“คุณหนูอวิ๋น ในเมื่อท่าน บอกว่าข้าใช้แส้ตีเจ้า เหตุใดเจ้าไม่บอกว่าแผลเจ้า มีเลือดออกเลยล่ะ แผลจากแส้น่ะ หากโดนเข้าจริง มันต้องไม่ใช่แค่รอยช้ำ มันต้องเนื้อแตก เลือดออก แต่เจ้า กลับบอกว่า แค่แผลฟกช้ำ เจ้าไปโดนอะไรมากันแน่”“นั่นสิ นางบอกว่าแผลฟกช้ำ ไม่ได้บอกว่าเลือดออก ใช่ๆๆ”ผู้คนต่างพากันเห็นด้วยและหันกลับไปมองที่เสี่ยวหง นางเริ่มเลิ่กลั่ก“ไม่ใช่นะ มีเลือดออกด้วย แต่มันช้ำมากกว่า เพราะข้าโดนแค่ลูกหลงจากที่เจ้าฟาดไปที่ลู่ชิงอย่างไรล่ะ”“อ้าวววว ไหนเมื่อกี้เจ้าบอกว่าข้าตีเจ้าไปหลายทียังไงล่ะ ทำไมตอนนี้ กลับคำบอกว่าโดนแค่ลูกหลงล่ะ”“ใช่ๆ นางพูดๆ นางบอกเองเมื่อกี้ ตอนนี้มากลับคำว่าโดนลูกหลงอีกแล้ว ตกลงยังไง”เถ้าแก่อวิ๋น เห็นท่าไม่ดี เขาจึงรีบเข้ามาหาเรื่องลี่เซียน“เจ้าไม่ต้องมาแก้ตัว เจ้าทำร้ายคน จะทำอย่างไรก็คือทำร้ายคน ไม่ว่าแผลจะเป็นแบบไหน ก็คือเจ้าทำร้ายลูกสาวข้า ข้าไม่มีทางยอมแน่นอน ลูกสาวข้าเจ็บปางตาย เจ้าก็ต้องโดนลงโทษเช่นกัน”“หุบปาก”เว่ยหลงตะคอกเขา เถ้าแก่อวิ๋นหงอยลงทันที เขากลัวโดนเตะอีกรอบ ความจริงคือฟู่เว่ยหลงมีชื่อเสียงมากในเมืองหลวง เรื่องความยุติธรรม เด็ดขาดในการทำงาน แ
ลี่เซียนส่ายหน้า และยิ้มน้อยๆ ให้เถ้าแก่อวิ๋น“ท่านเป็นผู้ใหญ่ ย่อมไม่ถือสาผู้น้อย ข้าขอบคุณท่าน ส่วนเรื่องที่ข้า ลงโทษน้องสาว เป็นเรื่องภายในของสกุลหลิน ขอท่านโปรดเข้าใจข้าด้วย”ลี่เซียนคำนับให้เถ้าแก่อวิ๋นในฐานะผู้อาวุโส เถ้าแก่อวิ๋นรู้สึกเลื่อมใสนางขึ้นมามากเลยทีเดียว ผิดกับลูกสาวของตนเอง ที่ยังไม่รู้จักโต“เสี่ยวหง กลับบ้านกับข้าเดี๋ยวนี้”“ไม่กลับ ข้าไม่กลับ ท่านจับนางไปรับโทษก่อนสิ นางตีลู่ชิงจนสาหัส นางจะไม่ได้รับโทษไม่ได้ คุณชายฟู่ ท่านต้องจัดการนางนะเจ้าคะ เพื่อข้า คุณชายฟู่”“หมิงอี้”หมิงอี้ รับคำสั่ง เขามาดึงเสี่ยวหง ออกไปจากตัวคุณชายของเขา เสี่ยวหงไม่ยอม“คุณชายฟู่ ท่านอย่าไปฟังนางนะเจ้าคะ วันนั้นท่านก็เห็นกับตา นางฟาดคนไม่ยั้ง ทั้งแม่เลี้ยงนาง น้องสาวนาง นางฟาดเสียจน 2 คนนั้นสาหัสปางตาย”“หุบปากเน่าๆ ของเจ้าเสีย คุณหนูอวิ๋น ก่อนที่ข้า จะไม่ไว้หน้าเจ้า”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด เหตุใดท่านต้องมาดุข้าด้วย นางต่างหากที่ทำร้ายคนในบ้าน”“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะเสี่ยวหง กลับบ้าน”“ข้าไม่กลับ”“เจ้าอยากให้ข้าจับคนผิด ไปลงโทษ ใช่หรือไม่ แม่นางอวิ๋น”อวิ๋นเสี่ยวหงหันมามองเขา นางยิ้มออกมา“
เสี่ยวหงวิงวอนขอความเห็นใจจากทุกคน ตอนนี้หมิงอี้พานางออกไปจากหน้าหออ้ายจือ เว่ยหลงเดินมาหาเถ้าแก่อวิ๋น“หากลูกสาวท่านไม่มีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ นางก็จะไม่เป็นอะไร ท่านแค่บอกนางให้พูดความจริงก็พอ”“ข้าน้อยทราบแล้ว ที่เหลือฝากท่านด้วย ข้าน้อยขอลา”เถ้าแก่อวิ๋นจำใจต้องยอมรับสภาพ นี่เป็นบทเรียนราคาแพง สำหรับเขา ที่ตามใจลูกจนเคยตัว ทำให้นางต้องมาพบเรื่องแบบนี้ และเป็นบทเรียนของอวิ๋นเสี่ยวหง ที่คบคนผิด ทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว“เอาล่ะ ทุกท่าน ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันเถอะ”เว่ยหลงตะโกนบอก ทุกคนรีบแยกย้ายออกจากหน้าหออ้ายจือ ไม่กล้าสบตาเขาวงเมาส์มอยสลายไปรวดเร็วในพริบตา อีตานี่ไม่ธรรมดาเลย ชาวบ้าน 1 2 3 แยกย้ายโดยไม่พูดอะไรสักคำ คือเลิศค่ะ ดับเบิ้ล MVP ต้องมาแล้ว 1 ลี่เซียนนึกขำในใจ“เอาล่ะ อาปิง เจ้าพาอิ้นสี่ไปล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวพานางไปส่งที่พักของแม่นางก่อน เราจัดการเรื่องที่จวนเสร็จ ค่อยพานางกลับไป”ลี่เซียนสั่งอาปิง อิ้นสี่ และอาปิงก้มหัวขอบคุณนางอีกครั้ง ก่อนที่จะพยุงอิ้นสี่ไปในหออ้ายจือ“หมดธุระที่นี่แล้ว มาคุยธุระของเราต่อดีหรือไม่”ฟู่เว่ยหลงเดินมาข้างหลังนาง
“แล้วทำไมต้องเป็นบ้านท่านล่ะ ไปที่อื่นก็ได้ ข้าไปพักกับพวกพี่ใหญ่ที่หออ้ายจือก็ได้นะ จะได้ฝึกพวกเขาร้องเพลงได้ตลอดด้วย ใช่ๆๆ ท่านย้ายของข้าไปที่หออ้ายจือเลยก็ได้เจ้าค่ะ”เว่ยหลงหงุดหงิด เริ่มมองอย่างไม่พอใจ“เจ้าเป็นคู่หมั้นข้า เหตุใดต้องไปอยู่ที่อื่น กับคนอื่น เจ้าจะยั่วโมโหข้าอีกแล้ว ใช่หรือไม่”“ข้าเปล่านะ ข้าพูดความจริงล้วนๆ เลย ที่นั่นข้ามีเพื่อนเยอะ แล้วยัง อุ๊ย..”เขาดึงนางเข้ามากอด หลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเผชิญอันตรายอีก เขาสัญญากับตัวเอง อยู่ที่นี่จะปลอดภัยกับนางมากกว่า เสนาบดีหลินเองก็ทราบเรื่องนี้ดี หลังจากนี้ คงมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่นอน“เจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะนะ อยู่ที่อื่น ข้าไม่วางใจ เจ้ามั่นใจได้ อยู่ที่นี่ เจ้าจะปลอดภัย ข้าจะได้หมดห่วง”"ก็ได้เจ้าค่ะ หากท่าน กับท่านพ่อปรึกษากันแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรจะโต้แย้ง แต่ของใช้ของข้า รวมถึง…..“ถ้าเจ้าเป็นห่วงห้องสมบัติเล็กๆ ใต้เตียงของเจ้า ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ข้าให้คนย้ายออกมาให้แล้ว นี่กุญแจห้องเก็บเงินของเจ้า ต่อไปเจ้าก็เก็บเอาไว้”“นี่ท่านรู้ด้วยเหรอ ว่าข้าแอบเก็บเงินไว้ ขนาดช่องลับ พวกท่านก็
ลี่เซียนยิ้มให้เขา“ท่านแน่ใจเหรอเจ้าคะ ว่าอยากได้รอยใหม่”“แน่นอนสิ ข้าบอกแล้วว่า จะดูกับตาตัวเองด้วย”เว่ยหลงก้มลงจูบนางแผ่วเบาเพื่อเพิ่มความกล้าให้นาง ลี่เซียนจูบตอบเขาทันที และค่อยๆ เลื่อนลงมา เลือกจุดที่เหมาะสม และเริ่มทำรอยทันที เขาก้มลงมองนาง ช่างน่ารักมากจริงๆ ลี่เซียนจูบเขา พร้อมกับมือเล็กๆ ที่ซน เอื้อมไปจับเล่นหน้าอกเขา เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก นางบี้ที่หัวนมของเขาเล่น เว่ยหลงส่งเสียงครางเบาๆ“เซียนเซียน”ลี่เซียนเงยหน้ามองผลงานของนางที่ทำไว้“โห ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ ขอโทษทีนะเจ้าคะท่านแม่ทัพฟู่ ท่านคงไม่สามารถเปิดเสื้อต่อหน้าผู้อื่นได้อีกหลายวันเลยเจ้าค่ะ”ลี่เซียนยิ้มแซวเขา เขาหันมามองนาง เมื่อกี้นางพึ่งทำเขาเคลิ้ม และนางก็ผละออกมากะทันหัน แล้วยังพูดเรื่องอื่นหน้าตาเฉย เขาคงต้องจัดการนางบ้างแล้ว เขาจะได้ผ่อนคลายลงบ้าง“อ๊ะ ท่านจะทำอะไร อย่านะ หยุดเลย ข้าเตือนท่านเลย อุ๊บ”เขาจูบนางอย่างกระหาย นางพึ่งจุดไฟให้เขา แล้วก็จากไป ไฟนี้มันเริ่มปะทุขึ้นแล้ว ยากที่จะมอดลงง่ายๆ“เจ้าเริ่มก่อนเองนะ เซียนเซียน”เขาจู่โจมนางอย่างรวดเร็ว ผลักให้นางนอนลงบนเตียงนุ่ม ลิ้นเขาล้วงเข้าไปหาค
อาหารเย็นพร้อมรอพวกเขาอยู่แล้ว ลี่เซียนมองอาหารอย่างตาวาว“ว๊าว น่าอร่อยทุกจานเลยเจ้าค่ะ”“คุณหนู ทานเยอะๆ นะเจ้าคะ ข้าเข้าครัวเป็นพิเศษ คุณชายบอกว่า คุณหนูชอบทาน”แม่บ้านจางบอกนางอย่างรู้สึกเอ็นดู“นี่แม่บ้านจาง ท่านเป็นคนดูแลจวนนี้ ในช่วงที่ข้าไม่อยู่ที่นี่”“เจ้าค่ะป้าจาง ข้าหลินลี่เซียน เจ้าค่ะ”แม่บ้านจางยิ้มให้ลี่เซียน นางเป็นสตรีที่น่ารัก สดใสเสียจริง คุณชายคงมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม หากได้อยู่กับคุณหนูหลินคนนี้ หลังจากฮูหยินเสียไป คุณชายก็แทบจะไม่ยิ้มอีกเลย เขาไม่เคยพาผู้ใดมาที่นี่ แต่กลับพานางมาถึง 2 ครั้ง แล้วยังให้นางพักที่นี่ นั่นแสดงว่าคุณหนูหลินผู้นี้ สำคัญกับคุณชายฟู่ของนางมากจริงๆ“คุณหนูหลิน ท่านทานเยอะๆ นะเจ้าคะ ข้าขอตัวก่อน”“เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเลยเจ้าค่ะ”แม่บ้านจางยิ้มกว้างให้นางพร้อมคำนับและเดินแยกออกไป ปล่อยให้พวกเขาทานกันตามลำพัง“อื้มมม อร่อยทุกอย่างเลย ท่านลองนี่หรือยัง อร่อยมากกก”“อร่อยก็กินเยอะๆ ช่วงนี้เ หมือนเจ้าจะซูบไปนะ”เว่ยหลงทักนาง เขาสังเกตจากการที่อุ้มนางมาที่นี่ เหมือนนางจะเบาลง ทั้งๆ ที่เขาบาดเจ็บ แต่เขาก็รู้สึกได้“งั้นหรือ งั้นแสดง
หออ้ายจือ“น้องสาม มานี่เร็วเข้า ข้ามีข่าวดีจะบอกเจ้า”ซีห่าวรีบดึงลี่เซียนเข้ามาเรือนด้านหลัง ที่พวกนักร้องและนางรำกำลังทำการฝึกซ้อมกันอยู่ หลังจากที่นางทักทายทุกคนเสร็จ เขาก็รีบวิ่งเข้ามาพานางไปคุยอีกห้องหนึ่ง เจียงเฉิงนั่งรออยู่แล้ว“พวกท่านมีเรื่องอะไรด่วน ถึงได้ดีใจกันขนาดนี้”“ข้าคิดไม่ถึงเลย เป็นอย่างที่เจ้าเคยพูดไว้จริงๆ ทั้งคณะแสดงงิ้ว คนเล่านิทาน ตอนนี้อยากจะมาขอเช่าพื้นที่ร้านเรา เพื่อทำการแสดง นี่ เจ้าดูนี่สิ พวกเขาต่างยอมจ่ายราคาสูงลิ่ว เพื่อให้ได้แสดงในหออ้ายจือของเรา แล้วนี่ เจ้าดูนี่สิ คิวยาวไปอีก 3 เดือนเลย เพราะชื่อเสียงของพวกนักร้องเรา โดยเฉพาะพวกผู้ชาย ตอนนี้ เหล่าสาวงามในเมืองหลวง ต่างจองใบจองกันแน่นมาก เพลงออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ทำไมเจ้าถึงได้ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ น้องสาม เจ้าเป็นเทพเซียนงั้นหรือ”“พี่รอง ท่านใจเย็นๆ ก่อน นี่มันเป็นไปตามกฎของเศรษฐศาสตร์และเป็นหลักการ การทำธุรกิจอย่างง่ายเท่านั้น เมื่อมีความต้องการมากขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้น ย่อมเป็นธรรมดา”เจียงเฉิงวางพู่กันลง เงยหน้ามองนางอย่างสงสัย ซีห่าวดีใจค้าง พร้อมกับงงในภาษาที่นางพูด"อะไรศาสตร์ๆ นะน้องสาม
“เพราะอยู่ใกล้กำแพงเมือง และเข้าเมืองมา ก็จะเจอเราก่อน โรงเตี๊ยม โรงพักม้าจึงสำคัญมาก ข้าเสนอให้ทำที่พักไว้หลายส่วนหน่อย ที่สำคัญ คนพวกนี้ หากมาทำการค้า ก็จะพักยาว พวกท่านรอเก็บเงินได้เลยเจ้าค่ะ”“ยอดเยี่ยมที่สุด ว่าแต่ แบบนี้ เราก็ต้องจ้างคนเพิ่มสินะ”“ใช่เจ้าค่ะ ข้าแนะนำให้ท่าน รับคนงานในพื้นที่นั้น เพราะนอกจากจะรู้จักที่นั่นดีกว่าเรา พวกเขายังรู้จักภาษาถิ่น หรือเป็นคนถิ่นอื่น พวกนี้สามารถช่วยเราได้ กรณีที่มีแขกถิ่นอื่นมาพักอยู่ สร้างความประทับใจให้พอกเขาได้”“อีกส่วนหนึ่ง ด้านหลังหออ้ายจือ ข้าขอทำที่พักสำหรับนักแสดงของพวกเรา และมีห้องสำหรับฝึกซ้อมการแสดง ที่ใหญ่ๆ หน่อย สัก 3-5 ห้องโถง”“เราจะทำไปทำไมเยอะขนาดนั้นล่ะ”เจียงเฉิงถามด้วยความสงสัย“เพราะว่าหากมีคณะแสดงงิ้ว หรือการแสดงอื่นๆ มาเช่าทำการแสดง เราจะได้ให้เขา เช่าที่ฝึกซ้อมได้ด้วยเจ้าค่ะ จุดขายก็คือ พวกเขาสามารถซ้อมการแสดงโดยไม่ต้องเปิดเผยให้คนอื่นทราบ เพราะเป็นพื้นที่ปิด สามารถฝึกซ้อมกันได้เต็มที่ และเป็นความลับ เขาจะต้องเช่าแน่นอน”“พวกข้าพาเจ้าไปดูสถานที่แค่ไม่กี่ชั่วโมง เจ้าสามารถเรียบเรียง จัดการทุกอย่างนี่ได้ขนาดนี้ได้อย
“ท่านพี่ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ มาช่วยผูกที่คาดเอวให้ข้าทีสิ เว่ยหลง ท่านทำอะไรอยู่”“มาแล้วๆ ฮูหยิน เจ้าอย่าใจร้อนสิ ไหนดูสิ ท้องเจ้าเริ่มโตแล้ว เจ้าจะเดินทางโดยรถม้าอีกไม่ได้แล้วนะ วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปก็นั่งรอคลอดอยู่ที่จวนดีๆซะ”“เร็วเข้าๆ ท่านผูกให้ข้าหน่อย อาปิงกับอิ้นสี่ไปเตรียมของขวัญ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว เว่ยหลง ท่านชักช้าอะไรอยู่”“ก็มัดอยู่นี่ไง เจ้าอย่าเร่งข้าสิ”ฟู่เว่ยหลงเร่งมัดสายคาดเอวให้ฮูหยินอย่างทุลักทุเล ช่วงนี้ท้องนางเริ่มโตขึ้น การแต่งตัวทำได้ยากกว่าเดิม นางมักจะหงุดหงิดง่ายเวลาเรียกหาใครแล้วมาหาช้า ช่วงนี้นางเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ และก็ยังนอนมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งทำให้เว่ยหลงพอใจยิ่งนัก แต่วันนี้ พวกเขาต้องไปร่วมยินดีในงานมงคลสมรสของเจ้าซีห่าวกับเสี่ยวหง และเจียงเฉิง กับเฟยเฟย ซึ่งพวกเขาตกลงหาฤกษ์ยามทันทีที่ตกลงกันได้ เนื่องจากฟู่ลี่เซียนท้องเริ่มโตขึ้นแล้ว จะไปงานพวกเขาลำบาก จะรอให้นางคลอดก่อนค่อยแต่ง สองหนุ่มก็รอไม่ไหว จึงรีบหาฤกษ์วันเดียวกันและแต่งพร้อมกันทีเดียวสองคู่เสียเลย“เสร็จแล้วๆ ไปกันได้แล้ว”“เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ใส่ต่างหูเล
“เฟยเฟย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”เฟยเฟยหันมาเห็นเจียงเฉิงที่กำลังเดินมา นางไม่ต้องการรับรู้เรื่องนี้ซ้ำอีก น้ำตานางไหลเป็นทาง เจียงเฉิงรู้แล้วว่าเขาคงมาช้าไป หลิวอี้เจินต้องพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงขั้นหลั่งน้ำตา“เฟยเฟย รอข้าก่อน เฟยเฟย”หลิวอีเจินดึงเขาไว้“พี่เฉิงเจ้าคะ ปล่อยนางไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”“แม่นางหลิว เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดนางจึงร้องไห้”“ข้าก็แค่ บอกว่าผู้ใหญ่ของพวกเรากำลังคุยกันด้านใน เรื่องงานแต่งของเรา”“เหลวไหลทั้งเพ คุณหนูหลิว ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่น”“แต่ท่านจะแต่งงานกับนางงั้นหรือ เจียงเฉิง ท่านไม่กลัวผู้อื่นนินทาหรืออย่างไร สมภารกินไก่วัด น่าไม่อาย”“ความรักของข้ากับเฟยเฟยเป็นของจริง มีเรื่องใดที่น่าไม่อาย ที่ไร้ยางอายนะ ใครกันแน่ ข้าไม่เคยไปตกลงว่าจะแต่งกับเจ้า แต่เจ้ากลับแต่งเรื่อง พูดขึ้นมาเองจนนางเข้าใจข้าผิด เจ้าต่างหากที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ขอตัว”“ท่านหยุดนะ!! ท่านมาว่าข้าเสียหายแบบนี้แล้วจะเดินหนีอย่างนั้นหรือ ท่านคิดว่าท่านเป็นใคร แค่พ่อค้าคนหนึ่ง ท่านมีอะไรสู้ตระกูลหลิวของข้าได้งั้นหรือ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงแล้ว ช่วงต่อไปก็เป็นช่วงที่มีการแสดงของโรงงิ้ว และแขกเหรื่อก็ทยอยเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง“คุณชายเจียง ข้ามาช้า โปรดอภัย”“ใต้เท้าหลิว ไม่เป็นไรขอรับ ยินดีต้อนรับ เชิญตามสบายขอรับ”“พี่เฉิง ยินดีด้วยนะเจ้าคะที่เปิดร้านใหม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”เฟยเฟยหันไปมองเจ้าของเสียง สตรีหน้าตาน่ารัก ดูสูงศักดิ์ เรียกเขาว่าพี่เฉิงอย่างสนิทสนม“คุณหนูหลิว ขอบใจเจ้ามาก”เฟยเฟยหันไปมองหน้าเขา เจียงเฉิงจึงนึกขึ้นได้“ออ ลืมแนะนำไปขอรับ นี่ เจ้าเฟยเฟย น้องสาวเจ้าซีห่าว น้องรองของข้า หนึ่งในเจ้าของหออ้ายจือขอรับ”“เฟยเฟยคารวะใต้เท้าหลิว ฮูหยินหลิวเจ้าค่ะ ทุกทานเชิญตามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาที่นั่งใ ด้านล่างเต็มแล้ว เชิญชั้นสองดีกว่าเจ้าค่ะ”“พี่เฉิง พี่พาพวกเราไปก็ได้เจ้าค่ะ ไม่รบกวนแม่นางเจ้าแล้ว ขอบคุณ”แม่นางหลิวมองเฟยเฟย และเชิดใส่เล็กน้อย นางเดินไปเกาะแขนเจียงเฉิงให้เขาพานางไปเลือกโต๊ะ เฟยเฟยได้แต่เดินตามพวกเขาไปเงียบๆ เมื่อพวกเขาได้โต๊ะแล้ว เจียงเฉิงจึงนั่งกับพวกเขา เฟยเฟยเลยเดินเลี่ยงออกมาลี่เซียนเห็นเฟยเฟยเดินมาหงอยๆ นางจ
เสียงประทัดดังขึ้นหน้าหออ้ายจือหลังใหม่ พร้อมกับทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดร้านใหม่ เต็มหน้าลานการแสดง เจียงเฉิงเป็นตัวแทนของร้านออกมากล่าวต้อนรับ“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้สละเวลามาร่วมในงานเปิดร้านใหม่ของหออ้ายจือสาขาสองของพวกเรา วันนี้จะมีการแสดง ทั้งของเหล่าไอดอลหออ้ายจือของเรา และกลางคืนยังมีการแสดงงิ้ว และงานเทศกาลโคมไฟไปพร้อมๆกันด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับงานในวันนี้ และที่สำคัญ เชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเรา ทุกท่านเชิญ”แขกหน้าร้านทุกคนปรบมือ และทยอยเข้าไปนั่งภายในร้าน ซึ่งโอ่อ่า และกว้างขวางมาก โต๊ะเกือบ 50 โต๊ะ ทยอยเต็มอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้านบนชั้นลอย จะเป็นที่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน เถ้าแก่อวิ๋นเองก็นั่งโต๊ะถัดไป และคอยช่วยเจ้าซีห่าวจัดแจงที่นั่งให้แขกผู้ใหญ่“พี่เจียง พี่ใหญ่ พี่สามมาแล้วเจ้าค่ะ”เฟยเฟยตะโกนเรียกทั้งสอง ซึ่งพวกเขารีบวิ่งออกไปต้อนรับนาง ฟู่เว่ยหลงค่อยๆพยุงลี่เซียนลงมาจากรถม้า“น้องสามๆๆ คอยๆเดิน ระวังๆหน่อย หลานข้าอยู่ในท้องเจ้า จะเดินไปไหนต้องระวังหน่อย”“พี่รอง ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเว่ยหลงจะย
จวนสกุลฟู่“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบุพการี”“คำนับกันและกัน”“ส่งตัวเข้าหอ”อาปิงและอิ้นสี่ พาหลินลี่เซียนเดินไปที่ห้องหอที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีสมรสพระราชทานของท่านเม่ทัพหลวงคนใหม่ และฮูหยินแม่ทัพฟู่“อาปิง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้ข้ากินได้บ้างมั้ย”“ฮูหยินเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะเอาขนมมาให้ท่าน แต่ท่านอย่าเปิดผ้าคลุมหน้านะเจ้าคะ จะเสียฤกษ์ ต้องรอให้ท่านแม่ทัพเปิดนะเจ้าคะ”“รู้แล้วๆ รีบไปหาของกินมาทีเร็ว กว่าเว่ยหลงจะเข้ามาอีกนาน เขาต้องรับแขกข้างนอกอีก ป่านนั้นข้าหิวตายอยู่ตรงนี้แหละ”อาปิงรีบออกไปยกขนมมาให้หลินลี่เซียนกิน อิ้นสี่รินน้ำชาส่งให้นางใต้ผ้าคลุมเพื่อให้นางดับกระหาย“อา ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ หลังจากนี้ ต้องทำอะไรอีกล่ะ”“ก็รอให้เจ้าบ่าวเข้ามา เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มเหล้ามงคล แล้วก็... เข้าหอเจ้าค่ะ”“ข้าง่วงจังเลย”“ฮูหยิน ท่านจะนอนพักก่อนมั้ยเจ้าคะ แค่นั่งพิงหลับน่าจะได้”“อืม ข้าขอพักสักงีบ พวกเจ้าออกไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”หลินลี่เซียนนั่งพิงกับขอบเตียง หลังจากที่กินขนมไป นางรู้สึกง่วงมากเพราะเตรียมตัวมาตั้งหลายวัน และวันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเข้าพิธีอีก กว่าจะแ
ลี่เซียนตื่นขึ้นมา พบว่านางสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คงเป็นเพราะพ่อคนดีข้างๆ นางนี่เอง ที่จัดการให้ นางยิ้มและก้มหอมแก้มเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา“เจ้าตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”“ไม่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อคืน ท่านใส่ยาและสวมเสื้อผ้าให้ข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่ เจ้าลุกไหวหรือไม่ ให้ป้าจางยกข้าวมาให้กินที่นี่ก็แล้วกันนะ”“วันนี้ท่านจะไปไหนหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าจะเข้าวังหน่อย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าเจ้าค่ะ งั้นข้าจะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ ท่านลุกเถอะเจ้าค่ะ ไปอาบน้ำ เตรียมเข้าวังได้แล้ว”“ได้สิ เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ข้าจะได้ให้อาปิงเตรียมน้ำยาแช่ตัวให้”“เจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ”เว่ยหลงก้มลงจูบที่หน้าผากนาง วันนี้เขาจะเข้าวังไปสะสางงานที่เหลือจากเมื่อวาน และไปฟังข่าวด้วย ที่สำคัญ วันนี้มีการกำหนดโทษของสนมฉิน ฉืนอี้เหนียงและฉินชุนเหมยด้วยพวกเขากินข้าวเช้าในห้องของลี่เซียนเสร็จแล้ว นางเดินมาส่งเขาหน้าจวน เขาหันมาบอกนาง“รอข้านะ เดี๋ยวข้าก็กลับ”“ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนี่นา ท่านไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”เว่ยหลงส่งยิ้มให้นาง ก้มลงหอมแก้มข้างที่ไม่มีผ้าปิดแผล และหันกลับไปขี่ม้าเพื่อเข้าวัง ล
เขาถามนางด้วยเสียงแหบพร่าเต็มที ถึงนางจะบอกว่าเจ็บ ตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว ลี่เซียนใช้มือน้อยๆ ล้วงลงไปหาท่อนแข็งแรงที่ใต้น้ำ ที่ดันนางอยู่ตอนนางเบียดเข้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้ นางถือเอาไว้และค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ“อาาา เซียนเซียน อย่า ข้าเตือนแล้วนะ อาาาาา หากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้า อาาา”เว่ยหลงครางเสียงกระเส่า เขาไม่เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกวูบวาบประหลาดอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกดีมาก ลี่เซียนไม่เพียงไม่หยุด นางยังใช้ลิ้นน้อยๆ เลียไปที่แผงอกของเขาเบาๆ สร้างรอยจ้ำแดงๆ ไปทั่วพร้อมส่งเสียงครางเพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา เมื่อนางเริ่มเลียที่ยอดอกของเขา เว่ยหลงถึงกับร้องครางเสียงไม่เป็นภาษา“อาาา เจ้าา ข้าเตือนเจ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะเซียนเซียน”เขาดันนางออก และอุ้มนางขึ้นจากอ่างน้ำทันที และพานางขึ้นมา และใช้ผ้าคลุมตัวให้นางเช็ดตัว และอุุ้มนางเข้าห้องไปทันที…ลี่เซียนกอดคอเขา และดันตัวเองไปจูบที่ปากอวบอิ่มของเขา เขาตกใจที่นางรุกไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน แต่เขาเองก็ห้ามอารมณ์รักนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาวางนางลงบนเตียงนุ่ม และดึงผ้าที่ห่อตัวนางออกทันที เข
ฟู่เว่ยหลงพาหลินลี่เซียนมายังสำนักหมอหลวงเพื่อตรวจอาการและรักษาแผล เขาขอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางก่อน หมอกวานจึงให้คนไปเรียกนางกำนัลมาช่วย แต่ฟู่เว่ยหลงบอกว่าเขาจะทำเอง ท่านหมอเลยให้นางกำนัลเตรียมของและชุดใหม่มาให้ลี่เซียนเปลี่ยนฟู่เว่ยหลงถอดชุดของนางออกอย่างเบามือ ตัวของลี่เซียนมีรอยฟกช้ำไปทั้งตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางบอกว่าอย่างไรนะ นางถูกรุมกระทืบอย่างนั้นหรือ เขาค่อยๆ เช็ดตัวนางอย่างเบามือ นางขยับตัวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขากัดกรมแน่น เขาจะต้องเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสม ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะต้องจัดการให้หมดเขาสวมชุดใหม่ให้นางเสร็จแล้วจึงเรียกท่านหมอมาตรวจให้นาง เขาเดินมาบอกอี้หมิง“เจ้าไปตามสืบหา คนที่ทำร้ายนางมาให้ครบหมดทุกคน อย่าได้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”“ขอรับคุณชาย”ท่านหมอเดินออกมาแล้ว เขาแจ้งอาการให้เว่ยหลงทราบ“คุณหนูหลินมีแผลฟกช้ำแค่ภายนอก ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแค่อากาศในคุกนั้นอับชื้นและสกปรก ทำให้นางที่ร่างกายพึ่งพักฟื้นได้ไม่นาน พอเจออากาศแบบนี้ ทำให้ไข้กลับมา อีก 2-3 วันก็ดีขึ้น ข้าจะจัดยาแก้ไข้ แก้ช้ำใน ร้อนใน รักษาภายใน และสมุนไพรแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลภายน
ชุนเหมยพาหลินลี่เซียนเดินขึ้นมาช้าๆ พร้อมเอามีดจี้ที่คอนางไว้ ฟู่เว่ยหลงตกใจที่เห็นนาง“เซียนเซียน แม่นางฉิน อย่านะ อย่าทำอะไรนาง”“ท่านกล้าขอร้องข้าเชียวเหรอ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านขอร้องเป็นแล้วหรือ เมื่อกี้ท่านยังปากดีอยู่เลยนี่ แค่นังแพศยานี่คนเดียว ทำให้ท่านกังวลใจได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”หลินลี่เซียนส่งสายตาให้เขาว่าอย่า เพราะสายตาของลีเซียน ไม่ได้บ่งบอกว่านางกังวล“ฮ่าๆๆๆๆ ดีมาก ชุนเหมย หลานน้า ดีๆๆ ฝ่าบาท ถอนรับสั่งสิ ถอนรับสั่งแล้วจับพวกมันตัดหัวให้หมด เร็วสิ”“แม่นาง เหตุใดข้าต้องฟังเจ้า เพียงเพื่อสตรีคนเดียว”“ฝ่าบาท พระองค์จะลองดูก็ได้นี่เพคะ”ชุนเหมยท้าทาย โดยการยกมีดขึ้นจ่อที่คอของหลินลี่เซียน""อย่า""ฟู่เว่ยหลง หลินซือเหยา ลั่วจิ่นหยาง ท่านหมอกวาน และองค์ชายห้าต่างร้องออกมาพร้อมกัน ชุนเหมยหันไปมองพวกเขาอย่างเกลียดชัง ไม่พอใจ และริษยา“นังงูพิษ เจ้านี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยจริงๆ นะ ใครๆ ต่างก็ร้องขอชีวิตให้เจ้า เจ้ามันมีดีอะไรกันนะ”“ท่านพ่อ ท่าน ท่านยังไม่ตาย ท่านพ่อ”“เซียนเซียน พ่อปลอดภัย พ่อไม่เป็นอะไร เจ้าอยู่นิ่งๆ นะ”“ฝ่าบาท ปล่อยท่านแม่ และท่านน้าข้าเดี๋ยวนี้ เร็วสิ