เป็นอีกครั้งที่คลื่นให้ความสนใจคนอื่นมากเกินความจำเป็น แทบไม่รู้ตัวเลยว่าครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาลอบมองชายหญิงคู่นั้นไปกี่รอบแล้ว
สักพักเจ้าของร่างบอบบางก็ลุกจากเก้าอี้ เดินนวยนาดผ่านหลังเขาแล้วเลี้ยวไปทางห้องน้ำของเลานจ์ ขณะนั้นเขาก้มหัวลงเพื่อไม่ให้เธอสังเกตเห็นว่าคนที่แอบมองเธอนั่งอยู่ตรงนี้
เมื่อชายหนุ่มตัดสินใจว่าจะเลิกสนใจคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตตน จึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมทั้งหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจ่ายเงินค่าเครื่องดื่ม ทว่าหางตาดันเผลอไปเห็นการกระทำบางอย่างที่ลูกค้าโต๊ะใหม่กำลังแอบทำอย่างน่ารังเกียจ
คลื่นถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเดินออกมานั่งบริเวณเก้าอี้รับรองหน้าเลานจ์ ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือเป็นระยะจนกระทั่งเข็มนาทีเคลื่อนมาถึงเลขสิบเอ็ด จากนั้นก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาต่อสายหาเลขานุการคนสนิท
มีความจำเป็นต้องผิดคำพูด และตามตัวจีน่ามาหาอย่างเร่งด่วน เขารอสายไม่กี่วินาทีอีกฝ่ายก็รับสายด้วยน้ำเสียงที่บอกให้รู้ว่ากำลังรออยู่
(สวัสดีค่ะท่านประธาน)
“ผมไม่ได้โทรไปรบกวนคุณใช่มั้ย”
(ดิฉันยังไม่ได้นอนค่ะ อยากได้อะไรรึเปล่าคะ)
“คุณช่วยมาหาผมที่เลานจ์หน่อย ตอนนี้เลย”
(ได้ค่ะ ไม่เกินห้านาทีนะคะ)
“อืม” เพราะแบบนี้เขาถึงถูกใจจีน่า เธอเป็นเลขานุการที่ทำงานได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง แค่สั่งก็พร้อมจะทำตามโดยไม่มีข้อแม้ใด ดูเหมือนว่าเขาต้องมอบรางวัลให้หญิงแกร่งคนนี้เสียแล้ว รวมถึงของขวัญรับต้อนรับลูกในท้องของเธอด้วย
วางสายจากจีน่าไปแค่ไม่กี่นาที คนที่ทำให้ต้องมานั่งรอก็ถูกประคองเอวเดินออกมาจากเลานจ์ สภาพของเธอคล้ายกับคนเมามายจนแทบไม่มีสติ คนที่เห็นอาจจะคิดว่าเช่นนั้น แต่ไม่ใช่กับเขา
เจ้าของร่างสูงหยัดกายลุกจากโซฟาพลางก้าวขาเดินตามสองชายหญิงคู่นั้นมายืนหน้าลิฟต์โดยสาร ทำทีเอ่ยทักทายลูกหนี้เจ้าประจำของตน
“สวัสดีครับคุณกิตติภัทร”
ผู้ถูกทักทายแสดงสีหน้าเหลอหลา ใจเต้นตึกตักเพราะคิดว่าจะถูกทวงหนี้ที่ผิดนัดชำระมาสองอาทิตย์ “สะ…สวัสดีครับคุณคิมหันต์”
“มีเวลาว่างสักสิบนาทีมั้ยครับ พอดีผมมีเรื่องจะคุยกับคุณกิตติภัทร” ดวงตาคู่คมมองใบหน้าสะสวยที่พยายามปรือตาอันหนักอึ้งมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตาไปสบตากับชายหนุ่มอายุมากกว่าสิบปี ซึ่งเป็นจังหวะที่จีน่าเดินออกมาจากลิฟต์พอดี
“ตอนนี้เลยเหรอครับ คือผม…”
“ครับตอนนี้” คลื่นเลือกใช้น้ำเสียงเข้มกว่าตอนแรกพูดกับอีกฝ่าย เพื่อบอกให้รู้ว่านั่นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำสั่งต่างหาก “ดูเหมือนคุณจะมีธุระ แต่เรื่องระหว่างคุณกับผมก็สำคัญมากเหมือนกัน…ใช่มั้ยครับ”
“ครับ”
“ส่วนผู้หญิงคนนี้ผมจะให้เลขาพาไปส่งไว้ที่ห้องพักก็แล้วกัน”
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ”
คลื่นปรายตามองจีน่าเป็นเชิงออกคำสั่ง เพราะการที่เธอยืนฟังอยู่ตรงนี้คงได้ยินแล้วว่าเขาต้องการอะไร ดังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สอง
กิตติภัทรยอมส่งหญิงสาวที่ตนหมายปองให้จีน่าอย่างจำใจ มองตามทั้งสองคนไปจนประตูลิฟต์ปิดสนิท รู้สึกหัวเสียที่มีคนมาขัดจังหวะ หากไม่ใช่เจ้าหนี้อิทธิพลกว้างขวางคงถูกเขาตะบันหน้าไปแล้ว
“ไปนั่งคุยกันตรงนั้นแล้วกันครับ ผมรบกวนเวลาคุณไม่นานหรอก” ว่าจบก็เดินนำชายอายุมากกว่ามาที่เก้าอี้รับรอง เมื่ออีกฝ่ายนั่งลงแล้วจึงเริ่มหยิบยกเรื่องหนี้มาเป็นหัวข้อสนทนา “ผมจำได้ว่าคุณไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่เหรอครับ”
“ผมเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้เองครับ” กิตติภัทรรีบโพล่งแก้ตัว เพราะไม่อยากให้คลื่นรู้ว่าเขาตั้งใจเบี้ยวนัดชำระหนี้ที่กู้ยืมมา เดือนนี้การเงินติดลบจนไม่สามารถเจียดจ่ายได้จริง ๆ
“งั้นสินะครับ งานคงเรียบร้อยดีนะ”
“…”
คลื่นใช้ปลายนิ้วเคาะกับโต๊ะกระจกเบา ๆ “แล้วของเดือนนี้จะจ่ายวันนี้เลยมั้ยครับ ยิ่งคุณจ่ายช้าดอกเบี้ยก็ยิ่งสูงขึ้น…ผมเตือนเผื่อคุณลืม”
การกู้ยืมเงินกับคลื่นไม่ได้ยากเย็น แถมดอกเบี้ยไม่ได้มากมายเหมือนของคนอื่น เพียงแต่เงื่อนไขนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อชำระหนี้ตรงเวลาที่กำหนด
แต่ถ้าผิดนัดชำระเกินสามครั้งดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นมาในอัตราที่ไม่ต่างอะไรจากขูดเลือดขูดเนื้อ เงื่อนไขนี้ถูกระบุในสัญญาอย่างชัดเจน และหากเซ็นชื่อและรับเงินไปแล้วจะถือว่ายอมรับเงื่อนไขนั้นได้
“สิ่งที่ผมอยากคุยกับคุณมีเท่านี้ หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะติดต่อมาหาผมนะครับคุณเก้า” ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะลุกเดินออกมาจากตรงนั้น อันที่จริงมันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะพูดกับใคร เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเขา
แต่วันนี้ดันต้องมาเสียน้ำลายให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง…ซึ่งมันน่าหงุดหงิด
“จะเอายังไงกับผู้หญิงคนนี้ดีคะ” จีน่าตั้งคำถามกับผู้เป็นเจ้านายขณะยื่นมองสาวสวยที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงคิงไซซ์ ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำอะไรผิดแผกไปจากนิสัยส่วนตัวด้วยเพราะร่วมงานกันมานาน ส่งผลให้รู้จักนิสัยใจคอของเจ้านายหนุ่มเป็นอย่างดี ดีถึงขั้นที่รู้ว่าคลื่นไม่มีทางยื่นมือเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของคนอื่น ต่อให้จะสงสัยในการกระทำแค่ไหนก็ทำได้แค่เก็บมันไว้ในใจ แล้วทำตามคำสั่งอย่างเดียว“เธอไม่เหมือนคนเมาธรรมดาทั่วไปเลยนะคะ”“ก็ไม่ใช่นั่นแหละ” เขาเห็นกิตติภัทรหยอดยาบางอย่างใส่แก้วของผู้หญิงคนนี้ต่อหน้าต่อตา ดูเหมือนว่าเขาอาจจะต้องให้บทเรียนแก่ผู้คิดจะเหยียบหางเสือในพื้นที่ของเขา“ไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ใช่มั้ยคะ”“คงไม่” ดูจากอาการไม่น่าจะเป็นยารุนแรงเท่ายาปลุกเซ็กซ์ที่มีขายทั่วไป แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นยานอนหลับที่ทำให้ผู้ได้รับยาสลบไสลไม่ได้สติ“ให้ดิฉันตามหมอมาดูอาการเธอมั้ยคะ”“ไม่เป็นไร คุณไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”เลขานุการสาวเอียงคอมองเจ้านายด้วยสายตามีคำถาม ก่อนที่คนถูกมองกลับไปผ่านแววตาที่บอกให้รู้ว่าอย่าได้คิดคลางแคลงใจในการกระทำของเขา“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้างั้นพรุ่งนี้ดิฉ
แซนด์เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างถ่องแท้ เมื่อผลตรวจระบุว่าในกระแสเลือดของเธอมีสารเสพติดปะปนอยู่ แต่เธอไม่เคยข้องเกี่ยวกับสิ่งนั้นมาก่อนเลยในชีวิต ดังนั้นคนที่น่าสงสัยมากสุดก็คือกิตติภัทรที่อยู่กับเธอเมื่อวานคำว่า ‘ช่วยเหลือ’ จากปากจีน่าบอกเป็นนัยว่าทุกอย่างไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญ เธอไม่รู้ว่าตนพลาดตอนไหนถึงเปิดช่องว่างให้กิตติภัทรเอาเปรียบหญิงสาวโกรธจนตัวสั่นเทิ้มตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงบ้าน ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้ให้ภูธเนศรับรู้ เพราะการกระทำของกิตติภัทรเลวร้ายมากจนไม่สามารถปล่อยผ่านได้“พี่ภู”ภูธเนศปรายตามองน้องสาวต่างแม่ที่จู่ ๆ ก็พรวดพราดเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยสีหน้าถมึงทึง “แกเพิ่งกลับมา?”แซนด์ไม่ได้ตอบอะไรภูธเนศกลับไป แต่เลือกเดินนำผลตรวจเลือดไปวางไว้บนโต๊ะอาหารตรงหน้าเขา ภูธเนศดึงสายตากลับมาที่ซองเอกสาร ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดู“แกเล่นยาเหรอแซนด์” คนเป็นพี่ชายถามเสียงเข้ม“แซนด์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับของต่ำแบบนั้น”“แล้วผลตรวจมันจะออกมาแบบนี้ได้ยังไง”“มันก็เพราะเพื่อนพี่ภูไง เมื่อคืนเขาวางยาแซนด์” น้ำเสียงแซนด์แข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แค่นึกถึงกิตติภัทรอารมณ์ก็เหมือนจ
หลายวันต่อมา…ประธานหนุ่มจิบกาแฟมองวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงตอนเช้าผ่านห้องทำงานในบริษัทเดอะเพกาซัสอย่างผ่อนคลาย ดีที่วันนี้เขาเดินทางมาทำงานตั้งแต่เช้าทำให้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัดที่แก้ไม่มีวันหายต้องแลกมาด้วยการตื่นตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สว่าง ทว่ามันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของเขาอยู่แล้ว คลื่นเคยทดลองตื่นสายดูบ้าง ผลที่ได้คือมีอาการปวดหัว สมองเบลอตลอดทั้งวัน เลยไม่คิดจะฝืนธรรมชาติของตนเองอีกต่อไปก๊อก ก๊อก ก๊อก~“เชิญครับ”“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”คลื่นเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอีกรอบ เพื่อปล่อยให้เลขานุการคนสนิทแจ้งตารางงานของวันนี้เหมือนเช่นเคย“วันนี้ท่านประธานมีประชุมกับบอร์ดบริหารตอนสิบโมงเช้า คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อทานข้าวเสร็จจะมีคนมาพบท่านตอนบ่ายโมงตรง จากนั้นต้องไปที่สนามบินเพื่อรอขึ้นเครื่องไปญี่ปุ่นค่ะ” เมื่อจีน่ากล่าวรายละเอียดครบถ้วน จึงแฟ้มเอกที่เจ้านายหนุ่มต้องลงนามไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ “ส่วนอันนี้เป็นเอกสารที่ท่านต้องเซ็นด่วนค่ะ”คลื่นวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง ก่อนจะเท้ามือบนโต๊ะพร้อมทั้งก้มตัวลงไปเปิดแฟ้มเอกสาร กวาดสายตาอ่านเนื้อความแล้วถึงจะ
ร่างสูงละสายตาจากประตูห้องทำงานกลับมามองใบหน้าสะสวย ก่อนจะทำลายความเงียบระหว่างเขาและเธอด้วยการแนะนำตนเอง“ผม...คิมหันต์ครับ”“…หนึ่งเม็ดทรายค่ะ” แซนด์สงสัยอยู่ในใจว่าคลื่นจำเธอไม่ได้ หรือเธอจำคนผิดกันแน่ ทำไมแววตาที่เขามองเธอถึงได้ว่างเปล่าจนเหมือนว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน“คุณรู้จักผมได้ยังไงครับ ใครแนะนำมา”“เพื่อนแนะนำมาค่ะ ชื่อน้ำหวาน”“อืม…คุณน้ำหวานนี่เอง”“ก่อนอื่นฉันต้องขอบคุณคุณคิมหันต์ที่ช่วยฉันเมื่อหลายวันก่อนด้วยนะคะ”“คุณรู้เหรอว่าเป็นผม?” ตอนนั้นเธอไม่มีสติมากพอจะช่วยเหลือตนเองด้วยซ้ำ“ฉันจำคุณจีน่าได้ค่ะ” แซนด์สับสนว่าที่คลื่นช่วยเธอเป็นเพราะจำกันได้ หรือแค่เห็นว่าเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย “คุณคิมหันต์มีเหตุผลที่ช่วยฉันรึเปล่าคะ”“มีครับ”“ฉันขอทราบได้มั้ยคะ”“เหตุผลไม่ได้ลึกซึ้งหรอกครับ ผมแค่ไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีในโรงแรมของผมก็เท่านั้น” อะไรที่แซนด์หวังจะได้ยินไม่มีทางได้ยินมันจากปากของเขาแน่ เขาไม่ต้องการให้เธอรู้ว่าเขาจำเธอได้“เข้าใจแล้วค่ะ”“มาคุยเรื่องสัญญากันดีกว่าครับ ผมมีเวลาไม่มาก” ชายหนุ่มเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ตรงหน้าคุณคือสัญญาการกู้ยืมเงิน ถ้าคุ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...สองวันก่อนแซนด์ได้รับการติดต่อกลับจากจีน่า หลังจากหายเงียบไปหลายวัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายหรือเลขานุการ หล่อนนัดหมายให้เธอมาพบที่เดอะเพกาซัสตอนบ่ายโมงตรงเมื่อมาถึงเจ้าตัวก็พาเดินทัวร์รอบบริษัท แนะนำว่าชั้นไหนเป็นที่ตั้งของฝ่ายใดบ้าง เพื่อให้เธอคุ้นเคยกับการต้องประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ แทนผู้เป็นเจ้านาย ก่อนจะพาเดินต่อมาจนถึงเคาน์เตอร์ความสูงประมาณหน้าอก ซึ่งเป็นโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งเลขานุการ“คุณหนึ่งเม็ดทรายสามารถใช้โต๊ะทำงานนี้ได้ตามสบายเลยนะคะ ฉันเตรียมอุปกรณ์สำคัญทั้งหมดไว้ให้แล้ว”“คุณจีน่าเรียกแซนด์เฉย ๆ ก็ได้ค่ะ” ได้ยินจีน่าเรียกชื่อจริงทุกประโยคจนรู้สึกเหนื่อยแทนเธอ แถมอีกฝ่ายยังอายุน้อยกว่าเธอด้วยเลขานุการสาวรับคำด้วยรอยยิ้ม แล้วจึงเริ่มพูดต่อ “ปกติแล้วท่านประธานจะเข้าบริษัททุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ แล้วก็วันที่มีประชุมสำคัญ วันอังคารกับพฤหัสฯ จะเป็นวันที่ท่านเข้าไปโรงแรม ซึ่งตารางงานของท่านจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีถูกบันทึกไว้ในปฏิทินแล้ว คุณแซนด์แค่ต้องรายงานให้ท่านทราบทุกวันตอนแปดโมงครึ่ง”“ค่ะ”“คุณแซนด์ยังไม่มีครอบครัวใช่มั้ย ขอโทษที่ต้องถามนะคะ”“ยังค่ะ ฉันย
“เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้คุณแซนด์รู้ว่าพื้นที่ตรงไหนที่สามารถใช้งานได้บ้างนะคะ”“ค่ะ” แซนด์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “เพนต์เฮาส์นี้มีสองชั้น ชั้นบนทางปีกขวาจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของท่านประธานทั้งหมด คุณแซนด์ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปจนกว่าท่านประธานจะบอกเอง ส่วนปีกซ้ายจะเป็นที่ตั้งของห้องหนังสือและห้องดูหนัง คุณสามารถใช้ได้” ร่างบางช้อนสายตามองขึ้นไปบนชั้นสองเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับมามองจีน่าอีกครั้ง “แล้วห้องนอนของฉันล่ะคะ” “ห้องของคุณแซนด์จะอยู่ชั้นล่างทางฝั่งขวาค่ะ ในส่วนของชั้นล่างทั้งหมดสามารถใช้ได้ตามต้องการ ประตูออกไปสระว่ายน้ำอยู่ด้านหลังของบันได ปกติที่นี่จะมีแม่บ้านประจำเข้ามาทำความสะอาดทุกสองวัน”“มีห้องซักล้างมั้ยคะ”“ไม่มีค่ะ แม่บ้านจะมาเก็บนำไปซักในวันนั้นเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะแจ้งแม่บ้านเกี่ยวกับคุณแซนด์อีกที”เป็นครั้งแรกที่แซนด์รู้สึกว่าคลื่นอยู่เกินเอื้อมมากกว่าที่คิด จากเด็กผู้ชายที่เล่นดินจนเนื้อตัวมอมแมมกลายเป็นคุณชายที่มีคนคอยปรนนิบัติพัดวีให้ “คุณแซนด์สามารถเข้าอยู่ได้ตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ นี่เป็นคีย์การ์ดส่วนตัวของคุณค่ะ” จีน่ายื่
“หาเลขามานอนด้วยเนี่ยนะ” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความคับข้องใจ หน้าตาและฐานะระดับนี้น่าจะหาผู้หญิงที่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยกันได้ไม่ยาก ต่อให้การขายบริการจะยังไม่ถูกกฎหมายแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย“ข้องใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ”“ถ้าไม่รู้สึกแบบนั้นก็แปลกแล้ว”“ตอนเซ็นเอกสารก็น่าจะดูให้มันดี ๆ ก็สิ”“…” แซนด์กัดริมฝีปากอย่างหงุดหงิด กำลังโทษตนเองที่ไม่รอบคอบจนถูกเอาเปรียบเช่นนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงทำโทษคลื่นโดยการวิ่งรอบสนามไปแล้ว“คราวหลังก็จำเอาไว้เป็นบทเรียนว่าจะทำสัญญากับใครควรอ่านให้ครบทุกบรรทัด”“วันนั้นใครรีบล่ะ”“โทษผม? คุณเป็นคนมาขอความช่วยเหลือผมแท้ๆ” คลื่นก้าวขาเดินไปยืนตรงหน้าแซนด์ ก่อนจะหลุบตามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่สูงเหนืออกของเขาขึ้นมาเล็กน้อย “เนรคุณกว่าที่คิดอีกนะครับเนี่ย”“ทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้…”“พูดเหมือนรู้จักผมดี” เขาแค่นเสียงหัวเราะให้กับคำพูดของเธอ เมื่อก่อนเขาอาจจะเป็นน้องชายข้างบ้านที่เชื่อฟังคำพูดของเธอ แต่เธอคงลืมไปว่ามันผ่านมาตั้งสิบหกปีแล้ว“ไม่รู้สึกแปลก ๆ บ้างเหรอถ้าเราต้องทำแบบนั้นกันน่ะ”“ไม่นี่”“แต่เราเป็น…” แซนด์ตั้งใจจะพูดว่า ‘พี่น้อง’ แต
คราแรกคิดว่าจะรู้สึกอึดอัดเพราะต้องย้ายมาอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ทว่ากลับไม่เป็นอย่างที่คิดเลย หญิงสาวปรับตัวเพียงแค่วันเดียวก็สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มตา ซ้ำยังรู้สึกเหมือนเป็นพื้นที่ปลอดภัยเจ้าของบ้านก็แทบจะไม่มาวุ่นวายกับเธอ ยกเว้นตอนเช้าก่อนไปทำงานที่จะนั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน ส่วนตอนเย็นก็แค่ทำอาหารทิ้งไว้แล้วให้มาอุ่นกินเอาเอง แต่วันนี้พิเศษมากหน่อย เพราะเป็นวันที่แซนด์จะได้เริ่มงานในตำแหน่งเลขานุการเป็นวันแรก เธออาบน้ำแต่งตัวออกมาทำอาหารเช้าตั้งแต่ตีห้าครึ่งเสร็จสิ้นก็ประมาณหกโมงกว่า “วันนี้ทำอะไรกินครับ” ร่างสูงเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ยืนทำอาหารอยู่ในครัวเปิดสไตล์ยุโรป แค่เขาเปิดประตูห้องนอนออกมากลิ่นอาหารก็ลอยมาแตะจมูก “ข้าวต้มกับเครื่องเคียงอีกสามสี่อย่างค่ะ”คลื่นเพิ่งสังเกตว่าวันนี้แซนด์สวมชุดทำงานทางการ ซึ่งต่างจากวันอื่นที่จะสวมชุดลำลองออกมาทำอาหาร “คุณเริ่มงานวันนี้เหรอ”“ใช่ค่ะ คุณจีน่ายังไม่ได้บอกเหรอคะ”“น่าจะบอกแล้วล่ะ แต่ผมคงลืมเอง” เป็นไปไม่ได้ที่จีน่าจะลืมแจ้งเรื่องสำคัญกับเขา ต้องบอกว่าเธอไม่เคยทำงานผิดพลาดเลย ไม่ว่าจะงานราษฎร์หรืองานหลวงเธอจัดการได้อยู่ห
หลายอาทิตย์ต่อมา...ปุ้ง!“ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะคุณจีน่า” แซนด์ดึงพลุกระดาษพร้อมกับกล่าวอย่างสดใส ทำเอาจีน่าที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของคลื่นถึงกับสะดุ้งตกใจ“ตกใจหมดเลยค่ะคุณแซนด์ แต่ขอบคุณนะคะ”นี่เป็นวันแรกของการกลับทำงานหลังจากที่หล่อนลาพักร้อนไปเกือบเก้าเดือน ดีใจที่ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเจ้านายหนุ่มที่ยอมให้คนรักตนเองทำอะไรเช่นนี้“วันนี้คุณจีน่ามาทำงาน แปลว่าฉันคงต้องลาออกแล้วล่ะค่ะ”“คุณแซนด์ทำงานต่อไปก็ได้นี่คะ ดิฉันว่าท่านประธานน่าจะอยากให้ทำแบบนั้น”“คุณคลื่นบอกว่าถ้าฉันอยากทำงานที่นี่ต่อก็จะไล่คุณจีน่าออก”จีน่าหันไปเลิกคิ้วมองผู้เป็นเจ้านายที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงความสนใจกลับไปที่หญิงสาวอีกคน “ถ้างั้นเชิญคุณแซนด์เลยค่ะ”“คุณจีน่าจะออกเหรอคะ”“เชิญคุณแซนด์ไปลาออกกับเอชอาร์ตอนนี้เลยค่ะ ลูกดิฉันยังเล็ก”“ฮ่า ๆ” ประโยคนั้นทำเอาแซนด์ถึงหลุดหัวหัวเราะ “ล้อเล่นค่ะ ฉันทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีเท่าคุณจีน่าหรอก อีกอย่างฉันว่าจะกลับไปอังกฤษสักพักด้วย”พรึ่บ!“กลับไปทำไมครับ” คลื่นผุดลุกจากเก้าอี้อย่างแรง ก่อนจะเดินมาหาแฟนสาวของตนเอง “ตอบผมสิครับ”“พี่จะกล
เช้าวันต่อมา…หญิงสาวมีอาการเจ็ตแล็กจนเผลอหลับไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานและตื่นขึ้นมาอีกทีตอนตีสี่ ไม่อยากรบกวนแฟนหนุ่มที่ยังนอนหลับสบาย จึงพาตนเองมาล้างหน้าล้างตาแล้วถือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงมาที่ห้องครัวเพราะมีใครบางคนเสียบปลั๊กกาต้มน้ำร้อนเอาไว้ ทำให้แซนด์เดาว่าน่าจะมีคนตื่นแล้ว แต่ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหน เธอกดน้ำร้อนใส่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเดินออกมานั่งที่โต๊ะนอกบ้าน“ตื่นแต่เช้าเลยนะ”“อ๊ะ! คุณตา” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลังตน เป็นฟาบริโอที่เดินผ่านพุ่มไม้มาพร้อมกับกรรไกรตัดแต่งต้นไม้ “สวัสดีตอนเช้าค่ะ”“อืม เจ้าเด็กนั่นยังไม่ตื่นเรอะ”“ยังเลยค่ะ หนูนอนก่อนก็เลยตื่นก่อนค่ะ”“กินของไม่มีประโยชน์ตั้งแต่เช้า สุขภาพมันจะแย่เอา” ชายสูงวัยมองถ้วยบะหมี่บนโต๊ะเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเตือนแฟนสาวของหลานชายด้วยความหวังดี“หนูไม่แน่ใจว่าทำอะไรทานได้บ้างก็เลยคิดว่าบะหมี่น่าจะง่ายสุดค่ะ”“ที่นี่ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง”“ขอบคุณค่ะ แล้วคุณตาจะไปไหนแต่เช้าเหรอคะ”“ว่าจะเข้าไร่ไปเก็บองุ่นมาให้เจ้าคลื่นมันกินนั่นแหละ เด็กนั่นมันชอบ”“อ้อ หนูขอไปด้วยได้มั้ยคะ”
ครอบครัวของคลื่นอาศัยอยู่แทบชานเมืองเซียน่าในแคว้นทัสคานีของประเทศอิตาลี ตลอดเส้นทางจะสังเกตได้ว่าล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น ตัวบ้านที่ปลูกสร้างด้วยอิฐสีแดงสไตล์อิตาลีการมาเยือนประเทศอิตาลีคราวนี้เป็นครั้งที่สองแล้วก็จริง แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบกับครอบครัวของแฟนหนุ่ม แซนด์ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคลื่นบอกครองขวัญไปแล้วหรือยังว่าตอนนี้เขากับเธอเป็นอะไรกันหญิงสาวเปิดประตูลงมาจากรถยนต์ ก่อนจะยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้พบเจอกันมาตั้งสิบกว่าปี ซึ่งท่านก็ออกอาการตกใจเมื่อเห็นหน้าเธอ“สวัสดีค่ะน้าครองขวัญ”“หนูแซนด์เหรอ…” ครองขวัญเอ่ยถามด้วยภาษาไทยสำเนียงต่างชาติ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่บอกกล่าวเธอเลยว่าจะพาแซนด์มาด้วยกัน“ใช่ค่ะ”“โตเป็นสาวแล้วสวยเชียว” หญิงวัยห้าสิบปีคลี่ยิ้มอย่างยินดีที่ได้พบกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาโอบไหล่เด็กสาวรุ่นลูก “ทำไมมาด้วยกันได้ล่ะฮึ”“คลื่นยังไม่ได้บอกคุณน้าเหรอคะ”“เจ้าตัวดีมันบอกอะไรน้าที่ไหนกัน แถมยังจะยืนหน้ามึนอีก”“เซอร์ไพรส์ไงครับ” ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ แล้วอ้อมรถยนต์มาหาแฟนสาวกับแม่ของตน แต่โน้มเข้าไปกระซิบข้างหูแม่ให้ได้ยินกันสองคน “…ผมเอาลูกสะใภ้มาฝาก”“คล
“คนเก่งหันมายิ้มหน่อยครับ”“หือ…” เมื่อหันไปเห็นว่าแฟนหนุ่มถือสมาร์ตโฟนอยู่ หญิงสาวจึงคลี่ยิ้มตามที่เขาต้องการ “ถ่ายสวยมั้ย”“นางแบบสวย ถ่ายยังไงก็สวยครับ”ติ๊ง~K.Da : พี่หนึ่งกับพี่สองกำลังไปที่บ้านนะK.Da : แกยังอยู่ที่นั่นมั้ยคลื่นตอบข้อความของพี่สาวกลับไปแค่สั้น ๆ ก่อนจะเก็บสมาร์ตโฟนใส่กระเป๋ากางเกง จังหวะนั้นมีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหา“สวัสดีครับท่านทั้งสอง”“สวัสดีครับ”“กระผมชื่อโอลิวิเยร์ เป็นผู้ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้ครับ”“คิมหันต์ครับ” คลื่นแนะนำตนเองกลับไปเป็นภาษาฝรั่งเศส“อีกครู่หนึ่งจะมีคนนำของว่างและชามาเสิร์ฟนะครับ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมสามารถแจ้งกระผมได้”“ขอบคุณครับ แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว” ชายหนุ่มโคลงศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเดินกลับมาหาแฟนสาวตนเองไม่นานสาวใช้ประจำปราสาทก็นำอาฟเตอร์นูนทีมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะกลางสวนดอกไม้ ก่อนจะเดินออกไปยืนห่าง ๆ เพื่อให้สองชายหญิงดื่มด่ำกับบรรยากาศกันตามลำพังช่วงเย็นบริเวณสวนดังกล่าวถูกจัดตกแต่งด้วยโต๊ะรับประทานอาหารแบบยาว พร้อมทั้งเสิร์ฟอาหารไฟน์ไดน์นิงที่ส่งตรงมาจากเชฟมิชลินสตาร์เป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีที่คลื่นร่วมรับประทานอาหา
สองเดือนต่อมา…@ฝรั่งเศสคำขอร้องจากปากพี่สาวต่างแม่ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของเธอ เพราะอย่างไรเสียก็ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน ยังอยู่ในสถานะพูดคุยกันได้ตามปกติ เพียงแต่ไม่สนิทใจที่จะพูดคุยกันทุกเรื่องเบื้องหน้าของเขาเป็นพิธีแต่งงานซึ่งจัดขึ้น ณ โบสถ์ทางศาสนาคริสต์ในแคว้นหนึ่งของฝรั่งเศส ถึงจะไม่ได้แสดงสีหน้าปีติยินดีออกมา แต่ลึก ๆ คลื่นก็รู้สึกแบบนั้นอยู่ในใจคราแรกคิดว่าตนเป็นสายเลือดคนเดียวที่มางาน แต่ที่ไหนได้กลับมีทั้งพี่ชายคนโตและคนรองมาด้วย คลื่นไม่ได้เข้าไปกล่าวทักทาย ส่วนทั้งสองคนนั้นก็ไม่กล้าหันมาสบตาหลังพิธีจบลงอย่างเป็นทางการ ‘ดา ดลยา’ ผู้เป็นเจ้าสาวก็เดินมาหาน้องชายต่างแม่ของตน เพื่อชวนเขาไปร่วมถ่ายภาพด้วยกัน“คลื่นไปถ่ายรูปกับพี่สิ”“พี่ไปถ่ายเถอะ”“เร็ว ๆ อย่าทำตัวเป็นเด็ก” ดลยาดึงแขนน้องชายให้ลุกจากเก้าอี้ ในขณะที่แซนด์ก็ต้องลุกพร้อมกันเมื่อคลื่นดึงเธอไปด้วย “…แวงซ็องต์คะ นี่น้องชายคนเล็กของฉันค่ะ”“สวัสดีครับ” เจ้าบ่าวหันมาทักทายอย่างสุภาพ พลางยื่นมือไปตรงหน้าน้องชายของภรรยา“สวัสดีเช่นกันครับ” คลื่นโคลงศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับยื่นมือไปเช็กแฮนด์ตาทมาร
“ลงมาจากโต๊ะครับ”แซนด์หย่อนปลายเท้าลงมายืนบนพื้น ก่อนจะหันหลังแล้วเอนกายไปด้านหน้า เริ่มรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายหยิบบัตต์ปลั๊กอะลูมิเนียมที่มีกระดิ่งห้อยออกมาลิ้นชักโต๊ะทำงาน“เตรียมมาตรงนี้มาพร้อมแล้วเหรอครับ”“…ค่ะ” หลังจากวันนั้นที่คลื่นทำกับช่องทางด้านหลังเธอครั้งแรก เธอก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับมันบ้าง“สมกับเป็นคนเก่งของผมจังนะครับ” ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้บั้นท้ายกลมกลึง ก่อนจะโน้มลงไปพรมจูบอย่างหลงใหล โดยใช้สองมือบีบไว้แน่น แล้วเริ่มตวัดปลายลิ้นเลียร่องตรงหน้าด้วยความนุ่มนวลเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนเพอร์เฟกต์ได้เท่าแซนด์มาก่อน ทั้งที่เขาไม่ชอบสีชมพู แต่กลับรู้สึกคลั่งไคล้เมื่อมันอยู่บนตัวเธอ มากไปกว่านั้นถ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจะดีมาก“คุณเลขาครับ”“ว่าไงคะ”“เรามีเวลาสักสิบห้านาทีมั้ย”“จะเสร็จทันก่อนสิบห้านาทีเหรอคะ”“น่าจะทันนะครับ”“ถ้าคิดว่าทันก็เอาเลยค่ะ” แซนด์ก็รู้สึกมีอารมณ์ไม่ต่างจากคนข้างหลัง อดทนอดกลั้นมาตั้งแต่เช้าจนป่านนี้บ่ายเข้าไปแล้ว แต่คลื่นก็ยังไม่คิดจะหยุดแกล้งเธอเสียที“แค่ถามตรงนี้ก็ไหลเยิ้มกว่าเดิมแล้วนะครับ ถ้าผมไม่สนอง คงไปร่านในห้องประชุมให้
“แกอย่าใช้อารมณ์สิแซนด์”“แซนด์ไม่ได้ใช้อารมณ์เลยพี่ภู ทั้งหมดที่แซนด์พูดมันเป็นความจริง แล้วมันก็ทำให้แซนด์รู้สึกเสียใจมากที่รู้ว่าพี่มองเห็นแซนด์เป็นตัวตลกในสายตา”“ถ้าแกไม่ช่วยฉันคราวนี้ ทุกอย่างมันจะพังหมดเลยนะ”“ทุกอย่างที่ว่าคืออะไรคะ ชีวิตพี่ ชีวิตเมีย อนาคตบริษัทเหรอ แล้วชีวิตแซนด์ล่ะ แซนด์ก็ต้องมีชีวิตของตัวเองเหมือนกันนะ” แซนด์ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างอัดอั้น “การช่วยเหลือครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายค่ะ แซนด์ไม่มีเงินให้ใครถลุงแล้ว เงินที่พี่ภูใช้ไปอย่างสุขสบายมันหมดไปพร้อมความไว้ใจของแซนด์นั่นแหละ”หญิงสาวยกมือไหว้ลาก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน เพราะคิดว่าตนเองพูดจบทั้งหมดทุกเรื่องแล้ว ภูธเนศสมควรได้รับบทเรียนราคาแพงเทียบเท่ากับเงินที่ได้จากเธอไปพรึ่บ!แซนด์สะดุ้งตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็มีลูกบอลโยนลงมาบนพื้น รีบหันมองหาที่มาของมัน ก่อนจะเห็นว่ามีคนยืนอยู่หลังกำแพงบ้านข้าง ๆ รู้สึกเหมือนเดจาวูแต่ต่างกันตรงที่คนนั้นไม่ได้มองเธอผ่านช่องของกำแพง“เล่นอะไรของคลื่นเนี่ย”“พี่มีผัวยังครับ”“ไดอะล็อกแปลก ๆ นะ”“พี่ชื่ออะไรครับ”เธอยิ้มก่อนจะตอบ “พี่ชื่อแซนด์ แล้วเราล่ะ”“ผมชื่อคลื่น อายุสามสิบ”“พี่สา
หนึ่งเดือนต่อมา…“เด็กแบเบาะนอนตลอดเวลาเลยเหรอคะคุณจีน่า”“ใช่ค่ะคุณแซนด์ กิน ร้อง ถ่าย มีแค่นี้เลย”“แก้มกลมจัง” แซนด์รู้สึกตกหลุมรักหนูน้อยตัวขาวผ่องในอ้อมแขนของจีน่า เพิ่งจะได้เห็นชัด ๆ ครั้งแรกหลังจากจีน่าคลอดเด็กน้อยออกมา ตอนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลก็ได้แค่เห็นผ่านกระจกห้องอนุบาลเด็กทารก“คุณแซนด์ว่าหน้าเหมือนใครครับ ผมหรือจี”“แอบคล้ายทั้งคู่เลยค่ะ อาจจะต้องรอให้ตัวเล็กโตกว่านี้หน่อย”“เหลือมึงละไอ้คลื่น กูเถียงกับจีมาทั้งวันละ”คลื่นตอบ “ไม่เหมือนมึง”“มึงเข้าข้างจีป้ะ หน้าเหมือนกูขนาดนี้”“ลูกมึงเหรอ ลูกมันเหรอจี”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนั้นเมา ๆ ด้วย” จีน่าเออออตามคลื่นไป เพราะรู้ว่าเขาต้องการแกล้งสามีตน เวลาเห็นเจฟงอแงมันน่าเอ็นดูจะตายไป“ว่าแล้ว ก็ว่าไม่เหมือน”“จีทำไมพูดงี้ ไม่น่ารักเลย” คนถูกแกล้งทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ภรรยาตนเอง ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนอีกที“อันนี้เป็นเพื่อนกันหมดเลยเหรอ” แซนด์เอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติจีน่าจะพูดเป็นทางการกับคลื่นมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะสนิทกันมากกว่าที่คิด“เจฟกับคลื่นเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมหา’ ลัยที่เม’ กาค่ะคุณแซนด์ พอเรียนจบก็ถูกดึงตัว
หลังจากเดินทางไปพบผู้กระทำความผิดอย่างอวัชที่สถานีตำรวจเสร็จเรียบร้อย คลื่นต้องกลับมาปรึกษาหารือกับแขกเรื่องการเยียวยาต่อ กว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีก็มืดค่ำเข้าไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจนอนที่ภูเก็ตหนึ่งคืน แล้วค่อยเดินทางกลับกรุงเทพในวันพรุ่งนี้ตอนเช้ากริ๊งงงงง กริ๊งงงงง~‘K.Da’“ว่าไงครับคุณดา” คลื่นรับสายพี่สาวต่างแม่ของตนอย่างสุภาพ(พี่เพิ่งได้ข่าวว่าสามมันสร้างเรื่องเหรอ)“ครับ”(แล้วตอนนี้มันอยู่ไหนล่ะ สำนึกผิดรึยัง)“อยู่ในคุก ผมไม่ยอมความ”(ดีแล้วล่ะ สามมันจะได้โตสักที อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว เออว่าแต่พี่หนึ่งกับพี่สองติดต่อไปมั้ย)“ไม่ครับ น่าจะกลัวโดนหางเลขไปด้วย”(ทีแบบนี้ล่ะ ตัดหางปล่อยวัดมันเชียว)“มีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่มั้ย”(เปล่า พี่จะบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงาน มาด้วยล่ะ)“แต่งงาน? มีคนเอาด้วยเหรอ” ไม่ได้สนิทสนมกับพี่สาวมากถึงขั้นรู้ว่าเธอมีผู้ชายที่กำลังคบหาถึงขั้นจะแต่งงาน(ไอ้เด็กนี่!)“ส่งการ์ดเชิญมาก็แล้วกัน ถ้าว่างผมจะไป”(คลื่นต้องมาให้ได้นะ พี่เหลือแกอยู่คนเดียวแล้ว)“ครับ” เขาตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะกดวางสาย แล้วหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่มพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างห้องพัก“เมื่อก