หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จ่านเหยียนรู้สึกรังเกียจที่ตัวเองหน้าแดงระเรื่อเกินไป ไม่เหมือนคนป่วยอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงให้กัวอวี้แต่งหน้าให้นาง พยายามอย่างสุดความสามารถที่ทำให้ดูซีดขาวลงหน่อยหลังจากบำรุงร่างกายมาหนึ่งปี นางก็สูงขึ้นห้าเซนติเมตร รูปร่างไม่ได้อวบอ้วนขึ้น แต่ก็ได้ดูบอบบางเฉกเช่นเมื่อก่อน แม้แต่ส่วนที่ควรเจริญเติบโตก็เติบโตขึ้นมาในทางที่ดีขึ้นนางกางแขนสองข้าง ประหนึ่งราชันวิหคที่กำลังจะโบยบินสู่ท้องนภา ทำให้คนรู้สึกได้ว่ามีความน่าเกรงขามอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อพานางกำนัลทั้งสี่คนเดินออกจากตำหนักหรูหลาน อาซานก็ตามออกมา “ไทเฮา โปรดทรงอนุญาตให้กระหม่อมติดตามไปด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนมององครักษ์ที่จงรักภักดีซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ตรงหน้านี้ แน่นอนว่าคนที่เขาจงรักภักดีด้วยคือเซ่อเจิ้งอ๋อง“ได้!” จ่านเหยียนตอบรับหลังจากเดินไปสองก้าว จ่านเหยียนพลันเอ่ยว่า “หนทางยาวไกล เกี้ยวของข้าเล่า?”จิ้นหรูแย้มยิ้ม “จะไปสั่งให้คนจัดเตรียมเดี๋ยวนี้เพคะ พระองค์มิได้รับสั่ง หม่อมฉันเลยนึกว่าพระองค์มิทรงต้องการเสียอีก”ความจริงแล้วในหนึ่งปีมานี้ หากเรื่องที่จ่านเหยียนไม่ได้
Read more