เช้าวันต่อมา…หญิงสาวมีอาการเจ็ตแล็กจนเผลอหลับไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานและตื่นขึ้นมาอีกทีตอนตีสี่ ไม่อยากรบกวนแฟนหนุ่มที่ยังนอนหลับสบาย จึงพาตนเองมาล้างหน้าล้างตาแล้วถือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงมาที่ห้องครัวเพราะมีใครบางคนเสียบปลั๊กกาต้มน้ำร้อนเอาไว้ ทำให้แซนด์เดาว่าน่าจะมีคนตื่นแล้ว แต่ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหน เธอกดน้ำร้อนใส่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเดินออกมานั่งที่โต๊ะนอกบ้าน“ตื่นแต่เช้าเลยนะ”“อ๊ะ! คุณตา” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลังตน เป็นฟาบริโอที่เดินผ่านพุ่มไม้มาพร้อมกับกรรไกรตัดแต่งต้นไม้ “สวัสดีตอนเช้าค่ะ”“อืม เจ้าเด็กนั่นยังไม่ตื่นเรอะ”“ยังเลยค่ะ หนูนอนก่อนก็เลยตื่นก่อนค่ะ”“กินของไม่มีประโยชน์ตั้งแต่เช้า สุขภาพมันจะแย่เอา” ชายสูงวัยมองถ้วยบะหมี่บนโต๊ะเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเตือนแฟนสาวของหลานชายด้วยความหวังดี“หนูไม่แน่ใจว่าทำอะไรทานได้บ้างก็เลยคิดว่าบะหมี่น่าจะง่ายสุดค่ะ”“ที่นี่ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง”“ขอบคุณค่ะ แล้วคุณตาจะไปไหนแต่เช้าเหรอคะ”“ว่าจะเข้าไร่ไปเก็บองุ่นมาให้เจ้าคลื่นมันกินนั่นแหละ เด็กนั่นมันชอบ”“อ้อ หนูขอไปด้วยได้มั้ยคะ”
หลายอาทิตย์ต่อมา...ปุ้ง!“ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะคุณจีน่า” แซนด์ดึงพลุกระดาษพร้อมกับกล่าวอย่างสดใส ทำเอาจีน่าที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของคลื่นถึงกับสะดุ้งตกใจ“ตกใจหมดเลยค่ะคุณแซนด์ แต่ขอบคุณนะคะ”นี่เป็นวันแรกของการกลับทำงานหลังจากที่หล่อนลาพักร้อนไปเกือบเก้าเดือน ดีใจที่ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเจ้านายหนุ่มที่ยอมให้คนรักตนเองทำอะไรเช่นนี้“วันนี้คุณจีน่ามาทำงาน แปลว่าฉันคงต้องลาออกแล้วล่ะค่ะ”“คุณแซนด์ทำงานต่อไปก็ได้นี่คะ ดิฉันว่าท่านประธานน่าจะอยากให้ทำแบบนั้น”“คุณคลื่นบอกว่าถ้าฉันอยากทำงานที่นี่ต่อก็จะไล่คุณจีน่าออก”จีน่าหันไปเลิกคิ้วมองผู้เป็นเจ้านายที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงความสนใจกลับไปที่หญิงสาวอีกคน “ถ้างั้นเชิญคุณแซนด์เลยค่ะ”“คุณจีน่าจะออกเหรอคะ”“เชิญคุณแซนด์ไปลาออกกับเอชอาร์ตอนนี้เลยค่ะ ลูกดิฉันยังเล็ก”“ฮ่า ๆ” ประโยคนั้นทำเอาแซนด์ถึงหลุดหัวหัวเราะ “ล้อเล่นค่ะ ฉันทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีเท่าคุณจีน่าหรอก อีกอย่างฉันว่าจะกลับไปอังกฤษสักพักด้วย”พรึ่บ!“กลับไปทำไมครับ” คลื่นผุดลุกจากเก้าอี้อย่างแรง ก่อนจะเดินมาหาแฟนสาวของตนเอง “ตอบผมสิครับ”“พี่จะกล
ตุ้บ!“อะไรเนี่ย!”เด็กสาววัยสิบสองขวบกรีดร้องด้วยความตกใจระคนโมโหที่จู่ ๆ ก็มีลูกบอลปริศนาร่วงลงมากลางโต๊ะขนมหวานของตัวเอง ส่งผลให้เธอซึ่งกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลา Afternoon Tea ถึงกับอารมณ์เสียใบหน้าอ่อนหวานหันซ้ายหันขวามองรอบทิศทางเพื่อหาที่มาของลูกบอลดังกล่าว จนกระทั่งไปเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาลูกครึ่งผ่านช่องของกำแพงเข้าพอดีเธอคิดว่ามันต้องเป็นฝีมือของเด็กคนนี้แน่นอน!“เธอโยนลูกบอลมาเหรอ”“ขะ…ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ” ต้นเสียงของเด็กชายสั่นระริกราวกับคนใกล้จะร้องไห้ แค่เห็นสีหน้าถมึงทึงของผู้หญิงตรงหน้าก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอไม่พอใจเลย แต่เผลอโยนลูกบอลแรงเกินไปจนกระเด็นไปบ้านตรงข้ามเท่านั้นเองเมื่อเห็นหยาดน้ำตาเริ่มหลั่งรินลงมาอาบผิวแก้มแดงระเรื่อ แซนด์ หนึ่งเม็ดทราย ก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก เธอไม่ได้ตั้งใจจะดุเด็กคนนี้ แต่คงเผลอชักสีหน้าใส่ไปอย่างไม่รู้ตัว“นี่ ๆ ไม่ต้องร้องเลย พี่ไม่ได้ดุเราสักหน่อย”“ฮึก…ฮือ…” มือเล็กเปื้อนคราบดินพยายามเช็ดน้ำตาบนใบหน้าตนเอง แต่กลายเป็นว่าเศษดินเหล่านั้นเลอะบนหน้าตาจนมอมแมม“พี่บอกให้หยุดร้องไง เป็นผู้ชายอย่ามาร้องไห้นะ”“ยะ…หยุดแล้ว”แซน
ดวงตาสีอ่อนมองทัศนียภาพของประเทศบ้านเกิดจากมุมสูง หลังจากเธอไม่ได้กลับประเทศไทยจริง ๆ จัง ๆ มาเป็นเวลาสิบหกปี นับตั้งแต่ตัดสินใจไปเรียนปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษมีครั้งเดียวที่เธอกลับมาก็คือตอนที่ผู้เป็นพ่อและแม่จากโลกใบนี้ไปพร้อมกัน นับว่าเป็นการสูญเสียที่เธอตั้งรับไม่ทันเลยทีเดียวปัจจุบัน แซนด์ อายุสามสิบสี่ปี เรียนจบปริญญาเอกมาหมาด ๆ เพียงแต่สาเหตุที่ทำให้เธอจำใจต้องกลับไทยไม่ใช่เพราะเรียน แต่เป็นเพราะถูกแฟนหนุ่มที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในอีกหนึ่งเดือนนอกใจเธอจับได้คาหนังคาเขา เพราะผู้ชายคนนั้นพาชู้มาเริงรักกันในเพนต์เฮาส์ซึ่งเป็นเรือนหอของทั้งคู่ และที่สำคัญ...ชู้ของว่าที่สามีเป็นผู้ชายก่อนหน้านี้แซนด์แทบไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนหนุ่มถึงไม่แตะต้องตัวเธอเลย เข้าใจผิดมาตลอดว่าเพราะให้เกียรติกัน เนื่องจากเขาเป็นคนไทยอาจจะเคารพขนบธรรมเนียมประเพณี แต่ภาพบาดตาเหล่านั้นทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างได้ในทันทียอมทิ้งความเจ็บช้ำไว้ที่ประเทศอังกฤษ แล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านเกิดตนเอง เธอตั้งใจจะเข้าทำงานที่บริษัทของครอบครัวเพื่อแบ่งเบาภาระพี่ชายต่างแม่ ซึ่งหลังจากผู้เป็นพ่อเสียชีวิตเขาก็รับหน้าท
“แซนด์สามารถเข้าไปทำงานที่บริษัทได้เลยรึเปล่าคะ”“ตอนนี้บริษัทกำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง กำลังจะเลย์ออฟพนักงานออกจำนวนหนึ่ง พี่ว่าแกยังไม่ควรเข้ามาตอนนี้”ขาดทุนงั้นเหรอ...แซนด์ทวนคำพูดของพี่ชายในใจสถานการณ์ของบริษัทมันย่ำแย่ขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน ในเมื่อเธอยังเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบายอยู่เลย เที่ยวแทบจะทุกเดือน ไหนจะกระเป๋าแบรนด์เนมต่าง ๆ ที่แขไขโพสต์ลงโซเชียลมีเดียนั่นอีก“ทำไมพี่ภูไม่บอกเรื่องสำคัญขนาดนี้กับแซนด์เลยล่ะคะ”“บอกแล้วแกจะช่วยอะไรได้รึไง”“ยังไงแซนด์ก็ต้องหาทางช่วยอยู่แล้วรึเปล่าคะ นี่มันเป็นบริษัทที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้เราสองคนนะ ถ้าแซนด์เมินเฉยก็คงเป็นลูกอกตัญญูแล้ว” หญิงสาวตั้งใจลงหลักปักฐานที่ประเทศอังกฤษก็จริง แต่ตัวเธอยังมีหุ้นและทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งที่ได้มาจากมรดกของผู้เป็นแม่“ก่อนหน้านี้แกคิดจะอยู่ที่อังกฤษถาวรไม่ใช่รึไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงคิดจะมาสนใจบริษัท”“ตอนนี้แซนด์ก็กลับมาแล้วนี่ไงคะ แล้วแซนด์ก็ตั้งใจจะกอบกู้บริษัทของเราด้วย”“ถ้าแกอยากช่วยก็ไปหาเงินหนึ่งร้อยล้านมาสิ”“หนึ่งร้อยล้านเลยเหรอคะ” แซนด์ยกมือทาบอกด้วยความตกใจ เงินมหาศาลแบบนั้
เมื่อได้เห็นเอกสารที่ต้องการจริง ๆ หญิงสาวแทบจะยกเท้าก่ายหน้าผากตนเอง ตอนนี้บริษัทกำลังขาดสภาพคล่องอย่างที่พี่ชายกล่าว แต่แซนด์ไม่คิดว่ามันจะหนักหนาถึงขั้นอาจจะล้มละลายเร็ว ๆ นี้เธอได้มีการหารือกับภูธเนศอย่างเคร่งเครียดจึงได้รู้ว่าบริษัทประสบปัญหานี้มาตั้งแต่พ่อยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ท่านพยายามประคองบริษัทให้ตลอดรอดฝั่ง โดยการกู้เงินจากคนรู้จักของท่าน หรือที่เรียกว่าเงินกู้นอกระบบตอนที่ภูวสิษฏ์มีชีวิตอยู่ก็ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเสียชีวิตไปหนี้สินจึงตกมาอยู่ที่ทายาท มรดกในส่วนที่ภูธเนศได้รับก็นำไปใช้หนี้สินดังกล่าวจนหมดแล้วแม้หนี้สินจะหมดไปแต่บริษัทก็ยังระส่ำระสาย เพราะอย่างนั้นภูธเนศจึงเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาวิธีการเดียวกับภูวสิษฏ์อีกครั้ง“เฮ้อ…” หญิงสาวถอนหายใจเสียงดังอย่างคิดไม่ตก พลางโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะในร้านกาแฟ“แกถอนหายใจร้อยรอบแล้วนะแซนด์ เป็นไรเนี่ย” น้ำหวาน เพื่อนสนิทของแซนด์ถามอย่างนึกสงสัย หล่อนเห็นเพื่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตั้งแต่เจอหน้า ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบห้าปี ล่าสุดพบกันตอนน้ำหวานไปเที่ยวอังกฤษ“มีเรื่องให้คิดน่ะ”“ไหนบอกว่าไม่ได้คิดเรื่องว่าที่สามีแกแล้วไง”“ก็ไม
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา…“Ladies and Gentleman, Welcome to Suvarnabhumi airport…”เมื่อได้ยินเสียงประกาศของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เจ้าของร่างสูงจึงพับเก็บแท็บเล็ตแล้วส่งให้กับเลขานุการสาวซึ่งนั่งอยู่ข้างกัน แม้ว่าจะนั่งเครื่องบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่กลับไม่แสดงท่าทีใด ๆ ออกมาเลยสักนิดเดียวเจ้าตัวเพิ่งกลับมาจากการไปตรวจดูโรงแรมสาขาใหม่ในเครือ The Sphinx ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีมูลค่าเป็นอันดับสองของธุรกิจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การบริหารของ ‘คิมหันต์ โรมาโน’ หรือที่รู้จักกันในนามเจ้าชายแห่งวงการธุรกิจคลื่นเป็นหนึ่งในผู้ชายวัยสามสิบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในขณะนี้ นอกจากจะมีโรงแรมที่เป็นธุรกิจอันดับสอง เขายังเป็นเจ้าของบริษัท The Pegasus ผู้ผลิตชิ้นรถยนต์รายใหญ่ของประเทศแน่นอนว่าเขาเป็นที่หมายปองของสาว ๆ มากหน้าหลายตา แต่ทว่าเขากลับไม่เคยคบหากับใครอย่างจริงจัง และไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับใครเลยด้วยซ้ำ“ท่านประธานจะเข้าบริษัทหรือจะกลับไปพักผ่อนดีคะ?” จีน่า เอ่ยถามเจ้านายของตนก่อนจะเคลื่อนรถยนต์ออกจากสนามบินผู้ถูกถามหลุบสายตามองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือเล็กน้อย แล้วจึงตอบคำ
เป็นอีกครั้งที่คลื่นให้ความสนใจคนอื่นมากเกินความจำเป็น แทบไม่รู้ตัวเลยว่าครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาลอบมองชายหญิงคู่นั้นไปกี่รอบแล้ว สักพักเจ้าของร่างบอบบางก็ลุกจากเก้าอี้ เดินนวยนาดผ่านหลังเขาแล้วเลี้ยวไปทางห้องน้ำของเลานจ์ ขณะนั้นเขาก้มหัวลงเพื่อไม่ให้เธอสังเกตเห็นว่าคนที่แอบมองเธอนั่งอยู่ตรงนี้ เมื่อชายหนุ่มตัดสินใจว่าจะเลิกสนใจคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตตน จึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมทั้งหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจ่ายเงินค่าเครื่องดื่ม ทว่าหางตาดันเผลอไปเห็นการกระทำบางอย่างที่ลูกค้าโต๊ะใหม่กำลังแอบทำอย่างน่ารังเกียจ คลื่นถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเดินออกมานั่งบริเวณเก้าอี้รับรองหน้าเลานจ์ ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือเป็นระยะจนกระทั่งเข็มนาทีเคลื่อนมาถึงเลขสิบเอ็ด จากนั้นก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาต่อสายหาเลขานุการคนสนิทมีความจำเป็นต้องผิดคำพูด และตามตัวจีน่ามาหาอย่างเร่งด่วน เขารอสายไม่กี่วินาทีอีกฝ่ายก็รับสายด้วยน้ำเสียงที่บอกให้รู้ว่ากำลังรออยู่ (สวัสดีค่ะท่านประธาน) “ผมไม่ได้โทรไปรบกวนคุณใช่มั้ย” (ดิฉันยังไม่ได้นอนค่ะ อยากได้อะไรรึเปล่าคะ) “คุณช่วยมาหาผมที่เลานจ์หน่อย ตอนน
หลายอาทิตย์ต่อมา...ปุ้ง!“ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะคุณจีน่า” แซนด์ดึงพลุกระดาษพร้อมกับกล่าวอย่างสดใส ทำเอาจีน่าที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของคลื่นถึงกับสะดุ้งตกใจ“ตกใจหมดเลยค่ะคุณแซนด์ แต่ขอบคุณนะคะ”นี่เป็นวันแรกของการกลับทำงานหลังจากที่หล่อนลาพักร้อนไปเกือบเก้าเดือน ดีใจที่ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเจ้านายหนุ่มที่ยอมให้คนรักตนเองทำอะไรเช่นนี้“วันนี้คุณจีน่ามาทำงาน แปลว่าฉันคงต้องลาออกแล้วล่ะค่ะ”“คุณแซนด์ทำงานต่อไปก็ได้นี่คะ ดิฉันว่าท่านประธานน่าจะอยากให้ทำแบบนั้น”“คุณคลื่นบอกว่าถ้าฉันอยากทำงานที่นี่ต่อก็จะไล่คุณจีน่าออก”จีน่าหันไปเลิกคิ้วมองผู้เป็นเจ้านายที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงความสนใจกลับไปที่หญิงสาวอีกคน “ถ้างั้นเชิญคุณแซนด์เลยค่ะ”“คุณจีน่าจะออกเหรอคะ”“เชิญคุณแซนด์ไปลาออกกับเอชอาร์ตอนนี้เลยค่ะ ลูกดิฉันยังเล็ก”“ฮ่า ๆ” ประโยคนั้นทำเอาแซนด์ถึงหลุดหัวหัวเราะ “ล้อเล่นค่ะ ฉันทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีเท่าคุณจีน่าหรอก อีกอย่างฉันว่าจะกลับไปอังกฤษสักพักด้วย”พรึ่บ!“กลับไปทำไมครับ” คลื่นผุดลุกจากเก้าอี้อย่างแรง ก่อนจะเดินมาหาแฟนสาวของตนเอง “ตอบผมสิครับ”“พี่จะกล
เช้าวันต่อมา…หญิงสาวมีอาการเจ็ตแล็กจนเผลอหลับไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานและตื่นขึ้นมาอีกทีตอนตีสี่ ไม่อยากรบกวนแฟนหนุ่มที่ยังนอนหลับสบาย จึงพาตนเองมาล้างหน้าล้างตาแล้วถือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงมาที่ห้องครัวเพราะมีใครบางคนเสียบปลั๊กกาต้มน้ำร้อนเอาไว้ ทำให้แซนด์เดาว่าน่าจะมีคนตื่นแล้ว แต่ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหน เธอกดน้ำร้อนใส่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเดินออกมานั่งที่โต๊ะนอกบ้าน“ตื่นแต่เช้าเลยนะ”“อ๊ะ! คุณตา” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลังตน เป็นฟาบริโอที่เดินผ่านพุ่มไม้มาพร้อมกับกรรไกรตัดแต่งต้นไม้ “สวัสดีตอนเช้าค่ะ”“อืม เจ้าเด็กนั่นยังไม่ตื่นเรอะ”“ยังเลยค่ะ หนูนอนก่อนก็เลยตื่นก่อนค่ะ”“กินของไม่มีประโยชน์ตั้งแต่เช้า สุขภาพมันจะแย่เอา” ชายสูงวัยมองถ้วยบะหมี่บนโต๊ะเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเตือนแฟนสาวของหลานชายด้วยความหวังดี“หนูไม่แน่ใจว่าทำอะไรทานได้บ้างก็เลยคิดว่าบะหมี่น่าจะง่ายสุดค่ะ”“ที่นี่ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง”“ขอบคุณค่ะ แล้วคุณตาจะไปไหนแต่เช้าเหรอคะ”“ว่าจะเข้าไร่ไปเก็บองุ่นมาให้เจ้าคลื่นมันกินนั่นแหละ เด็กนั่นมันชอบ”“อ้อ หนูขอไปด้วยได้มั้ยคะ”
ครอบครัวของคลื่นอาศัยอยู่แทบชานเมืองเซียน่าในแคว้นทัสคานีของประเทศอิตาลี ตลอดเส้นทางจะสังเกตได้ว่าล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น ตัวบ้านที่ปลูกสร้างด้วยอิฐสีแดงสไตล์อิตาลีการมาเยือนประเทศอิตาลีคราวนี้เป็นครั้งที่สองแล้วก็จริง แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบกับครอบครัวของแฟนหนุ่ม แซนด์ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคลื่นบอกครองขวัญไปแล้วหรือยังว่าตอนนี้เขากับเธอเป็นอะไรกันหญิงสาวเปิดประตูลงมาจากรถยนต์ ก่อนจะยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้พบเจอกันมาตั้งสิบกว่าปี ซึ่งท่านก็ออกอาการตกใจเมื่อเห็นหน้าเธอ“สวัสดีค่ะน้าครองขวัญ”“หนูแซนด์เหรอ…” ครองขวัญเอ่ยถามด้วยภาษาไทยสำเนียงต่างชาติ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่บอกกล่าวเธอเลยว่าจะพาแซนด์มาด้วยกัน“ใช่ค่ะ”“โตเป็นสาวแล้วสวยเชียว” หญิงวัยห้าสิบปีคลี่ยิ้มอย่างยินดีที่ได้พบกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาโอบไหล่เด็กสาวรุ่นลูก “ทำไมมาด้วยกันได้ล่ะฮึ”“คลื่นยังไม่ได้บอกคุณน้าเหรอคะ”“เจ้าตัวดีมันบอกอะไรน้าที่ไหนกัน แถมยังจะยืนหน้ามึนอีก”“เซอร์ไพรส์ไงครับ” ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ แล้วอ้อมรถยนต์มาหาแฟนสาวกับแม่ของตน แต่โน้มเข้าไปกระซิบข้างหูแม่ให้ได้ยินกันสองคน “…ผมเอาลูกสะใภ้มาฝาก”“คล
“คนเก่งหันมายิ้มหน่อยครับ”“หือ…” เมื่อหันไปเห็นว่าแฟนหนุ่มถือสมาร์ตโฟนอยู่ หญิงสาวจึงคลี่ยิ้มตามที่เขาต้องการ “ถ่ายสวยมั้ย”“นางแบบสวย ถ่ายยังไงก็สวยครับ”ติ๊ง~K.Da : พี่หนึ่งกับพี่สองกำลังไปที่บ้านนะK.Da : แกยังอยู่ที่นั่นมั้ยคลื่นตอบข้อความของพี่สาวกลับไปแค่สั้น ๆ ก่อนจะเก็บสมาร์ตโฟนใส่กระเป๋ากางเกง จังหวะนั้นมีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหา“สวัสดีครับท่านทั้งสอง”“สวัสดีครับ”“กระผมชื่อโอลิวิเยร์ เป็นผู้ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้ครับ”“คิมหันต์ครับ” คลื่นแนะนำตนเองกลับไปเป็นภาษาฝรั่งเศส“อีกครู่หนึ่งจะมีคนนำของว่างและชามาเสิร์ฟนะครับ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมสามารถแจ้งกระผมได้”“ขอบคุณครับ แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว” ชายหนุ่มโคลงศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเดินกลับมาหาแฟนสาวตนเองไม่นานสาวใช้ประจำปราสาทก็นำอาฟเตอร์นูนทีมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะกลางสวนดอกไม้ ก่อนจะเดินออกไปยืนห่าง ๆ เพื่อให้สองชายหญิงดื่มด่ำกับบรรยากาศกันตามลำพังช่วงเย็นบริเวณสวนดังกล่าวถูกจัดตกแต่งด้วยโต๊ะรับประทานอาหารแบบยาว พร้อมทั้งเสิร์ฟอาหารไฟน์ไดน์นิงที่ส่งตรงมาจากเชฟมิชลินสตาร์เป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่คลื่นร่วมรับประทานอาหา
สองเดือนต่อมา…@ฝรั่งเศสคำขอร้องจากปากพี่สาวต่างแม่ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของเธอ เพราะอย่างไรเสียก็ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน ยังอยู่ในสถานะพูดคุยกันได้ตามปกติ เพียงแต่ไม่สนิทใจที่จะพูดคุยกันทุกเรื่องเบื้องหน้าของเขาเป็นพิธีแต่งงานซึ่งจัดขึ้น ณ โบสถ์ทางศาสนาคริสต์ในแคว้นหนึ่งของฝรั่งเศส ถึงจะไม่ได้แสดงสีหน้าปีติยินดีออกมา แต่ลึก ๆ คลื่นก็รู้สึกแบบนั้นอยู่ในใจคราแรกคิดว่าตนเป็นสายเลือดคนเดียวที่มางาน แต่ที่ไหนได้กลับมีทั้งพี่ชายคนโตและคนรองมาด้วย คลื่นไม่ได้เข้าไปกล่าวทักทาย ส่วนทั้งสองคนนั้นก็ไม่กล้าหันมาสบตาหลังพิธีจบลงอย่างเป็นทางการ ‘ดา ดลยา’ ผู้เป็นเจ้าสาวก็เดินมาหาน้องชายต่างแม่ของตน เพื่อชวนเขาไปร่วมถ่ายภาพด้วยกัน“คลื่นไปถ่ายรูปกับพี่สิ”“พี่ไปถ่ายเถอะ”“เร็ว ๆ อย่าทำตัวเป็นเด็ก” ดลยาดึงแขนน้องชายให้ลุกจากเก้าอี้ ในขณะที่แซนด์ก็ต้องลุกพร้อมกันเมื่อคลื่นดึงเธอไปด้วย “…แวงซ็องต์คะ นี่น้องชายคนเล็กของฉันค่ะ”“สวัสดีครับ” เจ้าบ่าวหันมาทักทายอย่างสุภาพ พลางยื่นมือไปตรงหน้าน้องชายของภรรยา“สวัสดีเช่นกันครับ” คลื่นโคลงศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับยื่นมือไปเช็กแฮนด์ตาทมาร
“ลงมาจากโต๊ะครับ”แซนด์หย่อนปลายเท้าลงมายืนบนพื้น ก่อนจะหันหลังแล้วเอนกายไปด้านหน้า เริ่มรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายหยิบบัตต์ปลั๊กอะลูมิเนียมที่มีกระดิ่งห้อยออกมาลิ้นชักโต๊ะทำงาน“เตรียมมาตรงนี้มาพร้อมแล้วเหรอครับ”“…ค่ะ” หลังจากวันนั้นที่คลื่นทำกับช่องทางด้านหลังเธอครั้งแรก เธอก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับมันบ้าง“สมกับเป็นคนเก่งของผมจังนะครับ” ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้บั้นท้ายกลมกลึง ก่อนจะโน้มลงไปพรมจูบอย่างหลงใหล โดยใช้สองมือบีบไว้แน่น แล้วเริ่มตวัดปลายลิ้นเลียร่องตรงหน้าด้วยความนุ่มนวลเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนเพอร์เฟกต์ได้เท่าแซนด์มาก่อน ทั้งที่เขาไม่ชอบสีชมพู แต่กลับรู้สึกคลั่งไคล้เมื่อมันอยู่บนตัวเธอ มากไปกว่านั้นถ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจะดีมาก“คุณเลขาครับ”“ว่าไงคะ”“เรามีเวลาสักสิบห้านาทีมั้ย”“จะเสร็จทันก่อนสิบห้านาทีเหรอคะ”“น่าจะทันนะครับ”“ถ้าคิดว่าทันก็เอาเลยค่ะ” แซนด์ก็รู้สึกมีอารมณ์ไม่ต่างจากคนข้างหลัง อดทนอดกลั้นมาตั้งแต่เช้าจนป่านนี้บ่ายเข้าไปแล้ว แต่คลื่นก็ยังไม่คิดจะหยุดแกล้งเธอเสียที“แค่ถามตรงนี้ก็ไหลเยิ้มกว่าเดิมแล้วนะครับ ถ้าผมไม่สนอง คงไปร่านในห้องประชุมให้
“แกอย่าใช้อารมณ์สิแซนด์”“แซนด์ไม่ได้ใช้อารมณ์เลยพี่ภู ทั้งหมดที่แซนด์พูดมันเป็นความจริง แล้วมันก็ทำให้แซนด์รู้สึกเสียใจมากที่รู้ว่าพี่มองเห็นแซนด์เป็นตัวตลกในสายตา”“ถ้าแกไม่ช่วยฉันคราวนี้ ทุกอย่างมันจะพังหมดเลยนะ”“ทุกอย่างที่ว่าคืออะไรคะ ชีวิตพี่ ชีวิตเมีย อนาคตบริษัทเหรอ แล้วชีวิตแซนด์ล่ะ แซนด์ก็ต้องมีชีวิตของตัวเองเหมือนกันนะ” แซนด์ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างอัดอั้น “การช่วยเหลือครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายค่ะ แซนด์ไม่มีเงินให้ใครถลุงแล้ว เงินที่พี่ภูใช้ไปอย่างสุขสบายมันหมดไปพร้อมความไว้ใจของแซนด์นั่นแหละ”หญิงสาวยกมือไหว้ลาก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน เพราะคิดว่าตนเองพูดจบทั้งหมดทุกเรื่องแล้ว ภูธเนศสมควรได้รับบทเรียนราคาแพงเทียบเท่ากับเงินที่ได้จากเธอไปพรึ่บ!แซนด์สะดุ้งตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็มีลูกบอลโยนลงมาบนพื้น รีบหันมองหาที่มาของมัน ก่อนจะเห็นว่ามีคนยืนอยู่หลังกำแพงบ้านข้าง ๆ รู้สึกเหมือนเดจาวูแต่ต่างกันตรงที่คนนั้นไม่ได้มองเธอผ่านช่องของกำแพง“เล่นอะไรของคลื่นเนี่ย”“พี่มีผัวยังครับ”“ไดอะล็อกแปลก ๆ นะ”“พี่ชื่ออะไรครับ”เธอยิ้มก่อนจะตอบ “พี่ชื่อแซนด์ แล้วเราล่ะ”“ผมชื่อคลื่น อายุสามสิบ”“พี่สา
หนึ่งเดือนต่อมา…“เด็กแบเบาะนอนตลอดเวลาเลยเหรอคะคุณจีน่า”“ใช่ค่ะคุณแซนด์ กิน ร้อง ถ่าย มีแค่นี้เลย”“แก้มกลมจัง” แซนด์รู้สึกตกหลุมรักหนูน้อยตัวขาวผ่องในอ้อมแขนของจีน่า เพิ่งจะได้เห็นชัด ๆ ครั้งแรกหลังจากจีน่าคลอดเด็กน้อยออกมา ตอนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลก็ได้แค่เห็นผ่านกระจกห้องอนุบาลเด็กทารก“คุณแซนด์ว่าหน้าเหมือนใครครับ ผมหรือจี”“แอบคล้ายทั้งคู่เลยค่ะ อาจจะต้องรอให้ตัวเล็กโตกว่านี้หน่อย”“เหลือมึงละไอ้คลื่น กูเถียงกับจีมาทั้งวันละ”คลื่นตอบ “ไม่เหมือนมึง”“มึงเข้าข้างจีป้ะ หน้าเหมือนกูขนาดนี้”“ลูกมึงเหรอ ลูกมันเหรอจี”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนั้นเมา ๆ ด้วย” จีน่าเออออตามคลื่นไป เพราะรู้ว่าเขาต้องการแกล้งสามีตน เวลาเห็นเจฟงอแงมันน่าเอ็นดูจะตายไป“ว่าแล้ว ก็ว่าไม่เหมือน”“จีทำไมพูดงี้ ไม่น่ารักเลย” คนถูกแกล้งทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ภรรยาตนเอง ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนอีกที“อันนี้เป็นเพื่อนกันหมดเลยเหรอ” แซนด์เอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติจีน่าจะพูดเป็นทางการกับคลื่นมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะสนิทกันมากกว่าที่คิด“เจฟกับคลื่นเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมหา’ ลัยที่เม’ กาค่ะคุณแซนด์ พอเรียนจบก็ถูกดึงตัว
หลังจากเดินทางไปพบผู้กระทำความผิดอย่างอวัชที่สถานีตำรวจเสร็จเรียบร้อย คลื่นต้องกลับมาปรึกษาหารือกับแขกเรื่องการเยียวยาต่อ กว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีก็มืดค่ำเข้าไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจนอนที่ภูเก็ตหนึ่งคืน แล้วค่อยเดินทางกลับกรุงเทพในวันพรุ่งนี้ตอนเช้ากริ๊งงงงง กริ๊งงงงง~‘K.Da’“ว่าไงครับคุณดา” คลื่นรับสายพี่สาวต่างแม่ของตนอย่างสุภาพ(พี่เพิ่งได้ข่าวว่าสามมันสร้างเรื่องเหรอ)“ครับ”(แล้วตอนนี้มันอยู่ไหนล่ะ สำนึกผิดรึยัง)“อยู่ในคุก ผมไม่ยอมความ”(ดีแล้วล่ะ สามมันจะได้โตสักที อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว เออว่าแต่พี่หนึ่งกับพี่สองติดต่อไปมั้ย)“ไม่ครับ น่าจะกลัวโดนหางเลขไปด้วย”(ทีแบบนี้ล่ะ ตัดหางปล่อยวัดมันเชียว)“มีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่มั้ย”(เปล่า พี่จะบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงาน มาด้วยล่ะ)“แต่งงาน? มีคนเอาด้วยเหรอ” ไม่ได้สนิทสนมกับพี่สาวมากถึงขั้นรู้ว่าเธอมีผู้ชายที่กำลังคบหาถึงขั้นจะแต่งงาน(ไอ้เด็กนี่!)“ส่งการ์ดเชิญมาก็แล้วกัน ถ้าว่างผมจะไป”(คลื่นต้องมาให้ได้นะ พี่เหลือแกอยู่คนเดียวแล้ว)“ครับ” เขาตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะกดวางสาย แล้วหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่มพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างห้องพัก“เมื่อก