ST ผับ
เรย์
หลังจากที่แยกกับสองสาวแล้วผมก็มานั่งดื่มเหล้าที่ผับของโลโค่มัน เป็นทั้งเพื่อนทั้งน้องชายที่ถือว่าสนิทกับผมมาก รองจากเฮียเจ เฮียซัมดี เลยล่ะ จากผับเล็กๆ ของโลโค่ตอนนี้กลายเป็นผับใหญ่โตหรูหราแตกต่างไปจากเดิมมาก มีลูกเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสายแต่ล่ะคนดูแล้วกระเป๋าหนักๆ กันทั้งนั้นพูดง่ายๆ ก็พวกลูกผู้ดีมีตังค์นั่นแหละ ผมนั่งอยู่โซนวีไอพีชั้นสองซึ่งสามารถมองเห็นชั้นล่างได้อย่างทั่วถึง
“ว๊าว...อะไรทำให้เฮียเรย์ของผมยอมออกมาจากถ้ำได้เนี้ย” เสียงพูดกวนประสาทแบบนี้โลโค่แน่นอน ที่มันพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกเพราะผมไม่ค่อยออกมาดื่มสักเท่าไร วันๆ ก็นั่งทำแต่เพลงให้เด็กในค่ายเพลงก็ผมเป็นโปรดิวเซอร์นิ
“ก็แค่อยากผ่อนคลายบ้างไรบ้าง” ผมตอบโลโค่ไป พร้อมยกแก้วเหล้าที่มีเหล้าอยู่ครึ่งแก้วยกขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว
“เฮียเรย์มาเที่ยวทั้งที เดียวโลโค่จัดสาวสวยเด็ดๆ ให้จะได้ช่วยผ่อนคลายยิ่งขึ้น” โลโค่พูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมยักไหล่ให้โลโค่หนึ่งที
“มาดิ” ผมยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไปให้โลโค่เหมือนกัน
โลโค่เดินออกไปไม่ถึงสองนาทีก็กลับมาพร้อมกับผู้หญิงสี่คน มันไม่ได้เอามาคนเดียวหรอก มันเอามาแค่สองคน อีกสองคนมากับเฮียซัมดีและเฮียเจ ผมนับถือสองคนนี้เหมือนพี่ชายแท้ๆ แล้วเฮียสองคนนี้ก็ยังเป็นหุ้นส่วนค่ายเพลงของผมด้วย
“ไง...ออกมาจากถ้ำได้ล่ะ” เฮียซัมดีถาม
ผมไม่ตอบแต่ยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับเฮียซัมดีแทน พร้อมกับส่งยิ้มกวนๆ ไปให้ เฮียซัมดีก็ยิ้มกวนกลับมาเหมือนกัน
“นี่...สาวสวย เธอรู้ไหม วันนี้เป็นบุญของเธอแล้วล่ะ...ที่จะได้เจอของดี” เฮียเจพูดกับสาวสวยที่นั่งข้างผม ผมเลยส่งสายตาอ่านกินไปให้ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เธอก็ส่งสายตาร้อนแรงกลับมา
“เอาให้ถึงใจเลยนะ...คนสวย” โลโค่บอกเธอ มือไม้เธอก็อยู่ไม่สุข ลูบไล้หน้าอกผมเล่นอย่างสนุกมือ ปากสวยๆ ก็คอยจูบซอกคอผมเบาๆ ขยันปลุกอารมณ์จริงๆ
พลันสายตาของผมก็ไปเจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ชั้นล่างกับเพื่อนๆ หลายคน ผมจำได้ดีเพราะเธอคือ ไลลา เพื่อนสาวคนสวยของเฌอรีนญาติลูกพี่ลูกน้องผม ผมได้เจอไลลาครั้งแรกเมื่อตอนกลางวันที่หน้ามหาลัย ใบหน้าสวยรูปไข่ ริมฝีปากกระจับสีชมพูน่าสัมผัส ผิวขาวออร่าพุง แล้วหน้าอกหน้าใจที่เกินตัวนั้นอีก หุ่นไลลาค่อนข้างเอ็กซ์เอวคอดกิ่วน่าลูบไล้ที่สุด ไลลาใส่ชุดสายเดียวสีขาวที่เฌอรีนซื้อให้เมื่อตอนกลางวัน ไลลานั่งตรงกลางระหว่างเฌอรีนกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งผมเห็นมันนั่งมองแต่ไลลาด้วยสายตาหวานเยิ้ม ก็แงแหละเธอออกจะน่ามองขนาดนั้น ผมยังอดมองไม่ได้เลย
ไลลา
“ไลลา...แกสวยมาก เหมือนเจ้าสาวยั่วสวาทเลยอะ” เสียงเฌอรีนออกปากชมฉัน
“แกก็ใช่ย่อย...เฌอรีน” ฉันชมเพื่อนกลับ ฉันกับเฌอรีนเหมือนแฝดคนล่ะฝาเลย ก็เพราะชุดที่เราใส่นั้นเหมือนกันต่างก็แค่สี ฉันใส่สีขาวส่วนเฌอรีนใส่สีครีม ฉันมองตัวเองในกระจกอย่างกังวลก็ไอ้เสื้อสายเดียวที่ฉันใส่อยู่เหมือนจะหลุดแล่ไม่หลุดแล่มันรู้สึกวิวๆ มากอะ กระโปรงก็ผ่าขึ้นสูงจนถึงขาอ่อนด้านบน ถ้านั่งไม่ระวังนะ...มีโผล่แน่
ฉันกับเฌอรีนเดินออกมาพร้อมกับเค้กวานิลลาก้อนใหญ่ที่บนหน้าเค้กเขียนว่า “Happy Birth Day Mino” ฉันเดินมาหยุดตรงหน้ามิโน่พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้ มิโน่ก็ยิ้มหวานกลับมาให้ฉันด้วยสายตาที่อบอุ่น
“สุขสันต์วันเกิดนะ...มิโน่... (สุดที่รักของไลลา) ” ฉันได้แต่พูดในสิ่งที่คิดอยู่ในใจ ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะพูดมันออกมา
“ขอบคุณนะ...ไลลา” มิโน่ตอบพร้อมส่งสายตาแสนอบอุ่นมาให้ฉัน
“ขอบคุณไลลาคนเดียวได้ไงยะ...ฉันก็ช่วยไลลาซื้อเค้กเหมือนกันนะ” เฌอรีนพูดแบบงอนๆ อย่างไม่จริงจังนัก
“รู้น่า...ขอบคุณเธอด้วยเฌอรีน” มิโน่ตอบด้วยน้ำเสียงขำๆ
“ย่ะ” เฌอรีนแหวะให้มิโน่
“เอาล่ะ มาดื่มให้กับหนุ่มหล่อมิโน่กันดีกว่าพวกเรา” เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งพูดขึ้น ทั้งโต๊ะก็เลยยื่นแก้วมาชนกัน
“หมดแก้ว” เสียงเฌอรีนบอกทุกคน
หลังจากนั้นทุกคนก็เอาของขวัญให้มิโน่ เฌอรีนซื้อนาฬิกาให้มิโน่ ระหว่างที่มิโน่กำลังแกะของขวัญ ฉันก็ยังไม่กล้าให้ของขวัญมิโน่ต่อหน้าเพื่อนๆ เพราะถ้าให้ตอนนี้มิโน่ต้องแกะโชว์ทุกคน ของขวัญที่ฉันจะให้มิโน่มันคือสร้อยข้อมือสีเงินเมทัลลิกมันมีสองเส้น เส้นนึ่งเป็นของผู้ชายอีกเส้นเป็นของผู้หญิง ซึ่งฉันสลักชื่อ “LiLa” ไว้ที่เส้นของผู้ชาย ส่วนเส้นเส็กฉันสลักว่า “MiNo” เส้นเล็กนั้นฉันจะใส่เองแต่จะให้มิโน่เป็นคนใส่ให้
“เดี๋ยวขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ...มึนหัวมากอ่ะตอนนี้” มิโน่หันหน้ามาบอกฉัน ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ฉันหันมาหาเฌอรีน แต่ก็ไม่เห็นเพื่อนสาวนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว สงสัยไปห้องน้ำแน่เลย จังหวะที่มองหาเพื่อนนั้นสายตาของฉันก็สบเข้ากับสายตาของใครบางคน พี่เรย์ ที่เหมือนจะจ้องฉันอยู่ก่อนแล้วด้วยซ้ำ พอพี่เรย์เห็นว่าฉันมองเขาอยู่เขาก็ยกแก้วเหล้าขึ้นชูให้ฉันหนึ่งที ซึ่งฉันก็ทำเมินใส่เพราะไม่อยากจะสนใจเท่าไร
ไม่เห็นเฌอรีนกลับมาสักทีก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะเธอดื่มหนักมาก มิโน่ก็ด้วย ไปเข้าห้องน้ำนานจัง ฉันจึงลุกออกจากที่นั่งพร้อมกับถุงกระดาษใส่ของขวัญไปห้องน้ำซึ่งคาดว่าเพื่อนน่าจะอยู่ที่นั่นฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำหาทุกห้องก็ไม่เจอเฌอรีน ระหว่างที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำฉันก็เดินสวนทางกับผู้หญิงสองคนกำลังซุบซิบนินทาใครอยู่“สงสัยอยากเป็นบรรยากาศ โรงแรมมีไม่ยอมไปถึงได้เล่นเสียวกันที่บันไดหนีไฟแบบนั้นนะ” ฉันกำลังจะเดินหนีไปแล้ว ก็ต้องสะดุดกับประโยคถัดมาของสองสาว“ยัยชุดครีมนั้นเร่าร้อนน่าดู ฮ่า ฮ่า...เสียดายที่เห็นหน้าผู้ชายไม่ถนัด” ฉันรีบหันขวับไปมองสองคนนั้นทันที“ฉันได้ยินหล่อนครางเรียกชื่อผู้ชายด้วยอ่ะ...มิๆ ..โน่ๆ ..อะไรสักอย่างแหละ” ฉันถึงกับชาวาบไปทั้งตัวในใจก็ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย ฉันรีบเดินไปที่บันไดหนีไฟทันที ภายในใจก็ว้าวุ่นไปหมดใจนึ่งก็ปลอบตัวเองว่ามันไม่มีอะไรแต่อีกใจก็อยากจะเห็นกับตาเพื่อความแน่ใจพอฉันเดินมาถึงหน้าประตูหนีไฟฉันก็ได้ยิงเสียงที่คุ้นเลยของเพื่อนตัวเอง เฌอรีน เสียงของเธอบ่งบอกว่าเธอกำลังสุขสมกับกิจกรรมสุดหรรษา เสียงชายหญิงควรครางแข่งกันอย่างเมามันส์ ฉันเอื้อมม
“พี่เรย์” พี่เรย์นั้นเอง เขามากับผู้หญิงสวยเซี๊ยะคนหนึ่งซึ่งหล่อนควงแขนพี่เรย์เอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ“ขอตัวก่อนค่ะ” ฉันรีบเดินหนีพี่เรย์ ไม่อยากให้ใครเห็นว่าฉันร้องไห้“เดียวสิไลลา...” พี่เรย์วิ่งมาดักหน้าฉันไว้“จะกลับแล้วใช่ไหม” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ“เดียวพี่ไปส่ง” ฉันกำลังจะปฏิเสธ ก็มีเสียงผู้หญิงที่มากับพี่เรย์ท้วงขึ้น“แล้วฉันล่ะ” เธอพูดกับพี่เรย์แล้วหันมาทำตาเขียวใส่ฉัน“กลับเองสิ” เขาตอบเธออย่างไร้เยื่อใย“เออ...ไลลา กลับเองได้ค่ะ” ฉันขึงตัวไว้ก่อนจะขึ้นรถพี่เรย์ ฉันแอบหันไปมองผู้หญิงที่มากับพี่เรย์หล่อนยืนเหวี่ยงวีน เตะตีอากาศเล่น พี่เรย์ใจร้ายชะมัด“เออ...ไลลากลับเองได้ค่ะ” ฉันขึงตัวไว้อีกครั้งก่อนจะขึ้นรถพี่เรย์“พี่ไม่ชอบพูดซ้ำนะ...” พร้อมกับส่งสายตาดุๆ มาให้ฉันฉันก็เลยต้องจำยอมขึ้นรถให้พี่เรย์ไปส่งที่บ้าน เราเงียบกันมาตลอดทางจนถึงหน้าบ้านฉัน“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่เรย์“จะไม่เล่าอะไรให้พี่ฟังหน่อยหรอ” พี่เรย์ถามขึ้น ฉันหันไปสบตากับพี่เรย์ เขาส่งสายตาอย่างคาดคั้น“ไม่มีอะไรนี่ค่ะ” ตอนนี้ฉันอยากจะขึ้นไปห้องนอนของตัวเองให้เร็วที่สุด“แล้วเฌอรีนไปไหน...ทำไม
มิโน่วันนี้เป็นวันเกิดผมเพื่อนรุ่นพี่ของผมเขาพามาเลี้ยงที่ ST ผับ วันนี้ไลลาแต่งตัวสวยมากแล้วก็เซ็กซี่สุดๆ จนผมอดใจไม่ไหวแอบเอาเปรียบเธอด้วยการสำรวจร่างกายไลลาผ่านสายตา ปกติไลลาไม่ค่อยแต่งตัวเซ็กซี่เท่าไรส่วนมากไลลาจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เท่ๆ แต่ไม่ว่าไลลาจะใส่แบบไหนเธอก็สวยที่สุดสำหรับผม ผิดกับเฌอรีนรายนั่นชอบแต่งตัวเซ็กซี่ล่อเสือล่อตระเข้ ผมยืนยิ้มอยู่คนเดียวที่หน้ากระจกห้องน้ำเหมือนคนบ้าเลย ว่าไม... ผมขอตัวแยกออกมาเข้าห้องน้ำเพราะรู้สึกมึนๆ ดื่มหนักไปหน่อยผมกำลังเดินออกจากห้องน้ำเพื่อกลับไปหาเพื่อนๆ ที่โต๊ะ ก็มีผู้ชายสองคนกำลังหิ้วปีกผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหน้าผมไปทางบันไดหนีไฟ ผมจะไม่เข้าไปยุ้งเลย ถ้าผู้หญิงที่ไอ้พวกเหี้ยสองตัวนั้นมันหิ้วไปไม่ใช่เพื่อนผม เฌอรีน ผมรีบเดินตามพวกมันไป พวกมันพาเฌอรีนเข้าไปที่ประตูบันไดหนีไฟ ผมผลักประตูเข้าไปทันที ไอ้พวกเหี้ยสองตัวมันกำลังจะขืนใจเฌอรีน ไอ้คนแรกมันนั่งคร่อมตัวเฌอรีนไว้ส่วนไอ้คนที่สองมันกำลังพยายามจับขาเฌอรีนให้แยกออกจากกัน“มึงทำเหี้ยไรว่ะ..สัส” ผมสถบคำหยาบออกมาอย่างเหลืออดพร้อมกับกระชากตัวไอ้คนที่นั่งคร่อมเฌอรีนออกแล้วปล่อยหมัดใส่หน้า
“ฉันไม่ไหวแล้ว..มิโน่...” พูดจบเฌอรีนก็เอื้อมมือมารั้งคอผมลงปากเล็กๆ ประกบจูบผมทันที เธอพยายามดันลิ้นเล็กๆ ของเธอเข้ามาสำรวจในปากของผม มือไม้ก็อยู่ไม่สุขเธอล้วงมือขึ้นมาจากชายเสื้อด้านล่างเข้ามาลูบไล้หน้าอกผมอย่างแผ่วเบาแล้วเธอลากวนไปมาช้าๆ บริเวณหน้าท้องนิ้วเล็กๆ หยอกเย้ากับมัดกล้าผมเล่นจนรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ปลุกอารมณ์เก่งจริงจริ๊ง แสดงว่าพอมีประสบการณ์อยู่บ้างล่ะซิ จากที่โดนปลุกอารมณ์นิดๆ ทำให้ผมเผลอจูบเธอตอบอย่างเร่าร้อนมือเล็กที่กำลังลูบไล้หน้าท้องผมอยู่นั้นเธอเผลอบีบหน้าท้องผมเล็กน้อยพอได้แล้ว ก่อนที่จะถอยไม่ได้อีกมีเสียงหนึ่งเตือนผมอยู่ในหัว....ผมจับบ่าแล้วค่อยๆ ดันตัวเธอออกแต่แล้วใบหน้าที่ผมเห็นในตอนนี้คือ ไลลา เธอส่งยิ้มหวานมาให้สายตาอ้อนวอนนั้นเหมือนไม่อย่างให้ผมหยุดการกระทำ ไลลาจริงๆ หรอเนี้ย จากที่กำลังจะหยุดพอเห็นว่าคนตรงหน้าคือไลลายิ่งทำให้ผมหึกเหิ่มเข้าไปอีก“ไลลา” ผมเผลอเอ่ยชื่อเธอออกไป เธอทำหน้างุนงงเล็กน้อยแต่แล้วก็ส่งยิ้มหวานมาให้ อ๊า...ไลลาจริงๆ ด้วย“น่ารักจัง” ผมกระซิบบอกที่ข้างหูเธอ ตอนที่เธอหน้าแดงเหมือนลูกตำลึงแล้ว มือเล็กๆ เริ่มขยุ่มหน้าอกผมเล่นอย่างเอาใจ
ไดมอนด์ติ่งต่อง.......ติ่งต่อง.......ติ่งต่อง.....เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น“ใครมาแต่เช้าล่ะเนี้ย” เสียงแม่ผมพูดขึ้น“เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ”ผมกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในครัว นาน น๊าน ผมจะได้กลับมานอนบ้านสักที ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเนี้ยไม่ใช่ว่าผมเที่ยวเถลไถลนะครับ เพราะว่าผมมีงานมีการทำต่างหาก ผมเป็นศิลปินของค่ายเพลง LayMusic ปีนี้เป็นทองของผมล่ะครับ ทัวร์คอนเสิร์ตตลอด ก็อย่างว่า คนมันกำลังฮอตแล้วผมก็กำลังสนุกกับงานของตังเองด้วย ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงพักผ่อน ทางค่ายเห็นว่าผมลุยงานมาตลอดก็เลยให้พักเป็นเวลาหนึ่งเดือนผมเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อดูว่าใครมา“อ้าว...นึกว่าใคร พี่มิโน่นี่เอง หวัดดีครับ” ผมกล่าวทักทาย“หวัดดี หายหน้าหายตาไปนานเลยนะ”“คนหล่อก็งี้แหละครับ ไม่ค่อยได้เจอตัวง่ายหรอก” ผมตอบแล้วก็ส่งยิ้มกวนๆ ไปให้พี่มิโน่“คร๊าบบบ...พ่อรูปหล่อ” พี่มิโน่แขวะผม“แล้วพี่มีไร มากดกริ่งหน้าบ้านเค้าแต่เช้าเนี้ย” ผมถาม“ก็มารับพี่สาวเราไปเรียนไง” พี่มิโน่ตอบ“อ๋อ..แต่ว่าวันนี้พี่ไลลาไม่ไปเรียนนะ เห็นว่าไม่สบาย” ผมบอก“อ้าว..แล้วไลลาเป็นไรมากไหม” พี่มิโน่ถามแสดงออกถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน“นี่แ
ไลลาหลังจากที่หยุดเรียนไปสามวันทำให้สมองได้พักผ่อนเพียงพอ และคิดว่าฉันคงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้วล่ะ การที่เรามีพี่หรือน้องมันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะบางเรื่องเราก็ไม่สามารถปรึกษาพ่อแม่ได้หรือเพื่อนด้วย พอมีไดมอนด์อยู่มันก็เลยทำให้ไม่เหงาเท่าไร ได้คุยกันตามประสาพี่น้องมันทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ช่วงที่ฉันไม่ไปเรียนเฌอรีนก็โทรมาหาฉันทุกวันทำให้ฉันรู้สึกว่า เรื่องระหว่างพวกเขาอาจจะแค่สนุกหรือไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ฉันยอมรับว่าฉันไม่อาจตัดใจจากมิโน่ได้ ฉันไม่อยากเลิกกับมิโน่ยังอยากคบกับเขาต่อไป และฉันก็คิดว่าเฌอรีนก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับมิโน่หรอก“หายดีแล้วหรอไลลา” เสียงมิโน่ทักขึ้นเมื่อฉันเดินผ่านประตูหน้าบ้านออกมา“อืม..ไม่เป็นแล้วล่ะ” มิโน่ยืนจ้องมองหน้าฉันแล้วก็ยิ้ม“อะไร” ฉันถามออกได้ด้วยความเขิน ก็เล่นจ้องซะขนาดนี้“ไม่เห็นหน้าตั้งสามวันขอมองหน่อยไม่ได้หรอ” มิโน่ยิ้มหวานมาให้“บ้าน๊า..ขึ้นรถได้แล้ว” ตอนนี้แก้มฉันคงแดงแล้วมั่งพอเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย มิโน่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที“เมื่อไร ไลลาจะบอกเรื่องของเรากับพ่อของไลลาสักที”“ทำไมหรอ”“โน่อยากดูแลไลลาให้มากกว่านี้ อยา
“แกหายดีแล้วหรอไลลา” เฌอรีนถามพร้อมกับดึงฉันเข้าไปกอดทำให้ฉันต้องปล่อยมือจากมิโน่“อืม...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มให้เฌอรีน“เข้าเรียนกันเถอะ” เสียงมิโน่บอก ฉันหันไปมองหน้ามิโน่เขาก็ยิ้มอบอุ่นส่งมาให้ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ควรคิดอะไรมากมายอีกต่อไป เพราะในสายตาของมิโน่มีแค่ฉันสามเดือนต่อมา....ฉันกับมิโน่ก็ยังคบกันอยู่แต่ก็ยังไม่มีใครรู้เหมือนเดิม ฉันอยากจะเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยบอกพ่อว่าฉันคบกับมิโน่ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันรับปริญญาแล้ว อยากให้ถึงเร็วๆ จัง คิดดังนั้นฉันก็นั่งยิ้มให้กับตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้องนอนติ่งเสียงแอพพลิแคชั่นไลน์ดังขึ้น ฉันหันไปมองที่หน้าจอโทรศัพท์ “มิโน่” ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมิโน่ : นอนยังไลลา : กำลังจะนอน มีไรหรอมิโน่ : ฉันปวดหัวอ่ะ ยาแก้ปวดก็หมดด้วยอ้าวเขาไม่สบายหรอเนี้ยไลลา : แล้วเป็นไรมากเปล่าฉันรีบพิมพ์กลับไปถามด้วยความเป็นห่วงมิโน่ : ถ้าได้กินยาก็คงดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลยจะไปซื้อยาเองก็ไปไม่ไหวไลลา : งั้นเดี่ยวไลลาเอายาไปให้นะรอแป๊บฉันค่อยๆ ย่องออกจากบ้านกลัวพ่อกับน้าภาตื่น ดีนะที่พ่อเข้านอนแล้ว ฉันเข้าไป
ตุบเสียงมาจากชั้นสองของบ้าน ฉันรีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองแล้วก็ต้องหยุดมองเพราะข้างบนนี้มีสามห้องมิโน่อยู่ห้องไหนเนี้ย ฉันหันไปทางซ้ายก็เจอห้องสุดทางเดินระเบียงประตูห้องปิดไม่สนิท น่าจะใช่ห้องนี้แหละ ฉันเดินไปที่ประตูเอื้อมมือผลักเข้าไป แต่แล้วสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ฉันถึงกับพูดไม่ออก ขาก็นิ่งอยู่กับที่เหมือนมีใครมาสตั้นไว้งั้นแหละ อะไรกัน มิโน่กับเฌอรีน แล้วเฌอรีนมาอยู่นี่ได้ไง พวกเขานอนกอดกันอยู่บนเตียง เสื้อนักศึกษากับกระโปรงทรงเอของเฌอรีนก็วางกองอยู่ปลายเตียงฉันรีบเอามือปิดปากเมื่อมีก้อนสะอึกขึ้นมาจุกที่คอ“อะ อึก..” ฉันเผลอร้องออกมาฉันหันหลังรีบเดินลงมาข้างล่าง ทำไม พวกเขาถึงมาอยู่ด้วยกันอีก ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วนะ ทำไมมิโน่ถึงทำกับฉันแบบนี้ ทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรที่มันซ้ำซากแบบนี้ด้วย ฉันกำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กหน้าบ้านก็มีเสียงเรียกฉันไว้“ไลลา นั่นแกใช่ไหม” เสียงเฌอรีนเสียงเฌอรีนเดินมาหา ฉันรีบเช็ดน้ำตาแบบลวกๆ แล้วหันกลับไปมองเฌอรีนตอนนี้เธอใส่เสื้อสีขาวตัวใหญ่น่าจะเป็นเสื้อของมิโน่ ฉันเบือนหน้าหนีเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมทำท่าจะไหลออกมาอีก“อืม...แกมาอยู่นี้ได้ไง” ฉันพยายามแสดง
แถมอีกนิด...หลังจากคลอดลูกฉันก็ฟิตหุ่นอย่างหนักจนตอนนี้ฉันก็กลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมแล้วราเรซก็เป็นเด็กดีมากไม่งอแง้ให้ฉันต้องเหนื่อยเลย“แม่ค่ะ ฝากราเรซแป๊บนะ” ฉันหันไปบอกแม่ ตอนนี้แม่ฉันมาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานชั่วคราว“จะไปไหนลูก” แม่หันมาถามฉัน“ไปธุระนิดหน่อยค่ะ”ตอบแม่เสร็จฉันก็เดินขึ้นรถคู่ใจตรงดิ่งไปยัง ST ผับ เพราะอะไรนะหรอ หึ!สายของฉันรายงานมาว่า สามีฉันและเพื่อนๆ ของเขารวมทั้งไอ้น้องชายตัวแสบด้วยกำลังถ่ายเอ็มวีเพลงโปรโมทค่ายของพวกเขาพวกนั้นพานางแบบสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ยี่สิบกว่าคนใส่บิกินี่มาถ่ายแต่นั้นก็ไม่เท่าไรหรอก พอได้เห็นรูปที่สายของฉันส่งมาก็ทำให้ฉันปิ๊ดแตกทันทีเมื่อสามีตัวดีของฉันนั่งอยู่บนโซฟาแล้วมีสาวๆ นั่งขนาบข้างคนหนึ่งก็ลูบไล้อีกคนก็เต้นยั่วและที่สำคัญพี่เรย์จับก้นแล้วก็โอบยัยพวกนั้นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีฉันร่วมแฟรมด้วยก็ฉันนะนางแบบหุ่นเอ็กซ์ตัวแม่“สวัสดีค่ะ ทุกคน” เมื่อฉันปรากฏตัวก็ทำให้ทั้งหมดหันมามองเป็นตาเดียวใช่ว่ามองเพราะฉันคือเมียของพี่เรย์หรอกนะ แต่ที่มองก็เพราะว่าฉันใส่บิกินี่สุดวาบหวิวแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึก“แบะ! เจ้า” เฮียซัมดี“แล่มมาก” เฮียเจ
บทส่งท้าย....วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต เป็นความฝันของลูกผู้หญิงทุกคนที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะใส่ชุดแต่งงานสีขาวกระโปรงยาวๆ เดินไปบนพื้นพรมที่โปรยไปด้วยดอกกุหลาบหลายสีงานแต่งของฉันจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวที่ทางโรงแรมเขาเตรียมไว้ให้“พร้อมรึยังลูก” พ่อเดินเข้ามาถามฉัน“ค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนเข้าไปกอดพ่อ“ลูกสาวพ่อสวยจังเลย” ความอบอุ่นจากพ่อทำให้ฉันคลายความกังวลลงได้ไม่มีอ้อมกอดไหนจะอุ่นเท่ากับอ้อมกอดของพ่อแม่แล้วล่ะตื่นเต้นจัง ฉันเดินค้วงแขนพ่อเข้ามาในงาน มีแขกมาร่วมงานกันมากมายเพื่อนของฉันก็มาด้วย มิโน่ เฌอรีน และหนูน้อยมิริน พวกเขาส่งยิ้มแสดงความยินดีมาให้กับฉันฉันมองไปเบื้องหน้าก็เจอกับผู้ชายหน้าคม ผิวขาวออร่าพุงเหมือนวันแรกที่เจอกันเขาอยู่ในชุดสูทสีขาวทำให้เขาดูน่ามองยิ่งนัก เขายืนส่งยิ้มแสนอบอุ่นมาให้“พ่อฝากลูกสาวพ่อด้วยนะ เรย์” พ่อฉันบอกเขา พร้อมกับจับมือฉันไปวางไว้บนมือหนาที่ยื่นมารอรับอยู่แล้ว“เรย์จะรักและดูแลไลลา ให้ดีที่สุด เรย์ให้สัญญาครับ” พี่เรย์ยืนยันคำมั่นกับพ่อของฉัน“แม่ฝากไลลาด้วยนะเรย์” ฉันเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยควา
หนึ่งเดือนต่อมา ณ บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง“พ่อครับ ผมทำลูกสาวพ่อท้องครับ” เสียงผู้ชาย หล่อ ผิวขาว หน้าคม พูดขึ้น“ล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย” ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทำสีหน้างงงวยเป็นเสียงสนทนาระหว่างพ่อของฉันกับว่าที่สามี พี่เรย์ นี่เขาคุยกับผู้ใหญ่ไม่เป็นรึไงจะมาขอลูกสาวเขาแต่มาบอกกับพ่อเขาว่าทำลูกสาวเขาท้องเนี้ยนะ“จริงครับพ่อ” เสียงน้องชายตัวดีพูดเสริม ไดมอนด์“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีลูกชายผมมันใจร้อนไปหน่อยไม่รอให้ผมที่เป็นพ่อของมันมาพูดให้นะครับ” เสียงผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับภรรยาของเขา“ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ” ฉันยกมือไหว้ท่านทั้งสอง เขาคือพ่อแม่ว่าที่สามีฉันเอง“ก็พ่อช้านิครับ” พี่เรย์หันไปโว๊ยพ่อตัวเอง“จะมาขอลูกสาวเขาทั้งที ไม่เตรียมสินสอดทองหมั้นมาแล้วใครเขาจะยกลูกสาวให้ ห๊ะ! ไอ้เรย์” พ่อพี่เรย์บ่นลูกชาย“นี่ค่ะ สินสอดแล้วก็ของหมั้น” แม่พี่เรย์วางพานที่เต็มไปด้วยเงินสด ทองแหวนเพชรและเครื่องประดับอื่นๆ มีใบโฉนดที่ดินด้วยฉันมองหน้าพี่เรย์อย่าง งงๆ“แล้วผมจะกล้าขัดได้ไง ในเมื่อพร้อมกันซะขนาดนี้” พ่อฉันได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“เรื่องสินสอดนะให้เขาคุยกันเอง
“เบาๆ สิ เดี๋ยวกระเทือนลูก” พี่เรย์แกล้งดุฉัน“แค่นี้เอง ไม่กระเทือนหรอกน่า” ฉันบอกพี่เรย์“งั้นมาต่อแขนต่อขาลูกหน่อยไหม” นั้นไงพอเห็นไม่ว่าอะไรเข้าหน่อยนี่ เอาใหญ่เลย“มาเล่นเกมส์กันก่อนดีกว่า” ฉันเสนอ“เกมส์อะไร” พี่เรย์พูดอย่างหงุดหงิดนิดๆ“มาเป่ายิงชุบกัน ผู้ชนะมีสิทธิ์ถอดเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ได้ของผู้แพ้” ฉันอยากทรมานเขาเล่น“งั้นพี่ยอมแพ้ ไลลาถอดพี่ได้เลย” พี่เรย์พูดจบก็ทำท่าจะถอดเสื้อผ้าตัวเอง“ไม่ค่ะ ต้องเป่ายิงชุบก่อน” ไม่ยอมง่ายๆ หรอก อยากหื่นดีนัก“มาค่ะ ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” ฉันชนะฉันจับชายเสื้อข้างล่างของพี่เรย์แล้วก็ดึงออกทางศีรษะ“ถอดกางเกงเลยไม่ได้หรอ” ดูทำพูดเข้า ใจร้อนจริงฉันส่ายหน้าให้แทนคำตอบ“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะ“ถอดกระโปรงเลย” พูดจบก็พุงตัวมาจับฉันถอดกระโปรง“ทำไมไม่ถอดเสื้อก่อนเล้า..พี่เรย์ มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆ” เขาพยายามจะถอดกระโปรงให้ได้พอฉันยึดจับกระโปรงไว้พี่เรย์ก็จี้เอวฉัน“มาต่อเลย” เขายึดกระโปรงไปเป็นที่เรียบร้อย คนบ้าฉันต้องเอาหมอนมาวางที่ตักไว้แทนมันวาบหวิวไปหน่อย“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะอีกแล้ว“ถอดกางเกงในเลยทีนี้” โอ๊ยย
“อ้าว พี่เรย์มาได้ไงคะ” เฌอรีนถามเขาตอนนี่พี่เรย์จ้องหน้าฉันนิ่ง แววตาเสียใจไหววูบไปกับน้ำตาที่เริ่มคลอ“เพราะแบบนี้สินะ ถึงไม่ยอมบอกพี่” พี่เรย์พูด สายตาเจ็บปวด“ไม่ใช่นะ ไลลามะ...” ฉันพยายามอธิบาย“พี่เข้าใจแล้วล่ะ” พี่เรย์กำลังจะเดินข้ามถนนหนีฉันไป“ฉันท้องกับพี่แก ยัยเฌอบ้า” ฉันหันมาตะคอกเฌอรีนฉันรีบวิ่งตามข้ามถนนโดยไม่ทันระวังตัว“ไลลา ระวัง” ฉันหันหน้ากลับมามองเฌอรีน เธอกำลังวิ่งตามฉันมาปริ๊นนนน โครม...เฌอรีนผลักฉันให้พ้นทางแต่ฉันก็กอดเฌอรีนไว้ด้วยเธอพลิกตัวเองไปทางรถยนต์ทำให้เฌอรีนโดนชนเต็มๆ“เฌอรีน!!” ฉันร้องลั่นเมื่อเห็นเลือดจากหัวของเฌอรีน“ละ..ลูก ฉัน” มือของเธอกุมท้องตัวเองไว้“ไม่เป็นไรๆ ลูกยังโอเคร ไม่เป็นไรนะ” น้ำตาฉันไหลพราก สงสารเฌอรีน“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกสมควรตาย ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ” ฉันหันไปตามเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้น แพทตี้หรอยัยแพทตี้เป็นคนขับรถชนเฌอรีน“ไลลา!” พี่เรย์วิ่งตาตั้งมาจากไหนก็ไม่รู้“ช่วยพยุงเฌอรีนหน่อย” ฉันบอกให้พี่เรย์ พยุงเฌอรีนแทนฉันฉันลุกขึ้นเดินตรงไปที่ยัยแพทตี้ ที่กำลังหัวเราะเหมือนคนบ้า“ซะใจมากใช่ไหม มานี่” ฉันกระชากผมแพทตี้อย่างแรงตามด้วยฝ่าม
หลังจากกลับมาจากถ่ายแบบที่ทะเล ฉันก็ขอพี่แมนนี่พักหน่อยเพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย พี่เรย์ก็ทำงานอยู่ที่ค่ายเพลงไม่ค่อยได้กลับมาคอนโด ไปหาดีไหมน่าจะยุ่งอยู่รึเปล่าฉันขับรถมาจอดที่ใต้ตึก LayMusic ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตึกขึ้นไปยังชั้นสองตรงไปที่ห้องสุดทางเดิน ฉันเลือนประตูกระจกไปด้านข้าง โคมไฟบนโต๊ะส่องแสงพอให้มองเห็นภายในห้อง ใบหน้าคมขาวเนียนกำลังนอนหลับอยู่บนโซไฟตัวใหญ่ เวลาหลับก็ดูไม่มีพิษมีภัยอยู่หรอก แต่ถ้าตื่นล่ะก็คนล่ะเรื่องเลย ฉันเดินไปหยิบผ้าห่มที่โต๊ะข้างโซฟามาคลุมร่างหนา ดูใกล้ๆ ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี้ย ฉันนั่งลงกับพื้นพรมมองหน้าพี่เรย์ ฉันค่อยๆ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเบาๆ“แอบลักหลับพี่หรอ ไลลา” พี่เรย์พูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา“รู้ได้ไงว่าเป็นใคร” ยังไม่ลืมตาซะหน่อยพี่เรย์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ดึงฉันไปนั่งตรงกลาง แขนแกร่งก็โอบรอบเอวฉันไว้หลวมๆ“ก็เมียพี่นิ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”เพิ๊ยะ ฉันตีแขนเขาไปหนี่งที พูดจาแสลงหู“ใครเมียพี่ค่ะ” ยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย“ทบทวนความจำสักหน่อยไหมล่ะ” เห็นไหมล่ะ พอตื่นมาก็หื่นใส่เลย“ทบทวนเรื่องไหนคะ เรื่องพี่เรย์กับมินนี่นะหรอ” ฉันเลยแขวะเข้าให้“ไม่
สองเดือนต่อมา...เสียงคลื่นน้ำสีเขียวมรกตสาดซัดเข้าชายฝั่ง ลมเย็นพัดผ่านกระทบผิวกายทำให้รู้สึกเย็นสบาย ตอนนี้ฉันมาถ่ายแบบที่ทะเล บรรยากาศดีมาก และการถ่ายแบบที่ทะเลชุดที่ใส่ถ่ายก็ต้องเป็นบิกินี่ ไม่ได้ถ่ายคนเดียวมีนายแบบด้วยนะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลน้องชายฉันเอง ไดมอนด์ เพราะว่าถ่ายกับน้องตัวเองฉันก็เลยรับงานนี้ และเจ้าของงานก็คือ มิโน่ เป็นอีกคนที่ไม่ยอมให้ถ่ายกับนายแบบคนอื่น แล้วฉันก็ไม่ได้บอกพี่เรย์ด้วย ถ้าเขารู้ไม่ยอมให้ถ่ายแน่“ดีมากครับ สวยครับ” เสียงตากล้องชม เมื่อฉันกับน้องชายเริ่มโพสต์ท่าทาง“โอเครครับ เยี่ยมๆ ทุกคนเก่งมาก” ตากล้องชมทีมงานทุกคนเมื่อทำงานเสร็จ“พี่ไลลา น้ำค่ะ” ของขวัญถือน้ำมาให้ฉัน พร้อมกับเสื้อคลุม“แล้วน้ำฉันล่ะ” ไดมอนด์หันไปถามของขวัญ“ไดมอนด์ขา น้ำเย็นๆ มาแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเอาน้ำมาให้ไดมอนด์“พี่ไลลาร้อนไหมเดี่ยวของขวัญไปเอาพัดลมแบตเตอรี่มาให้” ของขวัญถามอย่างใจดี“ฉันอยากกำลังอยากได้อยู่พอดี ไปเอามาให้หน่อยสิ” เอะยังๆ อยู่นะน้องชายฉันเนี้ย“นาย เอ้ย..คุณโดมอนด์ ก็เรียกพวกสาวๆ ของคุณสิค่ะ พวกนั้นอยากจะบริการคุณจะแย่อยู่แล้ว” พูดจบของขวัญก็เดินหนีไป
ฉันกลับมาจากทำงานเป็นเวลาบ่ายสอง เมื่อเช้าตอนออกไปรถพี่เรย์ก็จอดอยู่กลับมาก็ยังจอดอยู่ที่เดิม กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ไม่มาหาฉัน ทีเมื่อวานล่ะทำเป็นห่วงก้าง เชอะ!ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของพี่เรย์ เธอควรจะกลับห้องตัวเองนะไลลา แต่มือฉันมันกดกริ่งหน้าห้องเขาไปแล้ว“มาหาใครครับ” พี่เรย์ทำหน้านิ่งทันทีที่เห็นฉันเป็นอะไรอีกล่ะ? ทำเป็นถามว่ามาหาใคร แต่ก็เปิดประตูซะกว้างเลยนะ กลัวฉันไม่เข้าไปล่ะสิ ไม่เนียนเอาซะเลย“งั้นไม่รบกวนล่ะคะ” ฉันแกล้งจะเดินกลับห้องแขนเรียวยาวก็คว้าเอวฉันเข้าไปในห้องปั๊บ นึกว่าจะแน่“จะรีบไปไหน” พี่เรย์พูด ทำหน้าดุใส่“ก็กลับห้องสิคะ ถามได้” แกล้งกลับซะเลย“มากดกริ่งห้องเขา แล้วไม่เข้ามามันเสียมารยาท” ใครบอกมาเนี้ย ไม่เห็นจะเคยได้ยิน“ก็เจ้าของห้องหน้าบูด ไม่รับแขกนี่ค่ะ” พอโดนฉันว่าหน้าบูด ก็ปล่อยแขนออกจากเอวฉันแล้วก็หันหลังให้ทันที อะไรของเขา“เป็นอะไรค๊า” อ้อนสักหน่อย เดี๋ยวจะเสียเที่ยวที่เขาอุตส่าห์เล่นใหญ่ขนาดนี้แล้วฉันเดินไปกอดเอวหนาจากด้านหลัง เอาหน้ากับคางมน ถูไปมากับแผ่นหลังกว้าง“ไม่ต้องมาอ่อยซะให้ยาก” เนะยังไม่ยอมอีก“เหรอคะ” ฉันแกล้งล้วงมือขึ้นไป
“ไปรถโน่นะ ไลลาไม่มีรถแล้ว” ฉันหันกลับมาบอกมิโน่“เชิญคร๊าบบบ คุณหนูไลลา” ฉันชงักกับคำพูดเล่นของมิโน่ เขากำลังพยายามอยู่สินะฉันหันไปยิ้มบางๆ ให้มิโน่ตอนนี้ฉันกับมิโน่นั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์แถวหมู่บ้านของพวกเรา เราเลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวติดกับระเบียงไม้ที่รั้วประดับไปด้วยดอกไม้หลายชนิดอย่างสวยงาม“นึกว่าจะพาไปกินร้านอาหารหรูๆ ซะอีก” ฉันแกล้งพูดแซวมิโน่“ก็ไลลาชอบกินอาหารแบบบ้านๆ นิ ในร้านหรูมันไม่มีหรอก” มิโน่ตอบพร้อมกับส่งยิ้มมาให้“ทำเป็นรู้ดี..” ฉันแอบแขวะนิดหน่อย“อะไรที่เกี่ยวกับไลลา โน่รู้หมดแหละ” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยน์ตาของเขาไหววูบเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง“เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ก็ลองไม่รู้สิ มีนอยแน่” ฉันทำทีเป็นพูดเล่นไป ใช่ฉันรู้ รู้ว่ามิโน่ต้องการจะสื่ออะไร“ที่รู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนสักหน่อย” มิโน่พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง“มิโน่” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือมิโน่ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร“โน่มาช้าไปใช่ไหม” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยตาดูเศร้าสร้อย“โน่ไม่ได้มาช้าหรอก แค่ไลลาไม่ได้รอโน่แล้ว” ถึงจะรู้ว่าเขาต้องเสียใจ แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปได้จริงๆ“นั้นสินะ ใ