ห้องพักในโรงแรมของเลเน่ หลังจากที่โดนพี่แบล็คด่าจนหูชาจบ พี่เขาก็ไล่ให้ฉันกลับมาที่ห้องของตัวเอง แต่ว่าคนอย่างฉันมีเหรอจะเชื่อฟังพี่แก ถ้าพี่แกปล่อยให้ฉันกลับเองนะฉันมีแวะที่อื่นแน่ ๆ แต่นี่อะไร ตามมาส่งอย่างกับเป็นพ่อฉันอย่างนั้น “แล้วอย่าให้กูรู้นะว่ามึงแอบหนีออกมาเดินข้างนอกอีก” จ้าขู่เก่ง คนหรือหมาเนี่ย ว่าแต่พี่เขารู้ได้ไงอะว่าฉันออกไปข้างนอกคนเดียว โอ๊ยคิดแล้วก็ปวดหัว คงบังเอิญอะแหละ “รู้แล้วน่า พ่อหรือพี่!” ฉันทำหน้ามุ่ยใส่พี่แบล็คด้วยความรำคาญ นี่พี่เขาจะเข้ามาบงการชีวิตฉันมากเกินไปแล้วนะ ถ้าคนอื่นมอง ฉันว่าพวกคนเหล่านั้นจะต้องคิดว่าฉันกับพี่แบล็คมีซัมติงกันแน่ ๆ แต่เอาเข้าจริงมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยสักนิด พี่เขากระดิกนิ้วชี้หน้าฉันแล้วหันหลังเดินกลับห้องพักตัวเองไป อย่างที่บอกว่าเกือบทุกห้องในโรงแรมนี้มีแต่เหล่านักศึกษาของทั้งสองคณะเข้าพักกันแบบสุ่มห้องกันไป ไม่ได้มีแยกว่าคณะนี้พักห้องนี้ถึงห้องนี้ แต่จะเป็นการสุ่มเอามากกว่า เนื่องจากไม่ได้มีแค่พวกฉันกับพวกพี่คณะวิทย์ แต่ยังมีลูกค้าคนอื่นที่เข้าพักด้วย เพราะงั้น
“ขอโทษค่ะ” ฉันรีบหันหน้าไปขอโทษพี่เขาด้วยท่าทางคอตก เพราะโดนคนที่ตัวเองชอบด่านี่มันเจ็บสุด ๆ ไปเลย “แอบชอบผมมาตั้งหลายปีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยอมแพ้ง่าย ๆ ล่ะ” หมะ...หมายความว่าไง! พี่เขารู้ได้ไงว่าฉันแอบชอบพี่เขามาตั้งหลายปี เพราะถ้ามองในมุมของพี่เขาฉันเพิ่งจะสารภาพรักไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเองนะ คนที่รู้ว่าฉันชอบพี่โลคาก็มียัยด้า ยัยพิ้ง และก็พี่แบล็คนี่ หรือว่า...ไอ้พี่แบล็ค! เป็นพี่แกแน่ ๆ ที่ต้องไปบอกพี่โลคา ฉันมั่นใจว่าคนอื่น ๆ คงไม่บอกหรอก เพราะทั้งยัยด้าและยัยพิ้งก็แอบชอบพี่เขา แถมยัยพิ้งก็ไม่เคยไปคุยกับพี่โลคาสักนิด และยัยด้าฉันมั่นใจว่าเธอไม่น่าทำอะไรแบบนั้น ก็เหลือแต่ไอ้พี่แบล็ค! “พี่โลคารู้ได้ยังไงคะ!” ฉันเอ่ยถามพี่เขาด้วยเสียงตกใจและหน้าตื่นสุด ๆ “ผมรู้ได้ยังไงแล้วมันทำไมล่ะ? เพราะยังไงคุณก็แอบชอบผมอยู่ดีนี่” ไม่อยากจะบอกว่าคำที่พี่เขาพูดออกมานั้นมันตรงซะฉันไม่มีข้อกังหาใด ๆ เลย “แต่ตอนนี้หนูไม่ได้ชอบพี่โลคาแล้วค่ะ!” ฉันพูดออกไปเสียงดังฟังชัด ส่วนพี่โลคาเขาวางแก้วใบโปรดของฉันลงกับโต๊ะกลม แล้วยัน
แน่นอนว่าตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันไม่ได้เจอกับพี่โลคาเลย อาจจะเพราะว่าฉันแอบหลบหน้าพี่เขาด้วยแหละ และอีกอย่างพี่เขาเองก็ดูไม่ได้สนใจอะไรฉันด้วย มันก็เลยตามเลยไปแบบว่าขาดการพูดคุยกันไปเลยหลายอาทิตย์ แล้วก็เรื่องที่ฉันอยากรู้มากที่สุดก็คือเรื่องที่ยัยด้าคบกับพี่โลคาหรือยัง อันนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลย แถมยังไม่มีข่าวอะไรอีกด้วย ก็ถ้ายัยด้าคบกับพี่โลคามันก็จะต้องมีข่าวของพี่โลคาบ้างแหละ ก็พี่เขาฮอตจะตาย ขยับตัวทำอะไรก็มีแต่คนพูดถึงเป็นไวรอลแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่กล้าไปถามยัยด้าตรง ๆ ด้วย ยัยนั้นยังไม่รู้เลยว่าฉันรู้แล้วว่านางชอบพี่โลคา แถมยังไปได้ยินบทสนทนาบอกรักอีก ฉันเลยเลือกที่จะปฏิบัติกับนางเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแทน และก็พยายามเนียน ๆ หลบทางให้นางไปด้วย ฉันหยุดพูดเรื่องพี่โลคากับยัยด้าไปเลย และฉันก็พยายามไม่คิดถึงพี่โลคาด้วย เผื่อจะได้ลืมพี่เขาง่ายขึ้น “ตายแล้ว! สภาพแกมันดูไม่ได้เลยนะยัยเน่!” เสียงแหลมดังขึ้น ไม่ใช่ใคร แม่ฉันเอง สงสัยคงเพิ่งกลับมาจากที่ทำงานมั้งเนี่ย แม่ฉันแบบนี้แหละ ด้วยความที่เรามีกันสองคน และทำใ
โรงพยาบาล LK Hospital ฉันรีบเข้าแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซีแล้วตรงดิ่งมายังจุดหมายปลายทาง เนื่องจากเมื่อหลายนาทีก่อนหน้านี้พี่โลคาโทรเข้ามาหาฉัน แถมยังบอกให้ฉันมาเอาแก้วคืน โดยนัดเจอในสถานที่นี้ ถ้าจำไม่ผิดที่นี่น่าจะเป็นโรงพยาบาลของครอบครัวพี่เขา และฉันอยากรู้มากว่าพี่เขาไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหนกัน เอามาจากไอ้พี่แบล็คงั้นเหรอ? แต่ตอนนั้นอิพี่นางก็ห้ามฉันยุ่งกับพี่โลคาอยู่เลยนี่ เพราะงั้นดูแล้วไม่น่าใช่พี่แบล็คนะ แล้วเป็นใครกัน? โวะ! คิดแล้วปวดหัว ช่างมันไป ถือซะว่าฉันเองก็มีเบอร์พี่โลคาไปโดยปริยาย เอาเป็นว่ารีบไปหาพี่เขาดีกว่า เอ...ว่าแต่พี่เขาไม่ได้บอกด้วยนะสิว่าจะให้ไปเจอที่ไหน งั้นเดินเข้าไปถามที่เคาน์เตอร์นั้นแทนดีกว่า “สวัสดีค่ะ เอ่อ...ไม่ทราบว่าพี่โลคา เอ๊ย! คุณภูเบศ อัศวรักษ์ยศพล อยู่ที่ไหนเหรอคะ” พี่พนักงานมองหน้าฉันอย่างพิจารณา ดีนะที่ฉันพอจำชื่อจริงของพี่โลคาได้ ส่วนนามสกุลก็ไม่ต้องจำอะไรมากเลย เป็นนามสกุลดังและเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เห็นบ่อยมากในข่าววงการไฮโซจนฉันจำได้ขึ้นใจ จากการที่ต้องเข้าไปอยู่ในสังคมนั้นเพราะถูก
“พี่โลคาแกล้งหนูเหรอคะ” เผลอตัวไปหยอกล้อหยอดขนมจีบอีกจนได้ ทั้งที่พยายามจะเลิกชอบพี่เขาแล้วนะ แต่ว่ามันก็ยากพอสมควร ฉันแอบรู้สึกผิดต่อยัยด้าจัง สติเน่สติ คิดแค่ว่าวันนี้เรามาเอาของเราคืนพอ จากนั้นเราก็ไม่เจอพี่เขาแล้ว “ตามมา” พี่เขาเดินนำฉันไป แถมยังเดินไวมาก ก็ดูการก้าวขาของพี่เขาสิ ไหนจะความสูงอีก ส่วนฉันคือขาสั้นตัวเตี้ย เดินช้ามากเลยเนี่ย นั่นก็เดินไม่มองหลังเล้ย แต่ก็เพิ่งมาสังเกตรอบข้างนะว่ามีคนให้ความสนใจฉันกับพี่โลคาพอสมควรเลย แอบเขินจังแฮะ บางทีอาจจะมีคนกำลังเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นภรรยาของพี่โลคาก็ได้ หุหุ (ได้ข่าวว่าจะเลิกชอบพี่เขาละนิ) “เอ้า! หายไปไหนแล้วเนี่ย” ด้วยความที่ฉันเดินรั้งท้าย และพี่เขาเดินนำไปไกลแล้ว เผอิญมีรถเข็นเข็นคนนอนเจ็บเข้ามาพอดี ฉันเลยต้องหยุดหลีกทางให้พี่ ๆ บุรุษพยาบาลก่อน นั่นจึงทำให้ฉันคลาดสายตาจากพี่โลคาไปเลย ฉันยืนหยุดนิ่งอยู่กับที่ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมามากมาย และคนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนฉันตาลายคล้ายกำลังจะเป็นลม เพราะมันเริ่มแออัดขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้อีก อาจจะเพราะด้วยเป็
“คุณจะบอกว่าผมเป็นคนผิด?” ฉันส่ายหน้าไปมาแทน พี่เขารู้จักคำว่าหยอกล้อบ้างไหมเนี่ย ทำไมต้องเครียดตลอดเวลาด้วยก็ไม่รู้ “เน่แค่หยอกเล่นเองค่ะ ทำไมต้องดุเน่ด้วย ._.” คนอะไรก็ไม่รู้ ขนาดทำหน้าดุยังหล่อไม่เปลี่ยน แถมยังกินใจฉันสุด ๆ แต่ฉันจะต้องเก็บความอยากจะกรี๊ดด้านนี้เอาไว้ลึก ๆ “...” พี่โลคายกแก้วใบเดิมใบโปรดของฉันขึ้นมาดื่ม นี่พี่เขายังใช้แก้วนั้นอยู่อีกเหรอ แถมยังพกมาถึงในห้องพักของฉันเลยเนี่ยนะ ถ้าพี่เขาชอบขนาดนั้นละก็“แก้วนั้นหนูยกให้พี่โลคาเลยก็ได้นะคะ ดูเหมือนพี่จะชอบมันนะ” ฉันพูดพร้อมกับฉีกยิ้มที่คิดว่าน่าจะออกมาดูดีและสวยที่สุด แก้วลายนั้นฉันมีเยอะมาก และถ้าต้องแบ่งให้พี่โลคาฉันก็ยินยอม และยินดีที่จะแบ่งให้พี่เขาด้วยความเต็มใจสุด ๆ “ผมจะถือว่าคุณเป็นคนเอ่ยออกมาเองนะ” “ค่ะ เรียกหนูว่าเน่ก็ได้นะคะ พี่โลคาเรียกหนูว่าคุณแล้วมันแปลก ๆ” เข้าใจแหละว่าพี่เขาคงถูกสอนมาอย่างดีว่าให้เรียกผู้หญิงว่าอย่างไรถึงจะดูสุภาพ แต่สำหรับฉันมันฟังออกแปลกหูไปหน่อย “แปลกยังไง?” พี่เขาเดินเข้ามาหยุดตรงข้างเตียงขอ
“พะ...พี่โลคามียัยด้าอยู่นะ ทำไมถึงได้มาทำอะไรแบบนี้กับหนูอีก ฮือ” ฉันพูดพร้อมกับปาดน้ำตาที่รินไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง และดูเหมือนคนตรงหน้ายังคงไม่เข้าใจอีก เพราะพี่เขาขมวดคิ้วยุ่งจนเป็นปม “หมายความว่ายังไง?” พี่เขาเอ่ยออกมาหลังจากที่เงียบไปนาน และพี่เขาก็มีสีหน้าที่ดูงุนงงมากพอสมควร “พี่คบกับยัยด้าไม่ใช่เหรอคะ หนูไม่อยากทำผิดต่อเพื่อนนะ ต่อให้หนูชอบพี่มากแค่ไหนรักพี่มากแค่ไหน แต่ถ้าในเมื่อพี่เลือกยัยด้าเพื่อนสนิทของหนูแล้ว หนูก็พร้อมจะตัดใจและไม่อยากทรยศมัน พี่หยุดทำเหมือนว่าสนใจหนูได้แล้ว!” ฉันตะโกนออกไปเสียงดังพร้อมกับปล่อยน้ำตาให้รินไหลลงมาเป็นสาย น้ำที่ไหลมาอย่างแรงพร้อมกับลมพายุที่พัดกระหน่ำ ฉันไม่อยากขึ้นชื่อว่าทรยศเพื่อนตัวเอง “เดี๋ยว เน่คิดว่าพี่คบกับน้องด้างั้นเหรอ?” “เน่อยากพักผ่อนค่ะ” ฉันล้มตัวลงนอนหันหลังให้กับพี่โลคาแทนคำตอบ ฉันไม่อยากฟังอะไรที่มันเจ็บย้ำ ๆ อีกแล้ว พี่โลคาเองก็ถอนหายใจเสียงดังพอให้ฉันได้ยิน และเสียงเดินก็เริ่มใกล้เข้ามา จนฉันต้องขมวดคิ้วอีกรอบเมื่อฟูกที่นอนบนเตียงมันยุบลง “ชอบ
มหาวิทยาลัยอาร์เธอร์เช้าวันต่อมา... วันนี้ฉันมามหา’ลัยแบบเอื่อย ๆ และเหนื่อยหน่ายใจมากที่สุดในชีวิต บนใบหน้าฉันเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์เพราะเรื่องเรียนนะ แต่ทุกข์ใจเพราะเรื่องผู้ชาย! “ยัยเน่แกเป็นอะไรหรือเปล่า?” ในขณะที่ฉันกำลังเดินคอตกไปยังสาขาของตัวเองเสียงเรียกก็ดังขึ้น ฉันจึงต้องเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มให้กับยัยด้า แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นว่ามีพี่โลคาเดินตามยัยด้ามาด้วย อ่า...ดูอย่างไรก็เหมาะกันจริง ๆ “ไม่เป็นไรหรอกแก พี่โลคาสวัสดีค่ะ^^” ฉันปั้นหน้ายิ้มต่อ เพราะไม่อยากเป็นคนที่ทำให้บรรยากาศตรงนี้มันแย่ จากนั้นก็ยกมือไหว้พี่โลคา ส่วนพี่เขาก็เหมือนเดิม เพียงแค่พยักหน้ารับไหว้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยหรือพูดคุยอะไร “เออด้า วันนี้ฉันมีธุระ เพราะงั้นฉันคงไม่ได้ไปนั่งรอแกนะ” ยัยด้าทำหน้าตาแปลกใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมาแทน ยัยด้ารู้ว่าทำไมฉันถึงชอบไปนั่งรอนางที่คณะ เพราะฉันอยากจะเจอพี่โลคาทุกวัน ซึ่งตอนนั้นฉันยอมรับว่าไม่รู้ว่ายัยด้าเองก็ชอบพี่เขา พอมาวันที่ฉันได้รู้ความจริงมันจึงทำให้ฉันไม่กล้าทำให้เพื่อนรู้สึกแย่ไปกว่า
“พี่หิวไหมคะ เดี๋ยวเน่จะได้ไปจัดโต๊ะให้” ฉันเดินเข้าช่วยพี่โลคาถอดเสื้อนอกออก จากนั้นก็ถือเสื้อนอกไว้ในมือตัวเอง พลางถามคนตรงหน้าที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานเหนื่อย ๆพี่โลคาตอนนี้ขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแทนแม่พี่เขาแล้ว พ่วงด้วยดูแลมหา’ลัยแยกอีก แต่ดีที่การดูแลมหา’ลัยไม่ได้ลำบากมากนัก เพราะการเป็นอธิการบดีไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลทุกวันเหมือนกับโรงพยาบาล จึงไม่ใช่งานหนักอะไรพี่โลคาของฉันไม่ได้จบปริญาโทเท่านั้น แต่พี่โลคาใฝ่เรียนจนจบเด็กเตอร์เหมือนกับพ่อแม่ของตัวเองได้ในอายุที่ยังน้อย ส่วนฉันจบตรีได้ก็ถือว่าบุญมากแล้ว T^T“ครับ มานี่ก่อนเร็ว” ฉันเดินเข้าไปหาพี่โลคาด้วยสีหน้ายิ้ม ทุกครั้งที่พี่เขากลับมักจะอ้อนแบบนี้ตลอด ฉันรู้ดีว่าพี่เขาจะทำอะไร เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาพี่เขาก็มักจะทำแบบนี้เสมอเวลาที่กลับมาบ้านหรือว่าจะออกไปทำงานฟอด~ “หายเหนื่อยเลยครับ” ปากหวานตลอด ฉันไม่อยากจะบอกเลยว่ายิ่งอยู่กับพี่โลคานานขึ้นพี่โลคาก็มักจะทำอะไรที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อนเสมอ ไม่ว่าจะชอบชมฉัน ชอบเซอร์ไพรส์ทุกครั้งที่เป็นวันเกิดหรือวันครบรอบ เอาเป็นว่าพี่เขาโรแมนติกมากขึ้นเรื่อย ๆ เ
“รับผิดชอบยัยหนูด้วยการหมั้นไงละครับ” หมั้นอย่างนั้นเหรอ! “หา! หมะ...หมั้นเหรอคะ!” ฉันมองแม่พี่โลคากับพี่โลคาสลับกันไปมาด้วยความตกใจ “เรียนจบเมื่อไหร่แม่สัญญาว่าจะรีบจัดงานแต่งงานให้ไวที่สุดเลย เพราะงั้นหนูเลเน่รีบเรียนให้จบไว ๆ นะลูก ส่วนเรื่องมหา’ลัยถ้าหนูอยากกลับมาเรียนที่เดิมก็ไม่เป็นปัญหา แม่จะไปคุยกับพ่อพี่เขาให้เอง” เรื่องหมั้นฉันยังตกใจไม่หาย นี่มาเรื่องเรียนจบแล้วแต่งงานอีก ให้ตายเถอะ “เอ่อ...คือว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ หนูคงต้องขอคุยกับแม่ก่อนค่ะ” ฉันพูดออกไปด้วยความนอบน้อม เรื่องหมั้นเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แถมวันนี้แม่ฉันก็ไม่ได้มานั่งฟังด้วย เพราะงั้นฉันต้องไปเล่าให้แม่ฟังก่อน “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย เดี๋ยวแม่จะไปคุยกับพราวเองจ้ะ” ฉันยิ้มให้แม่พี่โลคา แต่ภายในใจก็รู้สึกกังวลกลัวว่าแม่ฉันจะไม่ยอม เอาจริงแล้วฉันดีใจมากที่จะได้หมั้นกับพี่โลคา แต่แค่กลัวว่าที่พี่เขาทำแบบนี้มันจะเป็นเพราะโดนบังคับให้ทำหรือเปล่า พี่เขาเต็มใจใช่ไหม...เวลา 13.23 น. “พี่โลคาแน่ใจแล้วเหรอคะว่าอยากจะหมั้นกับเน่จริ
ผลั๊ก! เสียงกระชากเปิดประตูของฉันดังขึ้น เรียกความสนใจให้สองแม่ลูกที่นั่งอยู่ตรงโซฟาต่างหันมามองที่ฉันเป็นทางเดียว ฉันพยายามใช้มือลูบผมที่กำลังยุ่งให้ดูเรียบร้อยขึ้นแล้วเดินไปยกมือไหว้แม่พี่โลคาด้วยท่าทางเกร็ง แม่พี่โลคาเองก็พยักหน้ารับไหว้ฉันเหมือนกัน “หนะ...หนูอธิบายได้นะคะ ท่านกำลังเข้าใจผิด” ฉันพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก รีบเดินไปทางแม่พี่โลคาเพื่อจะอธิบายเรื่องนี้ไปในทางที่ดี แม้ฉันจะต้องโกหกท่านก็เถอะ แต่เพื่ออนาคตพี่เขาแล้วฉันจะทำตัวน่าสงสัยแบบนี้ไม่ได้ “ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น เห็นเต็มสองตาขนาดนี้ยังจะแก้ตัวอะไรได้อีก” แม่พี่โลคาพูดในขณะที่สายตายังคงจ้องหน้าลูกชายตัวเองด้วยความโมโห “ท่านคะ! เป็นความผิดหนูเองค่ะ คือ...คือหนูอะ...อ่อยพี่เขาค่ะ! หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก” ฉันวิ่งเข้าไปนั่งกอดขาแม่พี่โลคาพลางพูดรัวพูดมั่วไปหมด คิดอะไรได้ก็พูดเพื่อให้พี่โลคาไม่ซวย “ยัยหนู!/หนูเลเน่!” ฉันมองทั้งสองคนด้วยความงุนงง เนื่องจากทั้งสองต่างพากันเข้ามาจับฉันให้ยืนขึ้น “เลเน่ ทำไมหนูทำแบบนี้ละลูก” ฉันมึนเ
“อ๊า” ฉันนอนหอบหายใจเมื่อตัวเองได้ปลดปล่อยบางอย่างออกมา ฉันรู้สึกโล่งตัวอย่างบอกไม่ถูก แต่เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะกลับมาเกร็งอีกรอบเมื่อเห็นว่าพี่โลคาขยับตัวลงมานั่งติดกับส่วนนั้นของฉัน “พะ...พี่โลคา” ฉันพูดด้วยเสียงหอบหมายจะห้ามพี่เขา แต่ทำไมเหมือนกับว่าตรงส่วนนั้นมันขยายใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมได้ล่ะ แถมมัยยังกระตุกขยับไปมาเล็กน้อยอีกด้วย “รู้ตัวไหมเวลาที่ยัยหนูนอนพูดด้วยสีหน้าแบบนั้นมันทำให้พี่มีอารมณ์มากขึ้นแค่ไหน” พี่โลคาชักรูดส่วนนั้นของตัวเองพลางมองหน้าฉันไปด้วย ไม่นานพี่โลคาก็ใช้แขนมาค้ำยันลงที่ข้างหูฉัน อีกมือก็จัดการจับเจ้าส่วนนั้นของพี่โลคามาถูที่น้องสาวสุดหวงของฉันไปด้วย “อือ ดะ...เดี๋ยวสิคะ” แม้ฉันจะร้องห้ามแต่ขาทั้งสองข้างของตัวเองกลับขยับออกห่างเองโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิ่งนั้นถูไถได้ง่ายขึ้น “ชอบเหรอครับ” พี่โลคายิ้มมุมปาก พลางก้มหน้าจ้องมองฉันที่กำลังใช้มือปิดปากตัวเองไว้เพราะไม่อยากส่งเสียงน่าเกลียดออกมา แต่ภายในใจจริง ๆ ก็กำลังก่นด่าตัวเองด้วยที่ดันไปขยับขาออกเพื่อรับสัมผัสอย่างน่าอับอาย “ส
“ปล่อย” ฉันพูดด้วยเสียงนิ่งและจริงจังเพื่อให้อีกคนรับรู้ว่าฉันไม่ได้พูดเล่น ส่วนพี่โลคานางก็เลิกยุกยิกกับฉันเลยเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มจะไม่มีท่าทีเล่นแล้ว “ยัยหนู...” พี่โลคากอดเอวฉันจากทางด้านหลังไว้หลวม ๆ พลางเกยคางไว้บนไหล่ของฉัน จากนั้นนางก็เริ่มเรียกฉันแบบที่ชอบเรียกด้วยเสียงอ้อน “ออกไป เน่ขอร้อง” เสียงของฉันเริ่มจะสั่นเครือแล้ว ความรู้สึกของฉันมันเริ่มจะไม่เชื่อฟังตัวฉันซะแล้ว ยอมรับเลยว่าวันนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก แต่มันเป็นความสุขที่ฉันจะต้องเก็บเอาไว้ภายใต้จิตใจของฉัน ฉันพยายามแสดงออกให้พี่เขาเห็นมากที่สุดว่าฉันไม่ต้องการกลับไปยุ่งกับพี่เขาแล้ว “อย่าไล่พี่ ยัยหนูไม่รักพี่แล้วงั้นเหรอ” ฉันจุกกับคำพูดของพี่เขาจนตัวเองนั่งนิ่งเงียบไป ไม่รักงั้นเหรอ เหอะ! ถ้าฉันไม่รักพี่เขาฉันก็คงไม่ยอมให้ตัวเองมาทรมานแบบนี้หรอก “…” พี่โลคาจับฉันให้นั่งหมุนตัวหันไปตรงหน้าพี่เขา เราสองคนต่างมองตากันด้วยความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าอีกคนคิดอย่างไรกับเรา ใบหน้าพี่เขาเริ่มเลื่อนเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ “คิดถึง” พี่
กลับไปก็ต้องรีบไปทำควิซอีก เพื่อเก็บคะแนนตรงนี้ให้เป็นคะแนนช่วยเวลาที่คะแนนสอบออกมาได้ไม่ดีอะไรแบบนี้ วิชานี้เป็นวิชาที่ยากมากพอสมควรเลยคอนโดเลเน่ พอฉันเปิดประตูเข้าไป จมูกก็ได้กลิ่นหอมออกมาจากทางห้องครัว ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่าใครเข้ามาในห้องของฉันถ้าไม่ใช่พี่โลคา ส่วนที่นางเข้ามาได้อย่างไรอันนี้ฉันคงไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัว คงจะใช้อำนาจอีกนั่นแหละ “กลับมาแล้วเหรอครับ หิวไหม?” พี่โลคาหันกลับมามองฉันที่เดินตามกลิ่นหอมยั่วยวนนี้เข้ามาในห้องครัว ฉันแอบตกใจและแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นพี่โลคาในมุมที่ใส่ชุดแบบนี้ พี่เขาสวมผ้ากันเปื้อนลายกระต่ายสีชมพูของฉันอยู่นะสิ อยากขำนะแต่ต้องเก๊กหน้านิ่งเอาไว้ก่อน “ใครอนุญาตให้พี่เข้ามาทำอาหารในนี้กันคะ” ฉันยืนกอดอกพูดกับพี่เขาด้วยน้ำเสียงเข้มแบบที่พี่เขาเคยทำใส่ฉัน “พี่อนุญาตตัวเอง ไปนั่งรอก่อนจะเสร็จแล้ว” คนหน้ามึนพูดจบก็หันกลับไปทำกับข้าวต่อโดยไม่สนใจเลยว่าฉันยืนจ้องตาเขม็ง สุดท้ายฉันก็ต้องยอมแพ้ออกมานั่งเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อทำควิซแทน “ยากจัง” ฉันนั่งทำควิซมาได้สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่เ
“เห็นว่ามุงดูคนหล่อกันค่ะ” คนหล่องั้นเหรอ...หรือว่า!! “ขอบคุณมากค่ะ” ฉันพูดขอบคุณรุ่นน้องเสร็จก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด ทางเข้ามหา’ลัยไม่ได้มีแค่ทางเข้าเดียว ฉันไปเข้าอีกทางก็ได้ ส่วนคนหล่อที่รุ่นน้องพวกนั้นพูดก็คงไม่พ้น “ยัยหนู!” นั่นไงล่ะ เป็นพี่โลคาจริง ๆ ด้วย ฉันหันกลับไปมองก็พบว่ามีหลายสายตาต่างจับจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาแบบว่า...ริษยา ส่วนพี่โลคาก็หมายจะวิ่งเข้ามาหาฉัน แต่ดันติดฝูงคนตรงนั้นจนทำให้พี่เขาไม่สามารถตามฉันมาได้ “เกือบไปแล้ว” ฉันใช้มือทั้งสองข้างก้มจับเข่าพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ประตูอีกด้านที่สามารถเข้ามหา’ลัยได้ก็คือประตูหลังที่อยู่ติดอีกถนน มันไกลจากประตูหน้าพอสมควร แค่เดินธรรมดาก็เหนื่อยแล้วกว่าจะใช้เวลามาถึง แต่นี่ฉันดันวิ่งมา แน่นอนว่าฉันเหนื่อยแทบจะล้มตัวลงไปนอนหายใจเลย “น้องเน่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ฉันที่กำลังก้มตัวหอบหายใจอยู่ ก็มีมือของใครบางคนมาแตะลงที่ไหล่ของฉัน ฉันจึงเอียงคอขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นพี่บลูนั้นเอง “ไม่เป็นอะไรค่ะ” ฉันขยับตัวออกห่างจากพี่บลูจนมือที่เขาแตะไว้ในตอนแรกเลื่อนออกไป
“ปล่อยนะ!” ฉันพยายามดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดที่คุ้นเคย ฉันไม่อยากหวนคิดถึงมันอีก “หนีพี่มาทำไม ยัยหนูไม่รักพี่แล้วงั้นเหรอ” พี่โลคากอดฉันแน่นขึ้น แถมยังใช้มือขึ้นมาลูบผมฉันเบา ๆ อีก มันยิ่งทำให้ฉัน “ฮึก” ฉันกำเสื้อของพี่โลคาแน่น และกำมันด้วยความแรงที่ฉันกำลังเจ็บปวดอยู่ภายในใจตัวเอง พร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้ พี่โลคาก็ยังคงลูบผมฉันอยู่อย่างนั้น “ขอโทษนะ” พี่โลคาเอ่ยขอโทษออกมา พี่เขาไม่ผิดเลย พี่เขาจะมาขอโทษฉันทำไมฉัน “ฮึก พะ...พี่จะมาขอโทษหนะ...หนูทำไม” ฉันพูดด้วยเสียงอู้อี้และสะอึกร้องไห้ไปด้วย “ขอโทษที่วันนั้นพี่ไม่ได้อยู่ช่วยยัยหนู ขอโทษที่ปล่อยให้คนในครอบครัวมาทำร้ายยัยหนูไงครับ พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้เลยว่ายัยหนูของพี่จะเก็บเรื่องนั้นไว้คนเดียวตลอด คงเจ็บมากเลยใช่ไหม” พี่โลคาดันตัวฉันออกเล็กน้อย และพี่เขาก็ก้มลงมามองฉันที่กำลังร้องไห้อยู่ “มะ...ไม่ ฮึก พี่ไม่ได้ผิดเลย” ฉันส่ายหน้าไปมาพร้อมกับน้ำตาที่กำลังรินไหล พลางเงยหน้ามองพี่เขาด้วยสายตาจริงใจว่าฉันไม่โกรธหรือโทษพี่เขาเลยสักนิด
เลเน่ Talk “ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่บลู” ฉันก้มตัวลงไปไหว้รุ่นพี่ที่คณะของตัวเอง พี่เขาก็ยิ้มตอบกลับมาพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับคำขอบคุณจากฉัน นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ที่มหา’ลัยต่างใจดีกับฉันเกือบทุกคนเลย เป็นคณะที่อบอุ่นพอตัวเลย อีกอย่างฉันเข้ามาเรียนกลางคันด้วย ถ้าเป็นที่อื่นเขาคงไม่รับ แต่ฉันมีคนจัดการให้พร้อมก็เลยไม่เป็นปัญหาอะไร “ไม่เป็นไรครับ น้องเน่ก็รู้ว่าพี่เต็มใจมากแค่ไหน” ฉันทำได้เพียงแค่ยิ้มตอบกลับไป พี่บลูเป็นรู่นพี่ที่คณะของฉัน และยังเป็นนักศึกษาที่ได้ฉายาว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ พี่เขาตามจีบฉันตั้งแต่เข้าเรียนวันแรก จนถึงวันนี้นางก็ยังคงตามจีบฉันไม่เลิก ทั้งที่ฉันบอกไปหลายรอบละนะว่าฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้พี่เขาหยุดตามตอแยฉันได้เลย และที่วันนี้พี่เขามาส่งฉันได้ก็เพราะได้รุ่นพี่อีกคนมาช่วยเป็นกำลังเสริม ฉันก็เลยต้องเลยตามเลยไป “งั้นเน่ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบเพราะเดี๋ยวมันจะยาว ฉันจึงรีบเดินไว ๆ เข้าตึกคอนโดของใครก็ไม่รู้แทน ฉันไม่ได้ให้พี่เข