ที่รู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนสักหน่อย” มิโน่พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง“มิโน่” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือมิโน่ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร“โน่มาช้าไปใช่ไหม” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยตาดูเศร้าสร้อย“โน่ไม่ได้มาช้าหรอก แค่ไลลาไม่ได้รอโน่แล้ว” ถึงจะรู้ว่าเขาต้องเสียใจ แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปได้จริงๆ“นั้นสินะ ใ