ฟู่เว่ยหลงขึ้นจากน้ำ และเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ว เขาเดินไปที่เตียง และค่อยๆ นอนลงข้างๆ นาง เขามองนาง และก้มลงหอมแก้มนางเบาๆ เขารู้สึกว่าแก้มนางอุ่นๆ อาจเป็นเพราะว่าเขาพึ่งแช่น้ำอุ่นมา เขาดึงผ้าห่มมาห่มให้นาง ก่อนที่จะกอดนางและหลับไป“ไม่ ไม่ใช่ ออกไป ออกไป อย่า อย่าทำ กลัวแล้ว กลัวแล้ว อย่าเข้ามา”เว่ยหลงตกใจตื่น เขาหันไปมองลี่เซียน ตอนนี้นางละเมออีกแล้ว เหงื่อท่วมตัว เขาเอามืออังหน้าผากนาง ตัวร้อนจี๋เลยเขารีบลงจากเตียง เอาเสื้อนอกมาใส่ และรีบเดินออกไปตะโกนเรียกคน“อิ้นสี่ อาปิง มีใครอยู่หรือไม่ มาหาข้าที”เขารีบวิ่งกลับไปหานาง“เซียนเซียน เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ เซียนเซียน เจ้ามีไข้สูงมากเลย รอเดี๋ยวนะ ข้าจะให้คนไปเรียกหมอ”“หมิงอี้ หมิงอี้”“ขอรับคุณชาย หมิงอี้วิ่งมาหน้าตาตื่น พร้อมกับอิ้นสี่ ป้าจาง และอาปิง ที่วิ่งตามมาติดๆ”“ไปตามท่านหมออิ่นมาที่นี่ เร็วๆ เข้า เซียนเซียนมีไข้สูง เจ้า 2 คน รีบไปเตรียมผ้ามาเช็ดตัวให้คุณหนุเจ้า เร็วเข้า ป้าจาง ท่านรีบไปต้มยาลดไข้มาที เร็วเข้า”เขาดูรีบร้อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้ พอมองแล้ว หน้าลี่เซียนเริ่มซีดเหมือนครั้งก่อนที่นางป่วย เขารู้สึกกลัวขึ้น
เว่ยหลงและลี่เซียนนั่งทานอาหารเช้าที่ในห้อง เซียนเซียนกินข้าวต้มไปได้แค่ 2-3คำ นางก็อิ่ม จนเว่ยหลงรู้สึกเป็นห่วง“เซียนเซียน เจ้ากินน้อยไปหรือเปล่า กินแค่นี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวต้องกินยาอีก”“ไม่ไหวแล้ว มันไม่ค่อยอยากอาหารเลยเจ้าค่ะ”“เจ้าดีขึ้นแล้วแน่หรือ”“ข้าไม่เป็นไรแล้วจริงๆ เพียงแค่ไม่ค่อยอยากอาหาร พึ่งหายไข้ เป็นปกติเจ้าค่ะ เดี๋ยวก็กินได้เยอะเอง”“อิ้นสี่ ไปบอกป้าจางให้ยกยามาให้คุณหนูได้แล้ว”เว่ยหลงสั่ง อิ้นสี่รับคำและรีบเดินออกไป ป้าจางเดินมาพอดี นางรีบยกยามาให้ลี่เซียน“คุณหนู ยาเจ้าค่ะ ป้าพึ่งต้มเสร็จ”“ลำบากท่านแล้ว ขอบคุณนะเจ้าคะป้าจาง”“ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าคุณหนูอย่าอดข้าวแบบนี้อีกเลยนะเจ้าคะ ป้าเป็นห่วง”“เจ้าค่ะ ข้าไม่มีทางอดข้าวได้นานหรอกเจ้าค่ะ ท่านทำอาหารอร่อยเสียขนาดนี้”ป้าจางยิ้มให้นาง พร้อมกับรีบยกถ้วยยาให้นางดื่ม ลี่เซียนยกดื่มทีเดียวหมด“ขมจัง”“ป้าเอาผลไม้เชื่อมมาให้ด้วยเจ้าค่ะ คุณหนู ทานตามไปเสียหน่อยเจ้าค่ะ”“ป้าจางรู้ใจข้าที่สุดเลย”ลี่เซียนหยิบผลไม้เชื่อมเข้าปาก รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย และหันไปคุยกับเว่ยหลง“ท่านกินเสร็จหรือยัง เราไปดูนางกันเจ้าค่ะ”เว่ยหลงพ
“น้องสาม เมื่อเช้าใต้เท้าลั่ว ส่งรายการของรางวัลมาให้แล้วนะ ส่วนป้ายพระราชทาน ข้าว่าเอาไปไหว้ร้านใหม่ของเรา แล้วทำพิธีเปิดป้ายให้ยิ่งใหญ่ไปเลย เจ้าว่าดีหรือไม่”“ก็ดีเจ้าค่ะ พี่ใหญ่จัดการเลยเจ้าค่ะ”ลี่เซียนตอบกลับอย่างใจลอย เจียงเฉิงและอาเฟยหันมามองหน้ากัน“พี่สาม ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ วันนี้ดูเหม่อลอยแปลกๆ”“อาเฟย ข้าพึ่งเป็นไข้แดดนะ คงจะเบลอเพราะยาน่ะ”“เจ้าจะนอนพักสักหน่อยมั้ย ข้าจะให้คนจัดห้องให้ เที่ยงๆ ค่อยตื่นมาทานข้าว”“ไม่ล่ะเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ข้าอยากไปเดินเล่นเสียหน่อย อยู่แต่ในห้องมันอึดอัด ไปเดินที่โปร่งๆ อาจจะดีขึ้น เดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ”“เจ้าจะไปคนเดียวหรือ ให้อาปิงไปเป็นเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่จะเดินไปซื้อถังหูลู่หน้าร้านนี่เองเจ้าค่ะ”ลี่เซียนเดินออกมา เดินตามหาพ่อค้าถังหูลู่ มีมักเดินอยู่แถวนั้น“เอ ปกติก็อยู่แถวนี้นี่นา วันนี้ไม่เห็นแฮะ โอ๊ะ ขอโทษเจ้าค่ะ”ลั่วจิ่นหยางนั่นเอง เขามองนางแล้วยิ้มขึ้นมา“แม่นางหลิน เจ้าจะรีบไปไหนหรือ ดูท่าทางรีบร้อนนะ”“ใต้เท้าลั่ว ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่ทันระวัง คือข้า มองหาพ่อค้าถังหูลู่เจ้าค่ะ ปกติเขาจะเดินอยู่แถวนี้ ข้าอยากกินเลยจะไปซ
" น้องเซียน เจ้า กับ แม่ทัพฟู่ เป็น”น้องเซียน อย่างนั้นเหรอ ใครอนุญาตให้เขาเรียกนางแบบนั้น หรือว่า“ใช่ เราเป็นคู่หมั้นกัน และกำลังจะแต่งงานเร็วนี้ ใต้เท้าลั่ว ท่านมีปัญหาอะไรงั้นหรือ”“เปล่าขอรับ ข้า ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 2 ท่านด้วย เอาล่ะ น้องเซียน ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ วันหน้าพบกันใหม่ ลาทุกท่าน”“ออ น้องเซียน ขนมของเจ้า”ลั่วจิ่นหยางยื่นกล่องขนมหลากหลายที่เดินเลือกซื้อกับลี่เซียนให้นาง นางรับไว้“ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่หยาง แล้วเจอกันเจ้าค่ะ”พี่หยางงั้นหรือ นี่นางไปสนิทสนมกับลั่วจิ่นหยางตั้งแต่เมื่อไหร่ ปล่อยนางออกจากจวนแค่วันเดียว เที่ยวสนิทกับผู้ชายไปทั่ว หลินลี่เซียน ข้าคงใจดีกับเจ้ามากเกินไปสินะเจียงเฉิงและเฟยเฟย มองหน้ากัน รู้สึกกระอักกระอ่วนกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ไม่น้อย พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไร เลยขอตัวไปส่งจิ่นหยางข้างล่างแทน ปล่อยให้ลี่เซียนอยู่กับฟู่เว่ยหลง หมิงอี้และอิ้นสี่ก็เดินตามพวกเจียงเฉิงไปด้วย ต่างคนก็กลัวลูกหลงของพายุอารมณ์ที่ตอนนี้เหมือนกำลังจะก่อตัวขึ้นที่ชั้นสองของหออ้ายจือ“น่ากลัวเหลือเกิน นี่ พี่หมิงอี้ ทำไมจู่ๆ คุณชายมาได้ล่ะ”อิ้นสี่ถามหมิงอี้“ก็พวกเจ้าพา
ลี่เซียนเดินเล่นที่สวน ฮัมเพลงที่จะใช้เขียนให้พวกนักร้อง เพลงนี้ดี พลางคิดอะไรบางอย่าง เรื่องบางเรื่อง หากไม่เอาตัวเข้าไปพิสูจน์ คงไม่รู้ความจริง แต่จะทำอย่างไรล่ะ ออ นึกออกแล้วลี่เซียนเดินเล่นไปเรื่อยๆ ริมสระบัว พลางยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตรงนี้ลมเย็นดีจัง เหมาะกับเพลงนี้ นางยืนฮัมเพลงอย่างมีความสุข และนางก็หันไปเจอ“อุ้ย แม่นาง เจ้าออกมาที่นี่ได้อย่างไรกัน สาวใช้ที่ดูแลเจ้าล่ะ ไปไหน ข้าพาเจ้ากลับไปพักนะ ที่นี่อันตราย”“คุณหนู ข้าเดินแล้วหลงมาเจ้าค่ะ ที่นี่กว้างใหญ่ แต่น่าอยู่ยิ่งนัก เสียดาย พวกท่านอยู่กันเพียงสองคน”“ออ ไม่ใช่หรอก ข้าแค่มาพักชั่วคราว หากหมดธุระแล้ว เดี๋ยวข้าก็กลับบ้านข้าแล้ว”“งั้นหรือเจ้าคะ งั้นก็เหลือคุณชายกับข้าแค่สองคนสิเจ้าคะ พวกเราก็เหงาแย่เลยสิเจ้าคะ”ลี่เซียนยิ้มให้นาง คิดในใจว่า นางคงป่วยอยู่ เลยพูดอะไรแปลกๆ นางค่อยๆ ประคองแม่นางน้อยเดินไป ลี่เซียนมองพื้น เพื่อไม่ให้นางเดินสะดุดก้อนหินตามทาง จู่ๆ นางก็ร้องตะโกนขึ้นมา“คุณหนู อย่าเจ้าค่ะ อย่าฆ่าข้า ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าไม่มีอะไรกับคุณชายจริงๆ เจ้าค่ะ คุณหนู ท่านอย่าทำข้า”What?? อะไรเนี่ย นางเป็นอะไร คลุ้ม
เว่ยหลงเดินออกมาจากห้องรับรอง เขาเดินตรงไปที่ห้องของลี่เซียนทันที เขาอยากจะรู้ว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรแน่ เขาจะลองถามนางดู เขาเดินเข้าไป อาปิงพึ่งจะเอาถ้วยยาออกมา นางคำนับให้เขา“คุณหนูเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”“คุณหนูอยู่ข้างในเจ้าค่ะ ข้าพึ่งเปลี่ยนเตาอุ่นให้ นางยังห่มผ้าอยู่เจ้าค่ะ ยังไม่หยุดหนาว เมื่อวานพึ่งเป็นไข้แดด มาวันนี้ตกน้ำเย็น พวกข้าปรุงยาให้ไม่ถูกแล้วเจ้าค่ะ”อาปิงพูดแล้วเดินจากไป เขารู้สึกไปเองหรือไม่ ว่าสาวใช้ของนางแอบทำหน้าเหมือนตำหนิเขา ราวกับว่าที่คุณหนูของพวกนางป่วยล้วนเป็นความผิดของเขาทั้งสิ้น แต่ก็นั่นแหละ ที่พวกนางคิด มันก็อาจจะไม่ผิดเขาเดินเข้าห้องนางไป ตอนนี้นางใช้ผ้านวมหน้าคลุมตัวอยู่ พร้อมกับนั่งเขียนงานของนางอยู่ที่โต๊ะหนังสือด้านในสุด นางพยายามอังมือกับเตาอุ่นไปด้วย“เซียนเซียน เหตุใดเจ้าไม่นอนพักก่อน เจ้าจะรีบทำงานทำไมกัน”“ข้ายังมีเพลงต้องเขียนส่งไปพิมพ์ ท่านมีธุระอะไร”นางตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบๆ ซึ่งเขาฟังแล้ว รู้สึกหนาวสันหลังวาบแปลกๆ“ข้าแค่เป็นห่วงเจ้า เลยมาถามดู อาการเจ้า ดีขึ้นหรือไม่ เจ้าตกน้ำมา เหตุใดไม่นอนพัก มานั่งเขียนหนังสือทำไม”“หมิงอี้เป็นคนช่ว
“เจ้าหยุดพูดเรื่องพวกนี้ก่อน มันไม่เกี่ยวอะไรเลย ข้าไม่ได้โกรธเจ้า แต่ขอร้อง เจ้าอยู่ที่จวนนี่ได้ แต่อย่าสร้างปัญหาเพิ่มอีกเลย ก่อนที่จะรู้ความจริง ข้าจะปกป้องเจ้า แต่หากมีปัญหาในจวนเพิ่มอีก ข้าอาจจะตัดสินใจย้ายเจ้าออกไปและให้องครักษ์ตามไปคุ้มครองเจ้า ข้ายังยืนยันคำเดิม อย่าได้คิดอะไรเกินเลยกับข้า ข้าไม่มีวันตอบรับความรู้สึกอะไรกับเจ้าได้”“คุณชาย ข้าทราบดีเจ้าค่ะ ข้าเพียงไม่อยากให้ท่าน เข้าใจข้าผิด ข้าสัญญาว่าจะอยู่เงียบๆ ในจวน ไม่สร้างปัญหาให้ท่านอีก แต่ท่านอย่าขังข้าไว้ได้หรือไม่ ข้ารู้สึกกลัวจริงๆ”"ได้ ข้าจะไม่ขังเจ้า เจ้าก็พักรักษาตัวอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายก็แล้วกัน"“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เขาเดินออกมา นึกไม่ถึง แค่เหตุการณ์เดียว ทำให้ชีวิตเขาช่างวุ่นวายขนาดนี้ ป้าจางเดินมาหาเขา“ป้าจาง เซียนเซียน นางเป็นอย่างไรบ้าง”“คุณชายเจ้าคะ คุณหนูไข้ขึ้นอีกแล้วเจ้าค่ะ คงเพราะเมื่อวานนางเจอแดด วันนี้ก็ดันตกน้ำและสำลักน้ำเข้าไป ตอนนี้นางเลยจับไข้ ข้าให้คนต้มยาไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้คนออกไปซื้อยามาเพิ่มเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน”ป้าจางก็เป็นพวกนางด้วยแล้วสินะ ช่างเถอะ ปล่อยพวกเขาไปก่อน เขายังมีเรื่องงานที่ต้อ
เมื่อชุนเหมยออกไปแล้ว ป้าจางและสาวใช้นำชาและขนมมาวางไว้ให้ และขอตัวออกไป จิ่นหยางจึงหันมาถามนาง“น้องเซียน นางคือ…”“นางคือสตรีที่ท่านแม่ทัพยิงธนูโดนในงานล่าสัตว์วันนั้นเจ้าค่ะ เลยพากลับมารักษาตัวที่จวน นางบอกว่าความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ พึ่งนึกชื่อตัวเองได้ ว่าชื่อชุนเหมย”ลี่เซียนบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน โดนยิงธนูใส่แล้วความจำเสื่อม แล้วเจ้า ไม่เป็นไรแน่หรือ อยู่ร่วมกับหญิงอื่นแบบนี้”“ข้าจะเป็นอะไรล่ะเจ้าคะ ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ต่างคนต่างอยู่”ลี่เซียนและจิ่นหยางคุยกันสักพัก ก็ได้ยินเสียงคุยกันหน้าจวนชุนเหมยออกมาคอยท่ารอเว่ยหลงกลับจวน พอเขามาถึง นางก็รีบพุ่งเข้ามาหา“คุณชาย ท่านกลับมาแล้ว ให้ข้าสั่งเด็กเตรียมชากับขนมให้นะเจ้าคะ”“ไม่ต้อง รถม้าของในวังจอดอยู่ มีแขกมางั้นหรือ”ชุนเหมยทำท่าหลบสายตา และกระอ้อมกระแอ้มตอบ“ใช่เจ้าค่ะ มาหาคุณหนูหลิน สงสัยจะมาเยี่ยมกัน แต่บอกว่านำรางวัลมาให้ท่านเจ้าค่ะ แต่มาตอนท่านไม่อยู่ ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก”“ใครกัน ถึงได้มาเวลานี้”“เห็นว่าเป็นเจ้ากรมพิธีการ ใต้เท้าลั่วเจ้าค่ะ”ออกไปไม่ได้ มาถึงนี่เลยงั้นหรือ จะหยามกันเกินไปแล้ว“คุณ
“ท่านพี่ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ มาช่วยผูกที่คาดเอวให้ข้าทีสิ เว่ยหลง ท่านทำอะไรอยู่”“มาแล้วๆ ฮูหยิน เจ้าอย่าใจร้อนสิ ไหนดูสิ ท้องเจ้าเริ่มโตแล้ว เจ้าจะเดินทางโดยรถม้าอีกไม่ได้แล้วนะ วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปก็นั่งรอคลอดอยู่ที่จวนดีๆซะ”“เร็วเข้าๆ ท่านผูกให้ข้าหน่อย อาปิงกับอิ้นสี่ไปเตรียมของขวัญ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว เว่ยหลง ท่านชักช้าอะไรอยู่”“ก็มัดอยู่นี่ไง เจ้าอย่าเร่งข้าสิ”ฟู่เว่ยหลงเร่งมัดสายคาดเอวให้ฮูหยินอย่างทุลักทุเล ช่วงนี้ท้องนางเริ่มโตขึ้น การแต่งตัวทำได้ยากกว่าเดิม นางมักจะหงุดหงิดง่ายเวลาเรียกหาใครแล้วมาหาช้า ช่วงนี้นางเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ และก็ยังนอนมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งทำให้เว่ยหลงพอใจยิ่งนัก แต่วันนี้ พวกเขาต้องไปร่วมยินดีในงานมงคลสมรสของเจ้าซีห่าวกับเสี่ยวหง และเจียงเฉิง กับเฟยเฟย ซึ่งพวกเขาตกลงหาฤกษ์ยามทันทีที่ตกลงกันได้ เนื่องจากฟู่ลี่เซียนท้องเริ่มโตขึ้นแล้ว จะไปงานพวกเขาลำบาก จะรอให้นางคลอดก่อนค่อยแต่ง สองหนุ่มก็รอไม่ไหว จึงรีบหาฤกษ์วันเดียวกันและแต่งพร้อมกันทีเดียวสองคู่เสียเลย“เสร็จแล้วๆ ไปกันได้แล้ว”“เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ใส่ต่างหูเล
“เฟยเฟย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”เฟยเฟยหันมาเห็นเจียงเฉิงที่กำลังเดินมา นางไม่ต้องการรับรู้เรื่องนี้ซ้ำอีก น้ำตานางไหลเป็นทาง เจียงเฉิงรู้แล้วว่าเขาคงมาช้าไป หลิวอี้เจินต้องพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงขั้นหลั่งน้ำตา“เฟยเฟย รอข้าก่อน เฟยเฟย”หลิวอีเจินดึงเขาไว้“พี่เฉิงเจ้าคะ ปล่อยนางไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”“แม่นางหลิว เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดนางจึงร้องไห้”“ข้าก็แค่ บอกว่าผู้ใหญ่ของพวกเรากำลังคุยกันด้านใน เรื่องงานแต่งของเรา”“เหลวไหลทั้งเพ คุณหนูหลิว ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่น”“แต่ท่านจะแต่งงานกับนางงั้นหรือ เจียงเฉิง ท่านไม่กลัวผู้อื่นนินทาหรืออย่างไร สมภารกินไก่วัด น่าไม่อาย”“ความรักของข้ากับเฟยเฟยเป็นของจริง มีเรื่องใดที่น่าไม่อาย ที่ไร้ยางอายนะ ใครกันแน่ ข้าไม่เคยไปตกลงว่าจะแต่งกับเจ้า แต่เจ้ากลับแต่งเรื่อง พูดขึ้นมาเองจนนางเข้าใจข้าผิด เจ้าต่างหากที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ขอตัว”“ท่านหยุดนะ!! ท่านมาว่าข้าเสียหายแบบนี้แล้วจะเดินหนีอย่างนั้นหรือ ท่านคิดว่าท่านเป็นใคร แค่พ่อค้าคนหนึ่ง ท่านมีอะไรสู้ตระกูลหลิวของข้าได้งั้นหรือ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงแล้ว ช่วงต่อไปก็เป็นช่วงที่มีการแสดงของโรงงิ้ว และแขกเหรื่อก็ทยอยเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง“คุณชายเจียง ข้ามาช้า โปรดอภัย”“ใต้เท้าหลิว ไม่เป็นไรขอรับ ยินดีต้อนรับ เชิญตามสบายขอรับ”“พี่เฉิง ยินดีด้วยนะเจ้าคะที่เปิดร้านใหม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”เฟยเฟยหันไปมองเจ้าของเสียง สตรีหน้าตาน่ารัก ดูสูงศักดิ์ เรียกเขาว่าพี่เฉิงอย่างสนิทสนม“คุณหนูหลิว ขอบใจเจ้ามาก”เฟยเฟยหันไปมองหน้าเขา เจียงเฉิงจึงนึกขึ้นได้“ออ ลืมแนะนำไปขอรับ นี่ เจ้าเฟยเฟย น้องสาวเจ้าซีห่าว น้องรองของข้า หนึ่งในเจ้าของหออ้ายจือขอรับ”“เฟยเฟยคารวะใต้เท้าหลิว ฮูหยินหลิวเจ้าค่ะ ทุกทานเชิญตามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาที่นั่งใ ด้านล่างเต็มแล้ว เชิญชั้นสองดีกว่าเจ้าค่ะ”“พี่เฉิง พี่พาพวกเราไปก็ได้เจ้าค่ะ ไม่รบกวนแม่นางเจ้าแล้ว ขอบคุณ”แม่นางหลิวมองเฟยเฟย และเชิดใส่เล็กน้อย นางเดินไปเกาะแขนเจียงเฉิงให้เขาพานางไปเลือกโต๊ะ เฟยเฟยได้แต่เดินตามพวกเขาไปเงียบๆ เมื่อพวกเขาได้โต๊ะแล้ว เจียงเฉิงจึงนั่งกับพวกเขา เฟยเฟยเลยเดินเลี่ยงออกมาลี่เซียนเห็นเฟยเฟยเดินมาหงอยๆ นางจ
เสียงประทัดดังขึ้นหน้าหออ้ายจือหลังใหม่ พร้อมกับทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดร้านใหม่ เต็มหน้าลานการแสดง เจียงเฉิงเป็นตัวแทนของร้านออกมากล่าวต้อนรับ“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้สละเวลามาร่วมในงานเปิดร้านใหม่ของหออ้ายจือสาขาสองของพวกเรา วันนี้จะมีการแสดง ทั้งของเหล่าไอดอลหออ้ายจือของเรา และกลางคืนยังมีการแสดงงิ้ว และงานเทศกาลโคมไฟไปพร้อมๆกันด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับงานในวันนี้ และที่สำคัญ เชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเรา ทุกท่านเชิญ”แขกหน้าร้านทุกคนปรบมือ และทยอยเข้าไปนั่งภายในร้าน ซึ่งโอ่อ่า และกว้างขวางมาก โต๊ะเกือบ 50 โต๊ะ ทยอยเต็มอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้านบนชั้นลอย จะเป็นที่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน เถ้าแก่อวิ๋นเองก็นั่งโต๊ะถัดไป และคอยช่วยเจ้าซีห่าวจัดแจงที่นั่งให้แขกผู้ใหญ่“พี่เจียง พี่ใหญ่ พี่สามมาแล้วเจ้าค่ะ”เฟยเฟยตะโกนเรียกทั้งสอง ซึ่งพวกเขารีบวิ่งออกไปต้อนรับนาง ฟู่เว่ยหลงค่อยๆพยุงลี่เซียนลงมาจากรถม้า“น้องสามๆๆ คอยๆเดิน ระวังๆหน่อย หลานข้าอยู่ในท้องเจ้า จะเดินไปไหนต้องระวังหน่อย”“พี่รอง ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเว่ยหลงจะย
จวนสกุลฟู่“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบุพการี”“คำนับกันและกัน”“ส่งตัวเข้าหอ”อาปิงและอิ้นสี่ พาหลินลี่เซียนเดินไปที่ห้องหอที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีสมรสพระราชทานของท่านเม่ทัพหลวงคนใหม่ และฮูหยินแม่ทัพฟู่“อาปิง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้ข้ากินได้บ้างมั้ย”“ฮูหยินเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะเอาขนมมาให้ท่าน แต่ท่านอย่าเปิดผ้าคลุมหน้านะเจ้าคะ จะเสียฤกษ์ ต้องรอให้ท่านแม่ทัพเปิดนะเจ้าคะ”“รู้แล้วๆ รีบไปหาของกินมาทีเร็ว กว่าเว่ยหลงจะเข้ามาอีกนาน เขาต้องรับแขกข้างนอกอีก ป่านนั้นข้าหิวตายอยู่ตรงนี้แหละ”อาปิงรีบออกไปยกขนมมาให้หลินลี่เซียนกิน อิ้นสี่รินน้ำชาส่งให้นางใต้ผ้าคลุมเพื่อให้นางดับกระหาย“อา ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ หลังจากนี้ ต้องทำอะไรอีกล่ะ”“ก็รอให้เจ้าบ่าวเข้ามา เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มเหล้ามงคล แล้วก็... เข้าหอเจ้าค่ะ”“ข้าง่วงจังเลย”“ฮูหยิน ท่านจะนอนพักก่อนมั้ยเจ้าคะ แค่นั่งพิงหลับน่าจะได้”“อืม ข้าขอพักสักงีบ พวกเจ้าออกไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”หลินลี่เซียนนั่งพิงกับขอบเตียง หลังจากที่กินขนมไป นางรู้สึกง่วงมากเพราะเตรียมตัวมาตั้งหลายวัน และวันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเข้าพิธีอีก กว่าจะแ
ลี่เซียนตื่นขึ้นมา พบว่านางสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คงเป็นเพราะพ่อคนดีข้างๆ นางนี่เอง ที่จัดการให้ นางยิ้มและก้มหอมแก้มเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา“เจ้าตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”“ไม่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อคืน ท่านใส่ยาและสวมเสื้อผ้าให้ข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่ เจ้าลุกไหวหรือไม่ ให้ป้าจางยกข้าวมาให้กินที่นี่ก็แล้วกันนะ”“วันนี้ท่านจะไปไหนหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าจะเข้าวังหน่อย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าเจ้าค่ะ งั้นข้าจะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ ท่านลุกเถอะเจ้าค่ะ ไปอาบน้ำ เตรียมเข้าวังได้แล้ว”“ได้สิ เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ข้าจะได้ให้อาปิงเตรียมน้ำยาแช่ตัวให้”“เจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ”เว่ยหลงก้มลงจูบที่หน้าผากนาง วันนี้เขาจะเข้าวังไปสะสางงานที่เหลือจากเมื่อวาน และไปฟังข่าวด้วย ที่สำคัญ วันนี้มีการกำหนดโทษของสนมฉิน ฉืนอี้เหนียงและฉินชุนเหมยด้วยพวกเขากินข้าวเช้าในห้องของลี่เซียนเสร็จแล้ว นางเดินมาส่งเขาหน้าจวน เขาหันมาบอกนาง“รอข้านะ เดี๋ยวข้าก็กลับ”“ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนี่นา ท่านไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”เว่ยหลงส่งยิ้มให้นาง ก้มลงหอมแก้มข้างที่ไม่มีผ้าปิดแผล และหันกลับไปขี่ม้าเพื่อเข้าวัง ล
เขาถามนางด้วยเสียงแหบพร่าเต็มที ถึงนางจะบอกว่าเจ็บ ตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว ลี่เซียนใช้มือน้อยๆ ล้วงลงไปหาท่อนแข็งแรงที่ใต้น้ำ ที่ดันนางอยู่ตอนนางเบียดเข้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้ นางถือเอาไว้และค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ“อาาา เซียนเซียน อย่า ข้าเตือนแล้วนะ อาาาาา หากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้า อาาา”เว่ยหลงครางเสียงกระเส่า เขาไม่เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกวูบวาบประหลาดอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกดีมาก ลี่เซียนไม่เพียงไม่หยุด นางยังใช้ลิ้นน้อยๆ เลียไปที่แผงอกของเขาเบาๆ สร้างรอยจ้ำแดงๆ ไปทั่วพร้อมส่งเสียงครางเพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา เมื่อนางเริ่มเลียที่ยอดอกของเขา เว่ยหลงถึงกับร้องครางเสียงไม่เป็นภาษา“อาาา เจ้าา ข้าเตือนเจ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะเซียนเซียน”เขาดันนางออก และอุ้มนางขึ้นจากอ่างน้ำทันที และพานางขึ้นมา และใช้ผ้าคลุมตัวให้นางเช็ดตัว และอุุ้มนางเข้าห้องไปทันที…ลี่เซียนกอดคอเขา และดันตัวเองไปจูบที่ปากอวบอิ่มของเขา เขาตกใจที่นางรุกไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน แต่เขาเองก็ห้ามอารมณ์รักนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาวางนางลงบนเตียงนุ่ม และดึงผ้าที่ห่อตัวนางออกทันที เข
ฟู่เว่ยหลงพาหลินลี่เซียนมายังสำนักหมอหลวงเพื่อตรวจอาการและรักษาแผล เขาขอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางก่อน หมอกวานจึงให้คนไปเรียกนางกำนัลมาช่วย แต่ฟู่เว่ยหลงบอกว่าเขาจะทำเอง ท่านหมอเลยให้นางกำนัลเตรียมของและชุดใหม่มาให้ลี่เซียนเปลี่ยนฟู่เว่ยหลงถอดชุดของนางออกอย่างเบามือ ตัวของลี่เซียนมีรอยฟกช้ำไปทั้งตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางบอกว่าอย่างไรนะ นางถูกรุมกระทืบอย่างนั้นหรือ เขาค่อยๆ เช็ดตัวนางอย่างเบามือ นางขยับตัวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขากัดกรมแน่น เขาจะต้องเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสม ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะต้องจัดการให้หมดเขาสวมชุดใหม่ให้นางเสร็จแล้วจึงเรียกท่านหมอมาตรวจให้นาง เขาเดินมาบอกอี้หมิง“เจ้าไปตามสืบหา คนที่ทำร้ายนางมาให้ครบหมดทุกคน อย่าได้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”“ขอรับคุณชาย”ท่านหมอเดินออกมาแล้ว เขาแจ้งอาการให้เว่ยหลงทราบ“คุณหนูหลินมีแผลฟกช้ำแค่ภายนอก ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแค่อากาศในคุกนั้นอับชื้นและสกปรก ทำให้นางที่ร่างกายพึ่งพักฟื้นได้ไม่นาน พอเจออากาศแบบนี้ ทำให้ไข้กลับมา อีก 2-3 วันก็ดีขึ้น ข้าจะจัดยาแก้ไข้ แก้ช้ำใน ร้อนใน รักษาภายใน และสมุนไพรแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลภายน
ชุนเหมยพาหลินลี่เซียนเดินขึ้นมาช้าๆ พร้อมเอามีดจี้ที่คอนางไว้ ฟู่เว่ยหลงตกใจที่เห็นนาง“เซียนเซียน แม่นางฉิน อย่านะ อย่าทำอะไรนาง”“ท่านกล้าขอร้องข้าเชียวเหรอ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านขอร้องเป็นแล้วหรือ เมื่อกี้ท่านยังปากดีอยู่เลยนี่ แค่นังแพศยานี่คนเดียว ทำให้ท่านกังวลใจได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”หลินลี่เซียนส่งสายตาให้เขาว่าอย่า เพราะสายตาของลีเซียน ไม่ได้บ่งบอกว่านางกังวล“ฮ่าๆๆๆๆ ดีมาก ชุนเหมย หลานน้า ดีๆๆ ฝ่าบาท ถอนรับสั่งสิ ถอนรับสั่งแล้วจับพวกมันตัดหัวให้หมด เร็วสิ”“แม่นาง เหตุใดข้าต้องฟังเจ้า เพียงเพื่อสตรีคนเดียว”“ฝ่าบาท พระองค์จะลองดูก็ได้นี่เพคะ”ชุนเหมยท้าทาย โดยการยกมีดขึ้นจ่อที่คอของหลินลี่เซียน""อย่า""ฟู่เว่ยหลง หลินซือเหยา ลั่วจิ่นหยาง ท่านหมอกวาน และองค์ชายห้าต่างร้องออกมาพร้อมกัน ชุนเหมยหันไปมองพวกเขาอย่างเกลียดชัง ไม่พอใจ และริษยา“นังงูพิษ เจ้านี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยจริงๆ นะ ใครๆ ต่างก็ร้องขอชีวิตให้เจ้า เจ้ามันมีดีอะไรกันนะ”“ท่านพ่อ ท่าน ท่านยังไม่ตาย ท่านพ่อ”“เซียนเซียน พ่อปลอดภัย พ่อไม่เป็นอะไร เจ้าอยู่นิ่งๆ นะ”“ฝ่าบาท ปล่อยท่านแม่ และท่านน้าข้าเดี๋ยวนี้ เร็วสิ