บรรยากาศยามเช้าของเดือนพฤศจิกายน หน้าหนาวเข้ามาแล้วสินะ อากาศเริ่มเย็นหน่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเย็นมากอากาศเย็นกำลังดีฉันอยู่ในชุดนักศึกษากำลังเดินไปหน้าบ้านเพื่อไปมหาลัย
"อรุณสวัสดิ์ไลลา"เสียงผู้ชายข้างบ้านทัก ฉันรีบหันไปยิ้มหวานให้เขาทันที
"รอนานไหม...มิโน่"เขาคือเพื่อนบ้านของฉันเองแหละ แล้วก็เป็นแฟนฉันด้วย
"สำหรับไลลาแล้ว...นานแค่ไหน โน่ก็รอได้" มิโน่พูดพร้อมกับส่งยิ้มพิมใจมาให้
"ทำเป็นพูดดี" ฉันส่งยิ้มแบบขำๆ ไปให้
"เชิญครับ...คุณหนูไลลา" มิโน่พูดพร้อมกับเปิดประตูรถยนต์ให้
"เวอร์น่า..." ฉันได้แต่ขำกับความขี้เล่นของมิโน่
ทันทีที่ฉันเข้ามานั่งภายในรถเรียบร้อย มิโน่ก็รีบขึ้นมานั่งฝั่งคนขับแต่ก็ไม่ยอมออกรถสักที ฉันหันหน้าไปมองมิโน่ด้วยความสงสัยซึ่งมิโน่ก็มองหน้าฉันอยู่ก่อนแล้ว
"อะไร" ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความไม่เข้าใจ
"จริงๆ เลย..."มิโน่พูดพร้อมกับเอื้อมมือมาโอบตัวฉันเพื่อดึงเข็มขัดนิรภัยข้างประตูรถ
จังหวะที่มิโน่เอี้ยวตัวมานั้นเหมือนมิโน่จงใจหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองสบตาฉัน ฉันได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าขยับตัว มิโน่ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาเพื่อให้ริมฝีปากของเราตรงกัน ฉันกลั้นหายใจไปชั่วขณะพร้อมกับหลับตาปี๋ ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะสัมผัสกัน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน
คลื่น.....คลื่น.....คลื่น.....
เสียงโทรศัพท์ของฉันเอง มิโน่จึงถอยกลับไปนั่งที่คนขับเหมือนเดิมพร้อมกับดึงสายเข็มขัดนิรภัยไปล็อกให้ฉันด้วย ฉันกดรับสายกรอกเสียงลงไปคุยกับคนที่อยู่ในสาย
"ว่าไง..เฌอรีน" เพื่อนฉันเองแหละคุณหนูเฌอรีน
"ทำอะไรอยู่จ๊ะ...ทำไมรับสายฉันช้าจัง"น้ำเสียงอารมณ์ดีมาจากคนปลายสาย
"ไม่ได้ทำไร...กำลังจะไปมหาลัย" ฉันตอบเฌอรีนพร้อมกับแอบหันไปมองคนข้างๆ ซึ่งกำลังนั่งอมยิ้มล้อเลียนฉันอยู่ ฉันเลยแกล้งทำหน้าง้อใส่มิโน่ อยากแกล้งฉันดีนักเดี๋ยวจะงอนซะให้เข็ด
"แล้วแกมายังไง...มากับมิโน่หรอ"เฌอรีนถามขึ้น
"ใช่จ้ะ" ฉันตอบ "งั้นรีบเลย...ฉันรออยู่แค่นี้แหระบาย" เฌอรีนพูดพร้อมกดวางสายไป ฉันรีบหันไปมองหน้าคนขี้แกล้งทันที
"จะยิ้มอะไรนักหนา มิโน่ ออกรถได้แล้ว" ฉันทำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก
"รู้นะ...ว่าเขินอ่ะ" สิ่งที่มิโน่พูดออกมาทำให้หน้าเห่อแดงเหมือนลูกตำลึงสุก
"ตั้งใจขับรถไปเลย...คนบ้า" มิโน่ยิ้มอย่างล้อเลียน ทำให้ฉันไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาอีก ก็เลยหันไปมองทางข้างหน้าแทน
ฉันได้รู้จักกับมิโน่เมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่บ้านของพ่อกับภรรยาพ่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันก็ไปๆ มาๆ ช่วงปิดเทอมก็จะมาอยู่กับพ่อทำให้ได้รู้จักกับหนุ่มหล่อข้างบ้าน ที่ฉันเลือกอยู่กับแม่ที่บ้านต่างจังหวัดก็เพราะตอนนั้นแม่ยังไม่มีใคร แต่พอแม่แต่งงานใหม่พ่อก็ขอให้ฉันมาอยู่ด้วยซึ่งตอนนั้นฉันก็เรียนจบมัธยมปลายพอดีก็เลยตัดสินใจย้ายมาอยู่กับพ่อเพื่อมาเรียนต่อมหาลัยที่พ่อหาไว้ให้ โชคดีของฉันที่แม่เลี้ยงฉันค่อนข้างใจดีเธอรักและเอ็นดูฉันเหมือนลูกแท้ๆ และอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฉันตัดสิ้นใจมาอยู่กับพ่อถาวรก็เพราะน้องชายไงล่ะ ไดมอนด์ น้องต่างมารดาของฉัน ฉันกับน้องชายเราสนิทกันมากเมื่อตอนเด็กๆ น้องติดฉันงอมแงมเลยล่ะ____มหาลัย____"ทางนี้ๆ "เสียงจากผู้หญิงผมสีบลอด์นทองยาวประบ่า ตากลมโตเหมือนตุ๊กตา เฌอรีนนั้นเอง"ทำไมมาช้าจัง..."เฌอรีนทำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก ฉันได้แต่ยิ้มเฌอรีน ฉันแอบหันไปมองคนข้างๆ มิโน่ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ ฉันได้แต่อมยิ้มด้วยความเขินอาย"จะรีบไรนักหนาห๊ะ...ยัยคุณหนูเฌอ" มิโน่หันไปพูดกับเฌอรีน เปลี่ยนเป็นอารมณ์หงุดหงิดใส่เฌอรีนทันที"พอใจ...มีปัญหาไรมะ"เฌอรีนก็ไม่ยอมง่ายๆ เถียงมิโน่กลับ
"ไลลา"เสียงของเฌอรีนกระซิบเรียกฉัน สายตาของเธอหันไปมองมิโน่ว่าได้ยินเธอรึเปล่า"อะไรหรอ...เฌอรีน" ฉันกระซิบถามกลับไป"วันนี้วันเกิดมิโน่ใช่ป่ะ"เฌอรีนถาม"อืม..ใช่ ทำไมหรอ" ฉันถามเฌอรีน"ไปหาของขวัญให้มิโน่กัน"เฌอรีนชวน"ฉันเตรียมไว้แล้ว"ฉันบอกเฌอรีน"เร็วจังเหะ..."เฌอรีนพูด ฉันได้แต่นั่งอมยิ้มกับตัวเอง"งั้น...ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ"เฌอรีนพูดพร้อมกับทำท่าทางออดอ้อนอย่างน่ารัก"แล้วจะไปยังไง...ถ้ามิโน่รู้เดี๋ยวก็ไปด้วยอีกล่ะ"เพราะไม่ว่าฉันจะไปไหนมิโน่มักจะติดตามไปทุกที่"ก็อย่าบอกสิ...เดียวฉันจัดการเอง" เมื่อเฌอรีนเห็นฉันทำหน้าสงสัยอย่างไม่เข้าใจ"นี่...มิโน่นายจะจัดปาร์ตี้วันเกิดที่ไหนหรอ" เฌอรีนถามมิโน่"รุ่นพี่ฉันจะพาไปเลี้ยงที่ ST ผับนะ"มิโน่ตอบ"ดีเลย...ตอนนี้ฉันกับไลลายังไม่มีชุดสวยๆ ใส่เลยอ่ะ งั้นฉันกับไลลาไปช้อปปิ้งก่อนนะ" พูดจบเฌอรีนก็ลากฉันออกจากห้องเรียนทันทีเสียงมิโน่ร้องเรียกบอกให้รอก่อน แต่เฌอรีนก็ไม่รีรอรีบพาฉันเดินออกมาจนถึงหน้ามหาลัย"แล้วเราจะไปกันยังไงล่ะ"อย่างน้อยถ้ามิโน่ไปด้วยก็จะได้มีคนพาไปเพราะเขามีรถ"เดี่ยวฉันโทรบอกพี่ชายฉันมารับดีกว่า"เฌอรีนบอก"นี่แกมีพี่ชาย
"พี่เรย์ นี่เพื่อนเฌอรีนเอง ชื่อไลลา ไลลานี่พี่เรย์พี่ชายสุดหล่อที่ฉันเล่าให้ฟังอ่ะ" ฉันยกมือไหว้พี่เรย์ พี่เรย์พยักหน้าให้ผ่านกระจกมองหลัง สายตาของฉันสบเข้ากับสายตาของพี่เรย์พอดี ตาคมจ้องฉันอย่างกะจะกินฉันเข้าไปทั้งตัวงั้นแหละ ฉันแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อพี่เรย์พูดประโยคถัดมา"คนนี้หรอที่จะติดต่อให้พี่"พี่เรย์พูดพร้อมกับจ้องฉันไม่วางตา"แล้วพี่เรย์...ชอบรึเปล่าล่ะ" ยิ่งได้ยินเฌอรีนพูด ฉันยิ่งอึ้งเข้าไปอีก"ยัยเฌอรีน..."ฉันท่วงเพื่อนด้วยเสียงดุ"น่ารักดี...พี่ชอบ" พี่เรย์พูดพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ผ่านกระจกมองหลัง"งั้นก็จีบเลยสิค่ะ"เสียงเฌอรีนยุยงส่งเสริมไม่หยุด"ถ้าแกยังไม่เลิกเล่น...ฉันจะไม่ไปกับแกแล้วนะ" ฉันบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง"โธ่...ฉันล้อเล่นน่าไลลา ไม่เห็นจะต้องทำเสียงดุขนาดนั้นเลย"เฌอรีนพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน"สงสัยเพื่อนเฌอรีน...หัวใจไม่ว่างแน่ๆ เลย ไม่งั้นคงไม่ทำท่าทางเหมือนไม่พอใจแบบนั้นหรอก" คำพูดของพี่เรย์ทำให้เฌอรีนหันขวับมามองหน้าฉันทันที"นี่แกมีแฟนแล้วหรอไลลา"เฌอรีนถามขึ้น เธอใช้ตากลมโตจ้องมองฉันอย่างคาดคั้น ทำให้ฉันพึงนึกขึ้นได้ว่าเฌอรีนยังไม่รู้เรื่อ
ในที่สุดฉันก็ถูกเพื่อนสาวลากเข้ามาในร้านเป็นที่เรียบร้อย จนได้.. ที่ฉันไม่อยากเข้าร้านนี้ก็เพราะฉันต้องมาเป็นหุ่นให้ยัยเพื่อนตัวดีลองชุดนั้นชุดนี้ให้หล่อนดูนะสิ เฌอรีนบอกว่าฉันหุ่นดีใส่ชุดไหนก็ดูดีไปหมด ไม่ว่าจะลองชุดไหนฉันก็ต้องเดินออกมาให้เฌอรีนดู แค่เพื่อนคนเดียวฉันก็ไม่ได้อายอะไรหรอก นี่มีพี่เรย์อยู่ด้วยแล้วเพื่อนตัวดีของฉันก็ชอบหันไปถามความเห็นของพี่เรย์ด้วยนี่สิ เขายิ่งชอบจ้องมองอย่างกะจะกินฉันงั้นแหละ หน้าหล่อแบบนี้ไม่น่าจะอดอยากปากแห้งนะคงมีให้กินถึงที่เลยล่ะมั้งนั้น แต่ก็ไม่เลิกจ้องฉันสักที....เฌอรีนหยิบชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวกับกระโปรงสีเดียวกันกับเสื้อยาวถึงเข่าแต่ก็ผ่าลึกขึ้นมาถึงขาอ่อนด้านบน ฉันรีบส่ายหน้าทันทีที่เฌอรีนเอาชุดนั้นมาทาบบนตัวฉัน"ฉันไม่ลองชุดนี้เด็ดขาด"ฉันบอกเพื่อน"ก็ได้..งั้นใส่คืนนี้เลยแล้วกัน"เฌอรีนพูดเสร็จก็หยิบอีกชุดแบบเดียวกันแต่เป็นสีครีมไปคิดเงินทั้งสองชุด"แกหมายความว่าไงเฌอรีน"ฉันเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย"ก็หมายความว่า...แกต้องใส่ชุดนี้เป็นเพื่อนฉัน" ฉันทำหน้าเหวอทันที"แล้วทำไมฉันต้องใส่ด้วย" ฉันถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้"เพราะถ้าแกไม่ใส่...ฉันก็จะแก
ST ผับเรย์หลังจากที่แยกกับสองสาวแล้วผมก็มานั่งดื่มเหล้าที่ผับของโลโค่มัน เป็นทั้งเพื่อนทั้งน้องชายที่ถือว่าสนิทกับผมมาก รองจากเฮียเจ เฮียซัมดี เลยล่ะ จากผับเล็กๆ ของโลโค่ตอนนี้กลายเป็นผับใหญ่โตหรูหราแตกต่างไปจากเดิมมาก มีลูกเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสายแต่ล่ะคนดูแล้วกระเป๋าหนักๆ กันทั้งนั้นพูดง่ายๆ ก็พวกลูกผู้ดีมีตังค์นั่นแหละ ผมนั่งอยู่โซนวีไอพีชั้นสองซึ่งสามารถมองเห็นชั้นล่างได้อย่างทั่วถึง“ว๊าว...อะไรทำให้เฮียเรย์ของผมยอมออกมาจากถ้ำได้เนี้ย” เสียงพูดกวนประสาทแบบนี้โลโค่แน่นอน ที่มันพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกเพราะผมไม่ค่อยออกมาดื่มสักเท่าไร วันๆ ก็นั่งทำแต่เพลงให้เด็กในค่ายเพลงก็ผมเป็นโปรดิวเซอร์นิ“ก็แค่อยากผ่อนคลายบ้างไรบ้าง” ผมตอบโลโค่ไป พร้อมยกแก้วเหล้าที่มีเหล้าอยู่ครึ่งแก้วยกขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว“เฮียเรย์มาเที่ยวทั้งที เดียวโลโค่จัดสาวสวยเด็ดๆ ให้จะได้ช่วยผ่อนคลายยิ่งขึ้น” โลโค่พูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมยักไหล่ให้โลโค่หนึ่งที“มาดิ” ผมยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไปให้โลโค่เหมือนกันโลโค่เดินออกไปไม่ถึงสองนาทีก็กลับมาพร้อมกับผู้หญิงสี่คน มันไม่ได้เอามาคนเดียวหรอก มันเอามาแค่สองคน อีกสองคนมาก
ไม่เห็นเฌอรีนกลับมาสักทีก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะเธอดื่มหนักมาก มิโน่ก็ด้วย ไปเข้าห้องน้ำนานจัง ฉันจึงลุกออกจากที่นั่งพร้อมกับถุงกระดาษใส่ของขวัญไปห้องน้ำซึ่งคาดว่าเพื่อนน่าจะอยู่ที่นั่นฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำหาทุกห้องก็ไม่เจอเฌอรีน ระหว่างที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำฉันก็เดินสวนทางกับผู้หญิงสองคนกำลังซุบซิบนินทาใครอยู่“สงสัยอยากเป็นบรรยากาศ โรงแรมมีไม่ยอมไปถึงได้เล่นเสียวกันที่บันไดหนีไฟแบบนั้นนะ” ฉันกำลังจะเดินหนีไปแล้ว ก็ต้องสะดุดกับประโยคถัดมาของสองสาว“ยัยชุดครีมนั้นเร่าร้อนน่าดู ฮ่า ฮ่า...เสียดายที่เห็นหน้าผู้ชายไม่ถนัด” ฉันรีบหันขวับไปมองสองคนนั้นทันที“ฉันได้ยินหล่อนครางเรียกชื่อผู้ชายด้วยอ่ะ...มิๆ ..โน่ๆ ..อะไรสักอย่างแหละ” ฉันถึงกับชาวาบไปทั้งตัวในใจก็ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย ฉันรีบเดินไปที่บันไดหนีไฟทันที ภายในใจก็ว้าวุ่นไปหมดใจนึ่งก็ปลอบตัวเองว่ามันไม่มีอะไรแต่อีกใจก็อยากจะเห็นกับตาเพื่อความแน่ใจพอฉันเดินมาถึงหน้าประตูหนีไฟฉันก็ได้ยิงเสียงที่คุ้นเลยของเพื่อนตัวเอง เฌอรีน เสียงของเธอบ่งบอกว่าเธอกำลังสุขสมกับกิจกรรมสุดหรรษา เสียงชายหญิงควรครางแข่งกันอย่างเมามันส์ ฉันเอื้อมม
“พี่เรย์” พี่เรย์นั้นเอง เขามากับผู้หญิงสวยเซี๊ยะคนหนึ่งซึ่งหล่อนควงแขนพี่เรย์เอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ“ขอตัวก่อนค่ะ” ฉันรีบเดินหนีพี่เรย์ ไม่อยากให้ใครเห็นว่าฉันร้องไห้“เดียวสิไลลา...” พี่เรย์วิ่งมาดักหน้าฉันไว้“จะกลับแล้วใช่ไหม” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ“เดียวพี่ไปส่ง” ฉันกำลังจะปฏิเสธ ก็มีเสียงผู้หญิงที่มากับพี่เรย์ท้วงขึ้น“แล้วฉันล่ะ” เธอพูดกับพี่เรย์แล้วหันมาทำตาเขียวใส่ฉัน“กลับเองสิ” เขาตอบเธออย่างไร้เยื่อใย“เออ...ไลลา กลับเองได้ค่ะ” ฉันขึงตัวไว้ก่อนจะขึ้นรถพี่เรย์ ฉันแอบหันไปมองผู้หญิงที่มากับพี่เรย์หล่อนยืนเหวี่ยงวีน เตะตีอากาศเล่น พี่เรย์ใจร้ายชะมัด“เออ...ไลลากลับเองได้ค่ะ” ฉันขึงตัวไว้อีกครั้งก่อนจะขึ้นรถพี่เรย์“พี่ไม่ชอบพูดซ้ำนะ...” พร้อมกับส่งสายตาดุๆ มาให้ฉันฉันก็เลยต้องจำยอมขึ้นรถให้พี่เรย์ไปส่งที่บ้าน เราเงียบกันมาตลอดทางจนถึงหน้าบ้านฉัน“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่เรย์“จะไม่เล่าอะไรให้พี่ฟังหน่อยหรอ” พี่เรย์ถามขึ้น ฉันหันไปสบตากับพี่เรย์ เขาส่งสายตาอย่างคาดคั้น“ไม่มีอะไรนี่ค่ะ” ตอนนี้ฉันอยากจะขึ้นไปห้องนอนของตัวเองให้เร็วที่สุด“แล้วเฌอรีนไปไหน...ทำไม
มิโน่วันนี้เป็นวันเกิดผมเพื่อนรุ่นพี่ของผมเขาพามาเลี้ยงที่ ST ผับ วันนี้ไลลาแต่งตัวสวยมากแล้วก็เซ็กซี่สุดๆ จนผมอดใจไม่ไหวแอบเอาเปรียบเธอด้วยการสำรวจร่างกายไลลาผ่านสายตา ปกติไลลาไม่ค่อยแต่งตัวเซ็กซี่เท่าไรส่วนมากไลลาจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เท่ๆ แต่ไม่ว่าไลลาจะใส่แบบไหนเธอก็สวยที่สุดสำหรับผม ผิดกับเฌอรีนรายนั่นชอบแต่งตัวเซ็กซี่ล่อเสือล่อตระเข้ ผมยืนยิ้มอยู่คนเดียวที่หน้ากระจกห้องน้ำเหมือนคนบ้าเลย ว่าไม... ผมขอตัวแยกออกมาเข้าห้องน้ำเพราะรู้สึกมึนๆ ดื่มหนักไปหน่อยผมกำลังเดินออกจากห้องน้ำเพื่อกลับไปหาเพื่อนๆ ที่โต๊ะ ก็มีผู้ชายสองคนกำลังหิ้วปีกผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหน้าผมไปทางบันไดหนีไฟ ผมจะไม่เข้าไปยุ้งเลย ถ้าผู้หญิงที่ไอ้พวกเหี้ยสองตัวนั้นมันหิ้วไปไม่ใช่เพื่อนผม เฌอรีน ผมรีบเดินตามพวกมันไป พวกมันพาเฌอรีนเข้าไปที่ประตูบันไดหนีไฟ ผมผลักประตูเข้าไปทันที ไอ้พวกเหี้ยสองตัวมันกำลังจะขืนใจเฌอรีน ไอ้คนแรกมันนั่งคร่อมตัวเฌอรีนไว้ส่วนไอ้คนที่สองมันกำลังพยายามจับขาเฌอรีนให้แยกออกจากกัน“มึงทำเหี้ยไรว่ะ..สัส” ผมสถบคำหยาบออกมาอย่างเหลืออดพร้อมกับกระชากตัวไอ้คนที่นั่งคร่อมเฌอรีนออกแล้วปล่อยหมัดใส่หน้า
แถมอีกนิด...หลังจากคลอดลูกฉันก็ฟิตหุ่นอย่างหนักจนตอนนี้ฉันก็กลับมาหุ่นดีเหมือนเดิมแล้วราเรซก็เป็นเด็กดีมากไม่งอแง้ให้ฉันต้องเหนื่อยเลย“แม่ค่ะ ฝากราเรซแป๊บนะ” ฉันหันไปบอกแม่ ตอนนี้แม่ฉันมาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานชั่วคราว“จะไปไหนลูก” แม่หันมาถามฉัน“ไปธุระนิดหน่อยค่ะ”ตอบแม่เสร็จฉันก็เดินขึ้นรถคู่ใจตรงดิ่งไปยัง ST ผับ เพราะอะไรนะหรอ หึ!สายของฉันรายงานมาว่า สามีฉันและเพื่อนๆ ของเขารวมทั้งไอ้น้องชายตัวแสบด้วยกำลังถ่ายเอ็มวีเพลงโปรโมทค่ายของพวกเขาพวกนั้นพานางแบบสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ยี่สิบกว่าคนใส่บิกินี่มาถ่ายแต่นั้นก็ไม่เท่าไรหรอก พอได้เห็นรูปที่สายของฉันส่งมาก็ทำให้ฉันปิ๊ดแตกทันทีเมื่อสามีตัวดีของฉันนั่งอยู่บนโซฟาแล้วมีสาวๆ นั่งขนาบข้างคนหนึ่งก็ลูบไล้อีกคนก็เต้นยั่วและที่สำคัญพี่เรย์จับก้นแล้วก็โอบยัยพวกนั้นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีฉันร่วมแฟรมด้วยก็ฉันนะนางแบบหุ่นเอ็กซ์ตัวแม่“สวัสดีค่ะ ทุกคน” เมื่อฉันปรากฏตัวก็ทำให้ทั้งหมดหันมามองเป็นตาเดียวใช่ว่ามองเพราะฉันคือเมียของพี่เรย์หรอกนะ แต่ที่มองก็เพราะว่าฉันใส่บิกินี่สุดวาบหวิวแม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึก“แบะ! เจ้า” เฮียซัมดี“แล่มมาก” เฮียเจ
บทส่งท้าย....วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต เป็นความฝันของลูกผู้หญิงทุกคนที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะใส่ชุดแต่งงานสีขาวกระโปรงยาวๆ เดินไปบนพื้นพรมที่โปรยไปด้วยดอกกุหลาบหลายสีงานแต่งของฉันจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวที่ทางโรงแรมเขาเตรียมไว้ให้“พร้อมรึยังลูก” พ่อเดินเข้ามาถามฉัน“ค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนเข้าไปกอดพ่อ“ลูกสาวพ่อสวยจังเลย” ความอบอุ่นจากพ่อทำให้ฉันคลายความกังวลลงได้ไม่มีอ้อมกอดไหนจะอุ่นเท่ากับอ้อมกอดของพ่อแม่แล้วล่ะตื่นเต้นจัง ฉันเดินค้วงแขนพ่อเข้ามาในงาน มีแขกมาร่วมงานกันมากมายเพื่อนของฉันก็มาด้วย มิโน่ เฌอรีน และหนูน้อยมิริน พวกเขาส่งยิ้มแสดงความยินดีมาให้กับฉันฉันมองไปเบื้องหน้าก็เจอกับผู้ชายหน้าคม ผิวขาวออร่าพุงเหมือนวันแรกที่เจอกันเขาอยู่ในชุดสูทสีขาวทำให้เขาดูน่ามองยิ่งนัก เขายืนส่งยิ้มแสนอบอุ่นมาให้“พ่อฝากลูกสาวพ่อด้วยนะ เรย์” พ่อฉันบอกเขา พร้อมกับจับมือฉันไปวางไว้บนมือหนาที่ยื่นมารอรับอยู่แล้ว“เรย์จะรักและดูแลไลลา ให้ดีที่สุด เรย์ให้สัญญาครับ” พี่เรย์ยืนยันคำมั่นกับพ่อของฉัน“แม่ฝากไลลาด้วยนะเรย์” ฉันเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยควา
หนึ่งเดือนต่อมา ณ บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง“พ่อครับ ผมทำลูกสาวพ่อท้องครับ” เสียงผู้ชาย หล่อ ผิวขาว หน้าคม พูดขึ้น“ล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย” ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อ ทำสีหน้างงงวยเป็นเสียงสนทนาระหว่างพ่อของฉันกับว่าที่สามี พี่เรย์ นี่เขาคุยกับผู้ใหญ่ไม่เป็นรึไงจะมาขอลูกสาวเขาแต่มาบอกกับพ่อเขาว่าทำลูกสาวเขาท้องเนี้ยนะ“จริงครับพ่อ” เสียงน้องชายตัวดีพูดเสริม ไดมอนด์“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีลูกชายผมมันใจร้อนไปหน่อยไม่รอให้ผมที่เป็นพ่อของมันมาพูดให้นะครับ” เสียงผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับภรรยาของเขา“ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ” ฉันยกมือไหว้ท่านทั้งสอง เขาคือพ่อแม่ว่าที่สามีฉันเอง“ก็พ่อช้านิครับ” พี่เรย์หันไปโว๊ยพ่อตัวเอง“จะมาขอลูกสาวเขาทั้งที ไม่เตรียมสินสอดทองหมั้นมาแล้วใครเขาจะยกลูกสาวให้ ห๊ะ! ไอ้เรย์” พ่อพี่เรย์บ่นลูกชาย“นี่ค่ะ สินสอดแล้วก็ของหมั้น” แม่พี่เรย์วางพานที่เต็มไปด้วยเงินสด ทองแหวนเพชรและเครื่องประดับอื่นๆ มีใบโฉนดที่ดินด้วยฉันมองหน้าพี่เรย์อย่าง งงๆ“แล้วผมจะกล้าขัดได้ไง ในเมื่อพร้อมกันซะขนาดนี้” พ่อฉันได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“เรื่องสินสอดนะให้เขาคุยกันเอง
“เบาๆ สิ เดี๋ยวกระเทือนลูก” พี่เรย์แกล้งดุฉัน“แค่นี้เอง ไม่กระเทือนหรอกน่า” ฉันบอกพี่เรย์“งั้นมาต่อแขนต่อขาลูกหน่อยไหม” นั้นไงพอเห็นไม่ว่าอะไรเข้าหน่อยนี่ เอาใหญ่เลย“มาเล่นเกมส์กันก่อนดีกว่า” ฉันเสนอ“เกมส์อะไร” พี่เรย์พูดอย่างหงุดหงิดนิดๆ“มาเป่ายิงชุบกัน ผู้ชนะมีสิทธิ์ถอดเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ได้ของผู้แพ้” ฉันอยากทรมานเขาเล่น“งั้นพี่ยอมแพ้ ไลลาถอดพี่ได้เลย” พี่เรย์พูดจบก็ทำท่าจะถอดเสื้อผ้าตัวเอง“ไม่ค่ะ ต้องเป่ายิงชุบก่อน” ไม่ยอมง่ายๆ หรอก อยากหื่นดีนัก“มาค่ะ ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” ฉันชนะฉันจับชายเสื้อข้างล่างของพี่เรย์แล้วก็ดึงออกทางศีรษะ“ถอดกางเกงเลยไม่ได้หรอ” ดูทำพูดเข้า ใจร้อนจริงฉันส่ายหน้าให้แทนคำตอบ“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะ“ถอดกระโปรงเลย” พูดจบก็พุงตัวมาจับฉันถอดกระโปรง“ทำไมไม่ถอดเสื้อก่อนเล้า..พี่เรย์ มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆ” เขาพยายามจะถอดกระโปรงให้ได้พอฉันยึดจับกระโปรงไว้พี่เรย์ก็จี้เอวฉัน“มาต่อเลย” เขายึดกระโปรงไปเป็นที่เรียบร้อย คนบ้าฉันต้องเอาหมอนมาวางที่ตักไว้แทนมันวาบหวิวไปหน่อย“ยันยิงเยาปักกะเป้ายิงชุบ” พี่เรย์ชนะอีกแล้ว“ถอดกางเกงในเลยทีนี้” โอ๊ยย
“อ้าว พี่เรย์มาได้ไงคะ” เฌอรีนถามเขาตอนนี่พี่เรย์จ้องหน้าฉันนิ่ง แววตาเสียใจไหววูบไปกับน้ำตาที่เริ่มคลอ“เพราะแบบนี้สินะ ถึงไม่ยอมบอกพี่” พี่เรย์พูด สายตาเจ็บปวด“ไม่ใช่นะ ไลลามะ...” ฉันพยายามอธิบาย“พี่เข้าใจแล้วล่ะ” พี่เรย์กำลังจะเดินข้ามถนนหนีฉันไป“ฉันท้องกับพี่แก ยัยเฌอบ้า” ฉันหันมาตะคอกเฌอรีนฉันรีบวิ่งตามข้ามถนนโดยไม่ทันระวังตัว“ไลลา ระวัง” ฉันหันหน้ากลับมามองเฌอรีน เธอกำลังวิ่งตามฉันมาปริ๊นนนน โครม...เฌอรีนผลักฉันให้พ้นทางแต่ฉันก็กอดเฌอรีนไว้ด้วยเธอพลิกตัวเองไปทางรถยนต์ทำให้เฌอรีนโดนชนเต็มๆ“เฌอรีน!!” ฉันร้องลั่นเมื่อเห็นเลือดจากหัวของเฌอรีน“ละ..ลูก ฉัน” มือของเธอกุมท้องตัวเองไว้“ไม่เป็นไรๆ ลูกยังโอเคร ไม่เป็นไรนะ” น้ำตาฉันไหลพราก สงสารเฌอรีน“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกสมควรตาย ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ” ฉันหันไปตามเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้น แพทตี้หรอยัยแพทตี้เป็นคนขับรถชนเฌอรีน“ไลลา!” พี่เรย์วิ่งตาตั้งมาจากไหนก็ไม่รู้“ช่วยพยุงเฌอรีนหน่อย” ฉันบอกให้พี่เรย์ พยุงเฌอรีนแทนฉันฉันลุกขึ้นเดินตรงไปที่ยัยแพทตี้ ที่กำลังหัวเราะเหมือนคนบ้า“ซะใจมากใช่ไหม มานี่” ฉันกระชากผมแพทตี้อย่างแรงตามด้วยฝ่าม
หลังจากกลับมาจากถ่ายแบบที่ทะเล ฉันก็ขอพี่แมนนี่พักหน่อยเพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบาย พี่เรย์ก็ทำงานอยู่ที่ค่ายเพลงไม่ค่อยได้กลับมาคอนโด ไปหาดีไหมน่าจะยุ่งอยู่รึเปล่าฉันขับรถมาจอดที่ใต้ตึก LayMusic ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตึกขึ้นไปยังชั้นสองตรงไปที่ห้องสุดทางเดิน ฉันเลือนประตูกระจกไปด้านข้าง โคมไฟบนโต๊ะส่องแสงพอให้มองเห็นภายในห้อง ใบหน้าคมขาวเนียนกำลังนอนหลับอยู่บนโซไฟตัวใหญ่ เวลาหลับก็ดูไม่มีพิษมีภัยอยู่หรอก แต่ถ้าตื่นล่ะก็คนล่ะเรื่องเลย ฉันเดินไปหยิบผ้าห่มที่โต๊ะข้างโซฟามาคลุมร่างหนา ดูใกล้ๆ ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี้ย ฉันนั่งลงกับพื้นพรมมองหน้าพี่เรย์ ฉันค่อยๆ ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเบาๆ“แอบลักหลับพี่หรอ ไลลา” พี่เรย์พูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา“รู้ได้ไงว่าเป็นใคร” ยังไม่ลืมตาซะหน่อยพี่เรย์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ดึงฉันไปนั่งตรงกลาง แขนแกร่งก็โอบรอบเอวฉันไว้หลวมๆ“ก็เมียพี่นิ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”เพิ๊ยะ ฉันตีแขนเขาไปหนี่งที พูดจาแสลงหู“ใครเมียพี่ค่ะ” ยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย“ทบทวนความจำสักหน่อยไหมล่ะ” เห็นไหมล่ะ พอตื่นมาก็หื่นใส่เลย“ทบทวนเรื่องไหนคะ เรื่องพี่เรย์กับมินนี่นะหรอ” ฉันเลยแขวะเข้าให้“ไม่
สองเดือนต่อมา...เสียงคลื่นน้ำสีเขียวมรกตสาดซัดเข้าชายฝั่ง ลมเย็นพัดผ่านกระทบผิวกายทำให้รู้สึกเย็นสบาย ตอนนี้ฉันมาถ่ายแบบที่ทะเล บรรยากาศดีมาก และการถ่ายแบบที่ทะเลชุดที่ใส่ถ่ายก็ต้องเป็นบิกินี่ ไม่ได้ถ่ายคนเดียวมีนายแบบด้วยนะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลน้องชายฉันเอง ไดมอนด์ เพราะว่าถ่ายกับน้องตัวเองฉันก็เลยรับงานนี้ และเจ้าของงานก็คือ มิโน่ เป็นอีกคนที่ไม่ยอมให้ถ่ายกับนายแบบคนอื่น แล้วฉันก็ไม่ได้บอกพี่เรย์ด้วย ถ้าเขารู้ไม่ยอมให้ถ่ายแน่“ดีมากครับ สวยครับ” เสียงตากล้องชม เมื่อฉันกับน้องชายเริ่มโพสต์ท่าทาง“โอเครครับ เยี่ยมๆ ทุกคนเก่งมาก” ตากล้องชมทีมงานทุกคนเมื่อทำงานเสร็จ“พี่ไลลา น้ำค่ะ” ของขวัญถือน้ำมาให้ฉัน พร้อมกับเสื้อคลุม“แล้วน้ำฉันล่ะ” ไดมอนด์หันไปถามของขวัญ“ไดมอนด์ขา น้ำเย็นๆ มาแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเอาน้ำมาให้ไดมอนด์“พี่ไลลาร้อนไหมเดี่ยวของขวัญไปเอาพัดลมแบตเตอรี่มาให้” ของขวัญถามอย่างใจดี“ฉันอยากกำลังอยากได้อยู่พอดี ไปเอามาให้หน่อยสิ” เอะยังๆ อยู่นะน้องชายฉันเนี้ย“นาย เอ้ย..คุณโดมอนด์ ก็เรียกพวกสาวๆ ของคุณสิค่ะ พวกนั้นอยากจะบริการคุณจะแย่อยู่แล้ว” พูดจบของขวัญก็เดินหนีไป
ฉันกลับมาจากทำงานเป็นเวลาบ่ายสอง เมื่อเช้าตอนออกไปรถพี่เรย์ก็จอดอยู่กลับมาก็ยังจอดอยู่ที่เดิม กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ไม่มาหาฉัน ทีเมื่อวานล่ะทำเป็นห่วงก้าง เชอะ!ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของพี่เรย์ เธอควรจะกลับห้องตัวเองนะไลลา แต่มือฉันมันกดกริ่งหน้าห้องเขาไปแล้ว“มาหาใครครับ” พี่เรย์ทำหน้านิ่งทันทีที่เห็นฉันเป็นอะไรอีกล่ะ? ทำเป็นถามว่ามาหาใคร แต่ก็เปิดประตูซะกว้างเลยนะ กลัวฉันไม่เข้าไปล่ะสิ ไม่เนียนเอาซะเลย“งั้นไม่รบกวนล่ะคะ” ฉันแกล้งจะเดินกลับห้องแขนเรียวยาวก็คว้าเอวฉันเข้าไปในห้องปั๊บ นึกว่าจะแน่“จะรีบไปไหน” พี่เรย์พูด ทำหน้าดุใส่“ก็กลับห้องสิคะ ถามได้” แกล้งกลับซะเลย“มากดกริ่งห้องเขา แล้วไม่เข้ามามันเสียมารยาท” ใครบอกมาเนี้ย ไม่เห็นจะเคยได้ยิน“ก็เจ้าของห้องหน้าบูด ไม่รับแขกนี่ค่ะ” พอโดนฉันว่าหน้าบูด ก็ปล่อยแขนออกจากเอวฉันแล้วก็หันหลังให้ทันที อะไรของเขา“เป็นอะไรค๊า” อ้อนสักหน่อย เดี๋ยวจะเสียเที่ยวที่เขาอุตส่าห์เล่นใหญ่ขนาดนี้แล้วฉันเดินไปกอดเอวหนาจากด้านหลัง เอาหน้ากับคางมน ถูไปมากับแผ่นหลังกว้าง“ไม่ต้องมาอ่อยซะให้ยาก” เนะยังไม่ยอมอีก“เหรอคะ” ฉันแกล้งล้วงมือขึ้นไป
“ไปรถโน่นะ ไลลาไม่มีรถแล้ว” ฉันหันกลับมาบอกมิโน่“เชิญคร๊าบบบ คุณหนูไลลา” ฉันชงักกับคำพูดเล่นของมิโน่ เขากำลังพยายามอยู่สินะฉันหันไปยิ้มบางๆ ให้มิโน่ตอนนี้ฉันกับมิโน่นั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์แถวหมู่บ้านของพวกเรา เราเลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวติดกับระเบียงไม้ที่รั้วประดับไปด้วยดอกไม้หลายชนิดอย่างสวยงาม“นึกว่าจะพาไปกินร้านอาหารหรูๆ ซะอีก” ฉันแกล้งพูดแซวมิโน่“ก็ไลลาชอบกินอาหารแบบบ้านๆ นิ ในร้านหรูมันไม่มีหรอก” มิโน่ตอบพร้อมกับส่งยิ้มมาให้“ทำเป็นรู้ดี..” ฉันแอบแขวะนิดหน่อย“อะไรที่เกี่ยวกับไลลา โน่รู้หมดแหละ” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยน์ตาของเขาไหววูบเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง“เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ก็ลองไม่รู้สิ มีนอยแน่” ฉันทำทีเป็นพูดเล่นไป ใช่ฉันรู้ รู้ว่ามิโน่ต้องการจะสื่ออะไร“ที่รู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนสักหน่อย” มิโน่พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง“มิโน่” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือมิโน่ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร“โน่มาช้าไปใช่ไหม” มิโน่สบตาฉันนิ่ง นัยตาดูเศร้าสร้อย“โน่ไม่ได้มาช้าหรอก แค่ไลลาไม่ได้รอโน่แล้ว” ถึงจะรู้ว่าเขาต้องเสียใจ แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปได้จริงๆ“นั้นสินะ ใ